231113-430 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ024.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2523 อภิณหปัจจเวกขณ์ (84 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์25 KB
วันที่แก้ไข8 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์นำพิจารณาธรรมะปัจจะเวกก่อนฉันที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าเราได้แนะเชิงพิจารณากันทุกวันและด้วยเราคิดหาง่ายพิจารณาเองด้วยเกิดจากจิตพิจารณา จริงในส่วนที่ยังหลงเหลือแห่งกิเลสตั้งแต่กิเลสหยาบก็ประมาทไม่ได้เราลดแล้วกิเลสหยาบหายไปจนหมดจนไม่มีโลภะโทสะอย่างหยาบราคะโทสะอย่างยาเราก็รู้ไม่หลงผิดไม่เป็นโมหะถ้าได้ลบได้ล้างได้ไม่อวิชชาไม่โมหะเมื่อเรารู้ไปแล้วเป็นรอบจนรอบกลางรายละเอียดเข้าไปเหตุปัจจัยแม้แต่เหตุปัจจัยใดเหตุปัจจัยหนึ่งเป็นวัตถุนอกตัวกระทบสัมผัสแล้วเราก็เคยหลงมันอะไรเอาวอนมันจะดีหรือเปล่าเราก็ยังเกิดอาการเกิดอารมณ์ มีความสุขความทุกข์ก็มีเยื่อใยมีสภาพที่ไหวหวั่นเราก็อ่านเข้าไปมันอาจจะมีอะไรที่เป็นเรื่องสมถะสักไปง่ายๆข่มไปง่ายๆปัดเป่าทำลืมๆไปง่ายๆแต่แท้จริงนั้นมันยังไม่ใช่ดับสนิทมันยังเหลือเชื้ออยู่ในสายอาชีวะมันยังมาเป็นอาสวะมันยังดองมันยังเหมือนตัวที่หมักแล้วมันก็เกิดแตกตัวอยู่ข้างในอยู่ก็ได้เพราะฉะนั้นเราจึงพยายามที่จะคอยเรียนรู้ไม่ใช่จะเอาแต่สมการดับไปเฉยๆจะต้องปล่อยให้ดูดีๆกระทบสัมผัสแล้วเราก็เห็นว่าเรานิ่งสนิทนานาเจริญใหม่ๆถ้าเรายังไม่ แปลงเราจะพักก่อนเพราะว่าเขาต้องสัมผัสแล้วเกิดอารมณ์แรงเกิดมีฤทธิ์ร้ายเป็นตัวกิเลสจัดจ้านเราทนไม่ได้จะรีบตัดรีบกลับด้วยระบบอมตะก่อนก็ได้แต่กางเกงแล้วแม้กระทบสัมผัสชื่อว่าเราเก่งขึ้นสูงขึ้นแข็งแรงขึ้นอินทรีย์แล้วเราก็พอรู้หน้ารู้ตารู้เนื้อรู้ตัวมีอาการมีอารมณ์อย่างไรก็ต่อสู้กันลดละได้กันแท้ๆจริงๆเช่นการลดนั้นเพราะอำนาจจิตเป็นเจโตว่าจะโตสามารถให้มันอ่อนแรงลงได้จริงๆและพร้อมกันนั้นก็หาเหตุผลอื่นหาปัญญาด้วยชอบมาปล่อยเข้ามาปราบเข้ามาเห็น เราไปเกิดรถไปเกิดชาตินั้นเป็นมายาเป็นของไม่ใช่ของจริงเป

อ่านต่อ

็นอัครเป็นทศนิยมโลกเรายังยินดีหรือแม้แต่เรายังไปถือสาเป็นโกรธเป็นเคืองไปกลับไปไสไปทำร้ายทำลายอะไรเขามันย่อมมีย่อมเป็นอยู่ในโลกแต่เราก็ไม่รู้ว่าเขาไม่ใช่เราเขาเป็นเขามีเขาเราเองเราไปเกิดอารมณ์เราก็สร้างอารมณ์เราก็จะอารมณ์ไม่ชอบเราเป็นผู้ชายเราก็พยายามวางกลางๆไปปล่อยและแม้ที่สุดเราไม่ชอบเราไม่ฟังอารมณ์ที่ไม่ชอบมันหมดไปอารมณ์ที่พังหมดไปเหลืออารมณ์ที่ยังมีอะไรวอนหรือว่ากระตุกสะเทือนอะไรเล็กๆน้อยๆเราก็จะรู้เพราะฉะนั้นจึงเป็นธุลีไม่ชอบใจ เป็นคนสมองหมดแล้วทีนี้ไม่มีแล้วเชยวางแต่มันยังไม่เฉยแท้มันจะมีกินดีก็เรามีแนวโน้มเป็นทางยินดีมันก็จะเป็นธุลีหรือเป็นวิริยะเป็นทุเรียนแล้วก็ตามที่ติดสุดท้ายเราก็ตัดข้อของธุลีแม้แต่ยินดีเราก็รู้เท่าทันในความยินดีความรู้หรือทำให้น้อยเรียกว่าอนุโมทนาจะรู้ว่าเป็นสิ่งที่ก็อย่างนี้แหละก็เท่านี้แหละแม้ที่สุดแล้วเราเองเราจะแสดงข้างนอกกว่ายินดีแต่ในใจของเราไม่ถูกไม่ได้ยึดไม่ได้ติดใจอะไรเลยจริงๆเราก็ต้องรู้ตัวเราเราจะปราบผู้รับรองว่า ยินดีหมอยังมีใหญ่ๆแท้ๆแต่ในใจของเราก็ไม่รู้จะติดใจอะไรเป็นแต่เพียงกรรมกิริยากับเจ้ากรรมกิริยาเราก็จะต้องรู้ตัวเพราะว่าเรายังอยู่ในโลกเรายังมีกายกรรมวจีกรรมและมโนกรรมอันซับซ้อนระวังแต่ว่าปากอย่างหนึ่งใจอย่างหนึ่งประเภทที่เรียกว่าการแย่งเอากิเลสใส่ตัวหรือปากนั้นที่จริงกับใจมันก็สอดคล้องกันอยู่ตัวเราก็ยินดีด้วยจริงๆแต่ว่าเราไม่ได้ยินดีนั้นคือเราไม่ได้ล้มเป็นทาสยินดีนั้นสักแต่ว่าทำกิริยากรรมเป็นปัจจุบันทำเท่านั้นเพื่อผู้อื่นจนก็รู้ว่าเป็นสมุดโลกเป็นสิ่งที่โลกเป็นโลกมีรู้ว่าดีตามค่านิยมทั้งโลกก็เข้าใจอันนี้เราก็จะยอมรับกับโลกเข้าไป การอนุโลมบนโลกเราก็รู้สนใจเราไม่ได้เป็นจริงก็ไม่ใช่เรื่องมดเท็จแต่ว่าเราก็รู้ว่าคนนี้ก็ดีก็ส่วนไม่ดีก็ได้มีเราก็ต้องรู้ซับซ้อนอารมณ์ที่พิจารณาอารมณ์ฉันเกลียดพวกนั้นก็ดีก็พยายามช่วยเหลือโปรไฟล์คู่ใหม่คู่น้องที่ยังไม่ได้รู้เข้าใจพวกพิจารณาละเอียดพวกนี้เป็นของปรมัตถ์ส่วนยาส่วนใหญ่ก็พยายามหาศีลหาตามหาหลักปฏิบัติพิจารณาอย่างหยาบๆทำไงเราจะลดราคาลงได้ถึงแม้แต่เครื่องใช้ไม้สอยชีวิตประจำวันกับวัตถุต่างๆการทำกิริยา ที่มันถูกที่สุดในโลกก็ต้องช่วยกันบ้างพยายามแนะนำขณะนี้ตัวผู้ที่เป็นพันตัวเองก็พูดสูงหน่อยหรือแม้แต่อาตมาเองผมเองก็พูดสูงไม่ค่อยได้พูดเรื่องต่ำแต่ทีนี้พูดที่เป็นท่านรองลงไปก็ไม่เก็บเรื่องต่ำไปพูดกับผู้ติดตามลงไปเป็นฉันเป็นตอนอีกก็เลยขาดลอยคนต่ำก็ไม่ได้มารับประโยชน์เราก็ไม่ได้เกิดหรือเกื้อกูลกันมันก็ไม่ประสานและไม่ขยายอาณาเขตทำให้ก็ต้องรักกันเป็นช่วงเป็นตอนแต่งงานแต่งงานหรือว่าเสริมงานเสริมการเข้าก็จะเป็นการช่วยเหลือและพยายามทำการทำจิตจงรู้ตัวว่าเราเองนั้นเรายัง การไม่ชอบงานหรือว่าทำงานแล้วก็เป็นกิโลหรือว่าทำงานแล้วติดงานเป็นกรรมการก็เป็นสิริได้แต่จะรู้ทั้งสองส่วนว่าเราทำการทำงานก็เป็นสักแต่ว่าทำเรารู้ดีเราก็ยังกุศลให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทอันเป็นที่สุดแห่งสังขารทั้งหลายในโลกเรามีสังขารกายเรามีสังขารจิตเราก็ใช้มันไปเป็นเครื่องอาศัยใช้สังขารการใช้สังขารจิตโดยที่เราสังฆทานที่สังขารอะไรเป็นอภิญญาที่สังขารเราไม่เอาเราไม่สังขารเราไม่ปรุงอย่างรู้อย่างจริงเราก็เป็นผู้อยู่เหนือสังขารทั้งหลายรู้เท่า นอนทั้งหลายและไม่ได้เป็นทาสสังขารอย่างนี้เรียกว่าเรามีวิชาเป็นผู้มีวิชาสังขารที่มันเป็นกิเลสติดเกิดไม่มีมีแต่สังขารที่เราสร้างศักยภาพมีเป็นเครื่องอาศัยเป็นเครื่องที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นวิญญาณก็ยังมีแล้วก็อาศัยวิญญาณนามรูปก็มีอะไรก็ใช้นามรูปจริยธรรมมีแล้วก็อาศัยจริยธรรมสะสมแล้วก็อาศัยเวทนาก็ยังมีแต่ปัญหาเราไม่มีหาแม่ที่สุดถ้าใครเข้าใจผิดเพราะว่าปัญหาอย่างละเอียดอีกก็ศึกษาต่อใครจะถูกแต่แท้จริงใจเรานั้นเป็นแค่เพียงอิจฉาวงจรเป็นความปรารถนาดี ฟังให้มันเป็นไฟในบัญชีบทบาทเป็นงานเป็นการเป็นสัมมากัมมันโตในชีวิตเป็นสมาชิกไปเท่านั้นเองเราก็เป็นผู้รู้ละเอียดแล้วก็จะรู้ว่าเราจะอยู่อะไรมีชีวิตอยู่อย่างไรเราจะขวนขวายอย่างไรหรือว่าเราจะให้มันเกิดคุณค่าเป็นคนประเสริฐเป็นคนดีมีฐานอาศัยที่แท้เรายิ่งทำเรายิ่งจะเห็นกันสักทีเห็นสิ่งที่คุ้มเราจะยิ่งเป็นผู้ที่เบาง่ายสบายจริงยิ่งสุขคุ้มก็ยิ่งเป็นฐานละเอียดก็ยิ่งอยู่ในฐานะเหยียดเราเองก็ยิ่งละเอียดทำกิริยาต่อละเอียดงานการกระทําลอย มึงก็เอาอะไรมันไปได้ไกลได้เร็วยิ่งเร็วยิ่งไวยิ่งไปได้ไกลฉันใดเจ้ายิ่งเล็กยิ่งละเอียดเราก็ยิ่งจะเป็นผู้ที่มีประโยชน์ได้กว้างขวางอาณาจักรยิ่งกว้างไกลแต่เราก็ยิ่งจะเมายิ่งจะเล็กยิ่งจะง่ายนี่เป็นโวหารถ้าเกิดว่าสัจธรรมหรือลักษณะธรรมพวกนี้มันมีจริงมันก็จะเป็นดังที่กล่าวนี้เพราะเราอยู่บนโลกจึงเป็นผู้ที่มีแรงมีฤทธิ์แรงเป็นนิมิตที่มนุษย์มีพลังไม่จะกลายเป็นวิมุตยิ่งไร้ค่าวิมุตยิ่งสวยงามบทบาทซึ่งเกิดพลังเกิดแคล่วคล่องยิ่งระบุฐานะยิ่งมีอะไรไม่บอก กล่องทวงอยากกินอยากให้เจ้าสาวเจ้าสาวท้วงก็ไม่ค่อยได้เป็นไปอย่างแข็งแรงบริบูรณ์ไม่เจ็บไม่ป่วยไม่ปวดเพราะความรู้ก็ละเอียดทุกการกระทำอะไรก็สมส่วนบริสุทธิ์บริบูรณ์ดีงามน่ะเราเองก็มีพานท้ายอยู่มีความสุขไม่มีเครื่องอาศัยสินค้ามีอะไรทุกอย่างหมดเทพต่างๆเราได้พูดกันมามากอะไรกระจายความมาก็มากในระยะต่างๆเงื่อนไขเนี่ยความรู้ความหมายของมันแต่ละคำแต่ละความมากมีอำนาจมุมแล้วก็รู้ก็เข้าใจไม่ขัดแย้งกันสอดคล้องส่งเสริมกันอยู่เสมอหากว่าเราได้ทบทวนทบทวนยินดีและก็อาศัยการเป็นอยู่พิจารณาพิสูจน์ไป วันวันต่อวันผู้ใดยิ่งลดละได้มากก็ยิ่งเป็นตัวจริงมีความเป็นอยู่ผาสุขมีบทบาทมีสัมมาอริยมรรคองค์ 8 เป็นผู้เห็นชอบและเป็นผู้มีความพยายามอยู่จริงถูกต้องเป็นผู้มีสติสัมปชัญญะอย่างสบายบริบูรณ์มีความริเริ่มมีความนึกคิดมีความดำริกิจการมีความมีการพูดถึงสัมมาวาจามีสัมมากัมมันตะมีการงานมีอาชีพเพราะสมาชิกชีวิตจิตของเราเยี่ยมยิ่งจิตของเราสูงยิ่งเป็นเลิศเป็นอรหันต์กับผลหรือเป็นอรหันต์ยอดอะไรอย่างนี้เป็นต้นผู้นั้นก็จะไม่มีอะไรขัดแย้งแม้แต่เอาทำเอาวินัยยิ่งลักษณ์ยิ่งทำยิ่งในตรวจสอบอย่างไร กดถูกต้องและความเป็นจริงของผู้นั้นก็เป็นผู้ที่เป็นอยู่สุขหรือเป็นผู้ที่พ้นทุกข์แท้มีประโยชน์มีค่าสูงจริงนี่คือทฤษฎีสร้างคนกี่ศาสนาพระพุทธเจ้าของเราได้ค้นพบและก็เอามาไว้ใช้แม้เดี๋ยวนี้ก็ยังใช้อีกต่อไปถ้ามันถูกต้องอย่างนี้มันก็จะใช้กับมนุษย์ตัวอย่างนี้นิรันดรนอกจากมันเจริญมันจะเข้าใจเขียนเข้าใจผิดในคนจนไม่มีใครรู้มันก็จะลบไปแต่ก็จะมีสติดึงคืนมาอีกพระพุทธเจ้าจึงไม่พ้นไปจากโลกพระพุทธเจ้าจะมีพระพุทธเจ้าที่มาสืบแทนวนเวียนในมหายานจึงบอกว่าพระพุทธเจ้านั้นมีมากเท่าเม็ด ทรายอันนี้ก็เป็นคำโวหารพระพุทธเจ้าในสากลโลกเพราะเราไม่รู้ที่เกิดเราไม่รู้ที่ดับของสากลโลกหรือเอกภพเอกภพมีมหาจักรวาลน้อยใหญ่นี้ไม่รู้มันเกิดเมื่อไหร่ไม่รู้มันดับเมื่อไหร่เราตอบไม่ได้เพราะฉะนั้นแม้มันวนเวียนอยู่อย่างนี้มหายานเขาถึงบอกว่าพระพุทธเจ้ามีมากมายเกิดแล้วก็วนเวียนมีผู้เป็นพระพุทธเจ้ามาใหม่อยู่นับได้เท่าเม็ดถั่วเม็ดทรายแล้วมันก็ไม่มีปัญหาเราก็จะไม่สงสัยเพราะฉะนั้นเราเองจะเอาแค่ใดเราจะเอาแค่เอารหัสจากพระอรหันต์จะวางไปสูญไปในจากโพธิสัตว์ต่อก็ไม่เป็นไรแต่ขอให้ถูกสัจธรรมมีแนวโน้มถูกต้องของพระพุทธเจ้าผู้ใดเป็นจริงและเป็นพระอรหันต์แล้ว ไม่ใช่ว่าจะเป็นน้องเองเป็นแต่เพียงว่าเป็นผู้หลบหนีเป็นแบบเถรวาทหนักไปในประโยชน์ตนอย่างเดียวจนตูดทวงได้เสมือนจริงแต่มันยังเป็นสังฆเภทถึงแม้แต่จะทำแต่ประโยชน์ตนจนประโยชน์จากการเป็นประโยชน์ผู้อื่นเป็นประโยชน์ตนไม่รู้เรื่องและก็ไม่ดับจึงไม่ลางได้จริงไม่เป็นอรหันต์จึงมีแต่โวหารมีแต่ความรู้เพี้ยนๆกลายเป็นเป็นกลายเป็นโวหารกลายเป็นรูปแบบการเป็นพิธีกรต่างๆก็ไม่ใช่เราก็จะเป็นผู้หญิงทั้ง 2 ส่วนทั้งประโยชน์ตนและประโยชน์แล้วเราจึงจะเป็นผู้ที่อยู่ถูกต้องตามลัทธิของคนติดตามลัทธิของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงหมายไม่แตกไม่แยกนิก ขอให้ทำความเข้าใจดีๆแล้วเราจะทราบถึงผู้ที่เป็นได้จริงๆจึงจะเรียกว่าเป็นผู้ที่เป็นผู้ที่บรรลุสูงสุดถึงมันไม่มีความทุกข์แม้มันจะแข็งตัวเองขึ้นไปทำอันนู้นอันนี้มันก็เข็นได้แล้วมันก็ไม่ทุกข์ไม่ร้อนเพราะเรามีตัววางได้เป็นอยู่ให้พิสูจน์ตัวเองให้ดีแต่เราจะรู้ว่าอ้อเราถึงที่สุดแล้วแต่ถ้าเราก็ยังมีอะไรที่เป็นลูกล้อลูกเล่นอยู่บ้างก็ปรับกันไปสุดท้ายเราก็จะมีชีวิตวันคืนอยู่อย่างช้าสุดตลอดจนกว่าเราจะหมดทุกข์ตามขันธ์ 5 แผ่น

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน