230818-425 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-ปฐมอโศก-ฬ023.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคมพุทธศักราช 2523 พ่อท่านประธานได้แสดงนำพิจารณาด้วยปัจจัยที่พุทธสถานประถมศึกษามีความระลึกรู้เหตุการณ์มีความระลึกรู้เหตุการณ์กำหนดการตั้งใจให้มากขณะที่สุดเท่าที่เราจะมากขณะไม่ว่าเราจะอยู่ในทีวีบทใหญ่เป็นเวลาเราจะกินจะทำกิจทำงานทำการอย่างนั้นอย่างนี้จะนั่งจะนอนจะยืนจะเดินจะมีอริยบทใดๆก็ตามแม้จะเป็นคดีหมดย่อย อยู่ในสภาพที่ไม่กระดุกกระดิกอะไรมากไปจนกระทั่งถึงขั้นจะมีคำพูดมีภาษาเราก็มีสติในการกำหนดรู้มีการตั้งใจที่จะประกอบกรรมต่างๆออกมาทางกายก็ดีคำที่ประกอบมาทางวาจาก็ดีโดยมีใจที่เรามีสัมมาทิฐิจิตของเรามีปัญญาเป็นสมาธิจิตที่ได้พยายามประกอบแม้กระทั่งวาจาและกายกรรมหรือลึกซึ้งขึ้นไปจนกระทั่งแม้แต่เราจะเริ่มให้มันออกมาบงการคือจิตให้จิตมันออกมาวงการกาย วจีหรือแม้แต่ตัวจริงเองเมื่อเวลาเราอยู่นิ่งๆแล้วไม่มีอิทธิพลใหญ่มีแต่มโนกรรมมีแต่อิริยาบถเล็กของจิตเท่านั้นเราก็ได้ประกอบสัมมาสัมพุทธัสสะถือว่าความดำริเริ่มนึกคิดอะไรอยู่ในใจเราได้กระทำอย่างนี้ด้วยความพยายามทำด้วยสติอย่างมั่นคงเสมอๆเป็นสัมมารีมรรคทั้ง 7 เราปฏิบัติอย่างนี้ไปเรื่อยๆเท่าที่เราจะได้สั่งสมบูรณ์มีสัมมาทิฏฐิแล้วก็มีการเพิ่มฐานเพิ่มฐานขึ้นไปนั่นคือเราได้ปฏิบัติสมาธิเป็นสัมมาสมาธิของพระอริยะ สัมมาสมาธิองค์ที่ 8 ของสุมาลีมรรคเนี่ยมันเกิดเพราะสัมมาสัมมาสัมมาอริยมรรค 7 องค์สมัยทั้ง 7 เดินบดเดินบาตรสั่งสมงสมองสั่งสมลงเป็นสัมมาสมาธิของพระอริยะนี่เป็นคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่อธิบายไว้อย่างละเอียดละออชัดเจนเราจะต้องศึกษาให้สำคัญคำว่าสมาธิคำนี้มันมีมาเดินมีตั้งแต่โบราณแล้วเขาก็สอนกันมาตามทิฐิความเห็นของแต่ละเจ้าลัทธิเจ้าอาจารย์ต่างๆ อธิบายกันไปแปลกๆแต่ละอย่างนี่แหละอันแต่ละลัทธิก็ไปไปในเชิงของเขาสำหรับของพระสัมมา
อ่านต่อ
สัมพุทธเจ้านั้นท่านยืนยันว่าเป็นสติปัฏฐานหรือเป็นปฏิบัติด้วยสมาธิองค์ 8 นี่แหละและมาลีมักคมแฝกนี่ก็สร้างสมาธิโดยมีสมาชิกองค์ 7 เป็นบทบาทเป็นบทบาทที่มันเดินหมดเดินบาทอยู่แล้วมันก็สั่งสมลงไปสัมมาสมาธิแล้วเราจะเกิดเป็นพระอริยะเพราะสมาชิกที่แตกต่างกันอย่างนี้ถ้าไม่ศึกษาเราไม่เข้าใจสมาธิง่ายๆสมาธิตื้น อธิบายกันอยู่ธรรมดาเป็นการสะกดจิตเป็นการทำจิตทำใจเหมือนกันทำในจิตในใจอย่างนั้นอย่างนี้เชิงนั้นเชิงนี้แล้วก็จะเอาทำในจิตให้มันเป็นสมาธิแล้วจะเอาพลังงานจิตนี้ไปใช้ไปใช้อย่างนั้นอย่างนี้อีกหลายนัยยะต่างกันเราต้องทำความเข้าใจเป้าหมายของการใช้จิตด้วยการทำจิตแล้วก็การใช้จิตใช้ไปสู่ทิศทางที่เราประสงค์ถ้าเราประสงค์จะตัดกิเลสเราก็ต้องรู้ว่าทำไปอย่างนี้เพื่อตัดกิเลสหรือไม่ทำอย่างนี้ไปเพื่อสร้างเพื่อก่ออะไรต่ออะไรเพื่อมีแรงมีเด็กมีอะไรแบบเจอฉานวิชาหรือแบบเดรัจฉานมันก็เป็นได้ไม่ได้ไปอย่างนั้นอย่างนั้นถ้าเราเข้าใจรายละเอียดตรงนี้ไม่พอ เราก็ได้แต่ว่าเราทำสมาธิเราทำสมาธิแล้วก็ทำไปยังไม่รู้เป้าหมายยิ่งไม่รู้ทิศทางที่เราจะดำเนินเราก็ยิ่งเลอะๆเลอะเทอะๆไปถูกก็ไม่รู้ผิดก็ไม่รู้ว่าเราจะต้องเรียนรู้ให้สำคัญในสมัยทิฐิมีความเห็นว่าเราต้องการอะไรถ้าต้องการศาสนาพระพุทธเจ้าเราก็ทำสัมมาสมาธิเพื่อที่จะให้เรามีพ้นทุกข์เพื่อรอให้มีชีวิตที่เจริญรุ่งเรืองเป็นไปได้ดีพ้นความเป็นทาสอิสระเสรีเป็นคนประเสริฐจะสูงสุดแค่ไหนแค่ไหนระดับขั้นตอนของศาสนาพระพุทธเจ้าก็มีบอกไว้เป็นระดับระดับเป็นพระโสดาบันเนี่ยจะร่ำรวย ฐานะดีอย่างที่เคยแนะนำให้ฟังมีเหตุมีผลเพียงพอเราเป็นคนขยันหมั่นเพียรเป็นคนสร้างสรรค์ 1 2 เราไม่เผาผลาญรู้จักทางชิบหายรู้จักการเผาผลาญไม่หลงโลกที่หยาบหยาบต่ำๆเราเป็นคนดีของสังคมพอสมควรและเราก็จะมีฐานะดีอยู่ที่ความขยันอยู่ที่ความสามารถของเราที่เราจะมีสมบัติวัตถุมีทรัพย์จะทนทานต่างๆที่โลกเท่ากับใฝ่ฝันใฝ่ฟ้าสร้างกันอยู่ก็มีได้เป็นได้ศาสนาพุทธมีขั้นตอนอย่างนั้นน่ะเป็นแต่เพียงว่าเราไม่ตกต่ำในเรื่องที่เลวร้ายของสังคมไม่ได้ไปวุ่นวายอะไรต่ออะไรแบบสังคมโลกๆที่มันอยากๆที่ไม่น่ายกย่องการ นับถือกันแล้วเป็นพระอริยะโสดาแล้วเรามีอะไรต่ออะไรพังพร้อมพอเป็นผู้ขยันหมั่นเพียรสร้างสรรค์และก็เป็นผู้ไม่เผาผลาญไม่พร่าในเรื่องที่ไม่เข้าเรื่องแล้วก็ไปพูดเสียสละทีนี้มาเป็นพระสกิทาต้องกล้าแจกกล้าให้รถความโลภโลภในลาภเมาในลาภเมาในอำนาจเมาในกามเราเสพติดตามรถของกามเป็นโลกียสุขที่เป็นกามารมณ์อันนู้นอันนี้เราก็ลดลงอีกแล้วก็ทาทามีถือศีล 8 ขึ้นมาก็จะต้องควบคุมการรถวัตถุจะต้องเข้าใจว่าจะลดไปทำไมลดแล้วมันจะอยู่ ไม้จะเจริญไหมเราต้องเข้าใจอย่างสมาธิจิตแล้วก็มาฝึกเพียรเป็นนักเรียนรู้ด้วยเหตุผลไม่พอฝึกจิตของเราเนี่ยจิตของเรามันเคยมีแต่สะสมมีแต่โลภโมโทสันมาตลอดนานนับกับการไม่รู้มันเคยคุ้นเหมือนเคยเห็นมันเคยเป็นมันเคยมีมันเคยทำอย่างนั้นมาซะจนไม่ต้องมาปรับเปลี่ยนมันเมื่อมีบารมีทำไปได้ได้มันก็จะเจริญขึ้นจนสุดท้ายเราก็ไม่ติดยึดในลาภยศสรรเสริญในกามารมณ์กามคุณรถรับจ้างใครว่างปล่อยอิสระเสรีเมื่อเราไม่เสพพวกนี้เป็นสุขเราไม่ต้องบริการตนในเรื่องเหล่านี้เราจะเป็นคนที่มีเวลามากเวลาเหล่านั้นเอามาสร้างสรรค์ก็สร้างสรรค์ไปแล้วยิ่งเราไม่โลภไปกับตัวเองเมื่อเราไม่ ไม่หลงในโลกียสุขต่างๆเราก็จะสร้างสรรค์เพื่อแจกจ่ายเจือจานความเผื่อแผ่เกื้อกูลมันเป็นไปได้จริงมันเป็นเมื่อเราไม่เห็นแก่ตัวไม่เอาไม้แก่ตัวไม่บริการตัวไม่บริการตัวเองมันจะเป็นจริงแล้วความจริงที่เราประสบความสำเร็จทุกวันนี้ถ้ามันสอดคล้องถ้ามันลงร่องลงช่องอย่างแท้จริงความรู้ก็เห็นจิตก็เป็นไปได้มันก็จะเป็นคนอยู่ในโลกที่มีสันติภาพไม่หวงไม่เห็นเลือกเกื้อกูลสร้างสรรค์เป็นคนเจริญจริงๆทีนี้เราจะแสดงให้เหนือกว่านั้นขึ้นไปอีกเป็นพระอนาคามีประปล่อยเลยทีนี้เขาขอเงินทองบ้านช่องเรือนชาญทรัพย์สมบัติเป็นคนมักน้อยอย่างเห็นเด่นชัด จะไม่สมไม่กักไม่ตุนเลยให้มันได้อย่างสูงขึ้นสูงขึ้นแล้วก็มีขั้นตอนพระอนาคามีเป็นผู้ที่ไม่เอาแล้วบ้านช่องเรือนชาญซับสนุนคานจะออกมาทำอาชีพทางด้านศาสนาทางด้านจิตวิญญาณรู้แล้วว่าชีวิตมันอิสระเสรีดีแล้วมันไม่ต้องหลงโลกียสุขแล้วไม่เอาแล้วเรื่องสามีจะออกมาเป็นมุนีมันออกมาเป็นพระเพราะฐานผู้มาบวชเป็นพระเนี่ยตามที่ถูกต้องแท้จริงแล้วคือฐานพระอนาคามีเป็นอนาคอนด้าเป็นผู้ที่มีการตัดยาปฏิวัติทางทรัพย์สมบัติน้อยใหญ่กับสหายยาติปริวัตรตังค์ก็หายาก โคโยตี้การ์ดก็จัดสรรแบ่งส่วนเข้าไปเราเองเราไม่เอาภาระแล้วเรื่องยากเรื่องเยอะเราจะมาสร้างญาติใหญ่เราจะมาสร้างญาติติธรรมจะมาร่วมสร้างสรรค์รังสรรค์ศาสนาเป็นญาติธรรมเป็นญาติของคนทุกคนไม่ไม่ข้ามไม่มีการแบ่งผิวพรรณมีผิวชั้นวรรณะไม่มีแบ่งเชื้อชายเชื้อหญิงไม่มีแบ่งคนต่ำคนสูงมันจะมีญาติไปหมดอันนี้เป็นเป็นญาติที่เป็นญาติที่ทำที่แท้จริงหาแล้วจะมาช่วยคนนั้นคนนี้ก็ไปจริงๆด้วยคุณธรรมเพราะอนาคตมีก็มาทำสิ่งที่ละเอียดละออทางด้านจิตวิญญาณที่เรายังติดดีติดยึดอันนั้นอันนี้เศษเหลืออะไรเล็กๆน้อยๆในที่สุดก็ทำดีไม่หลงดี ติดความสงบไม่ติดอะไรหมดแม้แต่นิพพานก็ไม่กำหนดไม่สัญญามั่นหมายในนิพพานไม่ผิดไม่ยึดในนิพพานไม่ลงในนิพพานว่าเป็นของเราเป็นที่สุดก็เป็นเพราะอรหันต์ในปัจจุบันอีกฐานอย่างละเอียดชั้นสูงอย่างนี้เป็นต้นเรื่องของเรื่องก็คือทำสมาธิทั้งสิ้นถ้าเข้าใจคำว่าสมาธิคือจิตของเรานี่สะอาดบริสุทธิ์ขึ้นเรื่อยๆเรียกว่าสมาธิหรืออธิจิตหรือจิตที่มันยิ่งยิ่งขึ้นเกิดทั้งปัญญาเกิดทั้งศีลศีลกับปัญญาจะประกอบกับบุคคลผู้ที่สูงขึ้นสูงขึ้นจริงเอาศีลจับเอาศีลวัดท่านก็ไม่ละเมิดศีลท่านก็เป็นไปตรงตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่าจะอยู่ในหลักการอย่างนี้นะคนนี้จะเอาอย่างนี้มาเทียบมาว่าถ้าจะ แล้วผู้ที่ได้นั้นก็มีปัญญาจริงๆมีปัญญารู้รู้จริงในเรื่องที่ได้ที่เป็นที่มีนั้นและปัญญาก็จะรู้แทงทะลุอะไรก็ได้ไปตามปฏิภาณของท่านด้วยรู้เห็นความจริงของตนเองเป็นตัวเองมีผู้บรรลุธรรมของพระพุทธเจ้านั้นตนเองต้องรู้ได้ด้วยตนไม่ใช่คนอื่นรู้แทนคนอื่นมารับรองเรียกว่าคนอื่นมาตั้งค่าตั้งค่าให้เราว่าคุณเป็นโสดาแล้วคุณเป็นสัตว์ที่ทาแล้วไม่ใช่เราจะรู้ว่าเป็นโสดาหมายถึงอย่างนั้นอย่างนั้นเศรษฐกิจฐานหมายถึงอย่างนี้อย่างนี้เป็นธนาคารหมายถึงอย่างนี้เป็นอรหันต์หมายถึงอย่างนี้เรารู้ได้ด้วยตนเป็นปัจจัยรู้อย่างชัดเจนรู้อย่างเป็นจริงแล้วมันก็จะสอดคล้องกันไป ระบบปฏิบัติตนทุกข์ขณะที่เรารู้ทฤษฎีรู้หลักการปฏิบัติและทุกขณะและทำให้เป็นกุศลให้มันเจริญขึ้นเจริญขึ้นตามทิศทางที่เราเข้าใจเป็นสมาชิกนี้ให้ได้มากขณะที่สุดไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบถใหญ่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในส่วนอื่นซึ่งสอดคล้องกันอีกว่ากายกรรมก็ดีว่ากี่กรรมก็ดีมโนกรรมก็ดีเปลี่ยนจากทุจริตให้มาเป็นสุจริตถามว่าทุจริตที่ตั้งแต่หยาบจนกระทั่งละเอียดละเอียดขึ้นแม้ที่สุดจริตที่มันยังไม่ดีเราเรียกว่าทุจริตซึ่งทั้งพระอริยเจ้าชั้นสูงแล้วทุจริตของท่านเนี่ยคนชั้นต่ำต้องเอาตามด้วยซ้ำไป ไม่ใช่ทุจริตหรอกที่จริงท่านเป็นสุจริตแล้วแต่ว่าท่านจะเอาสูงกว่านั้นอีกเพราะฉะนั้นจริตในขนาดนั้นพระอริยเจ้าชั้นสูงเห็นว่าอย่างนี้ยังหยาบไปอย่างนี้ยังไม่งามถ้าจะทำจริตให้แนบเนียนประณีตสุขุมสูงส่งกว่านี้อีกจึงจะมีจริตที่ยิ่งยิ่งขึ้นไปอีกโดยจริงเพราะคำว่าทุจริตก็ไม่ได้หมายความว่าตายตัวว่าหมายถึงทุจริตจากยาใหญ่ๆอยู่เท่านั้นมันละเอียดซ้อนสูงขึ้นไปดังกล่าวนี้กายก็ดีไม่ดีก็ดีมโนก็ดีกลับจากทุจริต 3 มาเป็นสุจริต 3 ทุจริต 3 เป็นอาหารของนิวรณ์สุจริต 3 ถ้าทำได้แล้วก็คือการสร้างโพชฌงค์ 7 สร้าง สติปัฏฐาน 4 มันจะดับนิวรณ์แล้วมันจะดับอวิชชาเพราะนิวรณ์ 5 เป็นอาหารของอวิชชาเพราะช่อง 7 สติปัฏฐาน 4 นั่นแหละดับนิวรณ์หรือเราไม่ทำให้เป็นกายกิโมโนทุจริตเราทำให้เป็นสุจริตนั่นแหละคือเราจะฆ่านิวรณ์ถ้าเราทำทุจริตอยู่มันก็เป็นอาหารให้แก่นิวรณ์นิวรณ์มันอ้วนไม่มองก็เป็นอาหารก็เอาวิชาเอาวิชาก็ยิ่งอ้วนใหญ่นี่เป็นหลักการและเป็นแนวทางที่เป็นสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนเอาไว้แล้วก็เอามาวัดเอามาเทียบเอามาตรวจสอบทุกหัวข้อทุกเรื่องราวมันจะสอดคล้องกันไปหมดเพราะฉะนั้นเราทำ โดยที่ตรวจสอบตามหลักวิชาการตามธรรมตามวินัยของพระเจ้าแล้วก็ทำได้เท่าไหร่ก็เรานั่นแหละจะเป็นผู้ได้เพียงเป็นสักว่ารู้มันไม่เกิดผลหรอกมันก็เป็นได้เพียงรู้ดีไม่ดีมันจะเกิดมานะบวชดีหัวใจอวดเก่งว่าฉันรู้ฉันรู้แต่เราไม่ได้ปฏิบัติไม่ได้ประพฤติไม่ได้สั่งสมเราก็ไม่ถึงที่เหมือนรู้ว่าจะเดินไปกรุงเทพฯไปทางไหนไปอย่างไรเรารู้ดีแต่เราไม่เดินสักทีไม่ถึงเราต้องลงมือเดินรู้ทั้งที่ทิศทางที่ดีถูกต้องไม่สมบูรณ์ไม่ต้องเคี้ยวต้องคดไม่ต้องหลงทางเดินถูกมันมีแผนที่อย่างชัดเจนเราก็จะ ใบแล้วก็จะหลับแล้วก็จะเดินได้ถึงแท้จริงเมื่อเราลงมือเดินเดินได้มากได้น้อยก็ขอให้เดินพยายามกระทำไปตามอินทรีย์พระของเรานะแต่นี่ไปเรื่อยๆไม่ประมาทขอให้เข้าใจในเรื่องของความทำขณะให้ได้ประโยชน์หรือให้ได้คุณค่าทุกๆขณะให้ได้นั่นคือการปฏิบัติธรรมที่ไม่ประมาทและการพิจารณาพฤติกรรมเวทนี้ก็คือการพยายามที่จะเตือนเราเสมอให้เราพิจารณาเสมอว่าเรากำลังทำอะไรอยู่บัดนี้เรากำลังทำอะไรอยู่กลายเป็นจีนหรือแม้แต่มโนแล้วก็จะปรับปรุงให้เป็นสุจริตดังกล่าวแล้วเราจึงจะเจริญบริบูรณ์ได้แท้จริง