250119-3-175 ทางเอกภาค3-ตอน175(หน้า344)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt

โฟลเดอร์2524-25 MP3 ทางเอก-ภาค3- 232 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์211 KB
วันที่แก้ไข24 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันที่ 19 มกราคมพุทธศักราช 2525 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมธรรมชาติที่พุทธสถานสันติอโศกซ้ำเพลงทบทวนทำให้แม่มันเข้าใจอย่างไม่ต้องคลอนแคลนไม่ต้องสงสัยเข้าไปเรื่อยๆเพราะเราเคยเรียนมามากเคยได้ยินได้ฟังมาทั้งเรื่องทานกันดีสมาธิก็ดีอะไรต่างๆเนี่ยมันเสือมันกลับกลายไปเป็นชาแบบภาษีซึ่งก็ได้อธิบายมามากแล้วพูดให้ฟังแล้วว่าชาญของพระพุทธเจ้านั้นท่านแม่นเนื้อ แม่นเปล่าไม่ใช่ชาญไปนั่งหลับตาตัดตาหูจมูกลิ้นกายไม่รู้เรื่องเท่านั้นแล้วก็มาเรียกว่าชาญอย่างนั้นคนก็มีชาญหมดเพราะว่านอนหลับก็ตัดแล้วอย่างที่เคยย้ำให้ฟังแต่ฉันนั้นก็คือสภาพอย่างนึงนี่เราผ่านปฐมฌานมาในลักษณะที่ได้บอกแล้วว่าปฐมฌานก็คือการที่เราจะมีจิตแข็งแรงพอสมควรที่จะรู้กรรมวิธีรู้ว่าตัวเองปฏิบัติธรรมแล้วก็ระวังตาหูจมูกลิ้นกายสัมผัสอันใดและเรามีศีลกี่ข้อที่จะมาระมัดระวังว่าไม่ให้ละเมิดกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมพอสัมผัสทวารทั้ง 5 ทั้ง 6 เนี่ยมันก็จะก่อเกิดสังขารเกิดการปรุงการสร้างอะไรขึ้นมา ไปละเมิดคำกิริยาที่มันผิดศีลที่เราตั้งเอาไว้แก่ตนเองเท่านั้นตัวนี้ข้อระมัดระวังมันจะไปถึงจิตใจของเรามันจะผลกระทบสัมผัสแล้วแล้วมันก็นิ่งรู้ 2 ไม่รู้ว่าเราจะต้องให้รู้รู้แล้วก็วิจัยมีสติรู้ว่าไปสัมผัสเดี๋ยวนี้มันจะผิดศีลข้อที่เราเองกำหนดให้แก่ตนเองหรือไม่จิตใจของเราจะมีการโลภโกรธรุนแรงจะเป็นไปตามอำนาจของสิ่งที่มันประกอบอยู่เรียกว่ากายมันประชุมอยู่มันร่วมอยู่เรียกว่ากาโยกายะแล้วเกิดเวทนาเกิดทุกข์เกิดสุขไม่สมใจเราก็ทุกข์ถ้าสมใจเราก็ได้สมใจก็สุขหรือว่าเราจะทำให้มันไม่ต้องทุกข์ไม่ต้องสุขไม่ต้อง สมชายแล้วก็ไม่ต้องทรมานทำให้จิตใจของเราวางเป็นอุเบกขาอุเบกขาเวทนาธรรมกายอย่างนี้กับจิตกับอารมณ์ของเราในเรื่อยไปจับจิตให้ได้รู้อารมณ์ของจิตแล้วมันก็จะละเอียดขึ้นละเอียดขึ้นละ

อ่านต่อ

เอียดขึ้นตามขอบเขตของศีลของหลักเกณฑ์ที่เราพอทำแก่ตนเราจะต้องทำจริงๆทำเสมอๆเรียกว่าสมาธิทำให้ตั้งมั่นจะต้องเข้าใจรายละเอียดของสมาธิก็ได้ชวนแล้วสมาชิกเรารู้ว่าจิตเรานี่แหละเป็นตัวที่เกิดได้กระทำได้ทรัพย์ซ้อนสั่งสมเสพคุณในสิ่งที่ควรเสพคุณเพราะจิตของเราจะต้องเสพค้นในอารมณ์ที่มันเป็นไปเพื่อการลด กิเลสหรือว่าลดละสิ่งที่เคยเป็นอยู่อย่างเก่าๆให้มาสืบค้นสิ่งที่เป็นอย่างใหม่หรือว่าอย่างที่มันตั้งมั่นอย่างที่เรารู้บางคนอาจจะต้องการจะกล่าวก็ได้แต่ว่าส่วนมากแล้วก็มันต้องแก้กลับถ้าไม่แก้กลับก็ได้เลยได้เลยก็ส่งไว้ถ้าจิตของเรามันสัมผัสหรือว่ามันแตะต้องอะไรแล้วมันก็ดีแล้วมันไม่ต้องไปลงตามโลกต้องรู้เป็นความจริงเป็นสัมมาทิฏฐิแล้วก็ทำจิตของเราจริงๆไอ้เสพค้นให้อธิบายให้มันรอบแล้วรอบเล่าบางลงมันง่ายขึ้นจนกระทั่งมันเป็นผลสำเร็จและต้องอ่านทั้งจิตจริงๆว่าสมาชิก 7 ก็ได้เอามาเสริมให้ฟังพอเราจะต้องฉลาด รู้ในสมาธิอย่างแท้จริงเราทำสมาบัติสมาธิสมาธิสมาบัติคือให้มันต่อเนื่องมันเกิดได้เสมอๆตามที่เรามุ่งหมายตามที่เราอ่านรู้แล้วว่าเราต้องให้เอาอารมณ์อย่างนี้ต้องตั้งไว้ในอารมณ์อย่างนี้ต้องส่งไว้เลยว่าธรรมารมณ์ต้องส่งไว้ในอารมณ์อย่างนี้ในจิตอยากให้จิตของเรานี่กลายเป็นร้องสุขก็เวทนาลงทุกข์คือเวทนาเราต้องเบาบางจางคลายลงไปหาตู้เบรกขาวเวทนาเป็นอารมณ์แม้เราจะไปประชุมเราจะสัมผัสๆมีอายุเป็นภายนอกเป็นภายในอยู่อย่างในสภาพอย่างไรก็ตามเราต้องควบคุมโดยต้องทำจิตของเราให้เป็นไปได้ยังมีวิธีการอย่างไรวิธีต่างๆ อิทธิวิธีทำให้ตนเองเก่งเสมอที่จะต้องทำได้ในทุกๆแห่งทุกๆบรรยากาศมันจะได้ซักซ้อมไปทุกแบบฝึกหัดเราจะประสบสัมผัสสัมผัสอย่างโน้นอย่างนี้แล้วก็จะทำให้เรานี่คอยระมัดระวังตั้งสติรู้ตัวทั่วพร้อมอยู่เรื่อยแหละทำแล้วก็ปรับจิตเข้ามาให้เป็นสมาบัติคือให้เป็นจุดที่เรามุ่งหมายอาการอารมณ์ของเราเป็นเป็นอารมณ์ว่างปราศจากทุกข์ปราศจากสุขปราศจากกิเลสเป็นจิตวางปล่อยได้และก็ใส่ใจในงานรู้จิตรู้การงานจิตสัมผัสสัมพันธ์สามารถสร้างสรรค์ทำไม่ได้ในอารมณ์อย่างนั้นอย่างที่เราหมายวันดีที่สุดจิตจะต้องทำให้เป็นอย่างนี้ดีก็จะเป็นอย่างนี้อย่างนี้อย่างนี้เรียกว่าดีดีขึ้นเรื่อยๆ จิตดีขึ้นเรื่อยๆแม้มันยังดีไม่ถึงที่สุดเท่าที่เรามีปัญญานำไม่ดีเท่าไหร่ยังเป็นสาวอุตรดิตถ์กินดีกว่านี้ยังมีอีกก็ทำยิ่งขึ้นไปจนกระทั่งนี่แหละดีแน่แท้แล้วสูงเหนือทำให้มันเป็นจิตที่สูงที่สุดเหนือที่สุดเป็นอนุจิตรจิตดีกว่านี้ไม่มีอีกนั่นแหละเป็นที่หมายเข้าใจให้ได้ว่าทำอาการของจิตทำอารมณ์ของจิตให้เป็นอย่างนี้ดีที่สุดซึ่งมันแตกต่างกับอารมณ์ที่ไม่ดีเป็นลิงคะรู้จุดหมายความหมายของจิตอาการหมายภาษาที่ได้ฟังได้ยินได้เรียนเป็นอุเทนต่างๆมันทำชี้แจงเป็นคำกล่าวถึงต่างๆเราก็ฟังแล้วก็เรียนรู้แล้วก็ไปกำหนดลงไปกระทำอ่านออกให้ออกให้รู้ให้เข้าใจว่าอ๋อต้องเป็นอากาศอย่างนี้หมายว่าอย่างนี้เป็น กินมันไม่มีตัวตนหรอกมันไม่มีรูปร่างไม่มีสีสันแต่มันมีอาการที่บอกเราได้อย่างนี้มันไม่ถูกอย่างนี้ถูกต่างกันอย่างนี้ดีอย่างนี้ไม่ดีอย่างนี้ดีกว่าดีกว่าอย่างนี้มีอีกแต่เราทำยังไม่ได้ก็รู้เป็นสัตว์อุตรดิตถ์ทำได้แล้วยอดแล้วอนุตตรจิตก็ต้องรู้และต้องพิจารณาสอนลงไปวันดีที่สุดนี้มันจะต้องสมบูรณ์ว่ามันต้องเป็นสมาธิแบบมีความเกื้อกูลประโยชน์เอื้อเฟื้อนะไม่ใช่ว่าจิตว่างดีแล้วแต่ว่าไม่มีประโยชน์เกื้อกูลอย่างนี้ก็ไม่ใช่สมาธิที่แท้เพราะสมาธิที่ขึ้นถึงท่านสมาชิกซึ่งเขาก็แปลว่าสมาธิในภาษาไทยมันทับศัพท์ลงไปแต่แท้จึงต้องรู้ความหมายในพวกนี้ก็อธิบายให้ฟังแล้วสมาชิกต่างก็ดีตรงนี้ คำว่าแปลทับศัพท์ว่าสมาธิคำเดียวกันในภาษาไทยว่าเราไปอ่านแต่ภาษาไทยไม่ได้อ่านไม่ได้ค้นตำราเลยค้นบาลีแล้วเราไม่ได้ละเอียดลออหรอกพอได้ค้นบาลีแล้วเจอบาลีเหล่านี้มันเป็นอะไรอธิบายอันไหนอยู่ที่ไหนหมวดไหนเราจะได้เข้าใจลึกซึ้งอ๋อทำจิตให้มันเป็นแบบนี้สมาธิสั้นคืออาการชีวิตของจิตอาการของจิตนี่เรามาเรียนรู้สมาธิสระนี่เราเรียนรู้อาการลีลาของจิตชีวิตเขาคิดเลยอ๋อมันชีวิตของมันเป็นอย่างนี้ชีวิตอย่างนี้มันเป็นอย่างนี้เราเรียนรู้มุมเหลี่ยมของมันละเอียดเลยเพราะว่าจะต้องให้มันถึงสมาธิด้วยจะต้องถึงสมาธิขั้นที่เรียกว่าคิดเนื้อคิดว่าวางปล่อยได้พร้อมกันนั้นก็มีประโยชน์เกื้อกูลตั้งมั่น ทำให้เป็นประโยชน์ไปด้วยจิตและเป็นประโยชน์จิตตนก็ว่างสร้างสรรค์การงานมีสัมมากัมมันตะสัมมาอาชีวะสัมมาวาจาสัมมาสังกัปปะคิดก็ได้พูดก็ได้ทำการงานก็ได้ทำอยู่มากด้วยเป็นอาชีวะทำได้จิตของเราก็ว่าปราศจากกิเลสปราศจากทุกข์เป็นอุเบกขาฐานเป็นฐานอุเบกขามีอาการมีอารมณ์เป็นบริสุทธิ์บริสุทธิ์ทาตาบริสุทธิ์ปฏิปทาตาบริสุทธิ์ทาปริญญาโทคำบรรยายปภัสราประภัสสรอยู่ผ่องแผ้วอยู่สละสลวยอยู่ที่เดียวไวปราดเปรียวแคล่วคล่องอ่อนละเอียดสุขุมประณีตแต่ก็สามารถจะขาวผ่องสะอาดอยู่ เป็นบริษัททาตาแม้จะปรุงจะร่วมจะคิดก็ยังบริสุทธิ์อยู่จริงๆเพราะจิตแม้จะเอาไปใช้การงานเป็นการงานเป็นประโยชน์เกื้อกูลเอื้อเฟื้อสร้างสรรค์เป็นสมาชิกเป็นจิตอันตั้งมั่นแต่ก็เป็นตั้งมั่นอย่างมีการงานเป็นอัปปนาภยันตรายไม่หวั่นไหวเลยสัมผัสแตะต้องกับสิ่งที่แตะต้องพูดถึงปฏิเสธสัมผัสกับโลกกระทำอย่างไรรูปรถเป็นเสียงสัมผัสหรือสัมผัสกะลาครอบยศสรรเสริญโลกียสุขอื่นๆใดๆที่ใครก็เป็นทาสเราอยู่เหนือมันหมดหรืออยู่เหนือในขณะที่เรามีศีลในระดับของเราไอ้ที่ หรือว่าเราก็นี่มันปล่อยไปก่อนมันจะมีกิเลสแล้วก็เอ้าก็ยอมมันแต่มันมากมายนักก็อยากให้มันหนักนักเรียนออกไปก่อนใครบอกอันนี้เราไม่ได้เราทนไม่ได้อันนี้มันสูงเหลือเกินแรงเหลือเกินเราสู้ไม่ได้อินทรีย์ภาระเรายังไม่ออกไม่แข็งพอเราอ่อนแต่สิ่งของเรายังไม่ถึงขั้นนี้เราทำไม่ได้ปล่อยก่อนหากเราก็ผ่านไปเราก็ทำในขอบเขตของเราตามที่เราได้สมาทานหรือตั้งศีลตั้งคอตั้งกรรมฐานอะไรให้แก่เราเราก็ทำให้จิตของเราเป็นสมาธิเป็นวิมุตรู้ว่าในสภาพของมีหมดนั้นดีที่สุดแล้วนี่จิตเป็นสภาพที่เป็นฐานอาศัยที่สูงสุดมีสุริยะวิหาร มีพาราไซต์ที่สมบูรณ์เป็นฐานอาศัยสุริยะคือว่างหรือสันติวิหารหรือทิฏฐธัมสุขกับวิหารวิหารหมายความว่าอาศัยอยู่เขาแปลว่าเครื่องยังอยู่หรืออาศัยฐานอาศัยน้องอาศัยได้พิจารณาได้มีฌานนี้เป็นชาและในที่สำคัญวิหารเป็นลูกผู้ชายมีการวิตกวิจารณ์คือระมัดระวังดูรู้อยู่จับได้อย่างไม่ยากมันไม่ยากหรอกรู้ได้อารมณ์จิตของเราวิตกวิจารณ์ขณะนี้เรากำลังรู้จิตมันจะวิตกยังไงคือการนึกคิดสังกัปปะแค่ไหนพฤติกรรมมันของมันเป็นยังไงถ้าคิดก็ได้ไม่เป็นมิจฉาสังกัปปะพูดจาก็ได้มันเป็นวิชาวาจาทำการงานก็ได้ไม่เป็นมิจฉา อมตะทำส่วนมากส่วนใหญ่เป็นอาชีวะเป็นอาชีพอยู่ก็ได้ไม่เป็นมิจฉาอาชีวะสำหรับระดับเราสัมมาวายามะก็พยายามเพียรถูกตามความเห็นที่ถูกอยู่สติก็สัมมาสติที่ถูกอยู่แท้สั่งสมลงเป็นสัมมาสมาธิด้วยไปธิติเกิดทันตั้งมั่นครบถาดนี้แล้วทำได้แล้วเลื่อนชั้นเพื่อสิ่งนี้เพิ่มฐานขึ้นเป็นสมาธิสัมฤทธิ์ฐานเพิ่มฐานขึ้นฐานเก่าได้แน่มันตั้งมั่นมั่นคงแข็งแล้วสมบูรณ์แล้วหรือว่าดียิ่งพอเพิ่มได้เปลี่ยนได้เปลี่ยนเพิ่มเปลี่ยนไปเพิ่มเปลี่ยนถอนฐานนี้หรือสลัดกลับมันคลุกครีมไม่ได้ดูคลุกคลีได้อย่าง คงแล้วเพิ่มคลุกคลียิ่งกว่าเก่าทหารใหม่กำลังใหม่เพิ่มขึ้นทำได้ทุกขนาดทุกเหลี่ยมมุมเป็นสมาธิสังกิจจะทำได้ถึงขนาดนี้ขนาดอื่นอีกทำได้อีกร้อยรอบเลยทีนี้เป็นสมาธิสักโคจรและอย่างหยาบครางละเอียดเบื้องต้นท่ามกลางบั้นปลายระดับนี้เราทำได้โคจรจะไปไหนก็ได้จะสัมผัสอะไรก็ได้จะสัมพันธ์อะไรก็ได้ตายหมดคนก็สัมผัสได้เราถ้าสมบัติได้ทั้งนั้นคนเขาเกี่ยวข้องได้เราเกี่ยวข้องเท่านั้นคนเขาอยู่เหนือผู้อยู่เหนืออื่นใดเขาอยู่เหนือได้หมดเราไม่ตกต่ำเราไม่พ่ายแพ้ต่อโรคทุกโรคต่อวงโคจรของมนุษย์ทุกวงโคจรเก่งเป็นสมาธิ อภินิหารสามารถปานชนะอันนี้เป็นสมาธิของพุทธสมาธิที่ลืมตาปฏิบัติธรรมมีทางเอกทางเดียวเอเชียนว่ามักโคนันท่านโยไม่มีทางอื่นหรือเอกมัยโคเป็นทางเอกทางเดียวมีทางนี้ทางเดียวไม่มีทางอื่นที่เป็นทางที่จะพาบรรลุมีมรรคองค์ 8 มีสติปัฏฐานมีโพธิปักขิยธรรมคือมีสติโรครอบรู้ตลอดเวลาสัมผัสและเกี่ยวข้องแต่เราก็จะปรับปรุงตนเองได้ปฏิบัติเป็นสมาธิลืมตาเป็นฌานรู้ได้เลยนี่ว่าเราสัมผัสแล้วเราก็เกิดชาญอยู่เกิดชาติคือสามารถรู้พฤติกรรมของจิตที่ตกวิจารณ์วิจารณ์แล้วก็ยังรู้ว่ามันได้ดีปิ รู้ดีเกิดดีดีแล้วแล้วก็ทำให้กิเลสเบาจางคลายลงไปได้เรื่อยๆเรียกว่าสุขเป็นฌาน 3 สุขไปเรื่อยๆอุเบกขามั่นคงอุเบกขาก็คือวางได้ปล่อยได้มั่นคงตั้งขึ้นเป็นอุเบกขาฐานะที่เป็นสภาพที่บริสุทธิ์บริบูรณ์ไปเรื่อยๆได้อยู่เรื่อยๆๆนี่เราทำอยู่อย่างลืมตาเพราะฉะนั้นพวกที่ไปหลับตามานะมันเป็นของเก่าของโบราณบรรลุธรรมไม่ต้องเป็นหลับตาหลับตาได้แต่หลับตานึกคิดคนหลับตามันลุกขึ้นได้เหมือนกันก็จริงๆก็นึกคิดจะหลับตาก็รับได้แต่เราไม่ได้เป็นกิเลสอะไรแต่ทำไมหลับตามันก็ไม่มีปัญหาอะไรหรือว่าหลับตามันก็ไม่เจ็บอะไรแต่ถ้าพบว่า มีรูปมีความเข้าใจชัดแจ้งแล้วรับตาก็หลับแล้วก็ไม่ได้ตกเป็นที่นะมีถ้าไม่ได้ฟุ้งซ่านไม่ได้มีกำลังของสติอ่อนสติที่อยู่ในหลับตานี่มันยากตั้งสติให้ดีนะแข็งแรงเหมือนกับเราตื่นลืมตาไม่เหมือนกันเราพิจารณานึกคิดแต่จะโน้มน้าวไปทางไหนน้องไปได้โดยสบายเป็นหมดทุกตัวเป็นชานเป็นจิตที่เชื่องเป็นจิตที่เชื่องอยู่ในมืออยู่ในอำนาจของเราเรียกว่าหมดแต่จิตอ่อนคือจิตอ่อนนี่แหละความหมายของเขาก็แปลว่าอ่อนคือมันเชื่องมันอ่อนมันมันไม่แข็งกระด้างกับเราเราจะดัดไปไหนเราจะพาไปไหนเราจะโน้มไปทางใดมันอยู่ในมือของเราเรามีเจโตว่า 10 กว่าโตมีอำนาจแข็งแรงอยู่เหนือจิตสามารถ น้องไปคริสตัลในทำนี่ให้ทำอะไรก็ได้ไปได้หมดเพราะฉะนั้นหลับตาแล้วเราสามารถแม้เราควบคุมจิตให้มันโน้มคิดอย่างนั้นให้มันเป็นไปอย่างนี้ตามที่เรารู้ตัวทั่วพร้อมประสงค์อยู่ก็ทำได้ไหมให้ออกให้เข้าให้ไปให้มาให้นึกให้คิดจะทำเมนูนี้ได้เราทำได้นั่นก็เป็นชาติมีหมดทุกพูดแต่กรรมไม่ได้แย่มากจะทำการงานหลับตาอยู่แล้วก็ทำการงานในขณะหลับตาหรือจะนึกคิดจะทำโน่นทำนี่แม้แต่หลับตาจะยกมือก็ยกได้นี่หลับตาอยู่แล้วเราจะยกมือขึ้นไม่มีกำลังยกมือเลยอย่างนี้ไม่ใช่ฉันต้องรู้ตัวทั่วพร้อมเป็นภายนอกภายในอิริยาบถใดเราจะกระทำเราทำได้หมดเราหลับตาอยู่ เราบอกว่าเราจะยกมือเราจะยกได้นี่เป็นชายเราจะยกมือไม่มีจิตมายกมือเลยยกไม่ขึ้นไม่มีกำลังอย่างนี้ไม่ใช่ฌานซึ่งกลับกันกับศาสนาในควบคุมเลยควบคุมอะไรไม่ได้เลยต้องอยู่ในจิตเท่านั้นจะเดินก็เดินไม่ได้จะพูดก็พูดไม่ได้จะยกไม้ยกมือยกไม่ได้เลยอยู่ในชามยกมือไม่ได้มันกระดุกกระดิกเลยนิ่งถ้าอย่างนี้ไม่เหมาะแก่การงานและทำอะไรก็ไม่ได้มันจะเป็นอะไรเราก็ทำได้แล้วจะทำอะไรก็ทำได้มองจากการงานจิตเชื่องจิตสามารถที่จะควบคุมได้เต็มที่ด้วยจะยกมือยกได้จะทำนู่นทำนี่อะไรได้จะลืมตาก็ลืมได้จะเห็นก็เห็นจะได้กลิ่นก็ได้กลิ่นจะได้ยินก็ได้ยิน จะตัดก็ตัดจะไม่ยกมือก็ไม่ยกไม่ยกเลยก็ไม่เป็นไรจะยกมือขึ้นมายกจะได้ยินก็ได้ยินจะไม่ได้ยินก็ไม่ได้ยินก็ได้จะไม่ได้กินก็ไม่ได้ยินกลิ่นจะไม่สัมผัสก็ไม่สัมผัสนี่เป็นอำนาจจิตที่แรงขึ้นแรงขึ้นสามารถตัดแม้แต่ความรู้สึกก็ได้ภายในก็เป็นการเลยเกินไปเลยเกินกว่าจริงแล้วฉันต้องมีผัสสะมีผัสสะเป็นปัจจัยมีการรู้ทั่วพร้อมสามารถไม่ทุกข์ต่อผัสสะและอนัตตาแม้ผัสสะเป็นปัจจัยเราก็ไม่มีกิเลสอัสสาทะซึ่งเมื่อวานนี้ได้อธิบายย้ำอัจฉราพระให้ฟังอย่างละเอียดว่ามันเป็นรถชาติรสชาติก็คือรถของเราที่มันหลงเป็นอารมณ์อารมณ์เราเป็นหลงกับเขามัน ไม่จริงหรอกแต่รถของรถกลิ่นของกลิ่นเสียงของเสียงมันมีของมันเองเสียงอย่างนี้ก็เสียงอย่างนี้เสียงเราได้ยินก็อย่างนี้ใครได้ยินมันก็เหมือนกันรถของรถมันก็เป็นรถอย่างนี้ใครได้รถนี่รถก็เหมือนกันแต่นี่ก็ขมก็ขมเหมือนกันแต่บางคนเขาข่มเขาอร่อยบางคนก็ขมเขาทนไม่ได้ทุกข์มันนั่นแหละตัวที่มันเป็นรสชาติที่ว่าทุกข์ก็สุขเป็นเวทนาของแต่ละบุคคลยึดถือนั่นแหละชอบไม่ชอบนั่นแหละเป็นตัวที่มันเกิดในใจของเราชอบไม่ชอบสุขเป็นสุขไม่เป็นสุขหรือเป็นทุกข์ชอบบางทีก็ชอบบางทีก็ไม่ชอบอะไรพวกนี้เป็นรถพอใจไม่พอใจไปอัดสาธเราไม่มีตัวตน สาธุอนัตตาแต่ถ้าสัมผัสแล้วมันก็มีของของมันมันมีเสียงของเสียงมันมีกลิ่นของกลิ่นมันมีรถของรถรถของสะเดาก็เป็นรถของสะเดารถของพริกมันก็เป็นรถของพลิกรถของน้ำตาลกับรถของน้ำตาลสีของใบไม้มันก็เป็นสีของใบไม้สีของสีมันก็เป็นสีของสีสีเขียวๆมันก็เขียวสีทองแดงมันก็แดงสีทองเหลืองมันก็เหลืองสัมผัสแล้วมันก็รู้ความจริงเท่านั้นมันไม่ได้เป็นรสชาติมันเป็นรถของรถของรถรถนี่เรามาเรียกรวมหมดเลยรถของสีรถของกลิ่นรสของเสียงรถของกลิ่นรถของสัมผัสรถของจ่ายเท่านั้นเองรักษารถ มันเป็นของมันตามของมันแล้วเราก็ไม่ได้มีอาการอารมณ์ที่เป็นอัสสาทะไม่ได้ทุกข์ไม่ได้สุขไม่ได้เป็นอารมณ์ชอบไม่ได้เป็นอารมณ์ชังอยู่กลางๆรู้ความจริงตามความเป็นจริงเท่านั้นเมื่อผู้ใดทำภาษาท่าออกไปได้ทั้งหมดอัตราเป็นอนัตตาแม่สัมผัสอยู่ก็พ้นอัตตานุทิฏฐิเห็นชัดเจนเลยว่าตามรู้อัตราแล้วว่าไม่มีไม่มีอัตราไม่มีสิ่งแปลกปลอมสิ่งปลอมแต่ถ้ารู้มันยังอยู่ขันธ์ 5 มันยังอยู่มันรู้ความจริงตามความเป็นจริงได้อย่างแม่นถูกโลกตามสากลใครก็เป็นอย่างนี้เขาก็เป็นอย่างนี้จะพูดภาษาไทยภาษาฝรั่งภาษาญวนถ้าขมนี่มันก็หมายเอาอย่างเดียวกันถ้าหวานก็มาอย่างเดียวกันถ้าวันแดงก็มาอย่างเดียวกันจะเรียกแดงก็จะเรียก อังจะเรียก Red ภาษาจีนกลางภาษาอังกฤษสื่อรู้กันว่าฝรั่งมันบอกเลขมันเหมือนกับไทยมันพูดกันมดแดงมันเหมือนกับคนจีนพูดอะไรมึงก็มันก็หมายถึงแดงอย่างนี้เป็นต้นมันเป็นสีของสีกลิ่นของกลิ่นซับจำนวนนี้รู้สึกว่าจะเข้าใจชัดขึ้นสีของสีกลิ่นของกลิ่นรสของรถสัมผัสของสัมผัสเราไม่มีอาสาทางออกมาไม่มีรสชาติไม่มีรสชาติรสที่มันปรุงเกินรสของมันเองไปอีกเป็นอารมณ์ของจิตเราไม่มีอารมณ์เหล่านั้นเราก็จะรู้จริงๆ ชาญของเราดีขึ้นสมาธิของเราสูงขึ้นกิเลสของเราหมดลงเป็นวิมุตเราบังคับมันได้จริงๆเราอยู่เหนือมันจริงๆพ่อแม่จะสัมผัสแตะต้องอยู่จะอยู่ในสภาพใดก็ตามฌานของพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าจึงไม่เหมือนฌานฤาษีอาจารย์รู้ตัวทั่วพร้อมลืมตาโพลงๆได้จะหลับตาก็ได้แต่เช้าด้วยสีได้จะหลับตาลืมตาไม่ได้ไม่เข้าท่าอะไรจะไปสู้โรคได้ไงมันหนีโลกมันไม่สู้โรคไม่ใช่อยู่เหนือโลกเพราะการเหนือโลกเนี่ยมันอยู่เหนือจริงๆอยู่สัมผัสๆเข้าใจทุกอย่างเลยมันทำอะไรเราไม่ได้เลยอย่างนี้เป็นสภาพที่ได้กำลังย้ำแล้วก็ขยายซ้ำซากบอกจุดสำคัญ ขยายบ้านในเหลี่ยมนั้นเหลี่ยมนี้อีกย้ำหลักแกนให้เห็นว่าพระพุทธเจ้าค้นพบนี่มันต่างกันนะชาญฤาษีกับชาญพระพุทธเจ้าต่างกันสมาธิฤาษีสมาธิพระพุทธเจ้าต่างกันวิมุตของฤาษีวิมุตของพระเจ้าจึงต่างกันวิมุตของพระพุทธเจ้าจึงเป็นประมุขที่มีคุณค่ามีการสร้างสรรค์มีการงานมีการอยู่กับมนุษย์เชื้อชาติสร้างสรรค์มีประโยชน์ทำให้มวลชนทั้งหลายก็เป็นสุขได้เขามีหีบกับประโยชน์ได้อย่างแท้จริงสามารถสร้างสรรค์พระพุทธเจ้าสามารถประดิษฐานมวลมนุษย์นี้ให้มนุษย์เขามียายัติ อารยธรรมเป็นอริยะอย่างที่เราได้เราเป็นนี่แหละอยู่เหนือโลกนี่แหละสอนซ้ำลงไปมนุษย์โลกก็ได้เราได้เรียนได้ศึกษาอย่างเราเพราะฉะนั้นหลักการของท่านค้นพบก็คือสัมมารีมรรคองค์ 8 เข้าใจให้ถูกต้องแล้วก็พิจารณาใช้หลักรู้รอบตลอดเวลามีการคิดการพูดการงานการกระทำมีทำให้มากเป็นสัมมาอาชีวะอยู่เสมอและรู้แล้วว่าวันทั้งวันทั้งคืนอะไรของเราอยู่เนี่ยเราทำส่วนมากอย่างนี้เราก็ทำได้โดยเนื้อมันขึ้นไปเรื่อยๆมีสัมมาวายามะสัมมาสติห้อมล้อมช่วยเหลือสมาชิกที่มีอยู่สั่งสมลงเป็นสัมมาสมาธิเป็นจิตที่พร้อมนะทีนี้ก็ลองเพิ่มอ่านชวนดู วันศาสนาพระพุทธเจ้าจึงแม้กระทั่งหรือแม้แต่อาชีพของพระอริยเจ้าแต่ละระดับก็สามารถทำได้อย่าหลงเข้าใจผิดวาจาการกระทำอาชีพก็ยอมสอบภูมิแพ้ของคนได้แท้จริงโดยจริงโดยแท้ด้วยโดยจริงหน้า 345 เพราะสัมมาสังกัปปะสัมมาวาจาสัมมากัมมันตะสัมมาอาชีวะของพระอริยเจ้าระดับใดใดก็จะต้องเป็นไปจริงมีบทบาทอย่างนั้นอย่างนั้นจริงตามสัมมาทิฏฐิในวงเล็บความเข้าใจจริงจนเรียกได้ว่าญาณสมาธิคือเป็นความเข้าใจจริงจนเรียกได้ว่าญาณสัมมาทิฏฐิคือญาณที่เป็นญาณ กดตรงที่มันเป็นได้แล้วด้วยทนได้เนื้อได้เห็นชัดเจนเลยว่าเนื้อได้จางคล้ายได้จนกระทั่งวิมุตติญาณนี้เห็นมีหมดเป็นวิมุตติญาณทัสสนะเห็นอยู่รู้อยู่ชัดแจ้งมีมดสุดท้ายถ้ายังไม่วิมุตจางคลายอยู่ก็เห็นของจริงความจริงสภาวะธรรมจริงไม่ใช่มีแต่ภาษาสัมมาทิฏฐิคือความเข้าใจก่อนเข้าใจจนกระทั่งเห็นจริงเห็นจริงต่อสภาวะธรรมด้วยไปก็เป็นยานสูงขึ้นสูงขึ้นสัมมาทิฏฐิก็คือจิตรู้เป็นภูมิรู้มันเป็นปัญหาปัญญาอธิปัญญาจนสุดท้ายเกิดญาณเกิดญาณทัศนะญาณทัศนะในวิมุติก็เป็นสูงสุดว่ามีวิมุติแล้วหนอญาณก็ต้องเห็นต้องเกิดญาณเกิดอย่างที่รู้ความหลุดพ้นอย่างเด็ดเดี่ยวและสัมมาสมาธิ วงเล็บเปิดจิตทำได้จริงอย่างเข้มแข็งมั่นคงจนเรียกได้ว่าวิมุตวงเล็บปิดมันจะเกิดญาณเกิดวิมุตคือเกิดเห็นแจ้งวิมุตติก็เห็นแล้วก็เป็นสมาธิขั้นสุดท้ายสัมมาสมาธิก็คือเป็นวิมุตจิตมันเป็นวิมุตสมาธิแปลว่าอาทิตย์จิตสมาธิคือเอาจิตนั่นเองเป็นตัวตัดสินเอาจิตนั้นเองเป็นตัวเป็นตัวเมียหมดก็เห็นก็มีญาณทัศนะเห็นอยู่ว่ามันวิมุตน้อยวิมุตมันเป็นอย่างนี้มันหลุดพ้นเป็นอย่างนี้มันแข็งแรงมันเป็นอย่างนี้มันไม่มีกิเลสมันเป็นอย่างนี้อาจรู้ก็มีรู้ก็อยากจะชนะก็เป็นธาตุรู้ตัวเองอยู่รู้ตอบผัสสะรู้ต่อองค์ประกอบเป็นประชุมการงานเกี่ยวข้องอยู่รู้ว่าองค์ประชุมก็เกิดอยู่ สัมมากัมมันตะก็เกิดสัมมาวาจาคำพูดคำพูดอยู่การงานก็ทำอยู่อาชีพก็ทำคิดนึกก็คิดอยู่แต่จิตปราศจากกิเลสจิตวิมุติจิตไม่มีโรคไม่มีโกรธไม่มีลงไม่เห็นมีเห็นแก่ตัวไม่เกี่ยวข้องสิ่งเหล่านั้นเหล่านั้นเหตุการณ์อย่างนั้นลีลาการงานอย่างนั้นบทบาทอย่างงั้นรูปอย่างนั้นรถอย่างนั้นกลิ่นอย่างนั้นเสียงอย่างนั้นสัมผัสอยู่อย่างนั้นที่เป็นอยู่นี่เกี่ยวข้องอยู่เราก็ยังมีมุดอยู่นะแข็งแรงจิตทำได้จริงอย่างเข้มแข็งมั่นคงจนของแต่ละท่านนั้นๆดังนั้นพระอริยเจ้าผู้มีวิมุตในระดับใดได้แล้วจึงมีเน้นตัว มีวิมุตในระดับใดตัวดำผู้มีวิมุตในระดับใดได้แล้วจริงแม้จะยังไม่เคยได้ยินในเดรัจฉานคาถายังไม่เคยได้ยินได้รู้ในศีลคือยังไม่ได้ไว้ทันในวันและปฏิภาณในการเกี่ยวข้องคลุกคลีอยู่ของตนที่ตนยังทำอยู่ซึ่งการนั้นซึ่งจิตนั้นอันไม่ดีไม่ควรแต่พอรู้แต่พอรู้พอเข้าใจในเหตุผลของเดรัจฉานกับฐานันๆหรือพอรู้ว่าระเบียบวินัยและเปิดถ้ารู้แทงทะลุถึงนัยยะอันลึกซึ้งยิ่งก็ยิ่งเป็นวิเท่ากับยิ่งเป็นนัยเท่ากับเหลี่ยมมุมชั้นเชิงได้ถูกแท้เก่งเยี่ยมวงเล็บปิดวินัยในแปลว่า เรารู้นัยยะอันลึกซึ้งขึ้นไปอีกวินี่แปลว่ายิ่งนัยยะก็คือนัยยะนั่นแหละเรารู้เหลี่ยมมุมชั้นเชิงของมันได้ยิ่งลึกซึ้งขึ้นไปอีกถูกแท้เก่งเยี่ยมนั่นเรียกว่าดาวยิ่งรู้ระเบียบวินัยที่ลึกซึ้งขึ้นรู้แกนของฐานะนั้นๆต้องไม่ทำสิ่งนั้นเรื่องอย่างนั้นเท่านั้นแหละพอรู้พอรู้ว่าเรื่องอย่างนั้นอย่างนั้นอย่างนี้ต้องไม่ทำพระพุทธเจ้าท่านนั้นก็จะหยุดทำจะไม่เกี่ยวข้องกับเดรัจฉานอาชีพจะหยุดเดรัจฉานกรรมมันตะนั้นๆคือการกระทำอย่างเดรัจฉานอย่างที่เรียกว่ามันเป็นเดรัจฉานคาถาคาถาคือคำพูดแต่ในศาลคาถาก็คือคำพูดหรือคำสอนที่กล่าวไว้ว่าอันนี้มันเป็นเรื่องของเดรัจฉานเป็นเรื่องของที่มันไม่สมควรนะมันไม่เหมาะไม่สมอ่ะเราอย่าไปทำเลย รู้เท่านั้นแหละวันนี้มันไม่ได้ถามอาชีพนี่มันได้เรียกใช้กัมมันตะหรือเป็นเดรัจฉานตามคำกล่าวที่ท่านบอกไว้ก็จะไม่ทำสิ่งนั้นเรื่องนี้ตามกฎตามหลักตามสถานนั้นๆได้ทันทีตามคำกล่าวคำเล่าคำบอกเป็นคาถาของพระพุทธเจ้าตรัสไว้เป็นคำพูดของพระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่าอย่าทำอย่างนี้เพราะรู้เท่านั้นแหละก็ทำก็วางได้ทันทีไม่ต้องฝืนอะไรถ้าผู้มีวิมุติเราจริงนอกจากมันไม่รู้มาก่อนเพราะผู้มีวิมุติแล้วนี่มีเจตนามีปัญญาอันดีชัดแจ้งเราไม่รู้เธอนั้นเราไปทำอยู่เช่นพระบางองค์อาจจะตรัสรู้อาจจะมีเจโจวิมุติแต่ว่าไม่รู้ว่าเอ๊ะนี่เป็นวินัยหรือเปล่านี่เป็นหลักเกณฑ์ที่เป็นกฎระเบียบชั้น 5 หรือเปล่าใช่ว่าท่านห้ามว่า อย่าไปทำอาชีพรักษาไข้ใบ้หวยเหรออย่าไปรดน้ำมนต์เหรอก็เลิกเลยทันทีก็เลิกไม่ต้องรดน้ำมนต์อย่าไปเป่าพวกเป่าผ้าเต้นคาถาอย่าไปจุดไฟอย่าไปทำนู่นทำนี่อะไรแม้แต่ยากๆแม้แต่จะยากขึ้นไปกว่านั้นอย่าไปนอนลูกนอนหมอนอย่าไปกินหลายมื้อกินมื้อเดียวเหอะแม่ฉันจะกินยังไม่รู้กิน 3 มื้อ 4 มื้ออยู่ก็ตามแต่พอรู้ว่ากฎระเบียบวินัยของพระพุทธเจ้าคนนี้มีรีวิวเพราะถ้าเข้าใจก็ถามได้ทันทีโดยไม่มีอะไรสั่นสะเทือนเลยมันหลุดถอยแล้วมันก็ทำได้ทันทีไม่ต้องฝึก แต่ตอนนี้วิวุฒิล่าสุดรู้จริงจิตมันแข็งอย่างนั้นจิตมันแรงเงินมันเป็นความสามารถทั้งนั้นเพราะงั้นพระอรหันต์บางองค์นี่นาหรือว่าผู้ที่มีเจโตวิมุตติจริงแล้วบางองค์นี้เพียงแต่เพียงว่าไม่รู้ว่าวินัยของพระพุทธเจ้าไม่รู้ว่ากฎหลักของพระพุทธเจ้าท่านทำอย่างนี้ถ้ารู้ว่ากฎหลักแล้วเป็นอย่างนี้ก็ทำให้ตรงทำตรงวินัยของพระพุทธเจ้าสอนเหตุผลถ้ามีปฏิภาณก็จะรู้ว่าท่านห้ามเพราะเหตุผลอันนี้บางทีไม่มีปัญญาปฏิภาณเพียงพอแต่เราเชื่อในพระปัญญาธิคุณของพระพุทธเจ้าเพราะท่านห้ามอย่างนี้มีวินัยอย่างนี้มีกฎมีระเบียบอย่างนี้ก็เชื่อตามท่านก็แล้วกันเพราะว่าเราแน่ว่าพระพุทธเจ้าห้ามสิ่งใดสิ่งนั้นต้องมีเหตุผลสิ่งนั้นต้องมีคุณค่ามีประโยชน์แน่แท้ต่อสังคมต่อมนุษยชาติถ้าไม่ห้ามพล่อยๆตามกฎเล่นๆเพื่อให้เรา จะเอาไปตั้งกฎเล่นถ้าต้องกดต้องมีเหตุผลที่เดียวเพราะเราแม้เราจะไม่มีปฏิภาณรู้ละเอียดลึกซึ้งว่าเหตุอะไรผลอะไรเราก็เลิกตามวินัยก็แล้วกันเพราะเราต้องเดินตามธรรมตามวินัยแล้วเราก็เชื่อแล้วว่าวินัยหรือสิ่งที่ห้ามหรือสิ่งที่ให้ทำอย่างยิ่งที่ท่านแนะนำว่าทำอย่างนี้อย่างยิ่งอย่าทำอย่างนี้เลยท่านแนะไว้เหล่านั้นไม่ได้เป็นการแนะเล่นเป็นการแน่ที่ต้องมีคุณค่ามีประโยชน์จริงๆเด็ดขาดเพราะเมื่อเราเชื่อในพระปัญญาที่คุณยังแม่นมั่นอย่างนี้ไม่มีใครแล้วนอกจากจะรู้ว่าเอ้ยนี่มันคำกล่าวนี้ไม่ใช่ของพระพุทธเจ้าตรัสนี่ไม่ใช่คาถาของพระพุทธเจ้าไม่ใช่คำตรัสของพระพุทธเจ้าเป็นคำคนอื่นก็มาตั้งบัญญัติขึ้นใหม่อะไรใหม่ทั้งนั้นเรารู้จริง มันไม่ใช่แล้วก็เลิกถ้าไม่ทำตามก็ได้แต่ถ้าเป็นของพระพุทธเจ้าเราก็ทำตามหรือแม้ไม่ใช่ของพระพุทธเจ้าอย่างมหายานเป็นอาจริยวัตรเป็นวาทะเป็นคำกล่าวของอาจารย์ไม่ใช่ของพระพุทธเจ้าทีเดียวแต่มันก็ดีนะเป็นเหตุผลที่สำคัญในยุคนี้การนี้สมัยนี้ควรทำตามกฎตามระเบียบอย่างนี้แหละก็ต่างกันก็เพิ่มเติมเพิ่มขึ้นมาอย่างเหมือนเรามีกฎเสริมอะไรเสริมซึ่งไม่ค้านแย้งของพระพุทธเจ้าหรอกเพราะว่ามันมีอะไรต่ออะไรใหม่ขึ้นมาเช่นว่าท่านไม่ได้สอนเอาไว้ว่าอย่าทำอย่างนั้นอย่าทำอย่างนี้เช่นบอกว่าเราไม่ได้บอกนี่ว่าไม่ให้ยาสูบฝิ่นสมัยพระพุทธเจ้าไม่มีฟินสมัยพระพุทธเจ้าทำไ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน