241208-3-162 ทางเอกภาค3-ตอน162(หน้า122)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันอังคารที่ 8 ธันวาคมพุทธศักราช 2524 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัดเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกอ่ะเรามาเรียนกันต่อวันนี้เรากลับไปหาทางเอกมาเราเรียนทางเอกไปจนกระทั่งเราเข้าหาพระอรหันต์เราเรียนไปจนกระทั่งจบอภิญญาแล้วถึงอาสวะขยะแล้วแล้วกำลังขึ้นบทที่จะจัด อธิบายถึงพระอริยเจ้าพระอรหันต์เจ้าหลายๆลักษณะที่เรามีนามจำกัดความเรียกว่าพระอรหันต์แบบสุคติวิปัสสโกเป็นต้นเพราะอรหันต์แบบเตวิชโชว์พระอรหันต์แบบอภิญโญหรือพระอรหันต์แบบจตุจักรซึ่งเรากำลังเข้าอธิบายกันอยู่ในตอนนั้นทีนี้มาอธิบายไปแล้วกำลังอธิบายถึงเตวิชโชว์ซึ่งเพิ่งจะอธิบายได้แค่ว่าประสบการณ์มันก็มี อาการอธิบายผ่านกล่าวถึงก็เลยคิดอยากจะทบทวนก็เลยแวะกลับมาหาอภิญญาเบื้องต้นอีกที่จริงแล้วเราจบอภิญญาแล้วเราเข้าพระอรหันต์แล้วแต่ทีนี้ก็เลยผ่านเลยวกกลับมาทวนต้นๆอีกสักนิดหน่อยโดยเฉพาะเพื่อที่จะย้ำตอนที่กล่าวถึงว่าไปตลอดใช้นามกายใช้อำนาจทางกายไปตลอดพรหมโลกได้มีคำนั้นประโยคนั้นอธิบายในอภิญญาหรือในเตวิชโชกันอยู่ ก็เลยอยากจะให้ได้รู้ได้เข้าใจย้ำยืนยันกันให้ชัดแจ้งว่าคำพูดที่พูดเป็นภาษาพระไตรปิฎกเป็นภาษาโบราณที่กล่าวอย่างนั้นด้วยเนื้อความใช้อำนาจทางการไปตลอดพรหมโลกได้นั้นน่ะโดยแท้จริงแล้วเมื่อเราเรียนกันผ่านจนกระทั่งอธิบายกันมาละเอียดลออแล้วถึงขนาดถึงอาสวะขยะแล้วเนี่ยมันจะเข้าใจขึ้นอีกก็กล่าวไว้ถ้าเอาเรื่องของอภิญญามึงต้นตั้งแต่อิทธิวิธีง่ายๆที่ใช้ภาษาพระไตรปิฎกแล้วก็ลองมาอ่านฟังดูแล้วก็ลองอธิบายให้ฟังดูซึ่งก็ได้ทดสอบไปแล้ว คุณคิดว่าคงจะมีความเข้าใจมีปฏิภาณอะไรสักอย่างเกิดขึ้นกันสำหรับพวกเราเมื่อเราเรียนรู้ยิ่งลึกซึ้งยิ่งเข้าใจในเนื้อหาอรรถพยัญชนะอะไรมากขึ้นแล้วเราจะได้รู้ได้เข้าใจว่าการปฏิบัติธรรมนั้นน่ะไอ้เรื่องของเดรัจฉานวิชานั้นนัยยะ 1 เรื่องของ
อ่านต่อ
ความสามารถที่เรียกเป็นอภิญญาต่างๆนี้แท้ๆโดยนัยของพุทธวิธีการเป็นอย่างไรและจะเอามาอธิบายซ้ำให้ได้มีปฏิภาณไม่เข้าใจซ้อนละเอียดลงไปอีกว่าความรู้สึกหรือความเข้าใจหรือปัญญาของเราเนี่ยมันไม่เหมือนกันนะแต่ก่อน ฟังแล้วเราก็เข้าใจแล้วมันซื่อๆมันเซ่อๆมันก็อย่างนั้นแหละเหมือนกับภาษาพระไตรปิฎกที่ท่านว่าง่ายๆว่าเหาะเหินเดินน้ำดำดินอะไรก็ไปตรงๆงั้นน่ะจนกระทั่งเราค่อยเข้าใจเพิ่มขึ้นจนกระทั่งไกลลึกซึ้งละเอียดขึ้นมีปัญญาอีกชนิดหนึ่งพอย้อนกลับไปอีกทีนึงทีนี้พูดขึ้นมาแล้วเราจะมีความรู้สึกต่างกันเราจะมีปฏิภาณเข้าใจในคำความคำกล่าวเดิมเดิมแต่ว่าเราฟังแล้วเราจะรู้สึกว่ามีปฏิภาณอีกอย่างหนึ่งแยกออกไปทำมาวิจัยมีการรู้ชัดรู้แจ้งขึ้นว่าเออความหมายหรือว่าภาษาอย่างนี้แต่มันไม่ ก่อนแต่ก่อนเราพาซื่อเหมือนกับเห็นตรงดื้อๆอะไรโง่ๆเซ่อๆก็คิดว่ามันจะเป็นอย่างนั้นแล้วก็เลอะเทอะๆแต่เดี๋ยวนี้เราไม่เป็นอย่างนั้นแล้วนะอย่างนี้เป็นต้นก็เลยพาแวะออกมาแล้วก็อธิบายอะไรสู่ฟังในความหมายอันอื่นแม้แต่นายโสดทิพย์ก็เช่นเดียวกันในอะไรอื่นก็เช่นเดียวกันก็จะขออ่านให้ฟังอีกนิดหน่อยแล้วจะขอผ่านกลับเข้าไปหาพระอรหันต์หลายจำพวกที่จะอธิบายกันต่ออีกดังกล่าวนะแล้วเช่นว่าในโสดคลิปอธิบายบรรยายไว้ในพระไตรปิฎกว่าเธอย่อมได้ยินเสียง 2 ชนิดคือเสียงทิพย์และเสียงมนุษย์ทั้งที่อยู่ไกลและอยู่ใกล้ด้วยที่ ยโสธรธาตุอันบริสุทธิ์ล่วงโสดของมนุษย์มาดูการทำมหาบพิตรเปรียบเหมือนบุรุษเดินทางไกลเขาจะพึงได้ยินเสียงกลองบ้างเสียงตะโพนบ้างเสียงสังข์บ้างเสียงมันเดาะบ้างเสียงเปิงมางบ้างเขาจะพึ่งเข้าใจว่าเสียงกลองดังนี้บ้างเสียงตะโกนดังนี้บ้างเสียงสังข์ดังนี้บ้างเสียงมันดอกดังนี้บ้างเสียงเปิงมางดังนี้บ้างฉันใดภิกษุก็ฉันนั้นแหละแล้วถ้าเผื่อว่าเราไม่เข้าใจเราไม่มีปัญญาทาง มันลึกพอแล้วเราฟังแค่นี้เราก็เออท่านก็ว่าได้ยินเสียงกลองใกล้ๆใกล้ๆเธอได้อธิบายมากแล้วแล้วในนี้ก็เขียนไว้ละเอียดแล้วแม้แต่คำว่าไกลๆมันไม่ใช่ภาษาโลกภาษาโลกว่าใครแปลมาจากภาษาบาลีว่าทูเดย์ใกล้กับสันติเกย์ซึ่งได้แย่วิเคราะห์แม้แต่ศัพท์ทางบาลีให้ฟังแล้วมันไม่ได้หมายความตื้นๆอย่างนั้นถ้าเผื่อว่าคนนี้ได้ยินเสียงนี่เป็นเสียงที่ได้ยินเอาเสียงดื้อๆเหมือนเสียงคลองแล้วมันด่าแล้วก็เสียงอะไรไม่ต้องไปบอกว่าได้ยินเสียงไกลๆก็ได้ยินได้บอกคำเดียวก็พอไม่ต้องมาบอกว่าเสียงใครก็เสียงกลายมายังได้ยินเสียงปลายมันทำไมมันจะไม่ได้ยินแล้วก็หูคนหูธรรมดาไม่ต้องไปบอกเสียงใครเสียงใกล้ บอกเสียงไก่ตัวเดียวก็พอบอกเสียงใกล้ๆก็ได้ยินถ้าเป็นโสดที่เป็นหูทิพย์และเสียงไกลๆคนเกินคนได้ยินก็ได้ยินไม่ต้องบอกว่าเสียงใครไม่ต้องบอกสันติเกย์พ่อตัดเสียงกลายได้ยินเสียงใกล้ทำไมมันจะไม่ได้ยินมันต้องได้ยินแน่เสียงปลายเพราะฉะนั้นท่านจะไม่พูดให้มันพูดเลยเปล่าๆแต่ด้วยความจริงก็วิเคราะห์ให้ฟังแล้วว่ามันไม่ใช่หมายความว่าเสียงใครเสียงใกล้โดยความหมายโรคแต่มันหมายความว่ามันไกลมันใกล้อย่างชนิดแบบลึกลึกซึ้งเสียงที่เกินหูคนธรรมดาที่จะได้ยินเนี่ยมันมันไกลความเป็นคนคนธรรมดาได้ยินเสียงก็ได้ยินคำพูดธรรมดาเหมือนกับยัง อภิญญาแบบผิดวิธีคนเดียวเป็น 2 คนก็ได้คนเดียวเป็นหลายคนก็ได้นี่ก็ได้ยินเสียงแล้วก็ได้เข้าใจดื้อๆทื่อๆเหมือนคนธรรมดาใกล้ๆธรรมดานั่นเองคนได้ยินอย่างนี้ก็เข้าใจอย่างนี้แต่คนนี้ได้ยินไกลเกินกว่านั้นได้ฟังแล้วมีความรู้มีภูมิไกลกว่านั้นมีภูมิลึกซึ้งกว่านั้นไปลึกไปไกลไปกว้างมีความหมายชาญฉลาดกว่านั้นไม่ได้หมายความว่าไกลเพราะว่าเสียงมันอยู่ใกล้ๆแล้วก็ได้ยินไม่ใช่สันติแกนั่นที่จริงแปลว่าใกล้น่ะความหมายหนึ่งสันติแกก็คือสงบนั่นเอง สันติเป็นผู้ที่ถึงความสงบฟังเสียงแล้วก็ยังสามารถที่จะทนได้ฟังเสียงแล้วก็ไม่หวั่นไม่ไหวฟันฟังเสียงแม้จะฟังเสียงดังเสียงใกล้เสียงไกลที่เขาแปลไกลใกล้ไกลแต่ที่จริงบอกแล้วว่ามันแปลกันแบบภาษาโลกแปลเป็นอย่างโลกนั่นแหละแต่ทางทำแล้วแม้จะได้ยินเสียงอย่างนี้นี่เขาด่าอย่างกระแทกอย่างแรงเลยท่านก็ยังสงบท่านก็ยังสบายๆอยู่อ่าเขาจะใกล้เกินใกล้ยังไงก็แล้วแต่ท่านไม่มีปัญหาอะไรหรือเขาจะไกลเกินไกลเขาจะมาเอาไกลฉันก็รู้เขาจะมาขว้างเขาจะมาเอาลึกท่านก็รู้หรือแม้แต่จิตของเราที่เป็นอภิญญาสดที่ไม่ฟังเสียงนี้แล้วเราก็ยังมอง ลึกลงไปอ่านนึกประกอบลงไปเอาเสียงนี้เนี่ยมีกิเลสไม่มีกิเลสเสียงนี้ประกอบไปด้วยราคะประกอบไปด้วยโทสะประกอบไปด้วยโลหะได้ยินเสียง 2 เสียงหนึ่งเรียกว่าเสียงมนุษย์มนุษย์ก็พูดอย่างนี้เสียงหนึ่งเรียกว่าเสียงทิพย์อ่อเสียงทิพย์นี่คือเป็นสิ่งที่ซ่อนอยู่กับคำพูดออกมาคนนี้แสดงคำพูดออกมาปั๊บนี่มีซ้อนอยู่ในเสียงนั้นมีอาการมีอารมณ์มีจิตประกอบมาในส่วนของจิตที่เป็นกิเลสอย่างนั้นอย่างนี้หรือไม่มีกิเลสหรือเป็นจิตบริสุทธิ์รู้ในสิ่งนั้นประกอบด้วยเลยว่ารู้เสียงหนึ่งเสียงสองรู้เสียง 2 ชนิดคือรื้อของ 2 ชนิดหรือสองสิ่งเสียง 1 เสียงมนุษย์เสียงหนึ่งเสียงทิพย์ได้ยินเสียง จากเสียงมนุษย์ไม่ใช่ได้ยินซื่อๆได้ยินแต่เสียงมนุษย์พูดยังไงก็ได้เข้าใจเธอๆแบบคำพูดมนุษย์เฉยๆไม่ใช่นี่เรียกว่าได้ยินเสียงสองชนิดแล้วก็รู้แม้กระทั่งลึกซึ้งใครจะพูดมาความหมายไกลความหมายลึกพูดยังไงก็แล้วแต่ก็ยังสามารถเข้าใจได้กำหนดหมายไปไกลได้ว่าอย่างนี้มีความหมายอย่างนี้มีความกำหนดหมายอย่างนี้มาเป็นเสียงกลองอย่างนี้เป็นเสียงเป็นเดาะนี่เป็นเสียงตะโกนนี่เป็นเสียงเปิงมางคล้ายๆกันรู้ได้ว่านี่มันคือมาจากรากมูลของราคะอันนี้มันมาจากรากมูลของโทสะอันนี้มันมาจากรากมูลของโมหะก็เหมือนกับไอ้นี่มาจากไอ้นี่มันเสียงเปิงมางอันนี้มันเสียงอย่างนี้มันมาจาก ตะโพนใหญ่ๆนี่ตึงตึงตึงตึงเลยมาจากอันนี้คล้ายๆอย่างนั้นรู้ได้กำหนดหมายได้มาจากต้นตออะไรอย่างนี้มันมาจากอะไรเป็นเหตุอะไรเป็นปัจจัยอะไรเป็นตัวบันดาลให้พูดอะไรเป็นตัวบันดาลให้แสดงอาการแสดงอารมณ์แสดงอะไรก็ได้อยู่มันจะเข้าใจมันจะหยั่งถึงมันจะหยั่งออกเพราะพูดผู้ที่มีทิพย์มีอภิญญามีความสามารถอย่างไปถึงอย่างนั้นอย่างนี้เป็นต้นเราฟังแต่เฉพาะภาษาในพระไตรปิฎกถ้าคนที่ไม่รู้เรื่องมาอ่านพระไตรปิฎกไม่ได้เรียนมาอย่างที่เราเรียนเนี่ยไปอ่านมันก็อย่างนั้นล่ะคุณ อย่างนี้ฟังไปกับเธอเธอจะบอกว่าได้ยินเสียง 2 ชนิดคือเสียงทิพย์และเสียงมนุษย์ทั้งที่อยู่ไกลและอยู่ใกล้ด้วยทิพยโสธรธาตุอันบริสุทธิ์ล่วงโศกของมนุษย์ดูพระมหาบพิตรเปรียบเหมือนบุรุษเดินทางไกลก็จะพึงได้ยินเสียงกลองบ้างเสียงตะโกนบ้างเสียงดังเสียงเหมือนดอกบ้างเสียงเปิงมางบ้างเขาจะพึ่งเข้าใจว่าเสียงคลองมันดังนี้บ้างเสียงปืนประดับพรดังนี้บ้างเสียงดังนี้มันเดาะดังนี้บ้างเสียงเปิงมางดังนี้บ้างฉันใดภิกษุก็ฉันนั้นแหละเนี่ยอธิบายอภิญญาแล้วจบคนอ่านน่ะมึงเอาหัวตีดินน่ะมันจะไม่รู้เรื่องอะไรฟังเราก็เท่านั้นมันจึงไม่ใช่เรื่องที่ตื้นเขินไม่ใช่เรื่องที่ง่ายๆเราก็เรียนกันแล้วก็ฝึกพิสูจน์เพราะสิ่งเหล่านี้เรามีได้ทุก ฝึกได้เรียนได้ยกตัวอย่างสัก 2 จะอธิบายแล้วก็อธิบายถึงศพที่บ้านเล็กน้อยซึ่งอีกวิธีก็อธิบายให้ฟังมากกว่านั้นและอธิบายผ่านไปแล้วก็ขอผ่านกลับมาสู่หน้า 317 อาม่ากลับมาสู่หน้า 317 เราก็เข้าหาเรื่องของพระอรหันต์อย่างเก่าก็ทวนนะพระอรหันต์สุขาวิปัสสโกนี่เป็นพระอรหันต์แท้ๆของพุทธคือเป็นพระอรหันต์ที่จะต้องปฏิบัติวิปัสสนาวิปัสสะเป็นผู้ที่เห็นยิ่งเป็นผู้ที่มีความเห็นเห็นจริงๆ ฝันเห็นแจ้งเข้าใจชัดมันสัมผัสเลยถึงสภาพที่ได้ล้าง ห่างจากสุขาวิปัสสโกคือเป็นเตวิชโชไปบ้างนั้นก็เพราะเป็นลักษณะของวิปัสสนาโดยตรงสนใจวิชานั้นเป็นเรื่องประกอบยางพระยศักดิ์อธิบายรู้ทบทวนถึงสิ่งที่ผ่านมาด้วยพระพุทธเจ้า ตรัสถึงทานศีลสักคะสวรรค์ตรัสถึงกามโทษของกามเทพนวตรัสถึงการออกจากกามนี่เป็นหัวข้ออธิบายที่จริงไม่ได้พูดหัวข้อเท่านั้นแต่ว่าที่ในตำราก็บันทึกไว้ว่าท่านตรัสถึงเรื่องเหล่านี้ท่านเทศน์ก็ต้องการอธิบายโทษของการเป็นอย่างนั้นพระเจ้าตากกำลังเบื่อการต่างๆเบื่อโลกเบื่ออย่างที่มีประวัติมีเป็นเศรษฐีก็มีนามบำรุงบำเรออะไรคลายพระพุทธเจ้าเยอะแยะ แล้วก็น่าเกลียดน่าชังน่าเบื่อหน่ายเห็นเป็นความวุ่นวายเห็นเป็นเรื่องสะอิดสะเอียนเดินบ่นวุ่นหนอบุญหนอมาจิตมันออกแล้วจิตมันปล่อยแล้วมันละมันเบื่อมันไม่เอาถ่านมันไม่เป็นรถเป็นชาติมันไม่เป็นสนุกเพลิดเพลินเหมือนอย่างกับโลกโลกจะติดจะยึดแล้วใจท่านปล่อยแล้วพอมานั่งฟังพระพุทธเจ้าท่านอธิบายเปรียบเทียบอธิบายถึงโทษของกามมันเป็นอย่างนี้มันก็ยิ่งชัดแจ้งว่าจริงๆชัดๆออกมาเถอะใจมันก็ออกแล้วนี่คำว่าท่านก็ออกมาแล้วฟังปั๊บก็เข้าใจเลยถ้าเกิดตามสภาวะระลึกถึงตามอารมณ์และความประชุมความประกอบความเป็นความที่คลุกคลีเกี่ยวข้องอยู่ท่านนั่งระลึก นั่นแหละเรียกว่าบุพเพนิวาสานุสติญาณเกิดญาณเกิดปัญญาเป็นญาณทัศนะวิเศษตามเกิดวิปัสสนาญาณพิจารณาเหตุพิจารณาผลพิจารณาความเป็นจริงดูอาการของจิตดูอาการของความสัมพันธ์ของตัวท่านเองท่านผ่านมาใจมันเป็นอย่างนี้จิตมันเป็นอย่างนี้เราไปหลงว่ามันเป็นสวรรค์ที่จริงเราก็เราก็ไม่ชอบใจเราก็ได้ละได้นายออกมาเราก็ได้พยายามไม่เอาออกมาอะไรต่างๆนานาเป็นหลักของศีลไกลๆแล้วเราก็ได้จากพระหรือทานได้สลัดหลุดได้ปลดปล่อยออกมาเป็นทานเป็นสวรรค์ของชาวโลกที่เขาหลงเป็นความคลุกคลีเกี่ยวข้องที่คนเขาหลงคลุกคลีเกี่ยวข้อง จะแปลสักคำคลุกคลีเกี่ยวข้องแต่ถ้าจะแปลสักคำว่าสวรรค์ก็เป็นสวรรค์ที่มนุษย์หลงมนุษย์เข้าใจว่าเป็นสวรรค์เป็นของหน้าเสวยเป็นของหน้าเสพแต่เมื่อเราเห็นแล้วมันก็ไม่เห็นจะมีหน้าเสพหน้าติดหน้ายึดอะไรมันก็เป็นโรคๆหลงติดกันอยู่ทั้งเข้าใจบุพเพนิวาสานุสติญาณนั่นแหละท่านระลึกถึงความเกิดของอารมณ์แต่ก่อนเราหลงแล้วก็มีอารมณ์สวรรค์เมื่อเราไม่ลงแล้วสวรรค์ก็หายไปสวรรค์ก็ไม่มีความจริงมันไม่มีสวรรค์มันไม่มีตัวผู้ไม่มีนั่นแหละเป็นผู้ที่ถึงความไม่มีเองเป็นสุนทรียภาพเป็นสุญญตาเป็นอนัตตามันไม่ใช่ตัวตนอารมณ์ที่หลงเป็นสวรรค์อารมณ์ที่บอกว่าแม้เมื่อไหร่มันก็อร่อยเมื่อไหร่มึงก็เพลิดเพลินเมื่อไรมันก็มีความสุข นึกว่าความสุขมีตัวจริงนึกว่าความสุขเป็นตัวตนเป็นอัตราความสุขมันไม่มีตัวตนมันไม่มีท่านพระยาสระลึกจอห์นทวนอดีตตามเห็นความเกิดความดับของสิ่งปลอมสิ่งจริงว่ามันไม่ได้เกิดจริงมันไม่ได้ตายจริงหรือว่ามันเกิดเคยเกิดมาแล้วแล้วมันก็ได้ตายท่านก็เห็นความตายของอาการของอารมณ์ของอัตภาพสาธารณะหรืออัตตาไอ้ที่มันเป็นกิเลสเป็นมายาโลกท่านก็รู้ความตายความเกิดที่ชัดคุณเองเล่าให้ฟังไปนี่คุณระลึกย้อนตามมีบุพเพนิวาสานุสติญาณตามเทียบเคียงของตัวเองด้วยคุณก็ระลึกเอาอันนั้นมาเป็นเหตุเป็นปัจจัยตามด้วยคุณก็จะเห็นความจริงว่าจิตของเรามันเคยเป็นหลงเกิดหลงยึดว่ามันเป็นของ ก็มีหรือว่าไอ้ที่มันตายไปแล้วคุณเองคุณก็ไปทิ้งพรากแล้วก็ 0 มันไม่มีอย่างนั้นอย่างนั้นดับไปคุณก็เห็นความดับมันมีของจริงหรือเปล่าคุณมีเรื่องใดปัจจัยใดเหตุใดอันใดมันมีอยู่ทั้งความเกิดความดับที่ได้เกิดเคยเกิดระลึกได้เคยเกิดและได้ดับไปแล้วก็ระลึกได้อยู่ก็ดับเดี๋ยวนี้ก็ดับอยู่ดับอยู่เห็นอยู่เป็นปัจจุบันนั่นเดียวเป็นชาตรีเห็นอยู่เดี๋ยวนี้ว่ามันเห็นอยู่รู้อยู่ว่ามันไม่มีมันเป็นดับมันเป็นจุติอุบัติจุติมันเคยเกิดแล้วมันก็ดับเดี๋ยวนี้มันก็ไม่เกิดอีกหรือบางอย่างที่มันเกิดอยู่คุณก็ระลึกรู้ตามนั้นเรียกว่าเรารู้จุดดูปลาตะเพียน การรู้ความเกิดความดับของอาการของอารมณ์ของกิเลสเพราะสิ่งที่เราจะต้องเรียนรู้เป็นปรมัตถ์นี่แหละคือปรมัตถ์จิตเปล่าๆเกิดจิตที่ไม่มีกิเลสไม่มีแขกจรไม่มีราคะไม่มีโทสะไม่เป็นโมหะชัดแจ้งไม่หลงผิดจับตัวจับตนได้ถูกตัวถูกตนพิสูจน์ได้ยืนยันได้เห็นชัดคุณเกิดอภิญญาเกิดความรู้คุณระลึกทบทวนมันจะมีแต่วิจารณญาณมีบุพเพนิวาสานุสติญาณแต่ที่แปลว่า 3 วิชา 3 ก็คือมีญาณหนึ่งเขาเรียกว่าบุพเพนิวาสานุสติญาณที่ 2 ก็เรียกว่าจุดธูปตกปลาจักรยานที่ 2 ไอ้ที่มันจง ช่างเห็นชัดเห็นแจ้งถอนอาสวะขยะได้ถอนอาสวะแม้แต่อย่างละเอียดถึงขั้นอาสวะจิตมดเป็นปัญญาเป็นปัญญา 4 เป็นปัญญาผลเป็นปัญญาแท้ๆเห็นชัดเด่นเลยแล้วจิตของเราก็ตั้งมั่นส่งอย่างนี้อยู่หรือไปก็บอกว่าเราเป็นอย่างนี้มาตั้งนานแล้วเข้าใจเข้าใจเรามั่นคงจิตของเราเป็นอัปปนาอย่างนี้เป็นพยัคฆ์ปันนาเป็นเจตะโสอภินิของเราเป็นอย่างนี้แม้แต่เราจะไปสัมพันธ์เราเคยที่นี่ก็ระลึกทบทวนเราเคยไปถูกเขายั่วเขายวนเขามีอาการอย่างนี้ระลึกทวนไปได้อีกแต่ก่อนนี้นะถ้าเป็นแต่ก่อนถึงเมื่อก่อนโน้นเรายังไม่มีการละ ด่าเรายังไม่มีการดับพอแตะนิดมันก็ขึ้นอาการเกิดอารมณ์ในความหลงความโง่อวิชชาเป็นไปตามโลกพอเราได้เรียนรู้มั่นคงแล้วในตอนหลังๆมานี่เราระลึกรู้ได้เลยว่ามันไม่เกิดมันตายสนิทอาสวะไม่ขึ้นเขายั่วยวนอย่างแรงแล้วก็เคยผ่านมานะเออนี่อาการอย่างนั้นอย่างนี้ถ้าเป็นแต่ก่อนๆโน้นน่ะมันต้องขึ้นแล้วมันต้องมีอาการมีอารมณ์แต่ตอนนี้มันไม่มีอาการมันไม่มีอารมณ์เลยนะคุณไม่ได้ดาวหรอกคุณเดาไม่ได้หรอกคุณต้องทบทวนต้องท้าวความระลึกย้อนถึงความผ่านมาความเป็นความมีความเกิดของคุณวันไหนคืนไหนเมื่อไหร่คุณระลึกของคุณเองคุณก็จะรู้ทบทวน ไปเถิดระลึกไปมันจะมีหลายอันเราผ่านมานานปีนานชาติมันลืมแต่เมื่อเวลาจิตของเรามันมีความมุ่งหมายมันมีการศึกษามันมีทบทวนมันมีอะไรพวกนี้จริงๆมันจะขึ้นมาให้เรารู้มันจะเกิดมาให้เราเห็นแล้วก็อ่านไม่ใช่อ่านรู้แต่เฉพาะเหตุการณ์แต่อาจรู้อย่างเข้าไปถึงปรมัตถ์ถึงจิตใจจะสึกความเกิดความรักของอารมณ์อย่างเข้าไปถึงความจริงไม่ใช่คิดดาวต้นเอาเออให้ดึงสัญญาณขึ้นมาดึงความจำดึงอะไรเกิดขึ้นมาจริงเป็นบุพเพนิวาสานุสติญาณเป็นการสอบหรือเป็นการตรวจตรวจสอบ สอบตัวเองเรายังอยู่ในภูมิไหนยังเป็นได้ไม่เป็นได้เป็นจริงไม่เป็นจริงคุณจะไม่ได้เป็นคนหลงๆเลอะๆคุณจะได้รู้ความจริงความจริงของเราโถเราอุตส่าห์มาปฏิบัติธรรม 5 ปีแล้วพอระลึกย้อนไปโอ้ยเท่าเก่าเดี๋ยวนี้ระลึกย้อนไปเมื่อ 5 ปีก็เดี๋ยวนี้อารมณ์เก่าก็เท่าเก่าอารมณ์เดียวนี้ก็เท่าเก่าเราก็จะได้รู้ว่ามันไม่ได้ทาเลยไม่ได้ดับไม่ได้ข้ามไม่ได้รถจางคลายอะไรเลยงงๆเสียเวลาอยู่อย่างนั้นแหละไอ้เพื่อนฝูงก็ไปถึงไหนๆแล้วก็เป็นพระอรหันต์ไปแล้วยังเป็นพระราหูอยู่เลยไม่ได้เรื่องอะไรเราก็จะได้รู้แต่ถ้าเผื่อว่ามันดีขึ้นเราก็จะได้รู้ว่าเราปฏิบัติธรรมมีมรรค ผลและปฏิบัติธรรมมีการพัฒนาการเจริญจิตใจของเราเจริญขึ้นรู้กิเลสรู้ราคะจิตของเราแข็งแรงจิตของเราดับกิเลสได้ตัดได้ลดละได้จริงๆมีเหตุการณ์มีของจริงไม่ใช่เป็นดั้งเดิมดาวไม่ใช่มาเรียนแต่ปริยัติฟังในภาษาบอกภาษาลาวไม่ใช่แต่เราต้องทำเพราะฉะนั้นถึงบอกพวกคุณต้องทำนะเตวิชโชก็ต้องทำก่อนนอนตื่นนอนก็ระลึกทบทวนระลึกจริงๆไม่ระลึกแล้วมันจะไปได้อะไรมันจะได้ผสมเปอร์เซียเพราะฉะนั้นเราทำทั้งวิปัสสนาธรรมตั้งแต่วิชาบางคนนี่ได้ประโยชน์จากเตวิชโชมากเพราะฉะนั้นผู้ใดได้แต่วิชาได้ผลจากเตวิชโชมากรู้สิ่งนั้นสิ่งนี้เกิด แจ้งเกิดการปล่อยใจคลายใจเห็นจริงมีประโยชน์มีคุณค่าว่าเหตุการณ์เมื่อนั้นเมื่อนี้เราก็ทำแล้วเราก็ได้พอเวลาเราระลึกแล้วเรารู้ว่าตอนนี้ได้อย่างนี้ตอนนี้มันยังไม่ได้เราก็จะตั้งใจเลยบอกว่าตอนนี้เรายังจิตของเราขนาดนี้ถ้าเราได้ประสบอย่างนี้อีกเราจะต้องตั้งกรรมวิธีอย่างไรสู้มันอย่างนี้อย่างนี้อะไรต่างๆนามันก็ทำให้เรานี่ได้ตังค์อกตั้งใจรู้จักบทเรียนรู้จักการรบเราจะมีอาวุธยังไงเราจะใช้กรรมวิธีอย่างไรจะได้ไปต่อสู้และเราก็จะได้ไปต่อสู้อันนั้นจริงๆก็เกิดการทั้งดีขึ้นทั้งสิ่งที่ได้รู้จริงทั้งอะไรต่ออะไรต่างๆมันมีประโยชน์ตั้งเยอะแยะผู้ใดใช้เตวิชโชนี้ก็ได้ประโยชน์ ของตัวเองซับซ้อนมากมายมากแม้เวลาปฏิบัติธรรมยืนเดินนั่งนอนต่อหน้าต่อตาเวลาลืมตาแทนที่จะใช้วิปัสสนาใช้สติปัฏฐาน 4 ระลึกรู้ตัวทั่วพร้อมมีกิเลสอะไรก็จัดการมีการสัมผัสเกี่ยวข้องอะไรเราก็รู้ตัวทั่วพร้อมแล้วก็ละรสอย่างจริงๆจริงๆจริงๆไม่ค่อยเก่งอ่ะบางคนไม่รู้ตัวรางวัลหนึ่งก็ไม่ค่อยได้เรื่องแต่ได้บ้างมีวิธีการบ้างมีอะไรต่ออะไรบ้างพอสมควรนิดๆหน่อยๆแต่ไม่แข็งแรงเท่าไหร่ไม่ค่อยได้นะแต่เวลาไปนั่งอยู่ว่างๆแล้วก็นึกทบทวนอีกเห็นชัดแล้วก็ตั้งใจใหม่การทำเตวิชโชนี่ รู้สึกว่าเราได้ประโยชน์กว่าระลึกทบทวนได้เกิดความเข้าใจจะเกิดอะไรต่ออะไรมากหลายกว่าคนไหนมีเตวิชโชว์ได้ผลแก่ตัวเองมากเด่นคนนั้นน่ะเป็นพระชนิดเตวิชโชส่วนวิปัสสนาแบบสติปัฏฐาน 4 แบบที่ปฏิบัติมักองค์ 8 แบบโพธิปักขิยธรรมปัจจุบันทันด่วนเนี่ยไม่ค่อยเก่งอ่ะเราทำแล้วเราก็รู้ตัวเราว่าเรามันไม่ค่อยชำนาญหรือไม่ค่อยรู้เท่าไหร่แต่ที่จริงมันก็มีผลนะถ้าเรียนถูกทางอย่างที่พาทำอย่างนี้เพราะว่าทุกคนต้องเป็นวิธีการปฏิบัติสติปัฏฐานและวิปัสสนาเนี่ยโดยปัจจุบันทันด่วนทุกคนต้องเป็นเป็นมากเป็นน้อยเป็นอย่างรู้ตัวทั่วพร้อมเป็นอย่างตั้งอกตั้งใจ โดจินเดียวนี่เรากำลังปฏิบัติธรรมอยู่เรากำลังต่อสู้กับสงครามต่อสู้กับข้าศึกอยู่เรารู้แสนรู้เลยคนที่เข้าใจช่างทองแล้วเนี่ยเรากำลังปฏิบัติสติปัฏฐานนี่เรากำลังปฏิบัติมากองค์ 8 อยู่ที่เดียวเข้าใจในโพธิปักขิจะทำบางคนทะลุละเอียดลออในขณะนี้เรากำลังใช้สังวรปธานใช้ประหารประธานใช้หนี้ตอนนี้เป็นภาวนาประธานและตอนนี้เป็นอนุรักษ์คณาประธานอยู่เห็นจริงเลยนี่เป็นกายนี่เป็นเวทนานี่เป็นจิตนี่เป็นธรรมเราจะเข้าใจไอ้ภาษาคำสอนพวกนี้เราจะเห็นสภาวธรรมรองรับเลยในเวลานั้นเวลานี้แล้วก็จะเข้าใจนี่เรากำลังมาตอนนี้ต้องใช้อิทธิบาทมากนะเนี่ยมันไม่ค่อยมีฉันทะเลยเนี่ยต้องใช้ฉันทะต้องมี ระยะทางสู้เข้าเสริมมีความเพียรอุตสาหะเข้าอย่างมากพยายามทำจิตทำใจเอาใจใส่จิตมันจะออกเรื่อยเอาจิตใส่ให้มีฉันทะวิริยะจิตตะแล้วก็เห็นความก้าวหน้าเป็นวิมังสาเนี่ยได้รู้ได้แจ้งให้ใครได้ทองได้พิจารณาได้กระทำจิตนั้นสูงขึ้นมาเป็นอิทธิบาท 4 เรารู้เลยเราดีขึ้นเป็นอินทรีย์เป็นภาระเป็นกำลังมีความสามารถเพิ่มขึ้นเป็นอินทรีย์ 5 พละ 5 มีศรัทธาสูงขึ้นมีวิริยะได้สูงขึ้นสติสมาธิปัญญาของเราแข็งแรงขึ้นเราเห็นเลยแล้วก้าวเดินไปได้มีบทจงมี สติตกมั่งก็พยายามเอาใหม่สติตกเอาใหม่มีธรรมมาวิจัยมีวิริยะประกอบกันเป็นโพชฌงค์ 3 ได้ขึ้นมามีปิติมีประสิทธิขึ้นมาสั่งสมลงไปเป็นสมาธิเรื่อยไปเรื่อยไปเรื่อยไปใกล้เคียงเข้าไปหาอุเบกขาด้วยเราจะรู้เลยเมื่อเรารู้ตัวภาษาตัวความหมายแล้วเราได้ฝึกได้ชำชองเหมือนกับเราเป็นนักรบหัดใช้อาวุธแต่ก่อนก็เรียนแต่ตัวหนังสือมีภาพประกอบตอนหลังก็จับอาวุธจริงคนไกลตรงนั้นตรงนี้ยิงตรงนั้นถอดตรงนี้ลั่นไกตรงนั้นทำวิธีนี้คุณก็ออกสนามรบจริงเหมือนกันจะใช้ปืนจริงคุณออกมาปฏิบัติโพธิปักขิยธรรม 37 คุณก็ปฏิบัติ จริงเข้าใจเลยอันนี้เรียกสติอันนี้เรียกวิริยะเอาอันนี้เรียกก็ทำมาวิจัยสมโภชช่วงนี้เรียกวิริยะอันนี้เรียกปิติอันนี้เรียกปัสสัทธิอันนี้เรียกสมาธิอันนี้เรียกอุเบกขารู้เลยเข้าใจโดยการปฏิบัติแบบอริยมรรคองค์ 8 มีสัมมาทิฐิมีความเห็นที่ถูกต้องแล้วคุณก็มีความพยายามหรือวิริยะนั่นเองมีสัมมาวายามะมีสัมมาสติข้าวประกอบพร้อมรองสัมมาทิฏฐิที่เราเรียนไปรู้ไปเห็นแจ้งชัดไปเข้าใจอย่างถูกตรงแล้วเราก็ปฏิบัติอยู่เรื่อยๆความพยายามด้วยสติสติตัวนี้ก็คือสติปัฏฐานนั่นเองด้วยความมีสติพรั่งพร้อมเหมือนกับนักเดินเรือและ ก็เป็นกัปตันนำดูเข็มทิศให้มันตรงตามสัมมาทิฏฐินะสัมมาทิฏฐิเป็นอย่างไรก็ให้ตรงอย่าให้ผิดเพี้ยนไอ้นี่มันจะพาเบี้ยวออกแล้วนี่จะแก่แล้วนี่จะอนุโลมแล้วนี่จะไม่ให้มันแข็งแรงตามหลักการตามกรรมฐานตามศีลตามธรรมจากสังวรไม่สังวรแล้วนี่มันจะลดหย่อนลงแล้วนี่มันจะซูเอี๋ยกิเลสกิเลสบอกว่าสังวรมากเลยเก๊กมากๆนะมันเมื่อยเดี๋ยวมันจะเอาเรานั่นแหละมันเปลี่ยนแล้วนี่เราก็จะรู้ก็ความสงบแล้วเขาจะรู้ไอ้นี่มานี่ประหารมานี่มันจะเอาเรานี่ประหารมันฆ่ามันจิตใจอย่างนี้ไม่เอาเปลี่ยนจิตเปลี่ยนใจให้มันเป็นจิตที่ชนะจิตที่เนื้อแล้วก็ทำอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะคิดไม่ว่าฉัน พระไม่ว่าจะพูดไม่ว่าจะจัดทำงานวาจาการจะทำงานตลอดไม่ได้มากที่สุดเป็นอาชีวะปฏิบัติธรรมเป็นอาชีพแม้เราจะมีองค์ประกอบในการงานเป็นฆราวาสต้องทำการงานที่เราทำอยู่พอสมควรจะเป็นการงานเป็นพ่อค้าพ่อค้าเป็นข้าราชการเป็นกรรมกรเป็นใครก็แล้วแต่ที่ทำการงานอันเป็นสุจริตธรรมที่เราพออาศัยอยู่ตามฐานะเราก็ทำไปก่อนต่อเมื่อเราปฏิบัติไปมากๆเราก็จะรู้ว่าโอ๊ยนี่มันเป็นกลุ่มนายนี่มันเป็นลักษณะอันนี้มันเป็นเนตะนะไอ้นี่มันยังเป็นนิสัยจะตายอยู่นะเราจะรู้โอ้ยต้องหนีหาทางไอ้นี่กลัวน้ำไม่เอาหยาบ แล้วก็เลื่อนขึ้นมาเป็นลักษณะจากรับประทานเลื่อนขึ้นมาเป็นในมิตรกับตาจากเนมิตุ๊กตาแล้วก็จะมีปัญญารู้ต่อไปเลื่อนเลื่อนไปเป็นนี่แปซิฟิกกะตาแม้ที่สุดละมอบตนอยู่ในทางผิดแล้วอยู่ในสังคมเนี่ยบอกให้ได้เลยว่ามันยอดผิดอยู่ตรงนั้นน่ะเพราะมันคอรัปชั่นเป็นอย่างหยาบกลางละเอียดอยู่แถวนั้นมันจะเอาเปรียบเอารักเขาเท่านั้นแหละมันไม่มีที่ไหนมันจะใช้สูตรหรือใช้ทฤษฎีกำไรขาดทุนของอารยชนแท้ได้เหมือนที่นี่หรอกนะแล้วมันก็ยังมีอัตราที่ใช้ทฤษฎีกำไรและขาดทุนของอะไรยากจนแท้ยางที่เรียกว่ายังไม่จริงยังไม่ถึงขั้นพ้นลา นราพาณิชย์ตาไปได้ง่ายๆเพราะที่นี่ถึงจะบริบูรณ์โดยอาชีวะ 5 พ้นมิจฉาชีพถึงระดับ 5 เราจะรู้ตัวเราเองเราเลื่อนอาชีพเลื่อนงานสำหรับยังชีวิตอยู่เป็นส่วนใหญ่เพราะคุณจะใช้ชีวิตส่วนใหญ่วันหนึ่งคืนหนึ่งไปเลี้ยงชีพหรือว่าปฏิบัติตนหรือว่ามีอาการมีอิริยาบถอยู่วันหนึ่งคืนหนึ่งไปเนี่ยคุณจะทำได้จนกระทั่งสูงสุดเป็นอาชีพแบบนี้เนี่ยมันจะเลื่อนขึ้นมาจริงเมื่อคุณปฏิบัติทุกทางจิตคุณจะมั่นคงแข็งแรงเป็นสมาธิเพราะสมาธิมันแน่วแน่เพราะจิตมันเป็นอดีตที่จริงจังมันถึงยอมเลื่อนมันถึงยอมเสียสละปล่อยปะไม่เอาแล้วโลกก็ทำอย่างโลกโลกอยู่ ในโลกเป็นอย่างนั้นอย่างนี้มันจะเลื่อนไหลมันจะเป็นมามันพอใจที่จะมาทำอย่างนี้มันเห็นดีว่านี่เป็นคุณค่าเป็นความประเสริฐและอยู่อย่างนี้สบายใจด้วยมีคุณค่าด้วยแล้วเราก็จะยั้งชีวิตนี้ไปอย่างไม่มีปัญหาเลยยังอาตมานี่ยังไม่เคยเห็นแบ่งเคยเห็นแวะเลยในจิตมีคนเคยถามว่าอาตมาเนี่ยมีแต่คิดว่าใครจะมาเอาอาตมาสึกลำบากตายโหงเลยบอกให้ใครมาเอาอาตมาสึกใครมาคิดจะทำลายอาตมาจะให้อาตมา 10 ออกไปเนี่ยไม่ว่าใครเราเพียงคิดมากนี่พูดตรงๆนะพูดด้วยความจริงจริงใจและรู้สึกอย่างนั้นแล้วสัจจะก็ควรจะเป็นอย่างนั้น ไม่มีอะไรซ่อนแฝงไม่มีอะไรเลยเห็นแต่ว่ามาทำงานศาสนาเนี่ยมาพยายามสอนกันให้ละนายคลายให้รถจางมาได้เนี่ยมันเป็นความประเสริฐของสังคมของมนุษยชาติมันเป็นความวิเศษสุดแล้วคนอย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงตรัสรู้ท่านได้วิชาการนี้ท่านบอกว่าเนี่ยการเดินทางของมนุษย์ต้องเดินทางมาอย่างนี้แล้วมาสูงสุดอยู่ตรงนี้มันวิเศษแล้วนะไม่ใช่มากันได้ง่ายๆหรอกถ้าบอกว่าคิดจะสึกหรอไม่ใช่คิดว่าใครอย่ามาคิดเอาอาตมา 10 คนอื่นที่มาคิดเอาอาตมา 10 คนนั้นลำบากอ่ะจะไปบอกว่าอาตมาจะคิดแล้วนี่ยังไม่เคยมีอะไรยังไม่เคยมีความนึกคิดแม้อาตมาจะเคยพูดบอกว่
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive