591226_พ่อครูให้สัมภาษณ์ อัมพา สันติเมทนีดล เรื่อง Bomb of love.docx
เนื้อหาในไฟล์
591226_พ่อครูให้สัมภาษณ์ อัมพา สันติเมทนีดล เรื่อง Bomb of love. ที่สันติอโศก ชั้น ๒ พระวิหารพันปี อาหญิงอัมพาว่า...อยากให้พ่อท่านได้พูดถึง Bomb of love.ที่เกิดในประเทศไทยขณะนี้
สื่อธรรมะพ่อครู(ไอน์สไตน์) ตอน Bomb of love ต้องเป็นศาสนาพุทธ พ่อครูว่า…Bomb of love เป็นภาษาที่อาตมาสัมผัสได้ จากในจดหมายของ ไอน์สไตน์ แกเขียนไว้นานแล้วให้ลูกสาวเก็บไว้ เขียนเรื่องว่า การระเบิดของทางวัตถุแกก็พูดว่าค้นพบ E=mc 2 มันเป็นเรื่องที่ยากมากตลอดชีวิตที่จะอธิบายให้คนเข้าใจ มันยากมากเลย แต่มันมีอีกอันคือ Bomb of love ไอน์สไตน์ระบุว่าต้องเป็น ศาสนาพุทธ เท่านั้น แกบอกว่าให้ลูกเก็บจดหมายไว้ให้ดี อาตมาจึงเห็นว่าไอน์สไตน์เป็น พระโพธิสัตว์ องค์หนึ่ง มาถึงยุคนี้ก็มีอาตมามาเขียนเรื่องความรัก 10 มิติ มีเหตุปัจจัยอย่างไร? ตั้งแต่มิติที่ตื้นๆต่ำๆหยาบ เป็นพลังงานที่ต้องมาควบแน่นแต่คนสองคนก็เป็นมิติที่ต่ำ เป็น มิติที่ 1 ไ ด้รับเสพรสสัมผัสเสียดสี 2 คน หญิงชาย เป็นเมถุนธรรม ไม่มีประโยชน์ต่อคนอื่นมันก็แคบเกินไป ต่อเมื่อเป็นความรัก มิติที่ 2 มันก็มาสู่โลกก็กว้าง มันก็มาสู่โลกก็กว้างมากขึ้น เมื่อมาเห็นแก่ญาติโก โหติกาก็กว้างมากขึ้น มาสู่มิติที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ก็เป็นความรักที่เจริญมากขึ้นเอื้อมเอื้อเกื้อกว้างมากขึ้นอีก จนถึง มิติที่ 7 เลข 7 ก็เห็นแก่ จักรวาล มิติที่ 8 ป็นความรักของพุทธศาสนา มีทฤษฎีที่ล้างความติดยึดได้จริง ล้างเหตุของทุกข์ของความติดยึดได้หมดเลย มิติที่ 8 จะศึกษาผ่านความรักมิติที่ 1 2 3 4 มาได้หมด ล้างอย่างดับ ต้นเหตุเป็นอาริยสัจเลย มิติที่ 8 ก็เก็บตั้งแต่มิติที่ 1-7เลย ก็มาเป็น มิติที่ 9 เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
สื่อธรรมะพ่อครู(นิยามศัพท์) ตอน โพธิสัตว์ 9 ระดับ อาตม
อ่านต่อ
าชื่อเดิมคือ รัก รักพงษ์ รักพงศ์เผ่าพุทธด้วยนะ เป็นพระโพธิสัตว์ ไอสไตน์ทิ้งอันนี้ไว้ แล้วอาตมาอยู่เมืองไทยก็รู้จักพระเจ้าอยู่หัว รู้จักพระจริยวัตรของในหลวง ก็อาตมาเป็นผู้ยืนยันเลยว่า ในหลวงเป็นพระโพธิสัตว์ ซึ่งทั้งมหายานและเถรวาทไม่มีใครที่รู้จักพระโพธิสัตว์ โพธิสัตว์ 9 ระดับเป็นอย่างไร?อาตมาก็เอามาขยายความ โพธิสัตว์ 9 ระดับ โสดาบันโพธิสัตว์ สกิทาคามีโพธิสัตว์ อนาคามีโพธิสัตว์ อรหันต์โพธิสัตว์ อนุโพธิสัตว์ อนิยตโพธิสัตว์ นิยตโพธิสัตว์ มหาโพธิสัตว์ สัมมาสัมพุทธโธคือพระพุทธเจ้า อาตมารู้ว่าในหลวงเป็นพระโพธิสัตว์มาก็น่าจะเกือบ 30 ปี ทางการทรงงานและการทำกิริยาของท่าน ท่านเป็นผู้ให้แก่ผู้อื่นอย่างไม่ต่อรองอะไรเลย ทางมาปางนี้บำเพ็ญปางมหาชนกกับเตมีย์ใบ้ ท่านไม่ตรัสมาก ไม่ต่อว่าต่อขาน ตรัสไปก็แล้วแต่ว่าจะทำหรือไม่ ท่านไม่มีผลประโยชน์ส่วนตัว ท่านเคยรำพึงครั้งหนึ่งว่า ตอนท่านอยู่ศิริราช ท่านรำพึงว่า เราไปทำอะไรให้เขาหรือ เขาถึงทำกับเราอย่างนี้ ท่านรำพึงอย่างนั้นมา อาตามาได้อ่านก็สะท้านใจน้ำตาไหลเลย สรุปแล้วท่านเป็นพระโพธิสัตว์องค์หนึ่ง อาหญิงอัมพาว่า...ปรากฏการณ์นี้เกิดทั่วแผ่นดินและทั่วโลก สื่อธรรมะพ่อครู(ปกิณกะ) ตอนเหตุที่ในหลวงได้รับการเทิดทูนรักกว่า พ่อแม่ พ่อครูว่า...มีเหตุปัจจัย ทำไมในหลวงได้รับการเทิดทูนรักกว่าพ่อแม่อีก เพราะสัจธรรม คุณงามความดีไม่เห็นแก่ตัว เสียสละอย่างบริสุทธิ์ใจที่สุด ประชาชนไทยก็จริงอย่างหนึ่ง คนไทยเป็นอาริยชน เพราะเหตุปัจจัยว่ามีคนไทยเป็นอาริยชน อาตมาถึงว่า ชมพูทวีปได้ย้ายจากอินเดียมาอยู่เมืองไทยแล้ว อ่านจากเหตุปัจจัยที่คนไทยมีคุณธรรมแบบนี้แหละ Bomb of love เมื่อในหลวงสิ้นพระชนม์ เกิดความเสียดายอย่างหนัก เขารู้ว่าเป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างมาก Bomb of love ที่สนามหลวงนี้ จะเกิดไปอีกนาน อาจถึงปีก็ได้ จนกว่าจะถวายพระเพลิงนั่นแหละ สรุปเมืองไทยจะเจริญทางพุทธศาสนาทางอาริยธรรม คนไทยจึงรับความรักระดับโลกุตระนี้ได้ เป็นปึกแผ่นองค์รวม มีน้ำหนักที่แสดงออกอย่างหนาแน่นมหาศาล เป็นรูปธรรม กระจายไปคนก็รับได้ เป็นเรื่องจริงไม่ใช่ตรรกะเพ้อฝันเอาจินตนาการเอา พาดพิงถึงไอน์สไตน์ เขาเป็นพระโพธิสัตว์ อาตมารู้จักไอน์สไตน์ยิ่งกว่าไอน์สไตน์ ตรงที่ อาตมารู้ว่าเขาเป็นโพธิสัตว์แต่แกไม่รู้ตัว แกยกย่องซาบซึ้งศาสนาพุทธ แกไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโพธิสัตว์เป็นอย่างไร หรืออรหัตตผลเป็นอย่างไรแกไม่รู้แต่แกมีในตัวของแกเองแล้ว แกเป็นโพธิสัตว์ที่ต่ำกว่าอาตมา ไอน์สไตน์มีสิ่งหนึ่งที่แกมี ทางจิต แกเองบอกว่า สิ่งที่แกรู้มาจากจินตนาการ แกพูดพยัญชนะนี้ผิด จริงๆมันเป็นสัญญาของแก เป็นความรู้เดิมของแก E=mc 2 เป็นสัญญาเดิมแกดึงออกมา แต่แกคิดว่าเป็นจินตนาการ อย่างไรแกต้องค้นพบเพราะมีของจริงในตัวเอง พอถึงเวลาแกก็ดึงเอามาได้แต่คนเอาไปใช้ผิดๆ แกเป็นโพธิสัตว์ที่ศึกษารูปธรรม
สื่อธรรมะพ่อครู(นิยามศัพท์)ตอน Bomb of love เป็นพลังงาน นิวเคลียร์ฟิวชั่น อาตมามาต่อ พลังงานนามธรรม นิวเคลียร์ฟิวชั่น ฟิชชั่น ซึ่งไม่มีใครอธิบายอย่างอาตมาได้ นิวเคลียร์ทางสสารกับทางนามธรรมก็มีฤทธิ์มาก แต่ทางสสารเป็นการทำลายได้มาก แต่ นามธรรมนี้มีการสร้างสรรได้มาก เป็นระเบิดของความรัก เป็นการสร้างสิ่งประเสริฐ การเกิดของระเบิดความรักของมนุษยชาตินี้มันเป็นลักษณะของ นิวเคลียร์ฟิวชั่น แต่การระเบิดทางสสารเป็นฟิชชั่น อนุภาคของความรัก ทางบวกคือฟิวชั่น อนุภาคทางลบคือฟิชชั่น ไอน์สไตน์เป็นโพธิสัตว์จึงมีความรู้อันนี้ แต่กระจายไม่ออก แต่ก็พอรู้ว่ามีแบบนามธรรมด้วย จึงเขียนฝากไว้ในจดหมาย ให้ลูกเก็บไว้ คนอื่นก็สัมผัสจดหมายนี้แล้วแต่ไม่รู้เรื่องเท่าไหร่ แต่อาตมาสัมผัสแล้วรู้ พอเหตุการณ์นี้เกิด เป็น Bomb of love ที่สนามหลวง อาตมาพูดเมื่อในหลวงสิ้นชนม์ มันก็เกิดเหตุการณ์แบบนี้เลย พูดไปว่า Bomb of love ก็ไม่มีสื่อสารไหนมาสืบสานต่อ เพราะเขาไม่รู้จะขยายอย่างไร เพราะเขาไม่มีภูมิรู้ได้ หรืออีกอย่างเขาเองไม่เชื่อว่ามันจะเป็นจริงทีเดียว เขารู้ว่ามันเป็นความตื่นตัวเป็นความรักอันประเสริฐ มาเป็นหนึ่งเดียวได้อย่างนี้ เมื่อแกนแก่นคนแสดงพลังงานความรักอันนี้มาเป็นรูปธรรม ต่างประเทศ คนที่มีภูมิธรรม ที่สนใจ มีบารมีเขาก็สัมผัสได้ คนเหล่านั้นก็จะมา อย่างในหลวงภูฏาน เป็นต้นไม่ได้ช้าเลย คนอื่นๆก็มา สหประชาชาติก็เอาด้วย หลายเสียงเอาด้วย เป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ต่อไป ศาสนาพุทธมีทั้งตัวเป็นและตัวรอบรู้จึงเอามาสร้างจิตวิญญาณของคนแต่ละคนได้ ถ้าเกิดเชื้ออันนี้ในแต่ละคน จากสองคน ร้อยคนพันคน เป็นอำนาจที่จะไม่เกิดสงครามในตัวมันเอง คุณสมบัติอันนี้ไม่เกิดสงครามในตัวมันเอง ศาสนาพุทธเกิดมายาวนานกว่าหลายศาสนาก็ไม่เกิดสงครามในศาสนาพุทธ เป็นความสงบของมนุษยชาติยิ่งใหญ่ต่อไป กว่าจะสิ้นสุดศาสนาพุทธ คนจะรับรู้ทั่วโลก แต่คนจะรับเอาไว้ได้ส่วนหนึ่ง พอถึงห้าพันปี เกิดกลียุคแล้ว
อาหญิงอัมพาว่า...มาอีกเรื่องหนึ่งเรื่องคุณจำลอง อาตมารู้จักคุณจำลองตามอจินไตยว่า คุณจำลองเกิดมาทำไม เกิดมาปางนี้มาบำเพ็ญทางศาสนา ไปตามลำดับ อาตมาจะบอกว่าเป็นโพธิสัตว์ตรงๆมันก็ยากจะขยายความ เป็นระดับใด เหตุปัจจัยมันกว้างมาก ในตัวคุณจำลองจึงยังไม่ชัดเหตุปัจจัยยังไม่ครบ ไประบุเลยว่าเหตุปัจจัยไม่เปลี่ยนแปลง มีเหตุปัจจัยไม่มากพอ อาตมารู้คุณจำลอง คุณจำลองเป็นโพธิสัตว์แต่คุณจำลองต้องชื่อจำลองไปก่อน หลายอย่างคุณจำลองมาบำเพ็ญในระดับรอง แต่ระดับรองนี้เหนือกว่าใครเลย ถ้าว่ากันแล้ว น่าจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีแต่สุดท้ายในชีวิตก็ได้เป็นรองนายกฯ อาตมาเห็นว่าทำงานการเมือง ก็เอา เพราะตกกระไดพลอยโจนไปแล้ว ตอนแรกก็ว่าจะทำการเมืองท้องถิ่น ในกทม.ก่อน Bankok is Thailand. Thailand is Bankok. เขาเป็นผู้ว่าฯสมัยหนึ่งแล้ว ต่อมาไปสมัครสส.อีก อาตมาก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร ก็ต้องไปตามด้วย คุณจำลองออกหน้าทำงานอโศก แต่อาตมาอยู่เบื้องหลัง เขาไม่รู้หรอกเขาก็ว่ามหาจำลอง ร้านมังสวิรัติของมหาจำลอง แม้แต่กองทัพธรรม ก็เป็นของจำลอง แต่ที่จริงอาตมาเป็นผู้ทำงานทางธรรมะ ทางด้านการเมืองคุณจำลองก็ทำไป แต่คุณจำลองต้องมาเป็นประธานมูลนิธิกองทัพธรรม มันซ้อนกันอยู่ในนี้ แต่ก็เพิ่มบารมีขึ้นเรื่อยๆมา จนมีเหตุปัจจัยสัมพันธ์กับในหลวง ตอนพฤษภาทมิฬหากไม่ได้ในหลวงก็จะเสียชีวิต แต่มันมีสิ่งที่จะรอดแล้วก็จะรอดได้ ไม่ใช่ปาฏิหาริย์แต่เพราะเหตุปัจจัยที่มีพลังงานได้สร้างมาแล้ว ต้องรอดก็ต้องรอด แต่พลังงานของพระโมคคัลลานะท่านไม่ตายก็ได้ ท่านเหนือชีวิต ไม่ตายก็ได้ แต่ที่สุดพลังงานท่านแบบนี้ก็ต้องยอมตาย เพราะว่ามันต้องตาย ถ้าไม่ตายไม่ใช่ท่าน ท่านก็จำนน เป็นเรื่องที่อธิบายได้ยาก ผู้นี้ต้องเป็นอย่างนี้ไม่ใช่เป็นคนเก่ง พพจ.ไม่ได้เก่งเลยที่ทำนายว่า ใครจะมาเป็นอัครสาวกท่าน แต่เพราะเหตุปัจจัยของเขาแต่ละคนทำได้ แล้วก็ต้องสอดคล้องของเขาเองก็ทำกับท่านแหละ ท่านไม่ได้เสกได้ ไม่ได้ทำนายได้ แต่เพราะเหตุปัจจัยพร้อม พลังงานรูปธรรมนามธรรมลงตัวก็เป็นอันนั้น เป็นตถตา มันต้องเป็นอันนั้นลงไป เป็นเองเลย ถ้ามันไม่เป็นอันนั้นก็ไม่ใช่ของจริง ไม่มีใครบันดาลมีฤทธิ์อะไร เหมือนคุณจำลองที่ตั้งพรรคมาแล้วก็ต้องช่วยกันไป มันไม่เสียหลาย ก็ได้ประโยชน์หลายคนก็มาทำงานกับอาตมา สักระยะก็ต้องไป มันก็ไม่เสียหลาย หลายคนไปได้ตลอดก็ไป หลายคนต้องไปรับวิบากก็ต้องไป เป็นอจินไตยที่อธิบายได้ยาก อาตมาเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 ก็อธิบายได้เท่านี้ ถ้าเป็นระดับ 8 ก็จะอธิบายได้ดีกว่านี้อีก แต่อาตมาอธิบายเต็มที่ การกระทำอาตมาก็ทำก่อนแน่นอน อาตมาพยายามอธิบายแม้แต่คำว่าโลกุตระ อาตมาขอบคุณท่านพุทธทาส ที่ท่านเอา โลกุตระมาเปิดเผย ท่านพุทธทาสเป็นโพธิสัตว์โสดาบัน ก็เอาโลกุตระมาพูด ก็ขอบคุณ ทำให้ประชาชนเข้าใจได้เพิ่มขึ้น อาตมาก็เอามาอธิบายต่อ
สื่อธรรมะพ่อครู(ศิลปะโลกุตระ) ตอนศิลปะโลกุตระมี 5 ระดับ แม้แต่ศิลปะโลกุตระ อาตมาก็อธิบาย แม้แต่ นวรัตน์ก็อุทานว่า ศิลปะโลกุตระมีด้วยหรือ ศิลปะมันมีห้าระดับตามอาตมาแบ่ง ลามก ราคะ สาระ ธรรมะ โลกุตระ ลามก อุจาด ก็พอเข้าใจกันได้ ราคะ ก็อุจาดพอสมควรแต่ไม่ถึงลามก เสพสุขทางทวาร 5 กามคุณ 5 ถ้าลดน้อยลงก็เข้าสู่ สาระ สาระที่ดีก็คือ ธรรมะ เป็นสาระที่ประเสริฐ เป็นโลกียธรรมก็เป็นคุณค่าเพื่อผู้อื่น เพื่อผู้อื่นแล้ว รู้ตัวตนลดตัวตนรู้วิธีและทำการลดกิเลสอย่างดี นั่นคือ โลกุตระ ศาสนาพุทธชัดเจนทำได้ อาตมาพาทำ ยืนยันได้ ที่นี่มีนิทรรศการศิลปะโลกุตระ ตั้งมาปีกว่าแล้วคนมาดูไม่เท่าไหร่ ถึงแม้เราลงทุนมากเหนื่อย แต่ได้ผลน้อย อาตมาก็ไม่ได้เสียใจน้อยใจหรือท้อถอย เป็นเรื่องยุคสมัย จะไปข่มเขาโคขืนให้กลืนหญ้า โคก็จะขวิดเอาได้
สื่อธรรมะพ่อครู(ปกิณกะ) ตอน บารมี 10 ทัศ บำเพ็ญไปเพื่อไปเป็นคนให้ สัจธรรมของความรักที่แท้จริงคือความรักที่เห็นแก่ผู้อื่น เป็นความรัก ที่ให้ไม่ใช่ความรักที่เอาใส่ตน บารมี 10 ทัศ บำเพ็ญไปก็เพื่อไปเป็นค นให้ ตัวแรกคือ ทาน คือการให้ ปฏิบัติเพื่อให้เกิดคุณสมบัติ การให้อย่างเดียว คุณจะพยายามเอากิเลสออก ก็เพื่อให้คุณเป็นคน ให้ที่บริสุทธิ์ที่สุด ไม่ใช่ให้อย่างบูมเมอแรง คือ โค้งมาหาตัว วิธีปฏิบัติก็คือ ศีล ศีล 5 8 10 ตามลำดับ ก็ตัดกรอบเป็นปริเฉททีละบริบท ผู้ที่สามารถรักษาศีลให้ชำระกิเลสออกจากจิต จากตัวตนได้ คือผล รักษาศีลก็เพื่อให้ เนกขัมมะ ก็เพื่อให้ ปัญญา ก็เพื่อให้ ทำเพื่อให้ ปัญญาต้องรู้ วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐานต้องพากเพียรทำต่อ ให้จิตนี้ให้ให้ได้ จนมันจริง ให้อย่างไม่มีแฝงพราง ตรวจสอบ สัจจะจริง เลย แล้วตั้งอีก ตั้งอธิษฐานเพื่อทำการให้ ให้ได้อีก มีพลังงานหนุนให้เกิดการให้สูงขึ้นอีก เป็นเนกขัมมะที่บริบูรณ์ มีปัญญาที่บริบูรณ์ เมื่อสมบูรณ์ ศีล เนกขัมมะ ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน ก็มาเป็นผู้ให้สูงสุด เป็นผู้ให้ ด้วยเมตตาและอุเบกขา ทำงานด้วยเมตตา ทำการให้ แล้วมีฐานพักคืออุเบกขา ผู้จบแล้วมี 3 อย่างคือทำงาน ด้วยการให้ ด้วยเมตตา และ อุเบกขา ...จบ
อ่านต่อ ดาวโหลดเอกสารที่... https://drive.google.com/open?id=19y_8pw90pFdjJKPzt9ohj7-alWIVH2BPSBSRw4V786I
ดาวโหลดเสียงที่... https://drive.google.com/open?id=0BwwToHwm35EfUzJzeGlSc3Azd2M