210211-173 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน173-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ012.txt
เนื้อหาในไฟล์
เสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์พุทธศักราช 2521 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกวันนี้เราก็มาทำวัดกันต่ออีกเมื่อวานนี้ถึงว่าพระเจ้าปเสนทิโกศลได้ทรงสรรเสริญพระสัมมาสัมพุทธเจ้านอกจากจะทรงมีคณะสงฆ์ที่ประพฤติพรหมจรรย์ตลอดชีวิตคือสงฆ์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปฏิบัติเป็นไปโดยอย่างเดิมจนตลอดชีวิตจนส่วนใหญ่เลยและเศรษฐกิจแตกที่อื่นปฏิบัติธรรมะหรือ 12 มาบวชแล้ว 10 ปีบ้าง 20 ปีบ้าง 30 ปีบ้าง 40 ปีบ้างแล้วก็เวรกลับไปสู่การประคบประหงมไปสู่การยังมีกามคุณ 5 เพียบพร้อมให้เขาบรรลืออยู่ต่อมาทรงมีคณะสงฆ์ที่พร้อมเพรียงไม่ยินดีในความพร้อมเพียงไม่เห็นในความบาปหมายความว่าอะไรกันเป็นผู้ที่ไม่ได้ว่าการเข้ากันได้สนิทกันน้ำเชื้อด้วยน้ำนมสดมันเข้ากันดีทีเดียวไม่ดูขัดขืนมองดูกันก็ด้วยสายตาอันน่ารักขึ้นไปจริงอันนี้เป็นหมู่กลุ่ม หมู่สงฆ์หมู่กลุ่มเป็นหมู่ 2 ที่เป็นคณะที่มีคุณธรรมพวกเราควรจะได้ฟังกันให้ดีแล้วก็สำเนียกตระหนักให้ดีเป็นคุณธรรมของหมู่ที่เราต้องการมากแต่มันก็มีที่จริงมันก็มีแต่เราเข้าใจความสำคัญให้ชัดเพราะว่ามันถึงหมดพอถึงจุดที่เราควรจะได้รู้ได้เข้าใจกันแล้วเราก็ควรจะได้รู้ความสำคัญในตอนที่สำคัญสำหรับเรื่องของการที่จะมีหมู่สงฆ์คือมีตัวอย่างพวกเราเนี่ยหรือว่าแต่สมัยพระพุทธเจ้าก็ตามที่บวชไปตลอดชีวิตไม่เปลี่ยนแปลงมันเป็นความยั่งยืนหรือความเป็นจริงเหตุ ยืนยันแท้ไม่สับไปเปลี่ยนมาวกไปเวียนมาเป็นการยืนยันถึงผลอันที่ 1 อันที่ 2 พร้อมเพรียงแม้แต่ไม่ค่อยเท่ากันบอกแล้วว่ายังมีอะไรต่ออะไรแม้แต่พราหมณ์ก็ยังวิวาทกับพราหมณ์ก็ดีวิวาทกับคหบดีมารดาอย่างที่ราชบุตรมีส่วนที่เหมือนกันและไม่เหมือนกันเหมือนขั้นตอนแต่สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้ว่ากันวิวาทะเจือปนกันได้เบิกบานต่อกันพร้อมเพรียงกันมองดูกันด้วยสายตาอันน่ารักแ
อ่านต่อ
ละท่านก็บอกว่าท่านไม่เห็นในหมู่ของบริษัทอื่นจะเป็นไปอย่างนี้แต่ในบริษัทของ สมณโคดมนี่พระเจ้าปเสนทิโกศล ไปด้วยความผ่องใสความเบิกบานความชุ่มชื่นอยู่ไม่ใช่ห่อเหี่ยวหดแล้วก็ไม่ใช่ว่าเริงร่าซ่าเหมือนอย่างชาวโลกไม่ใช่แปลว่าเป็นสภาพที่เห็นว่าเบิกบานจะใช้ดูแล้วมันต้องมีความรู้ในคนเนี่ยดูว่ามันเบิกบานแจ่มใสดีผ่องแผ้วประมาณถ้าผู้ใดนี่เคยพูดมาแล้วถ้าผู้ใดรู้ตัวเองว่าตัวเราเองมีบารมีจนกระทั่งมาถึงหน้าตาเนื้อตัวอะไรของเราเนี่ยเราแก้ได้ส่วนใดเราก็ควรแก้อย่างหน้าตาบางคนอาจจะ ตาเนี่ยมันดุเราก็จะต้องเข้าใจว่าเออตาไม่ดุเป็นยังไงมันมีมาได้ตามันดุเราก็ต้องพยายามแก้ไขตาไม่ดุจะทำแววตายไงจะทำเส้นตายไงปากนี่มันเหมือนกับปากมันดูมันมองมันหูมันเคร่งอะไรอยู่เนี่ยมันมีเราดูเองของเรามันเสียเลยแก้ไขไงเคยยกตัวอย่างท่านเขมะหรือว่าสุรสิทธิ์หรือเปล่ามิเตอร์ Mac ถั่วอะไรเคยยกตัวอย่างผู้ที่มีเส้นเยอะเหมือนกับอมยิ้มอยู่ปกติธรรมดามันก็อมยิ้มมันเป็นที่ตัวเองมันมีมาในเส้นในสายอย่างนั้นเขาเรียกว่ามีหน้าได้กำไรไม่ต้องทำมันเป็นอยู่แล้วในตัวมันแบบปกติ คนนี้มันขาดทุนในตัวไม่ได้กำไรในตัวมันเป็นหน้าตาเส้นสายอะไรมันไม่น่าดูบางทีก็ดุๆเลยด้วยซ้ำไปนอกจากกดหูหรือว่าเหี่ยวๆแล้วเราก็ต้องทำให้มันเบิกขึ้นให้มันบานขึ้นบ้างทีนี้มันจะพอดีเนี่ยสำคัญสำคัญตรงความพอดีเนี่ยถ้าทำมากไปเขาเรียกว่าดัดจริตภาษาโลโก้ภาษาไทยเราเนี่ยเรียกว่าดัดจริตที่จริงเราดัดจริตกันนะเจริญหรือว่าสิ่งเดิมมันเป็นวันเดิมเนี่ยเรามาพยายามปรับปรุงนี่คือการพัฒนาตนเองในโลกคนที่มาพยายามดัดจริตตัวเองจากทุจริตให้เป็นสุจริต สิ่งใดที่ทุจริตคือสิ่งนั้นที่มันไม่ดีมันเป็นจริตมันเป็นนิสัยมันเป็นวาสนามันเป็นบารมีมันเป็นอะไรก็แล้วแต่ของเราเนี่ยมันไม่ดีเราก็มาแก้ไขปรับปรุงตั้งแต่กิริยากายว่าจีนมโนกิริยาต่างๆจนกระทั่งรูปที่พอจะทำได้ที่พวกนี้สำหรับรูปที่พอจะทำได้ดังนั้นทำหน้าตาให้มันเบิกบานบ้างสิอะไรเนี่ยเราเคยพูดกันเราเคยได้ยินกันทำหน้าตาให้มันเบิกบานบ้างสิเราก็รู้ว่าเราจะทำยังไงให้หน้าตาเบิกบานแทนที่เราคนที่กำลังเศร้าๆหมองๆแล้วกำลังโกรธกำลังเคืองกำลังอะไรอยู่เนี่ยเราจะมักจะบอกที่มักจะบอกกันทำหน้าตาให้มันเบิกบานบ้างสิซึ่งเราก็รู้ว่าเราจะทำยังไงพอทำได้ทำ หน้าตาเป็นเบิกบานให้มันยิ้มนายหน้าให้มันผ่องใสเราก็เข้าใจเราก็ทำให้มันดีให้มันปรับขึ้นมาในส่วนที่มันควรทีนี้การปรับนี่แหละในระหว่างที่ปรับยังไม่ลงตัวมันปรับแล้วมันยังมากเกินไปแต่ส่วนใหญ่มันเป็นเชิงมากเกินไปเพราะมากเกินไปแล้วก็มีการติงเตือนก็บอกแล้วดับมากไปและการดัดดัดดัดดัดได้ส่วนที่มันเสียมันเสื่อมมันไม่ดีมันไม่พอดีหนักมากไปแล้วการดัดจริตจากทุจริตมาเป็นสุจริตมากไปอย่างนี้แหละโดยมาเป็นภาษาที่เป็นคำแสดงของในไทยๆเราที่จริงมันเป็นคำดีคำตรงมากล่าวมันมากไปก็เลยกัน ดัดจริตไปแล้วแค่นี้มันก็รู้กันแล้วว่าเตือนมันมากไปแล้วนะมันมากไปมันไม่ลงตัวแต่แท้จริงมันเป็นของดีคำดัดก็ดีเป็นคำตรงเราดัดเราไม่ได้ทำอื่นหรอกเราดัดจริตเดิมตั้งแต่ทางด้านจิตใจจริตของจิตมโนจิตมาจนตายวจีก็ดับหมดแหละให้มันจับทุจริตกายทุจริตวจีทุจริตมโนทุจริตให้เป็นกายสุจริตวจีสุจริตมโนสุจริตนั่นเองเออแล้วเราก็พยายามจะทำจริงๆเพราะการที่จะรู้ว่ามันมากไปสำคัญพม่าไปแล้วมันก็แทนที่มันจะดูดีมันกลายเป็นดูก็เขินดูไม่เข้ารูปเข้าร่างอันนี้ก็สำคัญ ต้องดูให้ผมเอาผสมน้อยไปมันก็ดับน้อยไปมันก็เรียกว่ามันไม่มากหรอกมันก็เลยไม่ได้ดัดน้อยไปบางทีก็ไม่ถึงด้วยซ้ำไปก็เรียกว่าไม่ได้ดัดแต่ถ้าดับมากไปนี่แหละเขาเรียกว่าดัดจริตต้องระวังให้นิดหน่อยคนที่ตัดยังไม่พอคนก็อยากทำทำเพิ่มขึ้นให้มันถึงให้มันพอดีพอบอกมาทรงมีสังกะบริษัทที่เงียบเสียงดังนี้ข้ออื่นยังมีอีกพระองค์ผู้เจริญหม่อมฉันเป็นกษัตริย์ได้มารู้สถานที่พิเศษแล้วมีอำนาจพอเพื่อให้ข้าคนควรฆ่าเด็กคนควรรีบขับคนขับก็จริง วินิจฉัยคดีชนทั้งหลายอย่างอึกทึกกลบเสียงหม่อมฉันเสียเป็นระยะๆผมฉันจะห้ามว่าท่านผู้เจริญทั้งหลายพวกท่านอยากจบเสียงของเราพูดนั่งวินิจฉัยคดีให้ตกไปโดยระยะๆเลยจงรอให้จบถ้อยคำของเราเสียก่อนดังนี้ก็ไม่ไหวเขาเหล่านั้นยังคงอึดกลบเสียงหม่อมฉันเสียโดยค้างคาวส่วนภิกษุในศาสนานี้หม่อมฉันเห็นไม่มีเสียงจามหรือเสียงไอเลยในเมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าแสดงธรรมแก่บริษัทผู้นั่งฟังเป็นจำนวนหลายร้อยที่ล่วงมาแล้วแต่หลังเมื่อพระผู้มีพระภาคแสดงธรรมแก่บริษัท จำนวนหลายร้อยถ้าสาวกคนหนึ่งคนใดในที่นั้นไอขึ้นเพื่อนสหประชาชาติจัดกระทบเขาด้วยเขาเพื่อให้รู้สึกว่าท่านจงมีเสียงน้อยท่านอยากจะทำเสียงพระผู้มีพระภาคศาสดาของพวกเรากำลังแสดงธรรมดังนี้หม่อมฉันมีความเห็นว่าอัศจรรย์จริงๆไม่เคยมีจริงๆบริษัทมีระเบียบเรียบร้อยอย่างนี้โดยไม่ต้องใช้อาจยาหรือศาสตราเลยพระองค์ผู้เจริญหม่อมฉันไม่เห็นบริษัทอื่นที่เรียบร้อยดีอย่างนี้นอกจากบริษัทนี้ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญแม้นี้ก็เป็นข้อสังเกตใน มีประภาสก็จริงๆชัดๆในการมีเสียงน้อยมีเสียงบริษัทที่เงียบเสียงก็ชัดเป็นผู้ที่อยู่รู้ความสงบความสำรวมความสังวรที่พวกเราเนี่ยได้ปฏิบัติและประพฤติมาจนถึงขั้นนี้จะเข้าใจจะมีสภาวะแล้วก็มีอะไรต่ออะไรซึ่งเราเองเราจะได้รับรู้สึกแม้ว่าพวกเราจะทำไม่ได้ถึงขั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ท่านเป็นที่ได้เราได้ยินได้ฟังมาเนี่ยไม่มีแม้กระทั่งเสียไอเสียจากคำว่าเสียงใครเสียงดังเป็นคำที่สงขลา อย่างสำคัญมากตามธรรมดาคนเรามันจะจามมันจะไอแล้วมันเป็นการห้ามไม่ได้มันสุดเลยอย่าว่าแต่แค่อยากพูดแล้วห้ามได้เลยถ้าอยากพูดแล้วหยุดพูดให้มันห้ามได้ด้วยซ้ำไปแต่อาจจะอายจะจามล่ะคุณเอ้ยห้ามยากที่สุดเป็นเรื่องลึกเข้าไปอีกให้เราระลึกให้เราหมายให้เราเห็นขนาดถึงจามที่จะออกมานี่ยังเป็นผู้ที่คอยระมัดระวังไม่มีไปทีเดียวซึ่งถ้าถึงจิตแล้วไอจามอะไรพวกนี้ก็ลดลงได้มันจะไอมันจะจำรถได้เหมือนกันมันถึงไหนแสดงว่ามีอำนาจเหนือรัฐบาลพระพุทธเจ้านี่มีอำนาจเหนือขณะที่ ประชุมอยู่ขนาดเป็นร้อยเป็นร้อยๆนั่งฟังธรรมยังสงบเงียบเสียงจากใจจะจามอะไรยังไม่มีนายเป็นของประหลาดมหัศจรรย์เหนือเห็นแต่ในบริษัทนี้ถ้าเกิดว่าใครจะมีเสียงไอเสียงตามอะไรขึ้นมาแล้วก็จะภิกษุหรือเพื่อนสหพันธรัฐชาลีด้วยกันก็จะกระทบเขาด้วยเขาว่าเขาจะเตือนกันเห็นว่าระวังหัดจงมีเสียงน้อยท่านอยากจะทำเสียงพระผู้มีพระภาคศาสดาของเรากำลังแสดงธรรมคือให้ความเกรงใจและในขณะที่ยาฟังทำเป็นความเคารพธรรมอย่างมากสงบสงบมาก ซึ่งพวกเราแม้ว่าจะไม่ถึงขั้นนั้นก็พอมีแต่ขอให้สำเร็จให้ระลึกถึงทิศทางทิศทางที่ว่าควรจะไปถึงแค่ไหนถ้าได้ยินเราทำได้อย่างลงร่องลงช่องลงตัวเป็นสภาพที่ถูกแล้วดีแล้วคุณเข้าใจให้ได้เราจะไปความเจริญเป็นเรื่องมหัศจรรย์ซึ่งมุมแง่อย่างนี้แหละที่เราได้ผมได้ศึกษาแล้วจะรู้ว่าเป็นทางที่มันมีได้เป็นได้หรือไม่และบางทีแล้วมันรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ยากบางครั้งบางคราวบางเรื่องเป็นเรื่องที่ยากแต่เรื่องนี้เชื่อว่าคงไม่ใช่ยากเย็นอะไรมากมาย ทรงชนะคนมุ่งร้ายที่เข้าเฝ้าข้ออื่นยังมีอีกพระองค์ผู้เจริญหม่อมฉันเห็นขัตติยพันธกรณีคฤหบดีบัณฑิตสมรรถนะบัณฑิตบางคนในโลกนี้มีปัญญาเฉียบแหลมชำนาญการโต้วาทะเชี่ยวชาญหยุดนายขมังธนูผู้สามารถยิงถูกขนทรายดูเหมือนเที่ยวทำลายความเห็นของผู้อื่นด้วยปัญญาของตนเท่านั้นบัณฑิตเหล่านั้นได้ยินข่าวว่าพระสมณโคดมจากเสด็จแวะบ้านหรือ ชื่อโน้นก็ตระเตรียมปัญหาและอวดอ้างว่าเราจะเข้าไปถามปัญหานี้กับพระสมณโคดมถ้าเธอถูกถามแล้วพยากรณ์อย่างนี้พวกเราจะหักร้างวาทะของพวกเธอด้วยวาทะอย่างนี้อย่างนี้แม้ถ้าเธอถูกถามแล้วพยากรณ์อย่างนั้นอย่างนั้นพวกเราก็จะหักล้างวาทะของเธอได้ด้วยวาทะอย่างนั้นอย่างนั้นดังนี้ครั้นแล้วเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าจริงๆถ้าผู้มีพระภาคย้อมชี้แจงให้เห็นชอบให้ตรงใจให้อาจหาญให้ร่าเริงได้ทำมีคาถาท่านบัณฑิตเหล่านั้น เลยไม่ถามปัญหาไหนจะได้ข่มขี่วาทะเล่าจะพากันเข้าเป็นสาวกของพระผู้มีพระภาคโดยแท้และขอโอกาสเพื่อบรรพชาจากเดือนไม่หวังประโยชน์เกื้อกูลด้วยเรือนพระผู้มีพระภาคก็บรรพชาให้บัณฑิตเหล่านั้นเป็นบรรพชิตแล้วหลีกออกจากหมู่ไม่ประมาทมีเพียรมีตนส่งไปแล้วในสมาธิก็ทำให้แจ้งได้ด้วยปัญญาอันยิ่งเองซึ่งเป็นที่สุดแห่งพรหมจรรย์อันไม่มีอะไรยิ่งไปกว่าอันเป็นที่ปรารถนาของเหล่ากุลบุตรผู้ออกบวชจากเรือนไม่หวังประโยชน์เกื้อกูลแก่เรือนได้ในภพ ตนทำเห็นนี้ถึงเข้าถึงแล้วแลอยู่ถ้าเรานั้นกล่าวอย่างนี้ว่าพวกเราไม่ขยี้หัวใจเราอีกต่อไปแล้วจริงอยู่เมื่อก่อนเราไม่เป็นสมณะก็ปฏิญาณตนว่าเป็นสมณะเป็นพราหมณ์ก็ปฏิญาณตนว่าเป็นพราหมณ์ไม่เป็นพระอรหันต์ก็ปฏิญาณตนว่าเป็นพระอรหันต์แต่บัดนี้แล้วเราเป็นสมรรถนะเราเป็นพราหมณ์เราเป็นพระอรหันต์โดยแท้ดังนี้พระองค์ผู้เจริญแม้นี้ก็เป็นข้อสังเกตของหม่อมชั้นในพระผู้มีพระภาคปราณีแสดงถึง แม้แต่ในบริษัทต่างๆครับที่แยกบริษัทพราหมณ์มานะบริษัทคหบดีบริษัทสมณะบริษัทหรือเอาผู้ที่เก่งเรียกว่าขัตติยะบัณฑิตพราหมณะบัณฑิตคหบดีบัณฑิตสมรรถนะบัณฑิตให้ท่านแบ่งหมู่คนในสังคมออกเป็น 4 เท่านั้นเองว่าคนใดสังคมไม่ใช่ว่าแบ่งชั้นวรรณะจัดอยู่ว่าพวกนี้เป็นข้าราชการพวกนึงเป็นพวกพระเป็นพวกพระรับราชการพระเรียกว่าพราหมณ์นั้นบริษัททีนี้ก็ว่าไปถึงผู้ที่เป็นบัณฑิตเป็นผู้ที่ฉลาดและเป็นผู้ชั้นที่ ปกครองหรือว่าเป็นผู้ที่อยู่ในระดับอยู่ในระดับบัณฑิตอยู่ในระดับผู้ที่ชาญฉลาดและก็คณะบดีบัณฑิตหรือคณบดีบริษัทก็หมายความว่าคนทั่วไปทำมาค้าขายหากินทำอะไรต่ออะไรอยู่ทั่วๆไปนั่น 1 สมณะบัณฑิตก็หมายความว่าผู้ไฟทำพวกพยายามที่จะศึกษาเรื่องของความเป็นสมณะเป็นการเป็นผู้ที่รู้จักธรรมะละกิเลสอะไรออกมาอยู่ในหมู่กลุ่มทั่วๆไปเนี่ยเป็นคนทั่วๆไปอย่างนี้อันแรกขัตติยะกับพราหมณ์ถือว่าเป็นผู้รับราชการถือว่าเป็นผู้ที่เป็นประโยชน์ เฉลี่ยทั่วไปเลยคนทั่วๆไปผู้ใดที่มีความเป็นคหกรรมหมายคหบดีเขาเป็นคนที่มีฐานะหากินทำมาหากินมีหลักมีฐานอะไรสมณะก็หมายความว่าผู้ที่มีธรรมะมีคุณธรรมเห็นได้ชัดเจนเป็นผู้มีคุณธรรมพอสมควรในคนทั่วๆไปอะไรที่นี้ก็บอกว่าบางคนในโลกนี้ไม่ว่าใครก็ตามที่เฉียบแหลมชำนาญการโต้วาทะเชี่ยวชาญพยายามที่จะไปเที่ยวในทำลายความเห็นของผู้อื่นด้วยปัญญาของตนเอาบัณฑิตเหล่านั้นได้ยินข่าวต่างคนต่างเก่งเท่านั้นแหละทั้ง 4 บริษัทมีใครเขาก็เป็นผู้ที่จะทำลายความเห็นของผู้อื่นเป็นผู้ที่ เชี่ยวชาญในการโต้วาทีอะไรเยอะแยะอันนี้พยายามระวังนะพวกเราพยายามระวังเราในฐานะอย่างนี้ใครๆก็ว่าเราเป็นพวกที่พราหมณะอยู่ในภาวะณบริษัทเธอมีประกาศปฏิญญาว่าเราเองเราเป็นผู้ที่อยู่ในฐานะนักบวชอย่างนี้แล้วเราเองเราก็จะไปเที่ยวเป็นคนเป็นเครดิตและชำนาญด้วยนะพวกเราในชำนาญการโต้วาทีนะนี่มันใกล้นะใกล้ตัวใกล้ๆทนมากเราพวกเราชำนาญการโต้วาทะมีปัญญาเฉียบแหลมปัญญาก็ดีขึ้นเชี่ยวชาญฝึกฝนน่ะเราฝึกฝนแล้วก็เชี่ยวชาญคุณนายกำลังธนูทีเดียว เหมือนเที่ยวทำลายความเห็นของผู้อื่นด้วยปัญญาของตนเท่านั้นระวังจะไปดูเหมือนเป็นผู้ที่ยังมีบัณฑิตเหล่านั้นได้ยินข่าวว่าพระสมณโคดมจะเสด็จแวะบ้านหรือนิคมชื่อโน้นก็ตระเตรียมปัญหาแล้วก็อวดเอาเราจะเข้าไปถามปัญหานี้กับพระสมณโคดมไปอย่างนี้ถูกถามอย่างนี้เราก็จะหนักกว่านี้อะไรอย่างงี้ถ้าถูกถามอย่างนั้นอย่างนั้นก็จะหนักอย่างนั้นอย่างนั้นอย่างนั้นเลยอย่างนี้แหละฉันก็เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าจริงๆแล้วพระผู้มีพระภาคย่อมชี้แจงให้เห็นชอบให้ตรงใจให้อ่านหาในร่าเริงในถังมีปัญหาถ้าไม่ได้เหล่านั้นเลยไม่ถามปัญหาผมเข้าไปตั้งค่าไว้ให้ดีจะไปพอไปถึงพระพุทธเจ้าแล้วพระ แสดงธรรมอะไรก็ได้เงียบบัณฑิตเหล่านั้นเลยไม่ถามปัญหาไหนจะได้ข่มขี่วาทะเล่าย่อมพากันเข้าไปเข้าเป็นสาวกของพระผู้มีพระผู้มีพระภาคโดยแท้พอเข้าไปหาพระพุทธเจ้าแล้วไม่ได้โต้ว่าเงียบอยู่ข้างนอกแล้วแหมคุยดีเลยถ้าเข้าไปแล้วจะถามอย่างนี้ทำให้เจ็บจนได้โม้ใหญ่เลยถ้าถามอย่างนี้ถ้าพูดอย่างนี้จะถามอย่างนี้ถ้าพูดอย่างนี้จะถามอย่างนี้ยายอะไรข้างนอกคุยกันอย่างนี้พอเข้าไปถึงขาพระพุทธเจ้าไม่ได้ถกปัญหาอะไรไม่ได้ถามไอ้ปัญหาที่คุยโม้คุยแหลกอะไรไว้ไม่ได้พูดขึ้นนะ มันกลายเป็นเพลงเพลงไอ้ตอนรักต่อลับหลังแล้วก็คุยเครื่องดีนอกเวทีเพราะมันใกล้พอมาเจอมาสัมผัสพระพุทธเจ้าเข้ามันหายไปหมดไอ้ที่คุยมั่วไว้ไม่เห็นมีไอ้อย่างนี้มันเป็นจริงนะมันมีชีวิตไม่ต้องไปเอาถึงพระพุทธเจ้าแค่ผมเนี่ยมีคนอย่างนี้พวกคุณหลายๆคนคงจะรู้จะเห็นกันพอต่อลับหลังตรงโน้นตรงนี้โอ้ยสมองแข็งเลยอะไรต่ออะไรต่างๆนานากว่าจะต้องมีโต้แย้งมีจำนวนนี้พอเข้ามาจริงๆไม่ต้องไปพบท่านพระพุทธเจ้าแค่ขั้นผมนี่ก็ไม่เห็นจะมาโทษ อะไรมากมายไม่ค่อยกล้าต้องคุยกันไปด้วยนี่ไม่ๆๆไม่ต้องพูดนี่ก็มีอยู่มันเป็นจริงมันเป็นจริงท่านใดที่ท่านเรียกว่าทรงชนะคนมุ่งร้ายที่เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าหมายเอาชุดนี้คือมีอำนาจในตัวหรือว่าชนะมีอำนาจชนะอยู่ในตัวพอสมควรมีฤทธิ์ปูยังไม่ทันทำอะไรมากก็ได้หรือว่าทำอะไรขึ้นไปอีกผู้ที่จะเก่งขนาดไหนขนาดไหนมาเอาเข้าจริงก็ตราบได้เนี่ยอธิบายประยุทธ์ตั้งถึงสุดท้ายก็มาออกเป็นบวช ออกมาบวชออกมาขอบวชจากพระพุทธเจ้าไปเลยด้วยซ้ำไปนี่ไปถึงขั้นนั้นพระพุทธเจ้านั้นมีฤทธิ์ถึงขนาดปานนั้นผู้ที่ตั้งใจจะมารบรู้จะมาโต้แย้งเสร็จแล้วก็มาเป็นผู้บวชอยู่ในนั้นด้วยเสร็จแล้วสุดท้ายก็ไม่ยอมรับท่านเหล่านั้นกล่าวอย่างนี้ว่าพวกเราไม่ขยี้หัวใจเราอีกต่อไปแล้วกล่าวอย่างนี้เลยว่าถ้าเรานั้นกล่าวอย่างนี้ว่าพวกเราไม่ขยี้หัวใจเราอีกต่อไปแล้วจริงอยู่เมื่อก่อนเราไม่เป็นสมณะก็ปฏิญาณตนว่าเป็นสมณะเมื่อเวลาบรรลุแล้วเมื่อเวลาเห็นจริงแล้วก็สำนึกตนอย่าง ว่าตัวเองเนี่ยมันโง่ๆไม่ขยี้หัวใจแหมปลายแปลมาจากสำนวนอะไรไม่รู้นะแต่พุทธทาสแพ้พวกเราไม่ขยี้หัวใจเราอีกต่อไปแล้วติดต่อมาให้คุณสมพงษ์เขาเขาเขียนหมดไอ้นั่นมาเหมือนที่นี่หมดขยี้หัวใจให้เป็นผงให้เป็นแผลหมดไอ้นี่เหมือนขยี้หัวใจมาจากบาลีอะไรลงสุดๆดูหน่อยก็ดีทำให้เป็นสมณะก็ปฏิญาณตนว่าเป็นสมณะไม่เป็นพราหมณ์ก็ปฏิญาณตนว่าเป็นพราหมณ์ไม่เป็นพระอรหันต์ก็ปฏิญาณตนว่าเป็นพระอรหันต์ในตอนก่อนนี้เป็นอย่างนั้นจริงๆแต่บัดนี้เล่า เอาเป็นสมณะเราเป็นพราหมณ์เราเป็นพระอรหันต์โดยแท้ดังนี้ซึ่งจะมีพวกที่เป็นอย่างนี้จริงๆยืนยันแล้วก็ยอมรับสารภาพในหมู่ดาวที่มีพระต่างๆที่มาอยู่กับหมู่เราแต่ก่อนนี้ก็อยู่กับโลกเขาก็อย่างนั้นอย่างนั้นแหละมันไม่ได้เป็นอะไรหรอกมันไม่ได้เดี๋ยวนี้เป็นแล้วนะไม่มีน้อยก็ยังหลงได้ง่ายๆแต่ไม่ใช่หลงหรอกมันมีมานะมันมีความชื้นคือดีพระบางรูปอยู่ในหมู่เรามีเราไม่ได้เป็นอาหารแล้วก็ว่าเราเป็นอาหารบัดนี้ท่านเป็นจริงแล้วท่านก็กล่าวก็เปิดเผยได้ไม่มีของก็เขินอะไรสมควรจะกล่าวสมควรจะเปิดเผยก็เปิดเผยถ้าเรารู้ความ ยินดีจริงแล้วไม่มีปัญหาอะไรก็ตอบมาจงชนะน้ำใจคนโดยทางธรรมข้ออื่นยังมีอีกพระองค์ผู้เจริญมีช่างไม้ 2 คนชื่ออิสทันตะและบูรณะทั้งสองนายนี้กินข้าวของหม่อมฉันใช้ยวดยานพาหนะของหม่อมฉันบอกฉันได้เบี้ยเลี้ยงให้เบี้ยเลี้ยงชีพให้ยศศักดิ์แก่เขาแต่เขาจะมีความเคารพในหม่อมฉันเท่าที่มีในพระผู้มีพระภาคก็หาไม่เอาเรื่องที่ล่วงมาแล้วคือมันชั้นยกเสนาออกไปกำจัดข้าเมื่อจะทดลองช่างไม้ วันนี้จึงเข้าไปพักในที่คับแคบแห่งหนึ่งเขาทั้งสองคนฆ่าเวลาด้วยการสนทนาธรรมเกือบค่อนรุ่งแล้วนอนหันศีรษะไปทางทิศที่เขาได้ยินข่าวว่าพระผู้มีพระภาคประทับอยู่เหยียดเท้ามาทางหม่อมชั้นพระองค์ผู้เจริญหม่อมฉันมีความรู้สึกว่าอัศจรรย์จริงไม่เคยมีเลยช่างไม้ 2 คนนี้กินข้าวของเราใช้ยานพาหนะของเราเราให้เบี้ยเลี้ยงชีพและยศศักดิ์แจกเขาแต่เขาหามีความเคารพในเราเท่าที่เขามีในพระผู้มีไฟฟ้าเก่าใหม่ฉันลอยคนทั้งสองนี้จะรู้ถึงคุณทวีศักดิ์โอลาในศาสนาของพระผู้มีพระภาคเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นเป็นแน่แท้ แม่นี้ก็เป็นข้อสังเกตของหม่อมฉันในพระผู้มีพระภาคอันนี้มันเป็นเรื่องที่ท่านสังเกตสังกาจริงๆนะพระเจ้าปเสนทิโกศลเนี่ยแล้วมันก็น่าขำๆนะมันจริงๆคนในโลกนี้เป็นอย่างนั้นน่ะเป็นอย่างนั้นแต่นี่มันยิ่งกว่านั้นตรงที่ว่า 2 คนนี้เนี่ยเอาจริงไงปัญหาสามารถเป็นนักธรรมเนี่ยเรียกว่าเป็นสมณะบริษัทหรือสมณะบัณฑิตเป็นสมณะบริษัทที่จริงน่ะเป็นเป็นพวกขัตติยะบริษัทมันเป็นอำมาตย์พระพุทธเจ้าแผ่นดินนะเอ้านี่ไม่ใช่อำมาตย์เป็นช่างไม้แค่นั้นเองนะไม่ใช่ช่างมาก่อนก็ไม่ใช่บริหารถ้าเป็นบริหารเร็วขัตติยะบริษัทเป็นช่างไม้ สถานที่เป็นช่างไม้นี่แหละไม่น่าจะถือดีนะไม่น่าจะมีอะไรก็เขาให้เข้าเหมือนกันคล้ายๆกับสัตว์หมาเนี่ยเจ้าของให้ขาดทุนหรอกพี่เขาเคารพนับถือเลยติดกับคนนี้ทีเดียวยอม 16 เลยอยากสัตว์นี่ยังมาคนที่เลี้ยงมานี่มันยอมรับนับถือให้เกียรติจะทำยังไงมันก็เฉยมันไม่เคารพดีนอบน้อมทุกอย่างแต่นี่ไม่ได้ก็เหมือนกันช่างไม้ 2 คนนี้กินข้าวใช้ยานพาหนะใช้อะไรของพระเจ้าปเสนทิโกศลให้เบี้ยเลี้ยงชีพให้ยศให้ศักดิ์สิทธิ์เขาแต่เขาจะมีใจ ความเคารพในหม่อมฉันเท่าที่มีพระผู้มีพระภาคเจ้าก็หาใหม่ไม่ได้เป็นที่ใดได้อะไรของพระผู้มีพระภาคเจ้ามาไม่ได้กินข้าวของผู้มีพระภาคเจ้าไม่ได้ย้ายไปใช้ยานไม่ได้เบี้ยเลี้ยงชีพบริจาคผมพระผู้มีพระภาคด้วยซ้ำแต่เปล่าแม้เวลาที่เขาอยู่ด้วยกันเมื่อเวลาที่เขาไม่ต่อหน้าไม่มีงานการอันตรงเขามีเวลาเขากลับไม่ได้ใส่ใจเรื่องงานการของพระเจ้าตากสินไปใส่ใจในงานการที่จะเป็นงานการทำเป็นงานการทางธรรมไปที่พบปัญหาธรรมะกันอะไรต่ออะไรกันไปเสร็จแล้วมีหนามซ่อมเวลาจะนอนนะ เวลาจะนอนแถมหันศีรษะไปทางด้านพระภูมิภาคเจ้าอยู่แยกเท้ามาทางบ่อมชั้นละเอียดละออเหลือเกินกินข้าวของเรานะใช้ยานพาหนะของเรานะได้เบี้ยต่อไส้เบียร์เลี้ยงอะไรจากเรานะยังนับถือพระผู้มีพระภาคออกปานเช่นว่าให้อะไรเพราะงั้นฝันดีก็ต้องรู้ข้าว่านี่มันเป็นของสูงหาค่าบอกไม่ได้ไม่มีเป็นรูปประธรรมไม่มีวัตถุธรรมแต่ว่าเขาก็ต้องได้จากเพราะผู้มีพระภาคแน่นอนอยู่ในมุมเหลี่ยมดูตื้นแต่ว่าดูลึกดูตื้นๆแต่ว่าลึกซึ้ง บันทึกจิตมันยอมรับนับถือมันเข้าใจเชิดชูแล้วได้อะไรโลกไม่รู้โลกไม่เห็นง่ายๆแต่ที่เขารักเธอจนป่านนี้อันนี้ก็เป็นข้อหนึ่งอีกข้อหนึ่งทรงเสมอกับพระเจ้าโกศลโดยไวอีกข้อหนึ่งพระองค์ผู้เจริญพระผู้มีพระภาคก็เป็นกษัตริย์หม่อมฉันก็เป็นกษัตริย์พระผู้มีพระภาคเป็นชาวโกศลหม่อมฉันก็เป็นชาวโกศลพระผู้มีพระภาคมีพระชนม์ 80 หม่อมฉันก็มีอายุ 80 โอ้โหนี่ว่ากันตอนจะตายแล้วเนี่ยอายุตั้งแต่ด้วยเหตุนี้เองหม่อมฉันจึงควรทำความเคารพอย่างยิ่งในพระพรหมมีประสิทธิภาพ แสดงความสนิทสนมอันนี้เรียกว่าเสมอกันเลยอายุพอกันเป็นพระเจ้าแผ่นดินก็เป็นกษัตริย์ก็เป็นกษัตริย์เหมือนกันเป็นชาวแคว้นโกศลเป็นชาวโกศลที่จริงอันนี้ตีสมานัตตตาแต่แม้สมานัตตตาก็ยังมีความเคารพแม้แต่ในสมัยรัชกาลก็ยังมีความเคารพเพราะเหตุที่อย่างนี้แหละเพราะว่าพระผู้มีพระภาคก็เป็นกษัตริย์ของฉันก็เป็นกษัตริย์พระผู้มีพระภาคเป็นชาวโกศลหม่อมฉันก็เป็นชาวโกศลถ้าผู้มีพระภาคมีพระชนมายุ 80 หม่อมฉันก็มีพระชนม์มีอายุ 80 ด้วยเหตุนี้เองผมใช้บุคคลทำความเคารพอย่างยิ่งในพระองค์มีพระภาคคนแสดง ความสนิทสนมฟังดูดีๆเอ๊ะแล้วทำไมเราต่างคนต่างไม่เคารพกันสิก็มันเท่ากันทั้งหมดแล้วนี่ตีตัวเสมอกันแล้วนี่แต่พระเจ้าปเสนทิโกศลที่เป็นกษัตริย์ก็ตามยกให้พระผู้มีพระภาคเป็นกษัตริย์ก็ตามเพราะภูมิภาคยังไม่ขึ้นครองราชย์ด้วยซ้ำไปโดยสัจจะในแฝงแฝงไว้แต่พระเจ้าไปเซ็นที่ยกมาเสมอเป็นชาวแค้นโกสนก็จริงจากแฟนกุศลมอบฉันอายุ 80 เอ้ยไม่ใช่พระผู้มีพระภาค 80 ถ้าถือโดยอายุ ดนตรีรายเดือนได้ไวเท่ากันอีกไม่เห็นนี่เองหมดฉันต้องทำความเข้าโดยการเคารพผู้มีพระภาคฟังดูสมานัตตตาอย่างนี้การทำตนให้เสมออย่างนี้ฟังดูเพราะฉะนั้นต้องเท่ากันหมดฉันต้องเคารพเพราะอะไรเพราะว่าคุณธรรมอื่นๆคนอื่นเขายกให้หมดเลยถ้าเราเองเราจะไปไม่ยกอย่างนั้นเราก็ไม่เท่าที่เราก็แสดงว่าเราโง่กับเขาฟังดีๆนะมันสอนเป็นปัญญาทำไมคนอื่นๆเขาก็ยกอะไรต่ออะไรเขาก็ยกเยอะแยะไปเลยเราเป็นอะไรกันเราก็ต้องยกผ้ามันตีกลับตรงที่ว่าเป็นกษัตริย์ ที่จริงผมจะไปเสร็จที่เป็นกษัตริย์ใหญ่เป็นกษัตริย์ที่ปกครองแคว้นใหญ่พระพุทธเจ้าที่จริงเป็นกษัตริย์แต่ว่าจะมีนัยยะดังรูปเป็นกษัตริย์แต่ว่ายังไม่ได้เป็นกษัตริย์ใหญ่และยังไม่ได้ขึ้นครองราชย์ด้วยซ้ำไปซ้ำพูดจริงแต่ว่าพระเจ้าเป็นเศรษฐีขึ้นชื่อว่าเท่ากันเพราะฉะนั้นอันสุดท้ายก็ตีขึ้นแต่ว่าเท่ากันโดยการยกตัวต่ำส่วนสูงไอ้ส่วนแรกต้นสูงลดตัวลงมายกพวกพระพุทธเจ้าขึ้นแล้วกูพระพุทธเจ้าขึ้นนะการที่ว่าผมใช้เป็นกษัตริย์พระผู้มีพระภาคก็เป็นกษัตริย์ผมใช้ก็เป็นกษัตริย์ยกของ พ่อปู่ชีวกไม่ใช่ยกเลิกตัวเองลดลงโดยการกล่าวเพราะฉะนั้นในฐานะที่จะต้องทำตนเสมอเนี่ยข้ามชาติต้องการต้องแสดงทำความเคารพอย่างยิ่งในพระพุทธศาสนาจึงจะถูกฟังแล้วมันจะเห็นสภาพที่ย้อนแย้งเป็นสภาพที่ขาดอยู่ในตัวแต่นั่นแหละเป็นความลงตัวถูกแล้วลงตัวแล้วนี่สุดท้ายต้องมีปัญญาอย่างยิ่งที่จะเข้าใจในเหตุในปัจจัยต่างๆก็เป็นความเสมอกันอย่างไร เสมออย่างไรนี่เป็นความเสมอโดยธรรมโดยจริงจะต้องรู้เพราะงั้นไอ้พวกเรานี่ก็เหมือนกันจะต้องมีความเข้าใจในการที่จะรู้ความเสมอคือการลงตัวการสมานัตตตาในสมานได้ระดับได้รูปลอยได้เหมือนกับมาลาการร้อยเรียงดอกไม้ดอกใหญ่อะไรเป็นระดับระดับควรอะไรควรเข้าก่อนเข้าหลังควรจะอยู่หัวอยู่ท้ายอันไหนควรโตคนเล็กคนกลางคนละเอียดอะไรอยู่แต่ได้ระดับนั่นเรียกว่าเป็นการสม่ำเสมอเรียบร้อยภาษาไทยเราแปลว่าเสมอคำนี้มันไม่เสมอคำที่มันเนื่องกันอยู่เสมอมันดูเรียบร้อยเพราะถ้าจะทำและทุกคนจะต้องรู้ดี มันไม่มีอะไรในโลกนี้ที่เท่ากันแต่มันอยู่ด้วยกันได้ด้วยความร้อยเรียงมันไม่มีอะไรที่เสมอกันหรือเท่ากันจริงๆเสมอเราจะมาตีความหมายว่ามันเท่ากันเป๊ะๆๆนี่มันไม่มีมันไม่มีอะไรหรอกแต่มันอยู่ในสถานะที่ร้อยเรียนแล้วก็เป็นความสม่ำเสมอเพราะเราต้องเอาเหตุปัจจัยต่างๆพวกนี้มาเป็นหลักวิเคราะห์อะไรเราควรร้อยเรียงอะไรมันยากในการที่จะมาเข้าใจทั้งนามธรรมและรูปธรรมที่เราจะมาร้อยเรียงกันอยู่ในโลกอันนี้เป็นคำชมเธอทั้งหมดของพระเจ้าปเสนทิโกศลที่ได้ชมเชยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ได้เป็นจุดมุมหรือแยกที่เราควรจะได้รู้กัน ก็ตอบมาทีนี้เป็นคำชมเชยอันสุดท้ายเป็นตามเสียงของคณะกะโมคคัลลานะพราหมณ์คณะกรรมการมีลักษณะว่าทรงครบและไม่ทรงพบบุคคลเช่นไรส่งครบแล้วไม่ส่งคบบุคคลเช่นไรพระโคนมผู้เจริญบุคคลทั้งหลายเหล่าใดเป็นผู้ไม่มีศรัทธามีความมีเลี้ยงชีวิตเป็นข้อประสงค์ออกจากเรือนบวชเป็นคนไม่มีเรือนแล้วเป็นนักบวชอวดดีมีมายาเจ้าเล่ห์เป็นผู้ฟุ้งซ่านเป็นผู้ไว้ตัวเป็นผู้กลับหลอก เป็นคนปากกล้ามีวาจาสับสายมีทวารอันไม่ระวังแล้วในอินทรีย์ทั้งหลายไม่รู้จักประมาณในโภชนะไม่ประกอบความเพียรของบุคคลผู้อื่นไม่เพ่งในสามัญญาคุณไม่เคารพยิ่งในสิกขามีความประพฤติเป็นไปเพื่อความมากๆมีความประพฤติเป็นไปด้วยอาการลุ่มๆดอนๆเป็นหัวหน้าในทางเชิญแชร์ทอดธ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive