200817-125 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ009.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันนี้ 17 สิงหาคมพุทธศักราช 2520 แต่ที่นี้ไปพ่อท่านพระพุทธที่รักช่วยนำบุคคลพวกเราเพชรเวชปัจจัยที่พุทธสถานสันติอโศกให้เรารับปฏิบัติเมื่ออ่านผิดอ่านใจเราจะเข้าใจด้วยยานด้วยวิมุติ 2 อย่างนี่แหละเป็นผลขั้นสุดยอดบางอย่างเรารู้ตัวเราดีแล้วว่าเราวิมุติแล้วไม่ใช่รู้ตัวเราดีบางอย่างเราแล้วโดยที่เรายังไม่รู้มันเป็นอยู่ในจิตของเรามันไม่ติดหรอกมันไม่ได้เรียกว่ารับ ใจตอบว่าฉันไม่ได้หรือว่ารักชอบซะจนลำบากลำบนใจอะไรต้องกลายเป็นภาระมันก็ไม่หรอกแต่เพราะเรามารู้ตามโลกเขาโลกเขาหลอกเอาไว้วันหน้ารักหน้าได้หน้านี้หน้าเป็นแล้วก็หลงเชื่อตามเขาแล้วเราก็เลยถูกใจก็ไปรับเป็นพ่อมันบ้างเห็นว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนั้นไปตามแล้วก็โมหะคือถูกเขาหลอกก็เลยหลงแท้จริงๆโดยร่างเน่าติดไปเจอโคราชของเรานั้นไม่ได้ติดจริงหรอกที่จริงก็มีอยู่ในเมื่อผู้ใดมีจิตอย่างนี้แล้วก็มารู้ด้วยปัญญาอันชัดแจ้งอีกทีนึงบอกว่าอ๋อมันหลอกจริงๆนั่นแหละแต่เราเองก็โง่ไปถูกเขาหลอกจริงๆนั่นแหละแล้วมันจะไม่จำเป็นอะไรมันเกิด อยากรู้อีกทีก็รู้ทั้งหมดสงสัยทันทีเลยสว่างโล่งเลยก็เรียกว่าเป็นมนุษย์อุปกรณ์เองพอมารู้เนี่ยปัญญาขึ้นถึงจุดนี้ก็หลุดไปทันทีทันใดนั้นพวกเธอสัญญากับคนล้างเลยนั่นก็ได้ 1 หรือเรารู้ด้วยปัญญาเข้าใจแล้วชัดเจนมีเหตุผลเพียงพอว่าสิ่งนี้มันไม่ควรติดไม่ควรยึดเรารู้เข้าใจชัดแต่จิตมันก็ยังเคยจิตมันก็ยังเสพติดมันก็ยังกดไม่ได้หยุดไม่ได้มันยังอาวรณ์ยังอะไรยังคอยลุ้นๆๆ ได้อยู่บ่ๆแซ่บๆวันๆไม่ไหวอยู่เพราะเจโตของเรามันอ่อนแอมันไม่มั่นคงมันไม่เอาจริงมันไม่เด็ดเดี่ยวเรียกว่าอินทรีย์พลังไม่อ่อนเจโตไม่กล้าเกโตไม่แข็งตัดไม่ได้กำลังปัญญาก็ต้องช่วยเพิ่มและการที่จะอดกลั้นฝืนตัดขาดเกินไปจริงๆตายเป็นตายมันก็จะต้องทำกระหน่ำให้แก่ตนเองเข้าไปอีกบำเพ็ญเพียรอดทนฝืน
อ่านต่อ
ทนทำให้มันเอาชนะใจจนกระทั่งจิตมีกำลังกล้าจนกระทั่งไม่หวั่นไหวไม่ว่าไหวจนกระทั่งมั่นคงและเห็น ปัญญาตอนเข้าไปอีกชัดเจนเลยว่าเออจิตของเราเนี่ยแม่เข้าใจอยู่แท้ๆแล้วปัญญาของเราก็ต้องรู้ถึงน้ำใจของเราเองด้วยว่าเราทำได้เราเด็ดเดี่ยวเรามั่นคงถึงกันจะมีจุดปลายอีกจุดหนึ่งจะต้องไปชนกันปัญญากับเจโตถึงจุดที่เรียกว่าหมดสงสัยแม่มันคงไม่มีชายพ่ายแพ้อยู่เหนือมันเด็ดขาดปัญญารู้นำแล้วก็จิตของเราไปจนกระทั่งถึงขั้นไม่พ่ายแพ้อยู่เหนือมันเด็ดขาดหรือว่าตัดได้อย่างเด็ดเดี่ยวเป็นเกย์โตเป็นมนุษย์อีกทีนึงก็เรียกว่าเป็นมนุษย์สุดท้ายเป็นอุปทานมีได้ทั้งสองลักษณะไม่ว่าเรื่องอะไรของเราก็ตามนั้นครับผมพูดใดได้อุปสรรคและก็พยายามกำหนดหมายรู้ ชัดเจนให้ชัดพยายามอ่านไม่ชัดรู้อาการรู้อารมณ์ไม่ชัดพอรู้แล้วก็เอามายึดเป็นหลักว่ามันวิมุต 2 ส่วนเป็นอย่างนี้อะไรก็ตามแต่ที่จะเกิดเกี่ยวข้องกับชีวิตเราเราสัมผัสแล้วเราก็จะต้องอ่านผิดของเรามีอารมณ์หรือไม่ถ้ามีอารมณ์เขาเรียกว่าเราเองเรายังมีมากหรือน้อยเราก็จะดูพวกเราถ้าไม่มีอารมณ์เราก็รู้ของเราแม้มีอารมณ์ขึ้นมาแล้วเราก็ตัดปล่อยเด็ดขาดอย่างนี้ก็ได้ทันทีอย่างนี้เป็นสมุนไพรมีปัญญารู้เท่าทันไม่หลงใหลไม่เสียเวลารู้อยู่ ก็ได้เหมือนกันแล้วก็เรียกว่าเราเป็นพระอรหันต์เหมือนกันหรือว่าอรหันต์กับผลเหมือนกันแต่ว่าอรหัตกับคนที่ยังมียังมีอาการและยังมีอารมณ์ที่ยังไม่แน่อย่างแท้จริงเท่านั้นเองแต่ตัดได้ก็เรื่องของวิทย์ทั้งนั้นอาจจะนาทีนึงกี่นาที 1 ชั่วโมงก็ตามแต่มันก็ยังไม่เก่งจริงถ้าเก่งจริงก็หมายความว่าสัมผัสก็รู้เท่าทันทันทีไม่ต้องมีอารมณ์ไม่ต้องมีแอบแฝงไม่ต้องมีเศษไม่ต้องมีลิ้นอะไรอยู่แล้วเราก็รู้ความจริงทุกสิ่งที่เราบอกอยู่ไม่ได้ว่าเป็นที่สุดของตัวเองหมดต้องพยายามสังเกตใจในด้านตั้งแต่ของหยาบละเอียดเรา ชัดเจนว่าเราได้ตายระดับสูงขึ้นสูงขึ้นมาด้วยสภาวะที่แท้จริงในโลกของในโลกและอยู่เหนือมันแล้วเราไปอยู่กับมันได้แม้ที่สุดเราจะไปแตะไปต้องสิ่งนั้นเราก็แตะต้องได้บางทีเราจะอนุโลมได้เข้าด้วยซ้ำไปอนุโลมจะต้องอย่างนั้นอย่างนี้ด้วยกายด้วยวิธีกับเขาแต่จิตใจของเราไม่ได้ยินดีที่ด่าอะไรเรารู้เป็นพักอยู่แต่เราก็ไม่ได้รังเกียจเรางอนอะไรแล้วร่วมก็ได้เราก็มีความบริสุทธิ์ใจและมีความจริงใจของเราอยู่ถ้าเรายังมีรถมีค่าของเรายังมีเรื่องปรุงเรื่องแต่งอยู่เราก็จะรู้ของเราเป็นความจริงใจของเราเหมือนกันเราโกหกตัวเองไม่ได้หรอกถ้าเผื่อว่าคนไหนที่ปฏิบัติขอให้ตรวจเช็ค บางคนแน่ใจว่าถึงแม้ว่าเราจะมีอารมณ์ก็อ่อนถึงอารมณ์หรือว่าเรื่องอะไรเนี่ยมันก็ยังไม่แข็งไม่อะไรหรอกเราแน่ใจของเรามั่นใจเลยว่าเราตัดได้ขาดได้เรื่องอย่างนี้ไม่มีปัญหาแต่ถึงแม้อย่างนั้นเราก็จะไม่ประมาทไปเสพหรือว่าไปกระทํา พระศรีนาจบนั้นย่อมไม่พ่ายแพ้ต่อลาภยศสรรเสริญอันนี้พระเจ้าตรัสไม่ได้กลับตรัสว่าลาภยศสรรเสริญยังเป็นภัยอันแฝดติดต่อพัฒนาการซึ่งฟังแล้วเราจะเห็นได้อย่างลึกซึ้งเลยว่าแม้พระสีหน้าศพจับประมาทต่อลาภยศสรรเสริญนั้นก็ยังหาได้ไหมเราจะต้องมีความไม่ประมาทอยู่แล้วเราก็จะต้องพยายามลดละปล่อยไม่จำเป็นจริงๆไม่เอาไม่อนุโลมที่จำเป็นก็ต้องอนุโลมก็เพราะว่าจำเป็นที่สุดแล้วก็เห็นเป็นประโยชน์ที่แท้จริงถ้าละเว้นขาดหาอะไรที่จำเป็นจะต้องหาทางธนาคารไม่จำเป็นจะต้องไปต่อแหย่แตะต้องอะไรอยู่มีแต่ต้องพยายามแล้วเราจะเห็นสัจธรรมที่แท้จริงว่าจะทำให้จริงและเป็นไป สบายว่าง่ายมีผลอย่างแท้จริงแม้เรามีเพียงน้อยเรายังสบายกว่านี้ถ้าเรามีมากๆก็มียิ่งๆมันก็ยิ่งสบายมากจริงๆเราจะเป็นผู้รู้เราจะเป็นผู้เสวยผลของพระธรรมหรือของพุทธศาสนา