590612_รายการวิถีอาริยธรรม สวนป่านาบุญ ๓_.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2559
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์342 KB
วันที่แก้ไข10 พฤษภาคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

590612_รายการวิถีอาริยธรรม ที่สวนป่านาบุญ ๓ เรื่องปฐมนิเทศนักศึกษาสถาบันวิชชาราม โดยพ่อครูสมณะโพธิรักษ์

ส.เดินดินว่า… รายการวิถีอาริยธรรมวันนี้มาที่สวนป่านาบุญ 3 วันนี้เป็นรายการปฐมนิเทศนักศึกษาสถาบันวิชชาราม ที่คลอง 3 ปทุมธานี เมื่อเช้านี้หลังบิณฑบาต หมอเขียวรายงานว่าที่นี่มีน้ำล้อมรอบพ่อครูบอกว่าน้ำสามารถกรองเอามาใช้ได้หมด แต่หมอเขียว่าแต่กรองกิเลสออกไม่ได้ พ่อครูว่าต้องทำได้สิ

พ่อครูว่า… การศึกษาทุกวันนี้ส่งไปทางหลงติดว่าเป็นความรู้ที่ประเสริฐ ไม่มีอะไรยอดเยี่ยมเท่าขออภัยที่ต้องกล่าวถึงคุณธัมมี่ เขามีจิตตัวนี้เชื่อว่าไม่มีอะไรทำลายลงได้ อันนี้ยิ่งใหญ่ที่สุด ทุกวันนี้เขาจะรู้สึกว่าเขาจะถูกทำลายหรือเปล่า เขาก็คิดว่าทำลายไม่ได้หรอก ทั้งที่ใจตนเองรู้ว่า อาการน่าเป็นห่วง แต่ก็ได้แอคไปแล้วก็เลยวางไม่ลง แต่อย่างไรก็คือสิ่งที่เขาได้ถลำยึดมั่นถือมั่นไปแล้ว เป็นอภินิเวสายะ ลงหลักปักเข็มไม่ถอดไม่ถอนตายคาเลย แล้วจะหลงว่าดีที่สุดยิ่งใหญ่ที่สุด แม้แต่ในศาสตร์หรือวิทยาการต่างๆเขาก็ลงว่าสุดยอดที่สุดเช่นกันก็ขอแจ้งความจริงตามภูมิของอาตมาว่าในสิ่งที่กระจายออกไปแล้วในเรื่องของสสาร เรื่องพลังงาน ไอสไตล์ได้ไขความสุดยอดเครื่องของนิวเคลียสที่แตกตัวเป็นธรรมะ 2 เป็นนิวเคลียร์ฟิชชันนิวเคลียร์ฟิวชั่นในธรรมชาติทั้งหลายเป็นต้น ในนามธรรมในด้านจิตวิญญาณต่างๆพระพุทธเจ้าก็มีความรู้ทางด้านจิตวิญญาณก็นัยยะคล้ายกันคือมีธรรมะ 2 ผู้ที่สามารถรู้ละเอียดลึกซึ้งถึงธรรมะ 2 นี้คือพระอรหันต์เพราะสามารถทำให้ธรรมะ 2 นี้กลายเป็น 1 ได้แล้ว แต่ 1 กับ 0 ก็ยังเป็น 2 เหมือนกัน 1 ก็เป็นเอกัคคตาจิต เป็นสภาพไม่เคลื่อนที่เป็นตัวตนนิ่งสุดแข็งสุดไม่มีใครทำอะไรได้ และ 0 นี้ อรหันต์ทำได้เป็นนปุงสกลิงค์ เราจึงสามารถทำลักษณะ

อ่านต่อ

2 นี้ได้ แล้วเป็นอรหันต์นี่สามารถทำจิตนิยามที่เป็นธรรมะ 3 เส้า รูป นาม ความรู้สึก สามารถปรับรูปนาม ทำความรู้สึกของตนที่เป็น 2 นี้เป็น 1 ได้ ธรรมทั้งสองเหล่านี้ รวมเป็นอันเดียวกันกับเวทนา โดยส่วนสอง (เทฺว ธมฺมา ทฺวเยน เวทนาย เอกสโมสรณา ภวนฺติ ฯ ) และอรหันต์ทำให้ 0 ได้ เลิกสนิทได้เลย เหมือนแยกน้ำ เป็น hydrogen กับ oxygen ออกจากกันได้ น้ำก็หายไป หรือนักวิทยาศาสตร์สามารถจับ hydrogen กับ oxygen มารวมตัวเป็นธาตุน้ำได้ ทางจิตวิญญาณพระพุทธเจ้าทำได้ ทำใหจิตมีคุณสมบัติเหมือนพีชนิยาม ไม่ทำร้ายใครมีแต่สร้างสรรเป็น ish สังเคราะห์กันเข้าอย่างเป็นตัวเองเลย แต่ธาตุจิตของอรหันต์เป็นพลังงานที่อาศัยตนเอง เป็นแบบพีชะ ไม่มีเวทนา ไม่ทุกข์ร้อน แต่ธาตุจิตนั้นมีทั้งเวทนาและสัญญา เอาพลังงานที่เหลือไปใช้ทางกุศลได้เป็นประโยชน์ต่อโลกได้ คือพลังงานพระเจ้าสูงสุด มีคุณค่าประโยชน์ต่อทุกอย่างบนโลก แม้แต่ศาสนาเทวนิยม ก็พูดว่า จิตวิญญาณบุตรพระเจ้าไม่เป็นโทษกับใครได้ แต่เขาไม่สามารถทำให้คนเป็นพระเจ้าได้ แต่ของพุทธทำได้ นั่นคือลักษณะลึกซึ้งละเอียด พ่อครูว่า… ที่มาวันนี้มาเรื่องการศึกษา ตอนนี้เขาก็ยังลังเลไม่มั่นใจว่าดีไหมก็เลยไมกล้าอนุมัติ กลัวจะเสีย เราก็เห็นใจเขาก็รอไป เราก็เดินไปหลายทาง ทางอ.ยักษ์ก็สร้าง ทางแพทย์วิถีธรรมก็ทำไป ทางอโศกก็ทำไป เราก็สร้างคนโดยพฤตินัยอยู่แล้ว นิตินัยยังไม่ได้หมด เราก็เดินเรื่องมีทั้งชื่อ บัญญัติเยอะ ตั้งแต่เป็น institute เป็นสถาบัน ก็ตั้งว่าเป็นสถาบันสัมมาสิกขาวิชชาราม (ส.สว) ที่จริงก็ทำมาตั้งแต่ ม.วช. (มหาลัยวังชีวิต) พวกอโศกก็เป็นศิษย์ม.วช.เยอะ จนมาเป็น ส.สว. ก็เดินไปเรื่อยๆ มีผู้วิ่งเต้น จนไปถึงระดับผู้บริหาร ยื่นเข้าไปกลายเป็น ว.นบ. ก็คือ วิชชารามนาวาบุญนิยม ออกแบบแล้วยื่นต่อรัฐก็ยังไม่ได้ แต่ตอนนี้ เติมเป็นมหาวิชชารามนาวาบุญนิยมนะ เราไม่ได้อยากใหญ่ เดิมชื่อวิชชารามนาวาบุญนิยม ตอนนี้เติมเป็น มหาวิชชารามนาวาบุญนิยม หลักสูตรว่า ประเด็นที่ 1 คือ บ้าน วัด โรงเรียน และ 2 คือไตรสิกขา มีละชั่วประพฤติดีทำใจให้ผ่องใส และก็เป็นศีลสมาธิปัญญา มีสังคมที่มีการเมืองคือการบริหารแบบคนจน เศรษฐกิจก็คือทุกคนมีสมบัติส่วนกลางหมด ไม่มีเป็นของตัวเอง ไม่แย่งยื้อมาเป็นของตน ทุกคนทำงานฟรี เสียภาษี 100% ไม่ต้องบังคับแบบคอมมิวนิสต์หรือเผด็จการ แต่มีจิตวิญญาณสูงส่ง ลดความเห็นแก่ตัวจนหมดเลย อนาคามีก็หมดในเรื่อง กาม โลกธรรม ภายนอกแล้ว ก็เหลือแต่ส่วนภายใน สกิทาคามีก็ลดกว่าโสดาบัน แต่โสดาบันไม่ทำโหดร้ายกับใครแล้วไม่ทุจริตกับใครแล้ว สรุปคือเป็นสังคมที่เจริญสุดยอด ไม่มีสังคมใดเจริญได้เท่านี้แล้ว ขณะนี้ชาวอโศกลำลองขึ้นมาได้แล้วเป็นสภาวะความจริงแล้ว เกิดเป็นจริงแล้ว มีสาธารณโภคีตั้งแต่ตั้งชุมชนที่ปฐมอโศกเป็นแห่งแรก ถือว่าราชธานีอโศกเป็นแห่งหลังก็เป็นสาธารณโภคีมาตลอด การมาอยู่รวมกันเป็นการศึกษาจึงไม่ได้แยกส่วน จะมีห้อง lab ห้องทดลองมีบ้างก็ต้องใช้เป็นสัดส่วนนี้แต่การศึกษาจริงๆคือชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมมีกิจกรรมกิจการงานอะไร เราร่วมมือกันหมดตั้งแต่เด็กอนุบาลไปจนถึงปริญญาเอก ถ้าใครเหมาะสมจะทำอันไหนก็ทำ สังคมนี้จึงเป็นสังคมที่ร่วมไม้ร่วมมือ รู้ว่าอยู่รวมกันนี้เรามีงานอะไรที่ควรทำบ้างจึงเป็นการศึกษาที่ไม่ปกปิดสังคมเป็นการศึกษาที่รู้รอบในสังคม ส่วนการศึกษาที่เขาหลงทาง ส่งไปเรียนเมืองนอกจนจบปริญญาเอก กลับมาก็ไม่รู้ว่าประเทศไทยคืออะไร เขาดีใจนะที่จบจากเมืองนอกมาแล้วให้ตำแหน่งทันที ก็ไม่ได้ชัดเจนว่าทางเมืองไทยเขานับถืออะไร เขาเคารพอะไร แล้วกลับมาบริหารก็ทำในสิ่งที่ไม่ใช่ของเมืองไทยแท้ เมืองไทยอยู่อย่างนี้มานานแล้วจะอยู่ต่อไปอีกมีการสังเคราะห์กันอยู่ไปอย่างนี้จนตายก็เลยเอาสิ่งที่ไม่ตรงกับเมืองไทยมาทำ ทำให้สังคมไทยบิดเบี้ยวไป อาตมามาแก้กลับนี่ไม่ใช่แค่หืดขึ้นคอแต่มะเร็งจะขึ้นคอ แต่สู้สู้อาตมาไม่ถอย ก็เป็นสังคมที่อยู่ร่วมกันและจะพัฒนาให้สูงขึ้นคำว่า“วัด”หมายถึงคุณธรรมก็จะมีคนที่มีหน้าที่ที่เป็นนักบวชจริงๆทั้งสภาพสมมติและสภาพปรมัตถธรรมเพื่อถ่ายทอด เมื่อมีพฤติกรรมของผู้ที่ยกไว้ระดับหนึ่งเป็นนักบวช นักบริหาร นักบริการและนักผลิต 4 ฐานะ นักบวชก็เป็นผู้ที่จนที่สุดไม่มีตัวตนที่สุด ส่วนนักบริหารนี่ก็รองลงมาถ้าแยกเป็นโสดาบัน สกิทาคามีอนาคามี อรหันต์ นักบวชก็เป็นอรหันต์ นักบริหารก็เป็นอนาคามี นักบริการก็เป็นสกิทาคามี นักผลิตก็เป็นโสดาบัน มีความเห็นแก่ตัวตามลำดับ เมื่อมีคนมากขึ้นบริหารกันเป็นหมู่กลุ่มก็มีการศึกษา เรามีโรงเรียน มีวิทยาลัยจึงไม่ได้ยึดมั่นถือมั่นแบบที่เขาต้องเอาเข้ากล่อง แต่ให้สัมผัสความเป็นจริง แก้ไขปัญหาความเป็นจริงตามที่ปรากฏจริงในสังคม เป็น phenomenol การเรียนรู้ของพระพุทธเจ้าต้องมีสัมผัสทางตาหูจมูกลิ้นกายใจครบครันทุกอย่าง ยืนยันกันได้อ้างอิงกันได้เป็นสิ่งที่ร่วมโลกกันได้ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปจนถึงเป็นล้านคนรู้กันได้หมด ไม่ใช่อำพรางรู้แต่ตัวเอง คนอื่นดูด้วยไม่ได้…ไม่ใช่ ครบสมมุติสัจจะและปรมัตถสัจจะ สรุปที่บ้านวัดโรงเรียนต้องอยู่ร่วมกันสังเคราะห์สังขารกันให้เกิดประโยชน์จนกว่าจะถึงขีดที่ตั้งเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่เกิดขึ้นแล้วขึ้นสู่สภาพสูงสุดที่สุดเป็นรูปสามเหลี่ยมเป็นการเกิดขึ้นที่รวดเร็วมีองศาที่สูงพอถึงสุดยอดแล้วก็ค่อยๆเสื่อม อาการเสื่อมก็จะเป็นองศาที่กว้างออกไปยาวนานกว่า ตอนนี้เราอยู่ในระหว่างที่สร้างตัวเองจนถึงสูงที่สุด อาตมาจึงต้องเกิดมาใช้เวลาสร้างสิ่งเหล่านี้ไปอีก 500 ปีก็สร้างขึ้นมาได้เรื่อยๆ การศึกษาของเราที่เสนอเข้าไปจึงให้เป็นตัวอย่างของโลก มีบ้านวัดโรงเรียน แกนหลักที่จะศึกษาก็คือการละชั่วประพฤติดีจนกระทั่งความชั่วความดีที่เป็นอกุศลหรือที่เป็นจิตบาปหมดไป เราต้องสร้างพลังงานบุญเป็นพลังงานที่ไม่สะสมตัวเองและมีอำนาจมีพลังหรือจะเรียกว่าเป็นอาวุธก็ได้ที่จะใช้ประหารสิ่งที่ควรประหารคืออกุศลหรือสิ่งที่ไม่ดีในจิต การทำทานนั้น คุณมีทองเท่าหนวดกุ้งมาทำทานก็ได้กุศล ไม่ได้บุญ เป็นคุณงามความดี มีผลวิบากแต่ขณะคุณทำทาน คุณมีใจยึดเป็นของตัวของตนหรือไม่ มีเยื่อน้อยๆหรืออาการหนัก ท่านอธิบายเป็น 3 อย่าง สาเปกโข (หวัง) ปฏิพัทโธ(ผูกพัน) สันนิธิเปกโข(สั่งสม) อันหลังนี้คือสั่งสมว่าชาติไหนฉันก็ต้องรับผลนั้นไม่ยอมวางเลย 3 ชนิดนี้เป็นทานสูตรที่กล่าวกันตอนนี้ คุณทำดีก็ต้องได้รับผลดี แล้วก็ต้องล้างจิตผูกพัน ถ้าล้างได้อย่างไม่มีปลายที่โผล่มาเป็นเราเป็นของเราเลย ต้องอ่านอาการให้ชัด ของใครของมันรู้เอง เราก็จะศึกษาจนไม่ให้มีสันตติ ไม่มีปลายไม่มีอันตา จบ ผู้ใดทำให้ได้เด็ดขาด ก็เป็นอรหันต์ไปตามลำดับ เป็นอรหันต์ก็ยังเก่งขึ้นได้อีกเป็นโพธิสัตว์ต่อไปอีก หมอเขียวจะตั้งจิตก็เชิญ อาตมานั้นตั้งจิตแน่ เปิดเผยว่าเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 ตอนนี้เทียบกับความผิด คือความดำ ด้านขาวคือธรรมกาย ส่วนความดำดำดำคือสายฤาษีสะกดจิต สายขาวนี้หยาบอย่างละเอียด แต่อีกอันดำอย่างผ่องใส หน้าเขาผ่องนะ นี่เป็นสิ่งยืนยันชัดหมดเลย แต่ขาเขาดำน่าเกลียดน่าชัง ธัมมชโยคือเทวทัตแท้ๆ แต่ไปมุขเอาทัตตชีโวออกหน้า ตัวโง่แท้คือเขา ทัตตะแปลว่าโง่ โง่แต่เอาฉลาดมาหลอกเขา จนคนหลงเป็นเหยื่อก็เป็นอย่างที่เป็น ตอนนี้พุทธะหยั่งลงในแผ่นดินไทยแล้ว ดิ้นไม่ออกหรอก ยิ่งดิ้นยิ่งเจ็บๆ ยิ่งทำจิตนิ่งเป็นจิตหยุดได้ยิ่งจะไม่เจ็บ นี่ก็ดิ้นไม่หยุดก็อาจตายด้วยดิ้น ก็อยากให้เขาหยุด การศึกษาเราก็หยั่งลงมีทั้งพฤตินัย เขาจะอนุมัติหรือไม่เราก็ทำ ถ้าได้ก็ดี จะคล่องตัวเราก็ขึ้น คำว่า“ธรรมะ” กับคำว่า“กาย” สำนักธรรมกายนี้สอน มี 2 อย่าง ที่ดำเนินสะดวกกับที่ดำเนินไม่สะดวก คลองรังสิต ก็ทำกัน 2 สาย เจโต กับ ปัญญา ธรรมะคือสิ่งทรงอยู่ กายคือธรรมะ 2 องค์รวมรูปกับนาม คำว่า “กาย” เขาไม่รู้จัก เขาไม่สามารถช่วยตนเองได้ คำว่า“ทรงอยู่”ของเขาคือความเลวความชั่วให้เอาไว้ศึกษา เราก็ได้ศึกษา ธรรมะที่เป็นหนึ่งเป็นสัจจะ สัจจะมีหนึ่งเดียวในโลก สัจจะไม่มีในโลก และก็สัญญาย นิจจานิ ยึดอย่างมีอุปาทานกันหรือไม่ ถ้ามุ่งมารวยนี้คิดผิด ถ้ามุ่งมาจนนี้คิดถูก ในหลวงเราเป็นโพธิสัตว์ มาบำเพ็ญ บารมี 2 ทัศ คือพระเตมีย์ใบ้กับพระมหาชนก ทุกวันนี้สรีระท่านไม่ดีแล้ว ท่านพูดน้อยมาก ท่านตรัสเศรษฐกิจพอเพียงคนไม่เข้าใจ ท่านก็ตรัสแบบคนจนอีก แล้วก็ตรัสเรื่องขาดทุนของเราคือกำไรของเรา ทุนคือคิดหมดแล้วทั้งค่าแรงงานของเรา ทั้งค่าอื่นๆด้วย ถ้าค่าแรงงานเราได้วันละ1,000 บาท แต่ตนเองปฏิบัติธรรมแล้วกินน้อยใช้น้อยแค่วันละ 200 เราก็เอา 800 ที่เหลือหรือให้500 300 400 ก็แล้วแต่ใครจะทำได้ อันนี้แหละคือขาดทุนแล้ว ไม่ตาย ไม่หมดเค้าด้วย นี่แหละคือขาดทุนของเราคือกำไรของเรา เราอยู่อย่างสาราณียธรรม 6 เมตตากาย วจี มโน สาธารณโภคี ศีลสามัญตา ทิฏฐิสามัญตา ยกตัวอย่างที่บ้านราชฯเราจะทำประปาให้หมู่บ้านกุดระงุม ตั้งใจจะทำให้ เราทำถนนให้กุดระงุม เราก็ทำสาธารณูปโภคให้เขา เราไม่ได้ทำเพื่อหาเสียง แต่เราทำด้วยจิตวิญญาณว่าจะช่วยกัน แต่ก่อนเราจะทำให้หมู่บ้านคำกลาง เขาก็ระแวงไม่ให้ทำ ทั้งที่น้ำซับมีที่บ้านราชฯเราจะทำประปาให้ เขาก็ไม่ให้ทำ พวกเราต้องศึกษาบ้าน วัด โรงเรียนให้ชัด เป็นการอยู่เรียนรู้อย่าง osmosis คือซึมซับอย่างไม่รู้ตัวเลย ไม่แค่ absorb ที่รู้ว่าไหลเข้ามา แต่ว่านี่เราให้โอสถทิพย์ทางขุมขนแบบไม่ให้รู้ตัวเลยแต่รับเอาไปได้ สรุปว่า พวกคุณเชื่อไหมว่านี่คือความจริงของโลก ถ้าเชื่อแล้วก็อยู่ไหนรีบมาคว้ามีดพร้าและจอบเสียม ทำไม?ก็เพราะว่าเราจะเป็นชาวกสิกรรม กสิกรแข็งขันเป็น กระดูกสันหลังของชาติ เราจะเลี้ยงโลกช่วยโลก ด้วยอาหารที่เป็นกวฬิงการาหาร ไม่ว่าจะด้าน เศรษฐกิจ สังคม การเมือง ประเทศไทยจะเป็นตัวอย่าง ตัวอย่างไม่ใช่ของโต แต่โตแล้วจะฟ่าม ตัวอย่างเป็นปรอท ส่วนความโตใหญ่เป็นโฟม ฟ่าม เพราะฉะนั้นสิ่งจริงไม่โต คนหลงโตหลงใหญ่หลงมากเป็นมิจฉาทิฏฐิ อย่างธรรมกายนี่ เป็นอัปปมัญญา โง่ไม่มีที่สิ้นสุด ไม่รู้ขอบเขต ไม่หยุด บั้นปลายไปหานรกไม่รู้ตัว ขออภัยที่ต้องหยิบมาอ้างอิง ในวันนี้วินาทีนี้ สังคมโลกกำลังมีตัวอย่างอันสูงสุดของเศรษฐกิจสังคมการเมือง ก็ต้องมีการศึกษาให้สัมมาทิฏฐิ เพื่อพาสังคมโลกสู่สังคมสงบสันติอย่างแท้จริง เราจะเป็นผู้ที่มีประโยชน์ต่อโลกมากขึ้น เป็นผู้ที่เสียสละอย่างแท้จริงพระพุทธเจ้าจึงให้ศึกษาธรรมะ 2 ใน E=mc2 นั้น m กับ C นั้น m คือรูป(สสาร) C คือพลังงาน สูงสุดคือแสง ที่เขาจับเอามาใช้งานได้ ส่วนของศาสนาเอาพลังงานจิต เทียบได้กับพลังงานแสง ยิ่งกว่าแสงเพราะจิตนั้นเร็วกว่าแสง C นี้แทนที่จะเป็นแค่ระยะทางของแสงวิ่ง มันก็จะมากกว่านี้ยกกำลังอีก เราเดาไม่ได้ มนุษย์จะทำพฤติกรรมที่ยิ่งใหญ่ได้มากสุดจนกว่าโลกจะแตกแล้วก็จะสังเคราะห์กันเองขึ้นมาอีกเป็นสัตว์ไล่ขึ้นมาตามลำดับเป็น primary and secondary เป็น thirtery เป็น Quatery ไปเรื่อยๆ สังขยาเลข รูปกาย ต่างจากนามกายอย่างไร? รูปกายมีสิ่งที่ถูกรู้ เป็นดินน้ำไฟลม ภายนอกที่จะเกี่ยวข้องกับเรา เรียกว่ารูปรูป ถ้าเป็นชีวะแล้วมี ish มี i มี he มี she ตัว he คือธาตุหนัก(fusion) she คือธาตุเบา (fission) เราจะจับเอา fusion มาใช้งานได้ ส่วน fusionคืออิตถีภาวะนั้นเอามาใช้ไม่ค่อยได้ นี่ไม่ได้พูดถึงหญิงชายอย่างรูปธรรมนะ อำนาจความสงบสยบความรุนแรงซึ่งรู้ยากมาก มันจะยอมไม่รุนแรงไม่กล้าทำร้ายความสงบก็เพราะว่ากลุ่มความรุนแรงนั้นมีปัญญารู้ว่าไปทำร้ายอันนี้ไม่ได้นะ ขืนทำร้ายอันนี้จะเสีย เขาก็ไม่ทำร้าย เขาสำนึก ภูมิธรรมสูง 1.ครั้งที่เราใช้ความสงบสยบความรุนแรงที่เรานั่งสงบข้างทำเนียบตอนผู้การแต้มยกพลพรรคตำรวจไปจะปราบเรา 2.ตอนเสธอ้าย เราโดนแก๊สน้ำตา 3. ครั้งที่ สะพานผ่านฟ้าลีลาศ 18 ก.พ. 2557 ครั้งนี้แรงสุดที่แล้ว คงไม่เกิดครั้งที่ 4

ส.เดินดินว่า… บุญเป็นกุศลได้ แต่กุศลเป็นบุญได้อย่างไร? พ่อครูว่า… กุศลสูงสุดคือบุญเพราะกำจัดกิเลสได้ กุศลคือสิ่งดีงาม ดีงามอย่างไรก็มีทั้งเป็นบุญและไม่เป็นบุญ กิเลสยอมได้ มีสัดส่วนเหมาะสมสุดอย่างพวกที่เขาล่าถอยไปเอง เราไม่ได้ทำแรงกับเขาเลย เป็นความชนะที่สุดยอด เขาสำนึกเองส่วนเราแพ้ตลอดกาลได้ก็สุดยอด เราไม่รุนแรงกับใครนะ

คำถาม _พ่อท่านมีมุมมองอย่างไรต่อการทำงานของแพทย์วิถีธรรม พ่อครูว่า… ก็เป็นองค์กรเชื่อมต่อกับอโศก

_พ่อครูตอนเป็นฆราวาสได้ช่วยเหลือพี่น้อง ทำหน้าที่ของพี่ที่ดี อยากทราบแรงบันดาลใจ พ่อครูว่า… เป็นภูมิธรรม เป็นสัจจะของอาตมา เพราะอาตมาเป็นพี่คนโต น้องคนเล็กตายไปก่อน ที่เหลืออีก 5 คนก็ช่วยต่อ มีคนที่ไปตั้งตนเป็นพระพุทธเจ้า จะให้เข้ามาก็ไม่มา น้องต่อมาก็นิตยา ต่อมาก็กิ่งรัก ต่อมาก็บัวบูชา ต่อมาก็…

_พ่อครูมีทัศนะอย่างไรกับการตื่นของปชช.ที่มาเที่ยวน้ำตกบ้านราชฯ พ่อครูว่า… ไม่แปลกใจ เพราะน้ำตกธรรมชาติแห้งไปหมดแล้วก็ต้องมาหาน้ำตกปลอมสิ แต่ไม่ได้ใหญ่โตมากนะ สังเกตว่าธรรมกายสร้างไปหา สตาร์วอร์ไปแต่เราจะสร้างไปหาธรรมชาติ แต่น้ำตกผาแหงนนี้เป็นเพียงเริ่มต้นยังจะมีน้ำตกที่ซาบซึ้งกว่านี้อีก พวกคุณอยากตื่นก็ตื่น ไม่ตื่นก็รู้จริงตามจริงเสีย

_อ.ระพี สาคริก มา… พ่อครูว่า… well come อ.ระพีแก่กว่าอาตมา 1 รอบ

_อ.ท่านหนึ่งสอนว่า ให้หยุดคิดชั่ว พูดชั่ว ทำชั่ว ชีวิตจะดีขึ้น สามารถใช้หนี้สองร้อยล้านได้ในสองปี สอนให้ลูกศิษย์ดีขึ้นได้สอนให้คิดและทำแบบไม่คิดหวังตอบแทน ผลคือมีลูกศิษย์เพิ่มขึ้นมากมาย แล้วเอาเงินมาให้เขาหมด แต่เป็นการเทให้หมากินหมดหรือเปล่าคะ จะช่วยคนได้หรือเปล่าคะ พ่อครูว่า… ถ้าพูดเช่นนี้หมายถึงธัมมชโย คือสอนให้คนทำดีแล้วมาเทให้เขาหมด ก็คือเหมือนเทให้หมากิน ก็ช่วยคนไม่ได้หรอก คนเหล่านั้นถูกหลอก

_สมาธินั่งหลับตามีประโยชน์หรือไม่? พ่อครูว่า… มี คือ ได้พักจิต ได้ศึกษาจิตในภวังค์ ได้ทบทวนเตวิชโช ได้ธรรมฤทธิ์ สรุปคือสมาธิหลับตา meditation ไม่สมบูรณ์ มีไปตลอดไปไม่หายไปจากเอกภพ แต่สมาธิพุทธ supraconcentration จะมีเป็นระยะ ที่เมืองไทยนี้อาตมาตะครุบไว้ทันนะ จึงพาพวกคุณมาทำ supra concentration ซึ่ง supra concentration จะทำ meditationได้ แต่ meditation จะทำ supra concentration ไม่ได้ เพราะขาดผัสสะ

_พ่อครูมีข้อเสนอต่อรัฐบาลในการจัดการปัญหาธรรมกายอย่างไร พ่อครูว่า… อาตมามิบังอาจ ในเมืองไทยมีนักรบสองที่สุดยอดแล้ว หนึ่งคือประยุทธ์ เป็นพระ อีกประยุทธ์เป็นนายกฯ อาตมาเป็นนักรบที่มือหนึ่งถือดาบน้ำผึ้งเกสรดอกไม้ อีกมือหนึ่งอุ้มลูกนะ

_พ่อครูช่วยเล่าประสพการณ์การกินอาการแบบไม่ปรุงแต่ง พ่อครูว่า… กินรวมนี่กินง่าย แต่กินแยกนี่กินยาก ผักคำหนึ่ง พริกคำหนึ่ง ข้าวคำหนึ่ง จิตบ้างคนยึดกินเปรี้ยว บางคนยึดกินขม อย่างอาตมานี่หวานมากๆไม่ไหว

_เด็กครอบครัวชอบดูหมอดู เข้าทรงจนเป็นคนกลัวไสยศาสตร์ สิ่งที่มองไม่เห็น ทำให้ไม่กล้าอ่านหนังสือสมาธิ ถ้าอ่านจะกลัวเจอคำว่าไฟธาตุแตกหรือคำว่าบ้า ทั้งที่ไม่เข้าใจความหมายนัก หรือคนเขาว่าปฏิบัติธรรมจะทำให้เป็นบ้า ตนเอง หลังสามีเสียชีวิตก็เปลี่ยนจากคริสต์มาเป็นพุทธ ทำให้กลัวการลงโทษจากพระเจ้า หลังทำ babtise ไป พ่อครูว่า… ขออภัยว่า คุณขอมาปฏิบัติธรรมกับทางนี้ก่อน ส่วนพระเจ้าก็ขอเว้นวรรคไว้ก่อน ฝากไว้ก่อน ไม่ต้องไปลบหลู่นะ

_คนไปขายของที่อุทยานบุญนิยมหรือชมร. ไม่ได้ปฏิบัติธรรม เพราะมัวแต่ขายของไม่ฟังธรรม พ่อครูว่า… ไม่ใช่หรอก เขาก็อาจฟังธรรมไปด้วย คนไหนไม่ฟังก็ไม่ได้ปริยัติ

_พ่อให้ขายขาดทุน แต่ว่าทำไมมีเงินมาสนับสนุนทุกหน่วยงาน พ่อครูว่า… อธิบายผ่านไปแล้ว คือเอาที่แรงงานของเราที่มีราคาของแต่ละคนมีราคาค่าตัวที่เกินอยู่ก็เอามารวมกันหักมารวมกัน เอาของส่วนตัวน้อยๆ ที่เหลือให้ส่วนกลาง ไม่ได้เบียดเบียนใครเลย เรามีส่วนเกิน คนชาวพุทธที่มีอาริยะแล้วมีส่วนเกินทุกคน ก็เอาส่วนเกินมารวมเป็นสาธารณโภคี ช่วยส่วนกลางตลอดเวลา จบ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน