590325_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ โสณทัณฑสูตร ๒.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2559
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์343 KB
วันที่แก้ไข11 พฤษภาคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

590325_พุทธศาสนาตามภูมิ โดยพ่อครู บ้านราชฯ โสณทัณฑสูตร 2

พ่อครูว่า...วันนี้วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม 2559 ที่ราชธานีอโศก อาตมามานั่งที่โต๊ะปุ๊บก็สัมผัสสิ่งประกอบฉาก ชื่นใจ มีมะระลูกโตผิวมัน ลูกโตแต่ง เคยถามพวกเราว่าเวลาจะกินก็ต้องมาหั่นให้เล็กๆ แต่ก็ชอบลูกโตๆ แปลกดีเหมือนกัน มีแตงร้านลูกโตเหมือนกันนึกถึงความหลังตั้งแต่ยังวัยรุ่น 20 ปี เป็นเด็กส่งหนังสือพิมพ์ ตอนเย็นส่งหนังสือพิมพ์เสร็จก่อนจะเข้าที่พักผ่าน 4 แยกราชวัตรก็มีร้านขายข้าวต้มกุ๊ยขายอาหารจีน ก็จะแวะกินที่นั่นทุกวัน พอเห็นหน้าอาตมามา คนขายก็สบตาก็รู้แล้วไม่ต้องสั่งอะไร ก็กินมะระเครื่องในไก่ทุกวัน แกงจืด ไม่ต้องสั่งเลยมันจะแพงก็ตรงที่กินข้าวเพิ่มอีก แต่กับนั้นกินถ้วยเดียว คือแกงจืดมะระสด วันนี้ก็จะต่อพระไตรปิฎก แต่ก็ค้างประเด็น sms ที่ส่งมา

_0893867xxx ถ้าเรานับกัปป์ไม่ถูกว่าพระศรีอาริยเมตตรัยประสูติอีกเมื่อไร? ก็นับจากสิ้นรัชสมัย พระสมณโคดมไป2,500ปี อีก2,500ปีครบศักราช5,000ปีคือปีพศ.5001คือ วันประสูติพระพุทธเจ้าองค์ต่อไป ถูกไหม? ถ้าถูกจริงพวกเราต้องตายแล้วเกิดอีกหลายร้อยชาติกว่าจะได้เจอพระพุทธเจ้าองค์ต่อไปเหนื่อยหนักแน่ขอไปนิพพานเลยดีกว่าดีไหม? พ่อครูว่า… อาตมาไม่ใช่นักศึกษา เป็น unlearned man ซึ่งแต่ละยุคสมัยนั้นใช้ภาษาที่กำหนดเวลาต่างกัน มันไม่เป็นการกำหนดเดียวกันไปตลอดหรอก ยุคนี้ก็ใช้อย่างนี้ๆ ก็อาศัยสิ่งประกอบ ทุกวันนี้ก็เลยต้องหาภาษาร่วมสมัยไปสื่อกับเขาได้รู้เรื่องดีขึ้น แต่ความจำก็ไม่ค่อยดี จำไม่ค่อยได้ไม่เก่งเหมือนคนอื่นเขา ก็ทำหน้าที่หลายอย่าง สอนเองบริหารเองสร้างเอง สร้างเองนี้ สิ่งที่อาตมาสร้างนั้นไม่เหมือนโลกเขา อันนี้ไม่ง่ายจะเข้าใจ พวกเขาสร้างสังคมที่จะพาไปรวย อย่างธรรมกาย ไปหรูหราฟู่ฟ่า ส

อ่านต่อ

ร้างง่ายคนเยอะ คนเข้าใจได้เร็ว แต่นี่เราทำนี่มันค้านแย้งคนละขั้วกับเขาเลย มันจึงยาก นอกจากไม่เหมือนและยากแล้ว มันซ้อน เราสร้างอย่างคนจนด้วย ไม่เอาเปรียบใคร ไม่กอบโกยไม่สะสม แต่ต้องสร้างเป็นสังคมรวม เป็นสังคมบ้านใหญ่ พวกคุณนี่จะสร้างบ้านตนเอง ยังบ้านเล็ก แต่ละคนๆ แต่บ้านอาตมานี่บ้านใหญ่ มันใหญ่ถึงขนาดต้องสร้างภูเขาสร้างแม่น้ำ แผ่นดิน องค์ประกอบเองด้วย เพราะว่าอาตมาไม่มีปัญญาบุกรุกที่ธรรมชาติ อย่างพระธุดงค์กรรมฐาน อาตมาไม่อยากเอาอย่าง จะมาทำเอง สร้างเอง ซึ่งก็มีความภูมิใจ ที่ทำได้ตามธรรมะที่จริงตามพระพุทธเจ้าไม่ผิดเพี้ยน มันมีความจริงของคนที่เป็นไปได้ ทวนกระแสของคนทั่วไปได้ ไม่ได้หลอกล่อ หรือประเล้าประโลมมา ไม่ได้ทำอย่างโลกๆ ธรรมะเราไม่ต้องการบริวารไม่ต้องการคนมานับถือ ไม่ได้ทำเพื่ออามิส ไม่ได้เพื่อให้คนเข้าใจว่าเราเก่งเราวิเศษ พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในสูตรนี้ที่อาตมาจำได้ดี ต้องเป็นไปเพื่อละหน่ายคลาย ชำระกิเลส ถ้าชำระกิเลสจากจิตได้จริง จะมาเองด้วยปัญญาแต่ละคน เราไม่ต้องเรียกร้องไม่ต้องง้อ ไม่ต้องบังคับใครเลย ไม่ต้องซื้อต้องหาไม่ต้องติดสินบน แล้วมาอยู่เป็นปึกแผ่น มีชีวิตดำเนินไปจนเกิดวัฒนธรรมแบบใหม่ แบบสังคมบุญนิยม เป็นสังคมเดียวกับที่ในหลวงตรัส ในหลวงเป็นพระโพธิสัตว์ ที่อาตมาเอามาอ้างอิงนี้มันเรื่องจริง คนไม่จริงไม่มีความคิดอย่างนี้หรอก แม้แต่ คุณสุลักษณ์ ศิวรักษ์ ก็บอกตัวตนเขา พออาตมาทำขึ้นไปแล้วก็มีเสียงสะท้อนมาในสังคม เขาก็วิจัยซ้อนมาแล้ว มันจะทำให้เราเกิดขัด มีเชิงฉลาดเปรียบเทียบ

ผู้ที่สามารถลดกิเลสได้จริง ต่อให้มีสิ่งกระทบมากน้อยขนาดไหนก็สู้ได้ เราก็สู้ได้ตามจริง เราจะไปกะเป็นตัวเลข คนนี้รับแรงกระแทกได้ ร้อยกิโลกรัม น้ำหนักของลาภ ร้อยแรง ยศ ร้อยแรงสู้ได้ แต่ถึงร้อยเอ็ดสู้ไม่ได้ ยิ่งหลุดมากกว่านั้นสู้ไม่ได้ เป๋เลย ก็เป็นของจริงของแต่ละคน พระพุทธเจ้าท่านมีญาณรู้ น้ำหนักเหล่านี้ได้ ท่านจะคำนวณรู้เป๊ะเลยว่า ใครจะเป็นอะไรเมื่อไหรที่ไหนชื่ออะไร เพราะมีคุณสมบัติของความเที่ยงแท้ อาตมานี่ระดับ 7 ก็พอมีสิ่งที่เที่ยงพอใช้ได้ แต่อาตมาไม่ได้ระบุชื่อบุคคลอะไรชัดเจน ก็ทำไป พวกคุณฟังแล้วอย่าหลงตนว่าตนเป็นคนนั้นคนนี้นะ จะบ้าเอา เคยมีมาแล้ว ให้ทำสัจธรรมให้เป็นสัจจะความจริง เมื่อทำถึงขั้นมันใช่ก็ใช่ ไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ คุณมีสิทธิ์ตั้งเจตนา ตั้งความมุ่งหมายได้ แต่อย่าอยาก ตั้งแล้วทำเหตุปัจจัยตามที่เรามีปัญญา ไม่มีใครโกงใครแย่งไปได้หรอก สมบัติของใครก็ของคนนั้น มาถึงยุคนี้แล้วเปิดเผยอจินไตยหลายอย่าง ก็ต้องรอเวลา ถึงคราวนี้ที่อาตมา ระบุตรีมูรติ แต่ละท่านก็ทำงานมาจนอายุเลย 80 มาแล้ว ทำประโยชน์แก่ประเทศไทยมา ก็น่าจะได้เข้าใจ เช่น คุณส.ศิวรักษ์ แม้แต่เรื่องหมิ่นสถาบันฯ แต่ว่าเขาก็เสี่ยงทำ เพราะว่าต้องเป็นกัลยาณมิตรมาหลายทีจนเสี่ยงคุกตาราง คนไม่ค่อยเข้าใจเรื่องนี้

_0818557xxx กราบนมกพ่อท่าน ฟังพ่อท่านแล้วหนาวเลยค่ะ ที่เคยปฏิบัติมาผิดทางหมด ต้องมาตั้งหลักใหม่ ที่ท่านพูดมันถูกจริงๆๆ แล้วจะทำไงกันดีค่ะ กับพุทธกลายพันธ์ุ ที่ไม่ยอมรับผิดชอบธรรมะอันชอบธรรม ถ้าเค้ายอมรับพ่อท่าน เค้าเสียผลปย.มหาศาลและเสียฟอร์มสุดๆๆ แต่ควรไตร่ตรองยอมรับเพื่อจรรโลงพระพุทธศาสนาและนำพาพุทธศาสนิกชนให้ปฏิบัติถูกทางอย่างแท้จริง พ่อครูว่า ...แม้แต่คำว่าบุญเขาก็เอาไปใช้ผิด นี่มีดนะ แต่เขาเอาไปเป็นฟูกนอน ไปใช้บุญเป็นกุศลไปเสีย เป็นการเสริมกิเลสไปอีก หลอกว่าจะได้บุญมากก็รวยมากใหญ่มาก บุญนี่เป็นเครื่องมือหั่นกิเลส หั่นเสร็จแล้วก็ต้องทิ้งเลยไม่ต้องเก็บไว้ อรหันต์เป็นผู้สิ้นบุญสิ้นบาป ไม่ต้องทำบุญอีก มีแต่กุศล ต้องเข้าใจตั้งแต่สังขาร ตั้งแต่เริ่มต้น เข้าใจกายสังขารแล้วแยกจิตสังขาร กายสังขารได้ นิโรธต้องดับวจีสังขารก่อน จะทำอะไรให้เกิด ต้องทำวจีสังขารเกิดก่อน ถ้าเข้าใจวจีสังขารผิดก็จะไปทำดับทำเกิดได้อย่างไร ทำไม่ได้ อุบาสกวิสาขาที่เป็นอดีตสามีภิกษุณีธัมมทินนา อุบาสกฯ ถามว่า นิโรธดับ สังขาร 3 นี้อะไรดับก่อน ท่านก็ว่า ดับวจีสังขารก่อน ถ้าคุณไ ม่ได้เรียนรู้อาการนี้ในจิตเลย คุณจะไปจับกิเลสได้อย่างไร คุณต้องจับถูกโจร ต้องฆ่าถูกตัว หากไม่มีสภาวะขั้นนี้ก็ทำไม่ได้ บรรลุไม่ได้ ผู้ใดชัดเจนแม่นดีแล้ว ก็ไปทำได้ถูก จับอาการได้ชัดเจน เท่าที่จะเป็นไปได้ คุณ 8557 ก็บอกว่า ฟังอาตมาแล้วหนาวเลย ที่เคยปฏิบัตินั้นผิดทางหมด ต้องมาตั้งหลักใหม่ ที่อาตมาพูดนี้มันถูกจริงๆ แล้วจะทำอย่างไรกับพุทธกลายพันธ์ุที่ไม่ยอมรับธรรมะอันชอบธรรม ถ้าเขายอมรับอาตมา เขาเสียผลประโยชน์มหาศาล และเสียฟอร์มสุดๆๆ แต่ควรไตร่ตรองยอมรับเพื่อจรรโลงพระพุทธศาสนาและนำพาพุทธศาสนิกชนให้ปฏิบัติถูกทางอย่างแท้จริง อาตมาทำงานมาครบ 45 ปี เข้า 46 ปี ก็ต้องมีอะไรใหม่เพิ่มเติมขึ้นมา อาตมาไม่ได้ผ่าชัดมาแต่ต้น ตอบไม่ไว้หน้าเหมือนตอนนี้ ก็ขนาดนี้แล้วก็ให้อภัยให้อาตมาเถอะ มันแก่แล้วว่างั้น ที่อาตมาทำงานมามีหลักฐานนะ มีสิ่งยืนยันพอสมควร หากไม่อคติ ไม่ลำเอียง ไม่มีมักขะ ปลาสะ อาตมาไม่ได้ลบหลู่คุณใคร ไม่ได้ยกตนข่มใคร ไม่ได้คิดตีตัวเสมอหรือยกตนข่มท่าน ฟังนะ อาตมาไม่ได้ยกตนข่มใคร แต่อาตมาสูงกว่าจริงๆ อาตมาไม่ได้อยากพูดนะไม่ได้ยกตนเทียบเท่า มันเป็นจริงอย่างนั้น นี่เป็นสัจจะที่ยากจะเข้าใจ

Sms 240359 _ 0893867xxx ศิลปินน้อยหัวใจใสซื่อจรรโลงใจคนด้วยดนตรี! อนาคต ศิลปินเพลงกวีบรรเลงดนตรีสร้างสรรค์โลกชโลมใจชน! ที่ใดเพลงศิลปินศิลปะโลกุตระแผ่กระจายที่นั้นอบายโลกียะจะคับแคบลง! _0893867xxx นมก.พ่อครูฯ สณ.สม.จรธ.ญตธ.บ้านราชฯ นร.สสข.ฯญตธ.ไกลอโศกเข้าใจวิถี ชีวิตอโศกมากขึ้น เพราะบทความของหลานม่อนเมืองเรือ! ขอบคุณฯ บุญนิยมได้พุทธบุตรผู้สานต่องานเขียนหนังสือธรรมะอโศกเพิ่มมาอีกคนแล้ว! ยินดีกับหลานม่อนอนาคตผู้สืบสานการเผยแพร่ธรรมะอโศกด้วยนะ ถ้ายังทำต่อไป! กราบขอบคุณพ่อครูกับธรรมะรักษ์ธรรมชาติด้วยใจพอเพียง! ผู้น้อยคงมีโอกาสได้ มาเก็บฟักแฟงแตงมะเขือเทศผักพันธุ์ยักษ์ที่สวนริมมูนกับครูโก้อีกถ้าได้เจอครู! จรธ. _0893867xxx พระอะไรไม่รู้ทรัพย์สินเยอะกว่าฆราวาสหลายเท่าตัว! ตนมีรถบ้านที่ดินก็ไม่ใช่ชื่อตัวเองไร้มรดกบ่มีหนี้บ่ติดอบายมีงานศิลป์นิด รายได้หน่อยเงินออมเก็บไว้จองที่พุทธสถ.อโศกถ้าได้มาอยู่ก็ พอเพียงแล้ว!

สื่อธรรมะพ่อครู (พระสูตรอื่นๆ ที่สำคัญ) ตอน โสณทัณฑสูตร ตอน 2/4 พ่อครูว่า… ทีนี้ก็มาเข้าสู่บทเรียนกัน สูตรที่ 1 เมื่อพระพุทธเจ้าอุบัติในโลกหากจะชมพระพุทธเจ้าต้องชมที่เรามีศีล ท่านบอกก่อนเลยว่าท่านรู้จักทิฏฐิ (ความรู้) ทฤษฎี ความเห็นความเข้าใจของมนุษย์ในโลก ประมวลมาได้ 62 ทิฏฐิ ที่ต่างคนต่างยึด ยึดเมื่อใด ผิดเมื่อนั้น พระพุทธเจ้าว่าเรารู้หมดแล้วไม่ยึด เราก็อยู่กับคนทิฏฐิหลากหลายกับเขาได้อย่างดี โดยอนุโลมปฏิโลมให้ได้ จึงเป็นศิลปินใหญ่ที่เอามาผสมกลมกลืนกันได้อย่างปรองดอง แม้แต่จะเห็นคนละขั้วจะฆ่ากันเลยก็เอามาอยู่ร่วมกันได้ นี่คือศิลปินเอก สีสองสีคนละขั้ว เช่น แดงกับเขียว ก็เอามารวมกันจัดสัดส่วนได้ ผสมให้ดี ถ้าไม่ดีก็เละเสียเลยเน่าเลย ต้องผสมให้ดีไม่เละไม่เน่า เช่น จับเสือกับสิงห์อยู่ด้วยกันได้ แล้วใช้ฝีมือเสือสิงห์ทำงานให้ส่วนกลางได้ พระพุทธเจ้าว่า เราเป็นสารถี ฝึกคนที่ควรฝึกได้ อาตมาบูชาฝีพระหัตถ์ในหลวงอย่างยิ่ง นักการเมืองซัดกันไปมา แต่ท่านก็ประมาณอยู่ได้ ด้วยทศพิธราชธรรมที่ยิ่งใหญ่ ท่านเป็นพรหม นักประนีประนอม อาตมาเคยผ่านการบริหารระดับสูงมาในชาติก่อนๆ แต่มาชาตินี้ได้บริหารระดับต่ำ ต่างกับในหลวง ซึ่งก็บริหารยากคนละอย่าง บริหารระดับสูงก็ใช้ปัญญา แต่บริหารคนโง่นี่ยากอย่างหนึ่ง แต่ง่ายอย่างหนึ่ง โง่นี่ซื่อกว่าคนฉลาดนะ อาตมาอยู่ในฐานะต้องบริหารคนโง่ที่ซื่อ ส่วนในหลวงท่านบริหารคนฉลาด ขี้โกง ในหลวงหนักกว่าอาตมา คุณสุลักษณ์มไม่รู้อย่างอาตมา เพราะถ้ารู้อย่างอาตมาจะไม่ไปว่า ในหลวงในหลวงท่านก็ทรงงานตามฐานะของท่าน

4. โสณทัณฑสูตร [178] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้- สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเสด็จจาริกไปในอังคชนบท พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ประมาณ 500 รูป เสด็จถึงนครจัมปา ได้ยินว่า สมัยนั้นพระองค์ประทับอยู่ใกล้ขอบสระโบกขรณีคัคครา ในนครจัมปา ว่าด้วยพุทธคุณ [179] สมัยนั้น พราหมณ์โสณทัณฑะ ครองนครจัมปาซึ่งคับคั่งด้วยประชาชนและหมู่สัตว์ อุดมด้วยหญ้า ด้วยไม้ ด้วยน้ำ สมบูรณ์ด้วยธัญญาหารซึ่งเป็นราชสมบัติอันพระเจ้าแผ่นดินมคธจอมเสนา พระนามว่าพิมพิสาร พระราชทานปูนบำเหน็จให้เป็นส่วนพรหมไทย พราหมณ์และคฤหบดีชาวนครจัมปาได้สดับข่าวว่า พระสมณโคดมศากยบุตร ทรงผนวชจากศากยสกุล เสด็จจาริกไปในอังคชนบท พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ประมาณ 500 รูป เสด็จถึงนครจัมปา ประทับอยู่ใกล้ขอบสระโบกขรณีคัคครา ในนครจัมปา เกียรติศัพท์อันงามของท่านพระโคดมพระองค์นั้นขจรไปแล้วอย่างนี้ว่า แม้เพราะเหตุนี้ๆ พระผู้มีพระภาค พระองค์นั้น เป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้เองโดยชอบ ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เสด็จไปดีแล้ว ทรงรู้แจ้งโลก เป็นสารถีฝึกบุรุษที่ควรฝึกไม่มีผู้อื่นยิ่งกว่า เป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นผู้เบิกบานแล้ว เป็นผู้จำแนกพระธรรม พระองค์ทรงทำโลกนี้พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ให้แจ้งชัดด้วยพระปัญญาอันยิ่งของพระองค์เองแล้ว ทรงสอนหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์ให้รู้ตาม ทรงแสดงธรรมงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด ทรงประกาศพรหมจรรย์ พร้อมทั้งอรรถพร้อมทั้งพยัญชนะ บริสุทธิ์ บริบูรณ์สิ้นเชิง ก็การเห็นพระอรหันต์ทั้งหลาย เห็นปานนั้น ย่อมเป็นการดีแล ดังนี้ ครั้งนั้นพราหมณ์และคฤหบดีชาวนครจัมปา ออกจากนครจัมปา รวมกันเป็นหมู่ๆ พากันไปยัง สระโบกขรณีคัคครา.

ว่าด้วยคุณของโสณทัณฑพราหมณ์ [180] สมัยนั้น พราหมณ์โสณทัณฑะ พักผ่อนกลางวันอยู่ ณ ปราสาทชั้นบน ได้เห็นพราหมณ์และคฤหบดีชาวนครจัมปา ออกจากนครจัมปา รวมกันเป็นหมู่ๆ พากันไปยังสระโบกขรณีคัคครา จึงเรียกนักการมาถามว่า พ่อนักการ พราหมณ์และคฤหบดีชาวนครจัมปาออกจากนครจัมปา รวมกันเป็นหมู่ๆ พากันไปยัง สระโบกขรณีคัคคราทำไมกัน. นักการ. มีเรื่องอยู่ ท่านผู้เจริญ พระสมณโคดมศากยบุตรทรงผนวชจาก ศากยสกุล เสด็จจาริกไปในอังคชนบทพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ประมาณ 500 รูป เสด็จถึงนครจัมปาประทับอยู่ใกล้ขอบสระโบกขรณีคัคครา ในนครจัมปา เกียรติศัพท์อันงามของพระองค์ขจรไปแล้วอย่างนี้ว่า แม้เพราะเหตุนี้ๆ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น เป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้เองโดยชอบถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เสด็จไปดีแล้ว ทรงรู้แจ้งโลก เป็นสารถีฝึกบุรุษที่ควรฝึกไม่มีผู้อื่นยิ่งกว่า เป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นผู้เบิกบานแล้ว เป็นผู้จำแนกพระธรรม พราหมณ์และคฤหบดีเหล่านั้นพากันไปเฝ้าท่านพระโคดมองค์นั้น. โสณทัณฑะ ถ้าเช่นนั้น ท่านจงไปหาเขาแล้ว บอกเขาอย่างนี้ว่า ท่านทั้งหลาย จงรอก่อนท่านพราหมณ์โสณทัณฑะจะไปเฝ้าสมณโคดมด้วย. นักการรับคำ แล้วไปหาพราหมณ์และคฤหบดีชาวนครจัมปา แล้วบอกตามคำสั่งว่า ท่านทั้งหลาย พราหมณ์โสณทัณฑะสั่งว่า ขอท่านทั้งหลายจงรอก่อน ท่านพราหมณ์โสณทัณฑะจะไปเฝ้าด้วย. [181] สมัยนั้น พวกพราหมณ์ต่างเมืองประมาณ 500 คน มาพักอยู่ใน นครจัมปาด้วยกรณียกิจบางอย่าง เขาได้ทราบว่า พราหมณ์โสณทัณฑะจะไปเฝ้าพระสมณโคดม จึงพากันเข้าไปหาแล้วถามว่า ได้ทราบว่าท่านจะไปเฝ้า พระสมณโคดมจริงหรือ? โสณทัณฑะ เราคิดว่าจะไป. พวกพราหมณ์. อย่าเลยท่านโสณทัณฑะ ท่านไม่ควรไปเฝ้าพระสมณโคดม ถ้าท่านไปท่านจะเสียเกียรติยศ เกียรติยศของพระสมณโคดมจักรุ่งเรืองด้วยเหตุนี้แหละ ท่านจึงไม่ควรไป พระสมณโคดมต่างหากควรจะเสด็จมาหาท่าน อนึ่ง ท่านเป็นอุภโตสุชาตทั้งฝ่ายมารดาและบิดา มีครรภ์เป็นที่ถือปฏิสนธิหมดจดดีตลอด 7 ชั่วบรรพบุรุษ ไม่มีใครจะคัดค้านติเตียนได้ด้วยอ้างถึงชาติ เพราะเหตุนี้ ท่านจึงไม่ควรไปเฝ้าพระสมณโคดม พระสมณโคดมต่างหากควรจะเสด็จมาหาท่านอนึ่งท่านเป็นคนมั่งคั่ง มีทรัพย์มากมีโภคสมบัติมาก ... อนึ่งท่านเป็นผู้ เล่าเรียน ทรงจำมนต์รู้จบไตรเพท พร้อมทั้งคัมภีร์นิฆัณฑุ คัมภีร์เกตุภะ พร้อมทั้งประเภทอักษรมีคัมภีร์อิติหาส เป็นที่ 5 เป็นผู้เข้าใจตัวบท เป็นผู้เข้าใจไวยากรณ์ ชำนาญในคัมภีร์โลกายตะ และมหาปุริสลักษณะ ...อนึ่งท่านมีรูปงาม น่าดูน่าเลื่อมใส กอปรด้วยผิวพรรณผุดผ่องยิ่งนัก มีพรรณคล้ายพรหม มีรูปร่างคล้ายพรหม น่าดูน่าชมไม่น้อย ... อนึ่งท่านเป็นผู้มีศีล มีศีลยั่งยืน ประกอบด้วยศีลยั่งยืน ... อนึ่งท่านเป็นผู้มีวาจาไพเราะ มีสำเนียงไพเราะ ประกอบด้วยวาจาของชาวเมืองสละสลวยหาโทษมิได้ ให้ผู้ฟังเข้าใจเนื้อความได้ชัด ... อนึ่งท่านเป็นอาจารย์และ ปาจารย์ของชนหมู่มาก สอนมนต์มาณพถึง 300 คน มาณพเป็นอันมาก ต่างทิศต่างชนบทผู้ต้องการมนต์ ใคร่จะมาเรียนมนต์ในสำนักของท่านพากันมา ... อนึ่งท่านเป็นคนแก่เฒ่า เป็นผู้ใหญ่ ล่วงกาลผ่านวัยมาโดยลำดับ ส่วนพระสมณโคดมเป็นคนหนุ่ม และบวชแต่ยังหนุ่ม ... อนึ่งท่านเป็นผู้อันพระเจ้าแผ่นดินมคธ จอมเสนา พระนามว่าพิมพิสาร ทรงสักการะเคารพนับถือบูชานอบน้อม ... อนึ่งท่านเป็นผู้อันพราหมณ์โปกขรสาติสักการะเคารพนับถือบูชานอบน้อม ... อนึ่งท่านครองนครจัมปา ซึ่งคับคั่งด้วยประชาชนและหมู่สัตว์ อุดมด้วยหญ้า ด้วยไม้ ด้วยน้ำ สมบูรณ์ด้วยธัญญาหาร ซึ่งเป็นราชสมบัติอันพระเจ้าแผ่นดินมคธ จอมเสนา พระนามว่าพิมพิสาร พระราชทานปูนบำเหน็จให้เป็นส่วนพรหมไทย เพราะเหตุนี้แหละ ท่านจึงไม่ควรไปเฝ้าพระสมณโคดม พระสมณโคดมต่างหากควรจะเสด็จมาหาท่านดังนี้.

ว่าด้วยพุทธคุณ [182] เมื่อพวกพราหมณ์กล่าวอย่างนี้แล้ว พราหมณ์โสณทัณฑะได้กล่าวว่า ท่านทั้งหลายถ้าอย่างนั้น ขอพวกท่านจงฟังข้าพเจ้าบ้าง เรานี้แหละควรไปเฝ้าท่านพระโคดมพระองค์นั้น ท่านพระโคดมไม่ควรจะเสด็จมาหา ได้ยินว่าพระสมณ โคดมเป็ นอุ ภโตสุชาตทั้งฝ่ายพระมารดาและมีพระครรภ์ เป็นที่ทรงถือปฏิสนธิหมดจดดีตลอด 7 ชั่วบรรพบุรุษ ไม่มีใครจะคัดค้านติเตียนได้ด้วยอ้างถึงพระชาติ เพราะเหตุนี้แหละ ท่านพระโคดมจึงไม่ควรจะเสด็จมาหาเรา ที่ถูกเรานี้แหละควรไปเฝ้าพระองค์ท่าน ได้ยินว่าพระสมณโคดมทรงละพระญาติหมู่ใหญ่ออกทรงผนวช ... ทรงสละเงินทองเป็นอันมาก ทั้งที่อยู่ในพื้นดิน ทั้งที่อยู่ในอากาศ ออกทรงผนวช ... พระองค์กำลังหนุ่มแน่น มีพระเกศาดำสนิท ทรงพระเจริญด้วยปฐมวัย เสด็จออกทรงผนวชเป็นบรรพชิต ...เมื่อพระมารดาและพระบิดาไม่ทรงปรารถนาให้ ทรงผนวช มีพระพักตร์อาบด้วยน้ำพระเนตรทรงกันแสงอยู่ พระองค์ทรงปลง พระเกศาและพระมัสสุ ทรงครองผ้ากาสาวพัสตร์ เสด็จออกทรงผนวชเป็นบรรพชิต ... พระองค์มีพระรูปงาม น่าดู น่าเลื่อมใส กอปรด้วยพระฉวีวรรณผุดผ่องยิ่งนัก มีพระพรรณคล้ายพรหม มีพระรูปคล้ายพรหม น่าดูน่าชมไม่น้อย ... พระองค์เป็นผู้มีศีล มีศีลประเสริฐ มีศีลเป็นกุศล ประกอบด้วยศีลเป็นกุศล ... พระองค์มีพระวาจาไพเราะ มีพระสำเนียงไพเราะ ประกอบด้วยวาจาของเมืองสละสลวยหาโทษมิได้ ให้ผู้ฟังเข้าใจเนื้อความได้ชัด ...พระองค์เป็นอาจารย์และปาจารย์ของคนหมู่มาก ... พระองค์สิ้นกามราคะแล้ว เลิกประดับตบแต่งแล้ว ... พระองค์เป็นกรรมวาที เป็นกิริยวาที ไม่ทรงมุ่งร้ายแก่พวกพราหมณ์ ... พระองค์ทรงผนวชจากสกุลสูง คือสกุลกษัตริย์อันไม่เจือปน ... พระองค์ทรงผนวชจากสกุลมั่งคั่ง มีทรัพย์มาก มีโภคสมบัติมาก ... ชนต่างรัฐต่างชนบทพากันมาทูลถามปัญหาพระองค์ ... เทวดาหลายพันมอบชีวิตถึงพระองค์เป็นสรณะ ... พระเกียรติศัพท์ อันงามของพระองค์ขจรไปแล้วอย่างนี้ว่า แม้เพราะเหตุนี้ๆ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น เป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้เองโดยชอบ ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เสด็จไปดีแล้วทรงรู้แจ้งโลกเป็นสารถีฝึกบุรุษที่ควรฝึกไม่มีผู้อื่นยิ่งกว่า เป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นผู้เบิกบานแล้ว เป็นผู้จำแนกพระธรรม ดังนี้ ... พระองค์ประกอบด้วยมหาปุริสลักษณะ 32 ประการ ... พระองค์มีปรกติกล่าว เชื้อเชิญ เจรจาผูกไมตรีช่างปราศรัย พระพักตร์ไม่สยิว เบิกบาน มีปรกติตรัสก่อน ... พระองค์เป็นผู้อันบริษัท 4 สักการะเคารพนับถือบูชานอบน้อม ... เทวดาและมนุษย์เป็นอันมากเลื่อมใสพระองค์ยิ่งนัก ... พระองค์ทรงพำนักอยู่ในบ้านหรือ นิคมใด ในบ้านหรือนิคมนั้น อมนุษย์ไม่เบียดเบียนมนุษย์ ... พระองค์ทรงเป็น เจ้าหมู่เจ้าคณะ และทรงเป็นคณาจารย์ได้รับยกย่องว่า เป็นยอดของเจ้าลัทธิเป็นอันมาก สมณพราหมณ์เหล่านี้รุ่งเรืองยศด้วยประการใดๆ แต่พระสมณโคดมไม่อย่างนั้นที่แท้พระสมณโคดมรุ่งเรืองพระยศด้วยวิชชาและจรณสมบัติอันยอดเยี่ยม ... พระเจ้าแผ่นดินมคธ จอมเสนา พระนามว่าพิมพิสาร พร้อมทั้งพระโอรสและพระมเหสี ทั้งราชบริษัทและอำมาตย์ ทรงมอบชีวิตถึงพระองค์เป็นสรณะ ... พระเจ้าปเสนทิโกศล พร้อมทั้งพระโอรสและพระมเหสี ทั้งราชบริษัทและอำมาตย์ ทรงมอบชีวิตถึงพระองค์เป็นสรณะ ... พราหมณ์โปกขรสาติพร้อมทั้งบุตรและภริยา ทั้งบริษัทและอำมาตย์ มอบชีวิตถึงพระองค์เป็นสรณะ ...พระองค์เป็นผู้อันพระเจ้าแผ่นดินมคธ จอมเสนา พระนามว่าพิมพิสาร ทรงสักการะเคารพนับถือบูชานอบน้อม ... พระองค์เป็นผู้อันพระเจ้าปเสนทิโกศล ทรงสักการะเคารพนับถือบูชานอบน้อม ... พระองค์เป็นผู้อันพราหมณ์โปกขรสาติ สักการะเคารพนับถือบูชานอบน้อม ... พระองค์เสด็จถึงนครจัมปา ประทับอยู่ ณ ขอบสระโบกขรณีคัคคราในนครจัมปา ท่านทั้งหลาย สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่งมาสู่เขตบ้านของเรา ท่านเหล่านั้นจัดว่าเป็นแขกของเรา และเป็นแขกอันเราควรสักการะเคารพนับถือบูชานอบน้อม พระสมณโคดมเสด็จถึงนครจัมปา ประทับอยู่ ณ ขอบสระโบกขรณีคัคคราในนครจัมปา พระองค์ก็ทรงเป็นแขกของพวกเรา และเป็นแขกที่พวกเราควร สักการะเคารพนับถือบูชานอบน้อม เพราะเหตุนี้แหละ พระองค์จึงไม่ควรเสด็จมาหาเรา ที่ถูกเราต่างหากควรจะไปเฝ้าพระองค์ท่าน ข้าพเจ้าทราบพระคุณของ ท่านพระโคดมเพียงเท่านี้ แต่ท่านพระโคดมไม่ใช่มีพระคุณเพียงเท่านี้ ความจริงพระองค์ท่านมีพระคุณหาประมาณมิได้. [183] เมื่อพราหมณ์โสณทัณฑะกล่าวอย่างนี้แล้ว พวกพราหมณ์เหล่านั้นได้กล่าวว่า ท่านโสณทัณฑะกล่าวชมพระสมณโคดมถึงเพียงนี้ ถึงหากท่านพระโคดมพระองค์นั้นจะประทับอยู่ไกลจากที่นี้ตั้งร้อยโยชน์ ก็ควรแท้ที่กุลบุตรผู้มีศรัทธาจะไปเฝ้า แม้จะต้องนำเสบียงไปก็ควร พราหมณ์โสณทัณฑะกล่าวว่า ท่านทั้งหลาย ถ้าเช่นนั้น เราทั้งหมดจักไปเฝ้าพระสมณโคดม ลำดับนั้นพราหมณ์โสณทัณฑะพร้อมด้วยคณะพราหมณ์หมู่ใหญ่ ไปถึงสระโบกขรณีคัคครา เมื่อผ่านพ้นราวป่าไปแล้ว ได้เกิดปริวิตกขึ้นอย่างนี้ว่า ถ้าเราจะถามปัญหากะพระสมณโคดม หากพระองค์จะพึงตรัสกะเราอย่างนี้ว่า พราหมณ์ ปัญหาข้อนี้ท่านไม่ควรถามอย่างนั้น ที่ถูกควรจะถามอย่างนี้ ดังนี้ บริษัทนี้จะพึงดูหมิ่นเราได้ด้วยเหตุนั้นว่า พราหมณ์โสณทัณฑะเป็นคนเขลาไม่ฉลาด ไม่อาจถามปัญหาโดยแยบคายกะ พระสมณโคดมได้ ผู้ที่ถูกบริษัทดูหมิ่นพึงเสื่อมยศผู้เสื่อมยศก็พึงเสื่อมโภคสมบัติ เพราะได้ยศเราจึงมีโภคสมบัติ ถ้าพระสมณโคดมจะพึงตรัสถามปัญหาเรา และเราแก้ไม่ถูกพระทัย ถ้าพระองค์จะพึงตรัสกะเราอย่างนี้ว่า พราหมณ์ ปัญหาข้อนี้ท่านไม่ควรแก้อย่างนั้น ที่ถูกควรจะแก้อย่างนี้ ดังนี้ บริษัทนี้จะพึงดูหมิ่นเราได้ด้วยเหตุนั้นว่า พราหมณ์โสณทัณฑะเป็นคนเขลา ไม่ฉลาด ไม่อาจแก้ปัญหาให้ถูกพระทัยพระสมณโคดมได้ ผู้ที่ถูกบริษัทดูหมิ่นพึงเสื่อมยศ ผู้เสื่อมยศก็พึงเสื่อมโภคสมบัติ เพราะได้ยศเราจึงมีโภคสมบัติ อนึ่ง เราเข้ามาใกล้ถึงเพียงนี้แล้วยังมิได้เฝ้า พระสมณโคดมจะกลับเสีย บริษัทนี้จะพึงดูหมิ่นเราได้ด้วยเหตุนั้นว่า พราหมณ์โสณทัณฑะเป็นคนเขลา ไม่ฉลาด กระด้างด้วยมานะ เป็นคนขลาดไม่อาจเข้าเฝ้าพระสมณโคดมได้ เข้ามาใกล้ถึงเพียงนี้แล้ว ยังไม่ทันเฝ้าพระสมณโคดม ไฉนจึงกลับเสีย ผู้ที่ถูกบริษัทดูหมิ่นพึงเสื่อมยศ ผู้เสื่อมยศก็พึงเสื่อมโภคสมบัติ เพราะได้ยศเราจึงมีโภคสมบัติ.

จบ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน