600112_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาพาให้หายโง่.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2560
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์352 KB
วันที่แก้ไข8 พฤษภาคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

600112_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาพาให้หายโง่

สมณะเดินดินว่า…วันนี้เป็นวันพฤหัสบดีที่ 12 มกราคม 2560 เป็นวันพระใหญ่ ขึ้น 15 ค่ำเดือนยี่ วันนี้ พ่อครูคงมีเรื่องที่จะมาบอกพวกเรา เพราะมีคำถามมาตลอดว่า ปีนี้จะมีงาน ปลุกเสกฯ พุทธาฯ…หรือไม่มี พ่อครูว่า...แจ้งก่อนอื่นเลย ถ้าไม่ลืมก็จะบอกตอนหลังอีก คนเราบางทีลืมไม่ได้ เช่นลืมความทุกข์ ความเจ็บปวด ก็รู้สึกอยู่ ถ้ามาปฏิบัติธรรม แม้จะยังจำได้ แต่ใจเราชนะได้ รับกับวิบาก ที่ทนทุกข์ทรมาน หรือสบาย ก็ละวางได้ แต่ถ้าเผื่อว่า ได้แต่จำ แต่ละวางไม่ได้ ก็ทรมานอยู่นั่นแหละ คนปฏิบัติไม่ถูกต้อง ความจำที่ทุกข์ทรมาน ก็อยู่กับเรานาน เป็นเวรเป็นกรรม ตราบที่วางไม่ได้ แต่ปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้า ก็วางได้ ส่วนทางปฏิบัติธรรมไม่ใช่ของพระพุทธเจ้า ก็วางได้เหมือนกัน ลืมมันเฉยๆ สะกดจิตไป ทำไม่คิดถึง ดับมันไป ลืมมันไปเลยได้ แต่ไม่ได้สมบูรณ์ ไม่ได้จบสนิทเต็มร้อยเลย เรื่องราวที่เราจะต้องบอกกัน ให้ชัดเจนว่า ตกลงปีนี้ 2560 เราตกผลึก ก็ตกลงกันอย่างนี้ ปีนี้ งานพุทธาภิเษกฯก็มี งานปลุกเสกฯก็มี งานตลาดอาริยะก็มี งานรับกลดม.6 ก็มี มีวันเวลาระบุไว้แล้ว _งานพุทธาภิเษกฯ 11-17 กุมภาพันธ์ สถานที่ ปฐมอโศก _งานปลุกเสกฯ 5-11 เมษายน สถานที่ ราชธานีอโศก _งานรับกลด ม.6 วันที่ 11 เมษายน สถานที่ ราชธานีอโศก _งานตลาดอาริยะ 13-15 เมษายน สถานที่ ราชธานีอโศก ฉลองเฮือน สวน. ใช้เป็นที่จัดตลาดอาริยะ ในเนื้อที่ 11 ไร่ สถานที่ ราชธานีอโศก ยกไปจัดที่อื่นไม่ได้ เราได้ละเว้นงานประเพณี ไปนานหลายปี ตอนนี้เห็นได้ว่า ในสังคมประเทศไทยตื่นตัว มีจิตวิญญาณรู้ ตื่น เบิกบาน มีจิตวิญญาณพุทธะ ก็มีมากคณะ ที่จัดกิจกรรมต่างๆ เช่น Bomb of love ที่สนามหลวง ก็มีคณะไปช่วยเยอะ สอง งานน้ำท่ว

อ่านต่อ

มที่ภาคใต้ ก็มีพวกเราไปช่วยกัน ก็ให้โอกาสท่านทั้งหลาย เต็มมือเลย เราก็ขอกลับมาทำ ส่วนของเราบ้าง

ก็ขอพูดคุยกับ SMS วันที่ 11 มกราคม 2560

ความงดงามของอาริยะ _ 0847354xxx การบำเพ็ญธรรมขึ้นอยู่กับ "ตัวเรา"บารมี คุณธรรม อยู่ที่ แต่ละคน จะไปสั่งสมบ่มเพาะ " พูดหมื่นคำ สู้ทำไม่ได้ " มาตรฐานคนดี คือ ขึ้นให้ถึงที่สุด แห่งความดีที่มนุษย์พึงมี งดงามดั่งอาริยะ เพราะความงามอยู่ที่ ความดี " การประดับกายด้วยความดี ย่อมมีราศีกว่าประดับเพชร " ตอบ...ถูกต้อง ทีนี้บอกว่า งดงามดั่งอาริยะ เพราะงามที่ความดี อันนี้ขอขยายความเพิ่ม คำว่างามนี้ ดูแล้วมันต้องตา ต้องใจ คนส่วนใหญ่เลย แล้วก็ถือว่า เป็นความดีที่ถูกต้อง แล้วความดีที่ไม่ค่อยงาม แต่เป็นความบริสุทธิ์ใจ เป็นสิ่งประเสริฐของอาริยะ แม้แต่อรหันต์หรือพระโพธิสัตว์ บางทีดูไม่ค่อยงาม เป็นกิริยาต่างๆ มันขัดแย้ง กิริยาทางกาย วาจา ขัดแย้งกับคนที่มีกิเลส บางทีก็เคาะกิเลสเขาเลย แข็ง ตรง เปรี้ยง ซึ่งไม่ค่อยงามนัก แต่ประเสริฐกว่าความดี หรือเป็นความดีอันประเสริฐ คำว่า ความงดงามดั่งอาริยะ บางทีไม่เป็นอาริยะ เขาก็ทำความงดงาม ได้ดีมาก อย่างเช่น พวกแฟชั่น นักศิลปะ ที่ไม่ใช่ศิลปะจริง เป็นศิลปะมอมเมา ให้กิเลสมันดูดดึง ให้ไปเป็นเหยื่อเขา คนสร้างงานศิลปะนั้น ก็ได้บริวาร ได้คนที่ติดที่ชอบ หนักเข้าก็เรียกร้อง อยากได้ ซื้อราคาแพงขึ้น ขูดรีดกันซับซ้อน คนก็ซื้อความงามของศิลปะ เป็นโลกียะ แต่ศิลปะโลกุตระ สามารถลดกิเลสได้ถูกเป้า ส่วนงานที่เป็นสุนทรีย์ นั้น ศิลปินที่มีภูมิธรรม สามารถจัดองค์ประกอบ สุนทรียศิลป์ สาระศิลป์ได้มีองค์ประกอบดี สามารถขัดเกลากิเลส จากน้อยไปหามาก เพราะบางที ไม่มีลักษณะงาม แต่มีลักษณะที่ขัดเกลากิเลส จัด ชัด คนที่มีกิเลสจึงไม่รู้สึกว่างาม เขาจะผลักไสด้วยซ้ำไป ในความรู้สึกของคนคนนั้น ก็ต้องเข้าใจ สิ่งลึกซึ้งนั้นให้ดี

_0897146xxx ทำไมคนชอบพูดความบกพร่องของผู้อื่น มากกว่ารำลึกถึงข้อบกพร่องของตนเอง เป็นธรรมชาติของมนุษย์ ใช่ไหมครับ ตอบ...เป็นธรรมชาติของกิเลสเลย ชอบพูดความบกพร่องของผู้อื่น มากกว่ารำลึกถึงข้อบกพร่องของตนเอง เป็นชั้นที่หนึ่ง ต่อมา คนที่ชอบพูด ความบกพร่องของผู้อื่น มากกว่ารำลึกถึงข้อบกพร่องของตนเองนั้น เป็นข้อยกเว้น สำหรับ ผู้ที่มีความบกพร่องของตัวเองนั้น หนึ่งไม่มี ก็ไม่ต้องพูดความบกพร่องตัวเอง พูดแต่ความบกพร่องผู้อื่น สอง ความบกพร่องของตัวเอง สำหรับผู้เป็นอาริยะ แม้แต่เป็นพระอรหันต์ พระโพธิสัตว์ ก็มีข้อบกพร่องของตัวเองอยู่ แต่จำเป็นต้องทำข้อบกพร่องนั้น เพราะสมควรตามสัปปุริสธรรม 7 มหาปเทส 4 จำเป็นต้องทำ เพื่อประโยชน์สูง ประหยัดสุด ถ้าไม่เช่นนั้นไม่ได้ การที่ประมาณว่า ต้องใช้ขนาดนี้ แรง ตรง ชัดเจน ลัดสั้น ทำได้อย่างมีประโยชน์สูงมาก ประหยัดสุด ด้วยการใช้ทั้ง ครน. และ หรม. คำนวณบวกลบคูณหารแล้ว จำเป็นต้องแรง ชัด ตรงอย่างนี้ ใช้ขณะมีองค์ประกอบ ในเวลากาละเช่นนี้ ใช้การประมาณจัดสรรด้วยล่ะ ครน. หรม. คูณร่วมน้อย หารร่วมมาก ตัวหารตัวคูณใช้ แต่คูณนั้นน้อย หารคือแบ่งออกแบ่งเอา แต่ตัวคูณนั้นเพิ่มมาก แต่หารนั้นเอาออก ก็หารมากหน่อย คูณมันจะเพิ่มมาก ก็เอาพอประมาณ ส่วนการจัดการเอามวลออกบ้าง เรียกว่า หารร่วมมาก จัดการส่วนที่จะต้องขัดเกลา โดยมุ่งหมาย คือได้ผลเอาออกมาถึงการหาร ถึงขั้นประหาร จำเป็นต้องหาร เพราะเอากิเลสออกมาก ถ้าจะเอาคนที่ชื่นชมยินดี แม้น้อยก็ต้องคูณร่วมน้อย แต่จำเป็นต้องหารร่วมมาก อย่างนี้เป็นต้น นี่คือการจัดสรรการกระทำ

_0890015xxx กรณีน้ำท่วมใต้ พุทธศาสนาจะช่วยแก้ปัญหา ได้มากน้อยเพียงใดครับ ตอบ...มันเป็นคำถามที่กว้างมากเลย การแก้ปัญหา ถ้าจะพูดถึงตัวปัญหาจริงๆแล้ว ต้องแก้ด้วยปัญญา ปัญหาไม่มีตัวอื่นจะแก้ได้ นอกจากปัญญา เป็นสูงสุด ส่วนการแก้ด้วย กาย วาจา และวัตถุ ใช้กายกรรม วจีกรรมแก้ได้ ถามว่า พุทธศาสนาจะแก้ปัญหาได้เพียงใดก็ได้ เพราะใช้กาย วาจา ได้เท่าไหร่ เราใช้การพูดโน้มน้าว ช่วยกันในโอกาส แม้แต่สื่อสารบุญนิยมก็ช่วยกัน โทรทัศน์เรา ทำมาเพื่อประชาชน เป็นเครื่องมือเทคนิค ที่แพร่หลายไปทั่ว เราก็ใช้ให้เต็มที่ ด้วยทุนรอนของเรา ไม่ได้หารายได้ จากโทรทัศน์เลย ทั้งที่เขาใช้หารายได้กัน โทรทัศน์ สื่อกายกรรม วจีกรรม แต่ส่วนทางปัญญา เราก็แนะนำ บอกกล่าว แต่เราก็ไม่เก่งเท่าไหร่ ก็ได้ประมาณหนึ่ง มีน้ำใจ มีเมตตา กรุณา พวกเรามีมาก เมตตาเต็ม แค่กรุณาเราไม่เต็ม แต่บางที คนทำงานกรุณาเต็ม แต่เมตตาเขาไม่ค่อยรู้ เขาทำเต็มที่ แต่ไม่มีใจเมตตาเต็มเท่าไหร่ แต่เขาทำกรุณา คือทำภายนอกเต็มที่ นี่ก็คือรายละเอียด

_0890015xxx พ่อท่านฯเห็นอย่างไร ที่นายกฯชอบพูดว่า "ที่ผ่านมาเป็นเรื่องคนไทยทะเลาะกัน" ตอบ...จริงหรือเปล่าที่โค้ดมานะ เดี๋ยวหาว่า อาตมาไปว่านายกฯ อาตมาเห็นด้วย มันเป็นเรื่องของ วิวาทกรรม มีแรงจนถึงลงมือลงไม้ ทะเลาะวิวาท ตีรันฟันแทง ตั้งแต่ถกกัน แย้งกันด้วยปัญญา แต่ว่าถกกันด้วยปัญญา หรืออาริยะ เขาไม่เรียกวิวาท แต่คำว่า วิ คือขัดแย้งในตัวเอง อันหนึ่งมี อันหนึ่งก็ไม่ หรือไม่มีเลย ถ้ามีก็มีสุดยอด คำว่า วิวาทะ เป็นเรื่องคำพูด หากคำพูดรุนแรงยั้งไม่อยู่ ก็เป็นลงมือลงไม้ ของคนไทย มีถึงขั้นฆ่าแกงกัน ก็มีจริง จะไปบอกว่า ท่านนายกฯ พูดเกินจริง ก็ไม่ได้ มีการเผาบ้านเผาเมืองก็มี ที่ผ่านมาเป็นปัญหาของ สังคมประเทศไทย นั่นก็คือ ร้ายแรง เมื่อจัดการได้แล้ว อย่างท่านนายกฯตู่ เมื่อได้ลงมือทำ ก็ดีขึ้นๆ เหตุการณ์เหล่านั้น ก็ไม่ได้เกิดอีก เป็นความสำเร็จ เป็นผลดีที่ทำได้ดีมาก ว่ากันไป

_0893867xxx เห็นโครงการเมกะโปรเจคใหม่ ที่จะเกิด สวนทางแผ่นดินสั่นไหวทางเหนือ น้ำท่วมทางใต้ แล้วนึกถึงคำตรัสพ่อฯ คงจะจริง.. ประเทศไทยเรา อาจไม่เป็นประเทศ ที่รุ่งเรืองที่สุดในโลก หรือรวยที่สุดในโลก หรือฟู่ฟ่าที่สุดในโลก! แต่ก็ขอให้เมืองไทยเป็นปท.ที่มีความมั่นคง มีความสงบได้! เพราะว่าในโลกนี้หายากแล้ว! พระบรมราโชวาทในหลวง ร.9ฯ โลกนี้หาปท.ที่สงบสุขสันติ ทั้งแผ่นดิน เสมอเสมือนถ้วนหน้ากัน หายากจริงๆเอวังหนอ! ตอบ...ยุคพระศรีอาริย์ มีได้ไหม มีได้ เป็นอุดมการณ์ เช่นยุคที่คนดีที่สุด ยุคนั้นคือ ยุคพระศรีอาริย์ เป็นคำกลางๆ ศรีคือดี อาริยะคือประเสริฐ อยู่อย่างมี เมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม สาธารณโภคี ศีลสามัญตา ทิฏฐิสามัญตา อยู่กันอย่างเรียบร้อยที่สุด ประเสริฐสุด ของมวลมนุษยชาติ มีทรัพย์สินของแผ่นดินเหลือเฟือ ไม่ต้องแย่งชิงกัน ทุกคนก็เข้าใจ แล้วไม่มีความฟุ้งเฟ้อในจิต จิตไม่ถูกมอมเมาจัดจ้านมากมาย อยู่กันอย่างสงบเรียบร้อย อยู่กับธรรมชาติ พอเป็นพอไป มีอยู่มีกิน สังคมเช่นนั้นมีได้ ในบางยุคสมัย คือพร้อมในองค์ประกอบ ดิน น้ำ ไฟ ลม และมนุษยชาติที่มีจิตวิญญาณไม่ได้มีกิเลสมาก ยุคเช่นนั้น เป็นยุคพระศรีอารย์จริงๆ คนมีจำนวนน้อย ของกินของใช้เหลือเฟือ ไม่ต้องแย่งชิงกัน ก็ไม่ต้องหาเรื่อง แม้จะประดิดประดอย ก็ยังเหลือเฟือ ก็ไม่มีปัญหา แต่ในยุคที่จิตวิญญาณไม่ดีแล้ว แม้จะมีคนน้อย ก็ทะเลาะกัน ถ้าจิตวิญญาณดีแล้ว แม้คนจะมาก ก็ไม่เบียดเสียด ไม่แน่นหนา ก็ไม่ทะเลาะกัน แต่ยุคที่ดีแล้ว แม้คนจะแน่นหนา ก็ไม่ทะเลาะกัน ยุคกาลที่ดีมากเช่นนั้น หาได้ยากอยู่ อย่างที่ในหลวงท่านตรัสนั้น ถูกแล้ว

คนพอเพียงคือคนใจพอ(ไม่มีมโนมยอัตตนิยม) _0893867xxx ว่าจะบ่ส่ง!แต่อดช่วยมนุษย์พอเพียง เช่นชาวอโศก สู้อยู่กับลัทธิทุนนิยม วัตถุนิยมบริโภคนิยมทรัมป์ ที่กำลังกลืนกินโลกอีก!บ่ได้ ตอบ...ก็ขอขยายความ คนพอเพียงคือคนสันโดษ คนชอบจะเอาคำว่าสันโดษ ไปอธิบายว่า พึงพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่ ไปขยายความอย่างนั้น เป็นมิจฉาทิฏฐิ ผิด สันโดษแปลว่า ใจพอ ไม่ได้แปลว่า พึงพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่ คนในโลกนี้ที่รวยมาก แล้วพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่ ก็มากมาย หนังสือพิมพ์ Forbes เอามาเปิดเผยทุกๆปี เขาก็ยินดี ในสิ่งที่ตนมีอยู่ทั้งนั้น แต่จริงๆแล้ว สันโดษคือใจพอ แม้น้อยก็พอ มันมาคู่กับ อัปปิจฉะ สันตุฏฐิ ปวิเวก อสังสัคคะ วิริยารัมภะ เป็นคนขยันหมั่นเพียร แต่ไม่เอาไว้มาก เอาไว้น้อย อยู่กับส่วนกลาง ชาวอโศกเรา สามารถพิสูจน์ได้ ด้วยความจริงใจ มีเงินในกระเป๋าไหม บางทีมีเป็นพัน แต่ไม่ได้คิดจะเอาไปสะสมไว้กับตัวเอง บางที 0 บาทจริงๆ ในตัวเอง บาทนึงก็ไม่มี แต่ก็สบายๆ มีเงินพันก็สบาย บางทีเขาให้ใช้เป็นล้านก็สบาย ไม่ไปยักยอก ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไร เอาเงินนั้นมาให้แก่ตัวเองเลย นี่เป็นเรื่องที่สะอาดบริสุทธิ์ ของมนุษยชาติ เป็นเรื่องที่มนุษย์เป็นได้จริงๆ ขอยืนยัน อาตมาเอาตัวเองเป็นหลัก ว่าทำได้อย่างนั้นจริงๆเลย จะไปยึดไว้ทำไม อาตมาไม่กลัวว่า พวกคุณจะหนีไปจากอาตมา แม้จะเหลืออาตมาคนเดียว ก็ไม่กลัว อาตมาปลูกเผือกเป็นนะ ปลูกไปรอบตัว พอหมดหัวแรก ก็กินหัวต่อไปเรื่อยๆ กลับไปกลับมาได้ กินเผือกแล้วอยู่ได้ไปตลอดจนตาย กินเผือกทุกวัน จะมีปัญหาหรือ อายุมันจะสั้นเพราะกินเผือก ก็ไม่เป็นไร อธิบายให้ฟังง่ายๆ คนพอเพียง ต้องขยายความ ของในหลวงนี้ลึกซึ้ง ต้องเป็นคนสันโดษ อย่างพวกเรา มีสาธารณโภคี ส่วนที่จะพอเพียงแล้ว แต่จะมีวิบากต้องใช้หนี้ ต้องเลี้ยงลูก ต้องเป็นภาระเขา ก็จำเป็น ต้องทำงาน ต้องจ่ายค่ารักษาให้ มันก็จำเป็น ก็ต้องมีบ้าง นี่เป็นนัยยะ ที่อย่าไปขี้ตู่ง่ายๆ เราต้องรู้ความจริง ที่มันลึกซึ้งซับซ้อน ของวิบากมนุษย์ แต่ก็เห็นใจ คนเราไม่ค่อยเข้าใจเรื่องกรรมวิบาก คนเดี๋ยวนี้ ไม่เชื่อกรรมวิบาก ไม่เชื่อว่ากรรม เป็นของๆตน โดยเฉพาะไม่เชื่อว่า พระพุทธเจ้าตรัสรู้จริงๆ เป็นคนที่มี ภูมิธรรมตรัสรู้ แล้วเอามาประกาศกับโลก เชื่อใน 1. กรรมวิบาก 2. กรรมเป็นของๆตน 3.พระพุทธเจ้าตรัสรู้จริงๆ 4. เชื่อความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า คนที่ไม่เชื่อ 4 อย่างนี้มีจริง ก็เป็นไปตามที่วิบากของเขา ส่วนผู้ที่เชื่อ 4 อย่างนี้ ก็มาจัดการกรรม ก็จะสะสมวิบากที่ดี จะยืนยัน ยิ่งทำไปก็ยิ่งชัด ว่ากรรมเป็นของๆตน ตอนนี้มีลัทธิบริโภคนิยม ทุนนิยม อำนาจนิยม แฟชั่นนิยม จัดพวกไม่ไหว มีมากมาย ก็มีลัทธินิยม คือยึดถือแบบแผนนั้นๆ แต่มีอีกอันคือ มโนมยอัตตานิยม มโนมยอัตตานิยม เป็นนามธรรม คนที่เข้าใจความสำเร็จในจิต มโนมยะ คือแปลว่า ความสำเร็จในจิต แล้วสามารถปั้น เนรมิตความลวง เป็นความเก๊ที่ไม่มีจริง สอง ปั้นความหลอกความลวง โดยตัวเองเจตนาจริงๆ รู้ว่าหลอกลวงก็ปั้น หรือไม่รู้ว่าตนเองหลอกลวงอยู่ แต่มันไม่มีความจริง ที่พูดที่พากันเป็นนั้น มันไม่จริงก็มี มโนมยอัตตา มันเกิดอย่างไม่มีความจริง เป็นความซับซ้อนของอุปาทาน มันไม่ประกอบด้วย ธาตุดิน น้ำ ไฟ ลม เหมือนกับมีผู้คน มีสีสัน มีสัตว์โลก ถึงขนาดมีแล้วตัวเองสัมผัสว่า มีเนื้อหนัง ถึงขั้นสมสู่กัน อย่างนั้นจริงๆ เช่น คนที่มีเมียเป็นนางตานี เคยได้ยินไหม เป็นผีต้นกล้วย เขารู้สึกเหมือนมีตัวตนจริงๆเลย อันนั้น อาตมาไม่รู้ พูดไปตามเขา แต่อาตมาเคยรักษา คนที่มีผัวเป็นพระพรหม อาตมาก็ได้รักษาเขาหาย แต่พระพรหมนั้น มีตัวตนที่ไหน แต่รักษาหาย มันเหมือนมีจริงๆเลยนะ อยู่กันเหมือนเป็นจริง ตอนนั้น อาตมาทำไสยศาสตร์ แม่เขาก็พามาหา อาตมาก็ทำที เข้าทรงพระนารายณ์มาปราบ เอาอปรพรหมมาปราบเลย ก็ข่มด้วยจิต เขาก็ยอมแพ้ ทีนี้มโนมยอัตตานิยม ที่สอนกันอยู่ ในศาสนาพุทธเท่านั้น ศาสนาอื่นไม่มี แม้แต่รสชาติอร่อย ความสวย ก็เป็นของเก๊ เป็นอารมณ์ดาวดึงส์ แม้แต่คนที่ลดกิเลสได้ หมดกาม ก็เหลือรูป และอรูป ภายในก็ต้องรู้ แม้เหลือน้อยนิด ก็ต้องรู้ว่า เหลือน้อยนิด กับหมดไม่มี ก็ต่างกัน แต่มีเหลือน้อย ก็ไม่เป็นภัยกับใคร เหมือนแหวนเพชร มันก็ใส แต่มีหม่นนิดๆ ก็ใช้หนังอย่างดีเช็ดแล้ว ก็ยังมีรอยนิดน้อย ก็ไม่ต้องอะไรมากมาย เอาแต่พอสมควรก็ผ่านได้

มีข้อความอีกว่า... คนอุบลช่วยคนใต้ 12 มกราคม 2560 กราบนมัสการพ่อครูที่เคารพ กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่า จะมีมรสุมถล่มภาคใต้อีก ในช่วงกลางเดือนมกราคมนี้ (16-17-18) คนภาคใต้ ช่วยเหลือกันดีมาก คนอุบล ก็ช่วยคนใต้ได้ด้วยการเอาของบริจาค (เน้นข้าวสาร อาหารแห้ง) ไปที่ท่าอากาศยาน อุบลราชธานี เจ้าหน้าที่จะจัดส่ง ไปให้ผู้เดือดร้อน ติดต่อได้ที่สำนักงาน ท่าอากาศยาน โทร. 045 245612 ต่อ 2208 หรือ 093 3935719, 080 1732993 ขอได้โปรดพิจารณาประชาสัมพันธ์ เพื่อช่วยเหลือกันค่ะ กราบขอบพระคุณอย่างสูง กราบมาด้วยศรัทธาและเคารพอย่างสูง หายโง่

_มีเพื่อนฝรั่งถามมาว่า ถ้าเรา ตายแล้วเกิดๆ ทำไมโลกนี้ ถึงมีประชากรเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หนึ่งวิญญาณเกิดมาเป็นหนึ่งคน ทำไมคนเพิ่มขึ้นได้เรื่อยๆ

มีคำถามตั้งแต่วันที่ 10 ยังไม่ได้ตอบเลย _0893809xxx บาปที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต คือการฆ่า คนทั่วไปมักพูดว่า "มีใจเมตตาก็พอแล้ว ทำไมต้องกินเจด้วย" การกินเจ มิใช่แค่การแสดงของจิต ที่เปี่ยมเมตตาเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของผู้ที่รู้แจ้ง ในกฏแห่งกรรม การเวียนว่ายตายเกิด เป็นเรื่องของสุขภาพร่างกาย และการเตรียมตัวบำเพ็ญตน ไปสู่ความหลุดพ้น ตอบ...ก็ดี ตอบแทนอาตมาไป เป็นรายละเอียดของพลังงาน ที่ละเอียดมาก ผู้จะหลุดพ้นจริงๆ ไม่กินเนื้อสัตว์นี่ หลุดพ้นเลย ถ้ายังกินเนื้อสัตว์อยู่ ก็จะนาน สุดท้ายคุณจะต้องทิ้ง การกินเนื้อสัตว์ แล้วจะไปเสียเวลากินเนื้อสัตว์ทำไม ก็จะเป็นคนแข็งแรง ขออภัย อาตมาวันนี้ก็ตรวจที่ รพ. พยาบาลก็ซุบซิบๆกัน ว่า คนอะไร ทำไมไม่เห็นจะอายุเหมือน 83 ปี มีรายละเอียด ทำบุญแต่ได้บาป 5 ลำดับ (ย่อมประสบบาป มิใช่บุญ) 1. ผู้นั้นกล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลาย จงไปนำสัตว์ชื่อโน้นมา” (อุทิศ, อุททิสสะ คือ เจาะจงมุ่งหมายไปที่สัตว์ชื่อนั้น) แค่พูดก็เป็นบาปมากแล้ว 2. สัตว์นั้นเมื่อถูกเขาผูกคอนำมา ย่อมได้เสวยทุกข์โทมนัส 3. ผู้นั้นพูดอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลายจงไปฆ่าสัตว์นี้” 4. สัตว์นั้น เมื่อกำลังถูกเขาฆ่าย่อมเสวยทุกข์โทมนัส 5. ผู้นั้นยังตถาคตและสาวกตถาคต ให้ยินดีไปด้วยเนื้อ ย่อมประสพบาปมิใช่บุญเป็นอันมาก (ตถาคตํ วา ตถาคตสาวกํ วา อุทฺทิสฺส ปาณํ อารภติ โส อิเมหิ ปญฺจหิ ฐาเนหิ พหุง อปุญฺญํ ปสวตีติ) ชีวกสูตร ล.13 ข.60 คนเป็นผู้มีจิตสูง ไม่ควรจะฆ่าสัตว์ สัตว์จะฆ่าสัตว์ก็คือปกติ แต่คนมีร่างคน แต่ไปฆ่าสัตว์ ก็มีจิตเหมือนเดรัจฉานสิ

_0893809xxx ผู้น้อยเห็นใจพ่อครูมากกว่า ผู้ที่ตีทิ้ง ลบหลู่อาริยะ โดยที่ผู้นั้น ยังมิได้บรรลุธรรม เขาจะมีบารมีบริสุทธิ์อันใดมาตัดสิน (จิตใจเขายังเป็น"คน" ยังไม่สิ้นกิเลส มีอคติ 4 อยู่เต็มบ้อง) เขาทำผิด อิจฉาริษยารวมหัวกัน "ตัดสินผิด" ทั้งๆรู้อยู่แก่ใจชัดเจนว่าถูกต้อง เขาย่อมตกนรกอเวจีแน่นอน

_0893867xxx กราบขอบคุณพ่อครูฯ กับธรรมะนิโรธคือนิโรธแบบฤาษี ที่มิได้ดับด้วยความรู้แจ้งในจิต เวทนา สัญญา สังขารฯ โดยตนเองด้วยตนเอง! การดับด้วยญาณรู้แจ้งในจิต ในเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณด้วยตนเอง กำหนดรู้ในตนเอง คือสัญญาเวทยิตนิโรธ พ่อครูสอนบ่อย

_กราบเรียนถามพ่อครูค่ะว่า ถ้าเราปฏิบัติมุ่งสู่สูญ จากอัตตาเป็นอนัตตา เป็นนิพพาน วิมุติ เราจะยิ่งมีพลังงาน สร้างสรร จิตผุดผ่องใส ในองค์คุณของอุเบกขา ทำให้เรามี กายวิญญัติ วจีวิญญัติ ที่ผ่านกระบวนการ analysis ของสังกัปปะ ที่แทรก เหมือนยาดำในทุกกระบวนการ ของธรรมะ 2 ที่เกิดจาก เวทนา จนเราเห็นรูปและนาม อย่างถ่องแท้ ปฏิบัติจนหมดอวิชชา ตามหลักปฏิจจสมุปบาท จิตเราจะมุ่งสู่สูญ เป็นความว่างที่เบาสบาย เหมือนธงสูญญตา ด้านหลังพ่อครู ที่มีรูปทรงเป็นศูนย์ ถ้ายังอยู่กับโลก ศูนย์นี้ก็สามารถยืดหยุ่นเป็นวงรี วงกลมได้ตามโลก แต่ก็ยังสูญอยู่ดี รัศมีแสง ที่กระจายออกจากสูญญตา คือ พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย โลกานุกัมปาย มีพลังงานที่จะทำแต่เพื่อผู้อื่น ตัวเราเองนั้นสูญ เป็นสูญญตา ไม่มีอะไรเป็นของเราเลย ความสว่างจะเกิดแก่โลก ส่วนตัวเองเป็นความว่าง สงบ นิพพาน จนถึงวิมุติ ใช่ไม๊คะ กราบขอบพระคุณค่ะ .......ลูกหนอนใต้ต้นโพธิ์ พ่อครูบอก…ใช่

มาอ่านคำถามของเด็ก

_หลวงปู่ครับ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าคนไหน เป็นพระโสดาบันบ้าง แล้วถ้าโสดาบัน มีการปฏิบัติอย่างไรบ้าง ตอบ...ตอบตื้นๆง่ายๆก่อน โสดาบันคือคน 1. ไม่กินเนื้อสัตว์ ไม่ฆ่าสัตว์ 2. ไม่เอาของคนอื่น 3. ไม่ละเมิดเรื่องกามมากมาย กามของตัวเอง ก็พอสมควรนิดหน่อย ยังมีเพศ มีคู่อยู่ ก็มีผัวเดียวเมียเดียว ยังมีติดรูปสวย ไม่จัดจ้าน 4. ไม่โกหก 5. ไม่มีอบายมุข แม้แต่แต่งตัวก็ไม่อบายมุข สรุปคือ มีศีล 5 คือโสดาบัน

_ผมอยากรู้ว่า เรื่องที่ไม่จำเป็นต้องใหญ่ เช่นทำให้เขาไม่พอใจก็ด่า ไปไกลๆ ทำให้เป็นเรื่องใหญ่ พวกคนนี้เรียกว่าอะไรครับ ตอบ...คนไหนให้เราไปไกลๆ เราก็ไป แค่นั้น อย่าไปถือสาอะไรนัก

_คำว่าเพื่อนกินหาง่ายเพื่อนตายหายาก หมายถึงอะไร ตอบ...หมายความว่า เพื่อนที่จะมาร่วมผลาญกินนี่ มันผลาญแรง กินของเพื่อนหมด เพื่อนแบบนี้หาง่าย แต่เพื่อนจะร่วมเป็นร่วมตาย มาเป็นผู้ที่ช่วย แม้ถึงตายแทนกันนี่ หายาก

_แปลกจัง ทำไมบ้านราชฯ มีแต่ก่อสร้างทั้งนั้น แล้วที่อื่น เขามีก่อสร้างเหมือนที่บ้านราชไหมคะ ตอบ...ที่อื่นเขาสร้างยิ่งกว่าบ้านราชฯ เยอะ สร้างใหญ่โต ใช้เงินทองมากกว่าบ้านราชฯเยอะแยะ ที่บ้านราชฯ ไม่ได้สร้างวิจิตรพิสดารอะไร สร้างง่ายๆ เพื่อใช้ประโยชน์สร้างสรร อาจจะแปลกกว่า ที่สร้างธรรมชาติ สร้างแม่น้ำ ลำธารภูเขา ที่อื่นเขาไม่ค่อยทำธรรมชาติ เพราะไม่เข้าใจธรรมชาติ ที่หลวงปู่สร้างธรรมชาติ ไม่ได้มีแค่จะให้เป็นสิ่งแวดล้อมหมุนเวียน ให้สุขภาพดีเท่านั้น มันมีมากกว่านั้นเยอะ เพราะว่าในโลกปัจจุบัน คนทำลายธรรมชาติเยอะมาก หลวงปู่ไม่ได้เป็นคนรวย เป็นคนจน แต่จะสร้างธรรมชาติ เพื่อถ่วงดุลโลก นอกนั้น ก็มีสิ่งแวดล้อม จะมีน้ำไหล น้ำตกแตกกระจาย มีออกซิเจน มีปลูกต้นหมากรากไม้ มีดิน มีหิน เข้ามาประกอบ ใช้ประโยชน์ในส่วนนั้นส่วนนี้ จะบอกว่าเราสร้างมาก ก็ไม่ได้มากอะไร ตามฐานะเรา เราไม่เรี่ยไร ทำตามที่พอเป็นไปได้ ได้แค่นี้ก็ดีแล้ว

_ถ้าเจอผี แล้วพูดว่าแค่ตาย แต่ถ้าพูดแล้วไม่หายกลัว ยังกลับเอาไปฝัน จะทำยังไงครับ ตอบ...หลวงปู่สอน ไปพิสูจน์ความจริง ว่าผีเป็นของหลอก แล้วก็ไปกลัวของหลอก เราก็ไปพิสูจน์สิ แค่ตายก็คือ เดินเข้าไปดู ไปจับมัน สัมผัสเลย มันไม่มีอย่างที่ตาเราเห็นหรอก หลวงปู่รับรองว่าเป็นของหลอก ผีมันไม่มีจริง จับเป็นตัวว่ามันดิ้นได้ เป็นตัวตนหรือไม่ มันไม่มีหรอก นอกจากเราถูกหลอกให้กลัวผี แล้วก็เลยไปหลอกต่อ ใส่หน้ากากเป็นผี ถ้าไม่ได้พิสูจน์ ก็ยังจะหลงเชื่อ ก็เลยไม่หายกลัว ท่องคาถาแค่ตาย มันไม่ตายจริงๆหรอก หลวงปู่ยืนยัน

จะมีความสุขในการทำงานได้อย่างไร _เวลามันทุกข์มันเศร้าหมอง ไม่ค่อยจะมีความสุขในการทำงาน เราจะบอกกับใจตัวเองว่าอย่างไร แล้วเราจะปฏิบัติตนอย่างไร ให้มีความสุข ในงานที่เรารับมอบหมายนั้นๆ ตอบ...มองคุณค่าของงาน เราทำงาน ก็เกิดผลผลิตที่ตามมา เราก็ได้อาศัย คนอื่นก็ได้อาศัย มันก็เป็นประโยชน์ มองในแง่ เป็นคุณค่าประโยชน์ ถ้าใจเราเกิดเศร้า ก็ต้องหาเหตุมัน มันเศร้าหมอง ไม่มีความสุขในการทำงาน ทำไมการทำงาน ไม่เกิดผลงาน หรือผลดี ที่ชาวอโศกพาทำงาน เราไม่ได้ทำงานให้เกิดความเสียหาย เป็นพิษภัย ก็ต้องอ่านให้ลึกละเอียด เป็นงานที่มีคุณค่า เป็นประโยชน์แก่สังคม แก่ใครๆทั้งนั้น ถ้านอกจาก เราเห็นแก่ตัวขี้เกียจ เราก็ต้องอ่านกิเลสของตัวเอง มันมีความเหน็ดเหนื่อยยากลำบาก มีความร้อน มีความหนัก ถ้าหนักมาก หนูไม่ไหว ก็บอกผู้ใหญ่ ถ้ายังไหวอยู่ ก็ต้องฝึกหัด ตัวเราเองจะได้แข็งแรง

_ตอนที่หลวงปู่บวชอยู่ข้างนอก อาจารย์ของหลวงปู่ ชื่ออะไรครับ แล้วอาจารย์กินเจไหมครับ ตอบ...หลวงปู่ตอนบวชใหม่ๆ ก็มีผู้บวชให้ เรียกว่าอุปัชฌาย์ ทำพิธีบวชให้ อยู่ที่วัดอโศการาม ชื่อ เจ้าคุณราชวรคุณ เป็นธรรมยุต ทำพิธีบวชให้ ต่อมา หลวงปู่ก็ไปบวช ทางมหานิกายอีกด้วย มีพระครูสถิตย์วุฒิคุณ บวชให้เป็นอุปัชฌาย์ ที่วัดหนองกระทุ่ม โดยไม่ได้สึกจากธรรมยุต มันเป็นตามธรรม หลวงปู่ไม่ได้คิดทำแบบนี้ ก็ต้องขออภัย อาจารย์ท่านทั้งสอง ก็เป็นอาจารย์ ทำพิธีอุปัชฌาย์ให้ แต่ความรู้ของหลวงปู่นั้น เป็นความรู้ที่ติดมาแต่ชาติก่อน เอามาสอน ขออภัย พูดความจริงยังไม่ได้ลบหลู่คุณอาจารย์ หลวงปู่ไม่ได้เรียนจากอาจารย์ไหน มีแต่อยู่กับวัด ตอนวัดอโศการาม หลวงปู่เข้าไปเทศน์สอนอธิบาย เจ้าคุณก็มานิมนต์หลวงปู่ขึ้นเทศน์ ตั้งแต่บวชสองพรรษา ซึ่งธรรมดา พระบวชไม่ถึงสิบพรรษา ก็มาเทศน์วัดนี้ไม่ได้ แต่หลวงปู่เทศน์ ตั้งแต่เป็นฆราวาสมา ก็เลยได้รับการยอมรับให้เทศน์ ท่านก็ไม่ได้สอนหรอก ท่านบอกให้ไปทำงาน ไปเทศน์ มีอยู่ครั้งหนึ่ง เจ้าคุณราชวรคุณ บอกอาตมาว่า นี่!โพธิรักษ์ ออกไปข้างนอกไปเทศน์ ก็เบาๆหน่อย สมเด็จท่านติงมา เท่านั้นแหละ สมเด็จที่ว่าคือ สมเด็จพิมพ์วัด... ท่านก็เอ็นดูอาตมา ลึกๆท่านก็รู้ว่า อาตมาเป็นเหมือนโพธิสัตว์นั่นแหละ คืออาตมาสามารถสอน บรรยายธรรมะ ที่ท่านเองไม่ต้องสอนอาตมา ขออภัยพูดแล้วน่าเกลียด เหมือนยกตัวเอง สิ่งที่อาตมาเป็นอาตมามี มันจึงเป็นเรื่องความจริงอันลึกซึ้ง

_มโนมยาอัตตาคืออะไร ตอบ...คือใจของเรามันเป็นอัตตา แล้วมันก็ไปเนรมิต หรือไปสร้าง อะไรสำเร็จทั้งภายนอกภายใน แต่เป็นของปลอมทั้งนั้น เป็นของเก๊ ทั้งภายนอกและภายใน นั่นคือ มโนมยอัตตา

ทำอย่างไรจะเข้มแข็งจริง _ความรู้สึกที่มันอึดอัด โดนกดดันบังคับ แต่เราไม่สามารถจะบอกใครได้ เราก็เก็บไว้ในใจอยู่คนเดียว แล้วอยู่วันดีคืนดี ก็มีหลายๆเรื่องเข้ามาถาโถม ก็มาสุมในใจให้ร้อนรน จากคนที่เคยแข็งแรง ต่อมาก็มานั่งร้องไห้ในวันนี้ จนที่สุดก็รู้ว่า ตัวเองไม่เคยแข็งแรง เพียงแค่เฉยชากับปัญหาที่เกิด หลวงปู่ช่วยบอกลูกที ว่าควรทำอย่างไร นอกจากปล่อยวาง ปล่อยมันไปตามเวลา ทำอย่างไรถึงจะหายทุกข์ ตอบ...อันนี้เป็นอิตถีภาวะจริงๆ สิ่งที่เราเองทนทุกข์ ก็เพราะเราไม่สู้ เราก็จะทนทุกข์ไปอีกนาน หลายชาติหลายกัปป์กัลป์ ถ้าเราคิดว่าเราสู้ได้ เราก็สู้ อย่าอ่อนแอ แต่ไม่ใช่แข็งแรงจนเกินเหตุ ตั้งใจแข็งแรง อะไรที่พอสู้ได้ก็สู้ อะไรที่สู้ไม่ได้ ก็บอกคนนั้นคนนี้ ให้ช่วยก็จบ ไม่ต้องแอคอาร์ตเกิน อะไรที่เห็นว่า เราไม่แข็งแรง เราต่ำ ก็ยอมรับ ไม่เช่นนั้น เราก็อยากดีเด่นดัง อย่างนั้นมันจะไปไม่รอด จะกดดันตัวเอง

_ทำไมคนเราถึงโกรธ แล้วคนโกรธจะต้องเสียสติด้วย ลูกเองก็เป็นเหมือนกันในบางครั้ง ตอบ...เออ เก่งนะ รู้ว่าขณะอะไรที่โกรธ ก็คือคนเสียสติ ก็อยากไม่เสียสติ ก็อย่าโกรธ ให้ตั้งสติให้ดีว่าอยากรู้ ตั้งสติใหม่ ดีแล้วรู้ลึกว่าคนโกรธ คือคนเสียสติ จริงๆแล้ว คนโลภก็คือคนเสียสติด้วย รู้ว่าโกรธ โลภ เราไม่เอา

_ถ้าเราตั้งใจ ประพฤติตน ตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า แล้วเมื่อไหร่ เราจะบรรลุธรรม เป็นพระอรหันต์

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน