ศาสนาเทวนิยมไม่เป็นอกาลิโก.docx
เนื้อหาในไฟล์
ศาสนาเทวนิยมไม่เป็นอกาลิโก _ขอความกรุณาอธิบายตัวเลขข้างล่างนี้(ภาษาธรรม) เพื่อความกระจ่างแก่ลูกด้วยค่ะ 1 2 3 4 แล้วเขียนลูกศรโยงใย 1 ไปถึง 2 3 ไปถึง 4 พ่อครูว่า…ไอ้ที่ใส่ตัวเลขและกำหนดถึงอะไรก็แล้วแต่ 1 2 3 4 5 ไปถึง 10 มันก็หมายถึงตามภาษาบาลีเรียกว่าสังขยา คือมันมีอะไรๆเริ่มเข้ามาปรุงกัน เข้ามาเพิ่มเข้ามารวมกันขยับขึ้นๆ ถ้า 1 2 3 4 5 ก็คือภาพที่มันเพิ่มทีละระดับ ถ้าบอกว่ามันเพิ่ม ก็ปรุงแต่งรวมกัน ก็มาสังขารร่วมกัน แต่ถ้าเผื่อว่าไม่เอามารวมกัน 1 แล้วเป็น 2 แล้วชี้บอก 1 คืออันนี้ 2 คืออันนี้ 3 คืออันนี้ทีละตั ว มันก็ไม่ใช่สิ่งที่เอามารวมกัน ก็เรียกว่าการแยก วิภัชติ หรือการบอกให้รู้ว่ามีอะไรหลายๆอย่าง อันนี้แหละเป็นประเด็นสำคัญ การแยกการชี้ให้เห็นหลายๆอย่าง แล้วแถมบอกว่าแต่ละอย่างทีละ 2 มีความต่างกัน เรียนรู้อันนี้ กำหนดเครื่องหมายให้รู้ความต่างกัน แล้วเลือกเอาสิ่งที่มีความต่างกันของสองสิ่ง ว่า อะไรดีกว่า อะไรๆควรกว่าอะไร แล้วเอาอันนั้นเสมอ นี่คือความฉลาดของพระพุทธเจ้า แยก แต่เทวนิยม ไม่แยก ก็เลยมีแต่สะสมรวม แม้มีอยู่แล้วก็แยกไม่เป็นแยกไม่ได้ ตายตัว ถ้ามีความรู้ก็ตายตัวอยู่เท่าเดิม โลกจะเปลี่ยนแปลงจะเคลื่อนไปอย่างไร ก็ตัวเก่าเดิม กี่ปี กี่สิบปี กี่ร้อยปี กี่พันปี กี่หมื่นปี กี่แสนกี่ล้านปี ก็อยู่อย่างนั้นมันก็ผิดธรรมชาติ ผิดสิ่งที่ทุกอย่างเคลื่อนไป ไม่มีอะไรคงที่ ไม่มีอะไรไม่เคลื่อน ผิดความเป็นจริง ความเป็นจริงทุกอย่างเคลื่อนไป ไม่มีอะไรที่จะไม่เคลื่อนเลย เป็นความรู้ที่ลึกซึ้งซับซ้อนละเอียดละออมากของพระพุทธเจ้า แต่ทางเทวนิยมคิดไม่ออก มันไม่เคลื่อน พระเจ้ารู้อะไรแล้วมีเท่านี้ก็ตามนั้นเลยกี่ปีกี่เดือน ไม่ว่าพระเจ้าของศาสนาไหน ศาสนาคริสต์ก็แค่ 2,000 กว่าปี ศาสนาอื่นก็เท่
อ่านต่อ
าไหร่ ศาสนาเก่ากว่าศาสนาคริสต์ที่เป็นเทวนิยมมีอีกเยอะ ก็นับกันไป จะเป็นศาสนาของเทวนิยมเก่า มาตั้งแต่ร้อยปี พันปี หมื่นปี แสนปี ก็ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ทันสมัย เข้ากับยุคกาลอะไรไม่ได้เลย รวมแล้ว มันเป็นความไม่รู้ ไม่รู้กาละเทศะฐานะ ไม่รู้สิ่งที่เคลื่อนไปมันไม่คงที่ไม่คงเดิม ทั้งตัวตนก็ไม่คงเดิม ทั้งสถานที่ก็ไม่คงเดิม แล้วอยู่ในองค์ประกอบที่มันจะปรุงแต่งกันขึ้นเป็นอะไร อยู่ในสิ่งนั้นสิ่งนี้ มันมีฤทธิ์มีอำนาจมันมีลักษณะ มันมีความเป็นตัวตนอย่างนั้น มุมนี้ มิตินั้นมิตินี้ นัยยะนั้นในนัยยะนี้ ก็เป็นอย่างเก่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นก็เลยล้าสมัยมากเข้ากับอะไรต่ออะไรไม่ได้เลย นี่ก็ขยายความ ตัวเลขที่เขาใช้ คนฉลาดก็เลยกำหนดภาษา 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 จะเพิ่มไปอีกก็เป็นสภาพปรุงแต่งซ้อนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
640409_พ่อครูตอบปัญหาระดมปัญญา-อนัตตา งานปลุกเสกฯครั้งที่ 44