590709_เทศน์ก่อนฉัน งานภราดรฯ คนจนมหัศจรรย์คือผู้กอบกู้สังคม.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2559
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์344 KB
วันที่แก้ไข13 มีนาคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

590709 เทศน์ก่อนฉัน งานภราดรฯ คนจนมหัศจรรย์คือผู้กอบกู้สังคม

วันนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม 2559 เดือน 7 วันนี้ขึ้น 5 ค่ำ เดือน 8 ปีวอก ที่สังฆสถานทะเลธรรม จ.ตรัง พลังงานของเรากำลังเจริญจาก 7 ไป 8 เรียกว่าพัฒนาการหมุนติ้วเลย วันนี้เป็นวันฤกษ์งามยามดีที่จะได้เปิดเผย ตามหัวข้อที่ได้ตั้งมาให้อาตมาในงานนี้ งานภราดรภาพซาบซึ้งใจ เอาให้ซาบซึ้งใจให้ดี โดยเฉพาะคนใต้เป็นคนที่มีปัญญานำ หัวข้อที่จะให้เทศนาคือ คนจนมหัศจรรย์คือผู้กอบกู้สังคม คนจนมหัศจรรย์ไม่ใช่คนจนที่สุรุ่ยสุร่ายฟุ่มเฟือย จนล้มละลายเลยจนไม่ใช่ แต่เป็นคนจนที่มีประสิทธิภาพ สมรรถภาพ มีความรู้ความสามารถประกอบผลผลิต ได้มาแล้วแจกจ่ายเผื่อแผ่อย่างมหัศจรรย์ เป็นผู้กอบกู้สังคมได้จริงๆ คนจนจะมากอบกู้สังคมได้อย่างไร ง่ายๆ เขาก็ว่าต้องมีเงินมากๆ แล้วเอาไปแจกคนอื่นสิ อันนั้นโง่ โดยลัทธิต่างๆ นักปราชญ์เขาก็รู้ว่า เอาปลาไปแจกคนไม่ได้เรื่อง แต่การแจกเบ็ดแจกวิธีการหาปลาต่างหากจะยั่งยืนกว่า ในหลวงเรามีภูมิปัญญา มีรมต.เกาหลีมาถามว่าจะบริหารประเทศอย่างไร ในหลวงก็ตรัสว่าบริหารแบบคนจน เขาก็งงๆ แต่ลึกซึ้งมาก ที่จะเป็นคนจนมหัศจรรย์ที่จะกอบกู้สังคมได้ ก่อนจะได้ฟังเราก็ขอนำ พระราชดำรัสของในหลวง มาก่อน ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา ก็แปลว่า ขาดทุน คือ เป็นการได้กำไรของเรา หรือการขาดทุนของเรา เป็นการได้กำไรของเรา ท่านนักเศรษฐกิจคงร้องว่า ไม่ใช่ แต่ว่าเป็นไปอย่างนั้น ก็เห็นว่านักเศรษฐกิจก็ยิ้ม ยิ้ม ๆ ว่า อะไร ? พูดอย่างนี้ "การขาดทุนของเรา เป็นการได้กำไรของเรา" หรือเราได้กำไร แต่พูดภาษาอังกฤษมันสั้นกว่า งั้นก็ต้องขยายว่าภาษาอังกฤษเป็นอย่างไร ? ภาษาอังกฤษ Our หมายความว่า ของเรา Our Loss .. Loss ก็การเสียหาย, การขาดทุน Our Loss Is .. Is ก็เ

อ่านต่อ

ป็น Our Loss Is Our .. Our ก็คือของเรา "Our Loss Is Our Gain" ..Gain ก็คือกำไรหรือที่ได้ ส่วนที่เป็นรายรับ ก็ตกลงบอกกับเขาว่า "Our Loss Is Our Gain" ขาดทุนของเราเป็นกำไรของเรา หรือว่า เราขาดทุน เราก็ ได้กำไร เวลาพูดไปแล้วเขาก็บอกว่า "ขอย้ำ ขอซ้ำอีกที" ก็พูดซ้ำอีกที เขาก็นั่งเฉยไปอีก ก็หมายความว่าต้องการ การอธิบาย เราก็อธิบาย อธิบายว่า ถ้าเราทำอะไรที่เป็นการกระทำแล้วก็เราเสีย แต่ในที่สุดก็ ไอ้ที่เราเสียนั้นมันเป็น "การได้".. พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานไว้เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2534

แบบคนจน ต้องแบบคนจน เราไม่เป็นประเทศร่ำรวย เรามีพอสมควร พออยู่ได้แต่ไม่เป็นประเทศที่ก้าวหน้าอย่างมาก เราไม่อยากจะเป็นประเทศก้าวหน้าอย่างมาก เพราะถ้าเราเป็นประเทศก้าวหน้าอย่างมาก ก็จะมีแต่ถอยหลัง ประเทศเหล่านั้น ที่เป็นประเทศที่มีอุตสาหกรรมก้าวหน้า จะมีแต่ถอยหลัง และถอยหลังอย่างน่ากลัว แต่ถ้าเรามีการบริหารที่เรียกว่า แบบคนจน แบบที่ไม่ติดกับตำรามากเกินไปทำอย่างมีสามัคคีนี่แหละ คือเมตตากัน ก็อยู่ได้ตลอดไป คนที่ทำงานตามวิชาการจะต้องพึ่งตำรา เพื่อพลิกไปถึงหน้าสุดท้ายแล้ว ในหน้าสุดท้ายนั้นเขาบอก “อนาคตยังมี” แต่ไม่บอกว่าให้ทำอย่างไร ก็ต้องปิดเล่มคือปิดตำรา ปิดตำราแล้วไม่รู้จะทำอะไร ลงท้ายก็ต้องเปิดหน้าแรกใหม่ ปิดหน้าแรก ก็เริ่มต้นใหม่ ถอยหลังเข้าคลอง แต่ถ้าเราใช้ตำราแบบคนจน ใช้ความอะลุ่มอล่วยกันตำรานั้นไม่จบ เราจะก้าวหน้า “เรื่อย ๆ “ ( พระราชดำรัสเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนพรรษา 4 ธันวาคม 2534 ) นั่นคือพระราชดำรัสของพระเจ้าแผ่นดินของไทย เป็นพระราชดำรัสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก แต่คนไม่เข้าใจว่า บริหารประเทศแบบคนจน แล้วพระองค์ก็ซ้ำอีกว่า ต้องทำตนให้เป็นคนขาดทุน อย่าเอากำไร การขาดทุนคือเสียให้แก่คนอื่น กำไรคือโลภ เอาของคนอื่น แต่จะมาอยู่อย่างร่อยหรอก็หมดสิ คือความคิดไม่ยาวไม่ไกลไม่รอบก็เข้าใจไม่ได้ ในหลวงท่านตรัสครั้งแรก เศรษฐกิจพอเพียง คำว่าพอ คือสันโดษ เป็นหนึ่งในกถาวัตถุ 5 คือสันตุฏฐิ ปวิเวก อสังสัคคะ วิริยารัมภะ เรายินดีในความมีน้อยไม่ได้ยินดีในความมีมาก อย่างบางสำนักที่สอนผิด สอนให้ รวยๆๆ รวยไม่สิ้นสุด รวยไม่บันยะบันยัง เป็นคำสอนที่ย้อนแย้งทำลายศาสนาพุทธถึงแก่นถึงรากเลย บรรลัยจักรเกิดแล้ว ก็ขอพูดถึงมาเป็นคนจนที่จะไปรอดของมนุษยชาติ เรื่องแบบคนจนหรือขาดทุนคือกำไรนี้สถานีบุญนิยมเราเปิดประจำ แต่สถานีอื่นไม่เห็นเปิดเท่าไหร่ ก็ต้องช่วยกันเผยแพร่จะได้กอบกู้สังคมได้ ในหลวงท่านตรัสตรงๆ ว่า แบบคนจนถึงดี แบบขาดทุนนี่ดีกว่าแบบได้กำไร ขาดทุนคือสิ่งที่เราให้สิ่งที่เรามีสิทธิ์โดยสุจริตเรา เราก็ให้เขาไป เราก็มีน้อยลง มีอีกเราก็สะพัดออก เลยไม่สะสม มีไม่มาก ความจนเลยเป็นความมีไม่มาก แต่ทางโลกเขาจนมีน้อยจนไม่พอใช้ เพราะนิสัยเขาจะต้องกินสูบดื่มเสพ กอบโกยมาเป็นของตนให้ได้ร่ำรวยยิ่งใหญ่ เป็นความเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ ทำให้สังคมเดือดร้อน เราไม่ใช่จนแบบที่ว่า ขาดแคลน สุขภาพก็แย่ ทำงานไม่ได้ก็ไม่ใช่ เราต้องมีพอขนาดทำงานได้ และไม่เสพไม่ติด หนึ่งไม่ยึดเป็นเราเป็นของเรา สะพัดออกไปเรื่อยๆ และศาสนาพระพุทธเจ้าเป็นศาสนาสังคม มารวมกลุ่มกัน แล้วมีปัญญารู้ว่าอะไรควรสร้างสรร สร้างสิ่งเป็นประโยชน์มีสาระ หลักเกณฑ์ของศาสนาพุทธนั้น 1. ไม่เป็นหนี้ จะค้าขายก็ค้าขายเงินสด ไม่เอาสินเชื่อ มีดอกเบี้ยไม่เอา แต่สะพัดให้ยืมกันได้ ภาษาในชาวอโศกการยืมเงินเราเรียกเกื้อ แล้วเอามาคืน เงินหรือของที่ยืมไปยังไม่คืนเรียกว่า เงินหนุน ไม่เรียกว่าเงินหนี้ ไม่มีการโกง หรือชักดาบ ไม่เก็บดอกเบี้ย เป็นระบบบุญนิยม ไม่ใช่ทุนนิยม มาเข้าสู่ จน กับขาดทุน เมื่อเราสร้างสรรได้ เราไม่เป็นหนี้ สองพึ่งตนเองรอด มีของกินใช้อาศัยชีวิตเพียงพอ สามทำให้มากให้เกินกว่าที่ตนกินหรือใช้ เหลือเอามารวมกันกองกลางแล้วสะพัดออกแจกจ่ายช่วยเหลือแก่คนอื่น ถ้าจะขายเราก็มีวิธีการขาย คนฐานะยังไม่ดีก็ขาย แต่ขายราคาต่ำกว่าราคาตลาด ต่ำได้มากเท่าไหร่ก็คือเจริญ ต่ำจนขนาดได้เท่าทุนได้ แล้วเรารอด แต่ยิ่งเก่านั้น ขาดทุน ต่ำกว่าทุน ขายต่ำกว่าทุนขาดทุนเราก็รอดได้ เป็นปัญญา สมรรถนะที่เป็นไปได้ วิธีคิดทุน เขาจะคิดวัตถุดิบ และค่าโสหุ้ย และสำคัญคือเขาคิดค่าแรงด้วย แต่เราไม่คิดค่าแรงงาน ต่างคนกินน้อยใช้น้อย เอาค่าแรงที่เหลือกินเหลือใช้นี้เอาเข้ากองกลางหมด เป็นคนจนถาวร จนแข็งแรงด้วย ยิ่งผลิตได้ มีสร้างสรรสิ่งใหม่ช่วยสังคมได้เพิ่มอีกเรื่อยๆ นี่คือคนจนมหัศจรรย์ สังคมอโศกมีมนุษย์มารวมกัน เข้าใจระบบระบอบนี้ คนไม่เข้าใจก็หาว่าสุดโต่งก็ต้าน เราก็เข้าใจเขา เราก็ช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่น เราก็รู้ว่าชีวิตเรามีค่า แต่ไปเอาของคนอื่นมานี่ นอกจาทำลายค่าของตนเองแล้ว ยังเป็นยักษ์มารตะกละไปเอาเปรียบคนอื่นมา ทั้งหลอกเอาเปรียบ ใช้อำนาจบาทใหญ่ด้วย ในสังคมมีคนห้าแบบที่เราต้องช่วย เด็ก คนแก่ คนป่วย คนพิการ คนไร้สมรรถภาพ ห้าแบบนี้ต้องช่วย แต่คนขี้เกียจ คนขี้โกง สองแบบนี้ต้องกระหนาบเขาให้เขาเปลี่ยนแปลง เมื่อเขาเปลี่ยนก็จะได้แรงงานพลังงานจากคนสองแบบนี้อีก เราจะให้หมดคนขี้โกงขี้เกียจในสังคมเลยไม่ง่าย แต่เราเจตนาให้คนสองแบบนี้ได้น้อยลง เขาก็ต้องขุดรูอยู่ ก็จะน้อยลง เราก็พัฒนาเขาต่ออีก ถ้าหมดเลยสังคมก็ประเสริฐ แต่จะได้หรือไม่เราก็ต้องทำไป ของเราทำสังคมให้บริบูรณ์ ข้าวมีกิน ดินมีเดิน พี่น้องมีเสร็จ เห็ดมีเก็บ ป่วยเจ็บมีคนรักษา ขี้หมามีคนช่วยกวาด ผ้าขาดมีคนช่วยชุน บุญต่างคนต่างเร่งทำเอา คำว่าบุญกับกุศลต้องแยกแยะให้ดี ตอนนี้ทุกอย่างเปิดเผยแล้วก็ต้องมาช่วยกันทำ คำว่าแบบคนจน เป็นชื่อ จะเรียกว่าชื่อลัทธิ ระบบ ระบอบก็ได้ทั้งนั้น ทฤษฎีคนจน แต่คนจนมหัศจรรย์นะ ต้องมีข้อแม้ไม่จนอย่างโง่ๆ ชั่วๆ แต่จนอย่างมีคุณงามความดี เป็นทฏษฎีของพระพุทธเจ้า เป็นทฤษฎี อเทวนิยมเข้าใจเทวดา มาร พรหม ผี ยักษ์ ที่เป็นภาษาเรียกจิตวิญญาณ จิตวิญญาณผี ยักษ์ มาร ศาสนาอื่นก็เรียกชื่อต่างกันไปเช่น ไซตอนเป็นต้น จิตวิญญาณเราหลงผียักษ์มารว่าเป็นเทวดา จิตวิญญาณที่ไล่ล่าเอาจากคนอื่น เป็นจิตวิญญาณยักษ์มาร ล่าไล่เอาจากคนอื่นได้มากก็รวย แล้วเอามาเสพรส เป็นเทวดาดาวดึงส์ ส่วนชั้นแรกที่แย่งเขาเรียกว่า พวก จาตุมมหาราชิก เป็นยักษ์ มีชื่อ วิรุฬหก เป็นต้น พวกเฉลียวฉลาด หลอกคนอื่นให้โง่งมงาย แล้วเป็นเทวดาชั้นสูง เป็นตัวเลวร้ายซ้ำซ้อน เหมือนธัมมชโย ขอขอบคุณที่เป็นตัวให้อ้างอิง ดาวดึงส์ก็เสพสุขเพลิดเพลินพอใจ เป็นอารมณ์ที่คุณสร้างเองเป็นความสุขที่ตนปั้นเอง แท้จริงไม่มี อรหันต์ท่านไม่มีอารมณ์เหล่านั้น อาตมาก็ไม่มีอารมณ์เหล่านั้น แต่ก่อนเคยมีอารมณ์เช่นนั้น แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว ถ้าปฏิบัติได้จะทำได้เหมือนกัน เป็นอารมณ์กลางๆ ไม่ทุกข์ไม่สุข เคยกินระกำอร่อย เคยกินสัปปะรดอร่อย แต่ตอนนี้กินก็ไม่มีอาการอร่อยนี้แล้ว เป็น อารมณ์กลางๆ แต่รู้รสนะ รสหวานเปรี้ยวอย่างไรก็รู้เหมือนคนอื่น ไม่ว่าจะอะไรก็รู้ได้เหมือนเขา รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสที่โลกเขามอมเมาว่าได้อย่างนี้อร่อยเพลิดเพลินสนุกสนาน มันเป็นความหลง ความปลอมเท็จ มันอนัตตาไม่มีหรอก หมดไปแล้วไม่มี นี่คือสภาพนิพพานคือไม่มี สภาพหลุดพ้นจากรสโลกีย์ อัสสาทะโลกีย์นี่คือของจริง ผู้บรรลุธรรมของพระพุทธเจ้าไม่เสพติดกามารมณ์ ไม่เสพติดในโลกสมบัติ เงินมาเป็นของเราที่ดินเป็นของเราเพชรนิลจินดาไม่มีมาเป็นของเรา ไม่โลภ มีใช้ตามควร อาตมาว่าอาตมาตลอดชีวิตนี้ไม่เอาเพชรมาใช้เลย สักนิดน้อยก็จะทำประโยชน์ต่อมนุษยชาติได้ไหม ก็ได้ แต่ทองคำก็เอามาใช้ตามควร อาตมาได้รับบริจาคทำเจดีย์ที่สันติอโศก เอาทองคำมาฉาบที่เจดีย์ แต่ถูกสนิม cyanide กินจนทองคำเป็นสีคล้ำดำ แต่แปลกที่ตอนกลางคืนจะถูกแสงไฟสองเปล่งสีทองออกมาตอนกลางคืน แต่ว่ากลางวันจะดำ เราไม่ได้หลงใหลทอง แต่เราทำตามประสาโลก พวกเราเข้าใจความไม่เป็นภาระ คนเขาบอกว่ามีทองเท่าหนวดกุ้ง นอนสะดุ้งจนเรือนไหว ถ้าคุณมีทองเท่าหัวก็ยิ่งแย่ เป็นภาระเหน็ดเหนื่อย เราไม่ได้ใช้อะไรมากมาย เอาใส่แกงแทนเกลือก็ไม่ได้ เอาไปทำยาก็ไม่ได้อีก เราก็เข้าใจว่าทองเป็นสิ่งหายาก คุณสมบัติดีมากหลายอย่างไม่เป็นสนิม คนก็เลยเห็นว่าทองคำที่เจดีย์เราเป็นของปลอมแต่เราทำเองก็รู้ดี คนจนทำไมประเสริฐและมีประสิทธิภาพกอบกู้สังคมได้? คนจนไม่สะสม ไม่เอาเปรียบ ไม่ขี้โกงสังคม มีปัญญาสร้างสิ่งควรสร้าง ไม่เอาเวลาสร้างสิ่งไร้สาระ อะไรจำเป็นก่อนก็สร้างก่อน ทำให้สังคมไป สังคมก็เป็นสุขขึ้น การแย่งชิงฆ่าแกงทำร้ายทำลายกันก็น้อยลง สังคมก็เป็นสุข อาตมาอธิบายนิดหน่อย แต่เอาไปขยายต่อไปอีกได้ไหม มีเรื่องราวได้ ข้อสำคัญคนพวกนั้นมาเป็นคนจนได้อย่างวรรณะ 9 ไหม 1. เลี้ยงง่าย (สุภระ) 2. บำรุงง่าย, ปรับให้เจริญได้ง่าย (สุโปสะ) 3. มักน้อย, กล้าจน (อัปปิจฉะ) . . 4. ใจพอ สันโดษ (สันตุฏฐิ) 5. ขัดเกลากิเลส (สัลเลขะ) 6. เพ่งทำลายกิเลส มีศีลสูงอยู่ปกติ (ธูตะ, ธุดงค์) 7. มีอาการน่าเลื่อมใส (ปาสาทิกะ) 8. ไม่สะสม ไม่กักเก็บออม (อปจยะ) 9. ขยันเสมอ, ระดมความเพียร (วิริยารัมภะ) . จิตว่างสะอาดจากสวรรค์จากโลก จากสัตว์นรก จากมนุษย์ที่หลงสวรรค์เป็นจิตพระพรหม เป็นจิตสะอาด พระพรหมมีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา 1. เมตตา (ปรารถนาดีอยากให้เขามีความสุข) . 2. กรุณา (ลงมือสร้าง-ช่วยให้เขาพ้นทุกข์) 3. มุทิตา (ยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี-พ้นทุกข์) 4. อุเบกขา (เป็นฐานอาศัย วางใจเป็นกลาง ไม่ติดยึดว่าเป็นความดีของเรา หรือผลสำเร็จนั้นเกิดจากเรา) (พตปฎ. เล่ม 35 ข้อ 741) . อาตมาเกิดมาชาตินี้ตระกูลพรหมนะ สกุลพรหมวงศานนท์ ต่อมาเป็นพรหมพิทักษ์ ตาอาตมานี้ท้าวพรหมสุรินทร์ ส่วนทางปู่นี้ สกุล สุวรรกูฏ ทางพระตาพระวอ มาเข้าสู่ความไม่มีความจน แต่เป็นคนจนขยันหมั่นเพียรสร้างสรรสะพัดไม่กักตัน เชื่อมั่นในทรัพย์ของตน คือ ความขยันและ สมรรถนะ คนมีสมรรถนะแต่ไม่ทำอะไรขี้เกียจ คนอย่างนี้เปลือง ไร้สาระ ต้องขยันก่อน แต่ขยันแต่โง่นี่ทำลายเสียหาย เราเป็นคนกินน้อยพอดี สร้างร่างกายแข็งแรง เหลือเราก็แจกจ่าย ให้สะพัดออกไปแม้จะขายบ้างก็ทำไปตามลำดับ นี่คือคนจนมหัศจรรย์มีประโยชน์คุณค่าต่อมนุษยชาติ แต่พึ่งเกิดแก่เจ็บตายกันได้จริง นี่คือทฤษฎีของพระพุทธเจ้า เข้าใจจิตวิญญาณที่หลงเป็นยักษ์เป็นเทวดา เช่น เทวดาจาตุมมหาราชิกา แย่งชิงเขาได้ เก่งแย่งเขาได้หมด อาวุธร้ายกาจตามสมัย ไปแย่งเอาจากเขา เราไม่ทำแบบนั้น เราสร้างให้พอให้เหลือแล้วแจกจ่ายคนอื่นไม่ต้องไปเอาของใคร เป็นคนภูมิใจในศักดิ์ศรีของตน ศึกษาได้ทำได้ มีสิ่งกินใช้ที่ต้องทำก็ใช้ได้ แม้แต่เครื่องมือสื่อสารก็ใช้ได้ อาตมาก็ใช้ได้ ใช้ไม่เก่งก็ให้คนอื่นช่วยได้ ต่างคนต่างเก่งช่วยกัน สังคมที่มีความรู้ตามแบบพระพุทธเจ้านี้ไม่เคยเก่าตกสมัยแต่ทันสมัยเจริญตลอดเวลา เมื่อเป็นคนจนมหัศจรรย์อย่างอาตมาอธิบายคร่าวๆ สมมุติว่าบิลเกตต์สร้าง software ก็อย่าเอาไปล่าสิ แต่ไล่แจกคนอื่นเลย แต่นี่เอาไปล่าได้เงินมากมายแล้วสร้างวิมานของตนใหญ่โต ไม่รู้ว่าชาติหน้าคุณจะต้องไปชดใช้นะ เอาเปรียบเขามาต้องใช้หนี้นะ บิลเกตต์เอ๊ย ไม่ต้องบอกว่าทักษิณเอ๊ย หรือธัมมชโยเอ๊ย พวกที่ไปกอบโกยเอาเปรียบเขามา ไม่ต้องพูดถึงว่าพวกใช้วิชามารเอาเปรียบคนอื่นอย่างธัมมชโย อย่างทักษิณ เขาได้มาอย่างเอาเปรียบก็บาปแล้วแต่เอาเงินมาทำร้ายประเทศอีกก็ยิ่งบาปซ้ำซ้อน ขออภัย ขอบคุณพวกเขาที่ให้อาตมาได้ยกตัวอย่าง ไม่ได้อยากให้เขาเป็น สงสารเขา แต่เขาไม่ฟังอาตมา เขาจะโกรธเกลียดอาตมาด้วย แต่โกรธเกลียดอาตมานี้โง่ไหม ก็โง่ ก็เชิญโง่ซ้ำซ้อนไป มาโกรธเกลียดอาตมาที่เอามาช่วยมนุษยชาติ แต่ก็โกรธเกลียดอาตมาอีกเป็นวิบากซ้ำซ้อน เข้าใจให้ดี ชาวอโศกเราเกิดแล้วเป็นแล้วทำจริงแล้ว ตั้งหลักฐานแล้ว ไม่จำเป็นต้องบุกรุกที่ดินภูเขาต้นน้ำ เราทำเอง อยากมีน้ำตกสูบเอง ทำเอง สิ่งเหล่านี้เป็นความรู้ความสามารถที่ทำเองได้ อาตมาจำลองน้ำตกในเมืองกรุงในสันติอโศก จำลองลำธาร ป่า ภูเขา ทำไปตามควร ไม่ดูผลาญพร่าทำลาย แต่เป็นของเสริมหนุนให้เกิดธรรมชาติพออาศัยพอควรพอเหมาะ ระบบแบบคนจน แล้วเข้าใจว่าขาดทุนของเราคือกำไรของเราเป็นความสามารถความรู้ที่ยิ่งใหญ่ ตอนนี้กำลังเกิดปัญหาหนัก โลกกำลังลำบากทุกข์ร้อนเรื่องทุนนิยมเราก็ต้องหาทางออกมาหาบุญนิยม เราต้องทำให้จริงเป็นหลักฐานให้คนมาเอาได้ ทำไมคนต้องหันมาเอาระบบบุญนิยม 1. ทรัพยากรของโลกร่อยหรอลง ขาดแคลน ไม่พอกันจริงๆ 2. พลโลกมากขึ้น 3. คนทุกข์มากขึ้น สาหัสมากขึ้น เอารัดเอาเปรียบกันมากขึ้น ไม่รู้สึกอบอุ่น ไร้ความไว้วางใจ หวาดระแวงกันมากขึ้น ทำร้ายกันรุนแรงยิ่งขึ้น ทุจริตหยาบคายยิ่งขึ้นและไม่มีทางอื่นให้เลือกดีเท่าอีกแล้ว 4. เป็นตัวอย่างที่ดี เป็นมนุษย์ตัวอย่าง สังคมตัวอย่างวิถีชีวิตตัวอย่าง เป็นระบบที่ได้อาศัย ไม่เป็นแบบทุนนิยม และสังคมบุญนิยมเป็นสังคมที่ยั่งยืนถาวร นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) จึงเป็นระบบที่อยู่ให้คนอื่นพึ่งเป็นร่มเงาให้นกกาอาศัย ผู้คนในโลกจะมาเอาระบบบุญนิยมต่อไปในโลกทำไปเถิดแล้วเราจะมีสิทธิ์คัดเลือกคนที่เข้ามาด้วย ถ้ามีนิสัยนี้มีเชื้อเลวร้ายแรงเราไม่ให้เข้านะ เดี๋ยวมาแพร่เชื้อไม่ดีในหมู่เรา เราเลือกได้ สังคมเราจึงพึ่งตนเองรอด แล้วรอหรือยื่นมือไปช่วยคนอื่น เอื้อมเอื้อเกื้อกว้างไปอย่างพอเหมาะโดยอาศัยศาสนาเป็นหลักธรรมะเป็นหลัก ศาสนาพุทธเป็นอเทวนิยม รู้เทวะดี เทวะหรือเทพคือ สมมุติเทพ อุบัติเทพ วิสุทธิเทพ เทวดาสมมุติเทพอย่างจตุมหาราชิกานี้ไม่ทำเองแต่ไปล่าเอาจากเขา เป็นวิรุฬหก วิรุฬปักษ์ก็ใช้เชิงหลอกให้เขามาทำทานให้ ตนเองไม่มีก็ยังจะเอามาทำทานแก่เขา จะได้สวรรค์วิมานชาติหน้าเอาชาติหน้ามาหลอก หลวงพ่อคูณ คนมาทำทานแก่ท่าน ท่านเห็นหน้าว่าไม่พอกินพอใช้ หลวงพ่อก็จะบอกว่าเอาแค่นี้นะเอาคืนไป หลวงพ่อคูณขายเครื่องรางของขลังก็ไม่ถูกต้องตามพระพุทธเจ้าแต่ว่ายังดีกว่าธัมมชโยที่เลวร้ายมากกว่า พวกเราชาวบุญนิยม แบ่งด้านของบุญนิยมออกเป็นด้านต่างๆ 1. ศาสนาบุญนิยม … 2. ชุมชนบุญนิยม... 3. การศึกษาบุญนิยม 4. การบริโภคบุญนิยม 5. พาณิชย์บุญนิยม 6. กสิกรรมบุญนิยม... 7. อุตสาหกิจชุมชน 8. การเมืองบุญนิยม 9. ศิลปวัฒนธรรมบุญนิยม 10. การสื่อสารบุญนิยม 11. สุขภาพบุญนิยม 12. สถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ เราก็สร้างคน สร้างเยาวชน เรามีโรงเรียน มีวิทยาลัย กำลังทำมหาวิทยาลัย แต่ก่อนเราทำแบบ กศน. เดี๋ยวนี้เรามี ป.เอก โท ตรี ทุกระดับชั้น พัฒนาคนให้แก่สังคมโดยไม่คิดเงินทองนะ เราสอนฟรีมาก่อนรัฐบาลอีก สังคมอโศกเป็นสังคมช่วยประเทศชาติอย่างจริงใจ มาถึงเวลานี้สังคมก็เข้าใจเราเพิ่มขึ้นแล้ว เรามีเสนาสนสัปปายะ ปักษ์ใต้มีธรรมชาติอโศก ทะเลธรรม ชะเลขวัญ ก็ร่วมบูรณะให้เป็นชุมชนสร้างคนจนมหัศจรรย์ มากล้าจนดีกว่าไปกล้ารวย กล้ารวยนี้ทำกันมานักต่อนัก เห็นผลว่ายิ่งเลวร้าย แต่กล้าจนอย่างมีสารัตถะ ประเสริฐมาเป็นคนจนชนิดนี้กัน เราจะได้ช่วยสังคม แต่ละภาคเรามีชุมชนอโศก ที่ฟังตอนนี้ ตื่นเถิดชาวไทย อย่าหลับไหลลุ่มหลง ชาติจะเรืองดำรงก็เพราะเราทั้งหลาย ประเทศไทยจะเป็นตัวอย่างของโลก ขออภัยที่พูดใหญ่ แต่อาตมามั่นใจในจิตวิญญาณแบบเทวนิยม ที่เป็นคนจนแบบประเสริฐที่มีจิตวิญญาณจริงแท้ เราจะเป็นเครื่องจักรชั้นหนึ่ง ทำกรรมอย่างประเสริฐสุด เพื่อให้ทรงไว้ซึ่งธรรมะที่สมบูรณ์แบบให้แก่มนุษยชาติ ไม่ว่าจะเป็นปักษ์ใต้ก็พัฒนาตนเอง อย่าเพิ่งขยายที่ แต่ทำสามที่นี้ให้เจริญก่อน ธรรมชาติอโศก ทะเลธรรม ชเลขวัญ ที่ทะเลธรรมมีกสิกรรมเป็นหลักแล้วมีโรงงานอุตสหกิจมาเพิ่มอีกจะได้ช่วยมนุษยชาติ คนที่อยู่บ้านรื้อเสาบ้านมาได้ไหม มาแต่ตัวกับหัวใจเต็มๆ จำหลักนี้เอาไว้ 1. อย่าเป็นหนี้ คนไม่เป็นหนี้นี้ทุกข์ลดลง อยู่ในสังคมเรานี้ ข้าวมีกิน ดินมีเดิน พี่น้องมีเสร็จ เห็ดมีเก็บ ป่วยเจ็บมีคนรักษา ขี้หมามีคนช่วยกวาด ผ้าขาดมีคนช่วยชุน บุญต่างคนต่างเร่งทำเอา 2. พึ่งตนเองรอด 3. ทำเกินกินใช้ 4. แจกจ่ายสะพัดช่วยโลก เราทำแบบขาดทุน แบบคนจนได้จริงตามในหลวงตรัสประเสริฐสุด ช่วยโลก ช่วยมนุษยชาติเป็นจริงสุด ขณะนี้ท่านผู้ว่าฯ ก็มาถึงแล้ว เราก็จะมีเรื่องเปิดตลาดอาริยะต่อไป ….ผู้ว่าฯ เดชรัตน์ สิมศิริ เจอกันที่สนามบิน ท่านก็แสดงตัว น่าชื่นชม ไม่เหมือนคนบางคนเห็นแก่ไกลว่าบุญหนักศักดิ์ใหญ่ แต่ท่านไม่ใช่ น่าชื่นชม … ท่านก็มาถึงแล้ว ขอสรุปก่อนมอบหมายให้พิธีกรว่า พวกเราตอนนี้เป็นเวลาเข้าด้ายเข้าเข็มของไทย ไม่ว่าด้านศาสนาหรือด้านการเมือง กำลังจะพัฒนาเต็มที่จงมาช่วยกันร่วมมือกันพัฒนากันก็ได้ความร่วมมือกันของพวกเรา แม้ผู้ใหญ่ที่รู้ก็มาช่วยกันก็ขอขอบพระคุณอย่างยิ่ง ก็มอบหน้าที่แก่ Master of cceremony ….จบ ผู้ว่าฯ เดชรัตน์ สินศิริ ผู้ว่าราชการจ.ตรัง ได้ให้เกียรติมาเปิดงานตลาดอาริยะที่ทะเลธรรม แล้วท่านผู้ว่าฯ ก็มากราบพ่อครู ...บอกว่า ได้ใช้เพลงชื่นรัก ที่พ่อครูแต่งตอนสมัยฆราวาส มาฝึกหัดร้องเพลงเป็นเพลงแรก ซึ่งผู้ว่าฯ มีท่าทีที่ซาบซึ้งประทับใจมากจนน้ำตาไหล พ่อครูเป็นไอดอลของท่าน ผวจ. เมื่อปี 2512 ผวจ.เป็นนักดนตรีวงดุริยางค์ เขาเอาเพลงโบราณมาสอน แล้วผมไม่ร้อง ครูก็ให้คะแนน 0 ผม แต่ครูดุริยางค์เห็นก็เลยถามผม ผมก็บอกว่าผมไม่ชอบเพลง ครูก็เลยบอกว่า ผมร้องเพลงอะไรเป็น ผมก็บอกว่าผมร้องเพลงชื่นรักเป็น ที่พ่อครูแต่งให้วงดนตรี ดิอิมพอสซิเบิ้ล ซึ่งผมร้องและเล่นกีตาร์ได้ ผมเลยร้องแล้วผ่านได้ ก็ถ้าไม่มีพ่อครูมาแต่งเพลงนี้ผมก็มาไม่ถึงวันนี้ได้…. ผวจ.ยังได้เคยปั่นจักรยานมาดูชุมชน เพราะชอบขี่จยย.ออกกำลังกาย และก็ได้มาฝึกรับประทานอาหารมังสวิรัติ และ ถือศีล 5 ตอนขึ้นเครื่องบินมาที่ตรัง ได้ขึ้นเที่ยวบินเดียวกับพ่อครูและได้กราบนมัสการพ่อครูตอนลงเครื่องอีกด้วย….พ่อครูว่า...ขณะนี้ท่านผู้ว่าฯ ก็มาถึงแล้ว เราก็จะมีเรื่องเปิดตลาดอาริยะต่อไป ….ผู้ว่าฯ เดชรัตน์ สินศิริ เจอกันที่สนามบิน ท่านก็แสดงตัว น่าชื่นชม ไม่เหมือนคนบางคนเห็นแก่ไกลว่าบุญหนักศักดิ์ใหญ่ แต่ท่านไม่ใช่ น่าชื่นชม … ท่านก็มาถึงแล้ว ขอสรุปก่อนมอบหมายให้พิธีกรว่า พวกเราตอนนี้เป็นเวลาเข้าด้ายเข้าเข็มของไทย ไม่ว่าด้านศาสนาหรือด้านการเมือง กำลังจะพัฒนาเต็มที่จงมาช่วยกันร่วมมือกันพัฒนากันก็ได้ความร่วมมือกันของพวกเรา แม้ผู้ใหญ่ที่รู้ก็มาช่วยกันก็ขอขอบพระคุณอย่างยิ่ง ก็มอบหน้าที่แก่ Master ceremony ….จบ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน