610309_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ สุดยอดแห่งคอมมิวนิสต์และประชาธิปไตย_.docx
เนื้อหาในไฟล์
610309_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ สุดยอดแห่งคอมมิวนิสต์ และประชาธิปไตย
สมณะเดินดินว่า… วันนี้ เป็นวันศุกร์ที่ 9 มีนาคม 2561 ที่บวรราชธานีอโศก เมื่อไม่นานมานี้กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศ ฤดูหนาวจะไปแล้ว แต่ตอนนี้ก็กลับมาอีก พระพุทธเจ้า นักปราชญ์ชุมชน ที่ยากจนในการทำ เมื่อความเพียรต่อศรัทธาน้อย มีความเพียรในการทำกุศลกรรมน้อย เป็นเหมือนคนกู้หนี้ ต้องเสียดอกเบี้ย เหมือนถูกเครื่องจองจำ ด้วยอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ต้องเสียดอกเบี้ย การเสียดอกเบี้ยในทางพุทธศาสนา คือการต้องปกปิดความผิดของตนไป อย่างเสี่ยเปรมชัย ที่ต้องหลบหนี ไปที่ไหน ก็มีคนคอยจ้องตลอดเวลา ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหน จะอยู่โคนไม้ อยู่ในห้องแอร์ ก็ต้องเหมือนถูกติดตามตลอดเวลา มีเครื่องจองจำติดตัวไปตลอด เมื่อตายไป ก็เข้าสู่อบาย ทุคติ วินิบาต นรก มีศรัทธาต่อกุศลกรรมน้อย มีความเพียรต่อกุศลกรรมน้อย มีปัญญาต่อกุศลกรรมน้อย ก็เหมือนไปกู้หนี้ ก็ต้องทำทุจริต ทำทุจริตแล้ว ก็เหมือนกับการกู้หนี้ ต้องถูกทวงถาม ถูกติดตาม ถูกเอาดอกเบี้ย สุดท้ายก็เข้าสู่เครื่องจองจำ คืออบาย ทุคติ วินิบาต นรก แต่คนจนในทางธรรม เป็นอย่างไร ก็ต้องมาฟัง พ่อครูกัน พ่อครูว่า... มาดู sms ก่อน _SMS งานพุทธาภิเษก (พ่อครู : บวรปฐมอโศก)
_3517... กราบนมัสการพ่อท่านครับ ในสมัยที่ท่านเคยอยู่ในอินเดีย เมื่อ 2500 ปีก่อน บ้านเมืองเป็นอย่างไรบ้างครับ เวลาพระพุทธเจ้าท่านแสดงธรรม มีคนมาฟังเยอะไหมครับ ท่านแสดงธรรมนานไหมครับ แล้ววันที่พระสงฆ์ ที่เป็นพระอรหันต์ 1250 รูป มาประชุมโดยมิได้นัดหมาย บรรยากาศวันนั้นเป็นอย่างไรบ้างครับ กราบขอบคุณอย่างสูงครับ พ่อครูว่า... อาตมาไม่รู้ทั้งนั้น ที่ถามมา ไม่รู้จะตอบอย่างไร ถ้าจะมุข ว่าอาตมาเกิดในยุคนั้น เคยอยู่ในอินเดีย ยุคพระพุทธเจ้า เ
อ่านต่อ
ป็นภิกษุอยู่ในนั้นด้วย อาตมาก็ตอบได้เท่านี้ว่า อาตมาถ้าอย่างที่คุณว่า ถ้าอาตมาเป็นอย่างที่คุณว่า มาถึงบัดนี้ อาตมาก็จำไม่ได้แล้ว เพราะฉะนั้น ตอบไม่ได้
สื่อธรรมะพ่อครู(ปกิณกะ) ตอน พ่อครูแสดงธรรมแบบเจาะจงตัวบุคคลหรือไม่ _8866... กรณีคุณสุนิษา เมื่อครั้งพุทธกาลก็เคยมี ที่พระพุทธเจ้าแสดงธรรม แล้วมีผู้รู้สึกว่าเจาะจงเฉพาะตน แล้วก็บรรลุธรรม พ่อครูว่า... ถ้าฟังแล้ว เหมือนพระพุทธเจ้าสอนเราตรงเลย ก็แสดงว่า ตั้งใจฟังดี ตรงสภาวะตัวเอง ตรวจสอบไปตามความเป็นจริง ซึ่งจะมีลักษณะ 3 อย่าง เรียกว่า เตวิชโช ผู้นั้นฟังธรรมไปแล้ว ทบทวนว่า เป็นอย่างนี้ อย่างนี้ แล้วเราจะเทียบเคียงว่า เราก็เคยเป็นอย่างที่ท่านว่าอย่างนี้ เราก็เคยผ่านอย่างนี้ อย่างที่ท่านว่ามา เรียกว่าเป็น ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ เสร็จแล้วก็มีญาณต่อไปอีก เข้าใจที่พระพุทธเจ้าท่านสอน เหมือนกับท่านสอนเฉพาะเรา อันนี้เป็นความเกิด และมีปฏิภาณ ปัญญา รู้ว่ามันเกิดเหตุนี้แล้ว กิเลสเราเกิด เราทำให้กิเลสมันลดได้ ดับได้ อย่างนี้ เรียกว่าเป็น จุตูปปาตญาณ ญาณเห็นความเกิดความดับ ของสิ่งที่เราบรรลุ ตามบุพเพนิวาสานุสติญาณ หรือว่าเราฟังแล้ว เห็นว่า เราก็รู้ว่า เราไม่ได้ดับ หรือดับได้ ตามที่ท่านพูด การที่พระพุทธเจ้าตรัส แม้ที่สุดข้อที่ 3 ลักษณะอาสวะดับสิ้น เป็นอย่างนี้ ผู้ที่ฟังไปตาม และดับอาสวะก็ได้ ส่วนผู้ไม่สิ้นอาสวะ ถ้าขยายความว่า อาสวะเป็นอย่างนี้ สิ้นอาสวะเป็นอย่างนี้ เราก็ได้รับความรู้เพิ่มเติม ฟังธรรมด้วยดี ย่อมเกิดปัญญา ผู้รู้นำมาเรียบเรียง เป็นญาณ 16 การฟังธรรม ถ้าเข้าหลักเกณฑ์ของพระพุทธเจ้า ก็ฟังธรรมได้ผล ได้เข้าเรื่องเข้าราว ผู้ฟังที่ฟังได้เข้าใจในคำสอน เพราะผู้สอน เอาคำสอนของพระพุทธเจ้ามาพูด ตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้อธิบายไว้ ผู้ฟังตามแล้ว ก็รู้ว่าเราเองเราฟังเข้าใจแล้ว เราก็ได้ปฏิบัติด้วย ก็เกิดประโยชน์ เหมือนอย่างพวกเราที่ได้ฟังธรรมกัน แต่ทุกวันนี้ เขาแสดงธรรมกัน ดีไม่ดี กลายเป็นธรรมะตลกโปกฮา หาคำตลกมาพูดไป อะไรต่ออะไร แล้วคนก็นิยมชมชื่นมาก อย่างท่านพยอม อย่างนี้ อาตมาพยายามแสดงธรรมให้ตรงตามพระอนุสาสนี คนยุคนี้ ไม่ค่อยชอบฟัง ไม่เข้าใจ ไม่ค่อยชอบฟัง ก็เลยไม่ได้ฟัง ก็เลยยิ่งไม่ค่อยรู้เรื่อง แทนที่จะได้ฟังว่า อย่างนี้เป็นธรรมะดี ก็จะได้ปัญญาไปบ้าง จนกระทั่งเข้าใจเพิ่มขึ้น เข้าใจ ศรัทธา เลื่อมใส ผู้ฟังก็ได้ประโยชน์ เอาไปปฏิบัติอีก ปฏิบัติแล้ว ทยอยเข้ามา เป็นหมู่ชน ชาวอโศกเรา ที่เป็นจริง เป็นเช่นนั้น อาตมาแสดงธรรม ไม่ได้แสดงแบบ ประเล้าประโลม หาบริวาร ให้คนชอบใจในการฟังเทศน์ ฟังธรรม อาตมาเทศนา หรือสาธยายธรรม คนไม่ได้ชอบใจที่อาตมาอธิบายเท่าไหร่หรอก คนชอบใจที่ว่า อาตมาอธิบายแล้ว ผู้ที่มีปัญญา เห็นแล้ว แสดงธรรมอย่างนี้ มันได้ประโยชน์ ได้ละกิเลส ก็เห็นว่าดี ก็ถึงได้มา สวนทางโลกนั้น ชอบใจโดยที่ว่า มีอารมณ์ ในการที่จะ ต้องการลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข เป็นโลกธรรม ผู้ที่แสดงธรรมให้มันตรงกับ ความชอบใจของคน จะได้รวย ในลาภยศสรรเสริญโลกียสุข ก็ได้บริวาร เขาก็ได้รับการตอบแทน ด้วยอะไรต่ออะไร ต่างๆนานา อาตมาเห็นแล้วว่า ศาสนาพุทธไม่ใช่ศาสนาที่จะไป เทศน์ให้คนชอบใจ แต่ศาสนาพุทธเทศน์ขัดใจคน อาตมาเทศน์นี้ ให้คนเปลี่ยนใจ ขัดใจ อาตมาพูดตรงๆ ให้ขัดใจ คนขัดใจ ที่มีปัญญา ก็จึงเข้ามา คนที่ขัดใจอย่างไม่มีปัญญา ก็จะทิ้งไป อาตมาพูดตรงๆก็ได้ อาตมาไม่แคร์ คนที่ฟังอาตมา หรือไม่ฟัง อาตมาก็ไม่แคร์ I don't care If the sun Don't Shine, I don't care If the moon Glow blind. อาตมาที่พูดนี้เหมือนกับน่าเกลียด ไม่ง้อไม่แคร์อะไรบ้างเลย อาตมาว่า มันเป็นการคัดเลือก ที่อาตมาแสดงธรรม เป็นการคัดเลือกคนฟัง คนฟังอาตมาเทศน์ ก็ต้องรู้ว่าขัดใจดี ขัดเกลากิเลสดี เป็นสัลเลขธรรม คนเหล่านั้นถูกคัดเลือกเข้ามา อาตมาต้องการคนอย่างนี้ แต่ถ้าฟังแล้ว ประเล้าประโลม ชอบใจ ถ้าอาตมาทำอย่างนั้นบ้าง ป่านนี้ก็คงมีคนชอบใจ มีคนมาเยอะแยะ นี่ก็พูดสัจธรรมให้ฟัง
_7630... พ่อท่านครับ ทำไมเทศน์ไป คนจึงน้อยลงเรื่อยๆ อย่างปีนี้ดูจากสายตาคิดว่าไม่เกิน 770 คน ถือว่าเป็นการคัดคนแก่นๆ หรือเปล่าครับ???!!! พ่อครูว่า... พระพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อาณีสูตรว่า ต่อไปคนจะไม่ฟังหรอก โลกุตรธรรม ไปฟังแต่โลกียธรรมเสียมาก ไม่แปลกใจ แต่อาตมาก็ยังยินดีที่ในยุคนี้ ก็ยังมีคนฟังประมาณนี้ แค่นี้ มันก็ดีแล้ว อย่างนี้แหละ เพราะฉะนั้นอาตมาว่า อาตมาแสดงธรรม หรือเทศนาเรื่องธรรมะพระพุทธเจ้า ที่เป็นเนื้อหาสาระ เป็นแก่นแท้ของพระพุทธเจ้า เป็นโลกุตระธรรม ยังมีคนฟังขนาดนี้ อาตมาก็พอใจ ทุกวันนี้ มีคนฟังอยู่ไม่ใช่น้อย แม้จะหน้าซ้ำเก่าก็ตาม มีคนใหม่เติมเข้ามา ก็ดี คนที่ถามนี่ บอกว่าทำไมน้อยลงๆ บางคนอาจฟังแล้ว เป็นอรหันต์ บางคนอาจฟังแล้วเบื่อ ซ้ำซากอย่างนี้ อาตมาเทศน์นี้ ไม่ได้เทศนาเพื่อไม่ซ้ำซาก แต่เทศนาให้ซ้ำซาก พระพุทธเจ้าตรัส ธรรมะของเรา พูดแต่เรื่อง ทุกข์ เหตุแห่งทุกข์ การดับทุกข์ วิธีการดับทุกข์ เท่านั้น ซ้ำอยู่นั่นแหละ พระพุทธเจ้าเทศน์ อาตมาไม่ประหลาด ไม่แปลกเลย ที่จะต้องซ้ำซาก แต่มีนัยประกอบ ให้หลากหลายบ้าง แต่แก่นแท้ ไม่หนีไปจากนี้ ถ้าคนเข้าใจสาระ แก่นสารของศาสนาพุทธอย่างถูกต้องแล้ว คนนั้นแหละ จะสนใจฟังธรรมอาตมา ซึ่งมีอยู่ประมาณเท่านี้ ก็แทบไปได้ตลอดไป จะน้อยลงไปเท่าไหร่ พระพุทธเจ้ามีคน 5 คน ก็เทศนาให้ฟังแล้ว ขนาดพระพุทธเจ้านะ แต่อาตมาเกินกว่านั้นเท่าไหร่ (มีโยมว่า ขนาดพ่อเทศน์ซ้ำ ก็จำไม่ได้อีก)
SMS วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 (พ่อครู : สวนป่าฯ 9)
_แก้วลา ไชยวงค์... กราบนมัสการพ่อครู ท่านสมณะ สิขมาตุเจ้าค่ะ ถึงลูกจะอยู่นอกวัด แต่ลูกก็จะขอตามพ่อครู และชาวอโศกทุกท่าน เพราะเชื่อมั่นพ่อครู และชาวอโศกล้าน%เจ้าค่ะ
SMS วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 (สมณะ สิกขมาตุ : บวรราชธานีอโศก)
_3867... นมัสการพ่อครูฯ สมณะ สิกขมาตุ! เจริญธรรมบ้านราชฯ วันนี้คงบ่ได้ฟังธรรม วันต่อไปก็คงบ่ได้ส่งคติธรรม! เจอทุกขลาภเต็มๆ! เมื่อวานรถตัวเองถูกชน เบรคหัก! วันนี้วางหูเทียม ถอดไว้อยู่ดีๆก็หายไป! เจอเมื่อไรจะมาฟังต่อ! ไม่เจอก็กลับไปอยู่โลกเงียบ ตามเดิม! นมัสการลา สาธุ! เจริญธรรม
สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน สุดยอดแห่งคอมมิวนิสต์และประชาธิปไตย พ่อครูว่า... มาเข้าสู่เรื่องที่อาตมาจะเทศน์วันนี้ คือเรื่องสังคมการเมือง สังคมการเมือง ทุกวันนี้ รู้สึกว่ารุนแรง ในการหาวิธีการ วิธีการซับซ้อน วิธีการที่มันจะได้เปรียบ อะไรต่างๆนานา อาตมาเห็นแล้ว ก็น่าสังเวชใจ เอ๊ ทำไมทำงานการเมือง จะต้องไปคิดอย่างนั้น จะต้องไปทำอย่างนั้น อาตมายืนยันว่า อาตมาเป็นนักการเมือง อาตมาทำงานการเมือง อาตมาเป็นพลเมือง ของประเทศไทย ก็เอาใจใส่เรื่องบ้าน เรื่องเมือง เรื่องกฎเกณฑ์ เรื่องที่ประพฤติ ปฏิบัติกันอยู่ โดยเฉพาะผู้บริหารบ้านเมือง เราก็ต้องดูแล ท่านบริหารอย่างไร ถ้ามันไม่เข้าท่าเลย เราก็พูดบ้าง อะไรเข้าท่าทาง ก็สนับสนุน ให้ท่านได้ทำ เราก็ไม่ใช่คนใจจืดใจดำ บ้านเมืองเป็นอย่างไร ไม่ใส่ใจ ทำมาหาเงิน หากินอย่างเดียว เสร็จแล้วยังมีหน้าพูดว่า ไม่ยุ่งกับการเมือง จนประเทศต้องออกกฎหมาย ว่าเวลาลงคะแนนเลือกตั้ง เราเป็นประชาชนคนไทยควรไปลงคะแนนเลือกตั้ง ให้ไปสู่สภา เป็นตัวแทนของเรา มีกฎเกณฑ์ ใครไม่ได้ไปทำหน้าที่ ก็จะถูกปรับ ด้วยวิธีการต่างๆ หมดสิทธิ์ทางการเมือง อะไรต่างๆ น่าสมเพชเวทนาบ้านเมือง ที่เขาปล่อยให้คนไม่ดี เข้าไปปู้ยี่ปู้ยำประเทศ อาตมาพูดถึงเรื่องการเมือง ประชาธิปไตย อาตมาเข้าใจ ความเป็นประชาธิปไตย แบบของอาตมา ที่อาตมาเข้าใจ อาตมาว่า อาตมาเข้าใจการเมือง ไม่เหมือนกับเขา อาตมามั่นใจว่า ระบบการเมืองประชาธิปไตยที่เขาเรียก อาตมาเข้าใจว่า มันถูกต้องอย่างไร อาตมาได้ นิยามการเมือง เอาไว้ถึง 10 ข้อ 1. งานการเมืองต้อง มีคุณธรรม และเป็นกุศล 2. นักการเมืองต้อง “รู้จัก” ประชาธิปไตยที่แท้ ยกตัวอย่างทักษิณ และพวกพ้องที่เข้าใจว่าประชาธิปไตย คือการเลือกตั้ง เขามีความคิดอยู่แค่นี้ แสดงถึงความไม่รู้จักความเป็นประชาธิปไตยจริงๆ ไปตะโกนบอกว่า เขาไม่เข้าใจประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นนักเขียนการ์ตูน ในหนังสือพิมพ์ก็ตาม บอกว่าถ้าหากผู้บริหารประเทศ ไม่ได้ผ่านการเลือกตั้งจากประชาชน แบบนั้นไม่ใช่ประชาธิปไตย แม้แต่ ประชาชนไม่ได้เลือกตั้ง ในบางยุคสมัย พระเจ้าแผ่นดินเลือกคณะบริหาร เข้าไปบริหารประเทศ ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ในบางกาละ ในหลวงก็ให้คณะบริหารไปบริหาร เขาก็บอกว่าไม่ใช่ประชาธิปไตย อย่างนี้เป็นต้น ขนาดว่า ในรัฐธรรมนูญ ให้รัฏฐาธิปัตย์ ให้บริหาร เขาก็บอกว่า ไม่ใช่ประชาธิปไตย ต้องประชาชนเลือกตั้ง เท่านั้น โดยถือเอาอันนี้ไป จากพวก ประชาธิปไตยขาเดียว พวกประชาธิปไตยขาเดียว เขาจำเป็นต้องเลือกด้วยให้ประชาชน เลือกประธานาธิบดี เพราะเขาไม่มีระบบพระเจ้าอยู่หัว เขาไม่มีประชาธิปไตย แบบมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่เป็น ประชาธิปไตย 2 ขา อาตมาถือว่าประชาธิปไตย 2 ขาเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ประชาธิปไตยขาเดียว เป็นประชาธิปไตยที่ไม่สมบูรณ์แบบ อันนี้เป็นความเห็นของอาตมา แม้แต่ประเทศ ที่ตราประชาธิปไตยขึ้นให้แก่โลก ก็คือประเทศอังกฤษ ก็เป็นประเทศที่มีพระเจ้าแผ่นดิน มี King Queen ทุกวันนี้ ก็ยังมี มีแต่พวกที่หลงเลอะ เป็นประชาธิปไตยขาเดียว เขาถือว่า อย่างนั้น เป็นประชาธิปไตยที่แท้ เพราะเป็นเรื่องของประชาชนทั้งหมดเลย เขาถืออย่างนั้น ซึ่งอาตมาเห็นแล้ว ก็น่าสังเวชใจ พฤติกรรมของประชาธิปไตยขาเดียว ขณะนี้ที่เห็นๆกัน ยกตัวอย่างสหรัฐอเมริกา เป็นอย่างไร ผู้นำ ผู้บริหารถือว่า เป็นผู้ที่มีรัฏฐาธิปัตย์ของประเทศ เป็นอย่างไร ไม่มีการสืบทอด ไม่มีกฎมณเฑียรบาล ไม่มีจารีต เป็นเรื่องของใครหาเสียงเก่ง ใครทุ่มซื้อคะแนนได้ มีแท็กติก มีเล่ห์กล วิธีการต่างๆ ที่เขาสามารถทำให้ได้คะแนนเสียงข้างมาก เขาก็ได้เป็นใหญ่ มันทำให้เกิดระบบประชาธิปไตยขาเดียว เชิงนี้ ทำให้คนคิดหาแต่วิธีการ วิธีการที่จะทำให้ข้าได้รับการเลือกตั้งเข้าไป ไม่เอาด้วยเล่ห์ ก็เอาด้วยกล ไม่เอาด้วยมนต์ ก็ด้วยคาถา อย่างนั้นไปตลอดเลย ไม่มีวัฒนธรรม จารีตธรรมเนียม สืบสานกฎมณเฑียรบาลเอาไว้ถ่วง อย่างสำคัญคือ สถาบันกษัตริย์ มันไม่มี มันมีแต่ประชาชน กับประชาชน ก็เลยเละ ประชาธิปไตยของเขา มันจะเสื่อมลงๆ อาตมาว่าการเลือกตั้งของอเมริกา เป็นการเลือกตั้งที่ใช้อำนาจเงินสูงสุด เพราะฉะนั้นผู้ที่ได้ขึ้นไปเป็นประธานาธิบดี ได้เป็นนายก เกิดจากอำนาจเงินทั้งนั้น การบริหารระบอบ บริหารประชาธิปไตย ขาเดียว นี่จึงเสื่อมลงๆๆๆ เขาไม่รู้ตัว ฝรั่งเศส เลิกจากประชาธิปไตยแบบมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไปเป็นแบบประชาธิปไตยขาเดียว ไม่มีกษัตริย์ แต่ทุกวันนี้ ประชาชนก็เรียกร้อง อยากให้เป็นระบบกษัตริย์ อย่างที่เคยเป็น คืออะไร ก็คงจะมีอีกหลายประเทศ ที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นการบริหารประเทศแบบประชาธิปไตยที่ไม่มีกษัตริย์ ไปแล้ว ก็คงจะมีความรู้สึกอย่างนี้ มันน่าจะมีพระมหากษัตริย์มา อาตมาไม่เก่งในการที่จะขยายความเลย เพราะมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับจิตวิญญาณ ประชาธิปไตยที่มีขาเดียว มันไม่มีจิตวิญญาณ มันมีแต่จะสร้างอำนาจ โดยเฉพาะคำว่า จิตวิญญาณอันนี้ ผู้ที่บริหารประเทศ อย่างประเทศไทยเรา ผู้บริหารประเทศ ตั้งแต่สมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ผู้บริหารมี เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา มีความเป็น อัปปมัญญา บริหารแบบพ่อลูก ประชาธิปไตยแบบพ่อลูก แต่เมื่อเริ่มที่จะไม่มีวิญญาณของ อัปปมัญญา มันก็เอาแต่อำนาจ จึงกลายเป็นระบอบที่บริหารกันอย่างอำนาจบาตรใหญ่ แล้วก็หลอกลวงซ้อน หลอกลวง ซ้อนว่า ไม่ได้ใช้อำนาจบาตรใหญ่นะ บริหารอย่างที่เห็นแก่ประชาชน ก็แข็งๆ กระด้างๆ การจะอธิบายว่า แบบพ่อลูก ไม่มี เกิดไม่ได้เลย ในประชาธิปไตยขาเดียว จะไม่มีโวหารนี้พูดเลย ในประชาธิปไตยขาเดียว จึงเป็นประชาธิปไตยที่ไม่มีจิตวิญญาณ มีแต่อำนาจ ห้ำหั่นเอากฎหมายเป็นหลัก อย่างเดียวเลย เพราะฉะนั้นสังคมที่มีแต่กฎหมายอย่างเดียวนี้ ไร้จิตวิญญาณ คุณนึกถึงเอาก็แล้วกัน จะพูดว่ามี เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ก็ดูไปเถอะ ประชาธิปไตยขาเดียวนี้ ดูไปเถอะ ไปอีกไม่กี่ร้อยปี จะเห็นผล ขนาด คอมมิวนิสต์เขาว่า บริหารยิ่งตัดพระเจ้าแผ่นดินทิ้งไปเลย เสร็จแล้วก็บอกว่าเขาจะบริหารประชาชนเป็นใหญ่ ก็ดูอย่างเกาหลีเหนือ ใครเป็นใหญ่กันแน่ และมันสืบทอดสันตติไหม ก็สืบทอดกัน ตอนนี้ก็เป็นลูกหลานประธานาธิบดีคนก่อน ไม่มีทศพิธราชธรรมอะไร เห็นไหม สืบสันตติ สืบตระกูล ตอนนี้ก็มองว่าอเมริกา ไม่มีการสืบสันตติ แต่ความซับซ้อนมองไม่เห็นว่า ผู้อยู่เบื้องหลังคือ นายทุนอเมริกา นี่คือผู้สืบสันตติ เป็นทุนนิยมนั่นแหละ คือเป็นตัวสืบสันตติที่มหาศาล เป็นอำนาจบาตรใหญ่ ที่ไม่เข้าเรื่อง เละเทะจัด อันนี้แหละ คือความซวยของสังคมประเทศชาติ และมีอำนาจทุนนิยมนี้เป็นหลัก จนกระทั่งทุกวันนี้ ใครเขาก็สงสัยว่า ทำไมอเมริกาไม่กล้าประกาศว่า มีทองคำที่ใช้ค้ำประกันธนบัตรอยู่หรือไม่ อเมริกาทำไมต้องปิดบัง เพราะอเมริกาไม่มี ลองไปตรวจสอบดูทุกวันนี้ อเมริกานี้เป็นหนี้อยู่เท่าไหร่ นั่น 1 และ 2 ดอลล่าร์ที่ผลิตออกไป อยู่ทั่ว กระจายทั่วโลกขณะนี้ มันเป็นกระดาษเปื้อนสี อยู่เปล่าๆ ไม่มีค่าอะไรเลย และก็ยังพยายามใช้อำนาจ รักษาค่าเงินดอลลาร์เอาไว้ แม้แต่ประเทศไทยยังยอมให้เลย มีค่าตั้ง 30 กว่าบาท ต่อ 1 ดอลลาร์ มันจะทำให้ความเป็นจริงของโลก ความเป็นจริงของสังคม เศรษฐกิจ แม้แต่การเมือง พิกลพิการ มันไม่ถูกสัจธรรม มันหลอกลวง ซับซ้อน กันไปหมดเลย อาตมาว่า เมืองไทยจะหลุดจากการเป็นทาสเงินดอลลาร์ ได้หรือไม่ ในชาติอื่นๆ เขาก็ไม่กระไร แต่ชาติอเมริกานี้แหละ ยกตัวอย่าง พลเอกประยุทธ์ ขึ้นมาบริหารประเทศ ไม่ผ่านการเลือกตั้ง ใครๆก็บอกว่า อเมริกาไม่รับรอง เพราะฉะนั้น นายกฯตู่ไม่มีทางไปเหยียบอเมริกาได้ แต่แล้วเป็นไง มันไม่ใช่ แสดงว่าอเมริกาเอง ก็จำนน ว่าประชาธิปไตย ไม่ได้เอาการเลือกตั้งเป็นหลัก แม้แต่ที่สุด สถาบันต่างๆนานา ที่มาตรวจสอบในโลก เขาก็บอกว่า ประเทศไทยที่บริหารกันอยู่นี้ ราบรื่น เรียบร้อยดี มีสุข พลเมืองมีสุข เป็นอันดับต้นๆเลยของโลก อันดับ 1 ของโลก เป็นประเทศที่มีความทุกข์ยากน้อยที่สุด อันดับ 1 ของโลก 4 ปีซ้อน นายกตู่บริหารมา 4 ปีแล้ว มันหมายความว่าอย่างไร การบริหารประเทศ ที่ให้ประชาชนเป็นทุกข์น้อย หรือทุกข์มาก ก็ต้องทุกข์น้อย แล้วสถาบันตรวจสอบ ด้วยหลักวิชาการ ได้อย่างนี้แหละ คำตอบเป็นอย่างนี้ แล้วมันคืออะไร แต่เขาก็บอกว่า เป็นเผด็จการอยู่นั่นแหละ โดยเฉพาะพวกแดง พวกทักษิณ หาว่าเป็นเผด็จการ แล้วเขาเป็นประชาธิปไตย ถ้าหากประชาธิปไตย อย่างทักษิณทำนี้ โลกทั้งโลกฉิบหายหมด ประชาธิปไตยบ้าบอ อย่างทักษิณ อำนาจบาตรใหญ่เผด็จการ โอ้โห แสดงพฤติกรรม ใหญ่เบ้งขนาด แล้วมีอำนาจจริงๆด้วยนะ แล้วคนไทยโง่เง่า เป็นทาสอยู่นี้นะ ไม่รู้จะเรียกอะไร โง่งมงาย เป็นทาสที่ปล่อยไม่ไป ทักษิณและพวก เป็นรัฐบาลได้ 3 4 รอบ แล้วมันเป็นตรงไหน มันเป็นประชาธิปไตยตรงไหน ทักษิณเขาเป็นเจ้าอำนาจ แล้วคนอื่น อยู่ใต้อำนาจทักษิณทั้งนั้น พวกที่เรียนรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ เรียนมาหัวผุหัวพัง แล้วจะไปเป็นทาสทักษิณอยู่นั่นแหละ ที่เป็นเจ้าของพรรค เจ้าของอำนาจ มันเป็นเผด็จการ 100% เลย ของทักษิณ มองอย่างนี้ไม่ออก อาตมาก็งง อาตมาไม่ได้เรียนรัฐศาสตร์ หรือศาสตร์อะไร แต่อาตมาว่า พอจะมองออกได้ว่า มันไม่ใช่อย่างนั้น มันไม่ใช่ประชาธิปไตย ถ้าคนเรานั้นเข้าใจปัญหาได้ ประเทศไทยจะไม่เกิด คนนั้นคือคนโง่งมในประชาธิปไตย ก็โง่ได้ที่จริงๆ สมณะเดินดินว่า... ประเทศอะไรที่มีประธานาธิบดีชื่อมูกาเบ้ เป็นคนโกงแต่เลือกที่ใดก็ได้ กลับมาได้ทุกทีเป็นประเทศซิมบับเว พ่อครูว่า... ถ้าหากประชาธิปไตยเป็นแบบกฎมณเฑียรบาล บริหารแบบพ่อลูก ปกครองประชาชนเป็นลูก มีการสืบทอดตามกฎมณเฑียรบาล ผู้ที่จัดขึ้นมา เป็นพระราชา ยิ่งเป็นประชาธิปไตยด้วย ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปเป็นเผด็จการ อย่างที่โลกเขาเป็นเลย100เปอร์เซ็นต์ มันยังสมบูรณาญาสิทธิราชย์ไม่ได้แล้ว ทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎมณเฑียรบาล พระเจ้าแผ่นดินสอน อย่างเช่น เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ ตรัสเรื่องพระเจ้าอยู่หัวสอน พระราชโอรส พระราชธิดา ว่าเราจะต้องรักประชาชน จะต้องทำเพื่อประชาชนต่างๆนานา มันมีตั้งเยอะแยะ และต้องทำจริงๆ ต้องฝึกฝน ต้องอยู่ในกฎมณเฑียรบาลเหล่านั้น อย่างนี้คือการหล่อหลอมคน ให้เป็นผู้บริหารประเทศ ประชาชน โดยสืบทอดความรู้ สืบทอดจิตวิญญาณ โดยมีจิตวิญญาณจริง แต่อันโน้น ใครมีเงิน ก็ได้รับการเลือกเข้าไป เป็นผีห่าซาตานอะไร ก็ไปเป็นใหญ่ ไม่มีอะไรเป็นหลักประกัน รับรอง เลือกตั้งที มันใช้เงินเท่าไหร่ ที่อเมริกา ใช้เงินหาเสียง ใช้เงินทุ่มข่ายที่วางไว้ก่อนหมดเลย กว่าจะได้ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดี ที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน เพราะฉะนั้น มันไม่มีความจริงอะไรเลย ไม่ได้ของจริงอะไรเลย อาตมาเห็นอย่างนี้ ตามประสาอาตมา ตอนนี้ ประธานาธิบดีอเมริกา ขนาดคนอเมริกา ยังประท้วงเลย ตอนนี้ เขาก็ไม่ได้ต้องการอย่างนี้ อาตมาพยายามอธิบายประชาธิปไตย ว่า ประชาธิปไตยคือ ผู้ที่ทำหน้าที่ บริหารปกครอง ต้องมีความรู้ในเรื่องธรรมาภิบาล หรือการอภิบาลประชาชน มีธรรมะในการอภิบาล ประชาธิปไตยคือการอภิบาลประชาชน ผู้ที่มาบริหาร มาทำงานเป็นรัฐบาลแล้ว ก็จะต้องอภิบาลประชาชน เพราะฉะนั้น ผู้ที่ทำหน้าที่อภิบาลประชาชน ที่เป็นธรรม เรียกว่ามี ธรรมาภิบาล จะมาจากเลือกตั้ง หรือไม่มาจากการเลือกตั้งก็แล้วแต่ เอาตรงนี้แหละ เป็นเครื่องตัดสิน ว่าผู้ที่อภิบาลประชาชน แล้วประชาชนบอกว่าอย่างนี้ดี เป็นอยู่สุข โดยเฉพาะทุกวันนี้ มีเครื่องมือตรวจสอบ มีโพล นั่นแหละคือคะแนนประชาธิปไตย ประชาชนยินดีรับ หรือเปล่า ที่จะให้บริหาร หรือทำหน้าที่อภิบาล ประชาชนเป็นผู้แสดงอำนาจไปบอก ว่าเขาต้องการ หรือไม่ต้องการ เท่าใด ก็อยู่ที่ผลงานการอภิบาล อยู่ที่ผลงานของการดูแลปกครอง เลี้ยงดู ช่วยเหลือ อภิบาล ทำหน้าที่ดูแลประชาชน จัดสรรอย่างที่นายกฯตู่ก็ตาม ใครก็ตามทำ ทักษิณก็ตามทำ อภิบาลอย่างเขาทำ เสร็จแล้วประชาชนบอกว่า ทำอย่างนี้ฉิบหาย เสียหายเงินทองประเทศชาติ จนเดี๋ยวนี้ ศาลก็บอกว่าต้องใช้หนี้ กี่หมื่นล้าน นั่นคือผู้บริหาร ศาลตัดสินแล้วว่า ต้องใช้หนี้ แบบอย่างของทักษิณทำมา ทักษิณริ ยิ่งลักษณ์ทำ ทักษิณดำริ แล้วให้ผู้บริหาร ไม่ว่าจะเป็นยิ่งลักษณ์ หรือสมัคร สมชาย ให้มาทำตาม ที่ทักษิณเป็นผู้ที่ริ หรือดำริ คิดอ่าน อยู่ในกรอบของเขา ผู้ที่เป็นลิ่วล้อ ก็งมงายว่า คือประชาธิปไตยทักษิณ มันจะโง่ไปถึงไหนกัน คนอย่างนี้ สมณะเดินดินว่า... รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จึงแก้ทางว่า ถ้าหากพรรค อยู่ภายใต้อำนาจของบางคน ก็ให้ยุบพรรคเลย พ่อครูว่า... เหมือนตอนนี้ เลื่อนเลือกตั้งไปแล้ว แต่ตัวเองเป็นเหตุ ส่อให้เห็นว่า คนไทยทำไมโง่ขนาดนั้น มันส่อให้เห็นว่า ทำไมโง่ไม่เสร็จ โง่ไม่เลิก เมื่อไหร่จะมีราศีความฉลาด ขึ้นไป 5 เปอร์เซ็นต์ 10 เปอร์เซ็นต์ โง่ไม่ฟื้น โง่ดักดาน อันไหนถูก ก็ชม อันไหนผิด ก็ตำหนิติเตียน อย่างนายกฯตู่นี้ บริหารได้ดี ก็ให้บริหารไปเหอะ อันที่ผ่านมานั้น บริหารไม่ได้เรื่อง เท่าที่มีประชาธิปไตยมา นายกฯตู่เป็นผู้ที่ทำประชาธิปไตยเข้าตาที่สุด ซึ่งก็อย่างว่า ต่างคนต่างเข้าใจกันนะ เอาอย่างนี้ พูดพอแล้วเรื่องประชาธิปไตย เอามาสู่ ประชาธิปไตยของพระพุทธเจ้า ประชาธิปไตยของพระพุทธเจ้า คนเข้าใจไม่ได้ ว่าเป็นประชาธิปไตย ในยุคทาส ในยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ซึ่งแต่ละประเศ แต่ละรัฐ แคว้น เขายังไม่กระดิกหู เรื่องประชาธิปไตย พูดถึงเนื้อหาแท้ๆของประชาธิปไตย พระพุทธเจ้าเป็นประชาธิปไตย ที่ให้ประชาชน หรือให้บุคคล มีอิสระเสรีภาพ ไม่มีความเป็นทาส ไม่มีความเป็นวรรณะ นี่คือเงื่อนไขหลักของประชาธิปไตย ให้ประชาชนไม่เป็นทาส มีอิสระเสรีภาพเต็มที่ และไม่มีวรรณะ ชนชั้นอะไร แต่ทุกวันนี้ ลัทธินายทุนนี้ มีวรรณะไหม เปรมชัย มีวรรณะไหม กฏุมพี เห็นแล้ว คนมีอำนาจหน้าที่ ยังยกให้ เห็นแล้ว น่าสังเวชใจ แล้วพวกนั้น ก็เป็นนักบริหาร เป็นผู้ที่มีวิชาความรู้มาสูง อาตมาก็ไม่ได้เรียนอย่างเขา ก็วิจารณ์ไปตามประสา ผิดถูก อาตมารับผิดชอบ เห็นแล้วน่าสงสาร เราชาวอโศก เป็นประชาธิปไตยที่บริบูรณ์ที่สุด มีเศรษฐกิจสมบูรณ์ที่สุด มีการเมืองระบอบรัฐศาสตร์สมบูรณ์ที่สุด ถึงเป็นสังคมประชาธิปไตย ที่เรียกว่าเป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์ที่สุด ใครไม่เชื่อ ก็มาสอบถาม นักวิชาการด็อกเตอร์ระดับไหน ก็มาสอบถามได้ ว่าเศรษฐกิจของชาวอโศก เศรษฐกิจถึงขั้นสาธารณโภคี ประชาธิปไตยประเทศไหนเขาทำได้ คอมมิวนิสต์ก็ตาม เป็นสุดยอดแห่ง คอมมูนเลยนะ ชาวอโศก คอมมิวนิสต์ประเทศไหน ทำได้อย่างชาวอโศก สมบูรณาญาสิทธิราชย์ก็ตาม อาตมามีอำนาจในชาวอโศกนะ แต่อาตมาไม่มีอำนาจเลย ในชาวอโศก ไม่ได้ใช้อำนาจเลย พวกคุณยกให้อาตมาเองทั้งนั้น แล้วอาตมาก็เกรงใจ หลายๆอย่าง ที่พวกคุณให้อำนาจ อาตมาเองเกรงใจ รู้สึกตัวว่า ไม่เคยใช้อำนาจบาตรใหญ่ คนข้างนอกก็แล้วไป แต่อาตมาอยู่ขณะนี้ ก็เหลือแหล่ ถ้าจะมีอำนาจบาตรใหญ่ ก็มีได้เต็มที่ แต่อาตมากลัวคนข้างนอกมองว่า อาตมาใช้อำนาจบาตรใหญ่ อาตมากลัว ไม่กล้าใช้อำนาจบาตรใหญ่ ฟังคำว่า อำนาจบาตรใหญ่ ก็คงจะรู้ว่าคืออะไร เผด็จการ อาตมาว่า อาตมาไม่ได้ทำแบบนั้น แล้วอาตมาว่า นี่คือประชาธิปไตย แล้วอาตมาก็แค่ใช้อำนาจ บริหารชาวอโศก ด้วยประชาธิปไตย หรือคอมมูนด้วย คอมมูนเป็นสุดยอด ที่เห็นว่า นี่คอมมูน มีคณะบริหาร เป็นคณะบริหาร ที่ไม่ได้ไปบังคับ โดยเฉพาะเอาเรื่องภาษี เรื่องการเมือง ก็ไปสู่ส่วนกลาง เป็นตัวตัดสิน คอมมูน หรือคอมมิวนิสต์ ก็ต้องการให้เสียภาษีส่วนกลางให้มาก ประชาธิปไตยก็เหมือนกัน แต่ประชาธิปไตย ดูเหมือนเปิดให้ประชาชน มีอิสระเสรีภาพในเรื่องนี้มาก ไม่บังคับกดขี่เท่าไหร่ แต่คอมมิวนิสต์ เขาก็บอกว่า กดขี่มาก ออกกฎหมายไม่ให้มีลักษณะนายทุน ออกกฎหมายบังคับอย่างมาก เท่านั้นเอง แต่อาตมาใช้ของพระพุทธเจ้า กองกลาง ได้เหนือกว่า ประชาธิปไตยที่เขามี ได้เหนือกว่าคอมมูนที่เขามี คือในหมู่กลุ่มชาวอโศก ชาวอโศกทำงานฟรี ให้กับกองกลาง 100% กินใช้อยู่กับกองกลาง เรียกว่าคอมมูน เรียกว่าประชาธิปไตย อาตมาว่าสุดยอด ท่ามกลางสังคมโลกทุกวันนี้ อาตมาก็ทำหน้าที่ดูแล บริหาร อภิบาล ธรรมาภิบาลชาวอโศกอยู่ แล้วก็ได้ขนาดนี้ โดยที่เอากองกลางของสาธารณะ เป็นหลักตัดสิน สมาชิกชาวอโศกให้กับกองกลางอย่างเต็มใจ มีอิสระเสรีภาพมากที่สุด จนส่วนใหญ่นี้ ที่เป็นสมาชิกในนี้ ในแต่ละชุมชน หมู่บ้าน ให้หมดเลย เสียภาษีร้อยเปอร์เซ็นต์ อาตมาอธิบายเชิงรัฐศาสตร์ ของที่เขาศึกษากัน มันเลยดีกว่า รัฐศาสตร์ที่เขาศึกษากันได้ ไม่ว่าจะเป็นคอมมิวนิสต์ หรือประ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive