600825_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตำนานสิริอัญญาจนถึงปุญญะ.docx
เนื้อหาในไฟล์
600825_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตำนานสิริอัญญาจนถึงปุญญะ
สมณะเดินดินว่า…วันนี้วันศุกร์ที่ 25 สิงหาคม 2560 ที่บ้านราชฯ วันนี้ถือว่า เป็นวันสำคัญของประวัติศาสตร์ประเทศไทย เป็นวันที่ทุกคนรอ หลายคนลุ้น บางคนโล่ง บางคนลา(แล้วประเทศไทย) ตอนนี้นักข่าวก็แคะคุยกันว่า เคยเห็นหน้าอดีตนายกรัฐมนตรีครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ มีแต่เห็นทาง facebook หลายวันแล้ว ตอนนี้คงไปไกลแล้ว เดากันใหญ่ว่าไปอยู่ประเทศไหน มีข่าวว่ารัฐมนตรีติดคุก 40 ปี 30 กว่าปี คงจะพอรู้แกวก็เลยไปก่อน ถ้าใครเคยฟัง อดีตรัฐมนตรีสาธารณสุข นายรักเกียรติ สุทธนะ ช่วงชีวิตที่เขาทุกข์ทรมานที่สุดคือช่วงที่ต้องหนี เคยคิดฆ่าตัวตายหลายครั้ง แต่ช่วงที่ถูกตำรวจจับได้ตอนนั้นแหละคือโล่งเลย ตอนอยู่ในคุกได้อ่านหนังสือธรรมะจิตใจกลับดีมากเลย ไม่รู้ว่าคนหนีกับคนถูกจับติดคุก คนไหนสบายใจกว่า พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า คนพาล เมื่อทำบาปอยู่ เขาย่อมเห็นว่าเป็นรสหวาน สนุกสนานเพลิดเพลินมาก เมื่อได้เงินทองมามาก แต่ที่สุดบาปก็ย่อมแสดงผล เขาไม่ได้ฟังสัทธรรมไม่ได้อบรมมีความรู้ เขาก็ยินดีในการได้ทำบาปนั้น อาตมาก็เริ่มเป็นห่วงว่า ชาวชุมชนของเรา อยู่ที่นี่หลายร้อยคน แต่ขาประจำที่มาฟังธรรมมะยังไม่มีมากเท่าไหร่ หายไปเกินครึ่งหนึ่งเลย ไปตกในที่ไหน แต่ว่า เมื่อพวกเราไม่ค่อยได้มาฟังธรรมะ จิตใจจะไปอย่างไร น่าเป็นห่วงมาก เพราะไม่ได้รับการอบรม ศรัทธาจะลดลงไป การทำจิตแยบคายก็จะไม่เป็น ส่วนใหญ่คนทำบาปนี้ เป็นการสะสมอารมณ์ ก็เกิดอารมณ์ชั่ววูบ เคยเห็น พนักงานดีเด่น ไปไขกุญแจเอาเงินจากธนาคารมา ทั้งที่เขาน่าจะรู้ว่ามีกล้องวงจรปิดจับภาพอยู่ แต่ไปมีแฟนแล้วติดอบายมุข ก็เลยคิดอะไรง่ายๆหาทางออกอะไรง่ายๆ เพราะว่า เขาไม่ได้สั่งสม หิริโอตตัปปะ ไม่ได้สำนึกเกรงกลัวต่อบาป ได้ข้
อ่านต่อ
อคิดอย่างหนึ่งแม้แต่พวกเราที่อยู่ในนี้ก็ไม่ได้มาฟังธรรม จะอยู่ในรัศมีของโลกุตระหรือเปล่านะ หรือหลุดไปในอบายภูมิแล้ว ทุกวันนี้พวกที่อยากจะอยู่วัดใจจะขาดคือพวกสุนัขทั้งหลาย แต่จับกันแต่ละทียากมากนะ เขาจะสู้สุดฤทธิ์เลย แต่เขาไม่มีคุณสมบัติ เรามาอยู่กันแล้วมากัดกันทําร้ายร่าง พวกเราไม่มีการนิยมความรุนแรงขนาดนี้ แล้วยังกัดกันจนตายเลย แล้วยังกัดสิกขมาตุด้วย นี่ยิ่งบาปกว่าเก่า ด้วยคุณสมบัติทั้งปวง อย่างนี้ถึงจะอยากอยู่อย่างไรก็อยู่ไม่ได้ พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า คนไม่มีศีลก็มีวิบากเกิดมาเป็นสัตว์เดรัจฉาน ดูอะไรดีหมดแต่ก็ยังอดไม่ได้ พ่อครูเคยเขียนบทกวีไว้ว่า ที่ได้ชื่ออย่างนี้เพราะแต่ละคนกำหนดกรรมของตัวเขาเอง ทุกขณะเวลาทุกคนกำลังสร้างกรรม ที่จะนำพาตัวเองไปสู่ทิศทางใด เมื่อกี้นี้เพิ่งประชุมสมณะไป ว่าเราโชคดีนะที่มีพ่อครูอยู่ มาเปิดเผยสัจธรรม ไม่ใช่แค่ปริยัติ และเป็นตัวอย่างให้เราดู อย่างเราไปอ่าน องค์คุณอุเบกขา แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่ามี ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา อย่างไร ตอนนี้พี่น้องเราที่ไม่ค่อยฟังธรรมจะไปอยู่ในภพภูมิไหน ก็ไม่รู้ พ่อครูว่า…ก็โอภาปราศรัยกับผู้ที่ sms มาก่อนก็แล้วกัน SMS วันที่ 23 สิงหาคม 2560 (พ่อครู-บวรราชธานีอโศก)
_1614ตอนเป็นเด็ก เจอความทุกข์เมื่อไหร่ ก็แค่นั่งลงแล้วร้องไห้ดังๆ ต่างกับตอนโต.. ความทุกข์เข้ามา ยังต้องยิ้มแล้วบอกว่า.."ไม่เป็นไร"/สาระอัปแดท พ่อครูว่า...ลึกๆ คนเรามีการเสแสร้ง แม้ว่ารู้ว่าเราทุกข์ แต่ก็ยิ้มไว้ก่อน จนสุดทน ทนไม่ไหวก็ต้องปล่อยออกมา ขนาดนั้นก็ยังคิดว่าทางรอดก็ยังมีอยู่ จนวินาทีสุดท้าย
สื่อธรรมะพ่อครู(พิธีกรรม) ตอน เด็กต่ำกว่า 7 ขวบ ควรบวชเณรหรือไม่ _4155เด็ก4 ขวบ บวชเณรได้มั้ยคะ( ดูจากรายการ คน ค้น คนค่ะ วัดนั้นบวชเณรเด็กอายุ4ขวบ) พ่อครูว่า…อาตมาว่า เจตนาเอาเด็กมาบวชก็จะได้ทรัพย์สินเงินทองความเคารพนับถือ จริงๆแล้วอาตมารู้ดีว่า ผู้เอามาบวชนั้นไม่สามารถสอนให้เด็กเป็นอริยะได้หรอก รู้แสนรู้ดี แต่มันพ่วงโลกธรรม พ่วงลาภ ยศ สรรเสริญ อะไรไป นี่ทำให้ศาสนาเสื่อม ก็คงไม่ใช่เรื่องอะไรใหญ่โตมากมาย ตอบตอนนี้ว่าไม่ควรทำเลย 7 ขวบขึ้นไปก็ค่อยว่ากัน ถ้า 7 ขวบ มีก็ต้องชัดเจนว่า มีอะไรเหนือกว่าธรรมดา แสดงออกอย่างชัดเจนเลย คนที่มีความเหนือ อุตริ เหนือธรรมดาสามัญของคนโลกๆ แสดงว่าแตกต่าง มันไม่เหมือนหรอก อย่างอาตมาตอนเด็กหรือตอนหนุ่มก็ไม่ได้แสดงออกโลกุตระ ไม่มีอะไรบอกลางเค้าอะไร แต่มาสืบสาวราวเรื่องก็จะพบชื่อ เรื่องราวมันมีอยู่ แต่จะแสดงท่าทีเด่นเหมือนผู้มี talent พรสวรรค์ เด่นทางโลกีย์ก็ตาม อาตมาไม่มีเลย แต่มันก็ตอบไม่ได้ แล้วก็เป็นไปได้ โดยยากอยู่
_8498ปีหน้าเลขสวยครับ 48 กับ 84 48 ปีของเพศบรรพชิต 84 ปี ของอายุร่างกาย กราบนมัสการครับ _48 84. เป็นเลขกำลังใจที่ลูกๆจะสัมประสิทธิถวายพ่อครูครับผม
สื่อธรรมะพ่อครู(กรรม) ตอน พุทธเป็นศาสนาแห่งกรรม ไม่ใช่ศาสนาแห่งGod _7504คนทำผิดกี่คนไม่รู้สำนึก คนสำนึกดีหรือคนดีที่มีอำนาจบริหารปททคงไม่เกรงกลัวภัยพาลพวกโกงฯคนไทยดูเวรกรรมอยู่ พ่อครูว่า…คนเรามีไม่เชื่อศาสนาพระพุทธเจ้าสอนเรื่องกรรมวิบากมันมีจริง วิบากจะต้องมาเล่นงานกลับไปกลับมา ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่ กรรมเป็นสำคัญ ไม่ใช่God ไม่ใช่พระเจ้า ศาสนาพุทธเป็นศาสนาแห่งกรรม กรรมนี้เป็นเรื่องของตนเอง God นี้ ไม่มีใครเคยเห็นหน้า God มีแต่มโนมยอัตตาของศาสดาที่ว่าได้พบพระเจ้า เป็นของตัวคนเดียว แล้วอธิบายว่ามีพระเจ้าและมีพระบุตร สายเทวนิยมที่มีผู้รู้และมีพระเจ้า นอกนั้นไม่มีสิทธิ์ จะเป็นผู้ประกาศได้คนเดียว รับธรรมะของพระเจ้ามาขยายได้คนเดียว คนอื่นมีแต่รับฟังไม่มีสิทธิ์จะมาเป็นพระบุตร ซึ่งต่างกันกับของศาสนาพุทธ ศาสนาพุทธทุกคนเป็นศาสดาได้ เราไม่ต้องเป็นถึงพระเจ้าหรอก เป็นพระบุตรก็เป็นอันหนึ่งอันเดียวของพระเจ้า มาประกาศมาทำแทนพระเจ้า แต่ศาสนาพุทธไม่เน้นทางอิทธิปาฏิหาริย์และอาเทสนาปาฏิหาริย์ จึงไม่เอาอันนั้นเป็นเรื่องราว เน้นอนุสาสนีปาฏิหาริย์ ต่างกันมากเลยนะ อนุสาสนีปาฏิหาริย์กับ อิทธิปาฏิหาริย์ อาเทสนาปาฏิหาริย์ ที่เป็นเรื่องลึกลับไสยศาสตร์วิชา เป็นเรื่องที่ทำได้แต่อธิบายไม่ได้ แล้วก็ทำได้เป็นบางคน น้อยคนไม่ทั่วไปไม่ใช่สามัญ โดยเฉพาะไม่ใช่เรื่องรู้ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ไม่ใช่เรื่องที่สอนให้คนพ้นทุกข์ สอนให้คนเป็นคนดี สอนให้คนเป็นคนมีประโยชน์สร้างสรรค์แก่คนอื่น เขาจะสอนให้เป็นคนวิเศษ ใช้อำนาจ วิเศษมีบริวาร แม้จะมีการช่วยเหลือเกื้อกูลมีเมตตาซ้อน แต่ใช้อำนาจบาตรใหญ่ ใช้ฤทธิ์เดชของ ศาสดา แต่ในศาสนาอื่น ถ้าฟังก็คือ ให้ปฏิบัติตามที่พูด ไม่ใช่ให้เอาไปคิดแล้วปฏิบัติจะได้บรรลุ แต่ให้ทำตามนี้แล้วจะได้ดี จะอะไรก็แล้วแต่ที่มนุษย์โลกียปรารถนาจะได้ ประเด็นของศาสนาเทวนิยม กับอเทวนิยมของพระเจ้า ประเด็นหลักก็คือ อยู่ที่คำสอนของพระพุทธเจ้านั้นสอนแล้วทำจิตในจิต มีธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์ อะไรเกิดในปัจจุบัน มีทั้งสมมุติสัจจะ ปรมัตถสัจจะ ร่วมรับรู้กับคนอื่นได้ด้วย ไม่ใช่เห็นแต่คนเดียวเป็นเอกคนเดียว รู้คนเดียวกับพระเจ้าเท่านั้นไม่ใช่ ศาสนาพุทธไม่พูดถึงพระเจ้าเลย แต่มีพลังพิเศษอย่างนั้นเหมือนกัน แต่ไม่เอามาใช้ด้วย มีอิทธิปาฏิหาริย์ อาเทสนาปาฏิหาริย์ด้วย อาตมาก็ยังเผลอไปเล่นตั้ง 8 ปี ตอนเป็นฆราวาส มันก็ไม่ได้เรื่องอะไร มันซ้อน ไม่ใช่เรื่องที่เป็นสัจจะโดยตรง ที่จะทำให้คนนี้เป็นคนดี เสียสละมีประโยชน์คุณค่าเป็นคนมีเมตตาจริงๆ ไม่มีอะไร ซ่อนแฝงเลย ไม่เบ่งอำนาจ ไม่ยึดอำนาจ รับใช้ผู้อื่น เป็นเรื่องที่ถ้าถือว่าสุดยอด มันเป็นคนที่มีประโยชน์คุณค่าได้สุดยอดเลยสำหรับมนุษย์ที่จะ พึงเป็นพึงมี แล้วมีภาวะซับซ้อนที่ว่า ผู้ที่สูงหน่อยจะได้รับการบริการยกย่องเชิดชู ก็มีซ้อน อาตมาก็ได้รับการยกไว้ เคารพนับถือซับซ้อน แล้วเราไม่เบ่งไม่เอาเป็นสิ่งเหนือชั้น ถ้าเราสามารถมีเวลาโอกาสทำได้โดยไม่ต้องให้คนอื่นทำหรอกตัวเราเองก็จะทำได้ เราจริงใจ ไม่มีศักดินา จริง ละเอียดสุดเลย เป็นเรื่องที่ต้องยืนยันไม่เกิดให้มี
_3867โลกพุทธศ.มีหลากหลายนิกายมีทะไลลามะมีติชนัชฮันห์มีหลวงปูทวดมีพุทธทาสมีพระฤษีลิงดำมีมีสมเด็จปอ.ปยุตโตมีว.วชิระเมธีแล้วโลกจะมีสมณะโพธิรักษ์บ้างไม่ได้ฤา?พุทธกินผักอโศกนับถือพระทุกองค์ที่เคร่งจริยวัตรครัดพระธ.วินัยถูกตรงคำสอนแท้จริง!
_3867ลุงจำลองวัยหนุ่มเป็นท.นักรบสงครามเวียดนาม!วัยกลางคนเป็นนักรบกู้ชาติ!สูงวัยเป็นนักรบพิชิตโรคภัยด้วยศีล8-1มื้อคงเป็นนักรบโลกุตระธ.คนเดียวในหมู่อโศก รบตั้งแต่เด็กยันแก่!พ่อครูว่าใช่สัตตบุรุษตัวจริงที่หายากในวงการเมืองไทยไหม?
ถ้ารัฐลุงตู่เขียวเหมือนรัฐป๋าเปรม!คืนความสุขให้ปชช.ในชาติ!ปวงชนชาวไทยคงแฮปปี้เอนดิ้ง! พ่อครูว่า…คุณจำลองเป็นผู้ที่ได้ให้หยาดน้ำใจทองคำ จากที่อาตมาได้ให้ป้า คือภรรยาลุงหมอ ที่เป็นลุงแท้ๆ ป้าเป็นป้าสะใภ้ เลี้ยงอาตมาตั้งแต่เด็กจนท่านอายุ 80 กว่า อาตมาก็ได้ให้เป็นคนแรก หยาดน้ำใจทองคำ ส่วนผู้อื่นก็มีคุณจำลองที่อาตมาได้ให้ หยาดน้ำใจทองคำ ก็มีญาติโยมทำมาให้ตอนฉลองอายุ 72 ปี เขาทำมาให้ 72 อัน เป็นทองคำ ให้คนที่ 1 2 3 4 ตอนนี้ให้ไปไม่ถึง 10 อันให้ไปก็ไม่ขอกล่าวชื่อในที่นี้ ที่อาตมาให้ ให้ด้วยใจจริง ให้ด้วยใจที่เคารพนับถือคุณค่า เป็นคนมีประโยชน์สังคมประเทศชาติอย่างแท้จริง หรือแม้แต่อย่างป้า เป็นประโยชน์ต่ออาตมาโดยตรงส่วนตัว หรือคุณจำลอง เป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ อาตมาก็ให้คนอื่นต่อไป ก็ไม่ขอกล่าวนาม เดี๋ยวก็จะดูลำเอียง บางคนก็ไม่ควรกล่าวแม้จะได้ไปแล้ว เพราะว่าต้องระมัดระวังในสังคมหลายอย่าง แต่แสดงออกของความจริงใจเป็นน้ำใจ อาตมา เทิดทูนบูชายกย่อง จึงให้หยาดน้ำใจทองคำ พวกคุณก็ได้แต่หยาดน้ำใจเงิน อย่างดีก็มีหยาดน้ำใจพรายทอง ได้กัน อย่างสมณะนี่ได้หยาดน้ำใจเงิน สิกขมาตุ ฆราวาสหลายคนก็ได้หยาดน้ำใจเงินที่มีพรายทอง สิ่งที่ให้นี้ไม่ได้หมายความว่า อาตมาอยากได้ ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข หรือแบบประชานิยมทุนนิยม เป็นการให้เพื่อบอกสิ่งหนึ่งของตนเอง ฆราวาสเขาทำให้ เพื่อยกย่องเชิดชูบูชา ทองคำ หยาดน้ำใจหนักเกือบหนึ่งบาท ไม่มีอะไรแอบแฝง ป๋าเปรมเป็นรัฐบุรุษ เป็นผู้ที่น่านับถือยกย่อง ซื่อสัตย์จริงใจ ทำประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ อายุยาวกว่าใคร เป็นป๋าเลย แม้แต่พลเอกประยุทธ์ ก็ทำประโยชน์แก่ประเทศชาติแต่ก็มีเวลาทำต่อไปอีกนาน อาตมาว่าทำแล้วมีคุณค่าประโยชน์ เหมือนกับป๋าเปรม แต่มีนัยยะที่ต่างไป คือทำได้รอบเร็ว ป๋าเปรมทำในแนวเจโตสายศรัทธา ส่วนพลเอกประยุทธ์ เป็นสายปัญญา สายปัญญาที่มีเจโต เพียงพอ สมกับยุค กล้าหาญเด็ดเดี่ยวจริงจัง ไม่ได้หนุงหนิงอะไรหรอก ซึ่งเป็นลักษณะที่ อาตมาก็อธิบายไม่เก่งหรอก สมณะเดินดินว่า...ตอนนั้นผมเองเป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์ อารมณ์ของนักศึกษา ก็จะไม่นิยมป๋าเปรม เป็นประชาธิปไตยครึ่งใบ ก็เพราะได้รับข้อเขียนที่ต่อต้านหลายอย่างจากม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ส่วนพลเอกประยุทธ์ ก็คงมีคนที่ไม่เข้าใจท่านอยู่ พ่อครูว่า...สำหรับคนอย่างคึกฤทธิ์ อาตมาบอกตรงๆเลยว่าหลายอย่างอาตมาไม่ชอบ แม้ในการบริหาร ก็เลยไม่ค่อยจะ มีอะไรหลายอย่างที่ของท่าน โดยเฉพาะอาตมาบอกโดยไม่ได้มีอคติ คือยังเป็นคนมีอะไรแฝงโลกีย์เยอะ มีอะไรแรงๆ(หยาบ) อะไรหลายๆอย่างซ้อน แม้แต่ในเชิงโลกีย์ ซับซ้อน ทางลาภ ยศสรรเสริญ โลกียสุข ซ้อนทางกาม ที่พูดนี้ เป็นการศึกษาวิชาการไม่ได้พูดลบหลู่ เป็นตัวอย่างที่เราจะได้เรียนรู้เหมือนชาดก เป็นเรื่องที่คนเราในโลกนี้ ยุคนี้หรือยุคไหนก็ตาม จะมีคนที่ใช้ความซับซ้อนเชิงโลกีย์หลอก เหมือนยิ่งลักษณ์ ทักษิณ โชว์สิ่งดีๆ ให้คนตายใจหลงเชื่อ แต่ลึกๆแล้วล้วงตับกินไส้ หลายชั้น คนฉลาดโลกีย์เฉโก จะเป็นเช่นนี้ มันมีกิเลสเป็นตัวตั้ง อาตมาศึกษามาในศาสนา รู้ต้นทางหรือสัจจะพวกนี้ อย่างที่คิดว่ามั่นใจ ก็เลยพูดไว้ ให้ศึกษา ให้เป็นตัวอย่างเป็นประโยชน์ก็ต้องขอบคุณ หม่อมคึกฤทธิ์ ยิ่งลักษณ์ ทักษิณ เราก็ขอบคุณที่เป็นตัวอย่าง เขาอาจไม่ได้เจตนาเสียสละ แต่พูดให้ค่าว่าเสียสละ
SMS จากเฟซบุ๊ค
_กะซาง หัว มันแหล่ว · ….ธรรมะขั้นอริยะ สาธุ!
_มิตร ชัยวัฒน์ นามเสนา · โทรทัศน์เสียเลยต้องดูทางเฟสฯ กราบนมัสการครับพ่อครูท่านสมนะและสิขมาตุผมปฎิบัติธรรมตามแนวอโศกถือศิล 5 อย่างจริงจัง ทานมังสวิรัติด้วยครับ
สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน ตอบ อ.ไพศาล ถาม สมาธิพุทธคืออะไร _ส.บินก้าว มีคำถาม จาก อาจารย์ไพศาล พืชมงคล เมื่อพฤ 24 สิงหาคม 2560 “ฟังพ่อท่านมาเดือนกว่า มีความเข้าใจดังสรุปดังที่ว่านี้ถูกไหมพระคุณเจ้า การทำสมาธิคืออะไร คือ การทำจิตให้ตั้งมั่น(สมาหิโต) คือ การทำจิตให้บริสุทธิ์เป็นอิสระจากจากกิเลสและอาสวะ(ปาริสุทโธ) คือ การทำให้จิตมีความสามารถพร้อมที่จะทำหน้าที่สำคัญที่สุดของจิต คือ การสลัดออกจากความติดยึดทั้งปวง(กัมมนิโย) จิตที่ครบองค์สามนี้ได้ชื่อว่าสัมมาสมาธิ
พ่อครูว่า...ก็คือ หนึ่งสมาหิโต แปลว่า ความตั้งมั่นแข็งแรง เป็นเจโต บรรลุเจโตวิมุติ ปริสุทโธ เป็นความสะอาดบริสุทธิ์ ก็หมายความว่า เป็นเชิงปัญญา แต่อาจสลับกัน ปริสุทโธคือจิตตั้งมั่น ส่วนบริสุทธิ์สะอาดจากอาสวะ สายพุทธต้องเรียกปัญญา ส่วนอันที่สาม กัมมนิโย อาตมาว่าถ้าใช้กัมมัญญตาจะชัดกว่ากัมมนิโย คือภาคปฏิบัติ หากได้ผลเป็นพละจึงจะเป็น กัมมัญญตา องค์สามเส้าที่พูดนี้ถูก ทีนี้แจกแจงรายละเอียดต่ออีกว่า
(อริยมรรคองค์ 1-6 เป็นบาทฐานที่ทำให้จิตอบรมครบองค์สามเป็นสัมมาสติ เหตุนี้สัมมาสติจึงเป็นบาทฐานของสัมมาสมาธิและสัมมาสมาธิจึงเป็นบาทฐานของวิมุตติ) พ่อครูว่า...ถูกต้องนี่คือความลึกซึ้งหมุนรอบเชิงซ้อน คัมภีราวภาโส หมายความว่า เป็นแสงรังสีความซับซ้อนที่หมุนรอบในวง เหมือนพระอาทิตย์พระจันทร์ หมุนวน ปฏิสัมพัทธ์กัน อย่างลึกซึ้ง แบบแผนในการทำสมาธินั้นพระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ 36 แบบคือ กสิณวิธี 10 อสุภะสัญญา 10 อนุสติ 10 อัปมัญญา 4 จตุธาตุวะวัตถาน 1 และอาหาเรปฏิกูลสัญญาอีก 1 ใครถูกอัชฌาสัยแบบไหนก็ใช้แบบนั้น... ถูกไหมครับ ??? พ่อครูว่า...อรรถกาจารย์เก็บมาเป็นกสิณ 40 อันนี้ที่ให้มานี้ ขาด ดินน้ำไฟลม ก็เป็น 40 อาตมาไม่เคยพบ กสิณ 36 ก็ไม่เคยพบ ในพระไตรปิฎก สมัยนี้กดดู ฉบับสยามรัฐ ก็อ่านได้ ก็จะเจอแต่กสิณ 10 ในภาควินัยก็มีกสิณ 10 เล่ม 24 นี้ก็กสิณ 10 ข้อ 25 เล่ม 11 ข้อ 358 ก็กสิณายตนะ 10 อย่างเหมือนกันก็เจอแต่กสิณ10
สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน คัดเลือกพันธุ์แห่งอัญญาด้วยปุญญะ ก็ขยายความคำว่ากสิณ กสิณ คืออะไร กสิณ นี้คือ สิ่งที่ใช้เป็นเครื่องเกาะ ให้จิตเกาะ เพื่อที่จะใช้ให้มีจิตเป็นหนึ่งรวมอยู่กับที่ เป็นหลัก เมื่อได้สิ่งนี้เป็นหลักก็ไม่ ซัดส่าย ไม่กระจาย ทิ้งไป ก็จะเหมือนมีหลัก มีที่เก็บ มีที่ช่วย เหมือนกับหลักของ พลังงานภายในโลก จะมีบวก กสิณนี้เหมือนบวก หลัก แล้วสิ่งที่ทำเหมือนลบ เป็นกระแส ก็มีตั้งแต่พลังงานอุตุนิยาม พีชนิยาม ยิ่งจิตนิยามก็ยิ่งต้องใช้ อย่างอาตมาเอาหลักฟิสิกส์ นิวเคลียร์ฟิชชันฟิวชันมาใช้ จะเห็นได้ว่าเป็นอย่างนั้น แต่อันนี้ เป็นพลังงานของจิตที่มีธาตุรู้กำกับ แต่ลักษณะของมัน เอามาใช้อธิบายเป็นพลังงานเหมือนกัน แต่ซับซ้อนที่มีจิตเป็นเจ้าเรือน ก็จัดการ ผู้จัดการพลังงานสองนี้ได้ บวกกับลบ เจโตกับปัญญา จึงจะเกิดความสมบูรณ์แบบ ต้องมีพลังงาน 2 พระพุทธเจ้าถึงรวมที่ทำมา 2 แล้วจัดการพลังงงานสองนี้ล้างสิ่งไม่ดีออก ให้เหลือแต่สิ่งที่ดี พลังงานที่มีต้นทุนอยู่ก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พลังงานกลางที่มีประสิทธิภาพในการทำลายล้าง เรียกว่าปุญญะ ตัวนี้เป็นพลังงานยิ่งใหญ่มากในศาสนาพุทธ คำว่าบุญ ในบาลีว่าปุญญะ เป็นพลังงานเกิดจากเหตุปัจจัยเป็นโลกุตระ บุญไม่มีหน้าที่สะสมเลย มีหน้าที่ทำลายอย่างเดียว ซึ่งวิเศษที่สุด ขออภัย ถ้าอาตมาจะกล่าวว่า ถ้าอาตมาไม่อุบัติในยุคนี้ คำว่าบุญจะผิดเพี้ยนมิจฉาทิฐิไปตลอด แล้วศาสนาพุทธจะเสื่อม เร็วกว่า 5000 ปีแน่นอน คนมีปฏิภาณฟังดีๆ ถ้าอาตมาไม่มาเปิดเผย บุญ หรือปุญญะของพุทธ ปุญญะเป็นเอกังเสนะ หมายความว่า เป็นลักษณะหนึ่งเดียวถ่ายเดียวส่วนเดียว ไม่มีอะไรเป็น 2 เลย ยืนยัน บุญมีหน้าที่ใช้พลังงานอย่างเดียว คือทำลายกิเลสในจิต แล้วจิตพาให้เกิด ถ้าไม่มีจิต บุญไม่เกิด บุญเกิดได้เพราะจิต นอกจิตไม่มี ไม่เกิดที่ใด แล้วผู้ที่สามารถทำการสร้าง อภิสังขาร เรียกโดยภาษาวิชาการ ว่า อภิสังขาร ปรับแต่ง create ไม่ใช่แค่ design สร้างขึ้นมาเลย สร้างพลังงานอันนี้ขึ้นมาได้ จะเรียกว่าฌาน ก็ในภาคสั่งสม ฌานหรือไฟ จนสามารถสมบูรณ์แบบ ทำลายกิเลสได้หมด เมื่อทำลายกิเลสเกลี้ยงหมด บุญก็สลายไปพร้อมกับความเป็นจริงของกิเลส อกุศลจิต มันสูญหายไม่เกิด บุญก็หายไปไม่มีอีกเลย จะมีก็เกิดเพราะกิเลสอื่นของเรา เป็นของๆตน บุญ จะเอาไปแบ่งใครไม่ได้เลย มีแต่สอนให้ไปสร้างพลังงานบุญนี้ให้เกิ ดในตน ที่สำคัญคือบุญเป็นวิบัติ ถ้าอาตมาไม่เกิดมาบอก คุณจะไม่รู้เลยว่าบุญเป็นวิบัติ และเอกังเสนะ บุญไม่ใช่สมบัติ ไม่ใช่กุศล กุศลเป็นสมบัติสั่งสมได้แล้วอาศัย บุญไม่ใช่เครื่องอาศัย บุญเป็นอาวุธทำลายอย่างเดียว ของตนเองก็อาศัยฆ่ากิเลสตัวเอง ยิ่งคนอื่นก็ทำให้ไม่ได้ บุญไม่มีพลังงานไปมีฤทธิ์กระทบแผ้วพาลใครได้ บุญเป็นของตนคนเดียว บุญนี้คือพลังงานวิเศษจริงที่สร้างขึ้นได้ ใครที่ไม่เข้าใจได้ละเอียดอย่างนี้ โดยเป็นปัญญา เป็นความรู้ที่เกิดจาก อัญญะ อัญญา เกิดจากความรู้ที่เป็นโลกุตระ ถ่ายเดียว อันอื่นศาสตร์อื่นไม่มี แต่พุทธศาสตร์เท่านั้นที่จะมีความเฉลียวฉลาด นอกโลกีย์ อัญญะ อันอื่นจากโลกีย์ ซึ่งเป็นพลังงานหน่วยแรกที่เป็นโลกุตระ หน่วยแรกของอัญญาโกณทัญญะ ที่เกิดก่อน แล้วถ้าอาตมาไม่มาบอก ก็ไม่รู้ถึงตำนานอัญญานี้ได้หรอก พอเริ่มต้นพระพุทธเจ้าประกาศศาสนาก็มีคนรับได้ปุ๊บเลยห้าคน จากห้าคนมีคนเดียวเท่านั้นก่อนเพื่อนคือ โกณฑัญญะ ท่านก็ว่าโอ้ โกณฑัญญะเกิดแล้ว เป็นพลังงานที่เล็กละเอียดควรจะต้องมีญาณที่รู้ ว่า พลังงานนี้พิเศษอย่างไร แตกต่างจากอะไรทุกอย่างในโลก แตกต่างจากอะไรต่างๆทุกอย่างในโลก จึงเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะเข้าใจ เข้าใจให้ลึกซึ้งเพราะว่าบุญคืออะไร ก็เป็นพลังงาน มีฤทธิ์แรง เป็นพลังงานไฟ อุณหธาตุ เตโชธาตุที่สลาย ราคะ โทสะ โมหะ เท่านั้น นอกจากราคะ โทสะ โมหะ บุญไม่ไปข้องแวะ ไม่เบียดเบียนไม่ทำให้อื่นระคาย เป็นพลังงานไฟจริง แต่ไม่ไประคายอันอื่นเลย นอกจาก ราคะ โทสะ โมหะ ที่ความเฉลียวฉลาดจาก อัญญา ปัญญา คม ชัด ลึก แม่น ตรง จริง เป็นพลังงานที่เฟ้นเลือก ตรง คม ชัด ลึกแม่นจริง ไม่ไปแผ้วพาลอื่นเลย ไม่ว่าดีหรือชั่ว เอาชั่วตัวเดียวที่ต้องทำนี่แหละ บุญนี่ มีประสิทธิภาพที่สุดยอดขนาดนั้น ในพลังงานทางฟิสิกส์ ไอน์สไตน์ค้นพบพลังงานนิวเคลียร์ ที่เป็นพลังงานสูงสุด ทุกวันนี้ที่เอามาใช้ก็สูงกว่าที่ไอน์สไตน์ค้นพบ ก็มีคนเอามาใช้เยอะแยะมากมาย อย่างเช่นคอมพิวเตอร์มีความเล็กละเอียดที่เอามาใช้ในทางสร้างสรรไม่ได้ใช้ในทางทำลาย นัยยะเดียวกัน พลังงานปัญญา ที่เป็นปัญญา ไม่ใช่ทางฟิสิกส์ทางจิต เพราะฉะนั้น ผู้ที่จิตวิญญาณ ที่สามารถจะ Create สร้าง พลังงานนี้ขึ้นมาได้ พลังงานของบุญขึ้นมาได้ ตั้งแต่รากฐาน ตั้งแต่ เซลล์จิตนิยามแรก Primary cell ตั้งแต่พีชนิยาม ทำองค์ประกอบเหตุปัจจัยที่พูดด้วยภาษาไม่ได้ มันเล็กกว่าอากาศอีก ไม่รู้กี่เศษอากาศ จะเรียกเป็นแก๊ส ทางฟิสิกส์ก็มีแก๊สต่างๆ แต่นี่มันละเอียดกว่านั้น แบบมีนัยยะเป็นธาตุรู้ของเชิงปัญญา ไม่ใช่เจโต ฟิสิกส์มีใช้ทางพลังงานเจโต อาศัย ไบโอโลจี เป็นชีววิทยาบ้าง ก็เป็นวัตถุ ถ้าอาตมาจะออกไปทำงานแค่นักเกษตรกรรม อาตมาก็จะ breed พืชพันธุ์ธัญญาหาร ที่จริงไม่น่าจะใช้คำว่า Create แต่น่าจะสร้างด้วยการ Breed เพราะ Create เป็นภาษาทางอุตุนิยาม แต่ breed เป็นการสร้างให้แตกต่างเป็นตระกูลพันธุ์ใหม่ breed พันธุ์ใหม่ มันแยกพันธุ์ออกมาได้อย่างดี ปัญญาหรือทางพุทธศาสตร์ จึง breed ออกมาเป็นพันธุ์ใหม่ ต้นรากเรียกว่า อัญญะ ในเรื่องบุญหรือปัญญา อัญญานี้ก็ค่อยเป็นไป อย่างคุณไพศาล ใช้นามปากกาว่า สิริอัญญา คุณไพศาล เป็น สิริอัญญาจริง เป็นฆราวาส เป็นผู้ที่มีทุนทางสังคม อยู่ในวงการ รัฐศาสตร์การเมืองทางศาสนา นิติศาสตร์ ก็สารพัดรู้ มีความรอบรู้ เฉลียวฉลาดทางสังคมในระดับ เหนือกว่าโพธิรักษ์โพธิรักษ์มากมายเลย แต่มีอัญญธาตุนี้ แล้วเป็นคนเปิดตัวว่ายอมรับนับถือโพธิรักษ์ กล้าเปิดเผย ยอมรับโพธิรักษ์ว่าเป็นอาริยะ ยอมเรียกว่าเป็นอาริยะ คนแรกและยังไม่มีคนที่สองเลย ที่จะออกประกาศต่อสาธารณะอย่างเปิดเผย สมณะเดินดินว่า..แสดงว่าเป็นสิริอัญญาตัวจริง พ่อครูว่า...เพราะว่ามีอัญญธาตุ ในตัวคุณไพศาลจริงจึงสามารถยอมรับนับถือโพธิรักษ์ และยอมที่จะเปิดเผยตัวต่อสาธารณะ ยอมรับว่านี่คือพระอาริยะ ทุกวันนี้คนก็อาจดูว่าดี แต่ไม่กล้าเปิดเผย แต่หลายคนก็ว่าดีหรือ บ้าๆบอๆหรือเปล่า จะเยอะ
_จาก..ลูกหนอนใต้ต้นโพธิ์ กราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพสูงสุดค่ะ ขอรายงานผลการฟังธรรมแล้วนำไปปฏิบัติค่ะ การรู้อาการ ตามเห็นอาการเมื่อมีผัสสะมากระทบ เป็นหน้าที่ของอาริยชนที่พึงปฏิบัติทุกขณะจิตปัจจุบัน เมื่อมีผัสสะจาก ตา หู จมูก ลิ้น กายแล้วมีอารมณ์เกิดอาการ อย่างไร ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยค่ะ ที่เราจะสามารถจับอาการเวทนาเหล่านี้ได้ทันจนสามารถควบคุมกรรม 3 ที่จะแสดงออกมาเป็นพฤติกรรมภายนอกทั้ง กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ลูกจับเวทนามีมากระทบกับขันธ์ 5 ดังนี้ค่ะ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาน มีนามและรูป ที่ให้ได้ศึกษาเรียนรู้ รูป 28 นาม 5 เมื่อเจอผัสสะในปัจจุบันธรรมต้องเกิดญาน หรือตัวรู้ เห็นจริงตามความเป็นจริง มีโยนิโสมนสิการ มีธัมมวิจัย สามารถทำฌานเพ่งเผากิเลสในขณะปัจจุบันได้ โดยเรียนรู้ตั้งแต่ เวทนา 108 ทำเวทนาให้เป็น 1 แยกเคหสิต เนกขัมมะ ทำเวทนาให้เป็น 1 คือ เนกขัมมะสิตอุเบกขาเวทนา แล้วทำงานควบคู่กับสัญญา เรียนรู้สัญญาทุกสัญญา สัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกาย ทำสัญญาให้เป็นสัญญาเวทยิตนิโรธ มีอุเบกขา สังขารที่ปรุงแต่งจะเป็นสังขารชั่ว อกุศล เรียนรู้อภิสังขาร 3 ทำฌานเผากิเลสเป็นปุญญาภิสังขาร เป็นบุญที่เกิดขึ้นจากกระทบผัสสะในขณะปัจจุบันเท่านั้น จนสามารถถึงขั้นอเนญชาภิสังขารจนบรรลุอรหันต์ได้ เกิดเป็น วิญญานอาริยบุคคล ตั้งแต่โสดา สกิทาฯ อนาคาฯ อรหันต์ ที่สามารถทำบุญลด ละกิเลสกาม อัตตาได้ ตามลำดับ เป็นอาริยชนคนโลกุตระ สามารถไล่วิญญานผี สัตว์นรก เทวดา ออกจากตน มีจิตอุเบกขาถึงขั้นนิพพาน วิมุติ เห็น ทุกข์อาริยสัจเกิดจิตอุเบกขาถึงขั้นปภัสสรา ผุดผ่อง ผ่องใส แววไว หมดประโยชน์ตนไปตามลำดับ มีแต่ประโยชน์ผู้อื่นแต่เพียงถ่ายเดียว ลูกนำข้อธรรมต่างๆที่พ่อครูสอนนำไปปฏิบัติแบบนี้พอได้ไหมคะ ต้องปรับแก้ไขอย่างไรบ้างคะ เพราะยังรู้ไม่เท่าทันผัสสะทุกครั้ง มีพลาดไปก็เริ่มใหม่ๆค่ะ เหมือนเด็กหัดเดินแล้วล้ม ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ยังสนุกกับการที่จะเดินแล้ววิ่ง หัวเข่าถลอกปอกเปิกก็ยอม มีสงครามกับจิตตัวเองทุกวันค่ะพ่อครู แต่ลูกยังมีฉันทะในการฝึกฝนทุกวัน ยังสนุกกับสงครามกิเลสกาม อัตตาของตัวเองค่ะ
พ่อครูว่า…มาสู่กสิณ 36 ที่อ.ไพศาลถามมา
สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท) ตอน จากอายตนะสู่อัญญาธาตุ มาเปิดพระไตรปิฎกเล่ม 11 ข้อ 358 เรื่องกสิณายตนะ [แดนกสิณ] 10 อย่าง อายตนะเกิดเมื่อผัสสะ หมดผัสสะอายตนะก็หายไป ถ้าผัสสะแล้วอยู่เหนืออเนญชาภิสังขารได้ตลอด อายตนะก็ไม่เกิด อายตนะจะเกิดเมื่อมีกิเลส อายตนะของพระอรหันต์ไม่มี พระอรหันต์เลิกมีอายตนะแล้ว อายตนะสอง m คือ เนวสัญญานาสัญญายตนะกับอสัญญีสัตว์คือ อรหัตตมรรคสุดท้าย เมื่อจบอายตนะ สองตัวนี้สุดท้าย คือ อสัญญีสัตว์กับเนวสัญญานาสัญญายตนะ ในสัตตาวาส 9 มีอสัญญีสัตว์ เป็นตัวที่ 5 แล้วมี เนวสัญญานาสัญญายตนสัตว์ เป็นตัวที่ 9 คนไม่เข้าใจเรื่องกาย สัญญา ก็ไม่เข้าใจสัตตาวาส 9 จะไปล้างสัตตาวาส 9 ออกไปจากจิตได้อย่างไรทำไม่ได้หรอก สัตว์ตัวที่ 1 กายต่างกันสัญญาต่างกัน เมื่อกายคุณก็ไม่รู้ สัญญาคุณก็ไม่รู้ สัญญามีคุณลักษณะ 2 ลักษณะ คือกำหนดหมาย และก็เก็บเป็นคลังความจำ ตั้งแต่ต้นจนจบเลย เพราะฉะนั้นใครก็ตาม เกิดอัญญธาตุตัวแรก พอเริ่มเอามาทำงานก็จะเกิดธรรมะ 2 พหูพจน์ อัญญธาตุเป็นเอกพจน์ของใครที่เกิดมี อัญญาสิวตโพโกณฑัญโญ ออกเดินแล้วพระพุทธเจ้าก็อุทาน เมื่อเอาอัญญธาตุทำงาน ก็มีสอง เป็นพหูพจน์ก็เป็นอัญญา จากอัญญะ พยัญชนะแปลว่าอื่น จากโลกีย์ เป็นความฉลาดความรู้ปัญญาตัวแรก เรียกภาษาว่า ความฉลาดโลกุตระ เพราะฉะนั้นความเป็นปัญญาใน คนโลกีย์ไม่มี มีแต่เฉกตา หรือเฉโก แต่เขาเอาปัญญาไปใช้กลบคำว่าเฉโกหรือเฉกตาหมด ค
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive