600809_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ไม่ต้องสอนก็ซึมซับสัมประสิทธิ์ได้ถ้าใจเปิด.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2560
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์27 KB
วันที่แก้ไข12 กันยายน 2560

เนื้อหาในไฟล์

600809_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ไม่ต้องสอนก็ซึมซับสัมประสิทธิ์ได้ถ้าใจเปิด

สมณะฟ้าไทว่า…วันนี้วันพุธที่ 9 สิงหาคม 2560 ที่ ราชธานีอโศก ตอนนี้น้ำท่วม มีข่าวบอกว่าวันนี้น้ำจะขึ้นเยอะ แต่ก็ไม่เห็นจะขึ้นเยอะ เพราะเขามีวิธีการช่วยให้น้ำไม่ขึ้น เราชาวราชธานีอโศกที่ได้ไปช่วยกัน โฮมแฮง กรอกทรายใช้เวลาประมาณ 1.30 ชม.ทรายสามกองก็เสร็จ สามรถสิบล้อ ทั้งเด็กสมุนพระราม สัมมาสิกขา ชาวชุมชน สมณะ สิกขมาตุ พ่อครูว่า... เราจะได้ผักตบชวา ผัก กระฉูด เอามาไว้ทำปุ๋ยกัน มีเยอะนะ กองรวมกันไว้ๆ ไม่อย่างนั้น น้ำลงจะขนยากมากเลย สมณะฟ้าไทว่า...น้ำท่วมนี้ ฮิวมัสที่นี่ก็จะเพิ่มขึ้น ปุ๋ยมาตามธรรมชาติ ดินที่นี่ก็ดีตลอดทุกปีไม่ต้องใช้ปุ๋ย ปลูกข้าวก็งอกงามดี โดยที่ไม่ต้องใช้ปุ๋ยงอกงาม แต่ของเรามีปุ๋ย ก็ว่าจะขายงานวันแม่ 11-13 ส.ค.นี้ แต่ว่า น้ำท่วมคงไม่มีใครมาซื้อ เราก็เลยเอาไปขายที่ อุทยานบุญนิยมและบ้านกุดระงุม เราขาย 25 กก.ขายอยู่ที่ 80 บาท สามวันด้วยกัน แต่ถ้าน้ำลดลงไป รถก็เข้ามาซื้อได้ ตอนนี้ที่โรงปุ๋ยก็เริ่มก่อกำแพงกันน้ำ ก็คิดว่าน้ำจะมาถึงไหมนะ ไม่แน่ใจ ทุกอย่างไม่เที่ยงเราก็เตรียมตัวให้พร้อม พ่อครูพยายามอธิบายธรรมะให้เราได้เข้าใจ ได้เกิดอัญญาในจิตวิญญาณ แล้วไปกำหนดหมายให้ลดละสั่งสมอินทรีย์พละ จนพัฒนาเป็นปัญญาพละ พ่อครูเกิดมาชาตินี้ ท่านไม่มีเพื่อนมาด้วย สูงกว่าท่านไม่มี เท่าท่านก็ไม่มี แต่ต่ำกว่าท่านก็มี ตามมา งานศาสนาก็จะมีผู้นำพาทำให้ศาสนาดีขึ้น อาตมาได้อ่านชาดก เกี่ยวกับโพธิสัตว์ ก็ดูว่าท่านเหน็ดเหนื่อยที่จะทำงานเพื่อมนุษยชาติ เป็นการเสียสละ พ่อครูอธิบายไว้ในหนังสือเราคิดอะไรเล่มใหม่ เรื่องระบอบการปกครองของมนุษย์ ท่านบอกว่า คนลดละกิเลสได้แล้ว ก็มีใจพอ ไม่เอาสวรรค์ ไม่ก่อภพ มีความขยันอุ

อ่านต่อ

ตสาหะ มีความฉลาดไม่ใช่โลกียะ เป็นแบบโลกุตระ มีความขวนขวายเสียสละช่วยผู้อื่นอย่างมีสัปปุริสธรรม 7 มหาปเทส 4 อย่างทันสมัยล้ำสมัย โพธิสัตว์เกิดมาเพื่อพัฒนาคนให้เกิดมีอัญญา เป็นพระอาริยะไปตามลำดับ แล้วพัฒนาเป็นสังคมชุมชนต่อไป ท่านเกิดมาเป็นผู้ให้อย่างเดียว แม้จะมีวิบากตามราวี แต่ท่านก็ต้องทำงานเพื่อมนุษยชาติด้วย ก็หนักทั้งสองด้าน เรามาศึกษาตาม ก็ต้องขวนขวายศึกษาทำตนให้พ้นทุกข์และช่วยท่านทำงานด้วย พ่อครูว่า...มันน่าภาคภูมิใจ แม้ว่าไม่ง่ายแล้ว มันพยายามได้อีก อาจจะปีนี้จะเพิ่มพลังงาน Coefficient อาตมายังรู้สึกว่า อธิบายคำว่า Coefficient อันหมายถึงโลกุตรธรรม คนจะเอาไปใช้ทางโลกียธรรมก็จะเป็นได้ เหมือนกับคำอื่น แต่ความจริงแล้ว Coefficient เป็นพลังงานที่ถูกต้องตามสัมมาทิฏฐิ จะเป็นพลังงานที่ได้ระบบ ไม่ใช่สุ่มสี่สุ่มห้า พลังงานของโลกีย ที่เก่งยอด ได้เป็นถึงศาสดา เป็นพลังงานความรู้ที่ พัฒนาก้าวหน้า สายเจโตไปได้ไกลได้สูง แต่ไม่ได้เป็นระบบเท่ากับสายปัญญา แต่ในพลังงานละเอียดละออ ที่พาก้าวหน้าเจริญ โดยเฉพาะของพุทธ เจริญในโลกุตรธรรม แต่ศาสดาต่างๆ แม้จะเก่งอย่างไรก็ไม่เป็นโลกุตระ จึงไม่น่าเรียก Coefficient จะต้องมีลำดับ เช่นมี static dynamic แล้วจะต้องมี kinetic เสริมขึ้นมา ผู้ที่สัมมาทิฏฐิจะต้องรู้และจัดแจงได้ ไม่ใช่พลังงานที่รู้บ้างไม่รู้บ้าง เป็นไสยศาสตร์ magic มันโผล่ขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ดีหรือไม่ดีก็ไม่รู้ ไม่ใช่ ศาสนาพุทธจะต้องสร้างได้ เป็นพลังงาน รูปนาม บวกกับลบ static dynamic คู่แรก ถ้าทำตามลำดับอย่างที่พระพุทธเจ้าสอนจะเป็นลำดับอย่างน่าอัศจรรย์ จะเห็นชีวิตสัตว์ท้งหลาย เห็นของที่ไม่ใช่ของของเรา เห็นอารมณ์กาม ที่ต้องเรียนรู้เบื้องต้นเลย เป็นความใคร่ ไม่ใช่อยากเฉพาะเรื่องเพศ แต่อยากในโลกียะเอามาให้หมด ลาภยศสรรเสริญโลกียสุข รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส กาม อัตตา จะไม่รับแบบไม่เป็นลำดับ ไม่ใช่ว่า อย่างที่พูดกันทุกวันนี้จะไปนิพพานไปทางไหนก็ได้ แต่พระพุทธเจ้าตรัสว่าทางไปสู่นิพพานมีทางนี้ทางเดียว ไม่มีทางอื่น แต่ที่เขาบอกกันว่า ต่างคนต่างทำต่างจริตก็มีบ้าง แต่ทางเอกต้องศึกษา มีทางนี้ทางเดียวคือ มรรคมีองค์ 8 เอาให้ครบคือ โพธิปักขิยธรรม 37 มี โพชฌงค์ 7 มรรคมีองค์ 8 ทำงานคู่กัน

สมณะฟ้าไทว่า...คนที่เอาภาษาของศาสนาพุทธ ใช้ทางโลกีย์ แสดงว่าเขามี ภูมิรู้ไม่พอ พ่อครูว่า...ก็จากผู้ที่เจตนาดีแต่ภูมิรู้ไม่พอ ก็เลยทำให้เพี้ยนไป ยิ่งเป็นอาจารย์ที่มีคนนับถือคนชอบคนนิยมมาก ก็พาให้พังมาก อธิบายไปตามอัตตา หลงตนเองซับซ้อน

สมณะฟ้าไทว่า..พ่อครูว่าตอนนี้ยาก เพราะพ่อครูอายุมากขึ้น สังคมก็รุนแรงมากขึ้น พวกเราก็ต้องพัฒนาตัวเอง เพิ่มฐานมากขึ้น แต่ก่อนนี้ร่างกายพ่อครูฟิต ไม่เคยบอกว่ายาก แต่ตอนนี้อาตมาว่า พวกเราจะต้องช่วยมากขึ้นพัฒนามากยิ่งขึ้น เพราะเหมือนกับเป็นโค้งสุดท้าย ของโพธิสัตว์ ที่จะไปถึงจุดที่เต็มที่ ต้องเร่งเต็มที่ เป็นระยะสั้นเข้าๆ ตอนที่ 96 แล้วไปหา 108 จาก 96 แล้วไปหา 108 จะค่อยยังชั่ว มีพลังงานเสริมมากขึ้น มี 36 36 อีกสอง เป็นสองเส้า พอเริ่มมาเส้าที่ 7 จาก 12 1 2 12 เป็น 36 และจาก36 ไปอีก 12 12 12 เป็น 72 และจาก 72 ก็เป็น 84 จากนั้นจะเป็น 96 จะต้องออกไปเป็นวงอื่น ต้องมีอัญญา ที่เป็นตัวแยกจากวงวัฏกะที่เคยได้ สมณะฟ้าไทว่า...พ่อครูจึงบอกว่าหนัก ถ้าเกิดว่าตอนนี้ 84 แล้วขึ้น 96 ถ้าสำเร็จ 96 ก็ไปได้ พ่อครูว่า...ก็จะไปถึง 120 ได้ค่อยยังชั่วมากขึ้น ตอนนี้ยาก สมณะฟ้าไทว่า..ก็ต้องกระตุ้นตัวเราให้พัฒนาขึ้น เพิ่มพลังงานให้ตัวเองลดละกิเลสมากขึ้น จากโสดาบัน เป็นสกิทาคามี เป็นอนาคามี เป็นอรหันต์ให้ได้ พ่อครูว่า...ก็อย่าไปคำนึงมากถึงบัญญัติ แต่ให้เอาตามสภาวะอ่านอาการลิงค นิมิต อุเทสให้จริง

มาดู sms SMS วันที่ 7 สิงหาคม 2560 (พ่อครู-บวรราชธานีอโศก)

_3867เสียงพ่อครูขาดๆหายๆ!ที่น้ำท่วมมิถึงแต่พื้นที่รอบๆน้ำอาจชื้น!ใช้ไฟฟ้าในที่ชื้น แฉะระวังไฟดูด!ต้องใส่บู๊ท ฤาถุงมือป้องกันด้วย!มีคนเคยโดนไฟดูดปี38-54 บ้างแล้วที่อื่นระวังตัวด้วย!

_3867กราบอนุโมทนาพ่อครูกับธ.จิตวิปลาสอันหลงผิดสิ่งไม่เที่ยงว่าเที่ยง!ที่เป็นทุกข์ว่า เป็นสุข!ไม่ใช่อัตตาว่าเป็น อัตตา!ที่ไม่งามก็ว่างาม!สาธุอนิจเจนิจจัง!ทุกเขสุขขัง!อนัตตนิอัตตา!อสุเภสุภัง!เอวังถนอมจิตอย่าให้พังหน๊อ

สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน สกิทาคามียังมีเรื่องเพศไหม _7146สกิทาคามียังมีเรื่องเพศไหมครับ พ่อครูว่า... มีแน่นอน แต่ที่ถามคงเรื่องเพศผู้ชายผู้หญิง แต่ถ้าอนาคามี ไม่มีภายนอกแล้ว ทำได้โดยไม่ยากไม่ลำบาก มีฌานทั้ง 4 เป็นเครื่องคุ้มครอง แม้จะมีรูปราคะ อรูปราคะภายใน ดิ้นรน ก็ไม่เสียท่า เพราะจะมีหิริโอตตัปปะสูง ไม่เอา ถ้าได้ตั้งสมมุติ มาเป็นภิกษุแล้วเป็นต้น ถือศีลพรหมจรรย์แล้ว จะไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศ ผู้ที่ตั้งใจจริงจะมีพลังงานเพียงพอ ได้โดยไม่ยากโดยไม่ลำบากใน ฌานทั้ง 4 ฌานทั้ง 4 ก็คือข่มนิวรณ์ได้ และจะมีปัญญาด้วยคู่กันของพุทธใช้คู่กัน แต่ของเจโตใช้แต่ข่ม ปัญญาไม่มี อาจข่มได้มาก เคยเห็นไหม ว่าระเบิดเมื่อแก่ ทะลุไป แต่ของพุทธ เรียงลำดับได้ อุภโตภาควิมุติ มีเจโตและปัญญา ถ้าเรียงลำดับได้อย่างน่าอัศจรรย์ จะไม่เตลิดเปิดเปิง สกิทาคามี ยังมีเรื่องเพศทางภายนอก แต่อนาคามีไม่มีเรื่องเพศภายนอกแล้ว เหลือรูปราคะ อรูปราคะ ภายใน มีมานะอุทธัจจะ ภายใน หรือมีอนุสัย 7 อนาคามีจะไม่มีอนุสัย 2 บน กามราคานุสัย กับปฏิฆานุสัย ส่วนอีกอนุสัย 5 อันที่ 2 3 4 ที่ลึกละเอียดก็จะมากอยู่ มีมานานุสัย ภวานุสัย อวิชชานุสัย จะยังมาก ของตนยังเยอะ อนุสัยต้องให้ได้อรหันต์ก่อน เมื่ออาสวะหมดก็มาไล่อนุสัยต่อ

_7504ปฏิรูปตำรวจต้องคำนึงให้สามารถคุมคนไม่ดีคุมอาชญากรรมรักษาสงบเรียบร้อยศีลธรรมภายในปท.ได้กำลังใจยุทธศาสตร์ตำรวจต้องเหนือกว่าคนร้ายข้าศึกฯ พ่อครูว่า... อาตมาเคยพูดไว้นานแล้วว่าถ้ายุบกรมตำรวจ ประเทศจะเจริญมากขึ้น เพราะว่าตำรวจมีอำนาจมากเกินขอบเขตที่ควรจะเป็น อาตมาเคยพูด ตำรวจมีหน้าที่จริงๆเหมือนรปภ. แล้วไม่จำเป็นต้องเป็นตำรวจใหญ่มาก แต่ตำรวจใหญ่ก็คุมนโยบายไป ถ้าเผื่อว่าประเทศที่มีศีลหรือประเทศที่มีธรรมะของพุทธอย่างเจริญแล้วตำรวจจะเบางานมากเลย ตำรวจจะเป็น รปภ. แต่ไม่เป็นพุทธแท้เลยมีมานะสูง

สื่อธรรมะพ่อครู(กรรม) ตอน กรรมเป็นของๆตน แบบตามลำดับ SMS จากเฟซบุ๊ค _ปรีชา ขำเพชร ขอเรียนถามพ่อครูดังนี้ครับ...เมื่อเราทำกรรมใดลงไป..จะเรียงลำดับกรรมได้ดังนี้ใช่ไหมครับ.....กัมมัสโกมหิ....กัมมพันธุ...กัมมโยนิ....กัมมทายาโท....กัมมปฎิสรโณ... พ่อครูว่า... อาตมาว่าที่เรียงมานี้ไม่เข้ากับที่อาตมาเรียง ที่อาตมาใช้มาก็น่าจะเป็น กัมมัสโกมหิ....กัมมทายาโท กัมมโยนิ กัมมพันธุ กัมมปฎิสรโณ กรรมเป็นของของตน ตนจะต้องเป็นทายาทรับมรดกกรรมของตนเรียกว่า กัมมทายาท เป็นตัวย้ำว่ากรรมของตนนะ แม้จะตายไปกี่ชาติๆ ตนก็ต้องเป็นเจ้าของกรรม แบ่งกรรมคนอื่นมาไม่ได้ กรรมของใครของมัน ไม่เช่นนั้นกรรมก็ไม่ใช่ของๆตนสิ กัมมทายาโท ตีเปลาะไว้ว่า ตนต้องเป็นทายาทรับมรดกกรรมของตน กรรมแบ่งใครไม่ได้ กรรมของพ่อแม่ แบ่งให้ลูกไม่ได้ ลูกแบ่งให้พ่อแม่ก็ไม่ได้ ยิ่งแบ่งให้คนอื่นที่ไม่ใช่ญาติ ก็ไม่ได้เลย กรรมแบ่งใครไม่ได้ จึงสำทับลงไปว่า กรรมทายาท แล้วกรรมจะพาตนเป็น คือกัมมโยนิ กรรมของพุทธคือ God ของศาสนาเทวนิยม ของศาสนาที่มีพระเจ้า แต่ของพระพุทธเจ้า กรรมคือ God เราเป็นผู้ควบคุมกรรมเราเอง อิสระมาก ศาสนาพุทธมีอิสระสุดยอด แม้แต่พระเจ้าก็ไม่ขึ้น เป็นพระเจ้าเสียเอง เป็นกรรมของตนพาเกิดพาเป็น ใครมาพาเราเกิดเราเป็นไม่ได้ เราเป็นผู้ดำรินึกคิดทำ โทษคนอื่นไม่ได้เราเองทั้งนั้น เสร็จแล้วสั่งสมเป็นเผ่าพันธุ์ พันธุกรรมหรือกรรมพันธุ์ จึงเป็นของของคนคนนั้น กรรมพันธุ์ของแม่พ่อ แล้วมาถ่ายทอดให้ลูกไม่ได้ ไม่ใช่สรีรพันธุ์ อย่างนั้นมันเป็นวัตถุ กรรมเป็นนามธรรม เป็นจิตวิญญาณ เอาจิตวิญญาณเราไปใส่ใครไม่ได้ ใครจะอุตริว่า เอาวิญญาณใครมาเข้าสิงคนอื่นไม่ได้ วิญญาณเราไปเข้าสิงใครไม่ได้ ใครก็เข้าสิงเราไม่ได้ ที่บอกว่าเข้าทรง เข้าสิง ถ้าเข้าทรงได้ เอาวิญญาณคนอื่นมาเข้าได้ก็จะทรงพระพุทธเจ้าทุกวันเลย ถ้าเอาใครก็ได้มาเข้าทรงได้ ทำเก่งอิทธิฤทธิ์เยอะ ก็สอนเขาเก่งด้วย ผมจะทรงพระพุทธเจ้าทุกวินาทีเลย การเข้าทรงคือหลงอุปาทาน ผู้ที่เข้าทรงเอาวิญญาณมาเข้าไม่ได้ ที่เข้าทรงได้เป็นสัญญาเราเอง เช่นเรามีความรู้ว่า พระนเรศวรมีความเป็นอย่างไร คุณก็ประมวลความรู้ของคุณว่า พระนเรศวรเป็นอย่างไร มาเข้าทรง ดีไม่ดีท่านไม่ได้เป็นแต่คุณก็ทำ คุณเอาอิทธิปาฏิหาริย์ของคุณเองเอามาใส่ตนได้เก่งกว่า วิญญาณที่จะให้ทรงก็เป็นได้ ก็ตอบคำถามได้เท่าที่ตนเองรู้เท่านั้น อย่าไปหลงใหลเข้าทรงเลย จริง อาจมีอิทธิปาฏิหาริย์ อาเทสนาปาฏิหาริย์ได้ เท่าที่ตนบำเพ็ญมา แต่ถ้าไม่มีก็แสดงไม่ได้ แสดงไม่เกินเท่าที่ตนมี ตนเองสั่งสมพันธุ์ของกรรม เป็นเผ่าพันธุ์ กรรมเราเอง เช่นเราสั่งสมพันธุ์กัลยาณธรรม เราก็มีความเป็นกัลยาณมิตรที่สูงขึ้น พอคุณได้เชื้อโลกุตระมา อัญญะ อัญญา ก็สั่งสมพันธุ์พุทธที่มีอัญญะ อัญญา แต่ถ้าคุณไม่ได้อัญญาก็เป็นแต่พันธุ์โลกียะ อยู่แต่ในกรอบโลกียะ จนกว่าคุณจะมีพลังงานพิเศษ Coefficient สัมประสิทธิ์ที่จะสามารถ เหมือนคนมีพลังงานออกจากแรงดึงดูดของโลกได้ ความรู้ขนาดนั้นจริงๆจึงจะออกได้เก่ง เหมือนกับคนเขาออกนอกโลกได้ ส่งจรวดออกนอกโลกไปไกล ถึงดาวต่างๆได้ ก็เหมือนกัน เราทำของเรา เราก็สามารถมีสัมประสิทธิ์ Coefficient ได้ แต่ต้องมีผู้ตรัสรู้ได้แล้วมาเปิดเผยให้ผู้อื่นได้รู้ตาม ไม่สามารถรู้ได้ เอง พระพุทธเจ้าตรัสไว้ทุกพระองค์ ว่า ความรู้ของพุทธต้องได้รับถ่ายทอดจาก คนที่รู้มาก่อน พูดอย่างนี้เหมือนกับว่า ศาสนาพุทธไม่เป็นอิสระต้องฟังจากคนอื่นเท่านั้น รู้เองไม่ได้หรือ ถ้าคุณเชื่ออย่างนี้ก็ไปรู้เองได้ก็ทำเอาสิ ห้ามกันไม่ได้หรอก

มีข่าวแทรกว่า ยายคำ นางคำผ่อน พรมโสภา แม่ของทิดตะกายธรรม พรมโสภา อายุ 80 ปี เสียชีวิตแล้วที่บ้านพักค่ายทหารสรรพสิทธิ์ เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตับ เราก็ได้พึ่งกรรมพันธุ์ กัมมโยนิ กัมมปฏิสรโณ เราได้พึ่งทวนไปทวนมา แล้วได้อาศัยพึ่งกรรมในการพัฒนา คนที่ไม่มีความรู้จนกระทั่ง มีอุตริมนุสธรรมหรือโลกุตระ คุณจะไม่ได้พึ่งอย่างตนสามารถควบคุมได้เต็มที่ จะไม่มีพลังงาน God ที่บงการตนเองได้หมด แต่จะมี อำนาจ ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข กาม อัตตามาบังคับ เพราะคุณยังเป็นทาส พระพุทธเจ้าจึงให้เราหมดความเป็นทาส ตั้งแต่โลกอบาย โลกกาม รูปโลก อรูปโลกตามลำดับ แล้วแยกละเอียดอีก ต้องทำไปตามกรอบตามลำดับ เป็นความราบเรียบอันน่าอัศจรรย์เหมือนกระจก ที่ยุคพระพุทธเจ้าไม่ใช้คำว่ากระจกเพราะว่าไม่มีกระจก ก็เลยเทียบกับทรายที่ฝั่งทะเล เราก็ได้พึ่งกรรมของตนตามฐานะที่เราได้ เป็นพระอาริยบุคคล จนเป็นพระโพธิสัตว์ตามลำดับ

_อำภา รื่นใจดี · สาธุเจ้าค่ะที่สุขภาพท่านพ่อครูจะแข็งแรงขึ้นทุกวัน ลูกจะได้ฟังธรรมเพิ่มพูนปัญญาต่อไปอีกยาวนาน

สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน อาริยบุคคล 4 ตามลำดับ _กาน เธียรวัตน์ · กราบนมัสการค่ะ ขอเรียนถามเรื่องความแตกต่างของพระอริยะ 4 ระดับ โสดา สกิทา อนาคา อรหันต์ เคยฟังแล้วแต่ยังไม่ชัดค่ะ เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติตามค่ะ พ่อครูว่า...โสดาบัน เรานับเอาเกณฑ์ศีล 5 ครบบริบูรณ์ กายวาจาใจ ใจก็ระดับหยาบที่สุดระดับอบาย โสดาบันพ้นอบายภูมิ อบายภพ มีหลักประกัน มีความรู้พ้นสังโยชน์ 3 เป็นต้น สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส พระโสดาบัน อยู่ในเกณฑ์กรอบความหมาย จะรู้ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค เท่ากรอบศีล 5 เป็นหลักใหญ่ แล้วอย่าไปทำจิตผิด ข้อ 4 ข้อ 5 เป็นวาจา กับจิตก็ทำข้อ 1 2 3 เป็นหลัก อย่าไปละเมิดชีวิตสัตว์แม้แต่เป็นเซลล์เดียว หวังประโยชน์ต่อสัตว์ทั้งปวง สัตว์เซลล์เดียวเขาก็ไปตามวิบากของเขา อย่าไปทำร้ายฆ่าเขา ไม่ได้อะไรก็ได้แต่วิบาก ปล่อยเขาเถอะ สัตว์เซลล์เดียวคนไปช่วยเขาไม่ได้หรอก สัตว์เดรัจฉานก็ไปช่วยเขายังไม่ได้ แม้แต่คนอเวไนยสัตว์ก็สอนไม่ได้ ขนาดเวไนยสัตว์ก็ยังสอนยากเย็นเลย ตะกละอะไรหนักหนาเอาแค่นี้ก็เหลือพอแล้ว ไม่ใช่มักน้อยกุศลนะ แต่มันมากเกินแรง นักเรียนมาเกินห้องไม่ได้ สอนให้พอดีห้อง ส่วนมากคนจะมีวิบากพอดีของตน ถ้าโลภจะมากเกิน ไป ถ้ามากนิดหน่อยก็พอสู้ แต่ถ้ามากเกิน กรูเกรียวมาอาตมาหลบแน่ พูดแล้วถ้าทำงามเกินไปก็มากันเต็มแน่ ไม่ไหว เคยเจอไหม โพธิรักษ์ทำงาม สมัยแรกๆ อย่างนั้นจะมีมาเจ๊าะแจ๊ะ รับรองไม่ต้องทำอะไร พูดแล้วจะเหมือนแก้ตัว ว่าทำไมต้องทำแรงขนาดนี้ ก็เข้ามาแล้วเจอขวานจักตอกนะ จะบอกว่าท่านสุภาพมาคงไม่เป็นไร ไม่ได้นะ เดี๋ยวโดนเข้าจะถอยไปเอง เป็นเครื่องคัดเลือกในตัว เป็นเครื่องป้องกันตัวเองด้วย สกิทาฯศีล 8 อนาคามี ศีล 10 อรหันต์ก็เอาให้ครบสัก จุลศีล 26 ข้อก็อรหันต์แล้ว อย่าเลี้ยงสัตว์ ใช้แรงงานสัตว์ มาอ้างอิงว่า สัตว์นี้ต้องมาเลี้ยงก็อย่างนี้ไม่ได้ สรุปแล้วอย่าเลี้ยงสัตว์ สัตว์มันมีวิบากของเขา ถ้าจะไปช่วยมันก็จะช่วยกันต่อไปอีกไม่รู้จักกี่ชาติ ดีไม่ดีรักกันมาก อาตมาเคยอธิบายดุๆ ว่า ขออภัย คนรักหมามากระวัง บางชาติจะต้องไปแต่งงานกับหมาตัวนี้ อย่าไปทำเล่น จะไปรักอะไรกันนักกันหนา จุลศีลข้อ 18 อย่ารับแพะ รับแกะ รับไก่ สุกร ช้าง โค ม้า ลา ท่านก็แบ่งไว้เป็นหมวดๆ 18. พระสมณโคดม เว้นขาดจากการรับแพะและแกะ. 19. พระสมณโคดม เว้นขาดจากการรับไก่และสุกร. 20. พระสมณโคดม เว้นขาดจากการรับช้าง โค ม้า และลา ความรู้ของพระพุทธเจ้าลึกซึ้ง เชื่อไว้ก่อนเถอะ ทำตามแล้วไม่เสียหลายหรอกรับรองเป็นพระอรหันต์ เอาแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน อย่าไปเอาเก่งเกินไปนักหนา

_สุนงค์ อิทธิไพบูลย์ · วันนี้ มีความรู้สึกว่า ท่านพ่อครูสดชื่นค่ะ กราบแทบเท้าท่านพ่อครู ลูกรู้จักท่านพอๆกับคำว่า พธม.เกิด แต่ลูกเเค่ศรัทธาเฉยๆมาตลอด เพิ่งหันมาตามคู่คิด และมิตรดี เกือบจะสาย แต่มั่นใจว่ายังไม่สายเจ้าค่ะ สาธุ

สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน ทักขิเนยบุคคล 7 อย่างสั้น _คำถามจากคุณ ชาวบ้าน ข้อ 1 ธัมมานุสารีและสัทธานุสารี ใช่ ผู้ตั้งอยู่ในโสดาปัตติมรรค จำแนกตามอินทรีย์ที่เป็นตัวนำ ในการปฏิบัติ คือ ปัญญินทรีย์ หรือ สัทธินทรีย์ ลูกเข้าใจถูกหรือไม่อย่างไรคะ พ่อครูว่า...เอาสัทธานุสารี ขึ้นก่อน เพราะถือว่าจะไปได้ช้ากว่าธัมมานุสารี ซึ่งท่านไม่ใช้คำว่า ปัญญานุสารี สายศรัทธา เจโตเอาศรัทธาเป็นเครื่องนำ เมื่อมาศึกษาพุทธก็จะเติมปัญญาให้สัมมาทิฏฐิ (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) สมณะฟ้าไทว่า...พ่อครูอธิบาย ทักขิเนยบุคคล 7 พ่อครูว่า...เอาคร่าวๆก่อน เอาศรัทธาก่อน ศรัทธาเป็นเบื้องต้น แล้วมาศึกษาธรรมะพระพุทธเจ้าจึงจะมีปัญญาเข้าไป ถ้าไปใช้คำว่าปัญญานุสารี สายปัญญาก็อย่านึกว่ามีปัญญามาก่อน ต้องมาศึกษาธรรมะของพุทธให้ดีก่อนจึงจะสัมมาทิฏฐิ ถ้าคุณสายปัญญาจะได้ธรรมะเร็ว เพราะปัญญาเร็วกว่าศรัทธาสองเท่าตัว อันนี้บอกไม่ได้นะว่าทำไม คุณอยากเอาไม่ได้ พระพุทธเจ้าเองก็จำนน ศาสนาในโลกนี้จึงมี 2 สาย สายศรัทธากับสายปัญญา สายปัญญาของพระพุทธเจ้า พุทธิปัญญา กับสายเทวนิยม ผู้ที่เข้าใจเรียงลำดับ ตามพระพุทธเจ้าแจกแจงไว้ ศรัทธาแล้วมาหาปัญญา ส่วนผู้ศึกษาสายปัญญา ก็มาหาธรรมะให้สัมมาทิฏฐิ เมื่อได้สัมมาทิฏฐิ ก็จะได้ทิฏฐิปัตตะ คือบรรลุทิฏฐิแล้วจะเป็น b สายศรัทธาจะเป็นผู้จะมีกายสักขีคือ มีสิ่งที่ยืนยัน คือเห็นด้วยกายที่เป็นสัมผัสนอก เช่น ดูภายนอก เป็นผู้มักน้อยสันโดษ เป็นผู้ไม่รังแกไม่รบกวนใคร ยกตัวอย่างพวกเชน ศาสนาพระมหาวีระ ไม่กระทบสัตว์ใดๆ สัตว์เล็กสัตว์น้อยก็ปัดออก มักน้อยจนไม่นุ่งผ้าเลย พระพุทธเจ้าก็บอกว่านี่คือความสุดโต่ง แต่ศาสนาพระพุทธเจ้าเป็นศาสนาที่พอเหมาะไปตามขั้นตอน และมีประโยชน์ต่อตนเองและสังคมมนุษยชาติไปตามลำดับ ตั้งแต่โสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ เป็นพระโพธิสัตว์ มหาโพธิสัตว์จนเป็นพระพุทธเจ้า จะมีประโยชน์ต่อตนเองและต่อโลกอย่างแท้จริง ฟังพระพุทธเจ้าจึงมีขั้นตอนละเอียดลออมาก

ข้อ 2 พ่อครู กล่าว ถึงจุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล ลูกเข้าใจว่าหมายถึงมนุษย์ในศาสนาพุทธจะเป็นผู้มีศีล 43 ข้อใช่หรือไม่(จุลศีล 26 มัชฌิมศีล 10 มหาศีล 7)ลูกเข้าใจถูกต้องไหมคะ พ่อครูว่า...ใช่ พุทธ เอาตามศีลพระพุทธเจ้า คือพุทธธรรมนูญ ปฏิบัติตามธรรมนูญ และจะมีกฎหมายลูก เป็นกฎเกณฑ์ต่างๆ เป็นพระวินัย โดยมีธรรมนูญหลักคือจุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล ตามลำดับ แล้วจะได้ประโยชน์ เมืองไทยจึงเจริญขึ้น แต่ก็ไม่ได้ตะกละให้ได้มากเร็วๆ ไปรีบร้อนไม่ได้ เพราะศาสนาพุทธ เป็นอิสรเสรีภาพ

สื่อธรรมะพ่อครู(ปกิณกะ) ตอน ถูกโกงเงินเป็นล้านไปทำใจอย่างไร _ไม่ออกชื่อ...พ่อท่านคะ พอดีอยากจะถามค่ะ หนูถูกเพื่อนโกงเงิน 1ล้าน 6แสนบาท ตอนนี้เขาหนีไม่กลับบ้านปิดเฟสปิดไลน์ เขาสัญญาจะใช้ ช่วยเพราะสงสารว่าญาติพี่น้องเดือดร้อน พอไปถามพ่อแม่เขาไม่เป็นความจริง หนูทุกข์มากเลยนั่งฟังพ่อท่าน พ่อท่านบอกถูกเขาโกงดีกว่าโกงเขา ตอนนี้ทุกข์ใจ คิดว่าตัวเองโง่ไปสงสารเขา ไปฟ้องศาลก็ไม่ได้ ไม่มีสัญญา สัญญาใจกับเขาว่าเราเป็นผู้มีบุญคุณกับเขา พยายามปล่อยวางเงินที่เสียไป ถ้าเราไปดูแลแม่เรายังดีกว่าไปถูกเพื่อนโกง ช่วยตอบด้วยนะคะ..สาธุๆๆๆๆ .อุตุนิยาม พีชะนิยาม จิตนิยาม ช่วยอธิบายค่ะ โดยเฉพาะ คำว่านิยาม หมายความอะไรคะ พ่อครูว่า ...เอาเถอะน่า ถือว่าเขายืมไป ชาตินี้ชาติหน้าชาติไหนก็จะเอามาคืน มันก็เป็นวิบาก เป็นอจินไตย แต่ไม่มีกรรมใดเลยที่คนใดทำแล้ว จะไม่เป็นวิบากแล้วก็ต้องชดใช้วิบาก ตราบที่คุณอยู่ในสังสารวัฏนี้ ไม่ต้องกลัวจะเจอกันจนได้แหละ ไม่ว่าจะเป็นคู่วิบากเป็นหนี้ทั้งรักทั้งชัง พระพุทธเจ้าสอนเรื่องกรรมเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ ตอนนี้ก็ทำใจเสียว่า ให้เขายืมไปสักหลายชาติ ถ้าคุณไม่เดือดร้อนเท่าไหร่ หากเดือดร้อนก็ตามตัวเขามา แล้วฟ้องร้องเอา

นิยามหมายความว่าเที่ยง หรือนิยม คือชอบใจ สนใจจะได้อันนี้แล้วพากเพียรศึกษาไป คุณนิยมโลกียะก็พากเพียรไปทางโลกียะ คุณนิยมโลกุตระก็มาศึกษามาทำให้ได้ จนเป็นความเที่ยงเป็นนิยมะ เป็นของเที่ยงแท้ของคุณเอง อุตุ พีชะ จิต กรรม ธรรมะ นั้นก็ติดตามฟังไป อุตุ พีชะ จิต เป็นพลังงานเป็นวัตถุ ที่จะต้องทำงานร่วมกัน เหมือนกับธรรม2 ตั้งแต่เหมือนฟิสิกส์เป็นพลังงานอุตุ มีพลังงานบวก ลบ แม้จะเป็นพระอาทิตย์ดวงใหญ่ก็เป็น อุตุ มีชีวะไปแทรกไม่ได้เลย หรือบางดาวที่ร้อนมากจนชีวะอยู่ไม่ได้ จนกว่าชีวะอยู่ได้ ก็มีพืชก่อน จนพัฒนามาเป็นสัตว์ อุตุเป็นดินน้ำไฟลม ผสมกันจนเป็น พีชะ แล้วก็พัฒนามาเป็นสัตว์ ตั้งแต่เป็นสัตว์เซลล์เดียวจนพัฒนามาเป็นมนุษย์ จนมาสอนให้บรรลุธรรม คุณมาพบศาสนาได้ขนาดนี้เจริญมากขนาดนี้แล้วตั้งใจศึกษาเถอะ ยิ่งมาฟังธรรมะอาตมาเข้าใจ เพราะเป็นของที่ คัมภีรา (ลึกซึ้ง) ทุททัสสา (เห็นตามได้ยาก) ทุรนุโพธา (บรรลุรู้ตามได้ยาก) สันตา (สงบระงับอย่างสงบพิเศษ แม้จะวุ่นอยู่) . ปณีตา (สุขุมประณีตไปตามลำดับ ไม่ข้ามขั้น) อตักกาวจรา (คาดคะเนด้นเดามิได้) นิปุณา (ละเอียดลึกถึงขั้นนิพพาน) ปัณฑิตเวทนียา (รู้แจ้งได้เฉพาะผู้เป็นบัณฑิต บรรลุแท้จริงเท่านั้น) (พตปฎ. เล่ม 9 ข้อ 34)

_ลอย แคนาดา ถามพ่อท่านว่า"ถ้าใครได้กุญแจไปสวรรค์ กุญแจดอกเดียวกันนั้น ก็เปิดประตูไปนรกด้วยเช่นกัน"พระพุทธเจ้าเคยตรัสเช่นนั้นหรือไม่? พ่อครูว่า ...ใช่แล้ว เพราะว่า สวรรค์กับนรกคืออันเดียวกัน ถ้ามีภูมิปัญญาจะรู้ว่า อันเดียวกัน คุณจะเอาสวรรค์ก็คือเอานรกด้วย

สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน ไม่ต้องสอนก็ซึมซับได้ถ้าใจเปิด _จาก ลูกหนอนใต้ต้นโพธิ์....วันก่อนพ่อครูบอกว่าจะพิสูจน์ธรรมะของพระพุทธเจ้าเรื่อง โพธิปักขิยธรรมในการขยายอายุขัย อยากเรียนถามพ่อครูว่าโพธิปักขิยธรรมจะช่วยต่อชีวิตได้อย่างไรคะ มีวิธีปฏิบัติในทุกปัจจุบันให้ร่างกายไม่เสื่อมได้อย่างไรคะ พ่อครูว่า ...อาตมาใช้โพธิปักขิยธรรม ย่อเป็นโพชฌงค์ 7 คู่กับ มรรคมีองค์ 8 ขยายกันเป็นกระบวนการ เป็นโพธิปักขิยธรรม 37 คุณมาค่อยๆศึกษาเรียนรู้ เข้ามาหามิตรดี สหายดี สังคมสิ่งแวดล้อมดี จะได้ซับซาบ osmosis, absorb จะมีทุกอย่างไหลเวียน เพราะว่า พลังงานที่จะ osmosis, absorb ผู้นำต้องมีพลังงานต้นทุน มากและแข็งแรงพอ จึงจะเผื่อแผ่ให้คนอื่นได้ แต่ถ้าไม่มีต้นทุนพอ ของตนเองก็จะกระจายให้คนอื่นไม่ได้ คนจะกระจายให้คนอื่นได้ต้องไหว โดยไม่ต้องให้หรอก จะไหลซึมเข้าเอง เพราะคนที่เข้ามาแล้วเปิดใจก็ไหลเข้าไปเอง แต่ถ้าแม้คุณเข้ามาในนี้แล้วปิดประตูตัวเองก็ไม่เข้า ขนาดคุณเปิดเข้ามา มันไม่รู้เลยว่าจะไหวไหม เราไม่รู้เลยว่ามีสิงสาราสัตว์เฝ้าอยู่เท่าไหร่ คุณเปิดประตูมา แต่คุณไม่รู้ว่ามี สัตว์มากกว่า เสือสิงห์กระทิงแรดเฝ้าอยู่ในประตู

_The sun. คำถาม พ่อครู ไปเข้าค่ายที่บวรอโศก แล้วมีคนวัดมาขอใช้เราให้ทำงานส่วนกลางของวัดนอกค่ายเพราะคนช่วยน้อย เช่นที่โรงครัวมาบอกให้เราช่วยทำงานแต่ว่าเราต้องไปเข้ากิจกรรมค่ายเพื่อความเป็นหมู่มวลกับสมาชิกค่าย เป็นเวลาที่ตรงกันพอดี -คำถาม เหตุการณ์นี้เราสมควรจะตัดรอบตรงไหนก่อนดีครับ? พ่อครูว่า ...ตอบ ว่า ตอบไม่ได้ เพราะว่าคุณต้องรู้องค์ประกอบ ยกตัวอย่างครัว กับที่อื่นที่ต้องไป ก็ต้องดูเหตุปัจจัยว่า อันไหนรีบด่วนสำคัญ เช่นว่า อันนี้น้ำจะท่วม คนจะตกน้ำตาย จะไปทำครัวหรือไปช่วยคนตกน้ำ ต้องใช้ สัปปุริสธรรม 7 และมหาปเทส 4 ดีไม่ดีแม้จะนอกเรื่องนอกกฏ ยังต้องแหกกฏเลย

_ป้าย่านาง คำถาม พ่อครู 1."บ้านราชเมืองเรือ" กับการเล็งเห็นบางอย่างของพ่อครูที่ให้เราช่วยกันเข็นเรือขึ้นบกมาซ่อม และเหตุการณ์น้ำท่วมบ่อยครั้งที่บ้านราชตามความไม่เที่ยงของจักรวาลที่นี่ ชุมชนควรเริ่มสร้างที่อยู่อาศัยเป็นลักษณะของเรือไว้เพื่อเวลาน้ำท่วมจะได้ไม่ต้องขนย้ายสิ่งของทุกครั้ง เป็นความคิดที่ถูกกาละไหมเจ้าคะ? หรือยังไม่ถึงเวลา?

สื่อธรรมะพ่อครู(สัมประสิทธิ์) ตอน พลังสัมประสิทธิ์จักรวาลของหมู่มิตรดี 2.หากคนๆหนึ่งพยายามสร้างสัมประสิทธิ์ที่"ยิ่งถึงแก่นในทางดี"ได้ เมื่อมารวมพลังกับ คนอีกหลายๆคนที่ต่างคนต่างก็พยายามสร้างไปในทิศทางเดียวกันตามฐานแต่ละคน การควบแน่นของพลังกลุ่มคนเหล่านี้ไปดึงพลังจักวาลของกรรมดีกรรมขั่วของแต่ละคนเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดพลังแตกตัวจนเกิดพลังอีกจำนวนหนึ่งขึ้นตามลำดับๆของการปฏิบัติตนของกลุ่มคนเหล่านี้ ใช่หรือไม่เจ้าคะ? พลังจะมากหรือน้อยลงขึ้นอยู่กับการปฏิบัติของแต่ละท่านในหมู่ด้วยหรือไม่เจ้าคะ? ขอกราบนมัสการพ่อครูช่วยเมตตาชี้แจงความสงสัยด้วยเจ้าคะ? พ่อครูว่า ...ผู้จะมีพลังงานสัม

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน