200727-112 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน112-พ่อท่าน-สันติอโศก-พ053.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันพุธที่ 27 กรกฎาคมพุทธศักราช 2520 พ่อท่านพระที่รักและอบรมทำวัตรเช้าณพุทธสถานสันติอโศกวันนี้เราก็มาทำวัดกันต่อหารายได้ทำวัตรกันเอาไว้ในพุทธประวัติจากพระโอษฐ์ในหัวข้อทรงมีพระสารีบุตรเป็นผู้รองลำดับและเราก็ได้สาธิตย้ายบรรยายเอาไว้ค้างตั้งแต่ต้นเดือนแต่ผมก็ไม่สบายไปไม่ได้ลงทำวัดมาจนกระทั่งบัดนี้ปลายเดือน ก็มาต่อกันอธิบายค้างไว้กลางกึ่งกลางเลยอธิบายไว้ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่จบที่ธรรมดาส่วนมากก็พยายามจะให้จบลงไปแต่ว่ามันสบายไปแค่ครึ่งนึงก็เอามาต่อกันสูตรนี้มีความหมายทูลถามพระพุทธเจ้าว่าท่านเป็นธรรมราชาและมีใครเป็นผู้รองรองลำดับทำราชาศัพท์ตอบว่าเราเป็นพระราชา คำราชาไม่มีราชาอื่นยิ่งไปกว่าเราย่อมประกาศธรรมมาจากให้เป็นไปโดยธรรมเป็นจับที่ใครๆจะต้านทานให้หมุนกลับมิได้แต่พระพุทธเจ้าจึงยืนยันว่าท่านเป็นผู้ที่เป็นรากเป็นราชาแปลว่ายิ่งใหญ่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทางธรรมราชาทั้งในเรื่องธรรมะใครจะเป็นศาสดาใดๆก็ตามแต่ท่านก็ยืนยันว่าท่านเองเป็นจอมศาสดาเป็นรากพระของธรรมะจะมีในโลกอันยืนยันแล้วท่านก็ประกาศการปฏิวัติ ยอดไม่มีใครเสมอเท่าเทียมจะมีขึ้นมา 2 คนใกล้ๆกันในเวลาใกล้เคียงกันก็เป็นไปไม่ได้จะต้องมีท่านี้เป็นผู้เลิศที่สุดไม่เป็นฐานะที่จะมีพุทธะก็จะมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเกิดพร้อมกัน 2 องค์หรือว่าแม้แต่ในระยะใกล้เคียงกันก็จะมีพระสัมมาสัมพุทธัสสะเกิดก็ยังเป็นไปได้ยากไม่เป็นฐานะที่เป็นไปได้อย่างที่เราก็ได้รับทราบกันมาแล้วแต่ทีนี้ความก็ถามต่อพระพุทธเจ้ายืนยันว่าท่านเป็นพระธรรมราชาแล้วก็ถามต่อว่าข้าแต่พระโคนมพระองค์ปฏิญญาว่าเป็นสัมมาพุทธพระเป็นธรรมราชาไม่มีราชาอื่นมีความรู้ว่าเรา ซ่อมประกาศธรรมจักรให้เป็นไปโดยธรรมดังนี้ทีนี้เขาก็มาจับเอาโดยเฉพาะว่าเมื่อท่านเป็นธรรมราชาประกาศธรรมจักรให้เป็นไปโดยธรรมเมื่อเป็นธร
อ่านต่อ
รมดาฐาก็แน่นอนล่ะจะต้องทำมาจากประกาศธรรมจักรธรรมจักรหมายความว่าจักระนี่หมายความว่ามันเดินไปมีแรงจนจะกลับจากการที่เป็นเฟืองฟันเฟืองที่เราเรียกในภาษาในเมืองไทยเราเรียกว่าหน่วยฟันเฟืองนั่นแหละฟันเฟืองคือหน่วยที่เกิดแรงกดไม่ได้หยุดนิ่งไม่ใช่ตัวหยุดนะจัดการนี่ไม่ใช่ตัวหยุดตัวบทบาทตัวการงานดูแลคนที่จะเดินเครื่อง ไปทีเดียวสอนธรรมะจะเป็นธรรมะที่มีแรงคนธรรมะที่มีบทบาทธัมมะที่มีการเกิดไม่ใช่ธรรมะมีการหยุดธรรมจักรเกิดมีการขยายมีการพัฒนามีการก้าวหน้าจะมีชีวิตมีอายุทำมาจากพระพุทธเจ้าท่านบอกว่าท่านเองเป็นผู้ที่ประกาศธรรมมาจากให้เป็นไปโดยธรรมท่านเองเป็นผู้ที่ทำอยู่เมื่อท่านประกาศแล้วถ้าเกิดว่าต่อไปหรือว่าใครที่จะร่วมด้วยมีใครบางคนจะสงสัยก็เลยถามต่อว่าดังนี้ก็ใครเล่าหนอเป็นเสนาบดีของพระองค์เป็นผู้รองลำดับของศาสนา สาริกาทูลถามใครย่อมประกาศตามได้ถ้าใครล่ะยอมประกาศตามด้วยทำให้แรงผลของธรรมะที่เป็นธรรมะของท่านนี่แหละแต่ก่อนนี้ก็ถามเธอว่าธรรมะของท่านผู้ใดนับถือธรรมะของท่านผู้ชายสมัยนี้ก็เหมือนกันนี่เขาบอกว่าเราไปปฏิบัติธรรมท่านปฏิบัติธรรมะสำนักไหนก็ถามกันอย่างนี้สำนักนายหรือว่าอาจารย์เดี๋ยวนี้ก็ยังไม่ประกาศอาจารย์เด่นเพราะยังไม่ยอมแยกจากคำว่าพุทธยังเป็นศาสนาพุทธอยู่หมดในเมืองไทยเพราะฉะนั้นจะบอกว่าไปปฏิบัติธรรมะของศาสนาไหนของอาจารย์ใดเขายังไม่ยอมพูดเขายังไม่กล้าพูดแล้วก็ยังพูดกันไม่ได้พ่อคล้ายๆก็ไปยกย่องศาสดาและก็ยังไม่มีใคร จะพูดได้ก็พูดแล้วมันจะดูคล้ายๆกับว่ามาประกาศความเป็นศาสดาหรือเป็นอาจารย์คล้ายๆกับว่าจะล้างศาสนาพุทธออกไปแล้วมันยังไม่ได้มันแม้แต่บอกว่าจะมาที่อโศกจะมาของศาสนาของพระโพธิรักษ์ก็ยังพูดไม่ได้เพราะว่าเรายังมีคำว่าพุทธเราจะยืนยันว่าเรายังรวมพุทธอยู่ไม่เหมือนยังไม่เหมือนสมัยพระพุทธเจ้าทีเดียวสมัยพระพุทธเจ้าทีเดียวนั่นน่ะไม่ไม่รับนับถือกันแล้วศาสนาพราหมณ์ที่เป็นศาสนารากเหง้ามาก็ไม่นับถือกันแล้วบอกว่าจะเป็นปฏิบัติธรรมปฏิบัติธรรมของศาสนาของผู้ใดคำว่าพราหมณ์มีเลือนลางจางเลยไม่ ยึดถือว่าเราเป็นพราหมณ์หรือไม่เป็นพราหมณ์ทุกคนพราหมณ์ไปยกให้ตระกูลตระกูลแต่ตระกูลที่สืบต่อกันมาเท่านั้นเพราะฉะนั้นเอาศาสนาเอาธรรมะวินัยของผู้ใดเอาพรหมจรรย์ของผู้ใดท่านไปศึกษาธรรมะของผู้ใดเอาเฉพาะตัวเลยเขาก็โคดมเขานิคมราชบุตรของพระพุทธเจ้าชนะของมาริโอศาลของผู้ใดจะศึกษาธรรมะของผู้ใดในสมัยอยุธยาก็บอกชื่อได้เลยสมัยนี้แม้ไม่บอกชื่อแต่บอกสำนัก สำนักอีกนิดเดียวจะถึงแล้วแต่ยังไม่ถึงอีกนิดเดียวสำนักวัดระฆังสำนักวัดมหาธาตุวัดมหาธาตุจะมีหลายสำนักนะหลายคณะเพราะว่ามันมหาธาตุมันวัดใหญ่ไปสำนักวัดปากน้ำไปสำหรับอาจารย์แป้นไปสมัครอโศกอะไรเงี้ยถ้าจะมีแหละเป็นอย่างนี้สมัยโน้นเขาก็หาแสวงหากันโดยการพยายามที่จะปลูก ตอนเช้าแล้วก็ไปตามทีนี้ธรรมะเมื่อพูดเป็นอาจารย์หรือผู้เป็นหัวเดียวหัวแรงค้นพบอย่างนั้นอย่างนั้นแล้วผมเป็นกรรมวิธีหรือมีมากกว่าวิธีและก็เข้าใจเนื้อหาสาระเข้าใจแก่นแทงออกไปอธิบายว่าอย่างนี้แล้วจะมีอาการอย่างนี้เป็นมักเป็นผลมีอาการอย่างนี้เป็นมักเป็นคนเรียกว่าได้เพราะฉะนั้นแล้วแต่ผู้ที่เกิดปัญญาเราต้องถือคำจริงเราไม่ถือคำแรกเป็นคำจริงแสดงว่าท่านไม่เป็นพระอรหันต์เมื่อพูดกันโดยตรงแล้วก็ต้องรับก็ต้องพูดกันเมื่อเป็นจิตใจลักษณะ ต้องรับกันมาถึงที่สุดก็ต้องรับกันถ้าไม่รักกันแล้วก็แสดงว่าไม่จริงก็แสดงว่ามันยังไม่ใช่แสดงว่าปฏิเสธมือไม่รับก็ผิดปกติแสดงว่าถ้าไม่เป็นเพราะอะไรเพราะสำนักนั้นก็ไม่มีอรหันต์สำนักนั้นก็ไม่มีนิพพานแต่ท่านประกาศนิพพานอวดฉิบหายนิทานเป็นอย่างนั้นก็แสดงวันนี้ผ่านมันยังไม่จริงถ้ายืนยันว่าที่ผ่านอย่างนั้นจริงก็เป็นผู้ที่อวดอุตริมนุษยธรรมที่ไม่มีในตนจะเอายังไงเลือกเอาถ้าเลือกเราไม่มีในตนก็ประหลาดขึ้นไปเพราะถ้าไม่เลือกเราอย่างเธอแสดงวันนี้ผ่านแล้วไม่จริงท่านพูดไปโดยที่ไม่จริงถ้าท่านยืนยันว่าจริงท่านก็ประหลาดจริง ถ้ามีนิพพานแล้วเหรอถ้าไม่ใช่พระอรหันต์ก็เป็นพระโสดาบอกว่านี่ฉันพูดที่ผ่านเข้าโสดาก็ว่าไปถึงจะพูดที่ผ่านของสันติภาพก็ว่าไปนี่พูดว่านิภาของธนาคารก็ว่าไปมีนิทานของพระอรหันต์เลยก็ว่าไปถ้าจะพูดอย่างนั้นก็ว่าไปไม่ได้เปิดอธิบายธาตุอาหารอธิบายได้จริงไหมจริงเป็นอย่างนี้จริงเลยมีอยู่เราสัมผัสอยู่เรารับอยู่เราเสมอเราได้เรามีเราเป็นเป็น 80 โลมาที่มาที่ศูนย์ดูเหมือนอย่างเรามีเรา ฉันมีแม่เรามีเรามีเราประกาศเป็นอย่างนี้กลัวที่สุดดูตรงกันไหมถ้าเราไม่มีเราไปประกาศประหลาดที่เราไม่มีเราไปอวดว่าเป็นจริงยืนยันว่าเป็นจริงเป็นจริงก็ต้องมีนี่คุณจะได้รับความจริงอันนั้นคุณต้องมีสัจธรรมอันนั้นก็ไม่มีสัจธรรมเค้าบอกว่าไม่จริงแล้วนี่เป็นคำสอนที่ฟังมาจากอาจารย์ท่านอธิบายว่าอย่างนี้เธอก็ว่าไปนี่ของอาจารย์หรือว่ารับความเป็นทฤษฎีอย่างนี้ก็ว่าไปท่านบอกว่าจริงเป็นจริงมีจริงนี่ฉันมีอยู่เป็นสัจธรรมสัจธรรมของฉันมีอยู่ชั้นรับได้แล้วหลุดได้แล้วพ้นได้แล้วจริงๆอยู่ คุณก็แสดงว่าคุณมีใครจะปฏิบัติตามก็ไปปฏิบัติตามนั้นอย่างผมผมประกาศนิพพานผมประกาศกับญาติโยมก็ประกาศประกาศนียบัตรอะไรไล่ไปแม้จะเคยไลน์มาจนกระทั่งแม่พวกเราต่อหน้าพวกเราที่ถามถึงขั้นสูงผมก็บ่งบอกผมก็พอถึงที่สุดถึงการรับของขวัญถึงสภาพภูมิอันนี้ควรจะเอาให้เป็นฝ่ายละเราก็เป็นสายนาฬิกาที่จะต้องดูว่ามันยังไม่สมควรมันยังไม่เหมาะนะเราก็จะต้องใช้ความรู้ความสามารถในการที่จะกล่าวถึงผู้ให้มันดูเหมาะสมหากเราไม่ได้คุยไม่ได้อ้วนแต่เราก็จะต้องแสดงความจริงว่าเรามีความจริงอย่างนั้นอย่างนั้นไม่ใช่ของน่าอายไม่เกิน ไม่มีวัฏจักร Manager ไม่มีเขินไม่มีสะท้านสะเทือนไม่มีเหมียวๆไม่อายไม่มีมันบริสุทธิ์หมดทุกสังโยชน์ในส่วนนั้นส่วนนั้นมันอาจหาญด้วยอย่างไรถามก็ถามได้เราจะบอกหรือไม่สมควรแค่ใดเราดูบุคลากรที่ตาแต่รูปบุคคลหรือระบุกลุ่มเราดูปริมาณต่างๆควรหรือยังแล้วดูกาลักดูการันตีตาและเราก็ประกาศตามฐานะตามควรตามโอกาสถ้าไม่ได้สะเทินศรัทธาอะไรมาถามว่าท่านเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ท่านก็ว่าไปตามควรควรจะพูดได้แค่ได้สำหรับคุณที่ธรรมะของพระพุทธเจ้านั้น ก็มีพระพุทธเจ้าอธิบายเป็นอย่างนี้แล้วคงองค์อื่นก็มาพิสูจน์ตามรู้ตามอธิบายไปได้ตามเป็นไปตามเหมือนอย่างพระพุทธเจ้าได้พระพุทธเจ้าเป็นพระพุทธเจ้ามีมีคนอื่นเข้าใจและเป็นไปได้ลึกซึ้งตามใครอยากประกาศตามได้ซึ่งธรรมจักรที่พระองค์ประกอบแล้วก็ทูลถามพระพุทธเจ้าก็ตรัสตอบว่าเสียเวลาสารีบุตรเป็นผู้ร้องลำดับคาถาย่อมประกาศตามเราได้ซึ่งอนุรักษ์ธรรมชาติ ที่ชื่อว่าสารีบุตรโตตามที่มีในประวัติพุทธประวัติที่ฐานเป็นผู้ที่มีความสามารถยอดรู้มากเข้าใจลึกซึ้งอธิบายตามขยายความอะไรต่อใดที่พระพุทธเจ้าท่านอธิบายอย่างไรอย่างไรก็เป็นผู้ที่ทำตามได้ทำให้เกิดแรงผลของธรรมะเรียกว่าธรรมจักรนั้นเป็นไปทำมาจากอันนี้ก็เดินทางเป็นด้วยสมัยพระพุทธเจ้าท่านยังไม่ได้ตั้งศาสนาขึ้นมาเป็นศาสนาพุทธโดยภาษากันอย่างจริงจังหรอกท่านยังไม่ได้ตั้งอย่างนั้นเขาเรียกว่าธรรมะของทุกคนทำมาวินในของพระองค์ของพระ แล้วสิทธัตถะนี่เขาก็ไม่ค่อยใช้กันเป็นภาษาไทยแต่ว่าของทุกคนนมข้าวโพดเอาชื่อโคตรของพระพุทธเจ้าเขาเรียกชื่อโค้ชกันใครจะไม่ได้เรียกว่าธรรมะของพระพุทธเจ้าสัมมาสัมพุทธะหรือสัมมาสัมพุทธะก็เรียกเหมือนกันแต่ว่ายังไม่ได้เรียกยังไม่ได้เรียกเป็นศาสนาพุทธพระธรรมเทศนาเข้าใจสารีบุตรนี่เป็นธรรมาธิการก็ไม่ได้จำเพาะลงไปว่าเป็นบุคคลเดี๋ยวนี้ก็มีสาเหตุอธิบาย ทอดพูดสืบทอดผู้ที่เกิดตามข้อความเกิดต่างอันเดียวกันกับผู้ที่ทำให้ธรรมจักรยังเป็นธรรมะจากไปได้อีกมีเชื้อชีวิตมีการเกิดไปเรื่อยๆโดยสารอันเก่าสาลีก็คือความเป็นสาธารณะโดยเนื้อหาอันเก่านั่นแหละเธอต่อไปนี้ผู้ใดจับแกจับเนื้อหาของศาสนาพระพุทธเจ้าของพระพุทธศาสนานี้ได้มีจริงๆมีญาณมีวิมุตอันนั้นจริงๆแล้วก็ทำได้จริงเอามาประกาศออกแจ่มแจ้งมาให้คนอื่นฝึกหัดตามแล้วก็ได้อาการนี้ได้สภาพที่ตาม ดูวิธีการที่พระพุทธเจ้าพาทำมาส่วนใหญ่ตามหลักตามทฤษฎีทำได้จริงก็คนนั้นแหละเป็นคนสืบสานต่อคนที่ทำได้น้อยนึงก็เป็นน้อยนึงคนนี้ทำได้มากหน่อยก็เป็นสารีบุตรตัวมากตัวใหญ่หน่อยสารีบุตรจึงมีระดับสารีบุตรตัวใหญ่สารีบุตรตัวกลางสาลีบุตรตัวเล็กสารีบุตรตัวไฝนี่ตายหมดไปแต่ละระดับแต่ละระดับก็เป็นลูกของพระพุทธเจ้าทั้งนั้นที่จะสืบสาระของพระพุทธเจ้าทั้งนั้นนี่เป็นสมาชิกฐานไม่เป็นตัวตนบุคคลเราเขาเป็นปรมัตถธรรมที่ศึกษามีบุตรแบบปรมัตถธรรมไม่มีตัวตนบุคคลเราเขา สนามพระพุทธเจ้าสมัย 250 กว่าปีกับสมัยเดี๋ยวนี้อกาลิโกไม่จำกัดไม่กำหนดไม่กำหนดการไม่จำกัดการว่าจะต้องเป็นเหมือนนี้จะเป็นแม่สาวร้อยกว่าปีมาแล้วจึงเรียกว่าพุทธเกิดใหม่เดี๋ยวนี้ก็เกิดคือมีเกิดจริงไหมในตัวคุณเกิดพุทธะบ้างไหมมีบ้างไหมแน่ใจว่าเป็นพุทธะเดี๋ยวนี้ยังเกิดอยู่พุทธยังเกิดอยู่บุคคลที่เป็นคนนี่แหละที่จะทำธรรมะหรือทำพุทธะได้ ซื้อธรรมะได้ปลุกเสกเป็นต่อไปอภิเษกกันอยู่ในอีกพื้นดินปูนโลหะไม่ใช่นายคนนี่แหละจะเป็นพุทธะพุทธาภิเษกลงไปคุณก็ได้รับการพุทธาภิเษกคุณได้รับการพุทธาภิเษกเป็นผุดขึ้นมามีเนื้อหาสาระอันนั้นเรียกว่ามีสารีบุตรโตเป็นแล้วและคุณก็จะขยายต่อไปอีกได้ทำให้ธรรมจักรนี้เคลื่อนไปอีกได้อีกคุณก็เป็นสามีสุดโต่งคุณทำได้มากคุณมีมากคุณก็เป็นสารีบุตรโตมากพระอรหันต์เจ้าทุกองค์เป็นสารีบุตรโตพระอรหันต์เจ้าองค์ไหนที่มีปฏิสัมภิทาญาณมากมีอภิญญามากก็เป็นการบุตรใหญ่ใหญ่ใหญ่ใหญ่ใหญ่มาก ถ้ามีน้อยก็เป็นสารีบุตรตัวน้อยสารีบุตรโทนี่ต้องแสดงธรรมแสดงอภิญญาแสดงฤทธิ์เป็นฤทธิ์จะเป็นพุทธเป็นพุทธหรือเป็นพุทธฤทธิ์เป็นศาสนาด้วยถ้าผู้ใดมีฤทธิ์มากทั้งไม่ได้ถามฤทธิ์ในแต่พุทธะไม่สนิทกับพุทธะก็เป็นพระโมคคัลลาก็เป็นพระโมคคัลลาชีวิตนานาประการที่จะปราบพิภพอื่นๆด้วยบ้างและก็แสดงถึงพระพุทธเจ้าเองก็ได้ปราบปรามแม้แต่ปราบพระโมคคัลลามากที่ไปแสดงลิเกเป็นเดรัจฉานต่างๆ อยู่เสมอบ่อยๆโดนดุบ่อยที่สุดพระโมคคัลลาพระโมคคัลลานี้สายเปย์โตสัญญาน้อยไม่ค่อยรู้ละเอียดเพราะฉะนั้นไอ้พิมพ์ผิดเดรัจฉานปาฏิหาริย์กับพุทธปาฏิหาริย์แค่นั้นน่ะพระโมคคัลลาก็เข้าใจยากแสดงไม่ค่อยถูกลงทีเดียวไม่เหมาะกาละไม่เหมาะเวลาแล้วก็ไม่รู้รายละเอียดแสดงเสมอภาคก็ถูกพุทธมันก็เป็นวิธีแทนปาฏิหาริย์ที่แท้เรียกว่าอภิญญาของพุทธจะเป็นจิตชีวิตที่เป็นพุทธ ก็มีปัญญารู้ว่าพุธเป็นอย่างไรแล้วก็แสดงฤทธิ์ที่เป็นพุทธเท่านั้นก็สารีบุตรไม่เคยปรับอาบัติไม่เคยถูกปรับเอาบัตรในเรื่องแสดงฤทธิ์แต่ภาษาญี่ปุ่นก็มีฤทธิ์เพราะเจ็ดยอดการเหมือนกันอีสานไม่มีปัญหาอะไรคำว่าเหาะเจ็ดยอดการแสดงว่ามีฤทธิ์แต่ไม่เคยคิดแบบใดไม่ต้องรับคำว่ามีฤทธิ์มากแบบภาษาอีสาน สวดพุทธจักรเกิดแรงกลของธรรมะด้วยแรงคนของพุทธที่แท้ไปเดินทางท่านจึงมีตำแหน่งที่รองพระพุทธเจ้าเป็นผู้เขียนทำมาจากรองพระพุทธเจ้าเพราะว่าท่านทำถูกปลงท่านทำได้มากถ้าไม่เยี่ยวไม่ดีทำให้เป็นผู้ที่รองลงไปอย่างแท้จริงพี่ชายเพราะเราก็เป็นผู้ร้องถ้าเรามีแรงมากแรงน้อยใช้ได้บุญใหญ่ซ้ายขนาดไหนก็ตามใจถ้าเข้าใจเป็นสมาชิกถามแล้วไม่มีปัญหาอะไรแต่ทีนี้ท่าน บอกต่อไปอีกขยายความต่อไปอีกนอกจากว่าสารีบุตรเป็นผู้ร้องลำดับตถาคตย่อมประกาศตามเราได้ซึ่งอนุตตรธรรมมาจากอันที่เราประกาศแล้วแต่ถ้าจะขยายต่อไปว่าพราหมณ์สิ่งที่ควรรู้เราได้รู้แล้วสิ่งที่ควรทำให้เจริญเราได้ทำให้เจริญแล้วจึงควรรักเราได้รับแล้วฟังให้ดีนะมีเนื้อหาสิ่งที่ควรรู้แล้วสิ่งที่ควรทำให้เจริญเราได้ทำให้เจริญแล้วสิ่งที่ควรละเราได้รับแล้วเพราะเหตุนั้นเราจึงเป็นพุทธะแพทย์อธิบายคำว่าพุทธะพุทธะคือสิ่ง ก็ได้รู้สิ่งที่ควรรู้ธรรมะคืออะไรธรรมะคือควรรู้อย่างนี้รู้ธรรมะคือรู้กายรู้เวทนารู้จิตรู้ 3 อย่างนี้แหละให้ละเอียดเรียกว่ารู้ธรรมะกายเวทนาจิตนี่แหละหรือรูปหรือจิตใจจะติดรูปนิพพานนี่แหละเป็นสิ่งที่ควรรู้ถ้าเราไม่รู้โลกอยู่มากๆก็เป็นแบบโลกๆแต่ถ้าจะรู้ทางธรรมเป็นสิ่งที่ควรรู้ท่านก็บอกว่าท่านใดรู้แล้วสิ่งที่ควรทำให้เจริญเราได้ทำให้เจริญแล้วเพราะไม่รู้แล้วก็ทำให้เจริญก็คือไม่รู้เป็นจริยธรรมปฏิบัติเมื่อปฏิบัติก็ทำให้มันแพงทะลุรอบจนหมดสงสัยเป็นปฏิเวธ มีอยู่เป็นอยู่ที่ตนมีรหัสปันผลถ้ารหัสกับผลก็คือมีอยู่ที่ตนมีอรหันต์ผลที่เป็นอรหันต์มีอยู่ที่ตนได้ว่าอะไรอัตตะผลอรหันต์ตามผลที่อยู่ที่ตนอรหันต์หมายความว่าหมดกิเลสและอรหันต์อื่นผมก็อธิบายให้ฟังมากแล้วอาสามาจากคำภาษาบาลีแล้วก็แยกคุณธรรมแยกภาษาให้ฟังว่าอรหันต์ประกอบไปด้วยอะไรเป็นความลงตัวเป็นความพอดีเป็นความผิดสบายเบาเป็นความที่ไม่ลึกลับเกิดจากแจ้งหมดอธิบายแยกโดยนัยยะต่างๆประการคำว่าอรหันต์แปลภาษาแปลความ ยันต์ข้างหลังภาษาบาลีและอธิบายสาเหตุและผลให้ฟังจนละเอียดละออมามากแล้วตำราก็เขียนไว้ด้วยเพราะฉะนั้นก็อ่านทบทวนให้รู้ให้เข้าใจเมื่อถึงจุดอย่างนี้เป็นอย่างนี้ด้วยเหตุปัจจัยเท่าไหร่โสดาบันเหตุปัจจัยเท่านี้สันติเหตุการณ์เหตุปัจจัยเท่านี้อนาคาเหตุปัจจัยทางนี้อรหันต์เหตุปัจจัยทางนี้อธิบายให้ฟังหมดเป็นกรอบๆแล้วเราก็ไม่รู้ให้มันเจริญจนกระทั่งเป็นจริงทะลุปริยัติปฏิบัติปฏิเวธทะลุตั้งแต่ศึกษามายาไปถึงจะถึงภาวนาปัญญาจนกระทั่งเป็นภาวนาเกิดผลนั้นจริงๆ จึงเรียกว่าเป็นผู้ที่ทำให้เจริญแล้วเมื่อเจริญแล้วท่านก็ยังมีการอธิบายต่อไปอีกว่าสิ่งควรรักเราได้รับแล้วศาสนาพุทธหมายความว่าไม้เอาความรักไม่ได้หมายความเกิดความเกิดและเป็นค่าของความเป็นเราส่วนตัวศาสนาหรือว่าตัวที่เราจะพยายามทำให้เราหลุดมันเป็นตัวจิตเพื่อที่เราถือว่าโลกและเราก็ไปติดอยู่กับโลกหรือในโลกนี้มันเป็นเราเราจะเป็นโรคและเป็นโลกีย์ถ้าอันนี้ไม่ออก รู้อันนี้ไม่ได้เราก็รักไอ้นี่ไม่ได้จะทำให้เจริญเจริญในทางธรรมก็คือการละอันนี้ให้ได้มันขยายกันเองมึงรู้ 2 เจริญ 3 ละไม่มี 3 เปราะสิ่งที่ควรรู้เราได้รู้แล้วสิ่งที่ควรทำให้เจริญเราทำให้เจริญแล้วสิ่งควรละเราได้รับแล้วมันตัดปล่อยได้จริงๆปล่อยแล้วก็ว่าสบายเธอไม่มีความทุกข์หมดความทุกข์รู้จิตใจที่มันไม่มีความทุกข์แล้วก็ไม่ไปหาทุกข์ใหม่มาทับถมต้นและได้แล้วดูได้แล้วหมดทุกข์แล้วก็ไม่ได้หาทุกข์ใหม่มาทับถมตอนนี้ที่หมดมีที่จอดเพราะเหตุอย่างนี้แหละ ก็เห็นได้รู้สิ่งที่ควรรู้และสิ่งที่เจริญแล้วก็ทำให้เจริญแล้วก็มีการละได้ปล่อยสบายแม้เราเป็นชีวิตเราก็รู้ว่าสิ่งที่มันเป็นชีวิตมีร่างกายมีกายมีเวทนามีความรู้สึกมีความประชุมของดินน้ำไฟลมเป็นแท่งพิจิตรจิตมีเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณรับรู้ในความรู้สึกที่เป็นจิตวิญญาณคือธาตุรู้แท้ก็รู้จะอ่านว่าเป็นเพียงแต่ว่าสุขใจว่าทุกข์ก็ทุกข์ในความหมายคำว่าความหมายและเราก็ไม่ได้ยินดียินร้ายกับสุขไม่ยินดียินร้ายกับทุกข์ไม่ได้ติดตัวนี้ จะมีทุกข์มาก็ยินดีรับทุกข์เออแล้วก็อยู่กับทุกข์เท่านั้นเกิดขึ้นทุกตอนนั้นตั้งอยู่ทุกข์เท่านั้นดับไปทุกภพนี้เราทนได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากในทุกข์เพราะเรารู้ว่าเรายังเกิดเรายังไม่ตายโดยสมมติที่สัจจะเรายังไม่ตายโดยปรมัตถ์เราสบายเราตายแล้วโดยประมาณและนิพพานแล้วเรารักได้แล้วก็ปล่อยได้แล้วมันจะหยุดสนิทเมื่อใดแล้วก็หยุดได้ตอนนี้เราไม่หยุดหรอกให้มันเดินให้มีธรรมจักรให้มีแรงคนไม่มีชีวิตแล้วก็ให้มันเดินไปอยู่เป็นประโยชน์อยู่ไม่มีปัญหาเราไม่ เกิดเพราะเราทำให้เกิดเราจะหยุดเมื่อไหร่เราก็หยุดได้แล้วก็หยุดจริงๆด้วยหยุดแล้วก็สบายอยู่แล้วก็เฉยๆไม่มีหยุดแล้วก็ไม่มีเราไม่ร่วมต่อไปด้วยหยุดแรงกายก็หยุดตายเลยหยุดแรงทางจิตจิตก็ไม่ต้องไปเอามาปรุงอีกบางๆแล้วก็วางไปแล้วจบไม่ต้องมาพูดผิดแล้วก็ปล่อยได้พลอยจริงๆวางได้จริงๆขาดจริงๆแล้วจะให้เกิดอีกแล้วก็ทำให้เกิดเราก็ไปปรุงด้วยก็ได้ด้วยแม่ปูด้วยเราก็ไม่ทุกข์เราไม่ได้ถือสาอะไรเราเห็นสมควรแล้วด้วยปัญญามีปัญญารู้ว่าสมควรที่จะปรุง แล้วก็ปลูกเพราะเรายังมีสมมุติเรายังมีความเกิดโดยสมมุติเรายังมีแท่งกายเรายังมีแท่งเวทนายังมีจิตจิตยังอาศัยอยู่ในนี้แล้วมีจุดยังมีธรรมะและเราก็รู้ขั้นตอนของธรรมะธรรมะคือสิ่งที่ควรจะส่งไว้ทรงขึ้นความเจริญหรือความดีทุกสิ่งทุกอย่างเป็นธรรมะยินดีเป็นขั้นตอนและไม่เที่ยงไม่เที่ยงเพราะฉะนั้นคำว่าไม่เที่ยงนี่คือเป็นอนิจจังถามว่าเป็นอนิจจังเราไม่ยึดมั่นถือมั่นมันทีเดียว เมษายนแต่เราก็ไปตามที่ควรตามกาลเทศะตามองค์ประกอบตามเหตุปัจจัยเราก็หมุนไปพระพุทธเจ้าท่านประกาศบอกว่าท่านจงหมดความกังขาในราวจงวางใจเราเถอะครับการได้พบเห็นพระสัมมาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นของญาติท่านเหล่านั้นเป็นผู้ที่ยากที่จะปรากฏขึ้นเนืองๆในโลกความเราเป็นสัมพุทธเจ้าถอนรูปสอนอย่างไม่มีใครยิ่งกว่าเราเป็นพรมไม่มีใครเทียบได้เป็นผู้เหยียบย่ำเสียซึ่ง และเสนามารคำศัตรูหมู่อมิตทั้งสิ้นให้อยู่ในอำนาจได้แล้วเป็นผู้ไม่มีภัยแต่ที่ไหนไหนบันเทิงอยู่ตบท้ายด้วยว่าท่านบันเทิงอยู่คำว่าบันเทิงนี่จะบาลีเป็นตัวอะไรก็ไม่รู้แต่น่าสนใจน่าสนใจบอกว่าจบแค่คำว่าบันเทิงอยู่แสดงว่าท่านนี่เบิกบานแจ่มใสร่าเริงอยู่ไม่มีเศร้าหมองอโศกอ่ะมีแต่หมดพ้นไปหมดไม่เหลือซากของโสกะปริเทวะทุกข์ขาดทุนฝ่ายญาติทั้งปวงและแม้แต่อยู่ มีความหมายมันจะต้องเป็นอย่างนี้แต่บาลีตัวคำว่าบันเทิงอยู่นี่จะเป็นตัวอะไรไม่รู้ผมไม่ได้เปิดบัญชีแต่เอาล่ะแม่ไม่เปิดบาลีผมก็รู้ความหมายของมันกว้างๆเพราะในนี้ท่านบอกว่าท่านทำได้หมดแล้วท่านเป็นผู้เหยียบย่ำกันเป็นเป็นสัมมาสมมติฐานที่ผู้สอนลูกสอนไม่มีใครยิ่งกว่าเป็นพรหมไม่มีใครเทียบสมัยโน้นเขานับถือผมนี่เป็นที่สุดพระพุทธเจ้าท่านบอกว่าเราเป็นพรหมไม่มีใครเทียบได้แหมมันเหยียบย่ำเหลือเกินทำไมน้อยศาสนา สมเด็จพระเจ้านี่ไม่ได้พระผู้เป็นเจ้าใหญ่ที่สุดพระพุทธเจ้าท่านบอกว่าเราเป็นพรหมไม่มีใครเทียบได้ท่านเป็นพรหมตัวเองเขาบอกว่าพรหมนั้นไม่ใช่คนครับผมนี่เป็นอะไรอันนึงอ่ะครอบครองนี่ไม่มีตัวตนเพราะผมเป็นฤทธิ์เป็นอำนาจไม่มีใครเห็นตัวพระพุทธเจ้าตรัสบอกว่าเรานี่แหละเป็นพระไม่มีใครเทียบได้ไม่ว่าท่านดูแลเป็นคนไม่มีใครเทียบได้มีลักษณะแสดงว่าเธอไม่เข้าใจว่าเธออยู่ที่ไหนนี่เราเนี่ยเป็นคนอยู่นี่พระเจ้าก็อยู่นี่อยู่ที่เรานี่ไม่มีใครเทียบได้หรอก มันใหญ่มีขั้นมีตอนมีรูปปกสมรูปพรหมกันนู่นคันนี้ 10 คัน 20 คันเรียงลำดับมาเรานี่เป็นยอดพรหมไม่มีใครเทียบคอมองค์นี้พระพุทธเจ้าท่านก็ว่าไงแล้วก็จริงอย่างที่เราอธิบายกันแล้วว่าพอมันกี่ชั้นกี่ชั้นกี่ชั้นเราจะต้องเหนือพรหมและพระเจ้าอยู่ที่เรานี่อย่างที่ผมอธิบายแล้วพระเจ้าอยู่ที่เราเนี่ยพระเจ้าต้องอยู่ที่เราอย่างศาสนาพุทธต้องเป็นอย่างนี้เรานี่แหละเดี๋ยวพระเจ้าหนี้อันเดียวกันเราเป็นคนไม่มีใครเทียบได้เราต้องเหนือพระเจ้าอยู่ที่เราเราเป็นผู้ลิขิตเราเป็นผู้บงการเราเป็นผู้กำหนดเป็นผู้เหยียบย่ำเสียซึ่งมาและเสนามารมันใดเสนามารใดหมดทุกวันท่านไหน คำศัตรูหมู่อะมีทั้งสิ้นให้อยู่ในอำนาจได้แล้วทำศัตรูหมู่เอามีให้อยู่ในอำนาจหมายความว่าไม่มาไม่มารบกวนไม่มาทำอะไรเหนือกว่าได้เป็นผู้ไม่มีภัยแต่ที่ไหนๆแต่ถ้าจะอยู่อย่างสบายไม่มีใครมีอะไรอยู่อย่างรอดไปจนกระทั่ง 45 พรรษาแสดงธรรมเปิดเผยธรรมะเห็นธรรมจักรจนอายุอันควรและท่านก็ปลงอายุเองลงอายุและท่านก็ดับขันตัวเองไม่มีใครมาทำร้ายทำลายอะไรจะมีผู้ทำลายก็คือเนื้อในมันหน้าข้างนอกไม่มีศัตรูหัว ทำลายไม่ได้แต่เนื้อในทำร้ายให้พระบาทเกิดโลหิตถึงขั้นพระบาทเกิดโลหิตช่วยอธิบายอย่างเรียกว่ารูปอธิบายอย่างรูปแล้วใครลูกศิษย์ตัวเองทำร้ายพระพุทธเจ้ามีเมตตาถ้าเรียกว่ามีเมตตาก็มีเมตตาสุดยอดท่านยืนยันว่าท่านเนี่ยเป็นผู้ที่เหยียบย่ำเสียขึ้นมาและเสนามารแล้วใครจะมาเป็นมารท่านได้ท่านทำร้ายได้แต่ท่านไม่ทำร้ายจนกระทั่งว่าแม้แต่ลูกศิษย์จะมาเห็นหินลงมาทับเท้าลงมาทับให้ตาย แล้วก็เกิดโลหิตพ่อก็โลหิตถือว่ามีแผลได้มีผลเกิดได้ว่างั้นเถอะทำลายให้อธิบายอย่างรูปกายให้เกิดมีรูปกายเกิดผลได้ชัดเจนเสื่อมได้มีการทำลายลงได้บ้างที่เกิดการขัดซึ่งผมก็ได้อธิบายให้ฟังเป็นสมาธิฐานอย่างละเอียดแล้วว่าการทำพระบาทพระพุทธเจ้าให้ห่อเลือดนั้นถ้าเป็นธรรมไม่เกี่ยวกับบุคคลตัวตนเราเขาที่ไหนแล้วมันก็หมายถึงพุทธเกิดการก่อเรื่องก็คือเลือดนี่คือเกิดการสัมผัสของแรงชีวิตชี้วัดพุทธเกิด การหมุนเวียนอยู่เสร็จแล้วก็มีเลือดคั่งเลือดพ่อขึ้นมาแม้แต่แค่น้อยที่สุดแค่จุดที่ปลายเท้ารู้เรื่องข้างหรือเลือดตกเลือดออกเลือดเป็นกำลังแรงของชีวิตหมายถึงตัวชีวิตจะพัดขึ้นมาทำให้พุทธะเกิดขัดตอนทำให้พุทธะเกิดรั่วไหลเกิดเสื่อมออกไหลออกเป็นโรคจิตตกไหลออกก็ตามมีความหมายเดียวกันอย่างนี้เรียกว่าทำให้พุทธเกิดห้อเลือดหรือพระบาทของพุทธศาสนาหมายถึงขั้นต่ำขั้นน้อยนิดให้เกิดผลัดขึ้นมาอย่างนี้เป็นอน ถ้ารู้ถึงคุณค่าอย่างนี้ถ้ามีปัญญายอดถึงขนาดนี้ผู้ที่เป็นพระอรหันต์จะรู้อันนี้ดีจะรู้กันทำมาที่ฐานอย่างนี้ดีไม่มีบุคคลตัวตนเราเขาหรอกเพราะว่าอธิบายโดยภูมิปัญญาของผมเองไม่มีโอกาสจะได้ไม่มีอาจารย์ใดอธิบายหรอกเพราะว่าอธิบายให้พวกคุณฟังตามภูมิปัญญาอธิบายให้เป็นธรรมาธิการแท้ๆอธิบายให้เป็นปรมัตถ์ปรมัตถ์ไม่มีสัตว์บุคคลตัวตนเราเขาเป็นธรรมะล้วนๆเป็นธรรมในธรรมหรือเป็นธรรมในธรรมเพราะฉะนั้นอธิบายไปหมดเพราะอธิบายแม้กระทั่งอย่างที่ว่านี้ทำให้พ่อด้วยเวลาอธิษฐานมันจะไม่ยากอะไรเพราะคุณไม่เข้าใจ ถ้าจะทำอนันตริยกรรมแบบนี้คุณไม่ได้ทำหรอกทุกวันนี้คุณไม่ได้ทำมานานเท่านี้เพราะว่าพระพุทธเจ้าไม่อยู่แล้วพระพุทธเจ้าปรินิพพานตัวบุคคลพระพุทธเจ้าปรินิพพานไปแล้วต่อปีแล้วไม่มีตัวเพราะคุณไม่ได้ทำการมึงอยากทำให้ตายก็ไม่ได้ทำจะทำให้พระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าพ่อด้วยคุณอยากทำให้ตายก็ไม่ได้ทำหรอกแต่คุณจะทำอยู่อนันตริยกรรมข้อนี้ไม่ได้ละเว้นถ้าคุณเข้าใจเพราะพระอรหันต์เจ้าเข้าใจพระอรหันต์เจ้าจะไม่ทำเรื่องอะไรจะต้องไปทำให้ทำมาจากนี้เกิดขัดข้องพระพุทธเจ้านี้เกิดรั่วไหลซึมออกเรื่องอะไรจะไปทำจะไม่มีเจตนาเลยจะไม่พยายามให้มันเป็นไป รายการคลังหรือโดยการรั่วไหลออกฤทธิ์การทำเสื่อมไปเป็นอันขาดจิตใจของพระอรหันต์จะพยายามที่สุดพระพุทธที่ไม่ใช่พระอรหันต์ก็จะมีปัญญาของตัวเองรู้แต่จะไม่รู้อย่างที่ผมผมรู้ก็ไม่รู้อย่างผมรู้ก็หิริโอตัปปะจะไม่เหมือนผมไม่มีอะไรต่างๆไม่เหมือนผมก็ไม่ใช่เจตนาของเขาเขาจะทำชั่วทำชั่วทำเสียทำหายบ้างก็ไม่ใช่อนันตริยกรรมที่เขาที่เขาเป็นเหมือนเดิมกับเด็กสาวไม่มีกำลังพอที่จะถือแก้วแต่อธิบายแบบไม่มีเจตนา ไม่รู้แล้วแต่บางทีอาจจะดีใจด้วยดังดีแฮะหยิบขึ้นมาทุ่มเล่นอีกซะด้วยซ้ำไปเด็กที่ไม่เดียงสาตอนแรกไม่รู้หรอกว่าการตกแตกมีมดลูกตกแตกได้ยินเสียงดังดีใจด้วยแทนที่จะเสียใจว่าทำช่วยตามแต่กลับดีใจเออทำดีไปทำประโยชน์ทำไปเออดังดีอีกทีเด็กนักเรียนสาวเป็นได้ถึงป่านนี้แล้วจะบอกว่าเด็กคนนี้แกบอกจะชั่วจะลงโทษทีเดียวก็ไม่ได้แต่เดินสายตาของโลกการกระทำอย่างนี้ไม่ถูกอ่ะไม่ดีไม่ดีเป็นความผิดเพราะฉะนั้นวิบากเด็ก ฟังดีๆนะวิบากเด็กมีแม่พ่อแม่เห
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive