210101-151 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน151-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ012.txt
เนื้อหาในไฟล์
อาทิตย์ที่ 1 มกราคมพุทธศักราช 2521 จากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์เรื่องพรหมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกเข้ามาทำวัดกันต่อไปหาเรื่องที่เราได้ทำวัดกันมาในพุทธประวัติจากพระโอษฐ์ก็สิ้นสุดลงแล้วจบภาคที่ 3 ครบบริบูรณ์ทีนี้มีภาคผนวกที่ 4 ที่ทางด้านพุทธศาสนาที่จริง part ที่ 4 เนี่ยบอกว่า ตามเสียงคนนอกเป็นตามเสียงคนนอกที่กล่าวถึงพระองค์ไม่ใช่ที่พระพุทธองค์จัดเองจากพระโอษฐ์แต่เป็นคำกล่าวของผู้อื่นซึ่งเป็นคำกล่าวของผู้อื่นนี่เหตุผลสำคัญใส่เอาไว้ก็คือว่าขณะที่รวบรวมทุกประวัติภาคนี้ได้พบเรื่องที่เป็นพระประวัติเป็นเส้นเล็กปรากฏอยู่ในธรรมของคนนอกเช่นพวกพราหมณ์เป็นต้นกล่าวถึงพระองค์เห็นว่าควรนำมาผนวกไว้ในเรื่องจากพระโอษฐ์ซะด้วยเพราะคำที่คนนอกกล่าวนี้ไม่เป็นที่ตั้งแห่งความระแวงหรือการกล่าวหาของผู้อื่นว่า เครื่องยกตัวเองเลยจึงนำมาทำเป็นเรื่องผนวกของภาค 4 นี้แม้ว่ามิใช่เป็นเรื่องที่ตรัสจากพระโอษฐ์เองก็ยังมีเหตุผลเป็นที่เชื่อถือได้ดุจเดียวกันอีกอย่างหนึ่งเรื่องที่จะกล่าวโดยคนนอกเช่นนี้มีน้อยจนไม่พอเพื่อที่จะทำเป็นพุทธประวัติจากเสียงของคนนอกอีกเล่มหนึ่งต่างหากท่านใดพระบาลีพรหมมาชาละสูตรศีลขันธ์ถวายฎีกาตรัสว่ามหาชนธรรมดารู้จักพระองค์อย่างสูงเพียงแค่ความดีงามในส่วนที่เป็น ชั้น 4 เพราะฉะนั้นจึงไม่เป็นการแปลกประหลาดอย่างใดที่ตามเสียงของคนนอกในเรื่องผนวกนี้จึงมีเพียงส่วนที่เป็นชั้นศีลดังกล่าวแล้วเพราะศีลเป็นสิ่งที่ปรากฏได้ในสายตาของคนนอกทั่วไปแต่ถึงกระนั้นก็ยังอาจจะเป็นทิศทางปกติแก่ผู้หวังดำเนินตามรอยพระพุทธบาทหรือแม้เพียงหวังศึกษาเพื่อให้รู้จักพระพุทธองค์ยิ่งขึ้นก็เป็นความดีไม่น้อยยิ่งเมื่อเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยเคยถูกนำออกเผยแพร่หรือศึกษาจะมาก่อนเช่นนี้ได้แล้วข้าพเจ้าเห็นว่าเป็นเรื่องที่ควรอ่านด้วยความพิ
อ่านต่อ
จารณาเต็มที่อันนี้เป็นคำนำ ท่านพุทธทาสบอกเขาไว้ก่อนของผู้จัดคือผู้รวบรวมว่างั้นเดี๋ยวนี้บอกว่าใช่ว่าผู้รวบรวมเป็นความคิดเห็นของผู้รวบรวมและตามธรรมดาคนที่พูดถึงเราเนี่ยเป็นคำกล่าวชมเชยเราเองก็ดีติเตียนก็ดีย่อมมีเป็นธรรมดาในที่นี้แน่ใจว่าจะเป็นคำชมคำติเตือนคงจะน้อยเพราะแม้แต่ในพระไตรปิฎกเองเนี่ยรวบรวมเอาที่ผู้อื่นได้กล่าวติเตียนพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นไว้ก็น้อยไม่มาเลยไม่ได้เอาคำติเตียนอะไรต่างๆมาใส่ ฉันจะไม่ค่อยมีแต่คำชมนั้นก็มีอยู่ผู้นั้นผู้นี้กล่าวชมอย่างนั้นอย่างนี้มีอยู่พอสมควรในที่นี้ที่รวบรวมไว้นี่คงจะเป็นคำชมมากมากกว่าเท่าที่เท่าที่รู้สึกแล้วก็เห็นในพระไตรปิฎกก็เหมือนกันแต่เป็นการกล่าวชมคำกล่าวปิดน้อยแต่ก็มีเหมือนกันมีบ้างแต่น้อยแต่ที่นี่เสียงคนที่กล่าวชมกล่าวติดนั้นน่ะซึ่งเราก็ได้ศึกษากันมาขนาดนี้แล้วก็เป็นเรื่องธรรมดาของสมมติสัจจะย่อมมีเสียงกล่าวชมย่อมมีเสียงกล่าวเป็นธรรมดาผู้จัดการเปลี่ยนเหล่านั้นพระพุทธองค์ก็ได้สอนเราไว้แล้วว่าเป็นผู้ที่ ให้ชี้ขุมทรัพย์ให้แก่เราเป็นผู้ให้ไม่ใช่เป็นผู้ที่ทำลายอะไรเลยเขาจะติดตีนอะไรต่ออะไรเราก็ต้องเป็นใช้เป็นโจทก์ในการที่จะรับฟังแล้วเอามาพิจารณาซ้อนซ้ำลงไปโดยไม่เห็นแก่ตัวไม่ขวางดีเอาไว้เราจะต้องพิจารณาตามความเป็นจริงเห็นจริงวางใจเป็นกลางให้ได้มากที่สุดแต่เราก็จะได้รู้ความจริงเพิ่มขึ้นเพราะคนอื่นเขามองเรานี่เขาไม่ได้มองด้วยเหมือนอย่างเรามองตัวเองถ้าเรามองตัวเองแล้วเราจะเข้าข้างตัวซะเป็นส่วนใหญ่มันจะลำเอียงอยู่หรอกสำหรับคนที่ยังไม่หมด กิเลสแท้จริงเป็นพระอรหันต์มันก็จะต้องลำเอียงให้แก่ตัวเองอยู่เพราะว่าเราจึงจำเป็นที่จะต้องใช้ให้ผู้อื่นนี่แหละสมองเราบ้างแล้วเขาก็เปลี่ยนมาบ้างธรรมดาไม่ค่อยจะอยากติดเซียนใครหรอกคนเรานะเพราะว่าติดเกมส์และด้วยความหวังดีเปลี่ยนอีกอย่างหนึ่งเพราะบางคนติดเกมคนอื่นเพื่อบำบัดกิเลสมันได้ติดเขามันก็เท่ากับทำให้เราเองนี่ได้สบายใจหน่อยนึงแต่รถผมได้หน่อยนึงนี่เป็นจิตวิทยาธรรมดาน่ะเป็นเรื่องของกิเลสที่มีอยู่ในจิต ชอบสติเตือนคนอื่นบ้างเพื่อยกตัวเองนั่นแหละมันก็เป็นเกมที่สนุกๆเหมือนกันพอได้ยกตัวเองโดยวิธีที่ผู้อื่นก็ดีหรือไม่ก็ผู้ที่มีจิตใจเป็นกลางจิตใจปรารถนาดีแต่มารดาจะติดผู้นั้นผู้นี้เพื่อที่จะให้รู้ตัวเพื่อที่จะให้ได้ปรับปรุงตัวด้วยความปรารถนาดีจริงๆอันนั้นก็ดีอันนั้นน่าคิดและการติเตียนของพระอริยะหรือการติเตียนของผู้ที่หวังดีต่อเราเช่นเพื่อนสนิทมิตรสหายระหว่างพ่อแม่พี่น้องปู่ย่าตายายอะไรต่างๆนานาที่มีความรักหรือความปรารถนาดีประสมอยู่เนี่ย มีประโยชน์หรือแม้ครูบาอาจารย์พอดีมีประโยชน์เราจะไปโกรธเคืองหรือไปถือสาอะไรมากบรรดาเราจะต้องรับเป็นประโยชน์เป็นนายสิบเป็นสิ่งที่พ่อเป็นเป็นสิ่งที่ถูกควรจะคิดควรจะเอามาพิจารณาให้มากรู้ไหมว่าจะเป็นการติเตียนของผู้อื่นก็ตามผู้ที่สติเตือนเพราะใจเป็นกลางๆไม่ได้เพื่อประโยชน์อะไรไม่ได้เป็นคู่อาฆาตเคียดแค้นอะไรกันบางทีอาจจะไม่รู้จักกันด้วยซ้ำไปไม่เคยเลาะไม่เคยชอบไม่เคยชังอะไรกันแต่เขาก็ติดเตียงได้เพื่อที่จะให้แก้ ไปปรับปรุงวิธีบอกเราก็จะต้องรับเอามาพิจารณาตัวเองเหมือนกันทุกคนต้องพยายามฝึกหัดฝึกปรือที่จะทนต่อคำติดทนต่อคำติเตียนทนต่อคำกล่าวข่มให้ได้แม้จะกล่าวติดเรียนหรือข่มจนกระทั่งถึงคำด่าด่าทอว่าร้ายต่างๆนานาเราก็จะต้องทนได้ไม่ใช่ทนได้อย่างได้แต่ทนได้อย่างรู้รู้ว่าเขาว่าผิดหรือว่าถูกว่ายาบ้าละเอียดอะไรก็ตามแต่เราจะต้องรู้เรา ปัญญามีความรู้สึกรู้หยาบพลางหนาอะไรเรารู้ทั้งนั้นเสร็จแล้วเราก็รับพิจารณาถ้าเราในการปฏิบัติตนในการกระทำเบื้องแรกๆคนจะรับไม่ได้ก็ใช้วิธีวางเฉยหรือสัตว์ปล่อยเค้าแสดงติดเตียงข่มขู่ว่าร้ายว่าแรงอะไรแก่เราออกมาแล้วเราก็รับฟังแล้วเราก็พิจารณาไม่ไหวถ้าขืนรับแล้วมันก็ทนไม่ได้มันจะโกรธมันจะเดือดร้อนมันหวั่นไหวก็ให้ตัดปล่อยก่อนเป็นวิธีสมถะแต่วิธีดับดื้อๆพอ มันก็โยนทิ้งเลยทำเฉยๆดีๆไม่รับเอามาโดยไม่พิจารณาไม่รับประโยชน์นั่นเป็นวิธีปลดทุกข์อย่างวิธีทำสมถะที่เคยอธิบายวิธีทำตัวเองให้ได้รับประโยชน์วิธีสมถะก็ตัดคนไม่เอาดื้อๆโดยวิธียังไงก็ตามแต่เราจะรับผัสสะต่างๆแล้วเราก็ไม่ให้ขาดสารเข้ามาในหัวใจไม่ให้เข้ามากวนอารมณ์โยนทิ้งไปดื้อๆบางทีไม่มีปัญญารู้เลยว่ามันหยาบกลางละเอียดหรือว่ามีรายละเอียดยังไงไม่รู้เรื่องฟังดูแต่ข่าวของโครงการว่ามันไม่มี เป็นคำด่าทำร้ายคำแรงอะไรแก่เราเท่านั้นแล้วก็โยนทิ้งเลยมีวิธีสมถะสอนวิธีวิปัสสนานั้นรับรู้เลยเพราะว่าอะไรยังไงก็พยายามรับเอามาเข้าใจอย่าตามละเอียดว่าร้ายว่าแรงว่าขนาดไหนก็รับรู้เลยติดเกณฑ์อย่างไรอะไรไปถึงขนาดไหนก็เข้าใจและเราก็ยังรู้ว่าจริงหรือไม่จริงอีกเอามาวิตกวิจารณ์เอามารับพิจารณาเทียบเคียงเข้าหาความเป็นจริงที่เราเองต้องรู้ของเราเองเขาว่าอย่างนั้นอย่างนี้อย่างนี้กล่าวอย่างนู้นอย่างนี้อะไรเนี่ยเราต้องถอดอัตราถอดตัวถอดซิมไม่ใช่นึกว่าเราต้องถูกเราต้องดี เราต้องเป็นจริงตามที่เป็นส่วนดีส่วนหน้าชมหน้าชื่นอยู่เสมอไม่เอาเราจะต้องรับฟังพลางๆเขาว่าร้ายอย่างนั้นอย่างนี้เราน่าจะเป็นได้เราจะต้องตรวจสอบดูทบทวนบทบาทเก่าๆบุพเพนิวาสานุสติญาณถ้าสามารถทวนถามเขาได้ก็ถามเลยเมื่อไหร่เราเป็นอย่างนั้นทั้งไรเราเป็นอย่างนั้นมีอย่างนั้นอย่างนั้นจริงหรือไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ผิดหรือถูกเราอาจจะมองเห็นมุมนึงก็อาจจะมองเห็นมุมนึงก็อาจจะมองได้แต่อย่านอกๆเราก็อยู่ของเรา เราใช้จิตก็จิตของเราเพราะฉะนั้นจิตของเราเป็นอย่างนี้อีกต่างหากเจตสิกหรือเจตนาของเรามันเป็นอย่างนี้ถ้าเราทบทวนนะว่าของเราตอนนั้นตอนนี้เป็นอย่างนี้นี่นาผู้ที่เขาเข้าใจไม่ได้หรือผู้ที่เขามองอ่านข้างนอกเนี่ยเขาจะรู้ส่วนใหญ่จะไปล่วงรู้ส่วนลึกละเอียดในจิตนั้นน่ะมันยากตรงนั้นเค้าก็จะเป็นโทษไม่มาจะรู้ก็รู้แต่ว่าส่วนดีในในเรื่องน้องๆสัดส่วนที่ไม่ดีนั่นแหละคนเรานี่มันรู้ทั้งส่วนไม่ดีด้านลึกๆทั้งด้านจิตด้วยมันรู้ได้เยอะตอนนั้นเวลามองผู้อื่นก็มองได้แต่เลือกรัชกาลที่แก่ข้อผิดเราก็จะยิ่งได้เวลาสนทนากันและเวลา ตอบโต้อะไรกันเนี่ยเราก็จะได้บอกกันพอสมควรอันนี้ก็กล่าวทั่วๆไปเกริ่นๆที่จริงเราก็คงจะรู้เข้าใจกันดีอยู่แล้วล่ะถึงเลิกโครงสร้างในการที่จะปฏิบัติตนพรุ่งนี้โดยที่รับฟังเสียงด่าทอฟังเสียงติเตียนว่าร้ายอะไรเราก็จะต้องไม่หวั่นไหวและเราก็จะต้องรู้เอามาเป็นประโยชน์ด้วยซ้ำทนได้และรู้ดีจิตไม่หวั่นไหวไม่สะดุ้งสะเทือนไม่เสียใจไม่ดีใจอย่างแท้จริงและเราเองก็เป็นผู้ที่ดูเนื้อเสียงหรือผัสสะหรืออยู่เหนือกับการกิริยาที่เป็นผัสสะ แสดงการบางทีก็ติเตียนเราไม่ได้ติเตียนด้วยเสียงติเตียนด้วยท่าทีเห็นได้แต่ดูแล้วก็สัมผัสได้รูปปิดตาเพราะเตือนเราก็ว่าร้ายเราได้เด็กตาบอดได้เสียงได้รูปไม่มีได้ทั้งทวารอื่นเหมือนกันเดี๋ยวเราอ่านดูที่เขาบอกว่าตามเสียงก็ฉันอะไรต่ออะไรมาดูแล้วเราก็จะอธิบายธรรมะประกอบไปด้วยที่จริงวันนี้เป็นวันปีใหม่มีขายแต่ใครก็มากันหลายคนอยู่ก็จะพูดอะไรต่ออะไรผสมเปอร์เซียไปพอสมควรการจะได้ฟังธรรมะเพราะว่าธรรมดาบางทีนี้ไม่มีใครมาก พวกเราในที่นี้บรรยายธรรมะกันก็บรรยายลึกๆบางทีนี้ก็ละเอียดละเอียดหรือว่าแรงถ้าจะชี้ก็ชี้เน้นตัดตอนว่าแยกวานแยกว่าแบ่งแบ่งขาวแบ่งดำออกชัดเอาจริงเอาจังแม่ละเอียดขนาดที่ตาฉันธรรมดาของผู้ที่อยู่ทางลูกโลกต้องยอมยกให้ว่าดีบ้างแต่ในชั้นลึกแล้วเราจะแบ่งออกวันนั้นไม่ดียังมีดีกว่านั้นอีกสูงกว่านั้นแต่สิ่งขาวสิ่งที่เรายังได้อยู่แค่นั้นๆยังตื่นยังเป็นสิ่งดำ เราจะต้องบอกว่านี่ดำนี่ขาวนั่นยังเป็นบาปยังเป็นชั่วยังไม่ดีดีกว่านั้นมีอีกดีกว่านั้นสูงกว่านั้นอีกเราแบ่งเราแยกชัดลึกใครเพราะฉะนั้นบางทีนี้การแบ่งแยกดีชั่วบาปบุญมันจึงเป็นระดับๆที่ยากที่จะเข้าใจสำหรับขั้นตอนถ้าสูงนำมาฟังเอาขั้นสูงเข้าเราก็งงแล้วเราก็อาจจะท้อแท้ก็อย่าเพิ่งท้อแท้รับฟังไว้ก่อนท่านบอกว่าอย่างนั้นชั่วเราเองขนาดที่มันชั่วกว่านั้นอีกเราเองยังรู้สึกว่าเราจะไปไม่รอดเลยเงียบไปเลยจะท้อแท้ซะก่อนก็จะต้องพยายามฟังดูเป็นขั้นตอนขั้นตอน แต่ทีนี้เราแบ่งออกชัดเมื่อเราจะบอกว่าสิ่งนั้นดีสิ่งนั้นชั่วนิก็เป็นระดับระดับของจิตเหมือนกันธรรมะไม่มีชั้นตอนโดยสัจธรรมมันมีอย่างนั้นตรงนั้นทุกวันนี้อโศกเราเนี่ยกล่าวถึงธรรมะแบ่งแยกชั้นดีชั้นชั่วหรือแบ่งแตกออกแบ่งออกชี้ให้ชัดว่านี่ไม่ถูกนี่ถูกนี่ผิดนี่ถูกดีมีชั่วคราวแบ่งออกเกิดจากเราแบ่งออกมาสูงกว่าปกติที่พระที่อื่นแบบอยู่จึงดูไกลๆก็ว่าพระอโศกเนี่ยยกตนข่มท่านอันนี้เรารับ โดยเฉพาะอาตมารับว่าอาตมาเป็นมิตรเคหะวาทีอาตมาเป็นผู้ที่กล่าวข่มมักกล่าวข่มมักยกตนอันนี้อาตมารับแค่ประมาณรัฐบาลรู้ตัวเองดีว่าอาตมาเจตนาดีอาตมาไม่ได้เจตนาร้ายและอาตมารู้จริงในจิตของอาตมาเองว่าอาตมาต้องการยกตนข่มผู้อื่นหรืออาตมาต้องการที่จะเอาเด่นเอาดังพูดอวดดีไปเฉยๆหรือไม่อันในข้อพิสูจน์หรือข้อยืนยันว่าอาตมาเองกล่าวข่มหรือว่ากล่าวแยกมีแยกชั่วนั้นน่ะสูงละเอียดขึ้นไปจนคนอื่นว่าไปยกตน อาตมามีข้ออ้างว่าอาตมาไม่ได้อยากได้อวดตัวอวดตนอะไรก็เพราะเหตุว่าความจริงนั้นอาตมาบอกว่าสิ่งนั้นชั่วสิ่งนั้นต่ำสิ่งนั้นผิดแล้วก็บอกสิ่งถูกขึ้นมาสิ่งที่ถูกและเป็นอย่างนั้นอย่างนั้นพยายามที่จะเอาหลักธรรมวินัยหรือทฤษฎีเดิมๆของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาอ้างอิงเอาตัวอย่างอันอื่นมาเทียบเคียงว่าอันนั้นดีอันนั้นถูกโดยอาตมาไม่ได้ยกเอาตัวเองไปประกอบเอาตัวเองไปยกเว้นว่าดีก่อนเสมออาตมารู้ตัวทำอย่างนั้นทั้งๆที่อาตมา บอกได้นะที่นี้เลยว่าอาตมามีดีกว่าที่พูดนั้นอีกมีดีกว่าที่จะยกอ้างนั้นอีกอาตมาได้แล้วเป็นแล้วกว่านั้นอีกถ้าอาตมาต้องการคุยหรือการคุยตัวนั้นน่ะมันคุยแม้แต่ของของเราเองที่ยังไม่มีเรียกว่าการคุยตัวลูกโอ้อวดเพิ่งจะได้หรือว่ายังไม่ได้ดีหรอกมีแต่เพียงมีท่าทีว่าจะได้คุยโผล่แล้วรถพึ่งได้ก็รีบดีใจคุยโอ้ใหญ่หรือถ้าแม้ว่าอวดอย่างเกมเลยนั่นก็คือไม่มีเราไม่มีดีอันนั้นด้วยซ้ำไปแล้วก็คุยต่อ อวดคุยอ้างว่าตัวเองดีอย่างนั้นอย่างนี้หรือว่าอย่างอื่นไม่ดีอย่างที่ตัวเองเป็นอย่างนั้นน่ะดีคุยอ้าวเงินเลยโดยความจริงนั้นอาตมามีอีกยิ่งกว่าที่คุยนั้นมียิ่งกว่าที่ได้กล่าวนั้นด้วยสำหรับที่คุยข้างนอกที่พูดข้างนอกไม่ได้พูดสูงอะไรไม่ได้อวดตัวอดทนสูงอะไรสำหรับภายนอกสำหรับพวกเราเนี่ยที่ไม่มีอคติอะไรแล้วศรัทธาเลื่อมใสเข้าใจดีอาตมาอวดตัวอดทนยิ่งกว่านั้นร่วมกับพวกเราภายในเนี่ยส่วนในเนี่ยถ้าจะว่าอวดหรือว่ายกตัวยกข่มอาตมายกข่มหรือยกขวด จะยกอ้างเอาอาตมาเองเป็นเอวประสิทธิ์โกลเป็นเครื่องที่ท้าทายให้มาพิสูจน์เป็นสารพิษที่เกิดอาตมามีบอกแก่พวกเรายืนยันเป็นปัจจัตตังในบางส่วนที่เราได้รู้เด็กตนเป็นอย่างนี้กล่าวออกมาสูงยิ่งกว่าเคยกล่าวข้างนอกนอกตามสาธารณะหรือกล่าวโดยกว้างๆออกไปมากกว่านั้นอีกซ้ำและระมัดระวังอยู่หลายปีมาแล้วก็พยายามดูเวลาเปล่านานปีมาแล้ว 6 7 8 ปีมาแล้วรู้ตัวอยู่ระมัดระวังและก็เขยิบเขยิบขึ้นมาทุกวันนี้ก็อวดเพิ่มขึ้นตรวจสูงขึ้นปวดมากขึ้นเขยิบฐานะอวดกล่าว กล่าวอ้างอ้างอ้างตัวเองออกเพิ่มขึ้นอยู่เสมอไม่ใช่ว่ากลัวก็ไม่กลัวเขาว่าอยู่ติเตียนอยู่เขาไม่เข้าใจได้ไม่เข้าใจได้แต่ภูมิปัญญาของเขารับไม่ถึงแล้วเขาก็ดูถูกดูแคลนไว้เขาไม่พยายามเชื่อแล้วก็ไปพยายามศึกษาด้วยมีอยู่เยอะคนที่ไม่พยายามศึกษาอาตมาเขาดูถูกดูแคลนแล้วก็ดูถูกดูแคลนมาเรื่อยจดจำแต่อดีตจดจำแต่เรื่องเก่าว่าเรามีพื้นเพมีเบื้องหลังอย่างนั้นแล้วเขาก็นึกว่าเราเป็นอย่างนั้นเขาไม่รู้ความจริง เดี๋ยวก็เอากรรมกิริยาเอาสิ่งที่เป็นอยู่เก่าเดิมนั่นมาคิดแต่ว่าเราต้องเป็นอย่างนั้นเขาไม่ได้คิดเคยคิดหรือว่าเขาไม่พยายามเปลี่ยนจิตอนุโลมจิตโดยเชื่อว่าอาตมาเปลี่ยนชีวิตเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนจิตใจเปลี่ยนภูมิฐานเขาไม่เชื่อเพราะว่าเขาไม่เห็นก็ไม่รู้ว่าอาตมาเปลี่ยนแปลงมาอย่างไรปฏิบัติอย่างไรทำความเข้าใจได้หรือไม่ออกมาทั้งรูปทั้งนามได้จริงหรือเปล่าเขาไม่เชื่อมันก็ไม่เชื่อเขาก็ไม่รับฟังมันไม่รับฟังเขาก็ยังคิดอยู่อย่างเดิมอย่างนั้นก็มีอยู่เยอะหรือผู้ที่พยายามที่จะมองในทางดีคิดว่าเราเป็นไปได้ แต่จิตก็ยังมีมานะกิเลสไม่กล้าคิดไม่กล้าเชื่อว่าอาตมาจะดีกว่าเหนือกว่าเพราะมานะกิเลสมันมีเป็นธรรมดาก็มีอยู่ก็ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ยอมเข้าใจไม่มีกิเลสซ้อนน่ะมันยากแต่ถึงกระนั้นก็ยังมีอยู่เยอะพี่ก็เข้าใจอาตมาโดยการแสดงออกโดยการยืนยันออกไปค่อยๆทยอยความจริงที่เรามีออกไปเรื่อยๆเรื่อยๆๆแล้วก็เข้าใจได้รับรู้ต่อสิ่งที่มันแสดงออกต่างๆว่าเป็นไปได้ขยับภูมิขยับฐานขยับฐานะเปลี่ยนแปลงชีวิตมาได้ก็มีคนรู้อยู่ไม่ใช่น้อยเหมือนกัน แผนการขยายการงานที่ทำทางธรรมจึงขยายได้เพราะเหตุนี้เพราะเหตุนี้ผู้รู้ได้มีผู้เชื่อถือขึ้นมีผู้เห็นว่ามันเป็นความจริงว่าจะมากระทำนี้เป็นธรรมเป็นสิ่งจริงมาทำของจริงไปทำสัจธรรมจริงๆก็ไม่พูดรู้ได้จึงยืนอยู่ได้จึงไม่มีใครมารบกวนมากเกินไปหรือว่ามาย้อนแย้งมาทำลายมาหาโค่นลงไปเพราะมันไม่ผิดแล้วเขาก็เห็นว่าเราทำนี้ไม่ทำลายและเสียงที่ได้ยินเข้ามามากและเสียงสะท้อนจากผู้ที่รับธรรมะจากเราแล้ว ออกไปจากพวกเราที่เราประกาศอย่างนี้เป็นแนวนี้เป็นหลักการทั้งการปฏิบัติประพฤติมีปฏิปทาอย่างนี้และมีความเห็นมีความเห็นความเข้าใจเป็นทิฏฐิอย่างนี้อย่างนี้ที่เรากระทำอยู่ก็ทำออกไปแล้วเนี่ยก็มีผลสะท้อนเข้ามาว่าก็ดีเข้มดีเข้มงวดกวดขันดีจริงจังมีถูกดีเห็นด้วยบางคนว่าสูงไปเช่นไปที่เตียงนี้มีมานานแล้วบางคนก็มีเติมเข้ามาอีกติงเข้ามาอีกว่า อะไรก็ดีหมดแต่ก็ยังติดอยู่นั่นแหละที่จริงไม่ใช่บอกว่าดีหมดหรอกคือมีไม่ดีที่เขายกเว้นไว้อะไรก็ดีหมดแสดงธรรมมีอะไรต่ออะไรดีแต่ไม่ดีที่เราทำให้แตกแยกทำให้พระแตกแยกว่างั้นถ้าอาตมาก็ได้รับเข้าไปแล้วว่าใช่อาตมามาทำเพื่อความแตกแยกอาตมารับไปแล้วที่อาตมารับไปนั้นก็อธิบายความไม่ใช่ผู้ที่เขาเข้าใจเขาน่ะเข้าใจอย่างหนึ่งเขาเข้าใจความแตกแยกอย่างหนึ่งแต่ในความแตกแยกนั้นมันมีธรรมะมีธรรมในธรรมมันซ้อนอยู่โดย เข้าใจเขาแยกไม่ออกมันเป็นเนวสัญญานาสัญญามันเป็นความรู้ซ้อนแต่เขาก็รู้สึกเขารู้สึกนะว่ามันแปลกและอาตมาก็รับว่าใช่อาตมากำลังมาเป็นผู้ทำให้แตกมาทำให้แย่แล้วอาตมาแยกผีแยกพระอาตมาอธิบายให้เขาฟังเพราะอาตมามาทำแยกมาทำแตกออกให้รู้ผีให้รู้พระให้รู้พระที่มีชั้นเชิงของพระให้รูปพระที่ต่ำพระที่สูงพระที่ต่ำเขาเรียกว่ายังต่ำหรือว่ายังไม่ถูกเมื่อได้ต่ำแล้วเราก็ควรจะเพิ่มขึ้นไปหาจุดสูงจุดสูงต้องถือว่าถูกจุดต่ำต้องเรียกว่าผิดเป็นชั้นตอนแล้วก็ก็ขึ้นเพราะมีที่ไปมีที่ยิ่งกว่ามีสุคติ วิธีที่ดียิ่งกว่าที่ยังไม่ดีก็ต้องถือว่าต่ำถือว่าผิดถือว่าไม่ควรคลุกคลีควรกระเถิบขึ้นคุณก็ขยับฉันบันไดขั้นบันไดก็ต้องกระเถิบขึ้นไปเรื่อยๆถ้าเรายังรักบันไดขั้นเก่าอยู่เราก็ไม่ได้ก้าวขึ้นขั้นสูงเรายังนึกว่าท่านเก่าดีแล้วก็หวงแหนแต่เก่าอยู่แล้วก็ก้าวขึ้นไปสู่สูงไม่ออกแล้วอาตมามาทำงานทุกวันนี้นี่บอกจริงๆว่าเป็นผู้ที่ทำให้วิเคราะห์ทำให้แตกออกแยกออกมีหลักสังเคราะห์มีหลักวิเคราะห์แม้ในบาลีแม้ในการศึกษาเราก็มีหลักวิเคราะห์คุณธรรมวิเคราะห์ถ้าจะบอกว่าผมก็รับไปแล้วว่าเราเป็นมิตรสหายวาทีเป็นผู้รู้ จะข่มขี่หรือมักจะยกตัวยกตนอยู่หรอกแต่โดยในใจจริงนั้นบอกว่าเราไม่ได้ยกตัวยกตนหรอกเรามีจะยกยิ่งกว่านั้นแต่เราก็เถอะความสูงความต่ำเราก็จะขึ้นให้เห็นเราเป็นเรามีแล้วเราจึงพูดเราได้แล้วเราจึงกล่าวว่าผู้อื่นถ้าเรายังไม่ได้เรายังไม่เป็นเรายังไม่มีแล้วเราไปข่มขู่คนอื่นไปว่ากล่าวผู้อื่นเฉยๆมันจะเป็นการไปว่าเปล่าๆไม่ดีเราต้องทำตนให้ดีนั้นเมื่อเราทำตนได้ดีแล้วแม้เราจะว่ากล่าวเราก็ยังมีสิทธิ์เพราะเราทำตนให้ดีอย่างนั้นแล้วเราคนอื่นยังไม่ดีอย่างนี้เราจะว่ากล่าวครูยังไม่ดีนั้นก็ยังมีสิทธิ์แท้ๆ จะว่ายังไงก็ช่างว่าไปเราได้ดีไปว่าเขาทำไมก็ว่าเพื่อนเขาขึ้นมาดีอย่างนี้บ้างให้เขาขึ้นมารองรับมาลิ้มเล็มๆเอมโอษฐ์มารับรถสิ่งที่ดียิ่งกว่านั้นคืออีกบ้างไม่ใช่เจตนาร้ายเราต้องดูจิตใจของเราเองด้วยว่าเราอยากจะอวดดีเฉยๆหรือว่าเราพยายามเร่งเราจึงดึงให้เขาขึ้นมาเอาสิ่งที่ควรเอาสูงขึ้นนี้เรามีจิตของเราอย่างไรเราจะต้องอ่านที่จิตของเราให้ชัดด้วยถ้าเราไม่มีจิตลามกอะไรที่จะไปทำเพื่ออวดอ้างอวดดีอวดเป็นอะไรของเราแล้วเราก็ต้องกล่าวในกาลที่ควรกล่าวในครั้งคราว กว่าจะยกสร้างขึ้นมาได้ต้องอ้างและเป็นสิ่งที่ไม่ใช่ลอยลมเป็นสิ่งเป็นจริงมีจริงเป็นเอหิปัสสิโกได้แล้วท้าทายมาพิสูจน์ได้เชียวที่จริงเอหิปัสสิโกเนี่ยมันแปลว่าผู้เข้าถึงเองเอหินี่เป็นว่าด้วยตนเองอีกพระพุทธเจ้าทำภิกขุเองปัจจุบันเองกินผู้เข้าถึงผู้เห็นผู้แจ้งปัสสะปกติเป็นผู้เข้าถึงเป็นผู้แจ้งแล้วเองเองแปลว่าเองโดยตนเองแท้ๆไม่ได้หรอกตนเองนี่แหละก็ท้ายเข้ามา อย่างเราเป็นบ้างท่านแปลออกตัดแปลเอาเนื้อหาว่าท้าให้มาพิสูจน์เพราะเราพูดยืนยันว่าเราเป็นคนอื่นมาเป็นอย่างไรว่าถ้าได้ไม่ได้เป็นแล้วมีแล้วได้ที่ไหนอย่างน้อยที่สุดเรานี่แหละได้เอาเองได้เราเองเป็นแท้เรานี่ก็ได้หลายอย่างอย่างน้อยก็หนึ่งที่จริงมันแปลว่าหนึ่งแต่เพราะว่าหนึ่งคือแต่ว่า 1 แปลว่าแท้จริงเป็นความจริงเพราะว่าได้แล้วแท้จริงหรือมันมีจริงแล้วอย่างน้อย เรานี่แหละอยู่ที่เราหนึ่งชิ้นที่อื่นยังไม่ได้ 1 ชิ้นต้องที่เราเราจะไปนับหนึ่งคนอื่นก่อนไม่ถูกต้องนัดที่เราเป็นหนึ่งศาสนาพุทธเน้นที่ตัวเองตัวเองต้องเป็นหนึ่งหนึ่งแล้วได้แล้วแพ้แล้วเป็นแพ้แล้วยังแพ้แล้วจริงๆแล้วแท้ๆแล้วมีความแท้ความจริงที่เราแล้วเป็นหนึ่งแล้วทีนี้เราก็ไปบอกคนอื่นได้มันถึงคราวต้องบอกคนอื่นมันก็เหมือนตายคนอื่นมาทำตามที่เราได้แล้วมันลองดูสิในอัตราของ AE86 แปลว่าเรียกร้องให้มาพิสูจน์มีแล้วเป็นแล้วท้าทายยั่วยวนให้คนอื่นมาทำตามมาเอาด้วยเรียกร้องคนอื่นมาเอาด้วยมาทำด้วยมาพิสูจน์ดู ประทดสอบดูบอลลิ้นเลนส์ดูบอลรองรับรถเข้าไปรับรถอันนี้ให้ได้นะเขาไปถึงวันนี้ให้ได้นะเนี่ย 80 กิโลเมตรมันหมายความว่ายังไงผู้ที่มีแล้วจึงมีสิทธิ์ที่จะกล่าวเป็นสวาทหาดธรรมเป็นธรรมะที่พระพุทธเจ้าลำดับดีแล้วสถานที่ที่โกได้แม้ปัจจุบันนี้เราได้อยู่อกาลิโกยุคไหนยุคไหนไม่จำกัดยุคจำกัดการจำกัดเวลามีประสิทธิภาพก็เรียกร้องให้คนอื่นมาพิสูจน์มันสูงคนโน้มน้าวไม่ให้ตัวแม้จะสูงอย่างไรก็ควรโน้มว่าเอาให้ได้เจตนาแปลว่าเป็นดอก หมาวัดจะต้องเอาเป็นดอกฟ้าที่หมาวัดก็ต้องเอื้อมอย่าไปไปเอาเหมือนอย่างสุภาษิตชาวโลกเป็นดอกฟ้าที่หมาวัดต้องพยายามเอื้อมเอาให้ได้แล้วเราจะรู้เองเห็นเองเข้าใจเองอย่างถึงเองละเอียดบอกกันยากเป็นปัจจัตตังสัมผัสด้วยจิตรู้ด้วยจิตละเอียดลึกซึ้งเป็นสภาพที่เบาว่างงานสภาพอย่างนี้ไม่ใช่โลกโลกๆเป็นโรคข้างในจิตเป็นโรคทางจิตเราจะรู้เราจะสัมผัสมีอารมณ์มีธรรมารมณ์มีเวทนามีจิตมีธรรมมีชั้นเชิงที่เห็นชัดอาตมากล่าวบรรยายกันอยู่ เสมอถึงโลกธรรมหรือโลกิยะกับโลกุตระแบ่งออกให้เห็นที่ว่าสุขอย่างอีกอย่างหนึ่งที่ทางธรรมหรือทางโลกุตระเราหมายเป็นความสุขอย่างสบายมันไม่มีความหวือหวาเหมือนอย่างชาวโลกเป็นรถจะมีรถเบาสบายง่ายว่างถ้าจะปรุงเราก็รู้สังขารรู้การปรุงรู้การประกอบรู้การสังเคราะห์สังขารถ้าสังขารอยู่สังเคราะห์กันอยู่เราก็รู้เรามีแต่การสังเคราะห์ที่จริงผู้บรรลุแล้วไม่มีไม่ถือว่าเป็นผู้สังขารผู้บรรลุแล้วถือว่าเป็นผู้สังเคราะห์หรือสงครามกระทำที่เพื่อสงเคราะห์ให้ผู้อื่นสังเคราะห์ให้ผู้อื่นไม่ใช่สังขารให้ตัวเอง ไม่ใช่ปรุงเอาเองแต่ปรุงให้คนอื่นเรียกว่าสงเคราะห์หรือสังเคราะห์ทำให้ผู้อื่นอย่างนั้นสำหรับผู้บรรลุแล้วเป็นอย่างนั้นมีสังขารไม่มีสังขารสังขารของผู้บรรลุจึงเรียกว่าสังเคราะห์ไม่เรียกว่าสังขารและผู้ที่สังเคราะห์เพื่อผู้อื่นอยู่จึงเรียกว่าทำประโยชน์ท่านและท่านก็ไม่ได้ดิบได้ดีอะไรแม้ท่านจะสังเคราะห์ให้ผู้อื่นท่านก็จะมีความชำนาญมีความจัดเจนมีความช่ำชองเพิ่มขึ้นเรื่อยๆได้รู้สิ่งที่ละเอียดลึกซึ้งรู้แง่รู้มุมรู้เงื่อนไขมีปัญญามีปฏิภาณมีความชำนาญ กล่องเกิดจริงเป็นจริงนั่นเป็นกำไรส่วนตนถ้าจะเรียกว่าเป็นกำไรกำไรเป็นส่วนได้ของผู้ที่ทำนั้นแต่พอเมื่อเป็นพระอริยะอย่างเป็นพระอรหันต์แล้วท่านไม่ได้ถือเป็นกำไรไม่ได้ถือเป็นของตนมันก็เป็นแต่เพียงสิ่งหนึ่งเกิดเองเป็นเองเกิดจริงเป็นจริงถ้าเขาเก่งขึ้นคนเราถ้าบอกว่าดีใจกับความเก่งมันก็ดีใจได้ถ้าเป็นจิตอย่างโล่งๆหน้าดีใจน่าภูมิใจที่เราเก่งขึ้นฉลาดขึ้นช่ำชองขึ้นรู้แง่รู้เรื่องรู้เรื่องรู้มุมขึ้นมันก็น่าดีใจสำหรับผู้ที่ยังไม่เป็นพระอรหันต์แต่ผู้ที่เป็นพระอรหันต์แล้วท่านไม่ดีใจและท่านยิ่งเข้าใจเข้าใจว่ายิ่งทำมันยิ่งเก่ง ทำมันยิ่งชำนาญยิ่งทำมันยิ่งเข้าคลองยิ่งทำมันยิ่งมีปัญญารู้ปฏิภาณที่เฉียบแหลมเพิ่มขึ้นถ้าจะเรียกเป็นโรคๆว่ากำไรมันกำไรจริงๆมันกำไรเพิ่มขึ้นด้วยแต่ท่านถอดตัวถอดตนแล้วจึงไม่มีทุนไม่มีกำไรแต่มันได้จริงๆนะโดยสัจธรรมฟังดีๆเพราะใครยิ่งทำคนนั้นก็ยิ่งได้ในโลกนี้ต้องการได้อะไรได้ความเก่งได้ความชำนาญได้ความเชี่ยวชาญได้ปัญญาอันลึกแหลมได้รู้เหลี่ยมมุมรู้แง่รู้เงื่อนรู้อะไรฉลาดขึ้นอีกแล้วมันรู้จริงๆยิ่งทำมันยิ่งรู้ยิ่งทำมันยิ่งแก่ยิ่งทำยิ่งเป็นไม่ใช่อยู่ดีๆคนเราก็จะเป็นอยู่โดนๆไม่มีเหตุไม่มีปัจจัย กลับขึ้นมาเองมันไม่ใช่มันต้องฝึกฝนมันต้องมีการอบรมมีการหักแล้วมันก็เป็นท่านจึงไม่ดีใจอย่างชาวโลกพระอรหันต์แต่ท่านเข้าใจไม่ใช่คำว่าดีใจใช้คำว่าเข้าใจมันเข้าใจมันเห็นแจ้งมันรู้อยู่ในตัวเองว่าเราดีขึ้นหนอเราดีขึ้นหนอการดีอันนี้ก็ไม่ได้ดีใจว่าเราดีแต่มันมีดีคือเจริญเจริญรุ่งเรืองเจริญก้าวหน้าเก่งมีประโยชน์มีค่าสูงก็อยู่ตลอดเวลาไม่ได้ขี้เกียจเพราะการขี้เกียจของพระอรหันต์จึงหายไปเพราะมันรู้ความจริงเข้าใจความจริงอย่างนี้แล้วรู้ว่าการทำงานไม่ใช่เพื่อแลกลาบ ยศการงานคือการก่องานการกระทำหรือการกระทำกระทำดีดีก็เกิดเป็นตัวดีขึ้นมาทันทียิ่งทำดีนี้ทำทองทำมากมันก็ยิ่งชำนาญมันก็ยิ่งแคล่วคล่องแล้วมันก็ยิ่งรู้เหลี่ยมมันรู้จริงๆมันรู้นี่เหลี่ยมมากขึ้นทำอย่างนี้บ่อยๆบ่อยๆซ้ำเนี่ยเราจะทำได้เร็วและทำได้แค่ครอบครองที่เป็นอัตโนมัติมากขึ้นมันรู้นะมันเป็นจริงด้วยแล้วก็เก่งอยู่นับไม่ถ้วนคนเราเนี่ยอยากเก่งแต่ไม่หัดทำแล้วมันจะไปเก่งอย่างนั้นน่ะคนในโลกเอาเปรียบไม่รู้สัจจะเพราะถ้ารู้จักอันนี้แล้วจะเก่งก็ทำขึ้นสิแล้วก็เก่งเองเก่งแล้วเราจะยิ่งทำให้แก่โลกยิ่งเราเก่งแล้วยิ่งทำได้มากๆโรคยิ่งได้รับประโยชน์จากเรา ของพวกเราในโลกนี้ถ้าคนกินข้าวที่อาตมานี้ปลูกคนเดียวนะสมมุติว่าอาตมาเก่งอาตมาสามารถปลูกข้าวได้ปี 1 ล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านคนเดียวทำได้แต่มาทำเสร็จแล้วก็แจกไปให้คนทุกคนในโลกนี้กินกินข้าวที่อาตมาปลูกคิดดูซิว่าอาตมามันจะมีเกียรติขนาดไหนจะมีค่าขนาดไหนเขาจะกราบไหว้คนจะกล่าวไหว้ทั่วโลกขนาดไหนคิดดูซิไม่ต้องไปเอาเงินมาแลกหรอกเอาไปเลยไปกินฟรีนั่นแห
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive