600910_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ พ่อครูคือใครจึงอธิบายอจินไตยฌานวิสัยได้.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2560
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์366 KB
วันที่แก้ไข15 มิถุนายน 2567

เนื้อหาในไฟล์

600910_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ พ่อครูคือใครจึงอธิบายอจินไตยฌานวิสัยได้

สมณะฟ้าไทว่า…วันนี้วันอาทิตย์ที่ 10 กันยายน 2560 ที่ราชธานีอโศก พ่อครูว่า...ตอนนี้ข่าวเฮอริเคนของอเมริกา จะกินอาณาบริเวณมา ถึงอุบลกรุงเทพเลย พื้นที่ 700 ตารางกิโลเมตร อพยพคนกันจะเหยียบกันตาย สมณะฟ้าไทว่า…ไม่รู้ว่าเมืองไทยจะได้ส่งข้าวไปช่วยอเมริกาเปล่า พ่อครูว่า...อเมริกาเขาปั๊มเงินดอลลาร์ได้ ประเทศไหนก็ยินดีรับเชื่อว่าจะซื้อคืนได้หมด สมณะฟ้าไทว่า…แต่ถ้าน้ำท่วมโรงงานอาจจะใช้ไม่ได้ พ่อครูว่า..อเมริกามีคนเก่งปั๊มกระดาษเปล่าไปใช้ทั่วโลกได้ สมณะฟ้าไทว่า…อเมริกาก็สร้างวิบากไว้กับมนุษยชาติไปมากมาย เกือบจะทั่วโลก ไปรุกรานเขาทั่วโลก ถ้าเราฟังมาตั้งแต่อดีตกาล ไม่ว่าจะเป็นเวียดนามหรือในญี่ปุ่นหรือในอิรัก ที่ยังคงมีความเดือดร้อนจากสารเคมีที่ได้ทิ้งไว้ พ่อครูว่า เขาไม่เชื่อกรรมถ้าเชื่อกรรมก็คงจะไม่ทำ อยู่ในเมืองไทยถือว่าเป็นเมืองที่ดีที่สุดในโลกก็ว่าได้ เราเกิดมาท่ามกลางพระโพธิสัตว์ล้อมรอบตัวเรา เยอะแยะมากมาย ที่เกิดมาไม่ได้มีองค์เดียว สององค์ขึ้นไป เราเกิดมาท่ามกลางอย่างนี้ถือว่าแผ่นดินมีความผาสุกแน่นอน เป็นผู้ที่มาเสียสละเพื่อมวลมนุษยชาติ มีความสามารถมีญาณปัญญา แล้วไม่ได้ทำเพื่อตัวเองด้วย เขามีแต่เกิดมาเพื่อกอบโกยขูดรีดให้ตัวเองให้เดือดร้อนชั่งหัวมัน ข้าพเจ้าอยู่เป็นสุขก็พอ แต่โพธิสัตว์เกิดมานั้นจะต้องช่วยคนที่เดือดร้อนให้ได้ ตั้งแต่ความเป็นอยู่ของชีวิต โดยเฉพาะความเดือดร้อนทางด้านจิตวิญญาณท่านจะช่วยให้เราพ้นทุกข์เรื่องนี้ได้ แต่แม้แต่ในเมืองไทย อีกหลายสิบล้านคนก็ไม่รู้จักโพธิสัตว์ ว่าได้อุบัติขึ้นมาแล้วกำลังช่วยมนุษยชาติให้คนพ้นทุกข์ได้เป็นลำดับอย่างนี้ เขาก็ยังไม่ได้พบได้เห็น ท่านก็มาสอนแจกแจงให้

อ่านต่อ

เราได้เรียนรู้สัมมาทิฏฐิแบบพุทธ ที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสสอนไว้ ท่านก็มาอธิบายให้เราเข้าใจแจ่มแจ้ง พระพุทธเจ้าตรัสว่าเรารู้ชัด แล้วรู้ชัดยิ่งกว่า เราจึงไม่ยึดมั่นถือมั่น จึงรู้คุณและโทษ แล้วรู้ความเกิดความดับ รู้วิธีการทำ กิจนั้นให้สำเร็จได้ พ่อครูก็มาอธิบายให้เราได้ชัดเจน ในระยะหลังนี้ ท่านก็อธิบายรายละเอียดมากขึ้น ภ.ติกขะบอกว่า อธิบายตอนนี้ทีไรก็ถึงพระอรหันต์ มีรายละเอียดเยอะแยะ แต่ก่อนนั้นก็อธิบายเรื่องมังสวิรัติเรื่องของศีล อโศกเขาบอกว่าเอาเรื่องศีล สมาธิก็ไปธรรมกาย ปัญญาก็ไปหาท่านพุทธทาส ท่านพุทธทาสก็ตายไปแล้ว ธรรมกายธัมมชโยก็หายไปไหนไม่ทราบ เหลือแต่พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ที่จะมาอธิบายมหาจัตตารีสกสูตร สมาธิของพุทธ ว่าปฏิบัติจากมรรคมีองค์ 8 ปฏิบัติมรรค 7 องค์ รวมเป็นมรรคองค์ที่ 8 ท่านอธิบายเรื่องกาย ย้ำหัวตะปูจนมิดด้าม ซ้ำแล้วซ้ำอีก อธิบายชัดยิ่งกว่าชัดไม่รู้จะชัดอย่างไรแล้ว ใครยังไม่รู้ก็ต้องปล่อยวางแล้ว แต่สักวันหนึ่งเขาต้องรู้ เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ขนาดเรายังรู้ได้เลย ขนาดอาตมาโง่ๆขนาดนี้ยังรู้ได้เลย เขาฉลาดกว่าอาตมาก็ต้องรู้ได้ เมื่อเขาดูได้สังคมก็จะดีขึ้น ถ้าสอนได้ถูกต้องในสังคมประเทศไทยจะไม่มีปัญหาคอรัปชั่น ปัญหาทุกปัจจุบันนี้ก็ไม่เกิดขึ้น ปัญหาที่จะย้ายผอ. สำนักพุทธศาสนาก็จะไม่เกิดขึ้น เพราะคนเข้าใจแล้วว่าสิ่งไหนดีไม่ดี วันนี้ก็ตรงกับ 130 ปีของมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จุดหมายของเขาคือจะให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาแห่งโลก นับว่าเป็นเป้าหมายที่ดี แต่พุทธศาสนาที่จริงมันเป็นอย่างไรไม่ทราบว่าเขารู้หรือไม่ พ่อครูว่า...ใครเข้ามาเมืองไทยตาดีก็มาที่นี่ได้ตาไม่ดีก็ไปโน่น ชายเฟือย สมณะฟ้าไทว่า...ตาดีได้ตาร้ายก็เสีย ตาดีก็มาเจอของแท้ ตาไม่ดีก็ไปเจอของเทียม แล้วแต่ของใครของมัน วันนี้พ่อครูก็จะมาสาธยายธรรมในสิ่งที่เป็นธรรมะของแท้ทำให้เราลดละกิเลสได้พ้นทุกข์ได้เป็นอย่างไร ขอกราบนิมนต์พ่อครูด้วยความเคารพ พ่อครูว่า...ก่อนจะเริ่มต้นก็ขออ่าน หนังสือพิมพ์ สู่กันฟัง จากแนวหน้าคอลัมน์ บ้านเกิดเมืองนอนโดยสิริอัญญา หลังจากนายกรัฐมนตรีได้แถลงรับรองต่อประชาชนว่าผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเป็นคนดี มีความสามารถ มีความตั้งใจในการทำงาน จะไม่มีการโยกย้ายผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ก็ก่อให้เกิดความยินดีปรีดาแก่ประชาชนชาวไทยทั่วประเทศ

ด้วยความหวังว่า การปราบปรามการโกงวัด โกงชาติ โกงศาสนา ทั้งส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้คนในสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและในมหาเถรสมาคม รวมถึงเจ้าคณะและเจ้าอาวาสหลายเรื่องหลายกรณีจะได้รับการชำระสะสาง เพื่อความจำเริญของพระพุทธศาสนาสืบไป

ประชาชนแซ่ซ้องสาธุการเพราะเชื่อว่าเมื่อมีการตรวจพบการทุจริตจำนวนมาก จำแนกได้เป็นสองรายการสำคัญแล้ว หากมีการสอบสวนจัดการกับพวกคนโกงทั้งหลายอย่างจริงจังดังที่ปรากฏเป็นข่าว จะสามารถชำระสะสางความโสโครกทั้งหลายที่เกิดในวงการพระพุทธศาสนาและในสังฆมณฑล ซึ่งจะเป็นผลทำให้พระพุทธศาสนาและสังฆมณฑลมีความมั่นคงเป็นที่ศรัทธาของประชาชนสืบไป

เพราะผลการตรวจสอบขององค์กรอิสระและหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบในเรื่องการทุจริตได้ตรวจสอบพบว่า เรื่องโสโครกทั้งหลายที่เกิดขึ้นและเกี่ยวข้องกับวงการพระพุทธศาสนาที่ต่อเนื่องมายาวนานนั้นมีสาเหตุใหญ่จากการทุจริตทั้งสิ้น

การทุจริตที่เกิดขึ้นและตรวจสอบพบสองรายการ ประกอบด้วย

รายการแรก การทุจริตเงินงบประมาณแผ่นดินที่มีการจัดตั้งขึ้น เพื่อใช้งบประมาณแผ่นดินนี้ในการบำรุงบูรณะวัดวาอารามและศาสนสถานต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นวงเงินรวมกันหลายพันล้านบาท

ลักษณะการทุจริตคือมีการสมคบกันตั้งเรื่องขอเบิกงบประมาณบูรณะและบำรุงวัดและศาสนสถาน มีการเบิกจ่ายเงินงบประมาณนั้นจากทางราชการแก่ทางวัด ซึ่งจะจ่ายเงินผ่านผู้มีอำนาจของวัด

หลังจากมีการจ่ายเงินแก่ทางวัดแล้ว ก็จะมีการคืนเงินให้แก่เจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจเกี่ยวข้องในอัตราถึง 80% ของเงินงบประมาณที่จ่ายไป และมีการตรวจสอบพบว่า เจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจได้ทุจริตรับเอาเงินนั้น และอาจมีการแบ่งปันกันเป็นลำดับชั้นสำหรับผู้คนที่เกี่ยวข้อง

มีการตรวจสอบพบการทุจริตแบบนี้กว่าร้อยเรื่อง เกี่ยวข้องกับผู้คนหลายร้อยคน ทั้งคนหัวโล้นและคนหัวดำ หัวขาว ในขณะที่ประเทศได้สูญเสียงบประมาณไปแล้ว แต่กลับมิได้นำไปใช้เพื่อการบำรุงบูรณะวัดวาและศาสนสถานต่างๆ ตามที่ได้เบิกเงินไป

นี่คือการโกงวัด โกงชาติ โกงศาสนา ที่ผู้เกี่ยวข้องหรือผู้ต้องหามีทั้งคนห่มเหลือง และคนไม่ห่มเหลือง แต่จะต่อท่อส่งกันไปถึงไหนย่อมเป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบกันต่อไป

รายการที่สอง เป็นการทุจริตเกี่ยวกับโครงการสนับสนุนโรงเรียนปริยัติธรรม ซึ่งได้มีการตั้งงบประมาณอุดหนุนแก่วัดหรือสำนักสงฆ์ที่มีการจัดตั้งโรงเรียนปริยัติธรรม เพื่อวัตถุประสงค์ในการอบรมสั่งสอนพระปริยัติธรรมแก่เด็ก เยาวชน และคนทั้งหลายให้มีความรู้ในเชิงปริยัติในพระพุทธศาสนา โดยตั้งงบประมาณเป็นเงินอุดหนุนตามจำนวนนักเรียนปริยัติธรรมเป็นรายหัว

จากการตรวจสอบของหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่พบว่า มีการสมคบกันทุจริตเงินงบประมาณส่วนนี้ในสองลักษณะ คือ

ลักษณะแรก มิได้มีการตั้งโรงเรียนปริยัติธรรมจริง หรือมีแต่ชื่อโรงเรียนปริยัติธรรมเพราะเลิกร้างกันไปนานแล้ว และมิได้มีการสอนปริยัติธรรมกันจริงๆ แต่สมคบกันเบิกจ่ายงบประมาณโดยยกเมฆเสกตัวเลขว่ามีนักเรียนจำนวนเท่านั้นเท่านี้ แล้วเอางบประมาณไปแบ่งปันกันดื้อๆ

ลักษณะที่สอง มีการตั้งโรงเรียนปริยัติธรรมจริง แต่มีการยกเมฆเสกตัวเลขนักเรียนปริยัติธรรมเกินจำนวนที่เรียนจริง เช่นมีนักเรียนปริยัติธรรม 30 คน แต่ตั้งตัวเลขเพื่อโกงงบประมาณว่ามีนักเรียนปริยัติธรรมถึง 300 คน เป็นต้น

ผลการตรวจสอบพบว่ามีการทุจริตโกงเงินงบประมาณในลักษณะนี้ไปแบ่งปันกันหลายร้อยคดี และมีผู้คนเกี่ยวข้องหลายร้อยคน

เมื่อผลตรวจสอบปรากฏและปรากฏความว่าเกี่ยวข้องกับผู้คนทั้งในสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และบรรดาเจ้าอาวาสหรือเจ้าคณะที่เกี่ยวข้องหลายคน หลายรูป ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจึงได้แถลงข่าวอันเป็นปกติที่ต้องบอกกล่าวให้ประชาชนรู้

แค่นั้นแหละก็เกิดเสียงก่นด่า ต่อต้าน ขับไล่ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติกันยกใหญ่ ตั้งข้อกล่าวหาว่าทำให้เกิดความเสียหายแก่พุทธศาสนาและคณะสงฆ์ แล้วกดดันกันเป็นการใหญ่เพื่อขับไล่ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติให้พ้นจากตำแหน่งหน้าที่และเรียกร้องให้หยุดดำเนินการในทันที

จึงเป็นเหตุให้ประชาชนทั่วประเทศออกโรงปกป้องผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และเรียกร้องให้ชำระสะสางเรื่องนี้ให้กระจ่าง กระแสเรียกร้องก้องกระหึ่มไปทั่วประเทศ จึงทำให้นายกรัฐมนตรีต้องแถลงรับรองว่าไม่โยกย้าย

สื่อธรรมะพ่อครู(สาราณียธรรม 6 พุทธพจน์ 7) ตอน การลงโทษคนดีคือส่งเสริมคนชั่ว แต่แล้วก็มีการโยกย้ายผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจนได้! แม้ว่าข่าวคราวจะปรากฏว่าย้ายไปเพื่อความเจริญในหน้าที่ราชการก็ตามที แต่ประชาชนย่อมวิตกกังวลว่าการกลบเกลื่อนหรือปกปิดการทุจริตงบประมาณแผ่นดินรายใหญ่รายนี้กำลังจะถูกกลบฝัง ซึ่งเป็นการทำลายความยุติธรรมของประเทศ เป็นการทำลายพระพุทธศาสนาให้ย่อยยับต่อไปในอนาคต

เพราะคนทั้งหลายย่อมเข้าใจว่าการกำจัดคนดีออกจากอำนาจก็คือการส่งเสริมคนชั่วให้ทำชั่วต่อไปนั่นเอง แล้วจะทำอย่างไรกันดี !

พ่อครูว่า..นี่คือบทความที่กำลังทันสมัยร้อนๆ อาตมาว่ามันน่าจะต้องให้สำเร็จลงให้ดีให้ได้ จะสำเร็จลงอย่างไม่ดีนั้นไม่ดีแน่ๆ ระวังเหตุการณ์ประเทศชาติ โดยเฉพาะถ้าจะพูดกันแล้วถึงอิทัปปัจจยตา ประเทศไทยเสื่อมทุกวันนี้ เพราะศาสนาที่เป็นศาสนาหลักของประเทศคือศาสนาพุทธ คนนับถือศาสนาพุทธถึง 95 เปอร์เซ็นต์ ศาสนาที่จริงไม่ได้เสื่อมโดยตัวของมันเอง แต่คน คนนั่นแหละมันเสื่อมจากศาสนา แล้วก็ฉุดศาสนาให้เสื่อมลงไปขนาดนี้ ร้ายแรงมาก ร้ายแรงด้วยการทุจริตคอรัปชั่น ด้วยการเงิน ถ้าตรวจสอบการเงินของวัดวาต่างๆ กับภิกษุที่ดูแลที่เกี่ยวข้องกับการ ก็จะต้องถูกจับปาราชิกกัน ไม่เหลือกันกี่หัวหรอก รับรองเลย จะเหลือก็แต่พระลูกวัดที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเงินเลย ไม่ได้แตะต้องเงินเลยนั่นแหละจะเหลือดูแลวัด นอกนั้นจะหาที่จะเหลือ ดูแลวัดสักครึ่งวัดไหมนะ สมณะฟ้าไทว่า...ต้องปลุกพระเจ้าอโศกมหาราชให้มาจัดการ พ่อครูว่า...แม้เจ้าอโศกมหาราชก็ต้องทำอย่างโหดร้าย ซึ่งท่านก็ไม่ต้องการทำเลย ผู้ที่มีหน้าที่ดูแลบริหารประเทศชาติ เพราะประเทศแบ่งแยกเป็นฝ่ายธรรมะกับฝ่ายดูแลบริหารปกครอง โดยที่ประชาชนให้เกียรติกับทางฝ่ายธรรมะฝ่ายศาสนาแต่ฝ่ายธรรมะฝ่ายศาสนานั้นไม่รักษาเกียรติตัวเอง ไปทำลายเกียรติตัวเองด้วยการทุจริตคอร์รัปชั่นเลวร้ายมาก ทำลายทั้งตนเองสังคมและศาสนา อย่างหนัก จึงจำเป็น เพราะหน่วยเหนือหน่วยใหญ่หน่วยหลักของวงการศาสนา หรือธรรมะ ก็ไม่มีแรง อ่อนเปลี้ยเสียขา ที่จะปฏิรูป หรือพัฒนาให้ฟื้นจากศาสนาได้ จึงจำเป็นต้องอาศัยพลังงาน หรืออำนาจทางด้านฆราวาส ทางด้านผู้บริหารปกครอง ที่มีเจตนาดีและมีความรู้จริงๆ ไปจัดการชำระชำแหละเสียให้ดี เหมือนอย่างพระเจ้าอโศกมหาราชได้จัดการไปอย่างที่ว่า ซึ่งไม่ใช่ผิดเลย จัดการได้อย่างถูกต้องและทำได้ดีสำเร็จไป ซึ่งมันเลวร้ายกันอย่างนั้นจริงๆเลย เพราะว่า ไม่ไปชำระ และปล่อยให้ศาสนาซึ่งเป็นคุณธรรมของมนุษยชาติ เป็นเรื่องจิตวิญญาณเป็นเรื่องความดีความชั่ว ถ้าคนไปหนักในความชั่ว ความไม่ดี ด้วยกิเลสเป็นเจ้าเรือน ไม่สามารถทำให้กิเลสออกไปจากมนุษย์ได้ ดีไม่ดี ไปคบหาส่งเสริม ผู้ที่มีกิเลสขึ้นมาเป็นใหญ่ในวงการธรรมะด้วย จะไปมีที่พึ่งที่ไหนได้ในสังคมมนุษยชาติ ล้มเหลวเสียหายอย่างแย่เต็มทีเลย เพราะฉะนั้นในยุคนี้ขนาดนี้ อาตมาจึงขอให้กำลังใจ และก็ขอส่งเสริมว่า ต้องอาศัยทางด้านฆราวาสผู้บริหารปกครองนี้แหละ แม้ที่สุดจะใช้มาตรา 44 ก็ต้องใช้ กรุณาเลย จัดการ จริง เห็นใจเหมือนกัน ตำรวจนี่ เขาไม่อยากไปจัดการกับพระ แม้แต่ว่าจะรู้ว่าพระนี้ผิดแต่นุ่งห่มผ้าเหลืองเขาก็เกรงใจ เขาไม่อยากยุ่งนะเพราะเขากลัว กลัวเพราะเขาไม่รู้ว่าผิดหรือถูกจริง บาปจะกินหัวเขา เขาไม่อยากทำ มันซ้อน เพราะตัวเองก็ไม่มีความรู้ว่าผิดหรือไม่ผิดจริง ในฐานะผู้บริหารบ้านเมืองขณะนี้ อาตมาว่ามีความเฉลียวฉลาดมีความรู้เพียงพอที่จะจัดการ โดยเฉพาะผู้ที่มีความรู้เพียงพอ เช่น พันตำรวจโทพงศ์พรพราหมณ์เสน่ห์ ที่เป็นอยู่ขณะนี้ กำลังทำหน้าที่ได้ดีเลย อาตมาว่าถ้าเผื่อว่า ถูกย้ายปลดไป โดยไม่ควร กับเสียงประชาชน แล้วทำได้ดีแล้ว อาตมาว่า ผู้ที่มีอำนาจโยกย้าย จะถูกคดีเหมือนกับกรณีคุณถวิล เปลี่ยนศรี ดูเหมือนจะต้องติดคุกไหมนะ ที่พูดนี้ สิ่งที่ควรก็ต้องเป็นสิ่งที่ควร สิ่งไม่ดีก็อย่าเกรงใจ จะไปเกรงใจทำไมคนชั่ว คนชั่วจะต้องถูกรื้อรังของตัวเองที่แสนทุจริตโสโครก เขาก็ต้องพยายามป้องกันไม่ให้รู้ เป็นธรรมดาธรรมชาติ 3 รู้ทั้งรู้อย่างนี้ถ้าไม่ช่วยส่งเสริมสิ่งที่ดี จัดการสิ่งไม่ดี ประเทศไทยก็จะแย่ ที่ประเทศไทยแย่มีการทุจริตมากเพราะว่าศาสนามันเสื่อม ศาสนาแท้จริงไม่ได้เสื่อม แต่ผู้ที่ดูแลศาสนาคุมเกมอยู่นี้เสื่อม ทำให้เสียหายไปจากสัจธรรมของพระพุทธเจ้า มันเป็นเรื่องอิทัปปัจจยตา มันไม่ได้มาจากอย่างอื่นเลย ซึ่ง มีความรู้เข้าใจสิ่งเหล่านี้กันได้ก็น่าจะช่วยกันจัดการ อ่านเฟสบุคที่มาต่อ _ปรีชา ขำเพชร ·...กรณีที่ท่านพงค์พร..ผอ.สำนักพุทธ...ถูกโยกย้ายจากตำแหน่ง..เนื่องจากจะจัดการเรื่องเงินทอนวัด...และเงินของโรงเรียนปริยัติธรรมที่ทุจริตกันอย่างฉาวโฉ่นั้น....อยากเรียนถามพ่อครูในเรื่องของ...กุศลกรรม อกุศลกรรม......บุญ...บาป...ของท่านพงค์พรและInvisible handในกรณีนี้ครับ? พ่อครูว่า...ถามมาก็ตอบแรงๆว่า เรื่องการทุจริตเงินอุดหนุนโรงเรียนพระปริยัติธรรม และมีเรื่องอื่นๆอีกที่เอาเงินไปให้วัดใช้ มันเป็นเรื่องทุจริตอีกมากมาย มีตัวอย่างเป็นเรื่องเงินทอนวัดนี้ ถามอาตมาว่า เรื่องกุศล อกุศล หรือบุญ บาป ในเรื่องของ คุณพงษ์พร ผู้อำนวยการพุทธศาสนาคนนี้ ทำได้แม่น แม่นยำทั้งกฎหมายและธรรมวินัย ก็เลยจัดการได้ดีข้อสำคัญเป็นคนกล้าหาญชาญชัยหาได้ยาก ยิ่งยุคนี้ด้วย อาตมาว่าอาตมากล้าหาญพอควรนะ ไม่ได้ย่นย่อหยุดยั่งเลย จนกระทั่งทุกวันนี้อาตมาก็ยังทำได้อยู่ อาตมาก็ยังว่า คุณพงษ์พร นี้ทำต่อไปเลยอย่าหยุดยั้ง เรื่องศาสนานี้เป็นเรื่องที่มีอิทธิพลต่อสังคมมนุษยชาติ ถ้าศาสนาบิดเบี้ยวผิดเพี้ยนไปหาอกุศลทุจริต สังคมมนุษยชาติก็ได้รับอิทธิพลนั้นด้วยแน่นอนที่สุด แต่ถ้าบูรณะ ปฏิสังขรณ์ปฏิรูปให้ศาสนามีอิทธิพลมีอำนาจขึ้นมาได้ คนจะมีอำนาจอิทธิพลก็ต้องเป็นคนสุจริตเป็นคนดี คนนั้นแหละ เป็นตัวจริง คนดีก็มีอิทธิพลดี คนชั่วก็มีอิทธิพลชั่ว ยิ่งให้คนชั่วไปรวมหัวกัน สร้างอิทธิพลชั่ว แล้วสังคมมันจะเหลือเรอะ บุคคลร้อยคนหาคนกล้าได้หนึ่งคน บุคคลพันคนหาคนเป็นบัณฑิตได้หนึ่งคน บุคคลแสนคนหาคนพูดความจริงได้เพียงหนึ่งคน ส่วนคนที่เสียสละโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนนั้นไม่ทราบว่าจะมีหรือไม่ คือไม่ทราบว่าจะหาในบุคคลจำนวนเท่าไร จึงจะพบได้หนึ่งคน"

บุญนี้สะสมไม่ได้ เป็นวิบัติเป็นเอกังเสนะ คือมีหน้าที่เดียว (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย)

สื่อธรรมะพ่อครู(อวิชชาสูตร) ตอน คบสัตบุรุษให้บริบูรณ์ จึงทำบุญเป็น สมณะฟ้าไทว่า...ไอ ภาษาอังกฤษแปลว่าฉัน พ่อครูกำลังอธิบายคำว่าบุญ บุญมีหน้าที่เดียว (เอกังเสนะ) พ่อครูว่า...เป็นเอกังสวาที คือ พูดได้หน้าที่เดียว จะไปแจกเป็นวิภัชวาทีแตกแขนงไปไม่ได้ พูดได้เป็นความหมายอย่างนี้อันเดียว นี่คือคำว่าบุญ บุญมีหน้าที่กำจัดกิเลส กำจัดกิเลสแล้วหมดหน้าที่ก็จบไม่ทำอย่างอื่น จะว่าบุญทำอย่างอื่นไม่เป็นก็ได้ ทำหน้าที่เดียวอย่างเด็ดขาดด้วย แต่ทุกวันนี้คนทำบุญไม่เป็นทำไม่เด็ดขาด หน้าที่ของบุญจึงไม่เกิด คน ทำบุญทุกวันนี้ถึงไม่มี ไม่พ้นสักกายะ อ่านรูปนามของตัวตนกิเลสไม่ได้ ต้องอ่านอาการ ลิงค นิมิตกิเลสที่เป็นอกุศลจิตในใจไม่เป็น ไม่เรียนรู้กันเลย เข้าใจคำว่ารูปนาม คำว่ากายก็เข้าใจผิด ก็เลยยิ่งไปใหญ่ จะไปมีทางที่หวังว่าจะทำบุญกำจัดกิเลสอะไรได้ คำว่ากายก็ไม่เข้าใจ รูปก็ไม่รู้เรื่อง นามก็ไม่รู้เรื่อง เพราะไม่รู้จักเรื่องรูปจึงไม่อธิบาย อุปาทายรูป 24 หรือ แม้แต่นาม 5 ก็ไม่ได้อธิบาย หรือชาติ 5 ก็ไม่ขยายได้ ชาติ สัญชาติ โอกกันติ นิพพัตติ อภินิพพัตติ เรื่องของรูปหยาบ รูปของนามยังอธิบายไม่ได้ เรื่องของนามก็ยิ่งอธิบายไม่ได้ รูป 24 ปสาทรูป โคจรรูป สัมผัสเกิด ภาวรูป 2 มีหทยรูป มีอาหารรูป ที่มีอาหาร ในอวิชชาสูตร 1. การไม่คบสัปบุรุษ เป็นอาหารของ.. การไม่ได้ฟังสัทธรรมที่ถูกต้อง 2. การไม่ได้ฟังสัทธรรม เป็นอาหารของ.. ความไม่มีศรัทธา (หรือศรัทธาผิดๆ) 3. ความไม่มีศรัทธา (ศรัทธาไม่บริบูรณ์) เป็นอาหารของ.. การทำไว้ในใจโดยไม่แยบคาย (กระทำใจไม่เป็น) 4. การกระทำในใจโดยไม่แยบคาย (หรือทำใจไม่เป็น) เป็นอาหารของ.. ความไม่มีสติสัมปชัญญะ . 5. ความไม่มีสติสัมปชัญญะ (หรือทำสติไม่เป็น). . เป็นอาหารของ.. ความไม่สำรวมอินทรีย์ 6. การไม่สำรวมอินทรีย์ เป็นอาหารของ.. ทุจริต 3 (กาย,วาจา,ใจ ทุจริต) 7. ทุจริต 3 เป็นอาหารของ.. นิวรณ์ 5 8. นิวรณ์ 5 เป็นอาหารของ.. อวิชชา 9. อวิชชา เป็นอาหารของ ภวตัณหา (พตปฎ. เล่ม 24 ข้อ 62)

เดี๋ยวนี้ อสัตบุรุษครองเมือง คนแม้เป็นผู้บริหารก็ต้องเคารพสัตบุรุษเอาธรรมจากสัตบุรุษ แต่นี่เคารพอสัตบุรุษ พระพุทธเจ้าจึงได้เน้นว่า ต้องคบสัตบุรุษให้บริบูรณ์ จะรู้ได้อย่างไรก็ต้องไปคบให้บริบูรณ์ ตรวจสอบค้นคว้า ทะลุทะลวงให้จริงว่านี้เป็นสัตบุรุษแท้ หรือเป็นสัตบุรุษปลอม ต้องคบสัตบุรุษให้บริบูรณ์ ต้องฟังสัทธรรมให้บริบูรณ์ จากสัตบุรุษ มันเป็นสัจธรรมจริงหรือเปล่า แต่นี่สัตบุรุษมาที่บ้านให้ฟังกลับไม่ฟังหนีไปฟังแต่อสัตบุรุษที่ยัดเยียดครอบงำความคิด แล้วก็เชื่อ อสัตบุรุษ ธรรมะมันจะเหลือหรือ พระพุทธเจ้าว่า คบสัตบุรุษให้บริบูรณ์ฟังสัทธรรมบริบูรณ์จึงจะเกิดศรัทธาที่บริบูรณ์ แล้วจึงเกิดโยนิโสมนสิการที่บริบูรณ์ ทุกวันนี้โยนิโสมนสิการไม่เป็น ทำใจในใจกันไม่เป็น ก็ไปนั่งสะกดจิตหลับตาแล้วก็สอนไปต่างๆนานาสาระ มันไม่ตรงเลย ทำใจในใจไม่เป็น แค่ตั้งไว้ในใจ ก็ตั้งไว้ผิดทิศทางไปหานรกอเวจี สัจธรรมมันหนักและยาก ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรก็ต้องพูดความจริงกระทุ้งกระแทกอย่างนี้ ยังไม่อยากจะตายง่ายๆเพื่อจะอยู่กระทุ้งกระแทกอย่างนี้ ชีวิตนี้ตั้งจิตมีชีวิตอยู่ ทำงานด้วยความกระทุ้งกระแทก เหนื๊อยเหนื่อย เพราะมันหนายิ่งกว่าหนังแรด แถมมีหนามอีกตั่งหาก _ชุติญา วัฒนชุติกุล · ศึกษาธรรมมานานฟังอ่านมาเยอะแต่จิตบอกว่าไม่ใช่ จนมาเจอพระอาจารย์บอกเลยว่าใช่ น้อมนมัสการค่ะ พ่อครูว่า...จะตรวจสอบให้ดี ว่าอาตมาเป็นสัตบุรุษไหม 1. การคบสัตบุรุษที่บริบูรณ์ ย่อมทำให้การฟังสัทธรรมที่บริบูรณ์ 2. การฟังสัทธรรมบริบูรณ์ ย่อมทำศรัทธาให้บริบูรณ์ 3. ศรัทธาที่บริบูรณ์ ย่อมทำมนสิการโดยแยบคายให้บริบูรณ์ 4. การมนสิการโดยแยบคายที่บริบูรณ์ ย่อมทำให้สติสัมปชัญญะบริบูรณ์ ที่จะรู้ทันผัสสะ รู้ทันเวทนา 5. สติสัมปชัญญะที่บริบูรณ์ ย่อมทำให้ความสำรวมอินทรีย์บริบูรณ์ 6. ความสำรวมอินทรีย์ที่บริบูรณ์ ย่อมทำให้สุจริต 3 บริบูรณ์ คือ กาย วาจา ใจ เลิกทำการงานทุจริต 7. สุจริต3 ที่บริบูรณ์ ย่อมทำให้สติปัฏฐาน4 บริบูรณ์ 8. สติปัฏฐาน4 ที่บริบูรณ์ ย่อมทำให้โพชฌงค์ 7 บริบูรณ์ . 9. โพชฌงค์ 7 ที่บริบูรณ์ ย่อมทำให้วิชชาและวิมุติ บริบูรณ์ (อวิชชาสูตร พตปฎ. เล่ม 24 ข้อ 61)

สื่อธรรมะพ่อครู(พระวินัย) ตอน ถูกใช้ให้ร่วมลักของมีวิบากไหม _คำถาม จาก ชาวคริสต์ ที่ชอบนั่งสมาธิในวัดพุทธ...ถามว่า... พระคุณท่าน ผม ได้พบพระท่านหนึ่งในวัดดัง กทม.แรก ๆ ก็ศรัทธา แต่พอสนิทเข้ารู็สึกแปลก ๆ คือ วันหนึ่ง ท่านวานให้ผมยกสิ่งของมีค่าออกมาจากกุฏิ โดย ให้นำไปให้คนขับรถของท่าน ที่กุฏินี้ มีพักกันสองรูป คือ พระท่านนี้ กับ หลวงตาที่ชรา เดิมผมก็ไม่ได้คิดอะไร คิดว่า เป็นของท่าน แต่มาสะดุดใจนิดเมื่อท่านย้ำว่า... หากหลวงตามาถามหาสิ่งของชิ้นนั้น ให้ตอบว่า ไม่รู้... ผมก็แปลกใจว่า คนในวัดหลายคนก็เห็นผมยกมา จะไม่รู้ได้อย่างไร ? แล้วก็จริง วันต่อมา หลวงตาถามผม และ ให้ผมนำสิ่งของนั้นมาคืน เพราะมันเป็นของหลวงตา ผมก็บอกตามจริงว่า พระท่านที่หลวงตาอยู่ด้วย ให้ผมยกออกไปให้คนขับรถ... หลวงตาก็โวยใส่ผม ให้ผมนำไปใช้คืน...ของแพงขนาดนั้นจะซื้อมาคืนได้อย่างไร ? และผมก็ว่า ผมไม่ได้เป็นคนนำไป ผมจึงไปถามคนขับรถของพระรูปนั้น เขาก็ว่า เอาไปขายแล้ว...ผมเซ็งมากครับกับสิ่งที่ผมเจอแบบนี้ ขอกราบขอถามพระคุณว่า... ผมจะบาปมั๊ยครับ และ พระท่านที่ใช้ผมให้มายกของหลวงตาไป จะผิดวินัยข้อใดครับ...? ตอนนี้ ผมไม่กล้าไปวัดไหนอีกเลย หากก็เริ่มมาชมบุญนิยม ทีวีครับ กราบนมัสการ ครับผม พ่อครูว่า... ผิดวินัยข้อปาราชิก การเจตนาหยิบของที่ไม่ใช่ของๆเรา ให้เคลื่อนที่แค่ 1 องคุลี ยกขึ้นมาสูงแค่ 1 องคุลี หรือพื้นที่แค่ 1 องคุลีคือนิ้วเดียวก็ปาราชิกแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าเป็นคนบงการทุกอย่าง คนเป็นแต่เพียงจับกัง ยกของแทนเขาไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ก็เหมือนกับสายพาน รถเข็น เหมือนอะไร คนทำก็มีจิตบงการ คุณก็เหมือนกับหุ่นยนต์ คุณไม่ผิดอะไรหรอก พาซื่อจะตาย แต่ถ้าคุณมีจิตใจร่วมรู้ทั้งรู้ว่าเป็นสิ่งไม่ถูกแล้วทำด้วยมีเอี่ยวด้วยก็บาปแน่นอน หรืออาจรู้ว่าผิดแน่ แต่รอให้ขายให้ได้ก่อนแล้วมาแบลคเมย์ทีหลัง ว่า ผมขอสามพัน อาจารย์สองพัน ถ้าไม่ยอมปาราชิกนะ แต่อย่างว่าสังคมสงฆ์ทุกวันนี้ไม่เอาเรื่องราว อาตมาถึงได้ขอแยกออกจากมหาเถรสมาคม แล้วเขาก็มาบอกว่าอาตมาเป็นพวกนอกรีต ในจิตใจที่จะบาปหรือไม่ถ้ามีจิตใจร่วมก็บาป แต่เท่าที่เล่ามาก็ไม่บาปอะไร แต่พระที่ให้มายกนี้ต้องอาบัติปาราชิก เดี๋ยวนี้เขาไม่รู้เรื่องกันแล้วปาราชิกอะไร

ทีนี้ก็มีประเด็นที่อาตมาเองค้างไว้ก่อน จะพูดทีหลังก็คือ สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน มิจฉาวณิชชา5 เน้นที่อย่าขายอาวุธ _3867 สงสัย(อีกล่ะ)จรวดเกาคิม ยิงผ่าโอโซนทะลุอ่าวร้อยพันลูก!สารพิษนิวเคลียร์แตกกระจายทั่วทะเลเจแปนมีผลกระทบกับสัตว์น้ำไหม?ห่วงคนกินอาหารปลาเป็นหลัก!บทเรียนสงครามโลกที่1-2สงค.เวียดนาม,นาซี,อ่าวเปอร์เซีย,ตะวันออกกลางฯที่ไหนๆมีจุดจบเหมือนกันหมด!ป่าสวนไร่นาแหล่งพืชพันธัญญาหารถูกทำลายหมดทั้งบนบกทะเล!แต่ที่ไม่เคยเสียหายจากสงค.เลยคือ แหล่งพลังงานที่ฟื้นคืนชีพหลังสงค.เร็วไวกว่าแหล่งอาหารเสียอีก!พ่อครูว่าจริงไหม? สงครามสากลแต่ละยุคสมัยนักค้าอาวุธมหาอำนาจเบื้องหลังทุกสงคราม เขาจะเปลี่ยนครัวโลกเป็นมหานครพลังงานโลกฤา?แล้วพลโลกรุ่นต่อไปจะเอาอะไรกิน? พ่อครูว่า...มาถามอาตมา จะมีความรู้ไหม ให้ไปถาม Google ดีกว่า อย่างคิมจองอึนกับโดนัล ทรัมป์แล้วคนคะนองเจอกับคนคะนอง หญ้าแพรกก็แหลกราญ อย่างไรก็ตามถ้าเกิดสงครามโลกเกิดขึ้น ประเทศไทยขอประกาศเลยว่าไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับสงครามโลกได้ไหม เขาจะฆ่าแกงก็เป็นเรื่องของเขาเอง แม้แต่จะบินข้ามน่านฟ้าก็ไปบินที่อื่น อย่ามาข้ามตรงนี้ ประกาศเลยได้ไหม เราไม่อยากจะให้เกิดเลยสิ่งเหล่านี้ พระพุทธเจ้าตรัสเรื่องมิจฉาวณิชชา 5 ที่ร้ายเเรงสุดขึ้นข้อหนึ่งเลยคือการค้าขายอาวุธ สัตถวณิชชา การร้ายแรงข้อ 2 บาปมหาศาลคือ สัตตวณิชชา 1. การค้าขายอาวุธ (สัตถวณิชชา) 2. การค้าขายสัตว์มีชีวิต (สัตตวณิชชา) 3. การค้าขายเนื้อสัตว์ (มังสวณิชชา) 4. การค้าขายสิ่งมอมเมา (มัชชวณิชชา) 5. การค้าขายสิ่งที่เป็นพิษ (วีสวณิชชา) (พตปฎ. เล่ม 22 ข้อ 177) ใครที่ขายเนื้อสัตว์อยู่ก็บาปทั้งนั้น ไปค้าขายสัตว์เป็นสัตว์มีชีวิต บาป ตลอดเวลา การค้าขายอาวุธนี่บาป ประเด็นที่1 อาวุธสร้างขึ้นมาเพื่อฆ่าคน มันเลวร้ายตั้งแต่รู้ว่าสร้างขึ้นมาทำไม ไม่ได้สร้างไปฆ่าสัตว์หรอก แต่สร้างมาฆ่าคน จะหาคนที่เลวที่สุดเท่าที่หา เท่าที่คนไปสร้างอาวุธมาค้าขายกันไม่ได้ เลวที่สุดในกระบวนการค้าขาย 5 ประการที่เป็นมิจฉาวณิชชา เลวที่สุด เพราะฉะนั้นคนร่ำรวยด้วยการค้าขายอาวุธ ฆ่าคน นี่ จึงเป็นการทำบาป ซับซ้อน สร้างอาวุธก็บาป แล้วดันเอาไปขูดรีดด้วยการซื้อ เพราะตนเองสร้างได้ร้ายแรง ประเทศอื่นสร้างได้ไม่เท่า ก็ต้องมาซื้อ เกาหลีเหนือคงคิดเช่นนี้ ถ้าสามารถสร้างอาวุธได้ร้ายแรงมากกว่าประเทศอื่น เขาจะเป็นมหาอำนาจยิ่งกว่าอเมริกาหรือรัสเซีย แล้วเขาจะผลิตอาวุธนี้ขาย ยิ่งจะเกิดสงครามโลก เขาก็ยิ่งได้ขายแน่นอน เขาจะรวยขึ้นทันที จะเอาเงินมาซื้อประเทศต่างๆมนุษยชาติต่างๆเอามาครอบงำประเทศต่างๆทัน

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน