130330 ประกายธรรม 04 ยิ่งให้ไป ยิ่งจะได้มา โดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์.pdf
เนื้อหาในไฟล์
ห น้า 1 ประกายธรรม เรองที 4. "ยิงให้ไป ยิงจะได้มา" 30 มีนาคม 2513 เปนเรองยากยิงทีเดียว ทีจะให้ใครเห็น เช่นทีข้าพเจ้าตังชือหัวข้อนี เพราะ ด้วยความเปนมนุษย์ ด้วยความเปนคน ผู้พอกเอาความเห็นแก่ตัว ผู้พอกเอา ความหวง ความอยากได้ไว้ให้แก่ตัว เปนคุณสมบัติอันเหนียวแน่น จึงทําให้มอง ไม่ออก คิดไม่เห็นได้เลยว่า ถ้าเรายิง "หวง" ไว้ ยึดไว้ให้แก่ตน เราจะไม่ได้อะไร มาอีก แต่ถ้าเรา "ยิงให้ไป" มีเท่าใด เราก็ให้ไปๆ ๆ นันแหละ เราจะเปนผู้ได้มา มากขึนๆ จะมีใครสักคนบ้างไหม? ทีเห็นจรง ตามทีข้าพเจ้ากล่าวนัน "ยิงให้ไป ยิง จะได้มา" ข้าพเจ้าเชือว่า ต้องมีผู้เห็นได้แน่ๆ แม้อาจจะน้อยคนก็ตามว่า ที ข้าพเจ้าพูดนัน เปนความจรง ไม่ใช่พูดเล่นเพียงเอาภาษา หรอคําพูดมาเรยบ เรยงเล่นคารม แต่โดยความเปนจรงแล้ว จะปฏิบัติจรงให้เห็นให้แจ้งไม่ได้อย่าง นัน ไม่ใช่ 130330 ประกายธรรม 04 ยิงให้ไป ยิงจะได้มา โดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ ห น้า 2 เช่นกล่าวนัน ข้าพเจ้าขอยืนยันว่า นันเปนความแท้จรง และการ "ให้" ในที นี ก็คือ การให้ไปจรงๆ คือไม่เอาไว้เปนของตนนันแหละ และไม่ว่าอะไรทังสิน ด้วย ทุกอย่างตังแต่ของทีเปนชินเปนอันจับต้องได้ อันนับเนืองเปนทรัพย์สินเงิน ทอง ข้าวของ สมบัติมหาสมบัติ ไปจนสิงทีเล็กละเอียดทีจับต้องไม่ได้ แม้ เปนการให้ความรัก ความชัง ความโกรธ ความเมตตา อันใดก็ดี ถ้าเรายิงให้ไป ยิงจะได้มา นันคือ กฎแห่งความแท้จรงอันเทียงแท้ แต่จะมีใครกล้าไหมในขณะนี เรามีทรัพย์สินเงินทองข้าวของ หรอสมบัติ อันใดอยู่ เราก็เรมลงมือ "ให้" เขาไป หรอแจก หรอจ่าย หรอพูดเปนภาษา สวยๆ ก็ว่า บรจาค หรอทาน นันเอง ให้เขาไปให้หมดเสียเดียวนีทันที ไม่เอา อะไรไว้เลย มีไหมเอ่ย? คนทีจะกล้าทําดังนี และในการแจกจ่าย หรอให้ไปนัน จะต้องให้โดยจรง โดยบรสุทธิใจด้วย คื
อ่านต่อ
อ ให้โดยอย่าหวังผลตอบแทน อย่างที สมกับคําว่า "ให้" อันหมายความว่า มอบไปแก่ผู้อืน เสียไปจากตน ตรงกันข้าม กับโลภเอามา ข้าพเจ้าคิดว่า จะมีโดยแท้ โดยจรงนัน ก็คงจะเปนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพียงพระองค์เดียวเท่านันกระมัง ทีกระทําทันที และตัดสินพระทัยของพระองค์ ได้ทันที โดยมิได้พะวงหน้าพะวงหลังเลย เมือจะ "ละ" หรอจะไม่เอาแล้ว ก็ละ ทันที ทิงไปทันที ทิงไว้ให้ใครก็ตาม ไม่เอาอีกแล้วทังสินทังปวง "ให้" อย่าง สะอาดบรสุทธิ ไม่เกียวไม่ข้องด้วยประการทังปวง 130330 ประกายธรรม 04 ยิงให้ไป ยิงจะได้มา โดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ ห น้า 3 ตังแต่มหาราชสมบัติ ตําแหน่ง ยศชันบรมกษัตรย์ ไปจนกระทังความ พรังพร้อม อันมนุษย์ต้องการทังปวง คือ รูป รส กลิน เสียง สัมผัส ทีพระเจ้า สุทโธทนะ พระราชบิดา ได้พยายามเหลือเกินทีจะสรรค์และหามาบํารุงบําเรอให้ แก่พระองค์ จนล้นฟาล้นแผ่นดิน หากเปนบุรุษธรรมดา ก็คงจะสุขแสนปรดิเปรม เกษมจิตยอดยิง ด้วยทุก รสทีจะเสพนัน พรังพร้อมบรบูรณ์ ไม่มีใดเทียมอีกแล้ว นารหมืนนางล้วนเปน ราชธิดากษัตรย์ ทีน้อมใจยินดีอยู่ปรนนิบัติ และหรอสตรอืนอันเปนสนมน้อย ใหญ่ อีกนับนางไม่ถ้วน สถานทีอยู่อันยิงกว่าเวยงฟา เวยงสวรรค์ ประโคมด้วยสรรพสําเนียง ดนตร มีแต่ความอบอวลไปด้วยกลิน ทังทีปรนปรุงขึนมา ทังธรรมชาติ ดารดาษด้วยกลินหอม อันมนุษย์พึงควรทีสรรค์สร้างไว้ล้อมรอบ จะต้องการ "รสสุข" ใด "รสอร่อย" ใด ย่อมได้สมพระประสงค์ ทุกสิงทุก ประการ มิได้บกพร่องเลย แม้กระทังสิงผูกพันร้อยรัด ทีเปน "สายใจ" อันเปน โซ่สัมพันธ์ภายใน ทีสําคัญยิงของมนุษย์ คือ มเหสีผู้ยอดยิง ไปจนกระทัง พระ ราชโอรส ผู้บรสุทธิ สุดสวาท พระองค์ก็ "ให้" หรอ "ละ" หรอ "ปล่อย" ได้ทันที อันธรรมดามนุษย์นัน มีสมบัติอยู่กับตน แม้น้อยนิด ก็จะหวงของทีน้อย นิดนัน ยิงกลัวมันจะหมดไป ให้ห่วงใยทะนุถนอม ถ้าเปนคนผู้มีนิสัยอดออมได้ ก็จะอดออมถนอมรักษาไว้ให้เปนสมบัติของตนไปจนกระทังตาย ตายแล้วก็ยัง หวง ยังห่วงอีก และยิงผู้มีสมบัติมากหลากหลาย ก็ยิงให้ห่วงให้หวงหนักมาก 130330 ประกายธรรม 04 ยิงให้ไป ยิงจะได้มา โดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ ห น้า 4 หลายตามขึนไปอีก บางทียอมตาย เพือให้สมบัตินันคงอยู่ ไม่ยอมให้ตกไปเปน ของเขาอืน ก็ยังกล้าทําลงไปได้ ก็ลองคิดดูเถิดว่า มันเรองอันใดกัน ทีต้องทํา อย่างนัน ตัวเองหวงของหวงสมบัติไว้ แม้คนเขาผู้มาแย่งจะฆ่าเอา ก็ยังไม่ยอม ให้ ยอมสู้ตาย เพือให้ของอยู่ แล้วมันได้อยู่เปนเจ้าของ หรอของมันตายไปตาม เราหรอเปล่าล่ะ จะไปรัก ไปห่วง ไปหวงมันไว้ จนถึงขนาดนันทําไมกัน ข้าพเจ้า ก็ยังคิดไม่ออกเหมือนกันว่า คนประเภทนัน เขา "หวง" เขาหลง "รัก" สมบัติอะไรกันนักหนา ถึงขนาดนัน จนกลายเปนคนหลงผิด เปนคนโง่ถึง ขนาด ก็สมบัติเหล่านัน ถ้าเราตายโดยเอาชีวตแลกแล้ว สมบัติมันก็ต้องคงอยู่ บนโลกนีแหละ ส่วนเราสิตายไปอยู่อีกโลกหนึง แล้วของนัน มันไปอยู่กับเราเมือ ไหร่กัน เราตายไป ของหรอสมบัติเหล่านันมันก็ต้องตกเปนของคนอืนวันยังคํา เรองของ "วัตถุ" หรอ "สมบัติภายนอก" นี เปนเรองทีมองเห็นยากสําหรับ มนุษย์ปุถุชน อธิบายกันอย่างไรก็ไม่มีวันเข้าใจได้ง่ายๆ ว่า "ยิงให้ไป จะยิงได้มา" และส่วนมากจะไม่ยอมเชือ แล้วจะ "ไม่ยอมให้" ได้ง่ายๆ เปนอันขาด แม้จะมีอยู่ แล้วอย่างเหลือเฟอ เพราะเหตุว่า "วัตถุ" หรอสมบัติภายนอกนี มันมีส่วนสัมพันธ์ มีการเดิน ทาง กว่าจะแปรสภาพแปรรูป เปลียนมือจากคนนีไป และกว่าจะเปลียนรูป เปน ของ เปนสมบัติกลับคืนมาให้ "ผู้ให้" เดิมนีอีกที มันก็ใช้เวลาบ้าง และใช้ตําแหน่ง สถานที และใช้การเคลือนการหมุนการแปรมากมายหลายเหลียมอยู่ จึงทําให้คน ไม่ค่อยเห็นค่อยเข้าใจ โดยเฉพาะ มันมีเรองของ "จิตใจ" อันเต็มไปด้วย "กิเลส" 130330 ประกายธรรม 04 ยิงให้ไป ยิงจะได้มา โดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ ห น้า 5 เข้าไปพัวพัน ไปร่วมในการแปรเปลียน ร่วมในการหมุน การเคลือน การเดิน ทางนันๆ ด้วย "การให้" จึงกว่าจะหมุนกลับมาให้ "ผู้ให้" จึงอาจแปรสภาพใช้ เวลานานกว่าธรรมดา คนจึงเห็นได้ยาก และเข้าใจคําว่า "ยิงให้ไป จะยิงได้มา" ว่าเปนของแท้ของจรง เปนเรองถูกเรองต้อง ไม่ได้ แต่โดยความแท้แล้ว มันแท้จรง เปนหลักการทีเดียว แม้การให้ไปแล้วนัน มันจะเฉไฉ เปไปไปยังไง ก็จะต้องได้กลับมาวันยังคํา ยิงทรมานมาก หนักมาก เหนือยมากเท่าใด ยิงจะได้มากขึนๆ เปนทวคูณเท่านัน บางราย บางกรณี จะมีให้เห็นเปนผลทันตาอยู่บ้างเหมือนกัน ในเรองการ ให้ทาง "วัตถุ" ทาง "สมบัติภายนอก" นี ซึงเมือทุกคนลองนึกทบทวน พยายาม คิดดูให้ดีเถอะ จะเห็น จะพบตัวอย่างทุกคนนันแหละ ข้าพเจ้าขอรับรอง ถ้าเราไม่มี "การให้" เลยในชีวต เราจะไม่มีการ "ได้มา" เปนอันขาด เว้นแต่ ว่า "บุญเก่า" ทีได้สะสมไว้เท่านัน แล้วเราก็จะคือ ผู้นังกินบุญเก่านัน ซึงไม่ช้าก็จะ ต้องหมดสินไปเปนแน่ และหากยังไม่มี "การให้" อยู่อีกในชาตินี ผู้นันก็จะเรม เปน "หนี" เขา และถ้าหากหาผู้จะยอมให้ "กู้" ไม่ได้ คนผู้นันก็จะถึงขันทุกข์ ทรมานเปนต้นไป เรามาอธิบายในสิงทีเห็นทันทีกันดีกว่า ว่า การให้ไปนี มันจะได้คืนมาตาม หลัก "ยิงให้ไป ยิงจะได้มา" จรงหรอ? 130330 ประกายธรรม 04 ยิงให้ไป ยิงจะได้มา โดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ ห น้า 6 เราลองมาสังเกตในร่างในกายเราเองนีสิ ในคนทุกคนนีแหละ เราก็มีการให้ การได้มาอยู่ทุกขณะจิต แต่เปนการให้การได้มาอันเปนเหตุเปนผลตอบแทน ส่ง กลับไปกลับมาอยู่ในภายใน ไม่มีความเปนมนุษย์เข้าไปคัน ไปห้าม ไปขวาง หรอ ไปแปรเปลียน ยักย้ายเอาด้วยแรงกิเลส แรงตัณหา มันจะแปร จะเปลียน จะส่ง กลับไปกลับมาโดยแท้จรง ตามเหตุและเปนผลออกมาให้เราสังเกตได้ ถ้าใครยิงออกกําลังกาย นันคือคนกําลังจ่ายกําลังออกไป หรอให้เรยวแรง และกําลังออกไป จนบางทีถึงหมดกําลังเอาเลยทีเดียว ถ้าผู้ใดยิงออกกําลังไปนี แหละ ยิงจะได้กําลังมา ได้มาจรงๆ ถ้าใครออกกําลังให้มาก ออกอย่างถูกอย่าง ต้อง ออกอย่างบรสุทธิ ว่า เราออกไปจรงๆ เราจ่ายกําลังไป ถ้าจ่ายกําลังออก ไปให้มากๆ ยิงจะได้กําลังเพิมพูนมาให้ตัวเองมากยิงขึน นีแหละคือ ความจรง นีแหละ คือตัวอย่างอันถูกต้อง อย่างตรงไปตรงมา ไม่มีกิเลสเข้ามาเปนผู้ขัด ขวาง ไม่มีผู้จะเปนอุปสรรค หรอตัวแปรเปลียน โยกย้าย การจ่ายไป หรอการให้ กําลังกายออกไปนี จึงได้กลับคืนมา ตามวาระตามเวลาทีตรงทีถูกต้อง และได้กลับมาเปนจํานวนทับทวขึนเรอยๆ อย่างต้องตรงจรงๆ ผู้ใดยิงออก กําลังมาก ก็ยิงจะมีกําลังมากยิงขึนทุกทีทุกเวลา สิงอืนใดก็เหมือนกันทังสิน จะ เปนจ่ายเปนข้าวเปนของ เปนวัตถุน้อยใหญ๋ หรอให้นําใจ ความกรุณาปรานีอัน ใดก็ตาม ยิงเราให้แก่ใครไปมากเท่าใด เราก็ยิงจะได้มากเท่านัน เปนอย่างนัน จรงๆ 130330 ประกายธรรม 04 ยิงให้ไป ยิงจะได้มา โดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ ห น้า 7 แม้แต่ขาแขนของเรา หรอส่วนหนึงส่วนใดของร่างกายก็ตามแต่ เรายิงใช้ มัน หรอยิงจับจ่ายมัน คือไม่สงวนมันไว้ ไม่เก็บมันไว้เฉยๆ ส่วนทีเรายิงใช้มัน มากๆ นันแหละ มันจะยิงโตขึน คือ ได้มาเพิม เราใช้แขนขวามากเท่าใด แขน ขวาก็ยิงจะโตมากขึนๆ เรายิงไม่ใช้มันเลย มันก็ยิงจะไม่มีเลย ไม่เชือ ก็เก็บแขน ขวาไว้นิงๆ ไม่ใช้มันเลยดูซิ แล้วมันจะค่อยๆ ลีบลงๆ ให้เห็นทันที นานเข้าๆ ก็จะ ใช้ไม่ได้เอาเลยทีเดียว นีคือ หลักแห่งความแท้จรง มันสมองเหมือนกัน ประสาททุกส่วนเช่นกัน โดยเฉพาะประสาท "คิด" ยิง เปนผู้เพียรฝกหัด คิดอ่าน ตรกตรอง พิจารณาให้มาก "ปญญา" ยิงจะเฉียบ แหลมมากขึนๆ เปนลําดับไป ยิงใช้ไปหรอยิงให้ไป ยิงจะได้มาจรงๆ ยิงพาก เพียรคิดในทางทีถูกทีดี ปญญาด้านดีก็ยิงจะมากขึน แต่ถ้าคิดในทางชัว ทางเลว ปญญาคิดในทางเลวก็ยิงจะมากขึนเช่นกัน จงจําไว้เถิดว่า ยิงใช้ไป ยิงได้มา หรอยิงจ่ายออกไป ยิงจะได้เข้ามา หรอ ยิงให้ไป ยิงจะได้กลับมา เช่น ตัวอย่างสําคัญอันหนึงก็คือ คุณผู้หญิงทุกวันนี ไม่ยอมใช้อวัยวะส่วน หนึง คือ "นม" ไม่ยอมใช้เลย หน้าทีของนมผู้หญิง คือ เปนแหล่งให้นํานมแก่ลูก แต่คุณผู้หญิงกลัวจะเสียนมไปถ้าจะใช้นมนัน โดยให้ลูกกินนมตนเอง จึงไม่ยอม ใช้ ไม่ยอมให้แม้แต่ลูกกินนม หรอจับต้อง นมนันจึงนับวันจะแห้งเหียวไป นันคือ ข้อแท้ข้อจรง โดยความเห็นแก่ตัว กลัวจะหมด ไม่ยอมให้ ไม่ยอมใช้ จึงยิง หมด ยิงหายไป 130330 ประกายธรรม 04 ยิงให้ไป ยิงจะได้มา โดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ ห น้า 8 จะไปโกงธรรมชาติ หรอโกงเหตุและผลแท้ๆ จรงๆ อันไม่ใช่ตัว ไม่ใช่ตน ไม่ใช่จิตใช่ใจทีมีกิเลสนัน โกงมันไม่ได้หรอก มันไม่เหมือน "วัตถุ" ทีอยู่ข้างนอก ตัว ซึงมัน "เบียว" มันปลินปล้อนได้ เพราะมีคนผู้มีจิตใจผสมกิเลสอืนๆ อีกมาก เข้าไปยุ่งกับ "วัตถุ"นันๆ มันจึงเดินทางไม่ตรงไปทีเดียว มันจึงต้องคด ต้องโค้ง ไปตามแรงกิเลสนันๆ แต่แท้จรง มันก็จะต้องซือ ต้องตรงเช่นกัน แม้จะเปน "วัตถุ" ถ้าเราไม่เอา จรงๆ ทังๆ สิงนีเปนสมบัติของเราโดยธรรมแล้ว เราไม่เอา หรอเราให้ไปก็ เหมือนกัน มันจะต้องกลับมาเปนของเราวันยังคํา เหมือนเราฝากเขาไว้ ปล่อย มันเถิด สักวาระหนึงมันจะมา แต่ทีมันยักย้ายถ่ายเท พลิกแพลงไปเปนของคนอืน มันดูเหมือนหมดไปๆ จากตัวเรานัน มันก็เปนการเปลียน เปนการแปร โดยใช้เวลาทําหน้าทีหมุนเวยน อยู่ "เหตุ" ต่างๆ ต้องเปน "เหตุ" และจะต้องฟกตัวออกมาเปน "ผล" ทีถูกต้อง คือ "ยิงให้ไป ยิงจะได้มา" เสมอ ดังนัน การไม่ใช้ "นม" นัน มันก็เปนของจรงของแท้ ถ้าไม่ใช้ มันก็นับวัน แต่จะแห้งเหียวไป ลูกคนหนึงก็แล้ว นมก็ทําหน้าทีกลันนํานมมาเปล่าๆ แม่ไม่ ยอมใช้นม ไม่ยอมให้ลูกกินเสียนี พอมีลูกอีกสัก 2 คน 3 คน ก็คอยสังเกตให้ดี เถิด นมของคุณแม่ผู้นัน จะค่อยๆ แห้งเหียวลงไปเรอยๆ เพราะความตระหนีถี เหนียว เพราะการเห็นแก่ตัวนันเอง ยิงหวงไว้ กลัวหมดไป มันยิงจะหมดไป เรองของเหตุและผล ก็คือเรองของธรรมชาติ 130330 ประกายธรรม 04 ยิงให้ไป ยิงจะได้มา โดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ ห น้า 9 ดังนันถ้าเมือของสิงใด เราไม่ใช้ ธรรมชาติมันรู้ดี มันก็จะเก็บของสิงนัน เสีย ของสิงใดใช้มาก มันก็จะเพิมของนันมาให้ นันคือ ความแท้ นันคือความ จรง ดังนัน คุณผู้หญิงผู้ใดถ้าอยากได้มาก ก็ให้ลองดูเถิด เมือมีลูกออกมา ก็ให้ ลูกกินนมเรานันแหละ ให้กินไปให้นานๆ อย่าให้หยุดง่ายๆ สัก 6 เดือนขึนไปเปน อย่างตํา ยิง 8 เดือน หรอหนึงป ก็ยิงดี แล้วคุณจะดีขึน และคุณจะได้มาแน่ๆ แล้วก็อย่าเพิงหยุดล่ะ ถ้ามีลูกคนใหม่อีก ก็ให้ลูกคนใหม่กินอีก แล้วคุณจะไม่ อนาทรเลย คุณจะได้มาอย่างบรบูรณ์ กฎ "ยิงให้ไป ยิงจะได้มา" จะแจ้งผลแก่ คุณเอง ส่วนการกลัวจะเสียรูป เสียทรงอะไรของคุณนัน คุณต้องระวังเอาเอง ว่า คุณควรจะปฏิบัติอย่างไร จึงจะไม่เสียทรง ซึงมันก็ไม่ยากเลย มันมีเหตุผล เหมือนกัน ถ้าคุณทําถูกวธี รูปและทรง อันใดของคุณก็จะไม่เสีย แต่ถ้าเปน เหมือนสมัยโบราณเขาไม่อีนังขังขอบกับรูปทรงอะไร ไม่ระมัดระวังเรองของรูป ของทรง ดังนัน เขาก็ทําตามสบาย ให้ลูกดึงยาวยืดยาดเอาบ้าง ไปดูดอยู่ถึงข้าง หลังแม่ เขาก็ปล่อยให้ลูกทํา มันก็เปนเรองของการไม่ระมัดระวังของเขา ถ้าเราระมัดระวังรักษาสภาพ ให้มันคงอยู่ในลักษณะใด มันก็จะอยู่ใน ลักษณะนัน บางทีอาจจะดัดแปลงตกแต่ง เพิมเติมเอาด้วย ตามแบบของ ธรรมชาติ ก็ย่อมทําได้ด้วยซําไป ถ้าผู้นันเข้าใจและฉลาดพอ ส่วนทีจะได้มา เรา ก็จะได้มาโดยแท้จรงโดยแท้ และทีดีทีสุดก็คือ ไม่เปลืองเงินค่านมผงนมแปงด้วย สุขภาพอนามัยเด็กถูกต้องตามธรรมชาติทีสุดด้วย โรคภัยก็ระวังง่าย และที 130330 ประกายธรรม 04 ยิงให้ไป ยิงจะได้มา โดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ ห น้า 10 สําคัญ เราจะไม่ต้องเดือดร้อนไปหาฟองนํา ไปฉีดพาราฟน หรอไปปรุงแต่งให้ มันมากเรองแต่อย่างใด เราจะมีของเราโดยแท้ โดยจรง เพียงพออย่างสบายใจ เหตุทีทําให้ "นม" ของคุณผู้หญิงทุกวันนีต้องพลอยมาเล็กลงๆ ไปนัน ด้วย เหตุดังเล่ามานีเปนใหญ่ และการไม่ยอมให้ลูกกินนมนัน ไม่ใช่เพิงเกิด ไม่ใช่เพิง เปน คุณผู้หญิงไม่ยอมให้ลูกกินนม มาหลายช่วงอายุคนแล้ว คนในช่วงร้อยๆ ป ทีเพิงผ่านมานีเอง ยังใช้นมเปนปกติอยู่ จึงไม่มีการอาภัพนม ดังนัน ในช่วงหลังๆ นี เด็กผู้หญิง ทีเกิดมาในยุคหลัง จึงต้องรับกรรม เรยกว่า "กรรมพันธุ์" เพราะเมือแม่ไม่ยอมใช้นมตามธรรมชาติ ธรรมชาติช่วงที หนึงก็ย่อมจะต้องเห็นความสําคัญของสิงนีน้อยลง ก็จะค่อยๆ เก็บสิงนีคืน พอยิงช่วงต่อมา แม่คนต่อมาก็ไม่ใช้อีก จึงทําให้เด็กผู้หญิงในยุคหลังๆ นี ไม่ค่อยมีนม เพราะเหตุคุณแม่ทังหลายได้แสดงการเห็นแก่ตัว ไม่ยอมใช้ไป จึง ย่อมจะไม่มีอยู่ หรอจะไม่ได้สิงนันมาอย่างแน่ๆ ธรรมชาติจะต้องเก็บคืนอย่าง แน่นอน นันคือ ความพินาศสิงหนึงของผู้หญิงเอง เปนการกระทําของคุณผู้หญิง เอง จะให้เหตุให้ผลว่า ไม่ใช้เพราะไม่มีเวลามามัวให้นมลูก หรอต้องไปทํางาน หรออะไรก็ตาม ก็ฟงไม่ขึน และไม่ใช่เรองจะเอาไปอ้างกับธรรมชาติได้ เพราะ โดยธรรมชาติเดิมแท้จรงนัน ผู้หญิงก็ไม่มีหน้าทีออกไปทํางานนอกบ้าน ต้อง ทํางานอยู่บ้าน แต่เพราะคุณผู้หญิงเองอีกนันแหละ ดินรนเอง อยากได้สิทธิ อยากได้ความเสมอภาคเอง อีกไม่ช้าก็คงเท่าผู้ชายทุกอย่างด้วย 130330 ประกายธรรม 04 ยิงให้ไป ยิงจะได้มา โดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ ห น้า 11 ดังนีแหละเมือไม่ใช้ มันก็รับทราบแต่ว่า คุณไม่ใช้สิงนี จะมีเหตุอืนใด ทําให้ไม่ได้ใช้เปนข้ออ้าง ธรรมชาติมันไม่ซับทราบทังนัน มันรู้ แต่ว่าเมือไม่ใช้สิง นี มันก็ไม่มีความจําเปนจะสร้างสิงนีมาให้เปล่าประโยชน์อีก ก็เท่านัน ดังนัน เด็กผู้หญิงสมัยใหม่นี ถ้าเผือได้อ่านบทความนี ถ้ายังรักจะให้ "นม" ไม่สูญพันธุ์ไปจากความเปนผู้หญิง ก็จงหัดใช้ "นม" ตามหน้าทีของธรรมชาติ สร้างมาให้นันเถิด อย่าลืมว่า "ยิงใช้ไป ยิงจะได้มา" ถ้าไม่ใช้กันต่อๆ ไป อีกไม่ช้า ไม่นาน ด้วยเหตุผลกลนีเอง อีกสักไม่กีร้อยปหรอก ผู้หญิงในกรุงนีแหละ ก็จะ ไม่มีนมกันเลย นมผู้หญิงก็จะเท่ากับผู้ชายนันเอง เรองนีเปนความจรง คิดให้ดี สังเกตเปรยบเทียบผู้หญิงชนบทกับผู้หญิง ในกรุงได้ ทําไมผู้หญิงชนบท ไม่อาภัพนม ทําไมผู้หญิงในกรุงอาภัพนม นัน เพราะเหตุอะไร ลองคิดให้ดี จะเห็นจะแจ้งอย่างไม่กังขา ก็เพราะเหตุ "ยิงใช้ไป ยิงได้มา เพิมมา" นันเอง นันคือ เรองของการใช้ การจ่าย หรอการให้ ด้วยวัตถุสิงของ หรอเงิน ทอง อันใดก็ตาม เรายิงให้ไปๆ ก็ยิงได้มา เห็นง่ายทีสุดก็คือ ถ้าเราให้เงินเขาไป แล้ว เราก็จะได้ของตอบแทนมา อันเราเรยกว่า ซือขาย ในทุกวันนีนันเอง ดังนัน ถ้าเราไม่ซือไม่ขาย คือ ให้เงินเขาไปเฉยๆ โดยไม่รับสิงของตอบ แทนอันใดมาเลย อันนันก็จะเปน "ผล" ของเราเก็บไว้ สักวันหนึง ก็จะกลับมาให้ เรา คืนมาให้เราจนได้ ด้วยเหตุเปนไปดังนี ใครอยากได้อะไรมากๆ ก็ต้องหัดให้ สิงนันให้มากๆ เถิด อย่าเพิงไปรับผลตอบแทนคืนมา ให้ไปแบบฝากไว้ก่อนให้ 130330 ประกายธรรม 04 ยิงให้ไป ยิงจะได้มา โดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ ห น้า 12 มากๆ ลืมเสียด้วยว่า เราได้ให้ไปแล้ว อย่าไปจํา เพราะไม่จําเปนต้องจําเลย ธรรมชาติไม่โกงใคร ความแท้จรงไม่โกงใคร มีแต่กิเลส มีแต่มารเท่านันทีมา เล่นไม่ซือกับ "ความแท้จรง" แต่กระนัน ก็จะเอาชนะ "ความแท้จรง" ไม่ได้เปน อันขาด ตราบโลกแตก สุดท้าย "ความแท้จรง" จะต้องชนะอย่างแน่นอนทีสุด จึงไม่ควรจะจํา "การให้" ใดๆ แก่ใครเปนอันขาด "ให้" ไว้แล้วเท่ากับเราสะสมไว้ โดยแท้โดยจรง ยิงเราไปจํา ยิงเสียพลังงานของเราเอง โดยเปล่าประโยชน์ และ จะทําให้เราอดไม่ได้ทีจะทวงคืน เช่น เราจะซือของชนิดหนึง ราคาอันละ 5 บาท ถ้าเรานําเงิน 5 บาทไปจ่าย ไว้กับเจ้าของของนัน โดยเราไม่เอาของมา ก็เท่ากับเราฝากของนันไว้ รุ่งขึนเอา ไปจ่ายไว้อีก 5 บาท เราก็จะมีของนันเพิมขึนอีก ยิงเอาไปเติมไว้โดยไม่รับของมา เท่าใด ก็เท่ากับเราสะสมไว้เท่านัน ถ้าเราไปขอรับของเมือใด เราก็จะได้ของนัน มากมายเปนกอบเปนกํามากมายเท่าทีเราได้สะสมไว้ตาม "เหตุ" จรงๆ แต่ถ้าเราซือโดยจ่ายไป 5 บาท แล้วก็เอาของนันมา ก็เปนอันหมดกัน ไม่ ได้สะสมไว้แต่อย่างใด หรอถ้าใครจะอุตรคิดว่า ก็ถ้าเราไปจ่ายไว้ๆ แล้วเจ้าของ ของนันเกิดโกงขึนมาล่ะ? โกงก็โกง นันแหละคือเรองของ "กิเลส" เรองของ "จิตใจทีผสมมาร" ได้เกิดทํางานขึนมาล่ะ เขาจะโกงไปอย่างไร ก็ไม่ต้องกลัว สักวันหนึง สิงทีเราสะสมไว้นัน จะวกกลับมาคืนเราจนได้จรงๆ จงจําไว้เถิดว่า จะไม่มีใครในพิภพจักรวาลนี จะได้อะไรฟร หรอได้อะไรมา โดยไม่สะสมไว้ หรอลงทุนไว้ แม้จะเอาของเขามาก่อนในเมือนี ก็จะต้องคืนเขา 130330 ประกายธรรม 04 ยิงให้ไป ยิงจะได้มา โดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ ห น้า 13 ในเมือหน้า และถ้าเราให้เขาไว้เมือนี เราจะได้คืนแน่ๆ ในเมือหน้า นีคือหลักแห่ง ความจรง หลักการทีถูกต้องทีสุด ดังนัน ใครทําใจเย็นได้มากเท่าใด หัดให้ หัดสะสมไว้มากเท่าใด เราก็จะมี มากยิงๆ เท่านัน พระพุทธเจ้าท่านมีมหาสมบัติ และมีทุกสิงทุกอย่างพรังพร้อม เพราะอะไร? เพราะท่าน "บรจาค" ท่าน "ให้" มานักหนา "ให้" เสียจนแม้ท่านไม่ ต้องการเลยในสมัยชาติของพระองค์ท่าน ก็ยังมีมายัดเยียดให้ท่าน จนเรยกว่า ล้นแล้วล้นอีก เมือมีมากกว่ามาก เหลือคณา เราก็เรยกว่า "ล้นฟา" นันเอง ใครอยากมี หรออยากให้ จน "ล้นฟา" ก็จะต้องหัด "บรจาค" หรอหัด "ให้" ไว้เถิด ให้แล้วก็อย่าไปคิดเอาสิงตอบแทนมาก่อนเสียล่ะ ให้ไปโดยแท้ โดย บรสุทธิใจ คือให้อย่างลืมกันทีเดียว อย่าคิดถึงมันเลยว่าเราได้ "บรจาค" เราได้ "ให้" ถ้าเรา "ให้" แล้วก็รับสิงตอบแทน "การให้" นันมา ไม่ว่าจะในรูปของ "วัตถุ" ทีแลกเปลียน หรอในรูปของ "นามธรรม" ก็อย่าไปยินดีรับมา เฉยเมย เสีย เฉยเมยให้ได้จรงๆ แล้วเราจะมี "ทุน" ทีสะสมไว้จรงๆ ทีนี พูดถึงเรองของด้าน "นามธรรม" บ้าง ถ้าเราอยากได้ "ความดี" มากๆ เราก็หัดจ่าย "ความดี" ออกไปมากๆ ใช้ "ความดี" ออกไปจากตัวเราให้มากๆ ความดีก็จะยิงพอกพูนให้กับตัวเรามากยิงขึน คิดให้ดี หรอจะเปน "ความ..." อะไรก็ตาม หากใครจ่ายไป หรอให้สิงนันไปมากเท่าใด หรอสะสมสิงนันไว้เท่าใด 130330 ประกายธรรม 04 ยิงให้ไป ยิงจะได้มา โดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ ห น้า 14 เราก็จะยิงได้สิงนันมาไว้มากเท่านัน เปนหลักแห่งความจรงความแท้ ทีไม่มีใคร สามารถจะบิดเบือนได้ ทีพูดนี เปนหลักวทยาศาสตร์อย่างแท้ด้วย ไม่ใช่เล่นลิน เพราะทุกสิงทุก อย่าง มันไม่มีใหม่ ไม่มีเก่า และไม่สูญหาย ไม่สลายไป นอกจากการเปลียนแปร การเคลือนย้าย ไอน์สไตน์ นักวทยาศาสตร์เอกของโลกก็ยืนยันว่า ไม่ว่าอะไรในโลกนี ไม่มี สูญหายไปจากโลก ไม่ว่าพลังงานหรอสสาร และก็เปนจรงดังนันทุกประการ พลังงานคือนามธรรม และสสารคือรูปธรรมหรอวัตถุธรรมทังหลายนันเอง ใน พิภพจบสากล จักรวาลใดๆ ก็มีของอยู่ 2 สิงนีเท่านันแหละ ทีมันมีบทบาท หมุนเวยนเปลียนแปร อุบัติอยู่ให้เห็นให้รู้ ไม่มีอะไรอืนอีกเลยนอกจากนัน ถ้าใครสามารถทําของ 2 สิงนี ให้มันหยุดหมุน หยุดเวยน หยุดเปลียนได้ ผู้นันก็คือผู้ทํา "นิพพาน" ได้ ผู้รู้แจ้ง "เหตุ" ผู้รู้จุดระงับ ผู้ทราบ "ความแท้จรง" ผู้มีดวงตาเห็นธรรม ผู้มีดวงตาแจ้ง "ความแท้จรง" ย่อมเปนผู้เดือดร้อนน้อย เปนผู้ถูกหลอกได้ยาก เปนผู้สงบอยู่ได้มากแล้ว และถ้าท่านผู้นีทําของสองสิงให้ กลายเปนเหลือสิงเดียวได้อย่างจรงจังละก็ นันแหละคือ ท่านผู้นัน ถึงซึงความ พินาศ ความหมดสิน ความไม่เหลืออะไร ความไม่มีอะไร ความจบ ความหมด ความขาดซึงวัฏฏะ ความเลิกหมุน เลิกเวยน นันคือ "ปรนิพพาน" นันเองแล — ⃠ — 130330 ประกายธรรม 04 ยิงให้ไป ยิงจะได้มา โดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ ห น้า 15 หมายเหตุ : ตัดมาจาก 13-140000 ประกายธรรม เล่ม 1-2 (รวมบทความเก่าๆ ของพ่อ ท่าน) 130330 ประกายธรรม 04 ยิงให้ไป ยิงจะได้มา โดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์