240704-3-088 ทางเอกภาค3-ตอน088(หน้า291มหาจัตตารีสกสูตร)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคมพุทธศักราช 2524 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์และอบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกอะเรามาเรียนกันต่อนะตอนนี้เรากำลังเรียนมหาจัตตารีสกสูตรเพิ่งขึ้นต้นและยังจะพูดกันอีกยาวเพราะขยายความกันให้เข้าใจให้แจ้งๆถ้าเราได้รู้แล้วว่าสูตรนี้เป็นสูตรมาหาจริงๆแล้วก็ยิ่ง จัดปารีสกะนั่นแปลว่า 40 40 ที่ยิ่งใหญ่นี่มันหมายความว่าอะไรเดี๋ยวเราจะได้รู้ในโอกาสต่อไปและ 40 ที่ยิ่งใหญ่นี่โดยความหมายหรือว่าโดยเนื้อหามันแจ้งมันบอกเราให้ชัดถึงทฤษฎีใหญ่ยิ่งของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าคือเป็นเรื่องที่ประกาศบอกทฤษฎีที่พระพุทธเจ้าค้นพบในสมัยที่พระ อุบัติอยู่กลางลัทธิต่างๆเยอะแยะมากมายเขารู้แล้วแต่เข้าใจว่าสมาธินั้นคือการสะกดจิตหรือการนั่งกระทำหลับตาเข้าไปแล้วก็พยายามที่จะสกัดสะกดหรือปัดเป่าเอาอารมณ์อะไรอื่นๆออกๆๆเพื่อจะให้เหลืออารมณ์ต้องว่าอารมณ์ที่ไม่ผสมเปอร์เซียกับกิเลสหรือสัมผัสนอกมีเป็นลักษณะของสมาธิที่เขาค้นพบมาแต่ไหนแต่ไหนนานมาแล้วจนไม่รู้ว่าใครเป็นคนค้นพบ พวกเก่าแก่ทำมาตั้งแต่ฤาษีเดียรถีย์ดึกดำบรรพ์ดาบสชฎิลอะไรทำมาล้วนแล้วแต่รู้กันดีในทฤษฎีนี้ผู้ที่ศึกษาทางด้านจิตไม่มีใครไม่รู้สนใจศึกษาจิตจะรู้ทั้งนั้นแหละทฤษฎีสมาธิแบบนั่งหลับตาแล้วก็สะกดจิตสกัดใจทำอารมณ์ป้องปัดทำอารมณ์ให้มันไม่ต้องไปผสมผสานไปปรุงไปแต่งไปวุ่นวายอะไรกับทั้งทวาร 5 ข้างนอกแม้แต่ทวารในก็ทำให้นิ่งให้ว่าไม่วุ่นวายไม่ปรุงไม่ให้ไปเป็นสังขารเขาก็ดับสังขารโดยวิธีนั้นเสมอมาเมื่อพระพุทธเจ้าอุบัติ พระพุทธเจ้าเสด็จกลับยืนยันในมหาปรินิพพานสูตรว่าตถาคตเกิดเท่านั้นสัมมารีมรรคองค์ 8 จึงเกิดตถาคตไปเกิดสัมมารีมรรคองค์ 8 ก็ไม่เกิดพระองค์ยืนยันว่าจะมีผู้ที่มีปัญญามีภูมิสูงดั่งที่ได้ฉายาว่าตถาคตนั้นเป็นผู้ที่ไม่ใช่ของเล่นๆแล้วถ้าไม่เคยตัดไว้
อ่านต่อ
ในอันอื่นที่สอดร้อยขยายความกันอยู่ว่าไม่ใช่ฐานะที่จะเกิดพุทธะหรือเกิดตถาคตเนี่ยได้ 2 องค์ในเวลาเดียวกันหรือเวลาไล่เลี่ยกันไม่ สิ่งที่จะเป็นไปได้ผู้ที่ยิ่งยอดอย่างนี้นี่มันนานเกินไปเวลาไล่เลี่ยกันก็จะมีคนอย่างนี้เกิดวิเศษหรือพิเศษสักองค์หนึ่งนั้นเป็นไปไม่ได้ไม่อยากหาได้ยากเลยนะเป็นไปไม่ได้ฐานะไม่ใช่ฐานะที่จะเป็นไปได้เป็นเรื่องเป็นได้ยากเพราะว่าแต่องค์นี้ร้อยล้านเอาไว้ขยายความเอาไว้ชัดเจนหมดถ้าเรารู้ถ้าเราเข้าใจพร้อมสมาชิกที่เป็นอย่างของพระพุทธเจ้าเป็นอย่างไรเรามาพบในมหาจักรตารีศึกท่านยืนยันไว้ชัดว่ามาภิกษุทั้งหลายเราจะสอน วีดีโอสัมมาสมาธิซึ่งมีความคำขยายไว้ต้องชัดเจนเป็นสัมมาสมาธิอันประเสริฐอริโยจะแปลว่าอันประเสริฐเป็นคำขยายอย่างนั้นก็ได้หรือจะแปลทับศัพท์ลงไปว่าเป็นสัมมาสมาธิของพระอริยะของคนประเสริฐของคนฉลาดเท่านั้นที่จะรับได้ที่จะทำได้เก่งเป็นเรื่องของต้องเก่งต้องทั้งรู้ต้องทั้งฝึกเพียรเอาแล้วจะได้เมื่อได้แล้วท่านยืนยันว่าหมดจริงสนิทจริงซึ่งผู้รู้แต่ก่อนเขาก็อธิบายไว้ว่าการนั่งหลับตาทำสมาธินั่นเหมือนกับลักษณะที่ปัดจอกแหนหรือปรับสว่างออกจาก ส่วนใดส่วนหนึ่งคือไร่สวะหรือไล่จอกแหนนั้นออกไปให้เห็นน้ำใสไล่ออกปัดออกกวาดออกไปให้เห็นน้ำใสกวาดอยู่ในนั้นแหละกวาดอยู่ที่ไหนในน้ำนั่นแหละน้ำนั้นมีจอกมีแหนมีสระอะไรอยู่ในเกาะพยามเอามือปัดหรือเอาอะไรปัดกวาดออกกวาดกวาดออกเพื่อเห็นวังน้ำใสชั่วครั้งชั่วคราวพอเราหยุดปัดเราหยุดเอาอะไรกั้นเอาอะไรกันไว้แล้วพอยกออกเลิกในช่วงระยะนั้นสวะมันก็หุ้มเข้ามาอย่างเก่าก็สว่างก็เจาะคอแหนอะไรมันก็หุ้มรวมเข้ามายังเก่าถ้าใครเคย มีแม่น้ำที่มีสระมีจอกมีหนาอะไรเนี่ยแล้วทำอย่างนี้น่ะกวาดกวาดเอามือดันออกให้เห็นน้ำวังน้ำสักพักนึงถ้าเราเอาไอ้ที่กันมันออกเอามือออกมันก็หุ้มเข้ามาฉันใดฉันนั้นลักษณะสมาธิแบบฤาษีก็เป็นลักษณะสะกดจิตสกัดใจกลั้นกดใช้อำนาจอะไรริดแรงอะไรอันนึงดันไว้จัดการที่จะขับไม่ให้มีกิเลสไม่ให้สังขารไม่ให้ปรุงไว้ชั่วระยะหนึ่งแต่พอเวลาถอนพลังสกัดพลังกล้าพลังกล้าจะเรียกว่ากลั้นหรือกลั้นอะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละเพราะว่าถอนอันนั้นออกแล้ว มึงก็เป็นอย่างเก่ามีอารมณ์มีกิเลสมีอะไรต่ออะไรเข้ามายังเก่าอาจจะมีฤทธิ์บ้างนะมีผลพลอยได้บ้างจะว่าไม่มีผลเสียเลยนั้นก็คงจะมีส่วนที่มันทำให้เกิดความเก่งกล้าหรือว่าเกิดความชำนาญในการที่จะทำใจให้มันสกัดกั้นในช่วงอารมณ์นั้นอารมณ์นี้ที่จำเป็นโดยทำทองเมื่อเก่งแล้วมันก็ทำในใจทำการอย่างนั้นได้มันก็ช่วยได้บ้างแต่ของพระพุทธเจ้านั้นสมาธิของพระอริยะหรือสมาธิอันประเสริฐมีท่านก็อธิบายไว้ว่า กรรมวิธีโดยหลัก 7 มีองค์ 777 องค์ประกอบเป็นเหตุเป็นปัจจัยมีเหตุประกอบขึ้นมาประกอบขึ้นมาเป็นองค์ประกอบประกอบขึ้นมาครบครันมันก็จะสั่งสมลงสั่งสมลงเป็นสัมมาสมาธิ 67 เท่ากับระบุไว้ว่ามีความหมายว่าอะไรมีความหมายว่าอะไรว่าอะไรตั้งแต่สัมมาทิฏฐิมีความเห็นให้ถูกต้องมีความเข้าใจให้ถูกต้องที่กำลังอธิบายกันอยู่นี้ก็อธิบายให้เห็นให้เข้าใจเข้าใจให้ถูกนะว่าของพระพุทธเจ้าเป็นอย่างนี้ของฤาษีเป็นอย่างนี้ เราจะปฏิบัติอย่างของพระพุทธเจ้านี้มีรายละเอียดอย่างไรอย่างไรอีกแล้วก็เข้าใจทางปฏิบัตินี้นี้เป็นทางปฏิบัติที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าค้นพบเรียกว่ามรรคองค์ 8 สั่งสมลงเป็นสัมมาสมาธิสมาธิแปลว่าจิตอันยิ่งทำให้เกิดจิตอันยิ่งยิ่งขึ้นยิ่งขึ้นยิ่งขึ้นยิ่งขึ้นจนถึงที่สุดในจิตอันยิ่งถึงที่สุดก็คือเกิดวิมุติทั้งสองเรียกว่ามีปัญญารู้เลยว่าปัญญาวิมุติและมีเจโตวิมุติและถึงที่สุดเรียกว่าอุปกรณ์ทั้ง 2 ส่วนคือทั้งรู้ทั้งมีปัญญาเข้าใจแจ้งชัดเราต้องจิตนี้ได้ฝึกปรือฝึกเรียนแล้วหลุดได้จริง หมดจริงดับสนิทจริงซึ่งกิเลสเราต้องเห็นต้องรู้ด้วยปัญญาด้วยปัจจัตตังเวทิตัพโพวิญญูหิได้ปัญญาด้วยความรู้ในเวทิตัพโพโดยวิญญูวิญญาณอันยิ่งแท้ๆจริงๆเห็นไม่ใช่ว่ามานั่งเดาไม่ใช่ว่าไปฟังของคนอื่นไม่ใช่รู้แต่เพียงความหมายแต่มันเกิดเป็นแล้วเป็นจริงแล้วรู้อยู่เห็นอยู่เป็นปัจจุบันนั่นเทียวผู้ที่ได้แล้วเดี๋ยวนี้เราดูของเราเดี๋ยวนี้ก็ได้เดี๋ยวนี้แล้วดูเดี๋ยวนี้ได้เดี๋ยวนี้มีอยู่อนันต์โตไม่มีที่สิ้นไม่มีที่สุดดูเมื่อไหร่เห็นเมื่อนั้นไอ้ที่ตายแล้วนี่ ดูเมื่อไหร่เห็นเมื่อนั้นชั่วระยะไหนก็ขณะไหนที่เราจะดูมันได้แทรกซ้อนอยู่ตลอดเวลาเดี๋ยวนี้เราดูจิตว่างเดี๋ยวนี้เราก็ดูได้ว่างจากอะไรที่เราได้แล้วอ่ะเราว่างจากตั้งแต่ลักษณะต่ำๆหยาบๆมาตั้งแต่เราว่างจากสิ่งที่เคยติดยาเป็นของหยาบเป็นปัจจัยหยาบอย่างที่เราเคยไล่กันมาแบ่งชั้นแบ่งขนาดว่าอย่างนี้เป็นของอยากตั้งแต่อบายมุขหยาบสิ่งที่เราเคยติดเพราะเราหลุดจริงเราพ้นจริงเราว่างจริงด้วยปัญญาด้วยจิตจริงแม้เดี๋ยวนี้จะเกี่ยวข้องสัมพันธ์แต่ต้องสิ่งนั้นอยู่จิตเราก็ว่าสัมผัสสิ่งนั้นอยู่เดี๋ยวนี้ เราก็ว่าจิตมันว่างจริงๆไม่ได้เป็นทาสไม่ได้ไปเป็นผู้ที่อยู่ใต้ครอบงำผู้ที่อยู่ใต้อาณัติไม่ได้เป็นจริงๆตั้งแต่ต่ำๆหยาบๆตั้งแต่อบายมุขโลกต่ำที่สุดแม้แต่โลกก็ทำลาบยศเรารับอยู่เดี๋ยวนี้สักพักอยู่ในนี้เขาอยู่เดี๋ยวนี้หรือมันถึงไม่มายุ่งมันก็เกิดผ่านไปผ่านมาอยู่กับเราเดี๋ยวนี้เราก็ไม่ได้ดูดไม่ได้ติดไม่ได้ผลักไม่ได้ใส่ไม่ได้ชังไม่ได้ชอบเป็นภาวะที่อยู่เหนือมันจริงๆว่าไม่ว่าจะเป็นการไม่ว่าจะเป็นสัมผัสทางตาหูจมูกลิ้น สัมผัสนอกโลกนอกแบ่งพิษณุโลก 1 เรียกว่ากามภพแต่ว่ากล่าวว่าผมจะผ่านไม่ว่าจะหยาบจะละเอียดมาในรูปไหนเรารู้เท่าทันถ้าบางคนยังไม่ละเอียดก็ผ่านมาก็รู้ได้ขนาดนึงอีกขนาดนึงลึกซึ้งขึ้นไปไม่รู้ตัวมันกินในก็มียังเหลือเป็นชั้นๆตอนๆแล้วแต่อินทรีย์พระของใครแล้วแต่ความเป็นจริงของใครๆที่รู้ได้และดับได้สูงขึ้นไปก็กล่าวมาพบก็คือในใจเองข้างนอกกลับมาพบของเราไม่ผ่านยังไงเราก็ทนได้อดได้สู้ได้สู้ได้จนกระทั่งไม่ต้องสู้มาก ไม่ผ่านข้างนอกเฉยๆไม่มีไม่เป็นผู้ที่เรียกว่าพ้นไม่พบหนึ่งโลกหนึ่งไม่มาเกิดอีกแล้วในโลกนั้นในโลกกามภพนี้แน่ใจเลยเราไม่เป็นไม่เกี่ยวข้องไม่ไปสมสู่เสพไม่เสพไม่สวยหมดสนิทได้แน่ใจมั่นใจแต่ข้างในใจข้างในพบเรียกว่าภาวะพบหรือว่าภวังค์ของภพอีกซึ่งเป็นภพใหม่เป็นทวารในไม่รู้ไม่เห็นกันได้โดยง่ายเกิดอยู่อย่างหยาบหรืออยู่อย่างละเอียดก็แล้วแต่ใครของใครของมันบางคนมีอย่างแรงๆอยู่ก็ยังอุตส่าห์กลั้นไม่ได้สะกดได้บางคน ไม่ได้เธอแรงๆสกัดไม่ได้ไม่อยู่แต่ยังเหลืออ่อนๆหรือยังหรือกลางๆอะไรสะกดได้แต่มันก็ยังเกิดอยู่มันยังไม่ตายสนิทมันยังไม่หยุดสนิทก็รู้รู้ของตัวอย่าหลงดูให้ชัดเจนไม่ชัดจะเห็นในภาวะพบเป็นภาวะตัณหาอยู่ทำให้เรียนรู้สูงยิ่งไปกว่านั้นแม้แต่ภาวะในจิตดับได้สนิทแล้วเรายังสามารถที่จะทำให้เกิดเหตุเกิดเพื่อความดีให้ปรุงให้ทำงานให้ออกมาอีกเป็นวิภาวะภพเพลงนี้เพราะว่าพบ ไปพบที่สูงขึ้นไปอีกซึ่งเป็นการปฏิสันเป็นการสลัดคืนเป็นการที่เราได้แล้วแล้วเราก็ไม่ติดเราไม่แชร์ไม่เสพไม่ติดเราปรุงขึ้นมาเราปรุงขึ้นมาเอามาเป็นจิตเป็นการเป็นงานเพื่อผู้อื่นไม่ใช่เพื่อตนและตนไม่เสพหรอกตนไม่ได้เสพและระยะแรกมันจะขี้เกียจด้วยซ้ำไปมันจะไม่อยากทำด้วยซ้ำไปถึงเรียกว่าไม่กลับมาแล้วกลับมาสู่ภพอีก วิภาวะไม่ใช่พบเดิมแต่เป็นภพพบเดิมนั่นแหละที่มาอย่างใหม่มาอย่างคนใหม่มาอย่างคนไม่ได้มัวเมาเหมือนกอดเมื่อก่อนนี้มัวเมาติดทำอะไรก็มีไอ้นั่นหล่อมีไอ้นั่นนี่รอตอนนี้มาทำโดยไม่มีอะไรล่อจึงจะพิสูจน์ได้ว่าเราทำโดยไม่อิงอามิสและเราก็เป็นสุขเราก็ทำอีกทำโดยปัญญาโดยเลือกเฟ้นโดยที่เห็นว่าอันนี้ดีอันนี้สมควรอันนี้พอเป็นไปมาปรุงจึงเรียกว่าวิสังขารปรุงอย่างวิไม่ได้ไปปรุงอย่างโง่ๆปรุงอย่างยิ่งไม่ปรุงอย่างที่เราเห็นแล้วว่าอย่างนี้เราไม่ปรุงด้วยเราไม่เอาด้วยเราไม่ปรุงเพราะมันเป็นการมอมเมาเป็นเรื่องที่ไร้สาระเป็น ที่ไม่มีคุณค่าเราจะปรุงแต่สิ่งที่มีคุณค่าและเราก็ไม่ได้ไปติดพิเศษเราก็ไม่ได้ไปหลงอะไรในสิ่งนั้นแต่เราปรุงเพื่อเป็นประโยชน์ในโลกเพื่อเป็นคุณค่าคนถึงมีคุณค่าอย่างนั้นไม่ใช่คนไร้การงานเพราะนี้เพราะว่าปัญหาหรือวิเคราะห์ว่าพบนั้นจึงเป็นภพที่ลึกซ้อนขึ้นไปอีกจะเรียกว่าตัณหาจะเรียกว่าความปรารถนาจะเรียกว่าความอยากให้มันดีให้มีดีเกิดขึ้นก็รังสรรค์โลกไว้เป็นโลโก้กระทำพิการเมตตาเป็นเมตตาธรรมค้ำจุนโลกเป็นความเป็นพรมเป็นเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขาเป็นผู้สร้างโลกจึงเรียกว่าเป็นพรม นี่เป็นจิตบริสุทธิ์จิตพรหมลิขิตบริสุทธิ์บริสุทธิ์ตรงที่ตัวเองไม่ได้เห็นแก่ตัวไม่มีของของตัวไม่ได้เอาไว้แก่ตัวสร้างให้ผู้อื่นเป็นผู้สร้างให้แก่โลกจึงเรียกว่าพรหมแท้เราจะเป็นพรมโดยสบายก็ต้องฝึกความเป็นพรมไม่จำเป็นได้ง่ายๆเพราะเราเรียนฝึกกันอยู่เนี่ยเราทำงานเราทำอะไรต่ออะไรอยู่โดยหลักของสัมมารีมรรคองค์ 8 เห็นตอนนี้กำลังแสดงความรู้บอกความเห็นบอกความเข้าใจให้พวกคุณเข้าใจมันต้องทำความเห็นในแจ้งนะเนี่ยมันมีรายละเอียดซ้อนเข้าไปโลกนั้นโลกนี้เราพ้นไปแล้วหรือว่าเรายังไม่พ้นเราจะฝึกเข้าใจความหมายแล้วเราก็ค่อยๆฝึกไปอันใดที่พอฝึกไปแล้วรู้ตัวเอง ตอนนี้เราพลังไม่พอแล้วอินทรีย์พละเราไม่ไหวเราก็ขอพักก่อนขอเหล็กก่อนตอนนี้ขาดทุนตอนนี้เสียตอนนี้เราอ่อนแอก็แพ้จริงๆต้องรู้ตัวพร้อมกันนั้นเราก็ต้องไม่เป็นจอมโจรบัณฑิตเราต้องเป็นสัญชาติให้คนตรงที่จริงเราสู้ได้นะแต่ไม่กล้าเมื่อไม่กล้ามันก็ไม่ได้ซ้อมความแข็งแรงมันก็ออกแต่อ่อนแออยู่นั่นแหละแต่ถ้าผมว่าเรารู้ว่าเราได้ที่จริงเราไม่ชอบแต่ทำเป็นหรอกเป็นเรื่องเราเลี้ยงมันก็หลบเลี่ยงเพราะกรรมเป็นอันทำฝึกเป็นอันฝึกเก่งมันอันเก่งกล้าเป็นอันกล้าถ้าเราไม่ได้ทำเราก็ไม่ได้อยู่นั่นถ้าเราได้ทำมันก็จะได้ยิ่งขึ้นยิ่งขึ้นแข่งกล้ายิ่งขึ้นสามารถที่ วางใจปลดปล่อยใจทำในใจจนกระทั่งไม่มีปัญหาอะไรทำสมากัมมันตะอะไรก็ได้ในวันหนึ่งชีวิตหนึ่งที่เรียกว่าอาชีพที่ดินด๊อกแด๊กอยู่เราก็สร้างก็ฉันไปไม่เราไม่พักและเราก็ไม่ใช่คนหลงผิดเราไม่พักเราไม่ผิดเราทำอันใดที่ทำก็ทำมันเมื่อยที่สุดหรือว่าสมควรที่จะพักแล้วถึงกาลที่ควรจะพักแม้ไม่เมื่อยก็ควรพักนี่มันควรพักจริงๆก็พักกันแต่ถึงเวลาคนหลับควรนอนอันนั้นเป็นกิจจะลักษณะเป็นของแท้ก็นอนก็พักถึงเวลาตื่นตื่นขึ้นมาทำเรา เพี้ยนเพี้ยนไปจนกว่ามันจะถึงเวลาอีกหรือว่ามันเมื่อยสมควรจะพักมันเมื่อยมันควรได้สาระแล้วก็หยุดเนี่ยหลักการของพระพุทธเจ้าสอดร้อยมาจริงยิ่งอย่างนี้เราจะได้จิตจันทร์ยิ่งเราจะได้สมาธิดังกล่าวนี้จนถึงขั้นสูงขั้นปลายนั้นน่ะไม่ใช่นึกเอาเดาเอาไม่ใช่พูดไปนี่ไม่ยากสำหรับคนปัญญาดีฟังแล้วเข้าใจรู้ละเอียดตลอดเห็นแนวเลยทีเดียวไม่ใช่ของพูดไม่รู้เรื่องนี่เรียบเรียงผู้ในฟังไม่ใช่พูดครั้งนี้ครั้งแรกพูดมาหลายครั้งเรียบเรียงมาให้ฟังตั้งใจ ฟังดีๆดีๆดีๆแล้วคุณก็จะเห็นทางเป็นมรรคเป็นมรรคเป็นทางปฏิบัติและในองค์ปฏิบัติตลอดนั้นน่ะที่จะได้ผลมากก็สัมมารามมรรคซึ่งเมื่อเราเข้าใจดีแล้วเป็นสัมมาทิฏฐิแล้วเราก็มาฝึกตนอยู่ตรงนี้สัมมาวายามะสัมมาสติห้อมล้อมจะปฏิบัติไปอันนี้เราก็อธิบายยากซับซ้อนเราเคยอธิบายแล้วเราก็เอาที่รู้แล้วแล้วเราก็จะมาทวนขยายความละเอียดในสัมมาทิฐิหรือมิจฉาทิฐิแล้วก็จะขยายทีมเป็นมิจฉาอื่นแทรกซ้อนปนเปไปขยายขยับไปเรื่อยๆเพราะเมื่อเราเข้าใจโครงสร้างเมืองเราเข้าใจกรรมวิธีไปมากๆแล้วทีนี้มาอธิบายอะไรพวกนี้เราก็จะ มีตัวหลักมีทฤษฎีหลักนั้นเป็นหลักที่จะคำนวณประมาณแม้เราจะยังไม่ได้ฝึกเราก็จะรู้แผนที่รู้มากกว่าวิธีแล้วทีนี้เมื่อเรารู้มากกว่าวิธีแล้วเราก็เอาไปปฏิบัติมักก็วิธีเข้าใจมรรควิธีแล้วก็เอาไปพยายามเอาไปทำทุกสติมีสติรู้ตัวทั่วพร้อมอยู่ทุกเวลาทำมันไม่ได้มันตรงหลักตรงที่เรากำหนดแล้วยังมีรายละเอียดว่าเราจะไปกำหนดเอาตามอินทรีย์ภาระของเราเราเองเรามีแรงมีเรี่ยวมีอินทรีย์มีภาระมีกำลังสามารถที่จะทำได้เท่านั้นเท่านี้ทำตามของเราบ่ได้แล้วเราก็ขยายเพิ่มขึ้นสูงขึ้นก็จะขึ้นทำให้แก่ตัว นั้นไม่ต้องทำแล้วเรื่องนั้นศีลข้อนั้นหลักเกณฑ์นั้นสภาพนั้นเราทำแล้วแล้วให้รู้แล้วท่านถึงบอกว่าเมื่อเวลาปฏิบัติธรรมด้วยซ้ำมาอริยมรรคองค์ 8 หรืออริยสัจ 4 นั้นรู้ตัวนี้เป็นตัวใหญ่เลยว่าตัวการหรือว่าเรียกว่าตัวทุกข์ตัวนี้เรียกว่าเหตุแห่งทุกข์คือสิ่งที่เกี่ยวข้องกันอยู่เป็นเหตุเป็นปัจจัยเราก็ดับได้ทั้งตัวทุกข์ก็ไม่มีทั้งตัวเหตุแห่งทุกข์ก็ดับสนิทดับทั้ง 2 อย่างทั้งทุกข์และทุกข์สมุทัยจึงเป็นทุกข์นิโรธเป็นทุกข์นิโรธดับได้ดับได้เห็นแจ้งของเราอันใดปัจจัยใดเหตุใดดับได้เราก็รู้ให้รู้จริง ถึงว่านี้เป็นตัวจริงนะเป็นสัจจะเกิดญาณเกิดปัญญารู้เป็นสัจจะและเราก็ได้ทำจริงนะนี่กำลังทำอยู่ยังไม่หมดเป็นกิจจะยานสัจญาณเกิดญาณเกิดปัญญารู้ความจริงนะนี่ถูกต้องนะไม่ใช่ว่าเราทำผิดผิดเราจะเอาทำไม่พายดันพาไปเอาแป้งมานวดแล้วก็คนละเรื่องทำให้พาก็ต้องไปเอาไม้มาสิแล้วก็มันเหลาแล้ววางโครงสร้างแล้วก็เกาไปในรูปนั้นรูปนี้เราก็จะได้ไม่พายดันพาไปเอาแป้งมาปั้นไม้พายมันก็ได้ไม้ไผ่อยู่ๆอยู่นั่นแหละมันไม่ถูกสัตว์ถูกสวนไม่ถูกชิ้นถูกอันไม่ถูกเรื่องไม่ถูกของที่ควรจะเป็นสัจจะหรือไปเอาน้ำตาลมาปั้นเป็นไม้พายแทนที่จะ ซึ่งผสมลักษณะของของมันอะไรมันก็ไม่ถูกเรื่องแต่ถ้าเผื่อว่าถูกเรื่องไปทำเอาถูกชิ้นถูกอันมันก็เป็นสิ่งนั้นได้ต้องรู้สัจจะเกิดสัจจญาณแล้วก็กระทำจริงๆนะพอได้มาแล้วก็ฝึกหัดทำสร้างกอเอาขึ้นกิจการจนมันเสร็จมันแล้วก็ให้รู้แล้วเป็นกตญาณมันแล้วเรานะเนี่ยแล้วแล้วก็ยังไม่รู้แล้วทำอยู่นั่นแล้วโอ้ยไม่พายเอ่ยแล้วก็เราก็กลึงเพ้อเจ้อเกินแรงเอามาเสร็จแล้วไม่ผ่านก็ยังเอามาผ่าเอามาเช็ดนั่งเช็ดอยู่นั่นแหละแรลลี่ไปอยู่นั่นแล้วคนเดียวก็เอาไปฉีดก็มันเสร็จแล้วก็หาเรื่องอื่นทำบ้าง ทำไม้พายได้ก็ทำอะไรอื่นต่อทำเรือต่อเพื่อทำไม้พาได้ก็ทำเรือทำเรือได้ก็ทำบ้านทำบ้านได้ก็ทำวังทำวังได้ก็ทำวิมานอะไรไปต่อๆไปหน่อยสิก็ได้ทุนร้อนแล้วเป็นอันนั้นแล้วก็เขยิบทำให้มันยากขึ้นสูงขึ้นทำเรื่องใหม่ขึ้นทำเรื่องอื่นที่เรารู้ว่าเป็นสักกายะของเราหรือเป็นเรื่องที่นี่แหละตัวร้ายของเราเราทำอีกมันก็จึงจะเพิ่มไม่ใช่ว่าได้แล้วก็ไม่รู้แล้วไม่มีจักรยานก็ทำเป็นจิตซ้ำซากอยู่นั่นแหละซ้ำแซะไปอยู่แค่นั้นมันก็จะไปสูงอะไรมันจะไปกระทบมันจะไปเจริญก้าวหน้าเป็นวุฒิวุฒิเจริญยิ่งอะไรมันก็ซ้ำแซะซ้ำซากแล้วแล้วเราก็ยิ่งมันมีอารมณ์นึงได้แล้วก็หลงปิติยินดีกับมันอยู่นั่นแล้ว ไม่รู้ปล่อยมือวางแล้วทีก็ได้แล้วเป็นของเราแล้วทำงานแล้วก็พอสักทีไม่พอย้ำซ้ำอยู่นั่นแหละเกินเลยนี่เรียกว่าไม่เกิดกับจักรยานไม่แล้วไม่รู้แล้วปัญญาในการรู้แล้วไม่มีหลงไปอยู่ในภาวะจิตทำอยู่เป็นกิจที่ยิ่งจิตซ้ำซากไม่เจริญขึ้นส่งได้แต่ส่งทั้งๆที่แล้วไม่รู้แล้วได้แล้วนะเป็นแล้วชำนาญแล้วแน่นอนเก่งแล้วแต่ก็ไม่ขยายไม่เพิ่มแบบนี้มันก็ไม่เลื่อนชั้นอีกแค่พระพุทธเจ้าละเอียดละออมากเพราะเราเข้าใจความหมายของสัจจานกตญาณให้จริงแล้วก็เลื่อนพอได้แล้วแน่ใจว่าเด็ดขาด ชำนาญพอดีแล้วเอาใหม่เลื่อนเลื่อนฐานไม่ขอหาหลักเกณฑ์หาเรื่องราวประพฤติปฏิบัติแก่ตนที่จริงไม่ถึงกับขนาดต้องขาดตอนนี้หรอกเพราะเราทำอะไรได้แล้วพอได้พอสมควรแล้วไม่ต้องไปกังวลนักไม่ต้องไปผูกไปพันนักไม่ต้องไปเอาใจเขาไปคลุกไปขี่มากนักแล้วเราก็ได้ทำอันอื่นทานอื่นซ้อนลงไปมันจะมีสภาพคัมภีร์เราพาโซเรียกว่าสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนได้อันนี้มาแล้วแข็งแรงพอสมควรแล้วแล้วก็ทำวันอื่นที่ยากไปอีกได้เอาพลังอันนั้นมาทำอันนี้นิดๆหน่อยๆซ้อนซ้อนไปเรื่อยๆแบบเดียวกันกับนักศึกษาในมหาวิทยาลัยเปิดเนี่ยสมัครสอบบางคนสอบ ปี 4 ปี 1 ยังไม่หมดทุกวิชาเลยสอบไล่กันไปเรื่อยสอบวิชาปี 2 ได้ปี 3 ได้ซ้อนกันไปที่จริงในปี 1 สอบไล่ขึ้นไปถึงปี 4 มันก็มากไป B1 ยังไม่หมดเดี๋ยวพาไปสอบปี 4 นี่มันมากไปมันกระโดดข้ามขั้นแต่เขาจะสอบสอบปี 1 เก็บไปในปีนี้สอบปีหนึ่งได้ไปแล้วสมมุติว่า 10 วิชาได้เป็น 8 วิชาเหลือ 2 อ่ะมาสอบเก็บซองสมัครสอบวิชาปี 2 อีกฝ่ายอีกสัก 3 วิชา 5 วิชาสอบปี 25 วิชา 3 วิชาเก็บสอบอีก 2 วิชาของปีหนึ่งหมดพอได้หมดปี 1 ปี 2 ก็ได้ 4 วิชา 5 วิชาสมัครสอบปี 2 ด้วยสมัครสอบปี 3 อีก 1 วิชามันสอดพลอยขึ้นไปอย่างนี้เรื่อยไปและจริงๆเขาก็เรียนอย่างนั้นคนมีปัญญาอย่างนี้มันไม่ ยากเย็นอะไรเพราะฉะนั้นผู้ที่มีปฏิภาณแล้วมีปัญญาแล้วไล่เรียงธรรมกิจของตัวเองเนี่ยมันก็จะสอนสอดรออยู่อย่างนี้เสมอนะนี่เป็นการปฏิบัติภาคปฏิบัติมีหลักปฏิบัติเลยว่าศีลขัดเกลาจิตจริงๆมันเรียกว่าสมาธิสั่งสมทั้งกรรมวิธีและก็ฝึกฝนไปตามหลักการปฏิบัติตามกรรมวิธีนั้นแล้วก็เห็นจิตหลุดร่อนหรอกจริงบางจากออกจริงดับได้จริงเรียกว่าจิตอธิจิตไอ้ที่เห็นที่ว่าเห็นว่ารู้ของตนจริงๆนั่นแหละเรียกว่าปัญญาปัญญาที่รู้ทั้งมรรควิถีก็เรียกว่าเกิดมรรคแท้และพิสูจน์วิธีแท้เกิดผลจริงก็เรียกว่าเป็นผลเห็นผลไม่ใช่ว่าไม่เห็นไม่ใช่เห็นในรูปก็ตามมอง เรียกว่าทิพย์ประจักษ์สุขเรียกว่าธรรมจักรสุเทวาทางธรรมหรือเรียกว่าธรรมปัญญาใช้ปัญญาเห็นไม่ใช่ใช้ลูกกะตาเห็นธรรมะเนี่ยผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นตถาคตตถาคตคืออันนี้พุทธะคืนนี้พุทธไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนพุทธไม่ใช่รูปมนุษย์บุคคลพุทธคืออันนี้ผู้ใดเห็นธรรมมีจักสุขมีธรรมะจักษุมีพระธรรมปัญญามีปัญญาเห็นธรรมเห็นว่าองค์การนี้เป็นกิเลสเป็นอย่างนี้กิเลสจางเป็นอย่างนี้เราทำแล้วจิตใจของเราสะอาดบริสุทธิ์ขึ้นว่างขึ้นดับเห็นความเกิดความดับของกิเลสเห็นความหมดกิเลสเห็นความบาปของกิเลสแห่งความเกิด กิเลสหมดความเกิดของกิเลสไม่มีกิเลสเกิดเลยเราตายสนิทเป็นคนตายแล้วตั้งแต่เป็นๆนี่คือธรรมะไม่ได้หมายเอาการเกิดการตายของชีวิตร่างกายแต่การเกิดการตายของชีวิตร่างกายเราจะรู้เราจะเกิดดีเราอยากเกิดอีกก็เกิดได้เราจะรู้ชัดเลยเราจะแน่ใจเลยว่าอ๋อไอ้การที่จะหลงโลกแล้วก็มาเกิดแล้วเกิดเล่าในตัวนำเกิดคือโลภะโทสะโมหะหรือตัวกิเลสเป็นตัวพาเกิดมนุษย์ไอ้จิตมันไม่มีมันไม่ได้พาเกิดพาเป็นอะไรหรอกมันเป็นเรื่องที่มันเพราะเรามีกิเลสเราจึงมาเกิดเมื่อวันเกิดตามกิเลสน้อยจนกระทั่งถึงกิเลสมากพอดับกิเลสหมดแล้วถึงรู้ว่าซากที่เหลือถึงบอกวันนี้เป็นแดน อวิชชาเป็นกากเดนแห่งอวิชชามีจิตวิญญาณนี่ก็เป็นกากแดงของอวิชชามีรูปนามขันธ์ 5 นี่ก็เป็นกากแดงของอวิชชาเมื่อเป็นพระอรหันต์แล้วถึงจะพูดได้เป็นพระอรหันต์แล้วจึงจะเห็นได้ว่านี่เป็นการเดินของอวิชชามันเห็นจริงๆมันหลงสร้างไม่รู้จะบอกเราหลงสร้างเรือนมาตั้งไม่รู้กี่เท่าไหร่ตอนนี้เราหักครัวเรือนยอดเจ้าแล้วโอ้โหเราส่งสร้างมากี่นานาชาติท่านใช้สำนวนนั้นพระพุทธเจ้าได้ใช้สำนวนนั้นพระโพธิรักษ์ใช้ว่านี่กากเดนเขาเอาวิชาเหมือนกันน่ะพระพุทธเจ้าจะบอกว่าเราจับแกได้แล้วนี่เราสร้างหลงสร้างเรือนมาตั้งไม่รู้กินนานนับชาติบัดนี้เราหักทั่วเรือนยอดเจ้าได้แล้วเจ้าอย่ามาหลอกเราอีก เป็นอันยากพุทธเจ้าอันเดียวกันตัวนี้เองเป็นตัวการใหญ่ที่พาเกิดพาตายพาเกิดพาตายนานนับชาติไม่รู้แล้วเดี๋ยวนี้เรารู้แล้วแล้วได้แล้วเราแล้วได้แล้วเราจะเลิกโกรธได้เด็ดขาดเพราะเรารู้ด้วยปัญญาและทำได้แล้วทำการเลิกเกิดแล้วรู้ว่าอ้อมันเลิกเกิดเป็นอย่างนี้ตัวนำเกิดแต่ว่าจิตวิญญาณก็จิตวิญญาณตัวธาตุรู้รู้ตัวนี้ไม่รู้แล้วก็ยุ่งอยู่เฉยๆนิ่งๆไม่ต้องไปรู้อะไรก็ได้จะไปรับรู้ก็รู้ไม่ต้องฟุ้งซ่านไม่ต้องเพราะอะไรไปเลยอย่างนี้มันเป็นธรรมะที่เราได้ธรรมะที่เราเห็นธรรมะที่เราเป็นจริงๆอย่าหลง มันมีเศษละเอียดซ่อนอยู่เสมอพระพุทธเจ้าท่านไม่ให้เราหลงง่ายๆถ้าได้พิจารณาซ้อนแล้วซ้อนเล่าอารมณ์เนียนสะอาดละเอียดเนียนๆๆจิตที่มันละเอียดรักคุณไม่ใช่เรื่องเล่นเลยอะอรูปราคะหรืออะรูปที่มันจะเป็นไปอันยิ่งเป็นอรูปมัตตาหรืออาจตาที่เป็นอารู้อันเป็นเราอยู่เนี่ยยังยึดเป็นเราโดยที่เราไม่ชัดไม่แจ้งไม่ใช่ง่ายไม่ง่ายไม่ใช่ไปหลงสร้างเป็นมโนมยาอัตราเป็นลมสร้างมาจนสำเร็จจนไม่มีตัวตนก็ไปสร้างไม่จำเป็นตัวตนสำเร็จด้วยพลังจิตให้อย่างนั้นน่ะมโนมัยอัตตาอัตตาใหญ่แม้ไม่ต้องสร้างเงินมันก็ยังหลงเกิดนิดเกิดหน่อยอะไรต้องเรียนรู้ด้วยปัญญา อัตตาตัวที่มันไม่ใช่รูปที่จะรู้ได้ง่ายแล้วเป็นสิ่งที่ถูกรู้ได้ยากแต่มันก็เป็นสิ่งที่ถูกรู้ได้โดยปราศโดยอริยะบุคคลใหญ่โดยมหาบุรุษมหาบุรุษจะรู้ได้ด้วยปัญญาอันยิ่งเองไม่มีใครมารู้ได้มายิ่งสูงยิ่งละเอียดแล้วยิ่งของเราเองต้องรู้เองเป็นมาอย่างมาอย่างนี้มันเป็นเราอ่ะรู้ปะยะหรือมะยังอ่ะรูปไม่อยากอันเป็นเราเป็นอัตตาของเราเราไม่รู้อัตราของเราเราก็หลงอยู่นั่นแหละเรารู้แล้วเราก็จะต้องอ๋อแล้วเป็นสัญชาติเป็นคนตรงถ้าใครไปหลงว่าเราจบไปก่อนหรือปิดประตูแล้วจบแล้วเราไปตรวจอีกแล้วขนาดจุดตรวจมันยังไม่ รู้ง่ายๆขนาดคอยสังเกตอ่านให้ละเอียดมันยังไม่ได้รู้ได้ง่ายๆเลยแล้วเราไปปิดซะเลยเราจบแล้วคนที่จบจริงนะเป็นขั้นตอนโสดาก็จบมาซักรีดผ้าก็จบมาอนาคาก็จบไปเป็นคันๆอันไหนอนาคตยังซ้อนนี้อีกลึกซึ้งนักแม้แต่ในภพของจิตเองคนอื่นไม่รู้ได้ง่ายๆหรอกคนอื่นไม่รู้ได้เรายังไงอนาคามีที่สูงสูงขึ้นเนี่ยทางหลวงมนุษย์โลกได้ง่ายมนุษย์โลกนี้เข้าใจอนาคามีเป็นพระอรหันต์ได้ง่ายมากเพราะว่ามันจะไปรู้ได้ไงเนี่ยพบในตัวและภาวะภพไม่รู้ได้ยังไงไม่ง่ายเพราะตัวเจ้าของเองยังไม่เคยรู้เลยแล้วคนอื่นจะไม่รู้ได้อะไรง่ายๆพระพุทธเจ้าจึงบอกว่า เราไม่รู้ไม่เห็นด้วยเธอเธอรู้เป็นปัจจัตตังทุกคนจะโกงเธอจะโกงเองก็เธอโกงของเธอเองเธอละเอียดสะอาดของเธอก็เธอเป็นผู้ที่รู้ของตัวเองทำของตัวเองประจําเวทิตัพโพวิญญูฮิพระพุทธเจ้าเองท่านก็ไม่ได้ไปอวดเก่งอวดกล้าอะไรว่าฉันจะทำให้เธอมาฉันจะตรวจยาให้เธอฉันจะเป็นคนสอบให้เธอฉันจะเป็นคนทำให้เธอพูดเจ้าไม่เคยอวดเก่งอย่างนั้นแต่เดี๋ยวนี้มีอาจารย์เก่งๆโอ้โหเก่งใหญ่สอบยานคนนั้นสอบจานคนนี้ประชาชนคนนั้นคนนี้ก็เป็นการปวดอุจจาระเป็นนอกนอกลู่นอกทางหลักฐานที่มีอย่างที่กล่าวในพระพุทธเจ้าท่านหากมีตังค์นะชาวนามีอาหารมีติปัจจ เวทิตัพโพวิญญูหิรู้ได้แต่ตนเป็นเวทีแต่พอเป็นบัณฑิตเองรู้เองเข้าใจเองให้แท้หิแปลว่าตัวจริงตัวแท้แปลว่าแท้แพ้เราก็จะต้องเรียนต้องสั่งสมอย่าประมาทง่ายๆเดี๋ยวนี้นะได้แค่อย่างที่เรียกแล้วจะยกตัวอย่างโลกุตระก็ขอเปลี่ยนเพราะขึ้นหน่อยเราอุตตระพื้นฐานบทประพันธ์โลกุตระพื้นฐานแต่ก่อนนี้ใช้ศัพท์ฟังแล้วลูกทุ่งฟังแล้วหยาบคายอยู่คือแต่ก่อนเรียกโรคอุจจาระส้นตีนก็ฟังก็อยากอยู่ ไทยแท้แต่โบราณภาษานี้ภาษาของกูบอกโลกุตระส้นตีนหมาจะเอาชัดเราพวกมาด้วยทันพวกภาษาลิ้นพ่อหรือแม่เข้าใจแฮะก็บอกกูจะรักส้นตีนโอ้ชัดพอบอกว่าโรคก็จะรับพื้นฐานพื้นพื้นฐานมันชักเป็นภาษาง่ายๆเป็นภาษาที่ไม่ไม่หยาบนักไม่เจ๋งนักไม่ถูกตัวถูกตัวเป๊ะลงไปเลยระบุเพี้ยงๆกันไปเลยนะแต่ก็อันเดียวกันแหละเมื่อเรารู้ความขยายรู้ความหมายเออดีสุภาพขึ้น โลกุตระบทปะทะหรือบทพื้นได้แค่ความรู้ได้แค่ผลจะบอกว่าโลกุตตระก็โลกุตตระเหนือเช่นสมมุติว่าเราเหนืออบายมุขมาได้ได้แค่อบายมุขแต่เราก็ยังไม่รู้เรียนรู้การไม่เรียนรู้ลาบรู้ยศและเราก็ยังสั่งสมสิบอย่างโลภในล
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive