240607-3-077 ทางเอกภาค3-ตอน077(หน้า286)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายนพุทธศักราช 2524 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกอ่ะต่อไปเรามาเข้าบทเรียนและได้ยาวถึงเรื่องกรรมมาลามาตาเข้าไปให้ลึกซึ้งอีกและอธิบายให้เห็นถึงกรรมหรือการกระทำมันเป็นตัวหลักเลยทีเดียวตั้งแต่กายกรรมวจีกรรมโดยเฉพาะไปถึงความรู้ไปถึงการที่จะสร้างออกมาตั้งแต่จิตจิตเป็นตัวสั่งการจิตเป็นตัวบทบาท เราจะทำบทบาทอย่างไรออกมาตั้งแต่เป็นมโนกรรมมาทีเดียวหรือสังกัปปะเราต้องรู้ละเอียดไปในกับของจิตรู้เข้าไปในกับของจิตเลยทีเดียวแล้วเราก็ควบคุมได้แม้กระทั่งขณะนี้จิตมันเกิดมันดับอยู่นะจิตมันเกิดเป็นอย่างนี้แล้วมันก็เกิดแล้วมันก็เท่าเราจะดันให้มันเกิดอยู่มันก็เกิดเกิดไปแล้วมันก็ไม่เที่ยงหรอกมันก็ต้องเสื่อมเสื่อมแล้วเราให้เกิดใหม่อีกก็เกิดตัวใหม่เกิดอีกและตัวใหม่ให้เป็นนายใหญ่อย่างที่เราต้องการอยู่ให้ต่อเนื่องอย่างเดิมอยู่แล้วก็ทำทำไม่ให้มันต่อเนื่องเปลี่ยนไปซะแล้วก็ทำให้เปลี่ยนไปตามที่เรารู้เราเห็นแล้วจับตัวมันควบคุมมันได้อยู่ทุกตัวเลยตัวนี้เราต้องใช้ตัวใหญ่ๆๆอยู่แถวนี้เอาอันนี้ตัวเล็กลงมาหน่อยแล้ว มันก็มันถึงจะเหมาะควรต่อลงไปอีกกดใช้ตัวเล็กลงไปอีกแล้วก็ทำให้มันได้ระดับได้ระเบียบตัวเล็กลงไปอีกละถ้าใช้ตัวใหญ่ขึ้นไปอีกจะไม่เข้าทีเอาเล็กลงไปอีกแล้วก็ทำตามที่เรารู้เกิดญาณมีญาณหยั่งรู้อยากรู้ในกับในโลกแห่งความเกิดนั้นแม้แต่จิตของเราจะเกิดสั่งให้เบาสั่งให้แรงเพิ่มขึ้นลดลงอย่างไรก็เป็นตัวการเป็นตัวบังคับควบคุมทำตามที่ปัญญาของเราเป็นผู้ไกรทองเป็นตัวพิจารณาไตร่ตรองจะให้มันเป็นอย่างไรดีจริงๆมันละเอียดละออไปถึงป่านนี้จึงเรียกว่าเป็นผู้มีอุปการะยาน อยากจะรู้ความเกิดความดับเอออันนี้เกิดขึ้นแล้วนะอ๋อนี่ไม่ให้เกิดให้ดับก็ดับได้สนิทนะอันนี้ไม่ให้เป็นอย่างนี้
อ่านต่อ
ก็ไม่เป็นได้จริงอันนี้ให้เป็นอย่างนี้ก็เป็นไปได้จริงๆเรียกว่าเป็นผู้สร้างสรรค์เป็นผู้อยู่เหนือคนเป็นผู้มีอำนาจบันดาลเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์จึงจะเรียกว่าเป็นอย่างนั้นจริงเพราะคนที่จะเกิดจุดประตูประปาตะยานจึงไม่ใช่เรื่องเล่นจึงจะเป็นผู้ละเอียดลึกซึ้งเห็นจริงในวัฏฏะของจิตวิญญาณไม่ใช่วัฏฏะแบบตัวตนบุคคลเราเขาจะจับแค่นั้นแต่อันนี้เป็นปรมัตถ์แห่งปรมัตถ์เห็นวัดตะกล่ำกับสังกัปปะวิวกับวิววัฏฏะ ตัวนั้นจริงๆเลยละเอียดลออสุขุมรู้อยู่เห็นอยู่เลยไม่ใช่ดวงตาเห็นไม่ใช่ลูกกะตาเห็นแต่รู้ได้อย่างเห็นอีกญาณเห็นหนอเห็นอยู่จริงๆหนอรู้อยู่เดี๋ยวนี้เราก็รู้เราจะกายกรรมเดี๋ยวนี้ก็รู้เลยว่าจิตตัวนี้ทำกายกรรมตัวนี้ไว้ตีกรรมก็จิตตัวนี้กำลังให้เป็นอย่างนี้แล้วเราก็ควบคุมมันก่อนเลยยิ่งดีจะให้มันทำตัวนี้รู้เท่าทันดักหน้าดักหลังได้ละเอียดละออเราจึงจะได้อย่างลึกเข้าไปจนถึงจุดสุดท้ายของจิตตัวการใหญ่ตัวสระสังขารตัวที่เป็นเชื้อให้ทำพาเกิดหรือเป็นต้นทุนภายในเกิดหรือตัวที่ลึกอยู่ลึก อ้ายก้นบึ้งของตัวเป็นตัวตนตัวแรกที่มันจะสั่งให้เกิดเราจึงจะได้หยั่งลงไปหาตัวที่เราเรียกว่าโอตัวนี้มันยังอยู่ในก้นลึกเหลือเกินนะจึงเรียกว่าอนุสัยตามไปดูตัวที่มันเป็นสภาพสักระยะหรือไสยะหรือจะเรียกอีกภาษาหนึ่งว่ามันอาศัยมันอยู่อาศัยที่ไม่แปลว่ามันอยู่มันยังอยู่นี่ไงจับตัวได้มันนอนนิ่งๆอยู่นี่ไงมันเงียบมันก็ดันมันไม่ให้ใครรู้ตัวง่ายๆแล้วมันลบๆอยู่ซะด้วยเพราะอนุใสคือตัวที่รู้สึกมันยังอยู่มันยังมีตัวนี้อาศัยอยู่ยังมีตัวมีตนสักอย่าง ตัวมียะเป็นคำอุปสรรคตามคำหลังเท่านั้นเองสยะโดยพยัญชนะสุดท้ายแล้วสะดุดเป็นตัวมีตัวที่มันเป็นมันมีอยู่นี่ไงตัวนี้ยังมีอยู่อนุแปลว่าปาล์มตามก็ไม่เห็นตัวที่มันยังมีอยู่โอ้โหตัวนี้อายุจะแปลว่าน้อยก็ได้ไอ้ตัวยังมีตัวน้อยหรือตามอันนู้นนี่แปลว่าตามตามก็ไปเห็นขยะเราจะแปลว่าหลับจะแปลว่านอนจะแปลว่าหลบจะแปลว่าทำเงียบๆอยู่นิ่งไม่ให้ใครรู้ตัวไม่ให้เขารู้ตัวก็ได้อนุสัยและตัวนี้แหละมันมีลักษณะอย่างไรถ้ามันยังเป็นตัวมีฤทธิ์มีแรงเป็นตัวที่เรียกว่ามันยังเป็นชีวกมันเป็นตัวชี้วัดลูกปลาทิ้ง มันก็จะแตกตัวเราเรียกตัวนี้ว่าอาสวะเราเรียกว่าอาสวะมันจะแตกตัวเหมือนตัวยิกตัวเชื้อที่หมักดองแล้วก็แตกตัวเกิดใหญ่เลยเรียกตัวนี้ว่าอาสวะได้อีกเรียกว่าตัวนี้ว่าอาสวะสะวะตัวหลังเมื่อกี้อาร์สยามได้ใช้คำว่าอาศัยยาให้ฟังทำไมตัวนี้เรียกอาสวะสวกเหมือนกัน 3 ตัว 2 เหมือนกันทีนี้ตัวว่าตัวว่าแปลว่าพฤติกรรมมันเป็นตัวยังมีบทบาทนะมันไม่ใช่ตัวตายมันไม่ใช่ยาเป็นแต่เพียงขยายความไม่รู้ว่าตัวมีเท่านั้นไม่ใช่ ตัวอุปสรรคตามหลังให้มันรู้ว่ายังเป็นตัวมีตัวเป็นเป็นสภาพตัวเมียไม่ใช่นะยะนั่นมันย่อยกว่าระยะนั้นเหมือนก็ยังตัวที่เป็น Sir อนุบาลจิรนุชป่าจิระก็ตามไปดูก้นบึงนี้ให้ได้ตัวนี้มีฤทธิ์มีแรงหรือเปล่าถ้าตัวนี้มีฤทธิ์มีแรงมันไม่ใช่ตัวแก่จิรนุชที่มีตัวแก่พระ ตัวยังไม่ยอมหยุดไม่ใช่ตัวที่จะเสื่อมลงไม่ใช่ตัวแก่แต่ตัวหนุ่มแน่นตัวมีฤทธิ์มีแรงทีเดียวตัวที่ยังมีเชื้อมีแรงที่จะเกิดอยู่จึงเรียกว่าอาสวะไม่ได้เรียกว่าอาสนะอันนี้ก็พยายามอย่างลึกทำความหมายอาศัยทั้งพยัญชนะพยัญชนะทั้งความหมายโดยอรรถโดยความหมายโดยภาษาโดยคำโดยความโดยความเข้าใจอื่นซึ่งขยายเป็นภาษาออกไปอีกให้ฟังให้ทะลุลึกซ้อนการหยั่งรู้ความเกิดในจิตจตุประปาแต่อย่างตัวจิตตัวที่มีสภาวะจริงๆมันเกิดมันดับอย่างไรเราจะเข้าไปอย่างรู้ ถึงป่านฉะนี้แม่นที่สุดตัวอนุสัยกับอาสวะที่แตกต่างกันดังที่ได้อธิบายให้ฟังแล้วเราไปพบตัวไซยะกับตัวสวะชัดเจนออกปานฉะนี้แล้วเราก็รู้ตัวเท่าทันมันถ้าเป็นอาสวะและก็อย่าปล่อยเป็นอันขาดเลยถึงแม้จะยากก็ให้รู้ถ้าเราจะปล่อยไปมันก็เสียเวลาเสียเนี่ยปล่อยให้มันถ้าเราดับมันมีฤทธิ์มีแรงจะดับมันได้เลยก็ดับมันเสียก็ตามแม้มันจะเป็นตัวชี้วัดหรือเปล่ามันจะเป็นตัวแก่ตัวจริงไม่มีค่าหรอกตัวนี้ปล่อยไปก็ตายเองว่างั้นนะตัวนี้ปล่อยไปก็ตายเองถึงอย่างนั้นก็ตามเราก็ไม่เป็นคนจะประมาทนะถ้ามันเป็นเชื้อโรคจะไปปล่อยให้มันตายทำไมล่ะก็ฆ่ามัน เดี๋ยวนี้ทำเป็นเชื้อโรคหรือมันเป็นตัวผีเป็นตัวผีฆ่ามันซะเดี๋ยวนี้ไม่ต้องไปปล่อยมันมีอายุอยู่ต่อไปหรอกแม้มันจะเป็นตัวแก่ถ้ายังไม่เป็นตัวหนุ่มแล้วก็ระวังด้วยค่ะน้องวัยคะนองในระวังอย่างตัวหนุ่มๆวัยคะนองแน่นๆแล้วก็เป็นชีวะนุปลาทีแล้วก็ไม่ไม่ไว้หน้าล่ะต้องเรียกว่าจับภาษาอีสานเขาเรียกว่าจับตอนดีก็จับมันมาตอนปีเลยอย่าไปให้มันไม่มีฤทธิ์มีแรงให้ได้แม้แต่ตัวนี้มันจะมีฤทธิ์ต่อจับมันมาตอนตอนนั่นแหละเอามาอย่าให้มันไปต่อเชื้อตอนดีขึ้นดีภาษาอีสาน จับมันมาตอนบีตอนตัวเหตุปัจจัยที่มันจะพาก่อเกิดหรือทำตัวเหตุปัจจัยที่มันจะพาก่อเกิดให้หมดฤทธิ์หมดแรงลงให้เสื่อมคุณเสื่อมค่าลงเรียกว่าทำให้มันจางคลายหรือทำให้มันดับไปเลยได้ยิ่งดีเพราะเราจะรู้ว่ามันดับหรือยังจุกดูประปาตัดอุบัติเหตุที่จริงมันเปลี่ยนไปจุติจุติเนี่ยอุบัติเหตุจุติเนี่ยเขาแปลว่าดับไปเลยเอาความหมายว่าได้จริงๆมันแปลว่าเครียดจุติหรือจุดตายเคลื่อนและเคลื่อนลงด้วยเรารู้ทิศทางด้วยเราทำให้มันเคลื่อนลงให้มันสู่ความเสื่อมให้มันสลายแต่จุดที่จะหมายความ รัดเลยว่ะไม่ใช่เครื่องลงแล้วตกแทนที่จะค่อยๆเคลื่อนแล้วก็อยู่อย่างนี้นะแล้วค่อยๆเคลื่อนแล้วก็ค่อยๆหรี่ลงไปแทนที่จะอย่างนี้ปากพูดเองเลยตายแน่เลยพูดเคลื่อนดับเลยนี่ได้ก็ยิ่งเก่งให้มันดับเลยจุตินี้มันจุติประโคนดึงตายเลยยิ่งดีใหญ่ไม่ต้องให้มันค่อยๆเคลื่อนที่ลงดีลงแล้วก็ค่อยๆสาบสูญสลายไปไม่ต้องไม่ต้องอย่างนั้นเลยถ้าใครมีฤทธิ์แรงประดับเลยจุติปากก็ดีตายโหงเลยอย่างนั้นได้ยิ่งดีกับผีนี่มันเอาไว้ทำไมอ่ะกิเลสตัวผีร้ายพี่แบงค์เลยถามมันให้ตายทันทีเลยไม่ต้องไปเลี้ยงต้อยและชะลอมันทำไม ชะลอเลยเหมือนคำว่าจุตินี้ที่จริงโดยความหมายแห่งพยัญชนะไม่ได้แปลว่าดาบดาบนั้นโดยความหมายรัฐเป็นความหมายที่เรียกว่าตัวสุดเลยแต่ก็ไม่ได้ความหมายทิศทางที่จะให้ศูนย์แต่เขายังไม่ใช่ศูนย์เลยนะจุติไปเป็นสิ่งเกิดเจริญก็ได้ไปจุติเป็นเทวดาก็ได้นะคำว่ายุติเนี่ยนะว่ากันแล้วเนี่ยเขาจะไม่ไปหาจุดสูงสุดเป็นจุติเป็นเทวดาจุติเป็นพระพรหมอะไรอย่างนี้ก็ได้ข้อความจริงแล้วมันก็กลายเป็นเกิดก็ได้ดับก็ได้แต่ว่าความจริงแต่ในจุดนี้เมื่อมันเข้าคู่กับอุบัติเหตุเป็นตัวเข้าถึงเป็นตัวเป็นเป็นตัวไม้ยุติจึงกลายเป็นตัวดับมีความหมายไปในตัวดับนี่ ของมันไม้เป็นตัวดับจึงแปลว่าการดับการเกิดจุติที่จะแปลให้ถูกตัวแต่เขาแปลคำหลังมาจากคำหน้าธรรมดาจึงเรียกว่าการเกิดดับอุบัติเหตุเราจะเห็นเราจะรู้เราจะเกิดอย่างไม่ใช่ภาษาที่อธิบายสู่ฟังแต่คุณจะต้องไปเห็นของคุณเองพูดถึงเพราะในภพในภูมิเป็นอนุสัยเป็นอาสวะอะไรก็ตามคุณไปเห็นของคุณเองเราจึงจะได้รู้จักในสภาพสังกัดปากเพราะฉะนั้นคุณจะรู้เท่าทันเท่านั้นคุณจึงจะประมาณมันได้วันนี้ทำสังกัปปะให้พอเหมาะได้คุณจะทำให้มันพอเหมาะได้คุณก็จะต้องเป็นเจ้าที่เจ้าการเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเป็นตัวบงการ เป็นตัวบันดาลเป็นตัวกระทำเอาเองจริงๆโดยกำคุณต้องเป็นตัวผู้จัดการทำจริงๆใจของคุณนะคุณจะจัดการให้มันใหญ่ให้มันเล็กให้มันแรงให้มันเบาอะไรของคุณคุณจัดการซ้ำกับปะที่พอเหมาะได้นี่ยังถึงจุดนั้นเพราะฉะนั้นจะออกมาเป็นวาจาก็มันก็ไปต่อเนื่องสื่อออกมาเป็นสังขารใหญ่เป็นสังขารวาจาเป็นวจีสังขารเป็นสังขารกลายเป็นกายสังขารโลแต่มันเป็นวจีสังขารรู้จะเป็นกายสังขารโลมันก็จะออกมาทีหลังเราจึงจะเป็นผู้ที่รู้ความเกิดความตายและเป็นผู้กำหนดเกิดกำหนดตายคุณฟังให้ดีแล้วจะรู้ว่าเรารู้ตายรู้เป็น นี่เองเรากำหนดตายกำหนดเป็นอย่างนี้เองและศาสนาพุทธจึงตัวพระเจ้าเราเองเราเองพระเจ้าเราเองเป็นผู้บันดาลเกิดเราเองเป็นผู้บันดาลตายโดยเฉพาะเรารู้ว่าตัวไหนที่จะทำให้ตายเราไม่ใช่ว่าทำตายสุ่มสี่สุ่มห้าอะไรตัวร้ายร้ายที่จะทำให้ตายเราทำส่วนสิ่งนั้นแต่ตัวดีๆตัวที่มีคุณค่าของมนุษย์มีคุณค่าให้แก่คนอื่นเขาไปทำตายทำไมแม่ไม่ทำตายโดยสัจจะแห่งอนิจจังทุกขังอนัตตามันเกิดอยู่แล้วมันก็เสื่อมไปมันตั้งอยู่ในชั่วระยะที่เราประคองมันด้วยเหตุปัจจัยเท่านั้นเองถ้าเราไม่มาครองมันด้วยเหตุปัจจัยมันเสือกง่ายๆนี่ไม่ให้มันกินข้าวที่นี่นั่งอยู่เนี่ยไม่เอาไม่หายใจให้มันที่เอาเหตุปัจจัยมีประโยชน์อย่างเดียว ถ้าไม่ให้ไปกินข้าวมันจะอยู่ได้นานพอควรยิ่งบีบจมูกไม่ให้มันกินลมนี่โอ้โหมันกินลมจุนะคนนี้ไม่ให้ไปกินนมหน่อยเดียวมันตายง่ายๆด้วยไม่มีเหตุปัจจัยเดี๋ยวมันก็เสื่อมพระเราจะไปสงสัยอะไรเรื่องนี้แต่มันเกิดแล้วก็มันเกิดอยู่เพราะมันเกิดอยู่แล้วเป็นไงให้มันเป็นประโยชน์หน่อยสิเรื่องอะไรล่ะมันเกิดอยู่แล้วให้มันเป็นตัวผีร้ายเป็นตัวผลาญตัวพลาดเป็นตัวอย่างที่เลวให้มันเป็นตัวเป็นประโยชน์ผู้รู้ถึงปานฉะนี้ถึงได้พยายามกระทำสิ่งที่มันยังทรงอยู่และเมื่อมันทรงมันก็รู้ว่าให้มันส่งคุณจึงเรียกว่าทรงคุณธรรมหรือทรงคุณธรรมศัพท์ส่งธรรมะและแปลว่าการส่งการเกิดอยู่นั่นเอง การเกิดอยู่นั่นเองธรรมะที่แปลว่าการที่เกิดอยู่เมื่อใดมันยังเกิดอยู่ก็ให้มันเกิดดีสิให้มันเกิดกุศลสิมันยังไงมันก็เกินแหงอีกแล้วนี่มันเกิดจริงๆนี่มันมีทั้งดินน้ำไฟลมเป็นแท่งมีทั้งจิตวิญญาณด้วยก็ให้มันมีกรรมอันดีอย่าให้มันเป็นตัวหนักแผ่นดินตัวหนักแผ่นดินน่ะคือตัวเทวทัตแผ่นดินสูบไปเลยแยกไปเลยมันอยู่บนดินก็ไม่ได้ดินก็รับรองไม่ไหวแล้วถูกๆลงไปใต้ดินก็หยุดรับรองไม่อยู่มันหนักมันหนักแผ่นดินมันเลวร้ายจนกระทั่งแผ่นดินก็ไม่ยอมรับแล้วแผ่นดินก็ไม่ยอมมาอยู่ใต้โอ้ยไอ้นี่น่ารังเกียจแยกเลยไม่รู้ทำร่องทำช่อง ตกลงไปตรงไหนตกลงไปที่นรกตกลงไปที่ถูกควรตกก็แม้แต่แผ่นดินนี้ก็ไม่รองรับแล้วไม่ยอมให้อยู่แล้วก็เลยแยกออกจากโลตัสก็เลยทิ้งโบ๋ลงไปหาไหนก็ไปหาโลกันไปหาปลายสุดโลกตรงไหนที่มันจะรองรับอยู่ได้ก็เชิญปลายสุดโลกในโลกกันไอ้ที่ปลายสุดที่มันรองรับได้นู่นน่ะตกไปอยู่ตรงนั้นน่ะถ้าเป็นสำนวนก็พอที่รักก็ตกลงไปในช่วงที่นั่นน่ะตกลงไปในที่ที่เน่าๆเหม็นๆที่สกปรกเลอะเทอะนั่นน่ะให้มันสมน้ำหน้าตกไปตรงนั้นแล้วมันก็ตกตรงนั้นจริงๆตกตรงที่ต่ำๆที่เสื่อมตกตรงที่ไม่ดีเราทำตนไม่ดีมันก็ตกลงไปสู่จุดที่ไม่ดีตกลงไปสู่ความเป็นสิ่งไม่ดีเรากำลังจะมาทำคน ทำตัวเราให้เป็นสิ่งที่ดีเราจะไม่ได้ทำให้เป็นสิ่งที่ตกลงไปสู่ที่ไม่ดีเราทำให้มันมาเจริญขึ้นมาสู่ที่ดีต่างหากใช่ไหมล่ะที่เรามาเดี๋ยวนี้เราฝึกตนหรือเราเราไม่ได้มาเรียนมาทำให้เป็นมนุษย์ที่ไปในวันหนึ่งคืนหนึ่งทำไปแล้วมันก็อยู่ไปแล้วก็เบิกบานพระภูมิใจในสิ่งที่เราได้ดีน้อเราได้เป็นคนดีมันก็ชูใจว่าเออเราก็สบายใจเบิกบานร่าเริงแต่ไม่ใช่หลงดีไม่ใช่เป็นคนเลยเถิดอะไรไปนะอันนี้ในนี้ก็อธิบายซ้อนซ้ำของคำในวงเล็บที่ว่าอายุของจิตหรือกลับขั้นปรมัตถ์ซึ่งใครจะมีเป็นสังวัตตะคือเป็นรอบๆติดต่อกันหรือไม่เป็นรอบติดต่อกันละเป็นช่วงเป็นตอน กับรอยก็ได้เรียกว่าวิวัฏฏะอาทิตย์เสริมวิวัฒน์อีกนิดนึงวิวัฒนหรือแม้ว่ามันไม่เป็นกลับเต็มๆไม่เป็นรอบเต็มๆวัฏฏะมันก็ปิดกะปอยก็ตามนั้นมีความหมายอีกวิอีกอันนึงอีกอันนึงแปลว่ายิ่งบินในความหมายของคำว่ายิ่งเป็นรอบแต่เป็นรอบสูงและบินรอบสูงเป็นรอบที่เหนือชั้นกว่านั้นก็ทำได้เพราะฉะนั้นในรอบที่ท่านทำนี่โอ้ท่านทำเกินรอบท่านทำได้ออกเหนือรอบนอกรอบไปได้ไกลกว่านั้นสิ่งนี้เป็นเรื่องวิเศษหรือเป็นเรื่องพิเศษเป็นเรื่องพิเศษเป็นเรื่องพิเศษของผู้ที่เพิ่มภูมิเพราะในวัดตามที่เราจำเป็นที่จะต้องทำนี้เราต้องทำให้ตัวเราเองเป็นวิวัฒนะ เพิ่มภูมิเพิ่มสูงพระวัดป่าอย่างนั้นอย่างนั้นเรารู้แล้วสังกัดอย่างนั้นหรือสังกัปปะอย่างนั้นเรารู้แล้วตอนนี้เราจะทำให้มันยิ่งกว่านั้นเรียกว่าสังฆวิถีป่าหรือวิวัฒนาการเป็นช่วงเป็นตอนกระปิดกระปอยก็ได้เรียกว่าวิวัฏฏะก็ล้วนนับเรียกว่ากลับทั้งนั้นผู้มีบุพเพนิวาสานุสติญาณก็จะตามระลึกรู้พวกสังข์วัดตะกับหรือวิวัฒนาการพวกนี้แหละผู้ที่มีปัญญาหรือมีญาณหยั่งถึงจริงๆก็จะอย่างรู้บุพเพสันนิวาสเคยเป็นเคยมี ตรวจละเอียดซ้ำซากซ้ำแล้วซ้ำเล่าตรวจดูจิตใจเราเป็นอย่างไรเคยเป็นอย่างนั้นน้อตอนนี้เขาเกิดเขาดับอย่างนั้นรู้ว่ารอบเดียวก็ดับอย่างนั้นจำได้ดีสัญญาของเราจำได้มั่นหมายดีกำหนดรู้เจ้าหนี้เกิดไม่ดีนี่เจ้านี่ไปเกิดเลวตอนนี้ไปคิดไม่ดีไปทำอาการไม่ดีมีจิตตัวนี้หรือไปทำหน้าที่นี่ไปสั่งวาจาพูดอย่างนั้นไปสั่งวาจาพูดไม่เข้าท่านี่ไปสั่งกายกรรมเป็นอย่างนั้นไม่เอาทีหลังไม่ให้จิตตัวนี้ไปติดตัวนี้มีลักษณะอย่างไรรุนแรงหรือว่าเลวทรามหรือว่าดีงามแค่ไหนอย่างไรตรวจอ่านความจริงของจริงบุพเพสันนิวาสตรวจตราดูเรื่อย เราก็ถึงจะได้เห็นในสังวัตกรรมหรือวิววัฏฏะกับพวกนี้คือจิตที่เคยเคยคิดเคยเป็นเคยมีทั้งแม่เริ่มคิดถึงแม่เริ่มเคยนึกหรือเคยเป็นเคยสั่งการเคยเป็นตัวตนเคยบันดาลออกมาทางกายออกมาทั้งวจีอันไหนยังไม่ดียังบกพร่องก็จะได้ปรับปรุงขึ้นนี่ในวงเล็บและผู้ยังเห็นว่าสภาพนั้นนั้นควรรู้อยู่เป็นสภาพดีก็ให้จิตรู้อยู่ยังไม่เปลี่ยนจิตฝ่ายอื่นและควรร่วมพัฒนาด้วยก็จะทำงานด้วยอยู่ที่เดียวนี่หมายความว่ารู้จิตเลยตอนนี้รู้ว่าอ๋อจิตอย่างนี้ควรจะอยู่ยังไม่ควรให้เสื่อมหรอกควรจะให้เป็นไป รู้อยู่ว่าจิตนี้ควรจะเป็นไปก็ทำให้มันเป็นไปเพราะมันเป็นเรื่องดีรู้อยู่ว่าเป็นสภาพดีเป็นของดีก็ให้จิตเกิดต่อความเกิดที่หมายเอาความลับสภาพไว้ก็คือดังนี้ความเกิดคือหมายความว่าให้มันตั้งอยู่นะใครรับสภาพนี้ไว้อยู่ 7 ตัวที่จะเกิดอีกก็ให้มันเกิดเหมือนอย่างนี้ทำอย่างนี้จิตนี้จิตนี้ก็จึงกลายเกิดการมีสันติจิตนี้ทำหน้าที่อย่างนี้เราเห็นว่ามันเป็นสภาพดีเกิดแม้มันจะดับเสื่อมก็จิตตัวเกิดใหม่ก็ให้มันทำหน้าที่นี้สภาพนี้ต่อไปอีกจิตเป้าหมายนี้มันยังดีอยู่เราก็รักษาประคองไว้ให้มันทำอีกมันก็เกิดจิตตัวนี้เกิดแล้วก็ดับจิตทำไมมันเกิดอีกก็ให้มันทำอย่างนี้อีกจิตทำไมมันเกิดอีกก็ให้ทำอีกเกิดการ ต่อๆๆความเร็วอย่างนี้ไม่ใช่ว่าความเร็วของจิตเกิดจิตดับนี่ไม่ใช่ว่ามันมีเหมือนอย่างกับยกมือให้คุณดูแค่นี้นะมันเร็วแล้วมันก็เกิดรักษาสันติเหมือนมันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเหมือนกับไอสไตน์ถกเถียงกับนักวิทยาศาสตร์รุ่นก่อนบอกว่าไอ้แสงนี่นะมันเป็นตัวๆๆอีกคนนึงก็บอกว่าไอ้แสงมันไม่เป็นตัวๆแล้วมันต่อกันเลยต่างคนต่างเถียงกันถูกทั้งคู่ด้วยความยังไม่รู้จริงทั้งคู่ถ้ารู้จริงแล้วมันก็ต่อกันมันก็ไม่เป็นอะไรหรอกจิตนี่มันละเอียดยิ่งกว่าแสงอีกมันยังเป็นตัวตัวขึ้นมาต่อกันเลยคุณมันจำเป็นต้องตัวโตขึ้นมาต่อกันเลยทั้งผู้สาวเอาไอ้นั่นมากันแสงนะโอเคเห็นไหมเนี่ยเอานี่มา ปัดโธ่ก็มันทะลุได้ที่กระแสน้ำมันละเอียดกว่าแผ่นบางแผ่นบางอย่างมันก็ทะลุได้อ่ะดิก็ถ้าแผ่นที่มันละเอียดยิ่งกว่านั้นอีกบางทียังทะลุยากๆเลยกรองแสงได้เลยแต่เขาก็ไม่รู้เป็นกล่องได้เลยนะไม่ใช่ๆบางอย่างแสงไม่ต้องออกเลยแม้จะเป็นแสงชนิดละเอียดถึงขั้นเอกซเรย์ถึงขั้นยิ่งกว่าเอ็กซเรย์ก็ตามมันก็ยังมีสิ่งที่ต้านมันไปมันทะลุไม่ได้มันก็เป็นเงาก็ถ่ายออกมาได้มันมีขั้นตอนของมันหยาบกลางละเอียดทะลุได้ทะลุไม่ได้อีกเยอะฉันใดจิตก็เหมือนกัน ยังเป็นลูกเป็นตัวหรือว่าเป็นตัวผ่านได้ผ่านไม่ได้เหมือนกันอาทิตย์นี้เราเห็นมันเกิดเรารู้มันเกิดแล้วมันเกิดแล้วเราประสงค์จะให้มันเกิดอย่างนี้แหละต่อๆๆๆเมื่อมันเกิดหลายๆตัวต่อกันเหมือนกับมันต่อกันเป็นเส้นพืชเรียกว่าต่อเป็นสันติเนื่องกันต่อกันเนี่ยเรียกในภาษาบาลีคำว่าสมณะมันเนียนๆต่อกันไปสมัครมีอยู่เสมอภาษาไทยเราเรียกเสมอต่อกันไปอยู่เราจึงทำสิ่งนี้ให้เป็นสมณะหรือเป็นสัมมาถ้าเป็นตัวที่เป็นตัวภาษาที่ปรุงให้มันสูงขึ้นก็เป็นตัวสัมมา ชอบแล้วควรแล้วดีแล้วก็รักษาสภาพดีไม่ให้ต่อเนื่องกันอยู่ไปเรื่อยๆเถอะจึงทำความเกิดหรือทำให้มีสภาพไว้ความลับสภาพไว้ความเกิดที่หมายเอาความลับสภาพไว้ก็คือดังนี้ก็คือเราให้มีสภาพนี้ไว้รับสภาพนี้ไว้อยู่อย่าไปปล่อยธรรมดาแล้วมันจะเสื่อมเกิดขึ้นตั้งอยู่แล้วก็เสื่อมแต่ทีนี้เราเห็นว่าสภาพนี้ดีเราก็รักษาสภาพนี้ประคองสภาพนี้ไว้ความรักสภาพนี้เอาไว้ต่อไปเรื่อยๆมันก็จะยั่งยืนยั่งยืนมันจะต่อไปนานๆเมื่อเห็นว่าพอควรแก่เวลาตอนนี้ควรแก่กาลจะต้องหยุดรับสภาพนั้นแล้วก็หยุดก็ไม่รับสภาพมันไว้ กบปล่อยการรู้เรื่องนั้นไปเสียก็พักก็ดับเรื่องนั้นไปความดับที่หมายเอาความไม่รับสภาพไว้ก็คือดังนี้ภาษาเหล่านี้ได้เขียนอย่างคนเข้มย่อด้วยความหมายที่ละเอียดแล้วต่อไปในอนาคตคุณมีปัญญามีภูมิอากาศพรุ่งนี้จะทราบซึ่งจะเห็นว่าเป็นภาษาที่สรุปว่าอย่างสูงสุดและส่วนที่กำลังอธิบายให้ฟังนี่เป็นภาษาขยายขยายแตกความให้ฟังว่าเราจะรู้จักจิตและจะเห็นความเกิดความดับทำไมเราให้เกิดเอ้าก็มันดีเราจึงให้มันเกิดอยู่ถ้ามันไม่ดีเลิกมันเดี๋ยวนี้ยอดมันเดี๋ยวนี้แปลจิตก็ตาม 7 ตัวนี้แล้วมันเกิดมาเอ้ยเนี่ยอกุศลจิตนี่หยุดวันเดียวนี้อย่าไปรักษาสภาพไว้อย่าไปรับไว้ดับมันฆ่าได้ผูกคอมันลากมันๆสับให้ละเอียดแหละตายเลยจะไปปล่อยมันเกิดอยู่ทำไมนี่พูดด้วยภาษาก็พูดอย่างนี้แต่คุณต้องรู้ของตัวเองน่ะมันก็รู้ว่าตัวเองแล้วคุณก็เลิกมันแต่ถ้ามันดีมันเป็นสภาพดีเราจะรับสภาพนี้ไว้อ๋อมันดีให้มันเกิดเธอมันเป็นอะไรมันเป็นการอนุเคราะห์มันเป็นประโยชน์มันเป็นคุณค่านะเราก็จึงรับสภาพนี้ไว้ดีไว้ถึงแม้กระทั่งนั้นก็ยังมีกาลที่บอกเออถึงกาลควรพอแล้วเอาล่ะพอเปลี่ยนเลิกอันนี้การรับไว้หรือประคองไว้หรือยังให้มี อยู่ก็ปล่อยปล่อยเพราะเราเองเรายินดีในตัวปล่อยเพราะเราได้สร้างจิตวิโรจน์จะยังปล่อยอยู่ปล่อยอยู่เก่งปล่อยมันก็สบายปล่อยก็ง่ายแต่ทีนี้พวกปุถุชนนี่มันปล่อยไม่ไปมันปล่อยไม่เป็นลูกปล่อยไม่เก่งมีแต่ลูกติดมีแต่ลูกเกิดมันไม่ได้มาซักซ้อมลูกปล่อยแต่เรานี่มาหัดปล่อยเจริญเถิดเลยไม่ต้องมีเกิดกันด้วยก็เลยไร้ค่าไร้คนอีกมันศาสนาพระพุทธเจ้านี่สอนให้คนรู้เกิดรุ่นดับแล้วก็เป็นพระเจ้าซะเองบันดาลเกิดบันดาลดับเองเพราะตัวนี้จะให้เกิดอยู่ก็ให้เกิดไปทำงานไปทำกิจไปสัมมาวาจาสัมมากัมมัน เพราะสัมมาสังกัปปะได้น่าสังเกตไหมว่าทำไมพระพุทธเจ้าตั้งสัมมาทิฏฐิและสัมมาสังกัปปะและสังกัปปะนี่แหละคือตัวมโนเป็นตัวจิตทำไมท่านบอกว่าจิตแล้วก็วาจาแล้วก็ตายทำไมไม่เอากายวาจาใจธรรมดาเราตั้งต้นก็หยาบกายวาจาใจก่อนแต่ทีนี้พอมาถึงขั้นมีละเอียดแล้วท่านเอาใจวาจากายที่จริงก็มันตามไม่ใช่กายกรรมมันต่างเป็นการงานทั้งสิ้นรวมทั้งวจีรวมทั้งกายรวมทั้งใจด้วยอารมณ์ทั้งกายนี้การงานทั้งหมดกรรมทั้งหมดไม่ว่าจะกลายเป็นกรรมวจีกรรมมโนกรรมด้วยในกรรมมันรวมมาทั้งวจีกรรมรวมกันทั้งมโนกรรมอยู่ด้วย ทำมันโตกัมมันตะไม่ได้หมายออกกายกรรมเท่านั้นเพราะความหมายของสันกัปปะความหมายของวาจาความหมายของกัมมันตะมันจะไม่ใช่ว่ามโนกรรมวจีกรรมกายกรรมมันยังไม่ใช่อย่างนั้นทีเดียวเพราะงั้นสัมมนามันสัมมาสังกัปปะจึงไม่ใช่สัมมามโนกรรมสัมมาวายามะกายกรรมจึงไม่ใช่อย่างนั้นแต่มันละเอียดกว่านั้นอาชีวะบอกอีกต่างหากเป็นความธรรมะธรรมะในอะไรก็แล้วแต่อันนี้เราพูดถึงคำถามก่อนมโน ฉันถึงไม่ได้อธิบายหยาบอยู่แค่มโนกรรมวจีกรรมและกายกรรมแต่อธิบายถึงสังกัปปะเป็นพฤติกรรมของจิตอันลึกซึ้งถ้าไม่มียานแล้วก็จะไปแตกใส่กระเป๋ามาให้คุณฟังอย่างนี้ไม่ได้มีญาณหยั่งถึงมีญาณหยั่งรู้สภาพธรรมที่ลึกละเอียดเห็นความแตกต่างกันได้พูดถึงมโนก็หลวมๆหยาบๆกว้างๆง่ายๆมโนกรรมแต่นี่พูดถึงสังกัปปะลึกซึ้งกว่านั้นมากสัมมาวาจาวาจาก็เกิดมาแต่จิตสั่งให้พูดเพราะฉะนั้นวาจาก็มันก็ง่ายๆวาจาสัมมาวาจามันก็ไม่ๆไม่ต้องอธิบายกันยากเพราะมันมาแต่มโนเป็นประธานสุดท้ายแม้จะเป็นกายกรรมก็ อยู่ในกรรมทั้งหลายกัมมันตะก็เลยจึงรวมเป็นความหมายปลายอีกทุกอย่างกับมันตะไม่ใช่กายกรรมเท่านั้นจิตก็สามารถที่จะควบคุมมีฤทธิ์มีแรงมีความเด็ดขาดเพราะจีจะให้เป็นแค่ว่าจีจะให้เป็นทั้งกายกรรมรวมทั้งหมดได้เมื่อเราควบคุมทั้งสภาพ 3 ก็ได้เก่งรวมกำขึ้นมาได้ทุกอย่างจะให้กรรมเกิดแต่จิตมาตั้งแต่ลึกละเอียดจนกระทั่งมาควบคุมวาจามาควบคุมกายกรรมก็ควบคุมได้และคุณก็ฝึกปรือไปคุณก็ต้องควบคุมไฟให้ได้ทำให้ได้มากๆทำให้สั่งสมลงเป็นสมาปัตติให้เรื่องอยู่เมื่อกี้ลักษณะให้เกิดการ รักษาไว้ให้มันต่อเนื่องกันอยู่เสมอปกติให้มันเกิดอย่างนั้นอย่างที่เรารู้ว่าดีมันเกิดต่อเนื่องจนเก่งจนชินจนมั่นคงตั้งมั่นเป็นผีปิดสมาธิสติทำสมาธิสมาธิปฏิบัติธรรมให้มันเป็นอย่างนี้จนกระทั่งตั้งมั่นตั้งมั่นแล้วก็ไม่ใช่ติดตั้งอีกเพิ่มได้ถอนได้สมาธิสาวอุฏฐานะเบิกได้ถอนได้กลายเป็นความหยั่งลงเคยแยกศัพท์ให้ฟังว่าบวกอุฏฐานสมาชิกความขยันว่าเป็นพฤติกรรมเพราะฉะนั้น กรรมที่ท่านจะให้เป็นพฤติกรรมอย่างไรถ้าจะให้เป็นพฤติกรรมอย่างเก่าก็เป็นได้และไม่ติดในพฤติกรรมอย่างเก่าๆจะให้เพิกถอนเปลี่ยนไปเป็นพฤติกรรมอื่นอีกก็ได้แต่ถ้าคุณติดแล้วดึงก็ไม่ไปเดี๋ยวมันก็มาไอ้เก่าเดี๋ยวกลับมาไอ้ติดเนี่ยดึงไปหมดไม่ไปอย่างนี้เรียกว่าเราเพิ่มไม่ได้เราเพิ่มไม่ได้เราปฏิมากรรมสลัดคืนทำกลับไปอย่างอื่นไม่ยึดเกาะอยู่ที่ไอ้นี่เราทำไม่ได้เพราะจึงต้องฝึกหัดแม้แต่อย่างนี้จนชินจนเป็นแล้วก็ไม่ใช่ว่าติดใช่อิ่มแต่เราจะเปลี่ยนไปอื่นได้อีกทำสมาธิสั้นไปจนรู้สัตว์รู้ รูปหนูนารู้ขนาดรู้อะไรก็ได้อย่างที่กล่าวแล้วสมาธิสักการะทำให้ได้เล็กก็ได้แล้วจะทำโตก็ได้จะทำเล็กลงไปกลับไปกลับมาเล็กได้โตได้สูงได้ต่ำได้ขาวได้ดำได้ขนาดไหนๆคุณก็รู้ขนาดรู้สัตว์รู้ส่วนทุกอย่างรู้ขนาดรูปสัตว์รูปทรงหมดสมาธิสักการะนี่พูดด้วยภาษาจิตมันก็ยังมีขนาดมีประมาณเท่านั้นเท่านี้จนกระทั่งเราอยู่เหนือมันมากจนสามารถจะให้เป็นไปอย่างไรก็ได้สมาชิกให้เป็นสลับไปสลับมาอย่างโน้นอย่างนี้อย่างนั้นอย่างนี้ให้มันได้สมาชิกสักคนจะรักรวดเร็วสลับรับ รับตอนยังได้เลยเรียงก็ได้ให้เรียงอย่างนี้ละเอียดสุขุมก็ได้รับตอนก็ได้ใหญ่แล้วก็มาเล็กทวดแล้วก็เป็นสลับหน้าสลับหลังยังไงก็ได้วิจิตรพิสดารผมได้ว่าเอ่อ 6000 แล้วแต่จะพกพันเจอวิกฤตพิสดารหรือว่าจะเก่งกาจยังไงก็ทำทำได้อย่างเก่งจริงๆเลยทำได้ทุกสิ่งทุกอย่างอภินิหารรักเราจะเป็นอยู่อย่างไรก็ได้อย่างยิ่งนะจะเป็นอยู่อย่างไรก็เป็นได้อย่างยิ่งหรือไม่อยู่ไม่อาศัยก็ได้อย่างยิ่งในพยัญชนะอภินิหาร จึงใช้ตัวยิ่งใช้ตัวไหม้จะอยู่อย่างยิ่งหรือจะเป็นอย่างยิ่งอภิก็ได้หรือจะเป็นตัวนี้ก็ได้แท้จริงในตัวอภินิเองนั่นมันแปลว่าไม่ผิดนะแปลว่าตัวเจริญตัวเกิด 2 ตัวทีนี้เราก็ใช้ซ้อนซะว่ามันต้องอยู่เหนือเมื่อเราพูดถึงความเกิดอภิก็หมายความว่ามันยิ่งมีอย่างยิ่งเพราะว่าอาศัยเป็นตัวเป็นวันอังคารเอาไว้อีกคำหนึ่งว่าไม่หารับแล้วว่าสิ่งที่ยังอยู่ยังเป็นเพราะเราจะเป็นอย่างไรล่ะมันก็ไม่มีปัญหาเลยจะเป็นอย่างยิ่งอย่างใหญ่หรือว่ายังไม่มีอะไรก็ทำได้หมดจะทำให้เกิดให้ดับยังไงก็ได้สมาชิกจะทำให้มีอย่างยิ่งจะทำให้ศูนย์อย่างยิ่งได้ จะให้อาศัยอยู่อย่างไรให้ยืนอยู่ที่ปากจะหงอยปลายดาบมันก็อยู่ได้ถ้าอยู่ในพื้นราบมันแน่นหนากว้างขวางก็อ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive