240523-3-064 ทางเอกภาค3-ตอน064(หน้า282)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันที่ 23 พฤษภาคมพุทธศักราช 2524 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกอมารีเรียนกันต่อเรามีทั้งประสบการณ์มีทั้งเหตุการณ์มีทั้งสัมผัสอะไรต่ออะไรที่เป็นองค์ประกอบในชีวิตเราก็ยิ่งจะได้รู้ได้เข้าใจเพิ่มขึ้นเมื่อเรามาปฏิบัติธรรมแต่ก่อนเราก็สัมผัสแต่ก่อนเราก็เกี่ยวข้องแต่ก่อนเราก็มีองค์ประกอบของชีวิตแต่ว่า เราไม่มีความรู้เราไม่มีความเข้าใจเราจึงไม่สามารถรู้ลึกซึ้งไม่สามารถรู้กับสิ่งเกี่ยวข้องเหล่านั้นเรากลายเป็นตัวผู้ที่ผสมโรงกับสิ่งเกี่ยวข้องเหล่านั้นแล้วเราก็กลายเป็นตัวปรุงแต่งเป็นตัวประกอบเป็นตัวสังขารและโรคคือเป็นเชื้อโรคของโรคให้แก่มนุษยชาติอยู่เพราะเราไม่รู้แต่ก่อนว่าเป็นอย่างนั้นยกตัวอย่างง่ายๆเช่นว่าเราเองเราก็ไปทำอย่างที่เขาทำไอ้การทำคำว่า ทำคำใดนี่มันก็เป็นกรรมทั้งนั้นน่ะแสดงอิริยาบถหรือว่าเป็นไปอะไรมันจะเป็นกรรมทั้งนั้นพูดก็ดีทำก็ดีคิดก็ดีแล้วก็คิดอย่างเขาคิดเราก็ทำอย่างเขาทำพูดอย่างเขาพูดเห็นดีเห็นชอบเออออห่อหมกไปกับเขาใช้ประกอบในเขาเองเขาซื้อหวยซื้อเบอร์เราก็ยินดียินชอบไปกับเขาแล้วเราก็ทำรู้สึกเป็นของดิบของดีเออออกหมดไปร่วมกันผสมผสานเพื่อเขาเลยแต่ก่อนนี้เขาแต่งตัวแต่งตัวกันเฉพาะเห่อเหิมเอาอย่างนู้นอย่างนี้อย่างเขาเดี๋ยวนี้เราพูดได้ว่าอย่างเขาแต่ก่อนเรานั่นแหละเป็นอย่างนั้น แล้วเราก็ไปหลงไหลมีกรรมมีกิริยามีการกระทำอย่างนั้นอย่างนั้นเราก็เป็นผู้ผสมโรงผสมโรงผสมส่วนให้โลกมันมีของอย่างนั้นปรุงขึ้นสร้างขึ้นแต่งขึ้นมีน้ำหนักมีมวลมีเนื้อหามีแต่จำนวนมีปริมาณมากมายก่ายกองมีน้ำหนักทำให้ดึงดูดทำให้มันเอนเอียงทำให้คนไม่รู้ก็ถ่วงเทไปในทางที่จะต้องเป็นอย่างนั้นแต่ก่อนนี้เราไม่รู้จริงๆเราจึงเป็นส่วนหนึ่งในองค์ประกอบเป็นผู้หนึ่งที่เป็นกระทำโดยที่ก็เป็นเชื้
อ่านต่อ
อโรคของ หรือเป็นตัวกิเลสเป็นตัวที่ไปปรุงไปแต่งไปผสมผสานกับสิ่งที่ไม่ควรสร้างคนก่อเป็นคนเป็นให้แก่โลกอยู่โลกจึงหนักหนาโรคจึงมีส่วนถ่วงดึงจุดแรงเพราะมันมีมากจนกว่าเราจะมีปัญญารู้และเราก็จะต้องมีจิตใจที่ถอดถอนเมื่อถอดถอนได้เราจึงจะดึงตนเองมาในฝั่งที่เป็นผู้ทวนกระแสได้และเป็นผู้ทวนย้อนไปเลยแข็งคืนกับโลกจนกระทั่งทวนกระแสย้อนขึ้นมาเลยมาเป็น ที่ไม่เหมือนน่ะไม่ไปเป็นมวลไม่ไปเป็นองค์ประกอบของตัวเชื้อโรคแต่เราจะมาเป็นผู้ที่ล้างทวนต้านไม่ให้ไปเป็นไปอย่างโรคที่เขาพาเป็นพาไปยังยกตัวอย่างง่ายๆอยากๆอย่างที่ว่าผู้ชายก็ดีผู้หญิงก็ดีแต่ก่อนเราไม่รู้เราก็ไปกินเหล้าเมายาแผนไปเออออห่อหมกแรงต้านจะแข็งขันกับสังคมเขากับหมู่ชนเพื่อนฝูงคนที่คบหาจะต้านเขาก็ต่างไม่ได้เพราะเราไม่กล้าแรงไม่พอใจไม่มั่นปฏิภาณในการที่จะต้านทวนเขาจะพูดจะทำอะไรก็ไม่มี ไม่มีความรู้ไม่มีคารมไม่มีความหมายที่จะสามารถที่จะทำให้ตนเองนี่ทำอย่างที่เราเห็นว่าดีประพฤติอย่างที่เราเห็นว่าดีซึ่งมันค้านแย่งกับโลกเขาเรายังไม่สามารถจนกว่าเราจะรู้มากขึ้นเราจะเข้าใจมากขึ้นและแรงใจก็แข็งแกร่งขึ้นจนกระทั่งเราทำได้มีปฏิภาณมีความหมายมีความรู้ชัดเจนถึงแม้ว่าเราจะพูดให้เขาฟังไม่ตลอดเขาทำความเข้าใจกับเขาไม่ได้เราก็ยังยืนยันยืนหยัดที่เราจะทำอย่างที่เราเห็นว่าถูกว่าดีไม่ทำอย่างที่เราเห็นว่าผิดก็ไม่ดีเพราะไม่ควรอีกแล้ว เราไม่ทำอีกแล้วมันจึงจะอ่านหาฉันกล้าเป็นหลักเมื่อเรายิ่งเรามีอย่างนี้มากขึ้นมากขึ้นน้ำหนักที่จะดึงดูดถ่ายเทก็แรงขึ้นเป็นมวลเป็นฤทธิ์มีฤทธิ์มีแรงมีพลังสูงขึ้นสูงขึ้นดังที่เราได้ประพฤติกันปฏิบัติการกระทำกันเนี่ยมันจะมีขึ้นมาเรื่อยๆมีเพราะความจริงมีเพราะเห็นจริงรู้จริงมีพอได้จริงแล้วมันก็จะมีแรงเสริมขึ้นเสริมขึ้นอย่างที่เป็นเนี่ยมันจะนับวันจึงจะมากขึ้นเพราะฉะนั้นอันใดที่เรายังไม่แข็งแรงเรายังทำไม่ได้แต่เราก็รู้ได้ปัญญามาแล้วก่อนเป็นการนำทางว่าเอ้า ดียังไงมันก็มีเหตุผลมันดีแน่แต่ใจเรายังอ่อนแอใจเรายังมีเชื้อติดยังมีเชื้อเสพอย่างเอร็ดอร่อยอยู่ยังติดยังอาลัยอาวรณ์ยังมันยังมีหลงๆชอบๆหรือว่ามันยังละมาไม่ทิ้งไม่ขาดได้ก็ต้องพยายามแข็งขืนพยายามที่จะสลัดปล่อยล้างออกให้ได้ง่ายๆเพราะเราแน่ใจแล้วศาสนาพระพุทธเจ้านี่ให้เรียนนะให้เห็นด้วยปัญญาฟังรู้เป็นสุดตามระยะปัญญาเอาไปคิดไตร่ตรองเป็นจริงตามไม่ใช่ปัญญาไม่เห็นจริงแล้วทีนี้จึงลงมือล้างขัดอดทนข่มขืนพยายามมาทำความเคยเสพคุณอย่างที่เราเห็นว่าดีแล้วหลักการประพฤติของท่านจึงทัศนา น้องวราปฏิเสวามิวัดชนาวิโนนาภาวนานิราศของท่านที่จะล้างกิเลสสัพพะสังวรสูตรคือสรรพสัตว์สรรพสัตว์พระสังฆังสภาวะสังฆังสูตรสภาวะคือเหล่าอาสวะทั้งหลายสภาวะสังฆังสูตรที่จะสังวรระวังร้างปฏิบัติเพื่อที่หลักในการปฏิบัติสังวรณ์นี่คือการปฏิบัติการปฏิบัติอย่างระมัดระวังสังวรแปลโดยพยัญชนะก็แปลว่าการประกอบความเป็นพระสังข์กับวาระการทำให้เป็นพระ แปลเอาอัดก็แปลว่าการระมัดระวังสำรวมพยายามที่จะกระทำให้ดีตามที่เรารู้เราเห็นเพราะฉะนั้นหลักแรกจึงเรียกว่าหลักทัศนะทัศนะแปลว่าเห็นแปลว่ารู้แปลว่าทำความเข้าใจทำความเห็นขึ้นมาทัศนะให้เกิดทัศนะที่เป็นสัมมาทิฏฐิให้เกิดทัศนะที่ดีที่เป็นทัศนะที่ถูกเป็นทัศนะวิเศษมันเห็นอย่างคนอื่นเห็นไม่ใช่แต่มันเห็นอย่างพระเห็นนั่นใช่ถ้าเห็นอย่างคนอื่นทั่วๆไปเป็นปุถุชนเป็นอะไรมันก็เห็นอยู่อย่างนี้ง่ายๆใครมันก็รู้ก็เห็นแต่ที่โลกเขานิยมค่านิยมแบบลูกโลกแต่จะไม่เห็นอย่างข้านิยมแบบพระแบบอริยะแบบพูดทวนกระแส แบบโลกุตระบุคคลนั้นมันต้องใช้ญาณทัศนะวิเศษมันต้องใช้ปัญญามีทัศนะเห็นวิเศษเห็นกลับกันเห็นอย่างพิเศษอย่างพิเศษอย่างอย่างสูงกว่าเรียกว่าสร้างทัศนะประกอบด้วยการฟังโดยการเรียนอ่านรู้สังเกตพิจารณาแล้วก็เอาไปไตร่ตรองเห็นจริงๆเมื่อแน่ใจแล้วลงมือปฏิบัติพอลงมือปฏิบัติก็คือจะต้องอดทนจะต้องแข็งขืนจะต้องตั้งใจตั้งสัจจะว่าเราจะต้องเลิกต้องละต้องล้างมันเองเป็นหลักใหญ่ๆเราจะต้องหยุดแล้วสิ่งนี้เพราะว่าศาสนาจึงสอนให้หยุดสอนให้ดาบจัดอันดับแล้วเรื่อง จะเลิกแล้วเรื่องนี้ฉันจะร้ายจะเว้นจะขาดจะห่างนี่ภาษาเหล่านี้เราได้เราได้ยินมาจนหูแฉะแล้วเรามันก็ทำจริงๆลงมือกระทำทางกายวจีแต่แม้แต่เริ่มจะดำริจะคิดก็ต้องดักรู้ที่จิตจิตจิตจิตใจอยากรู้ที่ว่ามันจะบันดาลสั่งแล้วนะตัวจิตใจมันจะสั่งให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้จับไปถึงจิตอย่างนั้นแล้วกลับมันคืนมาคืนมาได้สังวรระวังตนเองเสมอมันจะเคยมันจะทำอย่างที่เคยๆอย่างที่เราเคยเป็นเพราะฉะนั้นเมื่อเห็นแจ้งชัดแล้วก็สังวรระวังมีสติสัมปชัญญะหลักสติจึงเป็นหลักปฏิบัติของพระพุทธเจ้ามีสติหลักสติเนี่ยสำคัญพอได้เป็น ทิฐิแล้วเราก็มีสติควบคุมดูแลและเราก็วิจัยทำมาวิจัยในหมายคำว่าสอดส่องแยกแยะให้เห็นในกรรมกรรมในการกระทำทางกายทางวจีทางมโนธรรมอย่างนี้มันจะเชื่อมโยงมันจะติดต่อไปหาส่วนที่จะผิดนั้นหรือเปล่ายกตัวอย่างง่ายๆเช่นว่าเราไม่กินแล้วเหล้าเราสะอาดบริสุทธิ์แล้วแต่เราก็ยังไปเออออห่อหมกไปเกี่ยวไปข้องกับเรื่องของเราเช่นเข้าไปในสังคมนี้เขาก็ใช้เหล้าเสิร์ฟแล้วก็รับเหล้ามาอย่างเฉยๆยินดีปรีดาเขาเฮโลจิบแล้วก็จีบก็เข้าไปเรื่อยๆแม้เราจะไม่ติดแต่เราเออออห่อหมกอย่างนี้เป็นการอัดเป็นการที่จะยัง ส่งเสริมเป็นมวลเป็นผู้ที่ยังจมอยู่ในความผิดจมอยู่ในส่วนที่ผิดยังเป็นมวลยังเป็นปริมาณยังเป็นแรงดึงดูดที่จะฉุดคนออกไปให้ต่ำอยู่นั้นเราเป็นอย่างนั้นหรือเปล่าถ้าเราเป็นเราก็ต้องรู้ตัวเอ๊ะนี่ไม่ใช่แล้วนี่อย่างนี้เป็นต้นแล้วก็วิจัยไอ้กรรมอย่างนี้การกระทำอย่างนี้มันไม่ใช่แล้วนี่เราไปผสมประเสริฐประสานไปกับเขานี่เราไม่ติดแล้วเราก็เห็นด้วยว่ามันไม่ดีกินเหล้าไม่ดีเราก็ไม่กินแต่เราก็ยังไปติดไปแต่มันไม่ถึงก็บาดคอมันไม่ถึงกระชับดิ้นชักงอก็จริงอยู่เอ๊ะแต่เราก็ยังมาร่วมทำผสมผสานเขาให้เล่ามาก็ยังรับเหล้าเขาให้บุหรี่มาแล้วก็เอามาจุดแล้วก็มาสูบพ่นควันไปเฉยๆทั้งนั้นที่เราก็ไปปิดเพื่อ ผมก็เอาใจเขาทั้งๆที่ควรจะมีปัญญาเราไม่ทำเราพยายามที่จะมีเหตุผลบอกเหตุอะไรเธอจึงไม่ทำผลอะไรเหตุอะไรดียังไงจึงไม่ทำอย่างนั้นทำไมคนก็ทำกันเยอะแยะทำไมไม่ทำอย่างเขาก็โลกเขาทำอย่างนั้นเขาว่าดีกันทั้งนั้นล่ะนะเขาจึงทำและสิ่งที่เขาว่าดีว่าอร่อยก็เป็นสุขว่าประเสริฐวันเกิดทุกคนก็ต้องทำสิ่งที่คิดว่าอย่างนั้นน่ะจึงลงทุนลงแรงจึงเปลืองเปลืองไปอย่างนั้นใช้สิ่งนั้นวัสดุนั้นใช้ของนั้นเพราะเราทำไมไม่ใช้ตามเขาแล้วทำไมไม่เป็นอย่างเขาทำไมเราไม่ทำอย่างเขาเราควรจะมีปัญญามีปฏิภาณทีนี้เมื่อทำเอาวิจัยได้เมื่อเวลาวิเคราะห์วิจัยเห็นอย่างนี้เรารู้แล้วว่า เราไม่ควรทำเมื่อไม่ทำแล้วเรามีเหตุผลอะไรเรามีความหมายอย่างไรความรู้อย่างไรเราจะชี้แจงเราจะชี้แนะและจะยืนยันยืนหยัดและจะเป็นหลักยังไงมันก็จะเกิดปัญญาจะเกิดการคิดค้นทำวิจัยดักให้เรารู้ว่ากุศลคืออะไรมันจะเชื่อมโยงไปอย่างไรดังกล่าวแล้วเพราะเราไม่ติดสิ่งนี้เราเลิกสิ่งนี้ได้เราก็จะต้องมีการระมัดระวังเราอยู่ในสังคมสังคมมันจะปนเปย์เข้ามาดังกล่าวนี้ทำให้เราติดตามไปไปทำๆด้วยด้วยเราไม่ติดแล้วในเรื่องการเลอะๆเลอะเทอะแต่งเนื้อแต่งตัวแล้วก็ควรจะเลิกเราไม่ติดในการบันเทิงแล้วก็ไม่ควรจะไปเชื่อมโยงในเรื่องบันเทิงนี้ไปผสมผสานเราจะ เอี้ยงเข้าไปผสมอย่างไรหรือว่าเราจะทำอย่างนี้อยู่ในสัดส่วนหนึ่งที่มันตัดส่วนไว้เราไม่หลงในเพลงแต่เรายังเอาเพลงมาใช้อยู่เราจะมีสวนสัตว์อธิบายหรือว่ามันจะเป็นประโยชน์แก่เขาหรือเราติดเรามีทำเอาวิจัยทั้งนั้นแล้วติดหรือว่าเราก็ยังสนุกเพลิดเพลินติดเป็นโลกียรถอยู่ชอบได้มีเพลงไพเราะอย่างนี้ก็อร่อยใจหรือว่าเราทำเนี่ยผสมผสานไปเหมือนกับเราประกอบยาตามฐานะใส่สีบ้างใส่น้ำตาลบ้างหุ้มข้อไปว่าคนพวกนี้ถ้าเอาของแท้ชัดๆเอาแต่เนื้อๆพูดแต่ภาษาธรรมะตรงๆมันกลืนไม่ลงแล้วมันก็ไม่ยอมฟังแล้วก็ย้อมหรือผสมไปด้วยเพลงบ้างผสมไปด้วยคำไพเราะ ที่เขาติดเขาหลงบ้างไปทำไพเราะเล็กๆน้อยๆเป็นคำกลอนคำกล่าวหรือเป็นคำที่ฟังแล้วไม่บาดไม่เสี่ยงเกินไปนักหรือแม้บาดเสียแต่เราก็ผสมเพลงผสมกันไปอะไรตรงนี้มันเป็นศิลปะมันเป็นกรรมวิธีที่จะกระทำเรารู้ว่าเราทำเพื่อเขาเราไม่ได้ติดแล้วเราจะประสมให้เขาน่ะมันจะเป็นเป็นเหยื่อล่อที่มากเกินไปไหมจนกลายเป็นสิ่งที่เขาไปติดเอาน้ำน้ำหรือเอาติดกษัยกลายเป็นก็ติดกระแสพวกนี้เลยกลายเป็นฉันฟังก็ฟังอะไรทุกทีเอาแต่รถของเพลงแต่ไม่ได้ความหมายของเนื้อหาไม่ได้ความหมายของแก่นแท้ ใส่เข้าไปด้วยหรือยาที่เราใส่เข้าไปเขาไม่ได้ยาเลยเขาได้กินแต่น้ำตาลแล้วติดแต่น้ำตาลชัดเด่นแต่น้ำตาลสิ่งเหล่านั้นเปล่าแม้จะผสมไปให้ยังไงก็เปล่าเป็นอย่างนั้นหรือเปล่าเรามีธรรมะวิจัยเรามีกรรมที่จะกระทำสัดส่วนพวกนี้อยู่แล้วเราจะมีขีดขั้นมีการผสมกระแสการกระทำหรือการงานเหล่านี้มีทั้งประโยชน์ตนมีทั้งประโยชน์ผู้อื่นไปในตัวนะเพราะฉะนั้นการทำงานหรือว่าการปฏิบัติธรรมเป็นโพชฌงค์นี้มีสติรู้ชัดรู้เจนแล้วก็มีข้อวิจัยและก็พากเพียรที่จะกระทำอย่าประมาทอย่าประมาทเรานึกว่าเราทำได้แล้วมันมีความละเอียดลึกซึ้งขึ้นเสมอเราจะต้องพยายาม ลองวิจัยเรื่อยๆเราจะเห็นว่าไม่มีเศษเหล็กเศษน้อยไม่มีความต่อเชื่อมโยงมันมีความรู้ที่สาวลึกขึ้นไปลึกขึ้นไปเรื่อยๆผู้ใดนึกว่าจบแล้วผู้ใดนึกว่ารู้แล้วก็จะรู้เท่าเดิมแต่ผู้ใดที่วิจัยตามพากเพียรที่จะทำเรียนรู้เสริมส่งต่อไปอีกผัสสะเมื่อใดมีอะไรเกี่ยวข้องอะไรเราจะทำอะไรอีกเมื่อไรเราจะเห็นแยกชายแนบเนียนสูงส่งจะรู้ในผัสสะที่มีอะไรเกิดจากผัสสะนั้นลึกซึ้งขึ้นละเอียดประณีตขึ้นแยกขายขึ้นทุกทีไปเพราะฉะนั้นในการปฏิบัติหลักสติธรรมมีใจแล้วก็วิริยะจึงเป็นหลักใหญ่เป็นโพชฌงค์ 3 ที่จะต้องกระทำแล้ว ได้ดีขึ้นแต่ว่าปิติสมโภชจงสงบระงับเนียนขึ้นเรียกว่าปัสสัทธิสัมโพชฌงค์จิตของเราสมาธิก็จะแข็งแรงตั้งมั่นสงบยิ่งเร็วยิ่งแรงสงบยิ่งเปิดยิ่งมีกรรมการงานความสงบของพระพุทธเจ้าจึงเป็นกัมมัญญ์เป็นกรรมบรรดาแล้วมันก็จะลงหยั่งลงเป็นสมาคมที่ถูกต้องเป็นการกระทำที่ชอบแล้วควรแล้วเป็นการกระทำที่มีประสิทธิภาพเป็นการงานที่มีประสิทธิภาพเพราะการงานยิ่งเร็วยิ่งคล่องยิ่งมีเนื้อหามากหลายแต่ยิ่งสละสลวยยิ่งดีเด่นยิ่งงด ยิ่งราบรื่นเรียบร้อยยิ่งสนิทเนียนไม่ขูดไม่ขัดไม่บาดไม่เสียดราบรื่นยิ่งดีเป็นคำบรรยายเป็นการงานที่เป็นกรรมบันยะเป็นลักษณะของอุเบกขาเป็นการงานที่มีอัญญะจิตนั่นแหละเกิดอัญชันเรื่อยเลยจิตของเราจะเกิดปัญญาชั้นอัญญะอัญญาโกณฑัญญะเนี่ยจะเป็นจิตที่เกิดการงานที่ทำได้งามได้ดีเรียบร้อยไม่ตกไม่หล่นไม่เป็นอัปปาพาถังไม่เป็นอัปปาต่างๆและเป็นลหุท้านังพลังผาสุวิหารหลังเป็นการงาน พันเอกเป็นเอกกับคุณคือไม่ป่วยไม่บกพร่องไม่ชำรุดทรุดโทรมและไม่บกพร่องอย่างอปปาต่างๆด้วยไม่ขาดตกบกพร่องเต็มครบงามพร้อมบริบูรณ์มีเนื้อหาและสุดท้ายนางแคล่วคล่องรวดเร็วราบรื่นปราบเปรียวเป็นไปได้ดีมีพลังมีอำนาจมีฤทธิ์มีแรงพลังมีอำนาจมีฤทธิ์มีแรงมีประสิทธิภาพที่ใครล้มล้างไม่ได้ง่ายๆไม่มีใครกล้าเข้าร้อนรานเพราะมันมีอำนาจมันมีฤทธิ์มันมีความเด็ดขาดมันมีความ มันมีอำนาจน่ะต้องใช้คำว่าอำนาจไม่รู้จะใช้คำว่าอะไรฤทธิ์แรงพลังนี่มีกำลังอำนาจย้ายแรงเป็นฤทธิ์เพราะว่างานนี้มันสมลักษณะมันไม่มีใครล้มได้ล้างได้มันจริงแล้วมันก็มีประสิทธิภาพมันมีคุณค่ามันมีประโยชน์ทุกอย่างมันคำบอกหมดเลยคนจะมาทำไม่ได้มันมีเหตุผลมันเป็นความดีงามที่แท้คนจะมาล้มมันล้างไม่กล้าใครจะมาล้มมาล้างทำไม่ได้มันมีฤทธิ์แรงของมันมันไม่ใช่พลังอำนาจข่มขี่ทั้งๆที่ผิดก็ยังบังคับไม่มีการบังคับแต่มันเป็นคุณค่ามันเป็นสัจจะมันเป็นความดีงามมันเป็นความถูกต้องมันเป็นสิ่งที่ประเสริฐเลิศคนเลวยังไงก็ เสียงนี้ชัดสิ่งที่ยืนหยัดยืนยันจริงต้องเห็นด้วยถ้ามีปัญญาแล้วต้องเห็นด้วยคนที่หิริโอตัปปะคนที่มีการละอายต่อความชั่วความบาปความไม่ดีไม่งามไม่กล้าที่จะมาล้มล้างมันแข็งแรงอย่างนี้เป็นอำนาจอย่างนี้ผาสุกวิหารหรั่งก็อยู่เย็นเป็นสุขยังอยู่ได้ยั่งยืนได้เรียบร้อยได้ผาสุวิหารหลังผาสุขนี้มาจากภาษารากเหง้าคำว่าพระพอสำเภาพาพระหรือพระพระตัวพอพฤติกรรมพฤติแปลว่ามันมีกรรมกิริยาอย่างนี้ทรงอยู่ถ้าเป็น มะพร้าวก็แปลว่าก้าวหน้าเจริญผาณิตก็มาจากรากศัพท์อันเดียวกันหรือสุกะหรือสุขนี่แปลว่าดีมันมีสภาพที่เป็นความเจริญที่ดีที่ก้าวหน้าที่ดำเนินไปอยู่ผาสุขน่าจะพูดกับภาษาไทยๆเหมือนกับเอามาบวกกับความสุขที่ยิ่งสุขกะสุขที่บอกว่าเราสมใจสุขในโลกสุขโลกียสุขที่จริงมันไม่ได้มีความหมายอย่างนั้นมันหมายความว่ามันยังยั่งยืนมันยังดำเนินไปอย่างผงาดยังมีฤทธิ์แรงความดีอันนี้ยังเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิด 9 ศพๆๆไปเลย 9 เจริญเรียกว่าผาสุขแล้ววิหารรับแปลว่าความอันนี้ยังเหลืออยู่วิหารรับแปลว่า ยังอยู่ยังให้คนได้พึ่งพาอาศัยที่ยังอยู่ในโลกมีอยู่ในโลกให้คนได้อาศัยวิหารรักแปลว่าเครื่องยังอยู่สิ่งที่ยังอยู่เครื่องนี้เป็นเครื่องอาศัยที่ดีเป็นเครื่องอาศัยที่พาให้ก้าวพาให้เจริญพาให้เป็นสุขพายเป็นสุขอย่างธรรมะด้วยกลายเป็นสุขสงบสุขอย่างเจริญสุขอย่างเป็นไปได้ดีด้วยนี่เป็นเอกกระทำเป็นเอกกับคุณเป็นอาหารอันเอกเรียกว่าอาหารกันเองเขาแปลว่าอาหารอันเดียวในที่อาสนะเดียวนั่นแปลเอาที่แปลเอาสถานที่โดยทำสมาธิฐานแล้วมันไม่มีสถานที่มันไม่มีเวลามันไม่มีการละมันไม่มีเนื้อมันไม่มี กลัวอะไรแต่มันหมายถึงความเป็นอาการนามถ้าเป็นนามธรรมแล้วเป็นธรรมอธิษฐานแล้วมันหมายถึงความความไม่บกพร่องความไม่ป่วยไม่เจ็บไม่ชำรุดทรุดโทรมความไม่บกพร่องไม่ตกไม่ขาดเต็มพร้อมสมบูรณ์ความครอบคล่องประสิทธิภาพเรี่ยวแรงดีมีข้าวคล่องว่องไวเกิดผลเร็วด้วยแล้วก็มีเรี่ยวมีแรงดันมีน้ำหนักมีพลังอย่างที่ว่านี้มีลักษณะของอันที่ตั้งอยู่อย่างเอกอันที่ทรงอยู่อย่างเอกเป็นสภาพเครื่องอาศัยของโลกเพราะฉะนั้นผู้ใดมีกรรมเป็นที่สุด มีกรรมเป็นที่พึ่งมีการงานเป็นที่สุดก็เป็นอย่างนี้การงานเป็นที่สุดกรรมเป็นที่พึ่งถึงเราก็พึ่งอันนี้ซึ่งเราเมื่อเราไม่เปลืองแล้วเราพึ่งเล็กๆน้อยๆแล้วทำงานหนักมากเราทำงานทางดี๊ดีแต่เราก็ใช้เล็กๆน้อยๆเท่านั้นเองนอกนั้นก็เป็นของประชาชนจึงเป็นพหูชนะหินตายะพระหมู่ชนะสุขายะพระองค์ชนะอัดถายะจึงเป็นอนุกรมปายะเป็นความอนุเคราะห์ให้แก่โลกเพราะเราสร้างให้แก่โลกเราจึงเป็นตัวพระเจ้าเราจึงเป็นตัวผู้สร้างสรรค์ผู้ประทานผู้ให้คุณค่าให้สิ่งดีแก่โลกพระเจ้าเป็นเราเราเป็นพระเจ้าเราเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับพระเจ้าเรามีสมรรถภาพเท่า มีจิตบริสุทธิ์ที่เราจะวันหนึ่งคืนหนึ่งแล้วก็ดำริจะทำอะไรดีเอ่ยบัดนี้เวลากำลังล่วงเลยไปเรากำลังทำอะไรอยู่เราก็ทำดำริแล้วก็กระทำทำแล้วก็เป็นสิ่งสร้างสรรค์ให้แก่โลกโลกก็ได้กรรมด้วยการงานกับจากเราไปกำยานเป็นสิ่งที่ประเสริฐเป็นสิ่งที่ดีเราทำไปเราก็ยิ่งจะพิจารณาทำไปแล้วคนรับหรือไม่คนไม่รับทำไปแล้วมันจะเป็นของดีจริงหรือไม่ดีจึงทำไว้แล้วแม้คนไม่รับเราก็รู้ว่าของดีแท้แต่คนไม่รับเราจะรู้ว่ามันไม่รับนั้นเพราะเรามันดีแท้หรือว่ามันดีปลอมมันจะพิสูจน์ยืนยันมีธรรมะวิจัยไปนานๆๆเขาก็ยิ่งจะเห็นชัดเจนว่ามีเหตุผลคือคนไม่รับ ย่าคนไม่รักเพราะมันทวนกระแสเราให้เขาไม่เป็นเราชี้แนะเขาไม่ถูกเราแนะนำเขาว่าไอ้นี่ของดีของถูกต้องแล้วแนะนำเขาไม่ได้เราก็จะต้องหาวิธีบอกหาวิธีกล่าวหาวิธีแนะนำหาสัจจะความจริงที่จะมาอธิบายมาชี้ยืนยันอะไรต่างๆนานามันเกิดซับซ้อนขึ้นมาทั้งสิ้นเพราะช่อง 7 นี่คะคุณเห็นชัดและคุณจะเห็นว่ามันเป็นบทบาทที่จะต้องมีอยู่ตลอดเวลาในตัวเราเพราะฉะนั้นถ้าคนใดปฏิบัติตามอวิชชาสูตรก็ดีตัณหาสูตรก็ดีซึ่งเป็นผู้ที่มีกิริยากายวจีมโนกรรม 3 สุจริต 3 กายกรรมวจีกรรมมโนกรรมมันก็จะเป็นสุจริตมันก็จะเกิดโพชฌงค์ สติปัฏฐานนั่นเองล้างนิวรณ์อยู่กำลังทำการล้างนิวรณ์เมื่อเกิดโพชฌงค์มีสติสัมปชัญญะมีธรรมะวิจัยมีวิริยะดำเนินไปเรื่อยๆมันก็เกิดปิติเกิดปฏิกัสสนาที่เกิดอุเบกขาสมโภชจงทั้ง 7 9 นี่มันจะสอดร้อยเป็นสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนทำสั่งสมขึ้นเรื่อยๆๆดังนี้คืออธิบายให้ฟังเป็นสภาพอธิบายมานานนักหนากับพวกคุณฟังกันจนหัวเปียกหูแฉะคุณได้เข้าใจบ้างไหมว่าบทบาทเศร้าสามเศร้าวิริยะทำงานแล้วมันจะสะสมลงไปเป็นปิติเป็นปัจจัยนี้เป็นคู่นึงมันจะได้ดีเกิดดีจิตเราก็สงบเป็นปกติเกิดซ้อนจิตสงบ แยบคาราโอเกะทำได้มั่นคงแข็งแรงขึ้นตั้งลงเป็นจิตเป็นสมาธิแข็งแรงตั้งมั่นมีทรัพย์ปัญญามีทั้งกำลังมีทั้งความมั่นคงอยู่ในตัวหมดเลยแล้วยิ่งเป็นสมาธิสัมมาสมาธิของพระพุทธเจ้าเนี่ยยิ่งเป็นสมาธิยิ่งแววไวยิ่งแคล่วคล่องไม่ใช่ยิ่งเซ่อยิ่งเงียบยิ่งสงบแบบทึบๆไม่รู้เรื่องแล้วตอนนี้ฉันเข้าฌานไม่รู้เรื่องแล้วไม่ใช่กลับยิ่งมารู้ตามทวารข้างนอกยิ่งชัดยิ่งไวยิ่งรู้ดีรู้ชั่วได้ยิ่งทนทานต่อผัสสะยิ่งอุเบกขายิ่งเฉยต่อผัสสะแต่ไม่ใช่เฉยอย่างเรียกว่าเฉยดื้อเฉยเด๋อเฉยซื่อไม่ใช่ ยิ่งใช้ยิ่งไวยิ่งเก่งยิ่งมั่นคงยิ่งแข็งแรงมันเป็นสภาพยิ่งซ้ำซ้อนมันยิ่งย้อนแย้งกับความสิ้นโลกเห็นง่ายๆจึงตื่นโลกเห็นตื้นๆว่าสงบนี่คือการนิ่งๆเฉยๆอยู่นิ่งๆต้องพูดนะวันนี้ขอยกชื่อเลยอย่างอาจารย์ระวีหมายอ่ะสงบนั่งอยู่เฉยๆเงียบๆไอ้นั่นเป็นความคิดตื้นๆของเดียรถีย์ความคิดของคนพื้นๆน่ะปัญญาง่ายๆสงบคือการหยุดนิ่งๆไม่พูดไปจะไม่ใช่กลับกันยิ่งสงบยิ่งเข้าคล่องยิ่งพูดได้เนียนได้เรียบร้อยราบรื่นมีประสิทธิภาพในงานฟังให้ดีนะในอธิบายสัมมากับมันโตอธิบายสัมมาสมาธิสอน ซอยสัมมากัมมันตะการงานที่เป็นทรัพย์ที่เป็นกัมมะปฏิสนธิเป็นการงานที่เป็นที่พึ่งของโลกกลับมาปฏิสนธิมันทวนไปทวนมาเป็นการงานที่ที่พึ่งอยู่พึ่งนอกพึ่งนายพึ่งเข้าพึ่งออกพึ่งท่านพึ่งเราเราก็พึ่งเขาก็เพิ่งเรียกว่าปฏิสนธิมันไม่นิ่งมันเดินโดดๆอยู่เป็นการงานที่เดินบทแห่งที่พึ่งปฏิบัติชวนไปทวนมาย้อนไปย้อนมากลับไปกลับมาช่วยไปช่วยมาคือเป็นโคจรเป็นการเดินงานไม่ใช่นิ่งๆเพราะงั้นถ้าเราเข้าใจไม่ถูกเห็นความสงบเป็นแต่แค่พื้นฐานง่ายๆก็เป็นความรู้ของระดับตนก็ถูกสำหรับเมื่อเวลา เป็นอย่างนั้นแต่เราจะไปทำคนหมู่มากให้มานั่งนิ่งๆนั้นน่ะมันทำไม่ได้กาละเทศะไม่ใช่อย่างนั้นเพราะเวลาจัดงานแล้วจะให้คนมานั่งนิ่งๆกันหมดมันไม่ได้หรอกเราต้องมีงานย่อยเราต้องมีกลุ่มย่อยเราต้องมีกลุ่มนี้เขาได้แค่นี้กลุ่มนี้ก็ได้แค่นี้กลุ่มนั้นจะนั่งหลับตาเอานั่นถนัดจริงๆบังคับกันไม่ได้เขาชอบเขาติดเขาจะทำอย่างนี้เขาเห็นดีอย่างนี้ให้เขานั่งให้เขาเดินให้เขายืนตามนั้นไปบังคับเขามาเอาทำอย่างนี้รวมๆกันยิ่งคนหมู่มากขึ้นมาแล้วจะไปบังคับเขาอย่างนี้มันเป็นอำนาจเผด็จการทำไม่ได้แล้วก็ไม่ติดทำแล้วก็พังคนไม่ติดคนไม่ชอบเพราะเขาไม่ได้ทำตามส่วนที่เขาถนัดตามส่วนที่เขาเห็นแต่ต่างกันไปบ้างใคร บ่ได้เลือกเอาอันนี้เป็นเรื่องของความจริงใครชอบอะไรใครถนัดอะไรนี่เขาก็จะเลือกเฟ้นไปข้อสำคัญสิ่งเหล่านี้มันถูกต้องนะผู้สอนก็ได้คาถานั้นยอมรับวันนั้นผู้ที่สูงขึ้นก็ว่าไปอย่างอาตมาอาตมาว่าอาตมาศูนย์สูงอาตมาก็สอนต่อผู้นั้นก็ทำอย่างนั้นอาตมาไม่ได้โกรธหรอกจะไปเดินจงกรมโชว์นี่ก็เอาจะไปนั่งสงบไปพออะไรภาวนาดังนั้นก็เอาแต่ต้องเข้าใจให้ถูกนะว่านั่งสงบไม่ใช่หลักการของพุทธสุดท้ายพอเวลาเรียนรู้สูงขึ้นสูงขึ้นก็นึกว่าการนั่งหลับตาปี๋ปีนี้เป็นฐานของคนสูงแล้วก็เสื่อมเซอร์แม่เก่งแล้วบริสุทธิ์บริบูรณ์ขึ้นว่างั้นนะเป็นพระอริยชั้นสูงขึ้นว่างั้นนะก็ยังจะต้องมานั่งหลับตาปีปีกไม่ใช่พระอริยะชั้น แล้วก็เลิกนั่งหลับตาแล้วนอกจากเมื่อยนอกจากถึงครั้งถึงคราวเมื่อยเพลียๆพักผ่อนก็พักผ่อนได้นั่งได้นอนก็พักผ่อนไปไม่ต้องพักผ่อนได้นั่งได้นอนก็จะไปพักทำไมเรารูปภาพแล้วรูปเพียรก็เอามาทำงานดำริสัมมาสัมพุทธะออกไปทำสมาธิกัมมันตะสัมมาวาจาออกไปทำเป็นพูดแล้วไปตามความจริงเรารู้ถ้าเรารู้แล้วเราก็ออกไปทำการงานที่เราเห็นเราคิดเราสัมมาสัมกับปะเราสัมมาวาจาและสมาคมโตก็เอาไปทำมันก็จะเป็นบทบาทอยู่เป็นสัมมาอาชีวะเป็นบทบาทอยู่ส่วนมากเรียกว่าอาชีวะเป็นอาชีพเป็นส่วนเยอะส่วนใหญ่ที่เราทำเราก็เป็นอย่างนั้นไปนะเพราะกรรมของพระพุทธเจ้าในการงาน เจ้านี้ยิ่งมีสมาธิยิ่งมีการงานอันคล่องแคล่วปราดเปรียวราบรื่นมีมากยิ่งมีแต่การงานมากแล้วสนิทเนียนเรียบร้อยราบรื่นง่ายงามไปเรื่อยเนียนไปเรื่อยจึงเป็นกรรมบันยะเป็นงานการที่สละสลวยเป็นการงานที่ดีเด่นเป็นการงานที่มีบทบาทอันดีเด่นมีบทบาทอันราบรื่นมีบทบาทอันงามพร้อมมีบทบาทอันโอ้ยไม่ใช่กรรมมันกรรมมันยะเนี่ยการงานเป็นอุเบกขาอย่างเฉยทำได้อย่างไม่มีใครรอนรานทำได้อย่างราบรื่นทะลุทะลวงไปได้เลยไม่มีศัตรูไม่มีใครกล้าเข้ามารอนรานมัน ปาฏิหาริย์มันเป็นความสามารถชั้นสูงสุดมันเป็นปาฏิหาริย์ชั้นสูงสุดถ้าเป็นนักดาบก็เป็นนักดาบที่เดินถือดาบเข้าไปแล้วก็ฟันทะลวงทะลุไปหมดเลยแม้เก็บดาบใส่ฝักแล้วก็มีประภัสรามีแสงมีรังสีออกจากตัวไปเลยแม่เก็บดาบใส่ปากแล้วเดินไปไหนนี่ก็คนรู้เลยว่าต้องยกมือกราบไหว้เลยเพราะเห็นแสงพอเห็นจากอันตรายเห็นรุ่งเรืองที่มันบอกถึงลักษณะของผู้สามารถนี้ไปมันบอกลักษณะของผู้สามารถที่เดินทางไปเลยมันเป็นลักษณะอย่างนั้นฟังดีๆคำพูดคำอธิบายเหล่านี้ผู้ที่ยังจิตยังไม่เปิดจิตยังไม่แจ้ง สาวๆแต่ยังไม่ถนัดแล้วตัวเองก็ยังทำไม่สอดคล้องยังทำไม่ลงตัวยังทำไม่ได้ก็จะยังไม่ได้แม้ฟังก็ยังปิดจิตของตัวเองรีดจิตของตัวเองมีสภาพอำพรางของตัวเองซ่อนแฝงขั้นขวางของตัวเองอยู่แม้การฟังก็ยังฟังด้วยใจยังไม่แน่ใจยังไม่เชื่อมั่นว่าที่อาตมาพูดที่ผมพูดเนี่ยจะทะลุทะลวงหรือจะถูกทั้งหมดมันยังสงสัยมันยังข้องใจมันยังไม่เชื่อมันยังไม่ศรัทธาเต็มก็จะมีอะไรกระตุกกระตุกกระตุกเพราะก็ฟังก็ต้องใช้พลังงานส่วนของคุณที่จะเอามากรองมาคั้นนั่นแหละถ้ายิ่งจะบรรยายยิ่งลึกละเอียดปัญญาที่หมดความข้องใจแล้วมันก็จะเป็นเครื่องกรองที่เร็วเป็นทำมาวิจัยที่ผ่านครับแล้วก็แยก ประหยัดทัวร์หรือว่าแยกครับอยากกินไปหมดได้เพราะฉะนั้นเศษกากก็จะยิ่งเหลือน้อยเข้าทุกทีนะเพราะคำบรรยายนี้ผมก็ต้องบรรยายอย่างไม่ให้มีเศษมีกากบรรยายอย่างให้มีแต่เนื้อแท้ให้มีแต่ความไม่ผิดออกไปเพราะฉะนั้นถ้ากูบอกว่าผมเองผมก็กรองสิ่งไม่ผิดคุณเองคุณจะเก่งยังไงคุณจะมาลองเอาสิ่งผิดของผมออกไปได้ยิ่งกว่าผมกรองผมพูดผมก็ต้องกรองผมมีทำเอาวิจัยที่จะพูดที่จะครองสิ่งไม่ผิดออกให้ได้ต้องเอาแต่สิ่งไม่ผิดออกไปให้แก่คุณผมต้องมีทำเอาวิจัยคุณเองคุณมากรองคุณจะมาได้สิ่งผิดได้ยังไงในเมื่อผมละเอียดกว่าคุณถ้าผมเก่งกว่าคุณจริงผมละเอียดกว่าคุณคุณจะกรองอะไร ติดแต่คุณกรองน่ะคุณติดแน่คุณไม่ได้ติดของผมหรอกคุณติดของคุณเองความโง่ของคุณเองอวิชชาของคุณเองคุณร้องทีไรคุณอันนี้ยังไม่เชื่ออันนี้ยังไม่ดีก็ไม่ดีก็เพราะความโง่ของคุณไม่ใช่ความโง่ของผมเพราะผมเอาความถูกอวิชชาใส่ออกไปแต่คุณเป็นกองเจออวิชชาไปกองแล้วทำมาวิจัยของคุณเป็นกองเจอไอ้นี่ไม่ถูกความไม่ถูกของคุณน่ะเป็นอวิชชาของคุณนะเพราะผมกรองออกไ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive