250320-3-182 ทางเอกภาค3-ตอน182(หน้า355)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันเสาร์ที่ 20 มีนาคมพุทธศักราช 2525 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกสุริยะทุกเวลาโดนแล้วแต่เราจะปฏิบัติธรรมเราจะรู้สึกตัวอยู่เสมอควบคุมการวจีมโนสำรวมจัดแจงปรับปรุงให้สู่กุศลไฮโซ เรามีธรรมะวิจัยมีปัญญารู้ละเอียดแยกแยะได้ว่ากายก็ดีไม่ดีก็ดีมโนก็ดีถ้าเป็นอาการอย่างนี้ดีกว่าอีกอย่างหนึ่งเรากำลังส่งอยู่ในอาการอย่างไรทายางไม่ดีก็ต้องรีบกลับให้สู่อาการดีเสมอๆนั่นเป็นบทปฏิบัติองค์ 8 หรือสั่งสมมาสมาธิของพุทธถ้าเรามาเรียนต่อ เรากำลังพยายามที่จะเอาทฤษฎีของพระพุทธเจ้าเข้ามาประดับขึ้นอมรบูรณะขึ้นมันขาดหายไปมันไม่ลืมเลือนหรือว่ามันได้หลงกันผิดทางจะต้องที่เราเองเราเป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้าแต่เสร็จแล้วเราก็เป็นหลงผีรวมซึ่งมันจริงๆเลยไม่รู้จักกันชอบกัมพูชาไว้นักหนามารับเศษตังค์ประมูลพระนาง อดีตท่านบอกว่า A7 ว่ามัคโคนัดท่านโยมีทางนี้ทางเดียวไม่มีทางอื่นจะเสร็จแล้วก็มารับเศษตังค์ประมูลพระนางแม่บุญทางสายนี้แหละมันยังเก่งพยาบาลมันยังเก่งที่มันจะเอาคนให้หลงทางได้แล้วก็ลงได้จริงๆเป็นได้เสมอแม้แต่หนทางอย่างนี้แหละจะพาให้หลงทางได้มักมันมีองค์ 8 นี้เป็นทางกันเองเป็นทางอันประเสริฐไม่มีทาง ยิ่งกว่าเรากำลังมาพิสูจน์กันซึ่งอาตมาได้พยายามพากันทำมาเรื่อยๆได้ยืนยันว่าเราจะปฏิบัติสัมมาสมาธิของพุทธแล้วก็ปฏิบัติกันมาเรื่อยๆมีตัวบุคคลในทดสอบทดลองเราเข้าใจความหมายของคำว่าสมาธิก็ดีฌานก็ดีซึ่งเป็นอุตริมนุษยธรรมเป็นธรรมะอันวิเศษผู้ไม่รู้จริงพูดเพี้ยนได้ง่ายๆเพราะว่าคำว่าสมาธินั้นมีได้ทั่วโลกไม่รู้จักศาสนาพุทธเลยเขาก็มีสมาธิและก็เป็นสมาธิอันเดียวกันคือเป็นสภาพที่สะกดจิตทำให้จิตมัน แม่ให้มันเน่าอยู่ในอารมณ์หนึ่งคำว่าอารมณ์หนึ่งนั้นในพุทธก็ใช้คือมีอารมณ์หนึ่งจริงๆเหมือนกันเอกัคคตารมณ์แต่ว่าไม่ได้เอก
อ่านต่อ
ก็ตามแบบวิธีการสะกดจิตลงไปของพุทธนั้นเป็นการเรียนรู้กิเลสเรียนรู้จริงๆอาการกิเลสนี่มันเกิดที่จิตจิตเป็นตัวประธานทั้งปวงสิ่งทั้งปวงมโนปุพพังคมาธัมมามโนเสฏฐามโนมยามันมีกิเลสผสมผสานเป็นแขกจรผสมควบคุมเหมือนกับเรือนใจของเราเลยมันก็เรือนจิตมันก็ตัวจิตเลยแต่แท้จริงไม่ใช่มันมาควบคุมมันมามีอำนาจมันมาหลงผิดมันพาให้เรานี่ควบคุมทางอากาศการอารมณ์ของจิตและ หนังควบคุมไฟกระทั่งบังคับมือบังคับไม้บังคับตัวบังคับตนบังคับกายกายบังคับคดีให้เราไปทำอย่างนั้นอย่างนี้ตามที่เรามีอารมณ์จิตที่ถูกมารถูกผีเข้าครอบครองซะแล้วเป็นโทสะบ้างเป็นโลภะบ้างแล้วเราก็มีพฤติกรรมตามมารที่มันมีฤทธิ์ใหญ่เราเรียนรู้อาการที่ว่าการอย่างนี้ไม่ใช่อาการจิตบริสุทธิ์และไม่ใช่อาการที่เราเป็นอยู่อย่างสมบูรณ์อย่างกุศลแต่มันเป็นอาการที่ถูกมารเข้ามาควบคุมเราจะอ่านเราจะรู้เรียนรู้ตลอดเวลากายกรรมวจีกรรมมโนกรรมเพราะฉะนั้นจะสัมผัสกับอะไรก็จะเกิดผลกระทบตาก็ดีหูก็ดีจมูกก็ดีลิ้นก็ ตายก็ดีมันกระทบกับอะไรแล้วมันก็จะไปเกิดผลที่จิตแล้วเราก็จะรู้เท่าทันพยายามเข้าใจความสัมพันธ์ต่อเนื่องจากกายเข้าไปหาจิตมันก็ต่อเนื่องไปถึงจิตหรือการสัมผัสอยู่ข้างนอกนั้นต้องการสำคัญอยู่ข้างนอกนั้นมันจะต่อเนื่องไปหาอะไรมันจะพาให้ไปเกิดกายกรรมวจีกรรมที่จะต่อเนื่องเมื่อมันกระทบทั้งจิตจิตก็จะควบคุมตัวเองจะบงการให้ตัวเองในปัจจุบันกลายคดีว่าดีก็ดีออกไปแล้วมันก็จะไปสัมพันธ์กับไอ้ที่มันต่อเนื่องอยู่ข้างนอกนั่นแหละเราสัมผัสมาทางตาคนคนนี้กำลังเป็นอย่างนี้เราสัมผัสมาทั้งหูคนคนนี้กำลังพูดอย่างนี้ก็ไปถึงจิตเรา จิตเราก็จะต้องมาทำงานร่วมกับคนคนนี้ที่พูดคนคนนี้ที่กำลังเห็นแล้วมันจะไปทำอันนั้นผิดหลักเกณฑ์ของเราไหมผิดหลักศีลที่เราตั้งไว้อย่างนั้นต้องไปอย่างนี้แล้วประเดี๋ยวมันจะกลายเป็นผิดศีลข้อนั้นข้อนี้พวกนี้เป็นเรื่องของความต่อเนื่องสัมพันธ์เรียกว่าปฏิจจสมุปบาทเป็นปฏิจจสมุปบาทซึ่งมีเพราะเหตุนี้จึงเป็นเหตุนั้นมีอิทัปปัจจยตาในรูปของมันเพราะเหตุนี้จึงไปเป็นเหตุนั้นเพราะเหตุนั้นจึงเป็นเหตุนี้มันจะต่อเนื่องนี้เสมอเพราะเรารู้ความต่อเนื่องสัมพันธ์พวกนี้ถ้าเราเองไม่มีปัญญาเป็นอวิชชาแน่นอนสังขารที่เราจะปรุงไปต่อเนื่องเกิดเมื่อเห็นเมื่อได้ยินเสียง คนดีอย่างสมมุติเมื่อกี้นี้เขาก่อเสียงไม่ดีหรือเขาแสดงรูปกายไม่ดีกระทบตาเราได้ยินเสียงพูดเขาไม่ดีกระทบหูเราแล้วพอไปถึงจิตจิตจิตจิตจิตเกิดมีผีเข้าร่วมเราก็จะเกิดอวิชชาที่ไม่รู้เท่าทันแล้วเราก็จะไปละเมิดแม้หลักเกณฑ์ข้อศีลข้าอยากฆ่าจะฆ่าเขาก็ได้หรือว่าไปกระทบแล้วจะต้องทุจริตขโมยรักเอาของที่เขาหวงเขาไม่ให้อยู่ในตัวเขาอาจจะปล้นจะจี้ขึ้นก็ได้อะไรอย่างนี้เป็นต้นมียกตัวอย่างง่ายๆลักษณะลีลาพวกนี้จะเชื่อมโยงต่อเนื่องเกี่ยวสัมพันธ์อยู่เสมอแล้วมันก็จะไปถึงศีลของเราที่เราตั้งไว้ให้ ว่าเราเองจะมีพฤติกรรมอย่างนี้ผิดศีลเราหรือไม่ถ้าไปขโมยเขาหรือไปฆ่าแกงเขาไปทำอะไรเขาขึ้นไปอย่างนั้นผิดแน่หรือเราไปกระทบสัมผัสแล้วผู้หญิงคนนี้กระทบตาเราได้ยินเสียงพูดเสร็จแล้วก็ไปกระทบใจใจเราก็บงการสั่งด้วยผีด้วยมารก็จะเกิดอารมณ์เกิดอาการผู้หญิงคนนี้มันจะต้องมีอารมณ์อาการราคะขึ้นสักหน่อยก็ลืมก็เลียขึ้นประเดี๋ยวเถอะกรรมอันนั้นกรรมกิริยาที่จะออกด้วยปากก็ดีกิริยากายก็ดีมันก็จะออกมาละเมิดศีลข้อ 3 อย่างนี้เป็นต้นเรากำลังมีศีลแต่ละข้อแต่ละข้อมีความหมายแต่ละข้อแต่ละข้อที่เราพึงทำแก่ตนให้ แล้วเราก็จะปฏิบัติอย่างนี้จะควบคุมกาย 3 ข้อนี่มันกายที่จริงมันก็ลึกไปถึงใจข้อที่ 4 นะระวังควบคุมวาจาโดยตรงข้อที่ 5 รู้ตัวจิตเลยที่มันเมามันแสบมันติดนี่มันหยาบแล้วนะนี่มันหยาบแล้วศีลขนาดข้อ 1 ข้อ 2 ข้อ 3 ข้อ 4 แม้ในตัวข้อ 5 เองนี่พฤติกรรมขนาดนี้กำลังทำอะไรกระทบสัมผัสสิ่งข้างนอกนี่อย่างนี้แล้วไปถึงใจใจเราก็จะเกิดมีผีเข้าแล้วก็บงการจะผิดหรือไม่ผิดต่อศีลต่อฐานะที่เราเอาถือศีลแค่นี้ถ้าผู้ที่มีศีลมากกว่านั้นก็จะสูงสุดขึ้นไปกว่านั้นอีกละเอียดละออขึ้นไปกว่านั้นอีกถ้าเรารู้ตัวทั่วพร้อมและสามารถวิจัยทำ รู้เห็นเข้าใจชัดว่าถ้ากรรมกิริยาอย่างนี้เป็นอกุศลคำกิริยาอย่างนี้เป็นกุศลมาวิจัยได้ดีเกิดสมาธิที่ถูกต้องเพราะวิชาเกิดอวิชชาตกไปแล้วเราก็สามารถที่จะควบคุมสังขารทั้งกายสังขารกายสังขารวาจาวจีสังขารและมโนสังขารมันก็จะพันมันก็จะออกมาได้ตามฤทธิ์แรงของจิตที่เราสามารถควบคุมให้เป็นไปได้จะเป็นไปได้ดังรู้ไหมถ้ามีสติสัมปชัญญะและปัญญาที่เป็นสัมมาวายามะสัมมาสติควบคุมอย่างดีอยู่เราก็จะควบคุมอาการแม้คิดแม้พูดและแม้กายกรรมและแม้แต่การงานที่เรากำลังสำคัญกำลังกระทำอยู่นั้น จะถูกต้องตามศีลอธิศีลที่ลึกซึ้งขึ้นไปตามภูมิของคนอีกได้แค่ใดจำได้แค่ใดเราก็จะเป็นพระอริยะแค่นั้นเรียกว่าอริยกุลเราทำได้ดีอย่างน่าพอใจของเราก็เป็นอริยสัจ 4 ของเราเท่านั้นเท่านั้นถ้าเราทำแม้นี้เรายังไม่ดีพอนะนี่เป็นศีลหรืออธิษฐานที่เราถือเนี่ยยังไม่ดีพอเราก็ยังไม่ครบครันต่ออริยสัจ 4 นั้นอยู่นั่นเองหรือผู้อื่นรู้พระอริยะอื่นท่านดูท่านเห็นท่านรู้ว่าเราพึงประพฤติสำรวมสังวรระวังมีกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมโอ้ดีนะพระอริยเจ้าพอใจหรือเราเองนั่นแหละเป็นพระอริยเจ้าที่พอใจ ศีลที่เราพึงประพฤติตามระบบของสัมมาอริยมรรคองค์ 8 ดังนี้อยู่เราจะพอใจหรือไม่พอใจถ้าพอใจก็เป็นอริยสัจ 4 ท่านดียิ่งยิ่งขึ้นไปจนกระทั่งบริสุทธิ์เป็นปาริสุทธิศีลทั้ง 4 ระดับเราสำรวมอยู่ในปาฏิโมกข์สังวรแล้วก็สำรวมแน่หรือศีลที่เราถือนั้นศีลที่เราสมาทานนั้นเรียกว่าปาฏิโมกข์สังวรเราได้คุมตัวประพฤติอยู่อย่างที่ว่านี้ยังอธิบายมานี้อินทรีย์อินทรีย์สังวรอินทรีย์ทั้ง 6 ของเราได้ควบคุมดังที่อธิบายไปแล้วแล้วเราก็ได้จัดแจงปฏิบัติประพฤติสัมพันธ์อยู่จริงอาชี ศีลอีกแล้วเราเกี่ยวข้องอยู่กับอาชีวะของเราตามขั้นตามตอนที่เราได้กระทำเราสมบูรณ์ด้วยอาชีวะทั้ง 5 หรือเปล่าถ้าเราเองยังไม่พ้นถึงพ้นอาชีวะพ่อสูงจนถึงเวลาพักนี้จะคิงสุทัตตาเราก็จำยอมอยู่เราไม่ได้ถือศีลหรือว่าทำสีของเราให้ละเอียดแบบเป็นปลาที่สุดที่ 4 ถึงขนาดขั้นนั้นเราจำยอมอยู่ก็เอาแลกเปลี่ยนพอสมควรหรือแม้แรกเปลี่ยนแล้วนี่เป็นตาในบริสุทธิ์ที่ศีลข้ออาชีวะปาริสุทธิขนาดนี้เราเองมีอาชีวะปริสุทธิหรือยังเป็นมิจฉาอยู่ในข้อ 4 ถ้าเราจะทำให้บริสุทธิ์ได้ก็ทำถ้าทำยังไม่ได้อนุโลมอยู่ก็ยังยอม ลำยองมอบตนอยู่ในทางผิดนี่แหละบริษัทนี้เราอยู่นี่เราทำงานกับเขานี่เรารู้อยู่ว่ามันผิดแต่เราจำเป็นเหลือเกินเราจะปลีกไม่ได้เราเอาตัวรอดเราเอาบริสุทธิ์ของเราแต่เราร่วมอยู่ในทางผิดกับเขาเราก็จำยอมผิดไปสิก็ตามหรือว่าเรายอมแล้วอันนี้เราทำได้แค่นี้มันไม่มันไม่ดีมันทำดีไม่ได้ถึงขั้นนี้ทำดีได้ขนาดไหนพ้นข้อที่ 3 ในมิตรกับตานั้นเป็นศีลที่ยังไม่ชัดแจ้งยังเสี่ยงทายยังหล่อๆและตลกจะแรงอยู่เป็นศีลที่เราเองเรายังปฏิบัติสัมมาอาชีพยังไม่เป็นสมาธิที่ชัดแท้ ไม่รู้วันนี้มันเป็นผิดในหมู่ผิดเขาผิดเราผิดยังไม่เที่ยงแท้บางทีก็รู้ว่าผิดบางทีก็รู้ว่าถูกบางทีก็เข้าใจยังไม่ลึกไม่ละเอียดนึกว่าถูกแต่กลับพลาดพลั้งหรือว่าเอ๊มันก็ยังผิดคือยังไม่แน่เพราะฉะนั้นในอาชีพระดับที่ 3 นี้ก็เป็นอาชีพที่มันยังไม่ชัดแจ้งเราก็ต้องทำให้ชัดแจ้งขึ้นจนแน่ใจแล้วทำให้บริสุทธิ์ขึ้นเป็นมิตรแปซิกะตาพอเป็นนี้ไปสืบชะตาผมก็ยังเป็นมิจฉาทิฏฐิไม่ว่ามิจฉาอาชีพอยู่นั่นแหละต้องให้ละเอียดว่าไม่มอบรถในทางผิดเป็นอาชีพที่สุจริตทุกอย่างบริษัทก็ที่เราทำงานอยู่ร่วมด้วยก็บริสุทธิ์เราก็บริสุทธิ์แต่เราก็ยังมีลาเพ็ญนะลาฟังไม่ใช่คิงสุนัขตายอย่างแรกยังเปลี่ยนยัง ภาพแรกลาบๆตอนหลับอยู่ก็มันก็ดีดีและดีมากแล้วอาชีพข้อที่ 5 ยังมีแรกลาภอยู่ก็ยังดีมากแล้วแต่ในมิจฉาชีพของพระพุทธเจ้าก็ยังถือว่าเป็นอาชีพที่ยังไม่สูงยิ่งยังเป็นมิจฉาชีพอยู่สุดท้ายก็ต้องมาทำงานฟรีไม่แลกลาบแหลกยศอะไรใครทั้งนั้นแหละถึงจะพ้นมิจฉาอาชีวะ 5 ปานฉะนี้รับวรรณกรรมที่เป็นมิจฉาชีพข้อหยาบ 2 ข้อต้นนั้นไม่อธิบายอยากคลายจนถึงขนาดแกงกันมิจฉาชีพหรือแท้ๆที่เราเข้าใจอยู่คู่ขนานรับปัญหาก็ยังโกหกตอแหลหลอกลวงหลอกโกงอะไรอยู่รับบรรณาก็แปลว่าทาง มันยังทุจริตแบบหลอกลวงปลิ้นปล้อนรู้ทั้งรู้ว่านี่มันไม่ดีมันทุจริตอะไรก็ยังพูดยังทำอะไรอยู่กลัวนานนะเดี๋ยววันร้ายที่สุดในวิชาชีพร้ายที่สุดแล้วเราก็จะตรวจได้แม้กระทั่งอาชีวะของเราเป็นขั้นตอนเป็นขั้นสูงปฏิบัติไปมันจะมาเกี่ยวโยงสัมพันธ์มีปฏิสนธิอย่างนั้นจึงเป็นอย่างนั้นเมื่อเรารู้ด้วยจิตเป็นวิชาไม่อวิชชาและเราก็ควบคุมสังขารของเราควบคุมวิญญาณโดยเฉพาะวิญญาณจะบริสุทธิ์ขึ้นหรือบริสุทธิ์ขึ้นหรือไม่หยุดที่เราเราเก่งเราก็ทำวิญญาณของเราหรือไปถึงจิตของเราสะอาดขึ้นสำรวมสังวรทำให้จิตของเราเป็นอันที่จิต เป็นจิตที่ดีขึ้นทรงแข็งแรงถูกต้องสั่งสมลงไปเรื่อยๆเรื่อยๆได้จริงๆเพราะฉะนั้นเวลาปฏิบัตินี้เราให้อาหารแก่วิญญาณหรือพยายามควบคุมสังขารโดยเราควบคุมสังขารทั้งกายทั้งวจีทางมโนนี่แหละควบคุมไม่เป็นสุจริตเป็นสุจริต 3 เมื่อทำสุจริต 3 ได้เสมอๆก็จะละนิวรณ์ทางจิตวิญญาณสะอาดขึ้นเรื่อยๆแล้วเราก็จะรู้เท่าทันจะเก่งในอายตนะทั้ง 6 นามรูปของเราก็คือตัวรู้ของรูปกายและรูปจิตสรุปนามรูปเราเรียนรู้นามรูปและนามรูปเหล่านี้จะมีโทษมีภัยอย่างไรจะสมบูรณ์ ตามหรือไม่งามเราจะกระทำตลอดเวลาเลยอบรมนามรูปรู้นามรู้รูปไม่ชัดมันเป็นคำกริยาอย่างละเอียดลออแม้กระทั่งกิริยาจิตก็เป็นรูปที่เราจะต้องรู้กริยาจิตนั้นเป็นมันมีบทบาทอย่างนี้แล้วนะมีอาการอย่างนี้แล้วนะอาการอย่างนี้ไม่ดีอาการนี้อกุศลเราจะรู้ของเราอาการอย่างนี้เป็นกุศลเออเราเอาอย่างนี้เราก็จะปรับปรุงเสมอรู้เท่าทันนามรูปรู้เท่าทันอายตนะทั้ง 6 รู้เท่าทันผัสสะนี่เป็นตัวของปฏิจจสมุปบาททั้งนั้นความต่อเนื่องเหล่านี้เกิดจริงมีจริงเมื่อเราได้ปฏิบัติไม่ต้องท่องตัวหนังสือพวกนี้คุณปฏิบัติถูกจริงๆแล้วจะมีสิ่งเหล่าที่กล่าวนี้ตั้งแต่อวิชชาจึงเกิดสังขารและเป็น เลวก็ได้เพราะอวิชชาเกิดแต่ถ้าเป็นวิชาแล้วจะเกิดสังขารที่ดีจะเกิดวิญญาณที่ดีขึ้นได้ปรับปรุงให้เป็นส่วนแห่งบุญให้ผลแก่ขันของเราเสมอขึ้นมาเรื่อยๆตามที่เรามีสมาธิตามที่เรามีธรรมวิจัยแล้วก็ทำปฏิบัติอยู่ในองค์มรรคเพิ่มขึ้นเรื่อยๆน้ำรูปของเราก็จะรู้นามรูปชัดขึ้นอายตนะทั้ง 6 ของเราก็จะอยู่ในอานัสของเราเราควบคุมได้ดีขึ้นพรรษาที่มาเกี่ยวข้องกระทบสัมผัสเราก็จะรู้เท่าทันไวขึ้นเป็นมุทุพูดแต่ว่องไวไวเข้าคล่องอ่อนละเอียดผมประณีตขึ้นเรื่อยๆต่อผัสสะต่างๆภาษาเหล่านั้นทำให้เราเกิดเวทนา เกิดไม่เกิดรู้ถึงจิตเลยว่ารู้สึกว่านี่มันทุกข์มันสุขหรืออย่างนี้มันกุศลอกุศลรู้ทั้งเวทนาเพราะฉะนั้นทุกข์ก็ดีสุขก็ดีหรือโทมนัสก็ดีโสมนัสก็ดีหรืออทุกก็มาสุขก็ตามเราต้องปรับเข้าหาแกนอรรถกรสุขหรืออุเบกขาเวทนารู้เท่าทันอุเบกเวทนาพระเวทนามันยังบันดาลที่จะต้องการสุขประเดี๋ยวมันก็ออกไปเป็นปัญหามันต้องการสุขถ้ามันไม่ได้อยู่มันต้องการมันก็จะออกไปเป็นปัญหามันเป็นทุกข์อยู่นั่นแหละมันต้องการสุขเวทนามันต้องการสุขแล้วมันไม่ได้มันก็ถ้ามันได้มันก็หลงเป็นสุขแล้วเราก็เลยเสวยเสพสุขก็เวทนาก็สั่งสม เวทนาใส่จิตทั้งๆที่เป็นสุขแบบโลกิยะหรือบางทีเป็นอบายมุขทั้งๆที่บางทีเป็นสมใจได้ฆ่าเขามันไม่แน่ไอ้เจ้านี่มันกระทบสัมผัสฉันแล้วฉันไม่ชอบใจฉันก็ฆ่าเขาให้ผิดทั้งศีลได้สมใจเป็นสุขเวทนาเพราะได้ฆ่าเขาเสร็จแล้วก็เกิดเวทนาที่เป็นภัยสั่งสมเวทนาเพราะอำนาจของตัณหาที่เกิดอย่างที่ว่าเป็นตัณหาเป็นอุปทานเป็นพบเป็นชาติเป็นสภาพที่เป็นปฏิจจสมุปบาทดังที่กล่าวนี้จริงๆที่ไล่เลี้ยงให้ฟังนี่เอาหลักฐานเอาหลักธรรมใดเอาหลักธรรมพระพุทธเจ้าเอาทฤษฎีต่างๆเอามาประกอบการอธิบายให้ฟังอาการ หนังเหล่านี้มีจริงเราบอกคุณท่องภาษาพวกนี้ไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนำพาประพฤติปฏิบัติแล้วให้สังวรระวังกระทำอยู่เสมอๆแล้วมันก็จะทำให้เราสั่งสมทำให้เราประพฤติปฏิบัติรวมลงไปรู้เท่าทันกิเลสตัณหาอุปาทานที่มันจะต่อเนื่องมาจนกระทั่งควบคุมได้วิชาเกิดขึ้นเรื่อยสังขารบริสุทธิ์ขึ้นวิญญาณบริสุทธิ์ขึ้นนามรูปรู้ดีแม่นแม่นน้ำแม่นลูกอายตนะทั้งหลายก็ควบคุมได้ดีสะอาดขึ้นภาษาทั้งหลายรู้เท่าทันไวขึ้นเกิดเวทนาอย่างไรเข้าใจปัญหาต่างๆลดลงอุปทานต่างๆลดลง พบที่มันจะเกิดไปเป็นภพก็ถูกตัดลงไปเรื่อยๆแต่มันก็ยังมีการเกิดเทวดาเทวดาคือตัวเราสะอาดขึ้นเจริญขึ้นดีขึ้นเป็นตัวตายตัวจิตจิตเรียกว่าเทวดาจิตเราสะอาดขึ้นเป็นจิตอันบริสุทธิ์ขึ้นบริสุทธิ์ขึ้นปราศจากกิเลสขึ้นเรื่อยเป็นวิสุทธิเทพขึ้นเรื่อยๆหรืออุบัติเหตุขึ้นเรื่อยๆสูงวิสุทธิเทพวิสุทธิเทพคือจิตสะอาดบริสุทธิ์เป็นพระอรหันต์แม้วิสุทธิเทพเราก็ไม่หลงว่าเป็นตัวเราเมื่อใดแล้วจึงแทบเป็นตัวเราอยู่ยังเป็นเมถุนสังโยคข้อที่ 7 เรายังหลงบ่แม่นดีจริงแล้วก็หลงอารามมาตามเราได้จิตวิญญาณที่ดีติดอกติดใจตายก็อยู่กับเทพ ก็เป็นอัตตาตัวนั้นสังโยชน์ก็คือเมถุนสังโยคก็คือเกิดแล้วและยิ่งมีจิตปรารถนาเราตายแล้วจะไปอยู่กับพระเจ้านี่ด้วยความไม่เข้าใจแม้เราทำพระเจ้าหรือทำจิตของเราให้บริสุทธิ์อย่างนี้เราก็ไม่อยู่กับจิตนี้ที่จริงพระเจ้าพระเจ้าไม่มีหรอกมันจิตวิญญาณทั้งนั้นแหละเพราะจิตวิญญาณอันนี้ก็ไปเป็นสิ่งนั้นถ้าจิตที่บริสุทธิ์ด้วยกันมันก็เป็นจิตบริสุทธิ์อันนั้นเหมือนกันโดยโดยธรรมไม่ใช่บริสุทธิ์นี้เป็นจิตที่สุดที่เทพก็จะบริสุทธิ์ทุกคนสูญญตากับสูญญตาเหมือนกันจะอยู่ที่ไหนไม่มีที่ไม่มีที่อยู่ไม่มีกาละแต่มันก็มีอาการของจิตที่ละเอียดละอออันนี้จริงๆแล้วอาการอันนี้ถ้าเราไม่ลงไม่ลงเราก็ยังติดยึดอยู่อย่างนี้แหละแม้จะบริสุทธิ์สูงสุดมันก็ยังเป็นสภาพเป็นอัตตา เมถุนสังโยคข้อที่ 7 นี้ถ้ายิ่งหลงว่าเราจะทำเพื่อเป็นเทพองค์ใดองค์หนึ่งเรายังทำอะไรกันแล้วแต่ยังจะหวังเป็นเทพองค์ใดองค์หนึ่งอยู่แม้เราจะไม่เสพอะไรอื่นแต่เสพอาการอารมณ์จิตถึงปานฉะนี้ก็ยังไม่ได้สิ้นสุดอัตราศาสนาพระพุทธเจ้ารู้อัตตารู้อนัตตาทำอัตราเป็นอนัตตาแม่แค่นี้ก็เป็นเครื่องอาศัยอยู่เดี๋ยวนี้เท่านั้นเองเป็นองค์ประชุมเราไม่ยึดมั่นถือมั่นเราไม่ติดใจดีก็รู้ว่าดียังดีหรือยังกุศลนี้ให้ถึงพร้อมไปเพื่อเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์เป็นคุณค่าเราก็ได้อาศัยคนอื่นก็ได้อาศัยเป็นกรรมการอิสระโนเป็นบทบาทของกรรมเท่านั้นที่ได้พึงอาศัยกันไปกันมา สายกันไปกันมาทั้งเขาและเราเป็นกรรมมาปฏิสนธิวันเมื่อไหร่ได้จิตที่ละเอียดละออหรือเราได้สภาพที่เราได้ควบคุมพอเป็นไปกายก็ดีวจีก็ตามและอธิบายว่าจีบไปแล้วเป็นวิเวกเราได้ควบคุมให้มันสู่สภาพที่วิเวกเป็นเอกเป็นเลิศเป็นเครื่องอาศัยที่วิเศษบอกว่าบอกเอกวิเวกจบแต่เอาความว่าสงบระงับราบรื่นเรียบร้อยถูกดีเย็นสบายแม้เราจะมีบทบาทการงานอยู่ในกายกรรมวจีกรรมอย่างไรก็ตามนักหนาเหงื่อตกอ่าเหงื่อก็ตกหนักก็หนักทั้งแบบทั้ง ยากอยู่จิตใจของเราก็ไม่มีทุกข์อะไรเพราะเรารู้อยู่ว่าเราทำจิตทำการทำงานมีความเกี่ยวข้องอย่างนั้นอย่างนี้เพื่อความเจริญเป็นกุศลยิ่งอยู่ไม่มีปัญหาอะไรนั้นก็ยังเป็นกายวิเวกแม้เราจะพูดอยู่ก็เป็นวิศวกรอาตมาพูดเสียงดังบางทีว่าแรงๆก็เป็นวิเวกของอาตมาและเราก็ต้องการให้ทุกคนนี่รู้อันนี้เท่าทันทำไมต้องปรุงแรงทำไมต้องพูดแรงในกาละอย่างนั้นก็มีเจตนารมณ์และมีผลแรงแรงที่พ้นแรงที่ทำไปนั้นมีผลทำให้เกิดคุณค่ากันไหมพวกเราได้รู้แจ้งพวกเราได้สำนึกพวกเราได้เข้าใจอย่างถึงเพราะอำนาจที่ได้พูดแรงนั้นต้องใช้ทั้งลี บางทีก็กระแทกแรงหน่อยทั้งลีลาแรงทั้งเสียงก็ต้องแรงไม่งั้นก็ปลุกมารที่มันแม้ทางสายเอกสายนี้มานี่ก็มีฤทธิ์แรงเหลือเกินที่มันจะเข้ามาหลอกให้หลงทางอยู่ได้เสมอๆทีเดียวแล้วเราก็หลงทางไม่ไปด้วยกันพยายามชวนพาไปด้วยกันพยายามจะทำทุกวิถีทางที่จะให้ไปด้วยกันมันก็มาดึงเข้าไปเรื่อยๆดึงเรานิดเอาหน่อยแอบเอามันเอาตลอดเวลาเหมือนเราเป็นเจ้าของฝูงแกะแลดูฝูงแกะควบคุมต่อให้อยู่ในหมู่ในวงเดี๋ยวมาเจาะมันค่อยๆคาบเอาไอ้ลูกแกะไอ้ลูกแกะเองก็ชอบ 8 หมู่ เผลอไม่ได้ชอบแต่หมู่ซะด้วยไอ้หมาป่าก็พยายามจะมาเอาเลยลูกแกะเราไปเราก็ตอนฝูงไปเรื่อยๆทำอยู่ยากเหลือเกินเลี้ยงฝูงแกะแล้วแกะดื้อก็เยอะหมาป่าก็คอยกินคือมานั่นเองก็คือกิเลสที่มันพยายามจะทำเราจะเอาเราให้มันตกต่ำอยู่เรื่อยถ้าเราไม่รู้เท่าทันถ้าเราไม่สำนึกสังวรด้วยอำนาจที่แข็งแรงตั้งใจสังวรสัมมาวายามะสัมมาสติให้ดีจริงๆไม่ให้ตังค์มันไม่ให้เป็นไปทุกขณะเราก็ไม่ได้สมาธิที่เป็นอัปปนาสมาธิมันก็ได้แค่ได้ ไปลูกไปร่มไปลูกไปเดี๋ยวนั่งฟังธรรมบางคนนี่ก็พยายามนะทำไมมันทำไมอ่อนแอเอ้าเห็นออกมาข้างนอกเลยนะหน้าตาไปแล้วเอ้ามาไปแล้วทำเป็นอันทำพยายามระลึกได้ยามเรื่องกรรมเป็นอันทำถ้าเราทำให้มันได้ดีมันได้ดีอย่างน้อยที่สุดที่ขอล้ำไปถึงจิตก่อนเถอะนะได้พูดถึงด้านกายว่าจีนได้พูดถึงบทบาทของข้างนอกมานานจิตนี่แหละอารมณ์จิตที่มันเป็นอยู่นี่แหละอารมณ์ที่เราเองเราไปริบบิ้นหรือว่าไปไปทางอกุศลไปในทางอย่างโน้นอย่างนี้แล้วก็ปล่อยมันไป อาการของจิตเป็นอย่างนี้ตั้งอารมณ์ของจิตเป็นอย่างนี้เช่นอารมณ์ลำเรื่องลำเรื่องอารมณ์ที่ใสโปร่งเต็มแค่นี้ทำมาวิจัยให้ดีๆเปรียบเทียบให้ดีๆมาทำมาวิจัยดีแล้ววิจัยแล้วว่าไอ้สายโปร่งนี่มันดีกว่านี่อย่างนี้มันดีกว่านี้อยู่แล้วเขาจะเห็นตัวกิเลสเลยว่าโอ๊ยมันๆๆดูเหมือนมันดีนะดูเหมือนมันน่าชอบนะมันมีรำรำๆเหมือนหน้าชอบพอเวลาเข้าไปอย่างนี้รู้สึกอร่อยๆเราจะเห็นเลยว่าอยู่ตรงนั้นแต่เวลาโปร่งใสงี้ดีกว่าไหมยิ่งกาละอย่างนี้กำลังฟังธรรมเป็นอย่างนี้ดีกว่าไหมดีกว่าแต่เราก็โง่ให้มันมันมาเฮ้ยอร่อยๆเอางี้เอางี้เสร็จแล้วก็รู้นะพอเวลาปฏิบัติต่อสู้กันอยู่ก็รู้ว่ามันทุกข์แล้วมันก็เป็นไปได้ยาก ผมไปผมมาแล้วความเคยชินหรือตัวลากอยู่มันก็ดึงอยู่อย่างนั้นแหละพยายามวิจัยให้ชัดแล้วเป็นเป็นอย่างไรคุณเป็นอย่างใสนี่เทียบเคียง 2 สภาพให้ฟังเพลงง่ายๆเป็นอย่างใสถ้าคุณเป็นคุณก็ได้ถ้าคุณได้คุณก็ไม่ได้ไอ้ลำเรื่องกรรมมันเป็นก็สั่งสมอันใสคุณจะพยายามสั่งสมอันใสหรือสั่งสมอันที่ดำเนินอย่างนั้นคุณได้ดีแล้วคุณก็ไม่ได้ชัวร์คุณได้ดีแล้วคุณก็ไม่ได้ไอ้ที่เลวคุณจะเอากรรมอันเป็นอันทำแม้มโนกรรมอย่างนี้คุณจะสลัดจิตจากกรรมที่ชั่วนี้ไปเป็นจิตที่ดีเขตเสพคุณหรือว่าตั้งอยู่อย่างน้อยที่สุดคุณก็ขึ้นสวรรค์กว่าในขณะนั้นคุณก็อยู่สวรรค์เป็นเทวะดีกว่าแล้ว สั่งสมอุบัติเหตุเทวะที่ดีอยู่อย่างนั้นเสมอๆพยายามในวิเคราะห์ให้ฟังพยายามชี้ละเอียดไม่รู้จะทำยังไงแก้ไขพยายามหาทางใช้ปฏิภาณภาษาทุกอย่างที่จะแก้นี่อธิบายละเอียดถ้าเราส่งไว้ซึ่งอย่างนั้นด้วยอำนาจของเราพยายามกระทำเพื่อคุณทำได้คุณก็เป็นอันได้คุณก็เว้นหรือหลุดพ้นจากอันนั้นอยู่แม้ชั่วขณะก็ตามหรือได้ถาวรก็ยิ่งเป็นถาวรถ้าคุณไม่ทำใครทำให้คุณคุณทำแล้วคุณได้ได้คุณไม่เสียแต่ถ้าคุณไม่ทำไม่ได้คุณไปทำได้แล้วคุณก็ได้เร็วเสียบคุณเลวปฏิเสธว่านานแล้วตั้งมั่นลงสั่งสมลงเป็นอันทำนะเป็นจริงทุกขณะที่เราจะทำขนาดของเราให้เป็นกุศลทำขณะของเราให้ แข็งแรงทำขนาดของเราสู่สภาพที่เป็นกุศลอันดีเป็นสภาพที่เจริญตัดเน็ตเลยคุณตัดเน็ตให้ได้อย่าไปงอแงพวกนี้อ้อนออดอ้อนอยู่นั่นแหละออดอ้อนทำแล้วพิจารณาให้เกิดปัญญาชัดเจนที่กำลังพูดนี่พูดผิดหรือพูดถูกพิจารณาด้วยปัญญาฟังดีๆนะฟังดีๆพูดผิดหรือพูดถูกอย่างนี้แหละเราเองเราก็เข้าใจแม้แต่ที่สุดอย่าว่าแต่จิตในจิตเลยกายก็ดีว่าดีก็ดีแล้วเราพูดอย่างนี้พูดดีกว่าอย่างนี้ได้ประโยชน์กว่างามกว่าสุภาพกว่าเอาให้มันได้ระหว่างที่เราก็ยังอยากพูดแล้วก็ไม่รู้ผีอะไรมันบันดาลให้เราต้องพูดอย่างนี้ แล้วก็พูดอย่างนี้มันไม่ค่อยเข้าทีรู้สึกว่าไม่เข้าทางแต่พูดอย่างนี้เข้าท่าเอาพูดเอาอย่างเข้าท่ากายกรรมอย่างนี้ไม่ดีนะกายกรรมอย่างนี้สุภาพเรียบร้อยอ่อนโยนดูดีดูงามอ้าวเป็นกรรมมันยาสละสลวยเราก็ทำอย่างสุภาพสละสลวยถ้าจิตของเรามีอำนาจมากขึ้นและปัญญาของเราละเอียดละออขึ้นอย่างนี้รู้ตัวทั่วพร้อมไวขึ้นปรับได้เร็วขึ้นเราก็เก่งขึ้นเราก็ได้สั่งสมทุกนาทีคุณจะเห็นได้ว่าสัมมาสมาธิของพระพุทธเจ้านี้ทำอยู่ทุกขณะเลยทำอยู่ทุกอารมณ์ทำได้ตลอดเวลาเป็นทฤษฎีที่ยิ่งใหญ่เหลือเกินพัน ชาตินี้ก็ทันถ้าใครเพียรเก่งและเข้าใจดีและทำเอาชาตินี้ก็ทันนอกจากมันจะชั่วจนไม่ให้มันดื้อด้านถึงขนาดจริงๆมันไม่หวาดไม่ไหวมันแข็งมันกระด้างเหลือเกินไม่ได้อบด้วยลมมาเลยก็ทำไปมีภาวะปัจจัยถึงยังไงก็มีหวังได้นอกจากอีกอันนึงนะพูดไม่รู้เรื่องเลยอธิบายให้ตายมันก็ไม่เข้าใจพวกบัวใต้น้ำใต้โคลนและอีกเรื่องนึงหรือแม้แต่มีทิฏฐิมานะอย่างสูงเรียนมามีปัญญานะเรียนมาด้วยความรู้ของตนเองเป็นเปรียญเป็นปริญญาเอกน่ะเรียนมาจบขบวนการเลยโอ้โหเก่งท่องเที่ยวมีปฏิภาณแต่มันผิดทางแล้วก็หลงของตัวเองสอนเขา เจ้าเจ้าจะผิดอยู่เราพูดเราอธิบายพวกนี้เข้าทางไม่เชื่อแล้วเขาก็ไม่ได้ปฏิบัติเมื่อไม่เชื่อก็ไม่ปฏิบัติพวกนี้ก็พวกเต่าปลากินตายเหมือนกันพวกใต้โคลนเหมือนกันแล้วพระพุทธเจ้าท่านนับพวกนี้เป็นประทับปรมะไอ้ที่มันโง่โดยสมองไม่ดีนะจิตวิญญาณมันไม่มีปัญญาจริงๆนะซ้อนเท่าไหร่ก็ไม่รู้เรื่องเออไอ้นั่นอย่างน่าสงสารไอ้นั่นยังเรียกเป็นประธานปรมาที่น่าสงสารพระพุทธเจ้าไม่ยกตัวอย่างอันนี้ในประทับปรมะบุคคลประทับปรมะคืออย่างไรท่านบอกว่าเป็นผู้ที่เรียนมาก็มาท่องพระพุทธพจน์ได้ก็มากสอนเขาอยู่ก็มากฉลาดแต่เสร็จแล้วไม่บรรลุธรรมอะไรเลยไม่บรรลุธรรมในแม้แต่ชาติหนึ่งชาติใด อย่างนี้เรียกว่าประทับปรมะพวกนี้ที่มันไม่น่าสงสารเท่าหน้าหมั่นไส้ด้วยนะอวดดีด้วยนะมีมานะสอนมากรู้มากเข้าใจมากเถียงแต่มิจฉาทิฐิไม่เชื่อทำไม่เชื่อที่สิ่งที่ถูกนี่เป็นอยู่ขณะนี้เป็นอยู่ตลอดเวลาเถียงอยู่เนี่ยโดยเฉพาะพระอนันต์นี่ออกแถลงการณ์มาอีกแล้วแถลงการณ์อะไรต่ออะไรเนี่ยจะปล่อยให้พระโพธิรักษ์เป็นอริยะหรือเขาเขียนแถลงการณ์ออกมาเป็นเชิงประชดประชันอ่านโดยที่ติดป้ายไว้ที่บอร์ดโน่นเป็นเชิงประชดประชันถ้าอย่างนั้นก็กรมการศาสนาและเถรสมาคมก็จงได้รับรอง โพธิรักษ์ขึ้นเป็นพระอริยะแล้วให้ปกครองศาสนาอะไรต่ออะไรเขาเขียนประชดประชันแดกดันอย่างนี้ขึ้นมาเลยทีนี้ไปอ่านดูสินั่นน่ะเป็นพวกที่มีปัญญานะไม่ใช่ไม่มีปัญญาเพราะอันนั้นมีปัญญาเนี่ยลักษณะนี้ปะทะปรมะตายแล้วก็หลงจิตวิญญาณเป็นอัตตาตัวตนอะไรต่ออะไรต่างๆนานาเกิดแล้วตายตายและเกิดผู้ได้ฟังยังไงก็ไม่เข้าใจเพราะว่ามันมีสิทธิราคะมันยุติของตนมีพิธีราคะยึดความเห็นของตนไม่ยอมฟังเหตุผลของคนอื่นฟังก็ฟังอย่างนั้นน่ะฟังอย่างแบบอาบน้ำกลัวเปียกรู้จักไหมลักษณะอาบน้ำกลัวเปลี่ยนฟังแบบเสียไม่ได้ฟังนั้นน่ะฟังวิจัยก็วิจัยนั้นตามทำความรู้ตามไปนิดๆหน่อยๆ ใจลึกซึ้งอะไรเพราะฉะนั้นก็ยังยึดความเห็นที่ตัวเห็นนี้ว่ามีเหตุผลกว่ามีความถูกต้องกว่าอันอื่นมีเหตุผลอย่างไรอย่างไรก็ฟังไปอย่างนั้นน่ะไม่ได้ฟังลึกซึ้งที่จริงมีปัญญาถ้าไม่มีทิฐิราคะตัวนี้กั้นไว้นะไม่ยึดความเห็นของตนเองอย่างนั้นนะปล่อยแล้วฟังเหตุผลเขาให้เต็มที่อยากเข้าใจได้
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive