250319-3-181 ทางเอกภาค3-ตอน181(หน้า355)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt

โฟลเดอร์2524-25 MP3 ทางเอก-ภาค3- 232 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์177 KB
วันที่แก้ไข26 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันศุกร์ที่ 19 มีนาคมพุทธศักราช 2525 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกอรหังสัมมาสัมพุทธเรามาเรียนต่อขอย้ำอีกนานเรื่องสภาพที่เป็นสัจจะอันเป็นจริงที่จะให้พวกเราได้เข้าใจให้ลึกซึ้งคือความรู้หรือว่าความเห็นจริงเนี่ยความเห็นถึงขั้นไปเห็นถึงปัญญาเนี่ยมันไม่ใช่เรื่องที่ ฟังเพียงได้ยินเพียงคำนวณคะเนมันเกิดจากจิตที่ลึกซึ้งแล้วก็ไตร่ตรองพิจารณาเห็นไม่จริงเลยในสื่อภาษานี่แหละในความหมายพรุ่งนี้ลองฟังดีๆเออสัมมาทิฏฐิเนี่ยที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าตัวทิฏฐิความเห็นหรือความเข้าใจสัมมาทิฏฐิตัวที่สูงสุดนั้นน่ะมันจะค่อยๆลึกซึ้งขึ้นไปปฏิบัติธรรมนี่มันจะเกิดสัมมาทิฏฐิที่เขาคอยลึกขึ้นไปตอนแรกเป็นสมาธิที่เป็นสหัสวรรษหมายความว่ามันเป็นความเห็นที่มันยังไม่หมดอาสวะอนุสัยเป็นความเห็นที่เข้าใจได้เป็นความเห็นสัมมาทิฏฐิแล้วเป็นความเห็นที่ถูกทางแล้วถูกต้องแล้วเป็นสัมมาทิฏฐิ แต่ยังเป็นสาวสวะมีส่วนแห่งบุญเป็นให้ผลแก่ขันคือมันปฏิบัติไปก็เห็นไปเห็นลึกขึ้นเรื่อยเห็นลึกขึ้นเรื่อยเห็นเข้าใจมันมีสภาวะธรรมรองรับมีความจริงรองรับมีความเห็นที่ลึกสภาวะก็เป็นไปจริงด้วยแม้แต่ความเห็นที่เราไตร่ตรองเห็นตามเนี่ยมันก็จะลึกขึ้นเองอีกด้วยซ้อนกันทั้ง 2 ส่วนถ้ามีสภาวะที่เป็นสภาวะธรรมจริงมีจิตเจตสิกรูปนิพพานปรมัตถ์ที่มันสูงขึ้นไปเองด้วยอ่านจิตอ่านใจเราเห็นเข้าใจทั้งปัญญาก็จะเกิดปัญญาก็จะเกิดไหลเลื่อนลึกขึ้นไปเรื่อยๆอีกในสาธารณะมันจะเลื่อนขึ้นไปทีละระดับจากปัญญาปัญญาก็จะสูงขึ้นไปเป็นปัญญา นี่ภาษาบาลีในภาษาบาลียังต่อมันไล่กันไปมันเป็นปัญญาก็เป็นความรู้นี่แหละปัญญาเราก็แปลว่าความรู้ปั้นยินดีก็แปลว่าความรู้แต่ว่ามันมีแรงปัญญาของอินทรีย์ปัญญาบ่ออินทรีย์เข้าไปเนี่ยมันเป็นแรงเป็นอำนาจสูงขึ้นไปอีกเป็นปัญญาเป็นปัญญาอินท

อ่านต่อ

รีย์เป็นปัญญาผลในไร่กันไปตามลำดับแล้วนี่มันจะเข้าไปหาอนาคตแล้วเข้าไปหาความไม่มีอาสวะและไล่ขึ้นไปเรื่อยๆความไม่มีอาสวะนี่มีองค์ 6 ในสัมมาทิฏฐิสมาชิกของเราจะเกิดเลื่อนไหลลึกขึ้นไปถึง 6 ระดับเป็น 6 ระดับนะมีความเลื่อนหรือพระพุทธเจ้าท่านขายความไม่ให้เนี่ยมันเลื่อนลึกไปเป็นปัญญาปัญญาเป็นความรู้แล้วแต่ยังยังไม่ สูงเท่าปั้นอินทรีย์วันยินดีเป็นปัญญาสูงขึ้นไปกว่านั้นอีกมีแรงมีกำลังและสูงขึ้นไปกว่าปั่นอินทรีย์เป็นปัญญาผลปัญญาผลเป็นปัญญาที่มันถึงผลเลยถึงปัญญาที่เรียกว่ามีฤทธิ์มีแรงปัญญาผลไขความออกอีกเป็นอย่างไรในปัญญานี่ท่านมี 3 ระดับปัญญาปั้นอินทรีย์ปัญญาผลในรอบละอย่างนี้ก็ย้ายความซ้อนขึ้นไปอีกมันมีลักษณะยังไงในตัวปัญญามีลักษณะมีธรรมมาวิจัยคือมีความเห็นที่วิจัยได้วิจารณ์ได้เทียบเคียงได้แตกต่างกันอยู่ในรายละเอียดความรู้อันนี้รู้เท่านี้มีความรู้อีกอันหนึ่งอันเดียวกันนี่แหละลึกซึ้งกว่ากันอีกชัดลึกกว่ากันอีกแม่นไม้ก็กันอีกเด็ดขาด มันมีความเห็นมีธรรมวิจัยวิจัยออกได้ละเอียดลออยิ่งรายละเอียดที่เราพูดถึงปรมัตถ์นี่มันยิ่งจิตใจจะเสกรูปความถูกต้องความดีงามอะไรเนี่ยหรือว่าความสูงความต่ำกว่ากันเนี่ยมันยิ่งละเอียดลึกขึ้นไปเลยมันไม่มีตัวไม่มีตนแล้วมันเป็นนามธรรมเป็นอรูปแล้วที่กำลังพูดกันอยู่เนี่ยมันเป็นความเห็นของจิตจิตไม่มีตัวตนแต่มีอาการที่เรารู้ปัญญาไม่มีตัวตนแต่มันก็เป็นอาการที่อยู่ในจิตวิญญาณที่ในตัวมนุษย์ของทุกคนนี่แหละมนุษย์ทุกคนมีปัญญามนุษย์ทุกคนมีความรู้ความเห็นมันเป็นธรรมเอาวิจัยเป็นสัมมาทิฏฐิธรรมะวิจัยวิจารณ์ได้จนกระทั่งเกิดความเห็นที่สัมมาทิฏฐิตอนนี้คำว่าสัมมาทิฏฐิมันลงตัวตรงนี้ ระดับที่ 5 หมายความว่าความเห็นจะสมบูรณ์ได้นี่ต้องเกิดทั้งปัญญาเกิดทั้งธรรมวิจัยเกิดจริงๆเกิดซ้อนมีแรงมีอินทรีย์มีผลเขาแปลปัญญาพลังนี้เป็นปัญญาพละในพระไตรปิฎกเป็นภาษาไทยก็แปลเป็นปัญญาพละแต่ในพระบาลีเองปัญญาผลปัญญาพลังปัญญาผลผลกับคนไม่ใช่อันเดียวกันคำคนละคำปัญญาพลังนะเป็นปัญญาผลแล้วมันมีทำมาวิจัยมีสัมมาทิฏฐิและครบพร้อมทั้งองค์มรรคเรียกว่ามักคักมีมรรคองค์มรรคตั้งแต่สมาธิสัมมาสังกัปปะสัมมาวาจาทุกตัวเป็นสัมมาหมดทุกตัวเลยเรียกว่าสัมมาทิฏฐิเห็น วิจัยถูกเข้าใจถูกเกิดสัมมาทิฏฐิเกิดธรรมวิจัยรู้หมดเลยว่าแตกต่างกันอย่างไรอย่างไรอย่างไรและมันถูกต้องลงตัวสัมมาสังกัปปะเป็นอะนะอย่างไรในขั้นไหนขีดไหนของเราสัมมาวาจาสัมมากัมมันตะเป็นความเห็นถูกต้องลงตัวขนาดไหนขั้นไหนมีองค์มักจะรู้เป็นสัมมาไปด้วยสัมมากัมมันตะสัมมาอาชีวะอาชีวระดับไหนลงตัวระดับไหนที่สมบูรณ์เป็นสัมมารู้ละเอียดไปหมดเลยมีสัมมาวายามะสัมมาสติขณะนี้เรามีสัมมาวายามะนะเรามีความพยายามที่ถูกต้องตามความเห็นความเห็นเป็นความพยายามที่ถูกแล้วเราก็ มีแรงนั้นอยู่มีอาการนั้นอยู่สำหรับว่าอย่ามาเป็นอย่างไรมันมีความพยายามเรามีความพยายามอยู่แล้วความพยายามนั้นถูกต้องไหมชนะไหมมีสัมมาสติขณะมีสติเราเป็นยังไงสติเต็มร้อยหรือไม่เต็มร้อยมันหรี่หรือไม่รีถึงแยกแยะวิจารณ์ให้ฟังบรรยายให้ฟังถึงอารมณ์ของสติตลอดเวลามันรีนิดนึงมันเป็นอุปกิเลสนิดนึงหรือว่ามันไม่มานะซึ่งการมันไม่สนใจจดจ่อจดจ้องอยู่กับกิจการการงานจิตที่เรากำลังทำการที่เรากำลังทำนี่มันไม่อยู่ในอันนี้มันเป็นเอกัคคตามันดีมันหลบมันลงบาดาลหรือมันฟุ้งซ่านมันออกแล้วมันดิ่งมันก็มีทิศทางของมันเรามีทำมาวิจัย เรียนรู้ในความหมายที่ว่านี่คือความวิจัยแล้วคุณก็ไปวิจัยทำไปวิจัยสภาวธรรมที่คุณมีอยู่ในตัวรู้ภาษาก็เป็นภาษาบอกให้คุณความหมายวิจัยบอกให้คุณฟังไปวิจัยกันดูแล้วคุณก็ไปวิจัยจิตตัวเองวิจัยอาการของตัวเองวิจัยปรมัตถ์ของตัวเองวิจัยสิ่งสภาพความถูกความต้องอันนี้ของตัวเองจนเห็นสัมมาทิฏฐิเห็นแล้วก็เทียบเคียงกับองค์มรรคต่างๆท่านอธิบายไว้ว่ามิจฉาแต่ละสัตว์แต่ละส่วนแต่ละเรื่องเป็นยังไงสัมมาเป็นยังไงและสัมมาที่เป็นอาวาสแล้วมีความหมายไขไปถึงขนาดอารีปฏิวัติเยอรมนีขายความว่ามันได้งดเว้นได้แล้วเว้นขาดได้แล้วจนกระทั่งสมบูรณ์แล้วแม้กระทั่ง เว้นขาดแล้วสมบูรณ์แล้วเรายังมีเจตนาเว้นขาดอยู่อีกเป็นเวรมณีแม่เป็นพระอรหันต์แล้วเป็นอรหัตตผลแล้วก็ยังรู้จักรู้จิตตัวเองว่าตัวเองมีเจตนาเจตสิกมีเจตสิกตัวหนึ่งเรียกว่าเป็นเจตนาอยู่ในใจตัวเราเลยว่าตลอดเวลาเรามีสติรู้ตัวทั่วพร้อมเจตนาไม่ให้ละเมิดเป็นมิจฉาไม่ว่าใดใดมีการปกครองมีจิตที่รู้ตัวทั่วพร้อมแม้จะเป็นอัตโนมัติเคยชินเคยเป็นตัวเป็นตนเป็นอัตโนมัติของเราเองแล้วก็ตามก็ยังมีตัวจิตนี่มีแนวโน้มไปในเจตนาละเว้นเจตนางดเว้นอยู่ทีเดียวไม่เจตไม่มีตัวเจตนาเจตสิกมโนสัญเจตนานี่มุ่งหมายไป ละเว้นงดเว้นอยู่ในตัวของมันเองเลยพรทุจริตใดมิจฉาใดพระอรหันต์ก็มีเจตนางดเว้นอยู่ตลอดเวลามันจะเกิดอะไรต่ออะไรขึ้นมาก็เป็นเรื่องของพระอรหันต์ท่านมีเจตนาจึงถ้าผู้ใดเป็นพระอรหันต์แท้แล้วท่านจะทำอะไรอะไรถือว่าเป็นสติวินัยเป็นนัยยะแห่งท่านมีสติรู้อยู่ว่าท่านจะเจตนาถ้าเจตนาอะไรแค่ไหนมันเรื่องของท่านท่านไม่เจตนาธรรมมิจฉาถ้าไม่เจตนาทำทุจริตมันทำไปอะไรที่มันเกิดบกเกิดเพราะอะไรลงมาก็ไม่ได้เป็นเจตนาที่จะทำผิดจึงไร้กรรมเพราะอรหันต์จึงเป็นผู้ร้ายกรรมที่แท้และจิตบริสุทธิ์อย่างนั้นจริงๆ ตัวเจตนาเจตสิกมีตัวเจตนางดเว้นมีตัวเวรมณีอยู่จริงๆไม่ว่าจะเป็นอาชีพจะเป็นการงานจะเป็นการพูดจะเป็นการคิดมีทุกตัวอยู่อย่างนั้นนี่เป็นเรื่องของรายละเอียดของจิตที่นี้สัมมาทิฏฐิที่เราเห็นที่เราเข้าใจเนี่ยอาตมาเข้าใจสมาธิที่อาตมาเข้าใจกำลังพูดถึงเรื่องของกรรมอธิบายเน้นที่เน้นเรื่องของกรรมว่ากรรมเป็นอันทำนะคุณกรรมนี่เป็นอันทำคุณทำกรรมอันใดก็แล้วแต่คุณจะทำกายกรรมทำวจีกรรมหรือแม้แต่มโนกรรมของคุณมันทำมันเกิดในจิตในอากาศแล้วมันเป็นจริงมันเป็นจริงไม่ใช่ว่ากรรมไม่เป็นอันทำ เมื่อเราเชื่อกรรมเห็นแก่กรรมเข้าใจในกรรมนะเราจะไม่ละเมิดอกุศลกรรมเมื่อเราเข้าใจว่านี่เป็นอกุศลกรรมเราจะไม่ละเมิดเราจะพยายามเลยว่าไม่ให้ละเมิดมีสัมมาวายามะมีสัมมาสติไม่เอาอันนี้เป็นมิจฉาอันนี้เป็นทุจริตอันนี้เป็นความไม่ถูกต้องไม่ดีไม่งามเราจะมีเจตนาทำเลยทำไม่ได้ตามฤทธิ์ตามแรงของเราและตามขอบเขตบางทีมันเหลือฤทธิ์เหลือแรงรู้อยู่ว่ามันไม่แต่ว่าเราถือเราเอาแค่นี้ก่อนขอบเขตศีลของเราแค่นี้ขอบเขตของกรรมฐานหรือการปฏิบัติเอาแค่นี้สูงไปถึงขนาดนั้นเราไม่ไหวไม่ไหวจริงๆเราก็ต้องหยุดเราก็ต้องเอาแค่นั้นก่อนอย่างนี้ก็ต้องประมาณเบื้องต้นทำการบ้าน ตามฐานานุรูปเขตมีการกำหนดไปตามขั้นตามลำดับเหมือนการศึกษาทางโลกเขาก็มีชั้นเรียนมีเขตมีขอบให้เรียนแค่นี้ก่อนประมาณแค่นี้ก่อนธรรมดาเลยอย่างนี้ก็ทำไมพระพุทธเจ้าจะไม่มีพระปัญญาธิคุณรู้แล้วไม่มั่วไม่มั่วไม่ปนเปย์ไม่เละเทะมีขีดมีขั้นมีตอนมันจึงถูกหลักถูกฐานเอามาจึงถูกหลักฐานรู้เบื้องต้นรู้ท่ามกลางรู้ชั้นต้นชั้นกลางชั้นสูงเป็นขั้นเป็นตอนไปแล้วมันงามมันมีฐานรองมันมีระดับ มีขั้นตอนไม่มีการสอดร้อยมีสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนที่มันส่อร้อยสูงขึ้นไปแล้วก็หมุนขึ้นมาทำขนาดนี้เป็นฐานรองซ้อนเช่นสังโยชน์ 3 สักการะทิฏฐิวิจิกิจฉาศิลปะปรามาสอย่างนี้เราพ้นเรารู้แล้วว่าตัวนี้เป็นตัวการเรื่องตัวการใหญ่ตัวเรื่องใหญ่เราก็พยายามรู้สภาวะที่มันเป็นเรื่องของเราในเรื่องนี้นี่เป็นเรื่องจิตไม่ดีนะแล้วเรามีกรรมไม่ดีมีการกระทำที่ไม่ถูกเรารู้ของเราแล้วเราจะเลิกจะรักเราก็ต่างศีลต่างคนให้แก่เรารู้อาการทั้งกายและจิตและมโนที่เป็นกรรมกิริยาอย่างนี้มันชักจะมีอาการต้องการปรารถนายังติดยังยึดยังห่วงยังเห็นยังจะต้องเสพต้องคุ้นต้องเอาอย่างนี้อยู่เราล้างมันละมันรู้อาการของจิตเกิดเมื่อ รู้อยากให้มีกี่อิจฉาอย่าให้สงสัยจับอาการกรรมการกรรมการกายที่จะไปเกี่ยวข้องเชื่อมโยงตัดตัดทั้งๆนอกระงับทั้งทางในตัดจิตตัดใจถึงทางในตัดละรถตรงปล่อยเปรื่องวางเอาให้จริงเราทำกับมันมีศีลใดมีพรตใดมีตบะใดมีการประพฤติใดมีกรรมฐานใดมีวิธีการใดศีลรถที่หมายคำว่าหลักการเพราะก็คือการประพฤติบำเพ็ญเราจะมีหลักการประพฤติบำเพ็ญอย่างไรบ้างเอามาทำให้จริงอย่าให้ทำเล่นๆแค่ปลามากปลามาดแปลว่าแค่ทำเป็นวิธีการจารีตถึงเรียกศิลปะปรามาสวาจาที่ประเพณีทำเป็นทาสทีเป็นเล่นๆเป็นลิเกอยู่อย่างนั้นน่ะหรือ รูปขำๆทำเล่นๆหัวๆไม่ได้ผลอะไรมากมายผลไม่มากเพียงพอเรียกว่าศิลปะปรามาสถ้าผลได้มากก็เรียกว่ามีศีลมีพระอันเกิดคุณค่ามีศีลมีเพราะติดขัดเกลาจริงมีบทบำเพ็ญประพฤติศีลก็คือหลักการมีหลักการพระพุทธแล้วมันได้ผลมันไม่แค่ปรามาสมันไม่แค่แหมแต่แตะเล่นลูกๆเล่นคล้ำๆเล่นแล้วก็ปล่อยๆว่าไม่ได้เรื่องไม่ได้ผลอะไรหรือได้ผลกันนิดๆหน่อยๆไม่พอที่จะเป็นน้ำอยู่น้ำยาอะไรและเรียกว่าศิลปะปรามาสผลสังโยชน์ 3 นี่เราทำทำจริงๆพอทำแล้วได้ผลจึงเรียกว่าศีลพรตที่มีผลเป็นส่วนแห่งบุญให้ผลแก่ขันทำแล้วศีลทดนี้มีฤทธิ์แรงเป็นธรรมาวุธขัด เอาเราลงไปบทประพฤติบทบำเพ็ญบทปฏิบัติของเรานี่ไม่ใช่ทำเปล่าไม่ใช่ทำได้แค่จารีตประเพณีไม่ใช่ตามๆเข้าไปเล่นๆไม่ใช่รู้เห็นเข้าใจเลยว่าเรามีการเพ่งเพียรเรียนขัดเกลารถละจางคลายงามพร้อมกายกรรมของเราก็บริสุทธิ์ขึ้นวจีกรรมของเราก็บริสุทธิ์ขึ้นมโนกรรมของเราก็บริสุทธิ์ขึ้นบริสุทธิ์ขึ้นจริงๆในขอบเขตของเรื่องที่เรากำหนดของเราของใครของมันสกายเลอร์ของใครสักกายะของมันแล้วเราทำลดลงจริงๆเมื่อได้ฐานนี้แล้วเราก็ตรวจสักกายะสูงขึ้นไปอีกเมื่อผลขนาดขั้นโสดาบันได้แล้วสัจธรรมมีเพิ่มขึ้นมาอีกก็สักคาถาค่ะมีก็มีศักยะของสังฆทานมีรู้ให้ วิจิกิจฉารู้เห็นแจ้งเลยว่านี่แหละตัวการนี่แหละเรื่องราวที่เราจะเอามันอีกแล้วตัวเรานี่แหละตัวนี้ตัวการใหญ่ตัวนั้นได้แล้วได้ไปมันเป็นฐานมีกำลังมีอินทรีย์ภาระให้แก่เราซ้อนขึ้นมาแล้วมาตรวจจากกายะใหม่อย่าให้มีวิธีอิจฉามีศีลพรตใหม่อย่าให้เป็นศิลปะปรามาสปฏิบัติใหม่มีศีลสูงขึ้นเป็นศีล 8 ตัวการกับตัวที่สูงขึ้นละเอียดขึ้นเก่งขึ้นมันเก่งกล้าแบบแบบโล่งๆแบบมารแบบยักษ์ก็กล้าหาญชาญชัยขึ้นกินลึกกินเนียนกินละเอียดอะไรอย่างนี้เป็นต้นเราก็รู้ตัวมันจริงๆแล้วก็มีศีลเพราะมีกรรมฐานมีกระบะทำมีวิธีการหลักการปราบมันอีกขัดเกลามันอีกอย่าให้เป็นศิลปะปรามาส มันก็จะปราบลงไปอีกเกรียนลงไปเกรียนลงไปสูงขึ้นไปอีกสังโยชน์ 3 ก็ใช้ตลอดซ้อนเพราะงั้นคนเรียนรู้เป็นภาษาอื่นๆโสดาบันพ้นสังโยชน์ 3 พลาสติกราคามีก็มาละโลภะโทสะโมหะที่เหลือสูงขึ้นสูงขึ้นเพราะอนาคามีพ้นสังโยชน์ 5 ที่จริงก็ตามมาราคะนั่นแหละทั้งหลายปฏิฆะนั่นแหละทั้งหลายคือโลภะโทสะนั่นแหละคือราคะหรือราคะโทสะนั่นแหละละลงไปอีกถึงจะธนาคารมีก็มาตรวจตัวเองให้ดูทางภายนอกกามราคะภายนอกเรื่องที่จะเกี่ยวข้องกับโรคอะไรต่ออะไรทั้งหมดลดลงไปอีกจนกระทั่ง เราได้เองเราเป็นจริงเราเบาบางเราว่างเราปล่อยเราปะได้ข้างนอกนี่เราไม่ต้องกังวลเลยเหลือรูกระดาษคะอรูปกะลาค่ะโอปปาติกะหรือสังโยชน์ในมีแต่นายจิตข้างนอกเท่านั้นข้างนอกนี่แน่นอนเรามีกำลังมีอินทรีย์มีภาระมีเรี่ยวแรงรู้เท่าทันไม่แล้วโลกนอกสัมผัสนอกไม่หวั่นไหวสัมผัสนอกไม่เป็นไรแต่ในข้างในของเรายังมีอาการอีกภพหนึ่งเป็นภาวะภพกามภพนี่สบายมากข้างนอกตาหูจมูกลิ้นกายนี่สบายสัมผัสแต่ต้องยังไงยังไงเราก็วางได้ปล่อยได้แต่อาการของเรามีพริ้วๆแพรๆมีแรงมีอ่อนอะไรก็ตามใจของเราแต่เราสามารถควบคุมได้เป็นรูปพระราชา ราคะเราก็รู้สึกกายะของอนาคามีอีกฟังไงดีนะมีอธิบายซ้อนหรือคำว่าสักกายะมันเป็นสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนและเป็นความหมายที่จริงถ้าเรารู้แล้วเราไม่สงสัยเลยแล้วก็ตรวจตัวการเหล่านั้นอีกอยากให้สงสัยมีสภาวะลึกซึ้งละเอียดขึ้นแล้วเป็นจิตในจิตเลยท่านอนาคามีภูมินี่มันเหลือแต่จิตในจิตเป็นโอปปาติกะข้างนอกนี่เราก็รู้นะไม่ใช่ว่าไปรู้จิตแล้วก็เลยไม่รู้ผ่านไม่รู้ความหยาบไม่จริงเรารู้ความละเอียดแล้วความหยาบเรารู้ได้แล้วเราสามารถควบคุมได้มีอินทรีย์พละจัดการได้เพราะทำละเอียดเข้าไปจนกระทั่งถึงในจิตอีกก็รู้สึกกายะของธนาคารมีภูมิมีตัวการของเราในตัวนี้ ไม่รู้ด้วยเราตอนนี้ละเอียดลึกซึ้งเรารู้ของเราเองมันเกิดเมื่อไหร่เราก็รู้มันมีบทบาทอาการเมื่อไหร่เราก็รู้จักอาการลิงทะลึ่งค้าก็คือทำมาวิจัยที่ให้รู้ว่ามันแตกต่างกันมีอาการอาการอย่างนี้แตกต่างกับอาการอย่างนี้อาการอย่างนี้เป็นอาการอย่าประการอย่างนี้เป็นอาการละเอียดอาการอย่างนี้ดีขึ้นอาการอย่างนี้ยังไม่ดีต้องรู้ไม่มีตัวตนหรอกเป็นอาการเป็นอะรูเป็นนามธรรมละเอียดยิ่งเป็นโอปปาติกะนี่เรารู้ของเราเองมันไม่ใช่จะต้องไปมีสีมีศาลไปเพ่งให้มันใสแจ๋วมึงก็ยังที่เขานั่งเพลงเข้าไปในเนื้อสะดือ 1 นิ้วแล้วก็นั่งฟังนั่นไปเล่นสะกดจิตสมมุติอะไรขึ้นมา แล้วก็เป็นนิมิตเครื่องหมายสมมติอุกกะนิมิตขึ้นมาเพ่งใสเข้าไปซ้อนกายลงไปในอีกกายซ้อนกันไปอีกไกลเจ็บกาย 8 กายซ่อนลงไปอีกนั่นไปเล่นมุกก็หันนิมิตและเล่นนิมิตกันไปเฉยๆเล่นสะกดจิตโดยอาศัยสภาวะหลักการอย่างหนึ่งและก็ทำให้จิตนี่ดิ่งดิ่งดิ่งดิ่งให้แน่นๆๆเป็นสมถะภาวนาเป็นสภาวะฤาษีแล้วก็พยายามอ่านใช้วิจัยใช้ความรู้และแล้วเขาก็ใช้ความรู้ว่ารู้ว่าไอ้นี่สายกว่าอันนี้ไอ้นิสัยกว่านี้ซึ่งเป็นของสมมติทั้งสิ้นไม่มีตัวจริงสมมุติว่านิสัยกว่านี้สมมุติว่านิสัยคนนี้เราเองสมมุติเองแล้วเราเองก็เขยิบ ของเราเองทำไปขนาดนี้มันต้องใสกว่านี้ไซส์ๆๆไปเรื่อยๆแล้วมันก็เป็นเรื่องของการสมมติเหมือนกับการสมมุติให้มันมีสีสมมุติให้มันมีสายกับสมมุติให้มันมีสีเหมือนกันไม่ให้เราอยากเห็นเทวดาอยากเห็นเทวดาป่ะเนี่ยมีเทวดามันไม่เป็นสักทีมันก็มันยังไม่ใสสักทีเหมือนกันแต่อันนึงนะให้มันมีสีมากขึ้นอันนึงให้มันว่างจากสีมากขึ้นเรียกว่าใสลงอีกอันนึงถ้ามีสีมากขึ้นพอเราปั่นสำเร็จลงปั้นมีสีมากขึ้นก็ให้เท่ากันให้มันใสลงไปอีกมันก็เดินคนละทิศเท่านั้นเองเป็นสภาวะสมมติแล้วเขาก็นึกว่าการรู้ว่าไอ้นี่ใสกว่าไอ้นี่คือวิปัสสนาเขารู้เขาก็ใช้ปัญญาเงินเขาก็นั่นแหละเกิดวิปัสสนาเห็นว่ามันใสรู้ว่ามันสำเร็จรู้ว่ามันเป็นไปได้รู้ว่าสบายกว่ากันเป็น เป็นสมถะทั้งสิ้นนะไม่ได้มีฐานความจริงแห่งความธรรมดาเป็นความธรรมดาเป็นอาการเป็นธรรมชาติของจิตธรรมชาติของอารมณ์ไม่ใช่นี่เป็นธรรมชาติของอารมณ์เวลาเราเกิดอารมณ์ปะทะสัมผัสอย่างนู้นอย่างนี้มีการงานมีโน่นนี่เกี่ยวข้องแล้วมันก็มาเกิดอาการของจิตจิตเราเป็นอาการอย่างโน้นจิตเราเป็นอาการอย่างนี้มันเป็นอาการลิ้นพระนิมิตมีนิมิตแปลว่าเครื่องหมายอุเทนในแปลว่าการชี้แจงการขยายความการบอกให้รู้อุเทศเนี่ยพูดอยู่เดี๋ยวนี้เป็นอุเทศชี้แจงให้ฟังหยิบขึ้นมาพูดเองก็เป็นอุเทศของเราคนฟังคนอื่นพูดก็เป็นอุเทศของเขาหรือเป็นเทพนั่นเองเทศนานี่แหละบอกถึงนัยต่างๆกันเรียกว่าอุเทน แล้วเราก็เข้าใจความหมายต่างๆนี่แหละเข้าใจโดยเรามีหมายนิมิตรหมายถึงความรู้เราหมายเป็นความหมายเป็นเครื่องหมายแล้วเราก็หมายใจอันนี้ไปเห็นความแตกต่างที่ได้เข้าใจเนี่ยแล้วไปตรวจความจริงไปตรวจของจริงเมื่อเราปฏิบัติแล้วมันมีอาการจิตอาการวิญญาณต่างๆมันต่างกันอย่างนี้นะอย่างนี้นะตรงกับที่เราเรียนรู้ไปเป็นปริยัติไปปฏิบัติเข้าก็เห็นจึงรู้จริงก็จะเข้าใจความจริงของจริงของเรามันมีอยู่อาการต่างกันอย่างไรยังไงถึงขั้นอนาคามีพุงก็ยิ่งละเอียดสักกายะทิฐิของขั้นอนาถาการมีภูมิผู้หญิงเอียดขึ้นไปอีกหรือเราจะเรียกในขณะขั้นศักยะของอนาคามีภูมิอัตตานุทิฏฐิก็ได้เรียกว่ามันเป็นตัวตน sakaya เขาก็แปล ต้นอัตราก็แปลว่าตัวตนแต่ตัวตนข้างนอกเนี่ยมันหยาบตัวตนอัตรานี่มันละเอียดเพราะงั้นก็ตามรู้อัตราตัวตนที่เห็นอัตตาที่เป็นอนาคามีภูมิในธนาคารมีภูมิได้หยาบเราจะเรียกสักกายะก็ได้เราจะเรียกอัตราก็ตัวที่ละเอียดขึ้นไปกว่าสัตว์กายะขึ้นไปอีกก็เป็นอนาคามีภูมิที่เราแบ่งซ้อนเอาเองเป็นการรู้สภาพหมุนรอบเชิงซ้อนที่ซ้อนลึกเข้าไปเองรู้อาการของมันเห็นจริงรู้จริงเป็นทิฐิไม่ใช่ว่าเป็นความเห็นแต่เพียงเข้าใจภาษามีเกิดการเห็นเกิดการรู้เองเห็นอยู่รู้อยู่ของเราเองโดยเข้าใจเป็นปัญญาปัญญินทรีย์ปัญญาพละเกิดเห็นเข้าใจเป็นตัวเห็นตัวสัมมาทิฏฐิ มันจางมันคลายก็รู้ว่ามันจางใครมันหมดก็รู้จิตมันว่างจิตมันเป็นอนุจิตรแล้วเป็นสมาธิแล้วเป็นวิมุตติญาณก็รู้ก็เห็นแพ้เพราะกรรมกิริยาและปัญญาที่เรารู้ในกรรมเนี่ยก็ยังมีนัยยะลึกซึ้งอาตมารู้ว่ากรรมเป็นกรรมอาตมามีปัญญาของอาตมากำกับรู้ปัญญาก็อาตมาจะลึกซึ้งเป็นปัญญาผลระดับใดมีคำว่าวิจัยระดับใดเป็นความเห็นระดับใดอาตมามีของอาตมาว่าอาตมานี่จะรู้ว่ากรรมเป็นอันทำแล้วก็มาเน้นให้พวกคุณฟังว่าให้คุณเข้าใจให้ดีนะพิจารณาให้ดีนะกรรมเป็นอันทำนะคุณทำอะไรเป็นอันนั้นทำแล้วเป็นทำเป็น ทำแล้วได้ขณะนี้คุณนั่งฟังแล้วคุณก็ฟุ้งซ่านอยู่คุณก็ได้ฟุ้งซ่านคุณนั่งฟังธรรมแต่คุณว่าคุณฟังธรรมะตัวคุณนั่งอยู่นี่นะจิตของคุณฟุ้งซ่านไอ้กรรมกิริยาของคุณนี่ฟุ้งซ่านมันก็เป็นกรรมจริงเป็นของจริงคุณนั่งฟังธรรมคุณไม่ได้ทำคุณได้ฟุ้งซ่านฟังให้ดีนะคุณได้นะกรรมเป็นอันทำนะคุณทำโง่ๆของคุณน่ะคุณมานั่งฟังธรรมแต่คุณทำโง่ๆฟุ้งซ่านคุณก็ได้ฟุ้งซ่านนั่นแหละสะสมอยู่เรื่อยไปกรรมเป็นอันทำมันนั่งโง่ๆอยู่เนี่ยคุณก็ฟังไปก็ไม่ได้ฟังแล้วก็ง่วงง่วงสั่งสมไปสิชำนาญชำนาญกรรมเป็นอันทำนะเมื่อทำดีคุณทำจิตผ่องใสไม่ คุณได้ดีไหมได้ไหมได้ได้แล้วเป็นอันได้ใช่ไหมได้ดีกว่าใช่ไหมแล้วโง่ไปเอาเลวทำไมตอบไม่ได้โง่ไปเอาเร็วทำไมฟังไม่ดีน่ะดีมีเคราะห์ให้คุณเข้าใจซึ้งหมดกรรมเป็นอันทำกับใครเข้าใจกรรมมันนิยมกรรมของพระพุทธเจ้านี่แหละเป็นตัวเกิดกรรมนี่แหละเป็นตัวเผ่าพันธุ์กรรมนี่แหละเป็นตัวผึ้งกับที่พึ่งอาศัยกรรมนี่แหละเป็นของตัวเองกรรมมอสโกมีกรรมมาทายาโทเราอาศัยกรรมเป็นเครื่องอาศัยเป็นทายาทเป็นมรดกเป็นสมบัติเราจะมีอริยะสมบัติที่พูดกันนี่ไม่ใช่เรื่องวัตถุสมบัติเป็นอริยะสมบัติแล้วศึกษาฝึกฝนอริยกุลเอาอารยะสมบัติแล้วเราก็ฝึกมันมันเป็นอาการมันเป็น สภาพที่มันเป็นบทบาทอาการของเราต้องฝึกการอบรมเอาบำเพ็ญเอาทำเอาเราได้อยากวิเคราะห์ให้คุณฟังยกตัวอย่างแค่นี้คุณมานั่งฟังธรรมนั่งฟังธรรมถ้าฟังแล้วเราได้ปัญญาแล้วเราอย่างน้อยก็จำแม่นแม้จะเป็นคำกล่าวแต่คำที่ละเอียดลึกซึ้งขึ้นอีกโอ้เรายิ่งเกิดปัญญาจิตใจเราผ่องใสในสติสัมปชัญญะเราเต็มฟังนักวิจัยวิจารณ์เต็มใจดีแต่เรามานั่งงงๆๆก็ไอ้นั่งฟังดีโยนิโสมนสิการเต็มก็นั่งฟังง่วงง่วงๆอันไหนมันเลวกว่ากันทำมาวิจัยดูซิมีใจดูก็เข้าใจไอ้โง่ๆบางคนเลวมันก็อกุศลกว่าไอ้นั่งฟังอย่างเต็มสติกำลังใส่ใจมนสิการไม่มีอุปกิเลสเลยแล้วเราก็ได้อันนี้ อย่างน้อยก็ซ้ำซากจำแม่นเป็นความจำที่ซ้ำก็ดีนี่เราจำธรรมะหรือไม่อย่างมากก็ฟังแล้วก็ลึกซึ้งขึ้นได้ขึ้นอาตมาก็พยายามที่จะแนะนำให้มันลึกซึ้งขึ้นเมื่อย่ำอยู่ที่เก่านักหนาหรอกแม้จะเป็นเรื่องเก่าแต่ก็แทงลึกเจาะลงไปเป็นปฏิเวธทำเสมอชี้แจงให้เห็นแจ้งให้เห็นจริงใช้โวหารภาษาไทยนี่แหละไม่ใช่ภาษาลึกลับแต่สื่อให้มันลึกซึ้งไม่ใช่ภาษาลึกลับคุณเขาขนาดนี้โตขนาดนี้เข้าใจภาษาที่อาตมาพูดเกือบทุกคำแม้จะเป็นภาษาบาลีบางคำก็พยายามขยายความให้ฟังเสมอประกอบร่วมด้วยไม่ใช่พูดเปล่าๆก็เห็นใจบางคนยังไม่ถนัดจำยังไม่แม่นในภาษาบาลีความหมายยังไม่ละเอียดก็พยายามขยายให้ฟังส่วนที่มัน เข้าใจดีแล้วอาศัยเวลาน้อยก็ผ่านไปก็นึกว่าเข้าใจแล้วก็ใช้ไปอันไหนที่ยังมีเวลาพออธิบายได้ก็อธิบายหรือคำธรรมดาคำไทยๆไม่ต้องอธิบายก็พูดภาษาธรรมดานี่อยู่เสมอๆสื่อให้รู้นะเพราะฉะนั้นกรรมที่คุณทำทุกกรรมเป็นจริงเมื่อคุณได้แล้วได้เป็นได้ยกตัวอย่างง่ายๆเช่นในขณะนี้คุณทำให้จิตผ่องใสมันก็ได้ความผ่องใสคุณได้แล้วคุณก็ไม่ได้ความหม่นหมองไม่ได้ความดีไม่ได้ความง่วงไม่ได้ความฟุ้งซ่านไม่ได้ความเลวคุณได้ได้เป็นได้ทำไมคุณไม่เอาได้เหมือนกับคุณสะสมเงินทองทรัพย์สมบัติเหมือนกับสะสมเพชร ทรัพย์สลิงขาดทำไมคุณไม่เอาไอ้ที่มันเยี่ยมๆกว่าที่มันได้ทำไมคุณไม่พยายามทำไมคุณปล่อยปละละเลยทำไมคุณไม่แข็งแรงทำไมคุณไม่เด็ดขาดลงไปฟังให้ดีนะนี่ยำแน่นให้คุณเห็นปัญญาอาตมานี่ปัญญาเข้าใจนี่มันเข้าใจถึงตัวลึกละเอียดอย่างนี้วันนี้ว่ากรรมเป็นอันทำนะแล้วเราก็พยายามเลี่ยงจริงๆไอ้กรรมเป็นอกุศลนี้รู้อยู่ขนาดนี้ไม่เอาอ่ะเราเอาพยายามเอากรรมที่เป็นกุศลเพราะกรรมเป็นอันทำเมื่อไหร่ได้หมื่นนั้นยิ่งกว่าวินาทีอีกทำยิ่งกว่าวินาทีมันได้มันก็ได้อยู่มันไม่ได้มันก็ไม่ได้อยู่แล้วใครทำให้เราเราทำ เรารับปล่อยปละละเลยใครปล่อยปละละเลยก็เราปล่อยปละละเลย What time ให้มันละเอียดเดี๋ยวจะไปถึงจิตแล้วจะบอกอาการของจิตที่ว่าเรามานั่งทำหรือว่าเวลานั้นเวลานี้ทำลักษณะที่จะตัดจะอะไรต่ออะไรยังไงยังไงเดี๋ยวจะอธิบายอีกนะอันนี้เน้นเรื่องกรรมไม่ฟังขยายให้ลึกเน้นให้ละเอียดเพื่อให้เห็นว่ากรรมเป็นอันทำนะอย่าปล่อยปละละเลยเพราะงั้นป่วยการกล่าวไปใหญ่ถึงกรรมหยาบไปหัดตีหัวเขาไปหัดป่าหัวหมาด่าแม่เจ๊กอะไรแล้วแต่เราก็เป็นกรรมมันทำยากๆแค่นั้นเองไม่เข้าเรื่องเลยไม่เข้าท่าเพราะเราละเว้นกรรมหยาบมาทำกรรมที่เป็นกุศลมาทำกรรมที่ละเอียด ดียิ่งขึ้นไปเรื่อยๆตามฐานะตามขั้นตอนสั่งสมไปเป็นการสั่งสมจริงจริงสั่งสมบารมีกรรมเป็นอันทำทำแล้วได้เมื่อได้แล้วเราก็ไม่ได้ไอ้ที่ได้มันก็ไม่ได้ฟังให้ดีนะนี่ใช้ภาษานะส่วนที่คุณได้คุณก็ไม่ได้ไอ้ส่วนที่ไม่ได้ก็ไม่ได้คุณได้ดีคุณก็ไม่ได้ช่วยฟังให้ชัดเมื่อคุณทำอันนี้ได้ว่าดีนะนี่เป็นกุศลกูก็ได้อันนี้กูก็ไม่ได้ไอ้ที่เป็นอกุศลคุณรู้แล้ววิจัยออกคุณมีปัญญาก็ทำมาวิจัยเห็นสมาชิกเห็นได้ชัดอยู่ก็ไอ้นี่กำกิ๋นแต่อาการจิตอาการกายอาการ G อาการใดมันก็เป็นอันนั้นได้อันนั้นอันที่เรากำลังทำกำลังส่งกำลังเป็นอาการของเราแม้แต่อาการกายอาการวจีอาการของจิตของเรามันเป็นอาการนี้อยู่เราก็ได้อาการนี้ถ้าเป็นอาการที่มันเป็นอกุศลมันก็ได้อากาศอกุศลทีนี้เรารับไม่ได้พยายามใช้แรงใช้พลังเท่าที่มีทำมาวิจัยเท่าที่มีสัมมาทิฏฐิรู้ว่าไอ้นี่มันดีกว่านี้นี่วิจัยออกจะตายชัดเจนอยู่นี่เรื่องอะไรเราจะไปปล่อยให้มันเป็นอกุศลเล่าให้มันเป็นสัมมาวายามะใดความพยายามใดที่คุณกำลังทำไม่ตรงกับสัมมาทิฏฐิของเรามีสติสัมปชัญญะให้แข็งแรงทำให้ตรงกับที่เราเอง ใจอยู่ว่าไอ้นี่ไอ้นี่เป็นกุศลกุศลกุศลให้มันเป็นส่วนแห่งบุญให้เป็นผลแก่ขันคุณทำอยู่ทำอยู่ทำอยู่คุณสะสมนั้นไปสู่อนาคตอยู่เมื่อมันเต็มเมื่อไหร่มันงดได้เป็นได้ขาดได้ใจเราไม่ต้องลำบากแล้วขาดสบายทำได้โดยง่ายทำได้โดยไม่ยากทำได้โดยไม่ลำบากคุณก็ได้ของคุณคุณจะรู้ว่าคุณง่ายคุณจะรู้ว่าคุณไม่ลำบากคุณจะรู้ว่าแหมลำบากอยู่เว้ยไปไม่รอดพยายามอยู่มันก็ยังพยายามแต่คุณมีสัมมาวายามะใดที่ตรงตามสัมมาทิฏฐินั้นอยู่รู้อยู่เห็นอยู่วิจัยออกชัดอยู่ให้ตรงตามตรงมากายก็ดีเมื่อกี้ก็ดีมโนก็ดีอาชีวะก็ดีตรง เป็นสัมมาอย่างนี้เป็นมิจฉาไม่เอาถ้าไม่ตรงอยู่ตรงอยู่ทำพยายามมันยากก็ยังเอามันยากก็ทำแม้มันยังยากก็พยายามงดเว้นพยายามละเว้นพยายามให้เว้นขาดจากอกุศลอยู่ๆๆๆจนเป็นได้ขาดได้โดยไม่ยากโดยไม่ลำบากจนเป็นอัตโนมัติจนฐิติจ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน