570810_วิถีอาริยธรรม โดยพ่อครูและส.ฟ้าไท เรื่อง มาตา-ปิตา พาบรรลุธรรม.doc.docx
เนื้อหาในไฟล์
5708 1 0 วิถีอาริยธรรม โดยพ่อครูและส.ฟ้าไท เรื่อง มาตา-ปิตา พาบรรลุธรรม
วันนี้วันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม 2557 ที่ บวร ราชธานีอโศก ส.ฟ้าไทว่า...วันนี้วันพระ ขึ้น 15 ค ่ำ เดือน 9 ตรงกับวันสารทจีนด้วย ใกล้วันแม่ด้วย ตอนนี้มีคนไปจองดอกมะลิไปบูชาแม่ จากมะลิราคา กก.ละ 100 บ. ตอนนี้ขึ้นไปเป็น กก.ละ 500 บาท เพราะว่ามันขาดแคลน พระพุทธเจ้าตรัสว่ามหาบพิตร ว่าในกาลอนาคต ชนจะละทิ้งการยำเกรงผู้ใหญ่ละทิ้งพ่อแม่ ลูกหลายหากินเองได้ เมื่อจะให้ของพ่อแม่ก็แล้วแต่ว่าอยากจะให้หรือไม่ พ่อแม่จะอยู่ยาก ตอนนี้ข่าวเขามีแม่อุ้มบุญ รับจ้างท้องลูก (พ่อครูว่าทีหลังคงรับจ้างขี้) หรือรับจ้างใช้เงิน ผมว่าคนรวยๆ เขาไม่มีเวลาใช้เงินให้นะ ใครจะรับจ้างบ้าง ตอนนี้พ่อครูเขียนในสรรค่าสร้างคนเกี่ยวกับเด็กไว้ว่าเด็กจะเจริญหรือไม่มีปัจจัยคือ กรรมเก่าของเด็กคนนั้น ตนเอง ส ิ่ งแวดล้อม ผู้เลี้ยงดูอบรม ทุกวันนี้พ่อแม่จ้างคนเลี้ยงลูก ส่งไปเรียนแล้วก็ไม่สนใจ แม้ส่งลูกมาเรียนสัมมาสิกขาแต่พ่อแม่ไม่ได้ปฏิบัติธรรม ลูกกลับไปก็พาผิดศีลอีก ก็ยังไม่เข้าใจ ก็จะได้นิมนต์พ่อครูให้ความเข้าใจ อาตมาบอกเด็กว่าชีวิตตนจะดีหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับ 4 ประเด็นนี้ พ่อครูท่านรู้ว่าจะอบรมจิตใจคนให้เกิดความเจริญได้ อย่างไร? ท่านผ่านการเรียนรู้มานานมาก พ่อครูว่า....วันนี้พูดถึงแม่ก่อน เพราะแม่เกิดก่อนลูก ลูกเกิดก่อนแม่ไม่มีในมหาจักรวาล
ความเป็นแม่เป็นส ิ่ งยิ่งใหญ่ ความลึกซึ้งของคำว่าธรรมะนี้ลึกซึ้งจริง พ่อก็ยิ่งใหญ่ แม่ก็ยิ่งใหญ่ แต่ยิ่งใหญ่คนละเชิง อาตมาพยายามเน้นในคุณธรรมที่พระพุทธเจ้าบัญญัติไว้ว่าแม่ กับพ่อสำคัญ มาตา คือแม่ ปิตาคือพ่อ ยิ่งใหญ่ในมหาจักรวาลนี้ แล้วก็จะเป็นเหตุปัจจัยให้เกิดได้ ถ้าไม่มีแม่กับพ่อก็ไม่มีการเกิ
อ่านต่อ
ด และการเกิดก็มี ชราพุชโยนิ คือการเกิดทางน้ำคร่ำ มีครรภ์ มีน้ำหล่อเลี้ยง แล้วลูกก็ค่อยโตในนั้นแล้วก็คลอดในนั้น ส่วนอัณฑชโยนิ เกิดจากไข่ สังเสทชโยนิ เกิดจากการแตกตัว แบ่งตัว สังเคราะห์ ที่ไม่ใช่ชราพุชและอัณฑชะ พระพุทธเจ้าท่านแยกแยะท่านรู้หมด เพราะท่านศึกษาคนกับสังคมมาหมด อาตมาก็เห็นความสำคัญเช่นนั้นไม่มีอะไรสำคัญเท่ามนุษย์ ดีก็แรง เลวก็แรง เมื่อมันแรงก็มีทั้งทำลายและสร้าง เรื่องอะไรเราจะปล่อยให้ทำลาย เราก็มาช่วยสร้าง คำว่า แม่ พ่อ นี่ลึกซึ้งทั้งสัตว์ วัตถุ จิตวิญญาณ การกำเนิดที่ 4 คือ โอปปาติกโยนิ คือการเกิดทางจิตวิญญาณ อันนี้เป็นความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าที่โลกไหนๆ ก็ตาม การเป็นตระกูลโลกุตระของพระพุทธเจ้าต้องมาเรียนรู้อันนี้ รู้แล้วมาประกาศแก่โลก อาตมาเคยพูดว่า ศีลเป็นแม่ ปัญญาเป็นพ่อ แล้วศีลกับปัญญาช่วยกันสร้างให้จิตเป็นอธิจิต เจริญขึ้น ศีลกับปัญญาจึงเป็นพ่อแม่ทางจิตวิญญาณเหมือนล้างมือด้วยมือล้างเท้าด้วยเท้า เป็นนามธรรมที่เป็นของจริง ไม่ง่ายเลยเพราะละเอียดบางเบา มันจับไม่ติดง่ายๆ พระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้วเอามาบัญญัติเป็นภาษาไว้ ในตัวก็มีทั้งแบบพ่อและแม่ ซ้อนกันอยู่ มีลีลาเคลื่อนไหว เป็นภาวะ ภาวะอย่างแม่ เรียกอิตถีภาวะ ภาวะแบบพ่อเรียกปุริสภาวะ อาการทางปุริสภาวะ และอิตถีภาวะ จะมีแรงทำให้เกิดการเป็น ทั้งสองอย่างนี้ทิ้งไม่ได้ ต้องมีความเข้าใจ ให้สามารถรู้ อาการ กิริยา องค์ประกอบว่าแบบนี้คือเพศแม่ หรือเพศพ่อ ประเทศอื่นเขาก็มีการแบ่ง เป็นสากล แต่ของพระพุทธเจ้าลึกซึ้ง แม้ในสังคมไทยก็มีลักษณะสองอย่างทำให้เกิด ทุกวันนี้อิตถีภาวะมันมีมาก อิตถีภาวะคือสภาวะไม่แข็งแรง แต่ปุริสภาวะมีสภาพแข็งแรง คุณธรรมที่ไม่แข็งแรงคืออิตถีภาวะ ประเทศไทยมีมาก ทำให้โคตรโกง โกงทั้งโคตร เขาไม่ได้สร้างเฉพาะโคตรพ่อโคตรแม่เขาเท่านั้น มันไปเอาคนอื่น นักวิชาการ นักธุรกิจ มาเป็นโคตรโกงร่วมกันด้วย มันเลวสะบัดช่อเลย เราต้องมาทำโคตรอีกแบบ เป็นโคตรของสมณโคดม มีแล้ว อาตมาก็มาร่วมสืบสานต่อ ในชาวอโศกที่พาทำมา สี่สิบกว่าปี มีคุณสมบัติทั้งแม่และพ่อ อันที่นำ เราเรียกว่าพ่อ อันที่ช่วยกันเจี๊ยวจ้าว ฮือฮา นี่ลักษณะอิตถีภาวะ แต่ลักษณะนิ่งๆ แก่นๆ คำเดียวพั๊วเลย นี่คือลักษณะพ่อ ในอโศกมีทั้งลักษณะพ่อและแม่ช่วยทำให้เกิดจิตวิญญาณ มากหรือน้อยไม่เกี่ยงขอให้เกิด เราก็พยายามให้มารวมพลังกัน เรียกร้อง โฆษณาก็แล้ว ไม่เอา ไปอยู่กับผีหมด ไปติดใจผีกันจัง ก็ตัวใครปัญญาใครชีวิตใคร อัตภาพใครก็แล้วแต่ เมื่อเกิดแล้วเราก็มาช่วยกันเลี้ยงลูก การสร้างทางวัตถุนี่จะได้แค่ไหน สร้างลูกทางสรีระนี่จะได้กี่คนเชียว ในชีวิตหนึ่งๆ แต่การสร้างทางนามธรรม ทางจิตวิญญาณ ลึกซึ้งและได้มากกว่าเป็นจริงยั่งยืนกว่าด้วย การสร้างคนทางวัตถุนั้นพอได้แล้ว คนจะล้นโลกแล้ว สร้างมาแล้วมาบีบคอเราขายหน้าอีก พลโลกจะเจ็ดพันล้านคนแล้ว ไม่ต้องไปยุให้มีเพ ิ่ ม เราต้องมาคุมกำหนัด ให้ได้ เราจะสร้างคนทางจิตวิญญาณนี่ไม่เป็นพิษภัยกับใคร สร้างคนให้เป็นคนตระกูลดี อาตมาจึงสมัครเป็นพ่อพันธ์ุชนิดนี้ พระพุทธเจ้าตรัสว่าท่านเป็นพ่อ พระสารีบุตรพระโมคคัลลนะเป็นแม่ หรือภิกษุ ภิกษุณีเป็นแม่ ช่วยกันสร้างลูกทางจิตวิญญาณ ชาวอโศกเป็นลูกพระพุทธเจ้ามาช่วยกัน ส่วนทางโน้นให้พอได้แล้ว
เมื่อเรามีของจริง เป็นเชื้อพุทธะเชื้ออาริยะโลกุตระแท้จริง จึงไม่ตกต่ำ เรื่องศีลเป็นสัมมาทิฏฐิ มีแรงพลังเพียงพอร่วมกับปัญญาที่ตรงที่ดีถูกต้องเป็นแรงช่วยกันสร้าง ประกอบให้เกิด มันก็เกิดขึ้นได้ เราก็อยากให้เร็ว จะอยากอย่างเดียวไม่ได้เราต้องทำ มีมโนสัญเจตนาได้ อยากสร้างคนให้เป็นอริยบุคคลเป็นลูกพระพุทธเจ้า เอาเป้านี้ตั้งไว้ไม่มีเปลี่ยนแปลง ลืมเป้าได้เลย เหลือแต่ทำองค์ประกอบ เราช่วยกันจนเกิดโรงเรียน เป็นสถาบันการศึกษาที่เป็นนวัตกรรม เป็นของใหม่จริงๆ เป็น Phenomenology เป็นทั้งร่างกายและจิต มีทั้งวิชาการและภาคปฏิบัติ เป็นจริงทั้งภาคความรู้และเป็นจริงได้ เป็นมหาวิชชาราม ไม่ใช่แค่วิทยาลัย มาตา ปิตา ในสัมมาทิฏฐิ 10 ถ้าใครไม่เข้าใจก็ไม่มีทางได้บรรลุ ต้องเข้าใจและมีสภาวะจริง บุคคลที่มีลิงคที่มีปุริสภาวะ บุคคลที่มีลิงคที่มีอิตถีถาวะเป็นอย่างไร เราก็จะต้องศึกษาเรียนรู้ ที่อยู่ในอุปาทายรูป มันเป็นทั้งรูปธรรมและนามธรรม ต้องรู้จริงถ่องแท้จึงนำไปใช้ถูกต้อง ต้องตั้งใจศึกษา ต้องอาศัยแม่ อาศัยพ่อช่วยกัน ในโลกนี้มีสองอย่าง มีบวกมีลบ ส ิ่ งที่จะเกิดได้ต้องมีสองส ิ่ งทำให้เกิดใหม่ ถ้าไม่มีสองส ิ่ งก็จะมีส ิ่ งเดียวแล้วเข้าหาสูญ ถ้าเป็นสองที่เป็นอุปจยะคือการเกิด ก็เป็น สอง สี่ แปด สิบหกไปเรื่อยๆ แต่ถ้าเป็นชรตาก็ลดเสื่อมลง ลักษณะอุปจยะคือการเกิดขึ้น โดยมีจุดเชื่อมคือสันตติ มันลงไปหาปลายข้างอุปจยะะหรือชรตา เราจะเห็นความไม่เที่ยงของอุปจยะหรือชรตา เล็กละเอียดขนาดไหนก็ต้องตามรู้ว่าส่อไปทางไหน? ต้องรู้ความไม่เที่ยงที่จะเดินไปทางไหน เราต้องมีน้ำหนักมั่นใจว่าอย่าให้เกิด หรือจะให้ตาย ต้องกำหนดได้ คุณก็เป็นพระเจ้าเองเลย อะไรที่จะเป็นอนิจจตาอยู่ ส ิ่ งที่มันถึงขึ้น นิจจตา คือความเที่ยงได้ คนนั้นต้องเป็นอมตบุคคล จะยังความเที่ยงไว้ ไม่ให้อยู่อย่างเก่า ให้ก่อเกิดได้ เป็นคนชี้เกิดชี้ดับได้หรือเกิดตายได้ นี่คือส ิ่ งยิ่งใหญ่ที่บุคคลเยี่ยมยอดที่ได้ของวิเศษนี้ เหมือนยักษ์นนทุกข์มีน ิ้ วเพชรชี้เป็นหรือตายได้ สูงสุดเป็นอรหันต์ก็ชี้ให้ตัวเองเป็นหรือตายได้ จะต่อหรือจะจบ ก็ได้หมด เราเรียนรู้ ให้เขาสลายไปเอง เราไม่ต้องไปทำลายเขา เรามาสร้างส ิ่ งประเสริฐอย่างเดียวก็เวลาไม่พอแล้ว ทำลายกิเลสตนก็ลำบากแล้ว ไม่ต้องไปทำลายคนอื่น ประเทศไทยมีรูปธรรมแล้วมารวมตัวกันผลิตอาริยบุคล อาริยธรรม อาริยสังคม อาริยประเทศขึ้น ไม่ถามไม่ชวนใครจะเอาก็แล้วแต่ ใครจะมา มาเองนะ พ่ออย่างน้อยมีอาตมาอยู่แล้ว ตอนนี้ 80 แล้ว จะต่อไปอีก 70 กว่าปีจนกว่าจะถึง 151 ตายเมื่อไหร่ก็ตาย เขาให้เท่าไหรก็ได้ อาตมาว่างานใดก็ไม่ดีเท่างานนี้ งานนี้ดีมาก ทำแล้วไม่ต้องกังวลเรื่องรายได้ ทำแล้วเต็มที่ก็ปล่อย คนจะเอาไปทำบัญชีต่อก็แล้วแต่ ตอนนี้เรื่องบัญชี จะดูแลกันในอโศก เอาที่บ้านราชฯ นี่ก่อนเลย มันเป็นหลักฐาน เป็นมาตรวัด ชี้บ่ง เป็นส ิ่ งแสดงความบริสุทธิ์ของคน กันคนโกง รักษาคนบริสุทธิ์ เป็นเรื่องดีที่สุดที่ต้องทำ อะไรแล้วมาก็ยกให้ เป็นอาทิกัมมิกะ อาตมาว่าบ้านราชฯ นี่หยุด อย่าไปจับผิดกัน ให้นิรโทษกรรม เอาก่อน คสช.เลย เพื่อปฏิรูป กันให้เจ๋งเลย ใครจะอย่างไรก็แล้วไป ตั้งต้นใหม่ มีเท่าไหร่เอามาบอกกันรวมกันลงบัญชีใหม่แล้วตั้งบุคคลมาดำเนินการ เพื่อตรวจสอบได้ว่าระบบบุญนิยมมันเจ๋งอย่างไร? มันจะเป็นเศรษฐศาสตร์บทใหม่ของโลก ตะโกนให้ก้องปฐพี มันเกิดจากคน เศรษฐศาสตร์ทุนนิยมก็เกิดจากคน เขาสามารถเอาเม็ดเงินมาทำให้เกิดอำนาจได้ เศรษฐศาสตร์บุญนิยมก็ต้องทำได้ แต่เป็นพลังงานเงินที่เอาไปเห็นแก่ตัวกับเอามาเห็นแก่ส่วนรวมมันจะต่างกันตรงนี้ ขณะนี้เมืองไทยมีลักษณะนี้เกิดในไทยแล้ว เป็นจุดเล็กๆ ในฟ้ากว้าง คืออโศกเรา คอมมิวนิสต์ก็ต้องการระบบนี้ให้เอาทรัพย์มารวมกันแล้วมีคณะบริหารส่วนกลาง มันเกิดไม่บริสุทธิ์เพราะเขาสร้างคนไม่บริสุทธิ์เต็มที่ ทำมา 70 กว่าปีก็ระเบิด เพราะต้นทางเขาไม่ได้สร้างคนให้บริสุทธิ์แต่แรก อาตมาเข้าใจ แล้วเราทำได้ยิ่งกว่าคอมมิวนิสต์ ปชต.ก็ต้องการแบบนี้แต่พยายามไม่บังคับ อโศกเราก็มีลักษณะที่บังคับและไม่บังคับในนั้น แต่เราจะต้องพัฒนาไปสู่การไม่บังคับให้เขาเปลี่ยนแปลงเอง นั้นเจ๋งกว่า แต่ถ้ามันจะเสียผลก็ต้องบังคับ ในพุทธก็มี ในอโศกเราจะไม่สะอาดจนไม่ต้องมีข้อบังคับหลักเกณฑ์ นี่พูดเลยเถิด มันก็ต้องเอาแค่นี้อย่างนี้ก่อน สรุปแล้ว อโศกเรานี่มีองค์ประกอบได้ขนาดนี้แล้ว มาร่วมรังสรรให้สมบูรณ์ ถ้าทำได้จะมีแต่ endorphin ไม่มี adrenaline ชีวิตป่วยก็จะหายได้ เรามีพลังงานทั้งสสารและจิตวิญญาณครบ ในสังคมไม่มีงานไหนน่าทำเท่านี้หรอก เชื่อไหมว่าอาตมาเลือกงานที่ดีที่สุด ใครจะไปเลือกงานที่โง่กว่านี้ก็เชิญเลย เรามาสร้างลูกทางจิตวิญญาณไปเรื่อยๆ เรามีโรงเรียน อนุบาล ประถม มัธยม ตอนนี้เราก็จะทำอุดมศึกษาต่อไป แต่ ดวงของอาตมาชาตินี้เป็นหมา กลางตลาด ใครเห็นก็ทำร้ายเอา ไม่เป็นขี้เรื้อนก็บุญแล้ว หลบไม้หน้าสาม หลบน้ำร้อนให้ดี ปางนี้อาตมาเป็นเช่นนี้จริง ไม่สงสัยหรอกว่าทำไมถูกลบหลู่ อาตมาวิริยอุตสาหะไปท่าเดียว อาตมาไม่เอาปัญหา อาตมามีแต่ปัญญา แล้วก็พยายามทำ ตอนนี้เรามีเหตุปัจจัยเป็นองค์ประกอบ อาตมาเป็นพ่อ พวกเราก็มาร่วมเป็นแม่ พระพุทธเจ้าตรัสเป็นธรรมะสอนอภิธรรม เกิดสาระ ผู้ที่ได้สาระก็คือสารีบุตร เพราะคนอื่นไม่ใช่สารีบุตร บุตรที่เอาสาระไม่เป็นก็เอาไม่ได้ มีแต่ลูกมาร เป็นเทวบุตมารด้วยนะ ไม่ใช่สารีบุตร เรามาเป็นตระกูลสารีบุตรต้องเอาส ิ่ งเหล่านี้ อาตมาไม่สงสัยหรือว่าสารีบุตรคือใคร คือนามธรรมอย่างหนึ่ง ขอให้เอาเนื้อแท้ได้นั่นคือสารี แล้วมาช่วยกันสร้างลูกนะแม่ทั้งหลาย ที่นั่งอยู่นี่ทั้งชายและหญิงเป็นแม่ทางธรรมทั้งนั้น ไม่ใช่กระเทย เรามีการศึกษาที่ครบพร้อม 3 ประการ 1 .ความรู้ 2 .ความประพฤติ 3 .จิตวิญญาณที่ละเอียดลึกซึ้ง
วิชาความรู้และประพฤติจริงมีวิญญาณเห็นหลัก เป็นโรงเรียนตรีลักษณ์มี 3 ลักษณะ ใน Social lab เพื่อกำเนิดอาริยบุคคล เมืองไทยเป็นเมืองที่ครบชมพูทวีป มีสุรภาโว สติมันโต อิทพรหมจริวาโส เรามาสร้างความเป็นสติสัมปชัญญะให้เป็นสติปัฏฐาน ให้เป็นสติสัมโพชฌงค์ แม้เรามีน้อยก็ไม่ว่า แต่ขอให้จริง แต่จะเหนื่อย เพราะเป็นหัวเจาะ ที่ไชปั่นฟอสซิล เป็นหัวเพชร เจาะเข้าไป เกิดความร้อน แรง ต้องใช้พลังงานหนัก ต้องเข้าใจความจริง อาตมาไม่มีปัญหามีแต่ปัญญาท่าเดียว เรามีสุรภาโว แล้ว สุระคือแข็ง ก้อน เป็นส ิ่ งนำ แล้วก็มาสร้าง สติมันโต ให้เป็น สติสัมปชัญญะ ไปจนสัมปันนะ เลย..เมื่อสติเจริญเป็น สติมันโต คือมาก คำว่ามันติ คืออันตะ คือสติที่เป็นอันตะ เจริญไปได้ไม่มีที่สิ้นสุด มันก็จะร่วมกันทำสติปัฏฐาน 4 สติสัมโพชฌงค์ให้เจริญพัฒนา เราปฏิบัติธรรมต้องใช้สติ จริงๆ ถ้าไม่มีสติเป็นตัวตั้งก็เลอะไปหมด คุณมีสติสัปชัญญะก็พาเจริญได้แต่ต้องมีปัญญาด้วย ไม่ทำตามสัญชาติญาณ แต่ถ้ามีปัญญาเข้าไปวินิจฉัยเลือกเฟ้น แล้วยิ่งเป็นความรู้ระดับโลกุตระด้วยก็ยิ ่ งเยี่ยม เราก็จะสามารถสร้างโลกลูกนี้ให้เป็นพรหมจรรย์ อิทพรหมจริยวาโส เป็นโลกของพระพรหม มีเมตตา กรุณา มุฑิตา อุเบกขาจริง นี่พูดอย่างมีหลักวิชานะ อย่างนี้จะได้เป็นอิทพรหมจริยวาโส จะเป็นโลกสะอาดบริสุทธิ์ เราสร้างในไทยได้แล้ว แม้จะเล็กๆ ได้โลกของมนุษย์ชมพูทวีป ที่จะช่วยมนุษยโลกต่อไป เราไม่ได้อยากยิ่งใหญ่ ประเทศไทยขณะนี้ คนจะไปบริหารก็ตาม ทำไมต้องไปตกเป็นทาสโลกีย์กันนักหนา เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ 95 % เป็นพุทธมามากะ พุทธศาสนิกชน เป็นคนมียี่ห้อพุทธ เท่านั้น แต่พุทธมามากะคือผู้สนใจมีศีลมีธรรมาบ้าง แต่พุทธบริษัท นั้นเป็นผู้มีโลกุตรธรรมแล้ว ตั้งแต่โลกุตรธรรมแรกๆ มา เราเร ิ่ มาเรียนรู้ตั้งแต่กายในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต ธรรมในธรรม มีสัมมัปปธาน 4 ด้วยอิทธิบาท 4 คือ คนโลกุตระที่มีมรรคผล สั่งสมเป็นอินทรีย์ 5 พละ 5 ด้วยพ่อแม่คือโพชฌงค์ 7 และมรรคองค์ 8 เป็นพ่อและแม่ โพชฌงค์ 7 เป็นพ่อ คือความฉลาดระดับตรัสรู้ คือเป็นความจริงสัจจะตรงตามของพระพุทธเจ้าตรัส โดยการทำตามมรรคองค์ 8 ให้ทำสัมมามรรค ในหลวงเป็นโพธิสัตว์ท่านตรัสเรื่องแบบคนจน ตรัสไม่ได้ตรัสเล่น แต่ตรัสจริงสู่มหาประชาชน ตรัสครั้งแรกกับรมต.เกาหลี ต่อมาตรัสกับมหาประชาชน เปิดเผย เป็นพระเจตนาที่ต้องการประกาศทฤษฎีแบบคนจน คนที่จะพูดว่าปกครองแบบคนจน ต้องเข้าใจว่าคนจนจะปกครองประเทศอย่างไร?...คนจนมหัศจรรย์นี่แหละจะปกครองโลกได้ บริหารประเทศได้ อีกหน่อยจะมีคนจนที่จบป.เอกในสังคมอโศก แล้วไม่ไปรับใช้นายทุนด้วย มาทำงานรับใชสังคมด้วย อาตมาเกิดมาชาตินี้ว่าอาตมาแม่นว่าจะทำอย่างไร อาตมาไม่มีปัญหา มีแต่ปัญญา ใครไม่เชื่อก็อย่าเชื่อไม่ได้บังคับนะ สัจธรรมมันเกิดในประเทศไทยเป็นอย่างนี้ ประเทศอื่นอาตมาไม่รู้ อาตมาความรู้น้อยเรื่องโลก แต่เรื่องโลกุตระอาตมารู้ เรานำพากันไปได้ อาตมาว่าก็ไม่ได้เข็นกันฝืดมากนักหนานะ ก็พอได้ ได้ การกินอยู่ใช้สอยก็ไม่เห็นฝืด การเรียนก็ไปได้ การสร้างสรรก็ไปได้ แต่มันก็ไม่ง่าย(ส.ฟ้าไทว่า) พ่อครูว่า..คนที่เอาง่ายมามักนี่เขาเรียกว่า...คนมักง่าย [40] อุปาทารูป หรือ อุปาทายรูป 24 ก. ปสาทรูป 5 (รูปที่เป็นประสาทสำหรับรับอารมณ์) 1. จักขุ (ตา) 2. โสต (หู) 3. ฆาน (จมูก) 4. ชิวหา (ลิ้น) 5. กาย (กาย) ข. โคจรรูป หรือ วิสัยรูป 5 (รูปที่เป็นอารมณ์หรือแดนรับรู้ของอินทรีย์ ) 6. รูปะ (รูป) 7. สัททะ (เสียง ) 8. คันธะ (กลิ่น) 9. รสะ (รส) 0. โผฏฐัพพะ (สัมผัสทางกาย ) ข้อนี้ไม่นับเพราะเป็นอันเดียวกับมหาภูต 3 คือ ปฐวี เตโช และ วาโย ที่กล่าวแล้วในมหาภูต ค. ภาวรูป 2 (รูปที่เป็นภาวะแห่งเพศ ) 10. อิตถัตตะ, อิตถินทรีย์ (ความเป็นหญิง) 11. ปุริสัตตะ, ปุริสินทรีย์ (ความเป็นชาย ) ทุกอย่างก็มีเพศผู้เพศเมีย หลักการก็มีเพศผู้เพศเมีย ทุกอย่างมีสองลักษณะ ง. หทยรูป 1 (รูปคือหทัย ) (แปลตามทั่วไปตามพจนานุกรมประมวลศัพท์ฯ) 12. หทัยวัตถุ* (ที่ตั้งแห่งใจ)ไม่มีที่ตั้งไม่มีเวลา เราจับจิตเราได้ก็ แสดงว่าเรารู้หทยรูป อยู่ตรงไหนก็ตรงนั้นแหละ จะบอกว่าอยู่ตรงไหน มันไม่มี จ. ชีวิตรูป 1 (รูปที่เป็นชีวิต ) 13. ชีวิตินทรีย์ (อินทรีย์คือชีวิต ) เป็นนามธรรม ไม่ใช่สัตว์ตัวตนบุคคลเราเขาแล้ว เป็นอาการของสัตว์นรก เดรัจฉาน หรือกามสัตว์ ต้องเรียนรู้แล้วล้างมันให้หมด ฉ. อาหารรูป 1 (รูปคืออาหาร ) 14. กวฬิงการาหาร (อาหารคือคำข้าว, อาหารที่กิน ) ดินน้ำไฟลมคือเครื่องอาศัยทั้งนั้น ยิ่งชีวะคือต้องอาศัยคำข้าว แม้วิชาการก็เป็นเครื่องอาศัยที่เราใช้เป็นองค์ประกอบศิลป์นำพาไปสู่นิพพาน ไปสู่อากาสธาตุ ช. ปริจเฉทรูป 1 (รูปที่กำหนดเทศะ ) 15. อากาสธาตุ (สภาวะคือช่องว่าง ) เป็นอากาสานัญจายตนะ มัน โปร่งโล่งว่างบางเบา ไม่หนักไม่ฝืดไม่ลำยาก อาศัยอยู่มีอยู่ (นโหติ) ยังอยู่(วิหารติ) เราอาศัยสิ่งที่ดีที่สุดคือ อากาส สะดวกได้คล่องมากดีมากเร็วมาก ไม่มีปฏิกิริยาร้อนมีแต่เย็นสบาย ไม่เย็นมากไม่ร้อนมาก ได้พอดีเลย นี่คือลักษณะที่เราต้องการอาศัย ถ้าไม่มีอาหารรูป ก็ไม่ต้องมีอาศัยต่อก็เลิกเลยเป็นปรินิพพาน ถ้าไม่สลายก็อาศัย ส ิ่ งที่ดีที ่ สุดคือ อากาสธาตุ หรือปริเฉทรูปคือองค์รวมที่เราต้องรู้ แล้วจัดการสิ่งที่พาไม่เจริญ เอาตัวร้ายให้กลายเป็นสิ่งดี ให้เป็นแรงทด อย่าให้เป็นแรงต้าน นี่คือศิลปะที่ยิ่งใหญ่ คนที่เอาสีที่เป็นตรงกันข้ามมารวมกันทำให้เด่นไม่ขัดเขินกลมกลืนไปได้ เหมือนกาคาบพริกแดงสด เป็น Highlight เป็นส ิ่ งชูเตะตาให้น่าชม นี่คือ การจัดสรรองค์ประกอบ composition ให้ เกิดความกลมกลืน Harmony นำไปสู่ จุดสนใจ interest point นี่คือศิลปะ ในการจัดองค์ประกอบเป็น Projection ที่มีความโน้มเอียง Convergence นำไปสู่ interest ถ้าไม่ convergence มันจะกลายเป็น ขัดกัน convert มันจะซัดกันเอง แต่ถ้าใครเก่งนำพาไปสู่จุดมุ่งหมายได้นี่คือ convergence ต้องพยายามทำ คุณประยุทธ์ก็พยายามทำ อนุโมทนาสาธุให้กำลังใจ พวกเรามาเรียนรู้ในสถาบันสำคัญอันจะสรรค่าสร้างคนให้เป็นคนมีคุณค่าต่อโลกต่อสังคม ไม่ถ่วงสังคม คนที่ไม่ฉลาดจริงเขาก็ทำเลวอยู่ เราไม่สามารถไปช่วยแก้ไขเขาได้ แต่ใครช่วยได้เราก็ช่วยกัน พากเพียรสร้างกันทำไปสู่ส ิ่ งเจริญ ขอบคุณทุกคนที่ช่วยคนละไม้ละมือ ตั้งแต่คนเช็ดถูไปจนทุกคน มาช่วยกันทำราชธานีอโศกที่น ้ำ ท่วมทุกปีนี่แหละ เราอยู่กันให้ได้ ไม่หนี อยู่มันตรงนี้แหละ ขนาดจะอยู่ที่ไม่ค่อยเข้าท่าแท้ๆ ซื้อที่ดินเงินสดกับศาลแท้ๆ ยังจะมาแย่งอีก ที่น้ำท่วมก็แย่ง ทำไมไม่ไปแย่งที่น้ำไม่ท่วม มันเป็นวิบากหน่อย เมื่อเกิดมามีวิบาก ทุกคนต้องมีมากหรือน้อยก็แล้วแต่ แต่เลยอรหันต์ไปแล้วไม่ต้องไปห่วงท่าน ท่านรู้ทั้งสมมุติโลก ทั้งรู้โลกียะด้วย ท่านไม่ทำบาปแล้ว ท่านทำแต่ดี ทำกุศล ทำแต่ปรมัตถธรรม คนที่ยังไม่ใช่อรหันต์ก็แก้ที่ปัจจุบัน อดีตแก้ไขไม่ได้แล้ว อนาคตก็มาไม่ถึง ตนเองจึงขึ้นอยู่กับปัจจุบันแต่เด็กถูกครอบงำ เราก็ต้องดูแลช่วยกัน ส ิ่ งที่บังคับคือส ิ่ งแวดล้อมทั้งหมด ทั้งวัตถุและพฤติกรรม โดยเฉพาะจิตวิญญาณต้องพานำไป ส่วนเหตุปัจจัยที่เป็นวัตถุ แม้หลักบังคับก็ต้องมี เป็นส ิ่ งแวดล้อม ตัวเด็กเองมีกรรมเก่า แต่เราต้องเอาพฤติกรรมใหม่มาแก้ไข สั่งสมกรรมปัจจุบันใหม่ ด้วยส ิ่ งแวดล้อมประกอบ นำพาเราไป เรามาช่วยกันทุกอย่าง ทั้งพฤติกรรม น้ำใจ วัตถุ เช่นเราไม่ให้ไปแตะต้องวัตถุมีพิษ เหมือนเราสอนเด็กอย่าเพ ิ่ งไปจับมีด มันเป็นพิษภัยต่อตน เป็นต้น ฉันใด เครื่องมือเทคโนโลยีทางโลก เงินทองเป็นต้น เราไม่ให้เด็กเรามีการใช้เงินทอง สมัยเด็กอาตมาเก็บเงินได้ 10 ตังค์ดีใจเอาไปบอกพ่อ พ่อริบไป 10 ตังค์ ให้มาแค่ 2 ตังค์ พ่อไม่ให้ถือเงินมาก ทั้งที่เรามีสิทธิ์ใช้ได้นะ ริบเลย ทำไมให้เท่านี้เราก็ไม่ว่า เราไม่ดื้อด้าน เพราะฉะนั้นอย่าไปกลัวเด็กใช้เงินไม่เป็น มีแต่เด็กจะเสีย เราต้องสร้างพฤติกรรมใหม่ให้เด็ก เราพาเด็กทำงานก็หาว่าเราใช้แรงงานเด็ก แล้วให้เด็กนอนอย่างเดียวมันจะทำอะไรเป็น เด็กทำงานเหนื่อยเราก็ให้พัก ไม่ได้บังคับให้ทำเกินเหมาะควรเสียเมื่อไหร่ เด็กที่จบจากเราทำงานได้มากกว่าเด็กข้างนอกมากมาย เขาไม่กล้าทำอย่างเรา เขากลัวของเสียหาย บางทีทำกล้องหายไปตัวละสามแสนเราก็ไม่ว่าอะไรเป็นต้น ขับรถชนก็เสียหาย เราก็ต้องบังคับกันบ้าง เฆี่ยนตีบ้าง ให้หลาบจำ เราก็ต้องรู้วิธีทำสิ่งแวดล้อมให้เจริญ ผู้เลี้ยงดูก็สำคัญ ต้องประมาณเป็น ผู้เลี้ยงดูต้องเป็นสัตบุรุษ พ่อแม่เป็นคนเลี้ยงลูก ถ้าความรู้ก็ไม่มี จิตวิทยาก็ไม่มี เอาแต่ความรัก แล้วจะให้มาเลี้ยงลูกแทนเรา ก็ไปจ้างมา เห็นแก่เงินมากกว่าเห็นแก่ลูก หาเงินมาจ้างคนเลี้ยงลูก ทางตะวันตกเขาเข้าใจ หากมีลูกก็ให้ลาจากงานมาเลี้ยงลูก แต่ว่าเมืองไทยเราล้าหลังดันให้ออกไปทำงานอีก แล้วไปจ้างคนใช้มาดูแลลูกดูแลบ้าน ก็สมน้ำหน้า ขออภัยไม่ได้ดูถูกคนใช้ บางคนดีกว่าพ่อแม่อีก แต่แม่ก็ต้องเลี้ยงกับมือสิ ดีไม่ดีไปเจอคนใช้ทำร้ายลูก สรุปคือเด็กจะเจริญไม่ตกต่ำ ตัวเขาเองต้องเข้าใจให้ดี ต้องฟังผู้ใหญ่ผู้รู้ที่นำพาเราเจริญได้ โดยเฉพาะพ่อแม่ แต่พ่อแม่ที่ปรารถนารายก็ไม่ค่อยมีหรอก โดยสามัญก็ต้องช่วยพ่อช่วยแม่ สร้างสิ่งแวดล้อมองค์ประกอบเป็นพลังงานแม่เหล็กที่จะหล่อหลอมโมเลกุลต่างๆ ที่เข้ามาให้เป็นไปในทิศทางดี ตัวบุคคลที่เลี้ยงดูก็สำคัญ ผู้ใดไม่เหมาะสมก็ไม่ให้เลี้ยงดู คนใดพอเลี้ยงดูดูแลเด็กได้ก็เอา มันก็มีความถนัดความสามารถต่างกัน เราทำซ้อนอยู่ในสังคม เราทำสถานการศึกษาหล่อหลอมมนุษยชาติให้ดี เราทำงานการเมืองภาคประชาชนหล่อหลอมตั้งแต่เยาวชนจนถึงผู้ใหญ่ ให้มีหน้าที่ของการเมืองของประเทศ แม้จะเป็นภาคประชาชนเราก็เจตนาดีสร้างอนุชนให้แก่ชาติ ใครจะมาช่วยกันก็มา ตอนนี้นักการศึกษาที่จะมีปัญญารู้ ว่าเราทำเพื่ออะไรเขาก็จะรู้ต่อไปเขาจะมาช่วยเราจ้างเขาไม่ได้ บังคับไม่ได้ เขาจะมาช่วยเราอย่างเต็มใจ คุ้มค่าที่เขาจะมาช่วย เราก็ทำไปให้ดีๆ ตอนนี้มีดร.มาบ้าง แต่ก็ยังยากอยู่ ก็ค่อยเป็นไป จะไม่เป็นดร.ก็มาช่วยกันได้ ต่อไปในอนาคต คนจะได้เข้าสัมมาสิกขานั้นยาก ต้องคัดกันจริง เพราะจะกรูเกรียวกันมา เราไม่รับแป๊ะเจี๊ยะด้วย ตอนนี้เด็กๆ เข้ามา ให้รู้ตัวทนอยู่ให้จบ แล้วต่อไปจนถึงป.เอกให้ได้ในอนาคตจะมี ส.ฟ้าไทว่า...ในอนาคตเด็กจะแย่งเข้าเรียนสัมมาสิกขาจะเป็นอย่างไร? ...เราก็ต้องลำบากใจหากมีพวกชนชั้นสูงทางสังคมมาก็จะต้องคิดหนักหน่อย วันนี้พ่อครูพูดถึงเรื่องความเป็นพ่อและแม่ และพูดถึงปุริสภาวะและอิตถีภาวะ เน้นย้ำว่ามาสร้างจิตวิญญาณที่ดี เป็นไปได้มาก แต่ยาก แต่ว่าก็ต้องทำไม่เอามักง่าย พ่อครูว่าท่านเป็นพ่อ พวกเราก็มาเป็นแม่ ช่วยกันสร้างลูกทางจิตวิญญาณให้เป็นอารยะ สารีบุตรคือผู้นั่งใกล้แล้วเข้าใจสาระ ท่านเทศน์ที่ไหนๆ พระสารีบุตรก็เก็บสาระได้หมด เหมือนนั่งใกล้ๆ พ่อครูว่าเอาส ิ่ งที่ตรงกันข้ามมาร่วมกันทำให้เกิดความโดดเด่นเป็นประโยชน์ได้...