570912-สรรค่าสร้างคน(๑๓)วนบ.บุญนิยมที่สมบูรณ์ ๑๑ ประการ ตอน ๒.doc.docx
เนื้อหาในไฟล์
570912- สรรค่าสร้างคน( 13 ) วนบ. บุญนิยมที่สมบูรณ์ 11 ประการ ตอน 2 พ่อครูว่า … วันที่ 12 กันยายน พ.ศ.2557 ที่ บวร ราชธานีอโศก วันนี้เราจะเรียนสรรค่าสร้างคน เรามาสรรค่าให้รู้คุณ รู้โทษภัย เราได้สาธยายเรื่อง ลักษณะบุญนิยมที่สมบูรณ์ ซึ่งมีลักษณะคือ เป็นความจริงแท้ ลักษณะของบุญนิยมที่สมบูรณ์ 11 ประการ 1 .ทวนกระแส(คนละทิศกันกับของทุนนิยม) 2 .ต้องเข้าเขตโลกุตระ 3 .ทำได้ยาก(ยกเว้นผู้มีบารมีจริง) แม้ยากก็ต้องทำ 4 .เป็นไปได้(ไม่ใช่ฝันเฟื่อง) 5 .เป็นสัจธรรม(ของจริง ของแท้ สำหรับมนุษย์และสังคม) สมมุติ ก็เป็นความจริง ปรมัตถ์ ก็เป็นความจริง แต่สมมุติก็เป็นระดับกัลป์ยาณชน ซึ่งเราก็ต้องมีกัลยาณชน แต่มันจะยากนิดหนึ่งที่เราจะทำสอดคล้องกับเขา เพราะว่า เขาบอกว่าไปรวยได้ดี แต่ของเราไม่แย่งไม่ไปรวยกับเขา แต่ว่าถ้า เราให้เขา เขาก็เอา ก็สอดคล้อง อยู่กันได้ มันไปด้วยกันมาด้วยกันอย่างดี สอดคล้อง สมคล้อย เราจะรู้แล้วเราก็จะเป็นกัลยาณชนกับเขาได้เช่นกัน ส่วนปรมัตถสัจจะ เป็นของจริงเนื้อแท้ที่สูงส่งกว่า ซึ่งแม้เทวดาสมมุติเทพ ก็เป็นของหลอก ซึ่งสำนักไหนๆเขาก็ไม่บอกหรอกว่า สุขเป็นของหลอกของเท็จ อาตมาแปลว่าคือ สุขขัลลิกะ ว่าคือ สุขหลอก เขาก็ว่าไปแปลแยกอย่างนั้นไม่ได้ เหมือนคำว่า season จะแปลแยกไม่ได้ หรือคำว่า ตัณหา ถ้าแปลแบบคำๆ ก็แปลว่า ตัน คือไม่มีทางไป กับหา ก็ไปหาว่าเป็นการแปลของอาตมา ที่จริงคนอื่นที่วัดมหาธาตุเขาแปลไว้ แต่พวกเราได้ฟังก็รู้ว่าจริงในสภาวะ อะไรเราล้างได้เป็น นิจจัง ทุวัง สัสตัง มันก็ไม่มีสุขเท็จในใจเราแล้ว เป็นของหลอก เป็นปรมัตถสัจจะที่ไม่ใช่รู้ได้ง่าย แม้แค่จางคลาย เราก็จะรู้ว่ามันจาง แต่ก ่ อนมันสุขจี๋จ๋า จัดจ้าน แต่ตอนนี้มันก็ไม่แรง หรือมันนานๆทีโผล่ ก็รู้ จนมันสู
อ่านต่อ
ญสิ้นไปเลย สิ้นอาการเคลื่อนไหว ไม่มีแล้วอาการไหว อ่านออก ทางข้างนอกมีไหม? กายวิญญัติ วจีวิญญัติ เราอ่านออกถึง มโนวิญญัติ เป็นอาการไหวในใจ ว่าแรงหรือเบา จนลหุตาก็รู้ว่าเบา จนมันไม่มี ที่สุดมันว่าง เป็นอากาสธาตุ หรือเราจะอาศัย ลหุ ตา มันมีเบาๆนิดๆ ก็อาศัยได้ เช่น คนบรรลุอรหันต์แล้ว ไม่มีแล้ว เราก็อนุโลมได้ใช้อาศัย แล้วจะอาศัยได้ขนาดไหน ถ้ามากไปมันจะลามเราก็รู้ อย่างอาตมาจะปรุงมากขนาดไหน ถ้าปรุงเลยเถิด ก็ไม่ไหว ดึงไม่กลับจะยุ่งไปใหญ่ อาตมาเคยสมมุติ เหมือนช่วยคนตกบ่อ ต้องมีอัตตัญญุตาว่าตนจะช่วยนี่แรงดึง ฐาน ทุน เราพอไหมจะไปช่วยเขา น้ำหนักเขาดึงเราหัวทิ่มบ่อไหมจะรู้ประมาณ สัปปุริสธรรม เราเรียนสัจธรรมจะรู้ว่า ผู้เป็นอรหันต์อยู่เหนือโลก จะรู้ความจริงสมมุติกับเขาอย่างกัลยาณชน และรู้อย่างโลกุตระด้วย รู้จิตที่เป็นเทวดาสูงขึ้น จนไม่มีสุขหรือทุกข์ เป็น วิสุทธิเทพ สั่งสมอภิสังขารเต็มที่ ก็ไม่หวั่นไหวต่อผัสสะที่มากระทบ สมมุตินี่เป็นธรรมชาติ หากคล่องไม่มีอะไรสะดุดมันก็สบาย อยู่ในสมดุล เราก็เข้าใจ เราก็พยายามรักษาสมดุล ให้มันหมุนวนอยู่ แต่หมุนอย่างไม่มีอะไรสะดุด มันจึงดี เราก็รักษาความดีแก่โลก ยิ่งเป็นปรมัตถสัจจะยิ่งสูง ไม่หมุนอีกแล้ว ไม่มีอะไรเปรียบได้ คนนั้นจะรู้ของจริงด้วยตนเอง คนอื่นรู้แทนไม่ได้ 6 . “กำไร” ของ ชาวบุญนิยม หรือจะเรียก รายได้ หรือ ผลประโยชน์ สำหรับตนก็คือ สิ่งที่ได้ให้ออกไป คุณค่าที่ได้สละจริง เพื่อผู้อื่น เพื่อมวลมนุษย์และสัตว์โลกทั้งหลาย จึงเรียกว่า บุญ คือ การชำระสละออก จนไม่มีตัวตน ต้องเข้าใจสภาวะของตนเอง ว่าไม่มีตัวตนคืออย่างไร? ท่านพุทธทาสว่า อย่าเอาตัวตนเข้าไปรับสิ แล้วตัวตนเป็นอย่างไร? ก็แสดงว่าเรามีตัวตน แต่เราไม่เอาไปรับ เราขยักไว้ แต่ไม่ใช่ เราไม่มีตัวตนหรอก ไม่มีรับหรือไม่รับ มันก็ว่างผ่านไปเฉย นี่แสดงโวหารภาษาสื่อ แต่ความจริงของใครแต่ละคน ก็แล้วแต่บุคคล มีแต่ให้คนอื่น ตนเองอยู่อย่าง ปรปฏิพัทธาเม ชีวิกา มีชีวิตเนื่องด้วยผู้อื่น แต่ว่ามันซ้อนกลับที่พ ระพุทธเจ้า ว่า ให้พึ่งตนเอง ...แต่ความจริงแล้วเราพึ่งได้ เพราะผู้ที่จะพึ่งเขาก็รู้ว่า เราเป็นนาบุญ เป็นบุคคลที่ควรบูชา ควรได้รับของทาน ควรได้รับการให้ แล้วเราจะรู้ว่าคนนี้แหละควรให้ สิ่งที่ท่านจะเอาเป็นปัจจัยสำหรับท่าน ท่านก็เอาเป็นเหตุปัจจัยงอกไปให้มวลมนุษยชาติ ตอนนี้ที่ศีรษะอโศกกำลังทำจุลินทรีย์ชั้นยอด 1 แคปซูล ต่อ 1 ไร่ ถ้าทำเสร็จแล้วโลกแตกเลย เขามั่นใจนะ ตอนนี้กำลังพิสูจน์ยืนยันอยู่ ถ้าได้อย่างนี้จริง คุณภาพทั้งเบาทั้งสะดวดวิเศษเลย นา 1 ไร่ต่อ 1 แคปซูล เรื่องการได้หรือไม่ได้ และเรื่องตัวตนนี่แหละเป็นเรื่องสุดยอด แล้วเราเป็นไปได้จริง คนเราถ้าได้ถ้ามีบ้างมันก็จะเชื่อ ยืนยันกับตนเองได้ ไม่ได้เชื่อตามกามลามสูตร ไม่ได้เชื่อใคร การจะเป็นคนมีคุณธรรม คุณวิเศษนี้จึงเป็นคนเหนือโลก เป็นเรื่องสุดวิเศษแท้ เราพิสูจน์กันเข้าไป และพยายามพัฒนาตนเอง ปรับปรุงตัวพวกเรา ตอนนี้มีบทพิสูจน์บทใหญ่ งานเจ ตอนนี้ก็พยายามทำ หลายคนก็ไม่อยากกว้าง แต่หลายคนก็จะให้กว้าง หลายคนก็ว่าเราเองยังไม่พร้อม เป็น ธรรมชาติของการถ่วงกัน อาตมารู้ว่าพวกเราจริงใจ แต่ทิฏฐิจริตก็คนละข้าง ขัดเกลากัน สมมุติว่าพวกเราร้อยคนก็โหวตกันมา น้ำหนักไหนมากกว่าก็ทำ จะไม่ให้ขัดกันไม่ได้หรอก พ ระพุทธเจ้า ท่านก็จัด แกนศรัทธา กับ แกนปัญญา สองแกน เปลี่ยนไม่ได้หรอก ต้องรู้ว่าเราอยู่แกนไหน หากเราแกนศรัทธา ก็ต้องศึกษาปัญญา แต่สายปัญญาก็ต้องถ่วงมาทางศรัทธา ต้องทั้งถ่วงและแถมด้วย ทั้งเกื้อกูลและขัดเกลากันด้วย ต่างคนต่างทำ ก็ไม่ได้ลาภยศสรรเสริญทั้งคู่ เป็นธรรมาธรรมะสงคราม สงครามของอัตตา สนุกกว่าหนังจีนเยอะ จีนสายปัญญานะ ไปไกลลิบเลย เก่งเกินกว่าที่เราจะคิด เดี๋ยววันที่ 14-16 เราจะมีการมา S WOT กันระหว่าง ชาวชุมชนกับ วนบ. หาข้อดีข้อด้อยกัน ให้มันดู เอามาผสมผสานกัน ไม่งั้นก็เข้ากันไม่ได้ ไม่เกิดประโยชน์ ต้องให้ให้เกิดศิลปะ ในศิลปะระดับป.เอก อย่าง ถวัลย์ ดัชนี เขาก็ว่าระดับป.เอกนั้น ถึงขั้นอภิธรรม คำว่า อภิธรรม นี่ถึงข ั้ น อรูป ลึกซึ้ง ที่จริงเราเรียนอยู่นี่แหละ เราเรียนศิลปะมากกว่าเขา ถึงระดับป.เอกเลยนะ แต่คุณถวัลย์เขาก็ไม่คุยตัวเลยว่าตนจบป.เอก พูดได้ 4 ภาษาเลยนะ คำว่าบุญ นี่เป็นเครื่องมืออาวุธชนิดหนึ่งสำหรับฟาดฟันกิเลส พอหมดกิเลสแล้วบุญก็ตายไปด้วย บาปตัวไหนจบ บุญก็จบ หมดงานแล้ว มันเป็นเรื่องลึกซึ้งมากเลย แต่คนไม่รู้เอามาใช้ เพราะ บุญ เป็นสิ่งมีค่ามากกว่า กุศล ก็เลยเอาบุญมาล่อกันมาค้ากัน ทำให้ภาษาเสื่อมไป สุดยอดแห่งทุนของ ชาวบุญนิยม คือสูญ และไม่มีออกดอก ไม่มีปันผล มี รายได้เป็นสูญ กำไรก็เป็นศูนย์ รายได้คือ ได้เสียสละให้แก่มวลมนุษย์ ผู้มีบุญเต็มคือ ผู้มีแต่ให้ 7 . สร้างคนให้ประสพผลสำเร็จ เป็นหลัก ข้อนี้ยาก ....ยิ่งกว่าเข็นเขาขึ้นครก ยิ่งกว่าเป่าควายให้ปี่ฟัง แต่ยากอย่างไรเราก็ต้องทำ แล้วเราทำเป็นผลด้วย ก็ทำให้อาตมามีกำลังใจทำต่อ ก็จะต่ออายุไปอีก ถ้าไม่ได้ผลจะต่ออายุไปทำไม แต่ถ้าต่อไปแล้วมีผล ก็ต่อแน่ ไม่ได้ผลมากก็ได้น้อยก็เอา เป็นรูปเป็นร่างได้ โลกเขาก็สร้าง แต่สร้างกัลยาณชน ซึ่งไม่เที่ยง หรือกดข่มไว้ มีแบบหนีเข้าป่าไป ก็เลยยาก เขาบังคับเยอะใช้อาณา อาชญา แต่ศาสนาพุทธไม่ใช้อาชญา ไม่บังคับ แต่ให้ปัญญา เห็นด้วยมาเอา ไม่เห็นด้วยไม่ต้องมาเอา ไม่ว่ากัน อิสรเสรีภาพ 8 .ต้องศึกษาฝึกฝนกันจนจิตเกิดจิตเป็น บรรลุธรรมตามลำดับจึงถือว่าประสพผลสำเร็จ ต้องดูที่จิต ว่าจิตตาย จิตเกิด อย่างไร วิญญาณ นั้นเน้นที่มีผัสสะกับภายนอก แต่ถ้าเข้าไปแต่ภายใน ก็เป็น จิต แต่ถ้าไปลึกๆก็เป็น มโน เขามีคำว่า กายกรรม วจีกรรม และ มโนกรรม ไม่มีคำว่า จิตกรรม จิตเป็นเพียงคำกล่าวกลางๆ แต่ว่ามีคำว่า จิตสังขาร กายสังขาร วจีสังขาร เป็นได้ อาศัยต่างจากอาลัย คำว่า อาลัย คือ ยังมีเยื่ออยู่ไม่ขาด แต่ อาศัย นั้นไม่ได้ติดยึดอยู่ ถ้ามีอาลัยมากๆ ก็จะบรรลัยหรือวิลัย แปลว่าฉิบหายเหมือนกัน จะบรรลุธรรมต้องรู้ จิตเกิด จิตเป็น จิตตาย เราต้องรู้ว่าทำอย่างไรให้จิตเป็นกุศล ซึ่งกุศลไม่มีเขตจบ ไม่มีสูญด้วย กุศลนี่แม้เราปรินิพพานมันก็อยู่แต่ไม่มีตัวตนของเราแล้ว มันก็ยังอยู่กุศล ไม่หมด ไม่สิ้น ทำไปไม่สันโดษในกุศล ทำมากก็ได้อาศัยมาก 9 . ความร่ำรวยอุดมสมบูรณ์ ไม่อยู่ที่ส่วนบุคคล แต่อยู่ที่ส่วนกลาง อันนี้พิสูจน์ได้ว่า ส่วนกลางจะอุดมสมบูรณ์ เพราะลัทธิพุทธจะขยันสร้างสรรมีความรู้ความสามารถ มีทักษะสมรรถนะสูงมากขึ้นเรื่อยๆ เจริญขึ้นเรื่อยๆ แต่เป็นคนไม่เอา ทำไมไม่รวย สร้างขึ้นมาๆมันก็กองรวมไว้ เราไม่ทำลายไม่ผลาญด้วย แม้เราจะใช้สอยก็ให้คนไม่ผลาญ ให้คนทำประโยชน์ มีภูมิปัญญารู้สร้าง แต่ตนกินน้อยใช้น้อย ก็ยิ่งเหลือมารวมกับส่วนกลาง ตนเองก็ทำได้มากขึ้นๆ รวมไว้ส่วนกลาง ส่วนกลางจะไม่มากได้อย่างไร? ข้อสำคัญจะเป็นไปได้ขนาดไหน พวกเราก็เป็นไปได้ แต่เสียที่เราสุรุ่ยสุร่ายไม่เก็บรักษา เพราะถือสูตรว่าไม่ใช่ตัวเราของเรา แต่การสร้างนี้พวกเราะเก่ง ปลูกทิ้งเลยไม่มีคนเก็บ เราดูแลรักษาเหมือนเราหวงของ แต่ไม่ใช่ ให้ลึกๆว่าเราไม่ได้หวงของ แต่เราดูให้ส่วนรวม ให้มันได้ประโยชน์สุดเป็นนิสัยดี แต่พวกเราบางคนก็นิสัยไม่ดีสุรุ่ยสุร่าย ไม่ดูแลรักษา และถ้ามันจำเป็นต้องทิ้งก็ทิ้ง อย่างไม่ติดยึด มันเป็นสัจจะย้อนสภาพ เราต้องดูแลของส่วนกลาง เป็นจุดอ่อนของชาวอโศกเรื่องนี้ ถ้าเราแก้ได้จะอุดมสมบูรณ์ 10 . เชิญชวนให้มาพิสูจน์ได้ เป็นของจริงของวิเศษ ของสูงที่ควรได้ เราก็ได้แล้ว ไม่ใช่ของเป็นไม่ได้ แต่เป็นสิ่งควรแก่มนุษยชาติ เราเองไม่อยากอวดอยากโชว์ เรามีทั้งโทรทัศน์ เขาก็รู้ทันว่าเราอวดตัวอวดตนนะ แต่จริงๆเราไม่อวดตัวตน แต่เราเผยแพร่ แล้วเอาอะไรมาเผย ก็เอาตัวตนนี่แหละมาแสดง แต่อยู่ที่ใจเราไม่มีสาเฐยยจิตไหม อยากอวดแล้วมีรสบำเรออัตตาไหม? เราอยากอวด แล้วอวดแล้วเราชื่นใจไหม? เราไม่ได้ชื่นใจ ดีไม่ดีเขาด่าอีกด้วย เราก็ไม่เป็นไร หรือเขาชมเรา ก็ไม่ชื่นใจ เราก็เฉยๆ เราก็รู้ว่าคนนี้เขารับได้ เขาเห็นดี ภาวะจิตเราจะเกิดจริง แล้วมันมีระดับความแรงหรือเบาอย่างไร? ก็อ่านให้ออก ว่ามันไม่มีแล้วลักษณะนั้นในจิต 11 . อิสรเสรีภาพ ภราดรภาพ สันติภาพ สมรรถนภาพ บูรณภาพ
ต่อไปเป็นการถามตอบประเด็น พ่อครูว่า … พระพุทธเจ้า ว่า ต้อง ตั้งตนบนความลำบากกุศลธรรมเจริญยิ่ง แต่ตั้งตนบนความสบายอกุศลธรรมเจริญยิ่ง ต้องประมาณให้ถูกต้อง ของใครของมัน แต่ต้องจริงใจ เราต้องตั้งตนบนความลำบาก ต้องฝืนต้องอดทน ถ้ามากไปก็ตายกลางทาง แต่ถ้าอ่อนไป ก็อกุศลธรรมเจริญอีก เมื่อเราอยู่ตามสบาย (ยถาสุขัง โข เม วิหรโต) อกุศลธรรมย่อมเจริญยิ่ง กุศลธรรมย่อมเสื่อม แต่เมื่อเราเริ่มตั้งตนเพื่อความลำบาก (ทุกขายะ ปนะ เม อัตตานัง ปทหโต) อกุศลธรรมย่อมเสื่อม กุศลธรรมย่อมเจริญยิ่ง (เทวทหะสูตร พ ระไตรปิฎก เล่ม 14 ข้อ 15 ) … จบ