570914-วิถีอาริยธรรม โดยพ่อครู ปฐมนิเทศกระบวนการ SWOT บ้านราชฯ.doc.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2557
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์343 KB
วันที่แก้ไข19 พฤษภาคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

570914- วิถีอาริยธรรม โดยพ่อครู บ้านราชฯ ปฐมนิเทศกระบวนการ SWOT พ่อครูว่า … วันนี้ วันอาทิตย์ ที่ 14 ก.ย. 57 ที่ บวร ราชธานีอโศก เราจะได้ฟังเทศน์บรรยายขยายความ เพื่อให้ได้รับรู้เพิ่มเติมไปเรื่อยๆ เพราะเราเป็นนักศึกษา ถ้าเข้าใจที่อาตมาย้ำว่า คนเราเกิดมาต้องมาศึกษา ให้จบแล้ว ก็จะช่วยผู้อื่นต่อไป แค่นั้นเอง วันนี้จะมีผู้มาช่วยทำ SWOT กัน ว่าใครมีผู้ข้อดีข้อด้อยอย่างไร มี Strengths มี Weakness เพื่อให้รู้จริง รู้กาละเวลา รู้ในสิ่งที่เราจะจัดการกันเข้าไป เป็น Opportunities ส่วนตัวสุดท้ายคือ Threats เนื้อหาทั้งหลายก็คือ สัปปุริสธรรม 7 ที่มีอยู่จริงเป็นปรากฏการณ์ เป็นปาตุภาวะ หรือปาตุสัจจะ ในสังคมเรานี่แหละ เวลาปฏิบัติต้องเอาสิ่งที่มี อย่างเมืองไทยนี่ต้องเอาแบบที่เมืองไทยมี ไม่ใช่เอาทฤษฎีเมืองนอกมาทำ มันก็ไม่เข้ากัน แม้ว่าจะดีแต่ไม่เข้ากัน เหตุปัจจัยมันไม่ได้ อัตถะอาจจะเหมือนกันได้คือ เข้าสู่ความเจริญ แต่จิตไม่เหมือนกัน เหตุปัจจัยต่างกัน แต่ละคนรสนิยมไม่เหมือนกัน อย่างตะวันตกก็อย่างเขา อย่างเราก็ว่าตะวันออกนี่ดี อย่างชาวอโศกว่ามาจน ไม่สะสมนี่มันดี ไปกอบโกยร่ำรวยนี่ไม่ดี ซึ่งไม่เหมือนกับทางโลกเขา เราไม่สะสมเงินทองนี่ดีกว่า แต่เราไม่ได้ไร้สมรรถนะไม่ขยันก็ไม่ แต่เราขยันสร้างสรรค์ เกิดพฤติกรรมจริงมีผลจริง แต่เราไม่ยึดไว้ไม่กอบโกยหอบหวง จะเรียกว่าเราไม่มีหอบหวงไว้กับตน แต่ไม่ได้หมายความว่า เราไม่มีกุศลกรรม แต่เราไม่ยึดเป็นเรา เป็นของเรา ใจจริงเราเป็นด้วย เราไม่หวงแหน หากเขาจะเอาไปใช้ประโยชน์ พระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้วชาวอโศกทำตามจนมีรูปธรรม จนมีอัตลักษณ์ ที่ต่างจากข้างนอก เดี๋ยวนี้เขาเข้าใจได้เพิ่มขึ้น ในหลวงตรัสว่าให้เอาแบบคนจน เราก็เอามาทำ แต่ไม่ได้หมายความว่าจนแบบไร้สามารถ ข

อ่านต่อ

ี้เกียจ แต่เราสามารถสร้างสรรค์ขยันเพียร ทำได้มากแล้วแจก จ่าย เป็น เศษรฐศาสตร์บุญนิยม เรามีสิทธิ์ทำ ไม่ได้เบียดเบียนใคร เป็น อิสรเสรีภาพ อันยิ่งใหญ่ (Independence) เราทำอย่างเป็นญาติ มิตร พี่น้อง แม้คนทำผิดเราก็เมตตา มีวิธีการช่วยเหลือ ลงโทษ เป็นพี่เป็นน้องมี ภราดรภาพ ( Fraternity) เมื่อเรามี สมรรถนภาพ (Efficiency) เราก็รู้สิ่งที่เขาติดยึด แต่เราลดละมาตามลำดับ อย่างหยาบถึงอบายเราก็ไม่ต้องอาศัย แม้ในกามเราก็ไม่ต้องไปยินดียินร้าย แต่ใช้อาศัยได้ หรือมีเหลืออยู่เราก็เพียรล้าง เราสัมผัสก็รู้รสชาติ แต่ไม่ได้ปรุงโลกียรส อัสสาทะ เราก็ไม่ต้องเปลืองไปบำเรออัสสาทะ รสของกาม เหลือแต่โอปปาติกะที่เหลือที่เป็นกุศลเราก็ล้างลดละไป เมื่อละล้างเหตุได้เราก็ไม่เปลือง ไม่ต้องเสียเวลา ทุนรอน แรงงานไปบำเรอตรงนั้น การกอบกู้ เวลา แรงงาน ทุนรอน แรงกายแรงใจ เอาคืนมาได้ ไม่ต้องโง่ไปจ่าย เราก็รวยชะมัด แต่ก็เป็นคนจน เพราะเราเอาความรู้สามารถ เอามาสร้างได้มาก แล้วไม่เสียกับสิ่งเปลือง เหลือแต่ใช้น้อยบริโภคน้อย เรามีเวลาสร้างมากกว่าเขา เราสร้างได้เยอะ เราจึงสะพัดช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เราจึงมีคนแย่งเราน้อย เราก็ไม่ไปแย่งใคร การแย่งกันน้อย ทำให้เกิดความสงบสุข พอเราหยุดแย่งมันก็สงบ ความสงบมารวมกันมากเข้าก็เกิด สันติภาพ (Peace) ส่วนสมรรถนภาพ เราก็ทำให้มาก เราไม่ได้หนีไปอยู่ป่าเขา เราเจริญด้วย Independences (อิสรเสรีภาพ) Fraternity(ภราดรภาพ) Peace(สันติภาพ) Efficiency(สมรรถภาพ) Integrity(บูรณภาพ) เราพัฒนาพวกเราให้มีภาวะ 5 อยางนี้เรียกว่า บรมภาวะสุดประเสริฐ 5 ประการ อิสรเสรีภาพ เราไม่ได้ถูกผูกมัดด้วยโลกธรรม หรืออุปาทานของโลกที่เขาว่าดี แต่เฟ้อเกินเราก็ไม่เอาเราหยุดเราลดจึงอิสระแท้ แล้วเราก็มีมิตรดี สหายดี สังคมสิ่งแวดล้อมดี เป็นโลกของพระพรหม โลกของพระเจ้า ใครเห็นว่าดีก็มาอยู่ เขาจะโขกสับจะขัดเกลาอย่างไรก็ทนอยู่ ที่นี่เขาทำด้วยใจบริสุทธิ์ เขาโขกสับคุณด้วยใจเมตตา ไม่ได้ต้องการอะไรจากคุณ แม้แต่อัตตาขี้กะโล้โท้ ก็ไม่ต้องการ เอามาทำพรื้อ? คนเข้ามาที่นี่ จะมาด้วยปัญญา ไม่มีการหลอกมา หลอกก็ได้คนโง่ อาตมาไม่ต้องการหลอกคนโง่ คนโง่ล้านคน อาตมาไม่เอา อาตมาเอาคนฉลาด 1 คนดีกว่า สบายกว่า หลอกคนทำเต๊ะ ดราม่า เอาดอกไม้มาให้เหยียบ คนโง่หลอกคนโง่ ก็ติดบ่วงโง่ด้วยกัน อาตมาไม่ได้ริ ษ ยา ไม่ได้ชื่นชมเลย คือหลอกคนไปหลงโลภ กอบโกยให้ร่ำรวย เชิญโง่ไปเถอะ อาตมาไม่เอาด้วย ต้องรู้ให้ชัดแล้ว ต้องแม่นคม ชัดกว้าง ต้องคม วันนี้เราจะมาร่วมกัน เราเป็นพี่เป็นน้องกัน เราไม่หยุดจะสร้างความเป็นพี่เป็นน้อง มีหยุดสมรรถนภาพ เราไม่หยุดที่จะสร้างสันติสุข ระวังโครงการจะมากจนทะเลาะกัน ตอนนี้เราก็จะมาพัฒนาการ ก่อนจะออกไปทำงานเทศกาลกินเจ ใครยึดมากก็ทุกข์มาก ดีไม่ดีกระเด็นออกไปข้างนอกด้วย แต่อีกหน่อยก็ถูกเตะกลับมา โลกมันแรง แต่เราแค่ขัดเกลากันเท่านั้น แต่บางคนมือแรงขัดแรงหน่อย

อาตมาวันนี้ปฐมนิเทศให้ ไม่ใช่เฉพาะ ชาว วนบ.เท่านั้น ประชาชนชาวอโศกทุกคนก็ควรมาร่วม มาเรียนรู้จุดอ่อน เพราะไม่กล้าเปิดเผยจุดอ่อน ที่เราหมักหมมเน่าในไม่รู้ตัว ซวย แต่พอเพื่อนบอกเราก็โอ้โหรู้ได้เลย การที่จะไขตัวเองเปิดตัวเอง พวกเราไม่เอากันตายหรอก มีอะไรก็ว่ากันไป ถ้าหนักแรงจริงๆก็หาข้อขัดเกลา ลงโทษกันไป ถ้าเรารักจะอยู่ไป ก็ไม่มีปัญญา มีแต่สร้างปัญญา ให้ตั้งใจทำกัน ตอนนี้มีอาจารย์ที่จะมาช่วยกันทำ อาตมาไม่เก่งในวิชาการ อาตมาไม่ได้ยี่หระหรอก เพราะได้ศึกษาผ่านมาแต่ละชาติๆ อาตมาก็ศึกษาไป แต่ละคนก็มาช่วยกันไม่ได้มาหาลาภยศอะไร เราไม่มีให้หรอก ถ้ามีน้ำใจก็พยายาม ถ้าไม่ยัดเยียดตัวเองมาก็ไม่ได้ เพราะพวกเราไม่ได้ค่อยไปเซ้าซี้ ไปหาข้างนอกด้วย เราทำด้วยจริงใจ พวกที่มาช่วยเราก็มาด้วยใจจริง เพราะเราไม่ได้เอาลาภ ยศ สรรเสริญมาให้เขา ถ้าเขาไปข้างนอกเขาได้ลาภ ยศ สรรเสริญ มากกว่านี้เยอะ คนในระดับ ทำงานไม่ใช้ลาภแลกลาภ นี่ทำเป็นครั้งคราวก็มีมา แต่ของเรานี่ทำไปตลอดชีวิต บางที่ขาดแคลน ขอเบิกส่วนกลางก็ไม่ค่อยได้ ก็มี เราก็ไม่ว่ากัน เราก็ได้แค่นี้ก็เอา แต่เขาก็มาช่วยเราไม่ใช้ลาภแลกลาภ เขาต้องเห็นดีจริง จึงมาทำ เขามีใจจริงนะ มันจะมีพลัง ยิ่งพวกเรามีภาวะตอบรับกันดี เขาก็ยิ่งยินดีจะมาช่วยทำ มันยิ่งกว่าข้าวของเงินทอง มันมีพลังช่วย แต่ถ้ามาแล้วก็ซังกะตาย ใครจะมีกระใจจะให้ เป็นสิ่งจริงทางพฤติกรรม ถึงจิตวิญญาณ เราทำตามระบบยิ่งใหญ่ที่พระพุทธเจ้าพาทำ เป็นแบบคนจน ขอฝากบอกช่างเทคนิคทาง บุญนิยมทีวี ให้เอา ของในหลวงมาออก แบบคนจน กับ ขาดทุนคือกำไร มาออก สลับกันไป ตอนนี้เราจะทำงานเจ ขาดทุนให้กับสังคม เราก็เอาอันนี้มาออก ในหลวงตรัสกับสาธารณะ แต่คนเขาเอาไปทำไม่เป็น เราเอามาทำให้เป็นผล เราอยู่ในบ้านเมืองเดียวกัน ทำได้แบบเดียวกัน ท่านเป็นแบบอย่างที่ยอดเยี่ยม ท่านเป็นพระเจ้าแผ่นดินต้องมีฐานะเช่นนั้น ตามเหมาะสมที่ท่านเองก็ทรงไว้ ทร หรือธรรมะ ก็ทรงไว้ให้เหมาะสม ซึ่งละเอียดและยาก เรียกว่า สมณสารูป ไม่ใช่ง่ายๆที่จะทำสมณสารูปให้เหมาะ เรารู้จุดเป้าสำคัญ Interest point สำคัญอย่างไร เรารู้บริบทของมัน รู้ปริเฉท chapter ถ้าเป็นบริบทก็เป็น Context ที่จริง ส่วน Content คือสารบัญ และในบทมีสารบัญ และในสารบัญมีปริเฉท เราศึกษาเพื่อทำให้เกิดผลจริง ไม่ใช่เพ้อฝันมีแต่ทฤษฎี โครงสร้างมีแต่ idealist เรื่องจินตนาการ หรือมโน มีแต่ในใจ ไม่ออกมาว่าทำให้จริงไหมเป็นจิรงไหม? เราจะต้องเอาของจริงมีจริงเป็นจริง ที่เหมาะควรตามโอกาส Opportunity ก็ต้องเหมาะกับที่นี่ เป็น องค์รวม หรือ Holistic ภาษาบาลีเรียกว่า กาย ในองค์รวมมีทั้งคน และวัตถุ รวมทั้งนามธรรมด้วย เรียกว่า Holistic มันรวมกันทั้งหมด เราเรียนธรรมะก็เรียนสัจจะ ที่เขาเรียน แต่เขาไม่เข้าถึงนามธรรมอย่างที่เราเรียน แล้วจะมีปรากฏการณ์จริง เป็น ปาตุภาวะ Phenomenon ซึ่งเรามีทั้งรูปธรรม และลึกถึงนามธรรม แต่ถ้าเราจะทิ้งรูปธรรม คือเราไม่ต้องใช้แล้ว เกินที่เราจะใช้แล้ว เราก็เอาสิ่งพอเหมาะ พอดีมาใช้ตามจังหวะ การศึกษา เราจะเป็น ปรากฏการณ์วิทยา ต้องมุ่งมั่นทำให้ได้ ของเราจะเรียก มหาวิชชารามนาวาบุญนิยม จะหาว่าแอ็คอวดก็ใช่ เพราะพวกคุณแอ็คอวดสิ่งที่ไม่น่าอวด เช่น คุณหลงสวยงาม ก็เอามาอวดกันมากมาย ที่จริงก็เอาแค่สะอาดก็พอ แล้วที่ไปอวดรวยกันมีเงินมาก ก็อวดกันจะตาย พอเขาจะเก็บภาษี ก็บอกว่าไม่มี ปิดบังโกหก เอาไปฝากคนใช้ไว้ แล้วโลภไปทำไม แล้วก็มาอวดอ้าง มันซับซ้อนไปมา ไปอวดสิ่งไม่น่าอวด กามหยำฉ่า เสพกาม เสพการได้ชนะเขา เท่านั้นเอง เอาเก่งไปเบ่ง ไปทำร้ายเขา น็อคหมัดเดียวตายยิ่งได้เงินมาก จะบ้าหรือที่ไปให้เงินพวกอวดไม่ดีแบบนี้ แล้วเขาก็มักจะว่าพวกนี้อวดตัว ขออภัยที่ต้องว่า แล้วพวก เรา อวดตัวหรือเปล่า? พูดให้ชัดๆถึงๆ คนเขาก็มาว่า เอาความรู้สึกเหนียมเหล่านั้นมาให้เราเหนียม เราจะไปเหนียมทำไม มีอะไรไหม? อาตมาใช้คำแรงไป ไม่ได้ใช้เพราะอยากเสพรส แต่เอามาใช้เพื่อประโยชน์เป็นครั้งคราว ไม่ได้ทำพร่ำเพรื่อ ใช้ สัปปุริสธรรม รู้อัตถะ คือเนื้อหา รู้ธรรมะ คือองค์ประกอบทั้งหมด ขนาดไหนที่จะยืดหยุ่นได้ มีทั้ง concept content ที่เรา contact อยู่นี่มี contrast ที่ c ontinue อยู่นี่แหละ เพื่อให้เกิดผลทั้งสังเคราะห์ สังขารกัน ต้องมีภูมิรู้ว่าอะไรควรเอาออก อะไรควรเอามาผสมกันให้แน่น พวกเราตั้งใจทำ และมีฐานะที่จะทำได้พอสมควร รู้ องค์รวม คือ หมู่กลุ่ม ที่เรารวมเรียกว่า สงฆ์ แต่อันไหนเราไม ่ เอามารวม แล้วตัดกรอบ ไม่ใช่องค์รวมของเราเรียกว่า นิกาย เราก็รู้จักตัดกรอบ เราไปแบ่งเขตเขาไม่ได้ อย่างเขาจะรวมอาเซี่ยน ที่จริงไม่ใช่รวม แต่จะขยาย เอาแรงรวมเพื่อไปตีคนอื่น ตีแรงอื่น ไปสู้กับยุโรป อเมริกา ที่เขาเป็น สูตรแบบทุนนิยม อย่างการเลี้ยงไก่ของเขา ให้หัวอาหารให้อยู่กับที่ แค่ 45 วันก็เอามากิน แล้วเขาก็ว่าเขาได้ผลมา ใช้วิทยาศาสตร์ ได้ผล แต้ไม่รู้จักความทารุณโหดร้าย เขาได้ไข่วันละไม่รู้กี่ล้านลูก แล้วได้เนื้อไก่งวดละไม่รู้กี่ล้านตัน ของซีพีเขา ยกตัวอย่างมา ไม่ต้องพูดถึงค้าน้ำเมา การพนัน การละเล่น บันเทิง เป็นอบายมุขสุดหยำฉ่า แต่เขาไม่เข้าใจกัน พวกเรารู้ก่อน รู้ตัว รู้ทัน มาช่วยกันก่อน ไปโกรธคนโง่ก็โง่กว่า ไปโกรธคนบ้าก็บ้ากว่าคนบ้า ไปโกรธเด็กก็เด็กยิ่งกว่าเด็ก เราต้องเข้าใจ ภาษาพระเรียกภาวะพวกนี้ว่า พาล คือคนยังอ่อนเยาว์ ยังทำเสีย เป็นพาลชน เราต้องเข้าใจว่าใครพาลจัดเราก็ตัดออก เรียกว่าคนละนิกาย แต่ของเรานี่ก็ร่วมกันได้ ก็เรียกว่า สังวาส กันอยู่ แต่ว่าพวก อสังวาส นี้ ร่วมไม่ได้ เช่น พวก ปาราชิก ก็ปล่อยไป จากพาล มาหาปาราชิก แล้วก็มาหาพวกอสังวาส แล้วก็มาเป็น นิกาย พวกนี้ก็ดีอยู่มีบ้าง แล้วก็มา นานาสังวาส ซึ่งนานาสังวาสนั้นก็ยังมีโอกาสมารวมกันได้ แต่ถ้านิกายนั้นก็ห่างกว่านานาสังยวาส คือนิกายนี่รวมกันไม่ได้ แต่ถ้าไม่ตายก็มีโอกาสมาร่วม แต่ถ้าอสังวาสก็ว่ากันไปชาตินี้ไม่ต้องมาเลยอย่างพวกปาราชิก ใครจะมาเข้าหลักเกณฑ์ของเรา ก็ต้องมีการคัดเลือก มีหลักเกณฑ์ จากนานาสังวาส ก็มาได้ แล้วจากนิกาย ก็มาได้ ส่วนอสังวาสนั้นไม่ต้องมา ไปกันคนละชาติเลย เพราะฉะนั้นคนปาราชิก ก็ปล่อยให้ตายไปเลยชาติหนึ่ง ถ้าสมีมาในบริเวณแสดงธรรม ก็ต้องหยุดเทศน์เลย ถ้าเรารู้ ปิดประตูให้เลย ถ้าเขาจะขวนขวายเองก็แล้วแต่เขา แต่เดี๋ยวนี้ทั้งเน่าใน เน่านอก 1 .รูปธรรมเข้าหลักเกณฑ์เราไหม? 2 .ใจเราเป็นอย่างไร ฝืดฝืนขนาดไหน มีความเข้าใจ ยินดี สบายใจ พอใจอิ่มใจ มีไหม? เราจะมีปัญญารู้ว่ามา เป็นคนจนแบบนี้มันดีไหม? เราจนไม่ได้ขี้เกียจ ไม่ไร้สมรรถนะ มีความขวนขวาย อุตสาหวิริยะมากด้วย เพราะคนผลาญมีเยอะ เราจึงทำให้เขาไม่ค่อยพอ เป็นอุปาทานไม่พอสักที เพราะโลกเขากอบโกยยักไว้เยอะ เราสร้างให้เขา ก็เอาไว้มากจึงหนัก ใครที่เห็นว่า เต็มใจหนัก ไม่ได้หลอกเลยนะ พูดจริง ถ้าเต็มใจจะถูกให้หนัก มาที่นี่บอกว่าให้มาหนัก ไม่ได้บอกว่างานเบา หรือได้ลาภยศเยอะ ไม่มีหรอก เราทำอย่างซื่อสัตย์ตรง ไม่ได้ไปล่อลับเลี้ย ว ลดคดโค้ง แต่ทำอย่างตรงเปรี้ยงถูกหน้าแงเลย ผู้มีมรรคผลจึงทนอยู่ได้ พระพุทธเจ้าว่าไว้เช่นนั้น ผู้ไม่มีมรรคผลทนไม่ได้จริงๆ โอกาสนี้ Opportunityนี้ อาตมาว่าเป็น “ รุ่งอรุณแห่งคุณธรรม ” อาตมารู้ว่าเมืองไทยมีผู้หวังดีต่อคุณธรรมไม่น้อย ถ้าคุณตู่ทำได้อย่างจริงใจจะมีคนมาร่วมเยอะเลย คนอายุเยอะที่หมดภาระทางครอบครัวจะมาช่วยไม่น้อย ยุคนี้สังเกตว่าจะมีคนอายุมาก แต่มีความรู้ความสามารถมาก และประวัติดี ถ้ามีคนอย่างนี้มาช่วยคุณตู่มากๆไปรอด อาตมาไม่หวังคนหนุ่มคนสาว อาตมาเห็นว่ายุคนี้เป็นยุคนแก่ที่รอจังหวะมานาน คุณตู่ ประยุทธ์ อายุ 60 แล้วนะ ของเราต้องใช้อย่างนี้ก่อนแล้วจะค่อยๆเลื่อนมาที่ 50 หรือ 40 อาตมากำลังย่างเข้า 81 แล้ว ก็เห็นยุคกาลว่าจะเป็นอย่างนี้เอง คุณตู่ก็กำลังย่าง 61 สิ่งเหล่านี้เป็นอจินไตย ที่อาตมามองเห็นว่ากำลังดี บอกให้รู้ตัว พวกเราก็มาช่วยกัน ลอกเลียนไม่ได้ ไม่ใช่ยุคของคุณก็มาทำไม่ได้หรอก ถ้าไม่ใช่แล้วอย่าไปทำ เราเจียมตัวไว้ อาตมาในชีวิตนี้ไม่ผลีผลาม ไม่ใจร้อน ไม่รีบร้อน ไม่ขี้ตู่ ว่าอันนี้ใช่เรา ใช่แล้ว อาตมาต้อง เนวะ ภาษาอังกฤษเขาว่า ignore มันไม่ใช่ไม่รู้ จะรู้ก็ไม่ใช่ มันเป็น เนวะ ในลักษณะที่ไม่สมบูรณ์ จะเนวะไปหาไม่รู้ แต่ถ้า เนวสัญญานาสัญญายตนะ นั้นรู้เกือบครบแล้ว เหลืออีกนิดที่ไม่รู้ คำว่า เนวะที่มีทั้งปฏิเสธ และปฏิเสธปฏิเสธในตัว เราต้องตรวจสอบพิสูจน์ไปก่อน อย่ารีบตีทิ้ง อย่ารีบร้อนเอา คือร่วมด้วยอย่างระมัดระวัง เป็นยุคที่อาตมาว่าเป็นโอกาสที่ดี เป็นช่วงโอกาส กาละที่กำลังมีอัตราก้าวหน้า อาตมาเห็น ถ้ามีแรงก็มาช่วยกัน เราเป็นหนูจะช่วยราชสีห์ เราก็จะทำ เราไม่ได้หลงตัวว่าเราเป็นราชสีห์ ช้างม้า เราต้อง อ่อนน้อมถ่อมตนเป็นคนรับใช้ ให้ระมัดระวังอาการอยากใหญ่ คนที่ทำใหญ่เลอะเทอะ เขาอวดกามใหญ่เลย แต่เขาไม่รู้ตัว อวดความสุลุ่ยสุร่าย เอาดอกไม้มาให้คนเหยียบ เขาไม่รู้ว่าเขาทำอะไร คนไม่รู้ ก็ทำอย่างไม่รู้ อวดอ้างความใหญ่ให้คนหลงยินดีในความใหญ่ ก็โง่แล้ว จะบวชล้านรูป เอาคนสวะมาบวชทำไม? เอาขยะมากองโตแล้วเอาสีพอกทาข้างนอก แต่แท้คือเอาของเน่าเอาขยะมาหลอกคนให้หลงความใหญ่ ให้คนหลงหรูหรามากมาย คนหลอกก็โง่ คนหลงก็โง่ ไปด้วยกัน ธรรมใดวินัยใดเป็นไปเพื่อความมักใหญ่ ธรรมนั้นวินัยนั้นไม่ใช่ของเราตถาคต แล้วมหาเถรสมาคมก็เห็นดีด้วยอย่างนี้คือโง่คูณโง่ และเป็นโง่ยกกำลังโง่ด้วย แล้วมันอสุรกายเหลือเกิน เป็นองค์ประชุมของสัตว์นรกอย่างกล้าแข็งเลย เป็นองค์ประชุมหรือกายของสัตว์นรก มันมีทั้งความเป็นสัตว์นรกอย่าง แข็งแรงเลย strengths ซึ่งก็คือ weakness ของเขา ซึ่งในสังคมก็ให้คุณตู่เขาทำ ของเราก็เอาแค่บริบทของเรา การทำ S WOT ก็มีหลักอยู่ในศาสนาหมดเลย อาตมาไม่ได้เรียนทางวิชาการมาหรอก แต่เก็บเล็กผสมน้อยมาก็พอได้ อาตมาจะเน้นเนื้อธรรมมากกว่า ส่วนอื่นเอาไว้ประกอบ เรากำลังจะพัฒนาการศึกษา ให้ครบ บวร ครบทั้งสังคม หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด แต่ตอนนี้เราเอาแค่หมู่บ้านก่อน ที่จะสานกันเป็นเครือแห ไม่ใช่รวมเป็นก้อนใหญ่ แต่สานกันอยู่ มี ทิฏฐิสามัญตา มีหลักเกณฑ์ทฤษฎีร่วมกัน หลักปฏิบัติสอดคล้องกัน ศีลสามัญตา มีเป้าหมายเดียวกันแม้อยู่ห่างกัน ตรวจให้ชัดว่าไปทางเดียวกันไม่ออกนอกทางนะ มีสิ่งที่โน้มนำ Convergent ที่เข้าสู่เป้าเดียวกันนะ เป็นเครือแห Pyramidal web ไม่ใช่เครือข่ายที่เป็นระนาบเดียว แต่เครือแหนี่มีหลายระนาบ ก็มุ่งไปหาจุดยอด ในสังคมแบ่งเป็น 4 คือ นักบุญ นักบริหาร นักบริการ นักผลิต มี 4 ฐานะ แต่ก่อนอาตมาเรียกนักบวช แต่ว่าเรียกนักบุญดีกว่า ในสังคมมี 4 แบบ นักผลิต คือ กรรมกรเต็มๆ ส่วน นักบริการ คือ รับใช้ หรือผู้รู้ อยู่ในระดับกลางมาก ส่วนนักผลิตจริงๆเลย ยุคนี้ก็มีกรรมกรนักผลิตมาก ก็ยังไม่เจริญ แต่ถ้าสังคมเจริญจะมีนักบริการนี้มาก มีทั้งความรู้และทำได้ ส่วน นักบริหาร ขึ้นไปเป็นอนาคามี ส่วน นักบวช คือ อรหันต์ ส่วนนักบริการก็คือ สกิทาคามี ส่วนนักผลิตคือ ผู้พ้นอบายมุข เป็นโสดาบัน เป็นนักผลิต ส่วนพวกที่เป็น พวกอบาย อยู่มาก เยอะที่สุดในโลก เดี๋ยวนี้ เช่น การสื่อสาร เดี๋ยวเดียวก็ออกเรื่องกีฬา มันแต่ชนะๆ ไม่เป็นโล้เป็นพาย เด็กงงว่าไปแย่งกันทำไมลูกฟุตบอล ซึ่งเขาก็ Built กันไปมากมาย ให้อารมณ์กระเจิดกระเจิง มีองค์ประกอบทุกอย่างมารวมกันเลย แอ็คชั่นกันทั้งคนเล่นคนดูคนชม สร้างจิตให้ติดยึด แกะไม่ออกเลย ถ้าเอาออกจะมาฆ่าเราเลยนะ คอยดูเถอะ งานเหล่านี้จะทำลายบ้านเมืองหนัก เพราะสร้างแต่อารมณ์เฉยๆ แล้วไปติดอุปาทานในอารมณ์ เป็นเครื่องชี้ความเสื่อมของโลก ราคาของนักแสดง นักบันเทิง ราคาสูงเท่าไหร่ ก็เสื่อมเท่านั้น แต่ก่อนไม่ได้จ้าง มีแต่เอาดาราทางอบายมุขไปโชว์ ไม่เอาเลย ดาราทางธรรม ซึ่ง เมืองไทย อาตมาว่าจะเป็น ชมพูทวีป เมืองไทยเราไม่ต้องมีอาณาบริเวณใหญ่เหมือนจีน แต่ว่าเท่านี้แหละ เหมือนกับอังกฤษเคยเป็นเจ้าอาณานิคม เขาก็ใช้จิตวิญญาณทำ แต่ก็มาล่าอาณานิคม แต่พอรู้ตัวทันก็เปลี่ยนแปลง ในอนาคต จีนจะร่ำรวยมีอำนาจทางเศรษฐกิจ แล้วเขาจะเป็นนักล่าเหมือนอังกฤษหรือไม่ ส่วนอเมริกาเป็นนักค้าอาวุธ คิดใหม่มาขายไปเรื่อย แต่ตอนนี้เกาหลีเหนือกำลังก่อหวอดสิ่งที่เขาทิ้งไปแล้ว ไปสะสมอาวุธที่เขาล้มเหลวอยู่แล้วจะตกยุค เราก็เห็นเข้าใจแล้วเอามาปรับที่ตัวเราให้แข็งแรงดีขึ้น เท่าที่บริบทของเรา เริ่มต้นที่ปริเฉท คือเริ่มที่ อากาสาวิญญานัญจายตนะ แล้วไปวิญญานัญฯ ไปอากิญฯ แล้วไปเนวสัญญาฯ สุดท้ายพ้นไปที่ สัญญาเวทยิตนิโรธ สมบูรณ์สุด ถ้าเราไม่รู้รูปธรรม ไปถึง ปริเฉทรูป เราตรวจไม่ได้หรอก จากปริเฉทรูป ก็ถึงรู้วิญญัติรูป ไปรู้วิการรูป ต่อไป ดังนั้นฐานนิพพานคืออุเบกขาแล้วจึงไปเริ่มที่อากาสานัญจายตนฌาน ต้องรู้องค์ประกอบการเคลื่อนไหว รู้นอกและใน ที่เคลื่อนเป็น กายวิญญัติ วจีวิญญัติ การจะรู้เข้าไปลึกถึง Unconscious วิธีรู้จิตไร้สำนึกนี้ของพระพุทธเจ้า ต้องดึงออกมา แล้วฆ่าเหตุที่ออกมาทำงาน เราอยู่กับเหตุปัจจัยต่างๆมากระทบ มันก็จะเลื่อนจาก จิตไร้สำนึก มาเป็น จิตใต้สำนึก แล้วมาเป็น จิตสำนึก เราก็ฆ่ากิเลสที่ขึ้นมา ตั้งแต่กามาวจร รูปาวจร และอรูปาวจร จึงฆ่ากิเลสอย่างที่อยู่กับผัสสะ เหนือผัสสะได้ อยู่กับจิตที่เป็นทุกระดับ ให้กิเลสหมด วิธีการของพระพุทธเจ้าฆ่าได้ถึง จิตไร้สำนึก ไม่ใช่ว่าไปกดมันเข้าไปให้หมักหมมเน่าใน แม้กดได้ก็ชั่วคราว มันแฝงตัวเป็นอาสวะ เป็นยีสต์แตกตัว ซักวันก็ระเบิด มากระทบข้างนอกก็สู้ไม่ได้ พระพุทธเจ้าศึกษาไม่รู้กี่ล้านชาติแล้ว ไม่มีอะไรใหม่เลย คนที่ตื่นเต้นกับสิ่งใหม่ก็คือ ผู้ไม่รู้จักความจริง คนรู้ความจริงแล้วไม่มีอะไรใหม่เลย คนไม่หยุดที่จะไปหลงสิ่งใหม่ก็อีกนานชาติ นี่อาตมาก็พูดแรง ที่มันแรงเพราะมันชัด เขาหาว่าอาตาปากจัด แต่อาตมาปากชัด พูดสิ่งจริง ถูกที่คุณด้วย เขาก็เจ็บใจ จึงต้องระมัดระวังประมาณให้ดี ผู้ใดอยู่กับหมู่นี้แล้ว ถูกท้วงติง ถูกขัดเกลา รู้ตัวว่าผิด แล้วก็ผู้ใด หยุดก่อน คนนั้นชนะ ผู้รู้ตัวแต่ยังไม่ยอมหยุด คนนั้นก็ไม่ชนะ ต้องใช้หมู่ตัดสิน เอาเสียงข้างมาก ประชาธิปไตย เขาก็ใช้เช่นนี้ ป ระชาธิปไตย ของพระพุทธเจ้า ไม่หาเสียง ไม่มีวิป ออกเสียงมาจึงสะอาดกว่า อาตมาได้คนรู้มาทีละคนๆ ดีกว่าได้คนโง่มาทีละล้านๆ เอามาทำรองเท้าทำไม? อาตมาไม่ใส่รองเท้าแล้ว อาตมาจะไม่ใส่เขาก็บังคับให้ใส่ ไม่รู้กี่คู่ ไปออกกำลัง ไม่ให้เดินเท้าเปล่า ไม่ให้ลงน้ำหนัก …จบ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน