000000-F อภิณหปัจจเวกขณ์ ตอน6-พ่อท่าน-สันติอโศก-อ002.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2520 อภิณหปัจจเวกขณ์ (184 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์97 KB
วันที่แก้ไข31 พฤษภาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

ต่อจากนี้ไปเป็นการนำปัจจะเวกม้วนที่ 6 โดยพ่อท่านพระโพธิรักษ์ณพุทธสถานสันติอโศกขอเชิญท่านรับฟังได้ณบัดนี้ internet ทั้งเรื่องศรัทธาและก็ได้ขยายความถึงคำว่าศรัทธาให้เป็นภาษาไทยเป็นความหมายให้ลึกซึ้งขึ้นไปจากอารยธรรมสูตรให้ฟังมากขึ้นแล้วเพราะศรัทธานั้นจะต้องเกิดประกอบกับความจริงประกอบกับธรรมะที่เราเรียกว่าสัจจะศรัทธาประกอบกระทะประกอบกับสัจจะประกอบ ยาจะมีความเชื่อถือเชื่อมั่นก็เพราะว่าเราเองเราทำความรู้เป็นสัมมาทิฏฐิแล้วเราก็เอามาปฏิบัติประพฤติพิสูจน์จนเกิดขึ้นทรงขึ้นจะเป็นความจริงเห็นจริงตัวเห็นนี้ตัวรู้นี้ไม่ใช่เป็นความรู้ความเห็นที่เป็นสัมมาทิฏฐิแต่เป็นความรู้ความเห็นที่เป็นตัวยถาอุทยานทัศนะเป็นตัวรู้ตัวเห็นสิ่งที่มันเกิดจริงมันเป็นจริงมันมีจริงขึ้นมาแล้วเราก็จะเห็นว่าอันนี้เป็นจริงหรือไม่จริงจะได้รับความรู้จะได้รับอารมณ์จะได้รับผลอย่างไรอย่างไรเราก็จะรู้ตามความ เป็นจริงปัญญาจะต้องเกิดปัญญาอย่างลึกซึ้งอีกว่าเมื่อเป็นอย่างนั้นแล้วเราจะยินดีหรือไม่ยินดีเราก็จะรู้เหมือนเรามีความศรัทธาที่เราจะศรัทธาจนกระทั่งจะข้ามพ้นฟังจนกระทั่งจะข้ามอานพได้ด้วยความไม่ประมาทอะไรจะล่วงทุกข์ได้ด้วยความเพียรเราเองเราจะบริสุทธิ์ได้ด้วยปัญญาอีกจะเห็นความบริสุทธิ์จะเห็นความหมดความเกลี้ยงด้วยปัญญาสิ่งเหล่านี้เริ่มต้นมีศรัทธาความเชื่อด้วยความเห็นความรู้และเคยมีศรัทธาด้วยการพากเพียรปฏิบัติด้วยความไม่ประมาทและข้ออ้างทำให้เกิด ขึ้นทรงขึ้นจนเป็นจริงแล้วก็มีปัญญารู้เห็นตลอดระยะทางเราได้จึงมีจริงเป็นจริงมีผลเป็นอย่างไรมีรถที่เป็นรถอันเลิศล้ำที่เรียกว่าเป็นสัจจะเป็นรถได้รับรถนั้นอย่างจริงเราก็ต้องเป็นผู้รู้เองว่าเป็นรถอันเลิศเป็นรถอันวิเศษกว่าเราเป็นอย่างที่เราเคยเป็นอย่างอื่นอยู่พอเรามาเป็นอย่างนี้แล้วแล้วก็มีร

อ่านต่อ

ถรับรถเองด้วยสัจจะที่เรามีนั้นๆสิ่งเหล่านี้รุ่นแล้วแต่เราจะต้องพิสูจน์ด้วยตนฟังความอธิบายความหมายฟังก็ฟังไปแล้วก็วิจัยวิจารณ์วิเคราะห์เลือกเฟ้นเอาที่ตัวเอง เห็นตัวเองมั่นใจแล้วก็พิสูจน์จนเป็นจนมีพระพุทธที่จะได้ปัญญาเริ่มต้นไปจากฟังผู้ที่มีผลจริงอย่างที่พระพุทธเจ้าจะแนะว่าตะกรุดนั้นชื่อธรรมะของพระอรหันต์เพื่อไปนิพพานแล้วเราฟังธรรมด้วยดีเราก็จะได้ปัญญาเมื่อเราได้ปัญญาคือปัญญาตัวนี้เป็นสัมมาทิฏฐิจากพระอรหันต์ที่อาจารย์จะอธิบายท่านที่จะชี้แนะไปในทิศทางที่จะเจริญจะเป็นไปด้วยดีคือเราก็จะเป็นผู้ที่จะมาลองประพฤติมาลองปฏิบัติมารองพระสูตรจนกระทั่งเราสามารถได้รับจะเรียกว่าสมบัติจะเรียกว่าทรัพย์ แต่ว่าสมบัติหรือทรัพย์ที่พระพุทธเจ้าท่านส่งเสริมนั้นท่านส่งเสริมในสมบัติที่เป็นคุณสมบัติทรัพย์ที่เป็นอริยทรัพย์มากกว่าทรัพย์โลกมันก็ได้ด้วยถ้าปฏิบัติถูกต้องตรงเป็นผู้ที่ไม่มีประมาณเป็นผู้ที่มีประมาณอันน้อยอะไรๆก็รู้จักประมาณอันน้อยลงไปหรือว่าทำให้ละเอียดทำให้แยบคายลงไปเราก็จะเป็นผู้ที่ได้ทรัพย์ซึ่งมันตรงเข้ากับความรู้สึกขนลุกๆว่าเรามีผู้เป็นผู้มักมากเป็นทั่วโลกมากแล้วเราจะได้ทรัพย์มากมันต่างกันมันค้านแย้งกันอยู่ในปัญญาที่ผู้ใดมีปัญญาดีๆแล้วถึงจะรู้ถ้าปัญญาไม่ดีเราทานแย้งกันเราเป็นคน มักน้อยจะเป็นคนละเอียดแยบคายเกลียดแยบคายเราจะได้ทรัพย์เราจะได้อริยทรัพย์ก็จะได้คุณสมบัติที่มากที่สูงที่เจริญที่เลิศที่ประเสริฐขึ้นเรามีวิจักขณามีปัญญาเป็นเครื่องสอดส่องมีวิจัยวิจารณ์ก็มีการกระทำที่จัดแจงปรับปรุงให้มันดูเหมาะสมเป็นการกระทำที่เหมาะเจาะที่เรียกว่าปฏิรูปการีเรามีจริงๆปฏิรูปการงานการกระทำกิจกรรมอะไรแล้วแต่เราต้องมีการปฏิรูปมีการพัฒนามีการทำให้ดีให้เจริญมีการเอาใจใส่เอาการเอางานไม่ทอดธุระมีธุรวา มีการไม่ถอดธุระมีการเอาการเอางานจริงๆมีความเพียรมีอุฏฐานตัดมีความขยันความหมั่นเพียรถ้าเรามีอย่างนี้จริงแล้วเราจะย่อมได้อริยทรัพย์ย่อมได้คุณสมบัติหรือแม้แต่วัตถุสมบัติวัตถุทรัพย์ก็ได้ได้ด้วยถ้าทำถูกน้ำที่กล่าวนี้เป็นผู้ที่ไม่โลภโมโทสันสะสมไปขยันหมั่นเพียรวิชัยวิจารณ์ทำให้เหมาะทำให้เจาะพยายามไม่ถอดธุระเอาการเอางานขยันหมั่นเพียรจริงๆสมบัติทั้งโลกก็ได้โดยเฉพาะสำคัญที่สุดก็คือสมบัติทางที่เราจะสามารถทำได้เป็นผู้เจริญสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่อง จะต้องศึกษาซ้ำซ้อนให้เห็นได้เป็นและให้มีเป็นสัจจะแล้วเราจะได้เกิดศรัทธาในสัจจะต่างๆเหล่านั้นมันทรงขึ้นมาตั้งมั่นแล้วมันได้สละได้ล้างไปได้จากสิ่งที่เราควรละล้างออกกันเองอะไรละได้ล้างได้เราก็จะไม่ได้หวงแหนเราก็จะยินดีด้วยซ้ำว่าเราปรับปรุงระบบปล่อยเราได้สละได้การสละแล้วเรายินดีการสลายแล้วเราเกิดเชื่อมั่นในการสละนั้นๆว่าสลากออกได้แล้วมันมีความพิเศษละล้างปลดปล่อยจางคลายหมดไปจากตนจากตัวได้มันเป็นความวิเศษมันเป็นเรื่องที่จะต้องศึกษากันจริงๆอบรมล้างกันจริงๆแล้วคุณจะได้ สัจจะที่คุณเป็นคุณมีจริงๆในการปฏิบัติก็อย่างที่สรุปแล้วดังที่พระพุทธศาสนาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้สรุปว่าเราจะปฏิบัติให้เกิดสัจจะนั้นจะต้องมีการฟื้นการคมต้องมีการสู้ทนจึงจะสละได้ถ้าผู้ใดสู้ไม่ถอยอดทนสู้จริงๆไม่ใช่สู้อยู่นานๆดูเฉยๆแล้วไม่ได้มักได้ผลอะไรนะยิ่งฟังมากรู้มากเข้าใจมากแต่ไม่ได้ปฏิบัติมีธรรมะมีขันติมีจาคะอะไรไม่มีการสละได้ล้างได้ละได้มันก็มันก็ไม่ถอยอยู่อย่างนั้นเฉยๆมันไม่มีสัจจะแท้แล้วมันก็ไม่มีจาคะจริงเพราะเราไม่มีธรรมะเราไม่มีคนไม่มีการฟื้นความสู้ไม่มี อดทนอะไรมันอ่อนแอเยอะแยะกิเลสน้อยก็แพ้มันแพ้มันผู้นั้นตายเปล่าๆไม่ได้สัจจะอะไรจะกินนานกี่ชาตินานยังไงก็แล้วแต่ก็จะเล็งๆลบๆก็จะล่องๆแรงๆอยู่ไปอย่างนั้นเองมันขอให้พวกเราได้สอดส่องดูกันคนที่เป็นตัวอย่างก็มีอยู่เห็นได้เห็นจริงๆเป็นคนเยอะแยะไม่เอาการเอางานไม่เอาธุระไม่แข็งแรงไม่สู้ทนไม่ผมไม่ฟื้นไม่กล้าหาญรอบๆแรงๆลอยๆล่องๆอย่างนั้นน่ะเห็นได้เลยเราไม่ได้จ้างเราไม่ได้วานหรอกเราจะเห็นเป็นตัวอย่างซึ่งเป็นตัวอย่างไปในทางไม่ดีเป็นตัวอย่างเป็น สั่งสมสิ่งที่อ่อนแอของตัวเองทำจิตทำกรรมทำกิริยาทำอะไรต่ออะไรให้เห็นซึ่งมันเหยาะแหยะเต็มที่ขนาดที่เราสู้ทนข่มขืนตัดอกตัดใจสู้มีธรรมะมีขันติขันติปรมังตะปูตีสินค้ามีความเพียรพยายามที่จะมีการสู้ไม่ถอยมีการอดทนมีการข่มขืนมีการพากเพียรอุตสาหะวิริยะมันยังได้กันขนาดนี้ขนาดนี้และผู้ใดได้กระทำให้แก่ตนจึงมีความพากเพียรกินอุตสาหกรรมอริยะจริงพยายามไม่แพ้ต่อกิเลสง่ายๆชนะคุณจะเป็นผู้พบสัจจะเองและคุณ จะเป็นคนศรัทธาและศรัทธานี้ศรัทธาในสัจจะในธรรมะที่มีจริงเป็นจริงเห็นด้วยตนมีปัญญารู้แจ้งรู้ชัดไม่ใช่งมงายเลยผู้พิสูจน์เท่านั้นและผู้มีจริงเท่านั้นจึงจะพบความจริงเหล่านี้สัจจะที่เราเองที่ ให้เห็นจริงอยู่ตอนนี้ก็คือสัจจะที่เกิดกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมแล้วก็เล็งเห็นสภาพจิตจิตของเราได้ถูกขัดเกลาจิตของเราได้ล้างจานคลายซึ่งเป็นปรมัตถธรรมด้วยเริ่มต้นก็ไปหาแก่นที่สูงสุดเริ่มต้นละทาง 10 ล้านทางจิตเป็นท่านเรียกว่าอภิธรรมหรือปรมัตถธรรมให้มันเป็นเป็นสภาพจริงแล้วเราก็จะต้องรู้จริงจนเราชื่อจนเรามั่นใจปัญญารู้ความเชื่อถือเชื่อจากของจริงที่เกิดจริงเป็นจริงเราลดเราคลายแม้จะชั่วเดี๋ยวชั่วคราวเราก็รู้ทำแล้วมัน คงขึ้นเห็นผลเห็นประโยชน์เป็นรสสัจจะรสเลิศของสัจจะก็จะรู้เองว่ามันเป็นรถอันล้ำเลิศที่เรายินดีพอใจในรถนี้เดี๋ยวผู้ชายต่างๆได้ว่ารถอะไรเลิศที่สุดอะไรหนอที่เป็นรถที่ล้ำเลิศที่สุดโทรศัพท์จะเป็นรถที่ล้ำเลิศที่สุดเพราะฉะนั้นสัจจะที่เป็นรถที่ลำเลิศที่สุดไม่ใช่มีสัจจะอะไรเป็นรถของมันสอดคล้องกันกับสภาพของวิมุติรถติดรถเป็นรถยนต์เป็นธรรมรถที่เลิศเพราะฉะนั้นมันสอดคล้องกันอยู่มันรถสัจจะที่เลิศกับรถวิมุตรถที่ไม่มีรถรถที่ไม่บำเรอรถที่ไม่เสพสม แต่มันว่างมันว่างมันปล่อยมันสบายมันเบาเมื่อถึงที่สุดแล้วเป็นอย่างนั้นแต่ยังไม่ถึงที่สุดแล้วคุณก็จะเห็นของจริงจะเชื่อถือเชื่อมั่นได้ว่ามันจางคลายมันง่ายขึ้นจะมีสภาพที่เราจะเห็นบทบาทลีลาความเป็นอยู่ความเกี่ยวพันความดึงดูดความปลอดภัยเราจึงจะเกิดปัญญาในทางปฏิบัติธรรมเห็นความละล้านนายพรายจืดจางปล่อยคลายไม่ติดไม่ดูดแล้วก็จะเห็นความจริงเป็นรถที่ไม่ใช่โลกีย์ในรถเพียงแต่ว่าเป็นธรรมรสหรือว่าเป็นวิมุติรถเป็นสัจจะในความจริงความเห็นจริงมันต้องบอกว่าเราปฏิบัติธรรมแล้วอ่านไม่ออกมองไม่ออกถึงอาการจิต สภาพที่กำลังพูดอธิบายด้วยภาษาให้ฟังเนี่ยแล้วเราก็ไม่เข้าใจไม่เห็นจริงสัมผัสของจริงไม่ได้ไม่ถึงก็ยากที่เราจะเกิดศรัทธาตัวจริงแต่ถ้าเผื่อว่าเราเห็นจริงสัมผัสได้อ่านออกแม่นแท้เราจะเห็นสภาพสัจจะนั้นและจะเกิดศรัทธาตัวจริงแนวคิดแนวความเห็นแนวความยินดีแล้วมันก็เป็นไปตามทางนี้ด้วยจริงๆบางคนเห็นมีการเห็นว่ามันว่างลงเบาลงแล้วเราก็รู้สึกว่าตัวเองว้าเหว่ตัวเองชื่อและตัวเองก็ไม่พอใจไม่ยินดีโอ้สู้ไปมีรถไม่ได้แล้วนี่แสดงว่ายังไม่เข้าใจในสัมมาทิฏฐิตั้งแต่เบื้องต้นว่า โลกอุจจาระนั้นเป็นไปเพื่อความจางคลายและหมดสภาพแล้วต้องกล้าหาญเราต้องมีความเข้าใจอันนี้แล้วเราจะเอาอันนี้จนเกิดจิตเกิดปัญญาเองจริงๆเลยว่าเรายินดีพอใจที่จะอยู่อย่างสบายง่ายว่างจากรถพวกนี้เพราะเราจึงไม่เป็นปมด้อยไม่น้อยเนื้อต่ำใจไม่ริษยาไม่อยากจะไปแข่งไปขันอะไรเขาจริงๆแต่เราก็อยู่กับเขาได้เขามีอะไรอะไรเราก็สัมผัสเฉยว่าจริงๆแตะต้องกระแทกกระทั้นยังไงก็ไม่ได้กระเทือนหวั่นไหวอะไรเลยจริงๆมันถึงจะถือว่ามั่นคงหรือตั้งมั่นหรือไม่หวั่นไหวหรือจะเรียกเป็นภาษาบาลีจะเรียกว่าไม่หวั่นไหวอย่างใดๆณคำปฏิ ฝันเห็นชาอะไรก็ได้ทั้งนั้นมันไม่ไหวๆไม่กระเทือนไม่สะเทือนสะท้านมันนิ่งเงียบอยู่อย่างเบิกบานร่าเริงพอใจไม่น้อยหน้าไม่น้อยตายอะไรเขาไม่เป็นปมด้อยพรหมรถอะไรไปเป็นผมน้อยผมหน้าน้อยน่าเสียดายอะไรเลยสัจจะที่กำลังนั้นนี้เป็นสัจธรรมโลกุตระเป็นสัจจะที่ไม่ใช่ไปเสพสมแบบโลกิยะขอให้เข้าใจสัจจะอันนี้และขอให้เข้าใจคำว่าศรัทธาดังที่ได้พยายามอธิบายให้พิสดารมามากมายนี้จำแล้วซ้ำอีกให้เข้าใจว่าศรัทธาไม่ใช่ไปตามเชื่อใดๆแต่ต้องมีสัจจะปรากฏมีสัจจะปรากฏทรงขึ้น ขึ้นเป็นขึ้นเห็นรูปลอยแห่งความละปล่อยเห็นความบริจาคเห็นความวางออกเห็นความไม่ติดไม่ยึดสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ว่าด้วยภาษากล่าวด้วยภาษาและเราก็พิสูจน์ถ้าเรามีจิตใจยินดีพอใจในเรื่องของโรคอุจจาระอย่างนี้จริงเราเป็นคนพันธุ์เดียวกันกับพระพุทธเจ้าแล้วเราเป็นคนเผ่าเดียวกันพันเดียวกันกับพระพุทธเจ้าที่พาเป็นพระพุทธเจ้าท่านก็เป็นอย่างนี้จนกระทั่งปรินิพพานดับสูญไปแล้วตลอดพระชนม์ชีพ 45 พรรษาท่านก็สูญกับความเบิกบานร่าเริงด้วยอันนี้ด้วยสัจจะอันนี้ผู้ใดที่จะเป็นไปตามคิดว่าเราจะมาเป็นลูกของพระพุทธเจ้ามาเป็น พระพุทธเจ้าจิตใจก็จะต้องมาเป็นแล้วจิตคุณจะรู้เองว่ามันยังฝืนอยู่นะมันยังอยากไปทางโลกีย์คุณก็จะรู้หมดอยากไปทางโลกีย์แล้วมันมาทางนี้โดยจริงสนิทมากสนิทน้อยคนจะรู้ว่าคุณเองไม่มีไหวไม่มีแววคุณจะรู้คุณเองหรือมีไหวมีแววอยู่คุณจะรู้ของคุณเองนี้เรียกว่าจะยิ่งมีเวลานานวันนานปีนานเดือนมากปีเข้าก็ยิ่งเห็นชัดคุณก็จะทบทวนได้สอบทานได้ของตัวเองพยายามระลึกดูอย่าหลงอย่าเข้าใจเอนเอียงเข้าข้างตัวอย่างสกปรกเกลื่อนๆเราต้องเซาะดูจริงๆให้ละเอียดแยบคายว่ามันมีอะไรซุกแทรกมันมีอะไรซ่อนปลามันมีอะไร รามมณีใดปกปิดตัวเองอยู่อย่าให้มันมีเมื่อไม่มีแล้วเราจะรู้ความจริงที่เรียกว่าสัจจะมีรู้ว่ามีเหลือน้อยหรือว่าเหลือน้อยเหลือมากรู้เหลือมากแม้เหลือน้อยแล้วแล้วเราก็ปกปิดอำพรางมันเลยแล้วก็หลงตัวเองว่าหมดมันเป็นได้ง่ายๆนะสำหรับคนที่หวงแหนกิเลสกิเลสมันก็มีบทบาทของมันเหมือนกันมันก็จะดึงเอาไว้เพราะเราต้องพยายามแยกขายดูให้ดีใจเย็นๆได้ดีขนาดนั้นก็ดีแล้วได้ดียิ่งขึ้นก็ดีอีกได้จนสนิทจนเต็มจนสมบูรณ์บริบูรณ์คุณก็จะรู้สภาวะแห่งสัจจะและความเชื่อหรือศรัทธาจริงนี้จะเป็นศรัทธาที่เต็มจนกระทั่งถึงดังที่ได้ยกศรัทธาสูตรมาอ้างอิงมาประกอบให้ฟังแล้วว่ามันจะถึงขั้นเต็มครบถึงขั้นปัญญาวิมุติเจโตวิมุติ หาอาสวะมิได้เข้าถึงแล้วแลอยู่เป็นปัจจุบันนั่นเทียวอย่างนั้นจริงๆเลยเรียกว่าเตรียมพบศรัทธาอย่างอื่นก็มีพักพร้อมแล้วก็ได้แนะนำเนื้อเอาศรัทธาสูตรมาแล้วคนที่ยังติดใจในเรื่องการว่าเป็นพระธรรมกถึกไม่ได้ไม่องอาจเจ้ากล้าในการที่จะเข้าสู่บริษัทแสดงธรรมแก่บริษัทให้เข้าสู่บริษัทได้เถอะจะแสดงธรรมโดยภาษายังไม่ได้ก็แสดงธรรมด้วยกายเพราะเราอยู่กับบริษัทอื่นบริษัทไหนเราก็ฝึกฝนการมาเป็นพระเราจะไปงานรับนิมนต์เข้าไปยังบ้านเขาไปยังเรือนก็ไปยังโน้นอย่างนี้เราก็แสดงกายจะทำแสดงว่าวิธีทำปูเป็นภันเตภันเตแสดงว่าจีทำ ครบครันก็ให้ท่านรับเรารับไม่เป็นเราก็ฝึกปรือไปมันจะอาจหาญแก้วกล้าเข้าสู่บริษัทแม้ยังแสดงไม่ได้ทั้งปากทั้งกายกรรมให้มั่นคงเราก็เท่ากับเราเองก็มีแล้วหรือยังไม่มั่นคงทางกายทางสัมผัสทางกายเราก็จะได้รับบทเรียนแบบฝึกหัดและมั่นคงแน่ใจศรัทธาตนเองเชื่อมั่นในตนเองเกิดจริงมีจริงไล่ระดับไปเรื่อยๆแม้ที่สุดเราไม่มีความสามารถเราไม่มีบุญบารมีที่จะแสดงธรรมของทางภาษาได้เป็นสุขวิปัสสโกเป็นพระอรหันต์ทางด้านที่เรียกว่าไม่มีนิรุตติภาษาไม่มีปฏิภาณที่จะแจกแจงใช้ภาษาอะไรก็ได้แต่เราก็จะอย่างน้อยก็มีอัตถะ ธรรมะที่เป็นเชิงชั้นเราอาจจะไม่เก่งเชิงชั้นต่างๆแต่เรามีอรรถมีแก่นสารที่ได้อาศัยได้พึ่งพาแล้วไม่ต้องมีมานะที่ว่าเราเองแสดงอย่างเขาไม่ได้พระพุทธเจ้าท่านสอนเราไม่ต้องมีมานะไม่ต้องเราได้ศีลอันบริสุทธิ์แล้วก็ไม่ต้องอยากสอนเขาอะไรให้เป็นกิเลสมองตนแล้วก็มีที่พักพิงของตนได้เท่านี้ก็ว่าไปถ้าแม้ว่าเราเองจะพอเป็นไปได้คอยได้ฝึกได้ผลสามารถสอนผู้อื่นบอกผู้อื่นแนะนำผู้อื่นได้นิดได้หน่อยก็เป็นไปเองตามบุญบารมีที่จะเกิดตามกรรมถ้าผู้ใดไม่ได้สั่งสมกันมามันก็ไม่มีมากถ้าผู้ใดได้ส่งสั่งสมกันมามันก็มีมากมันเป็นธรรมดาเองมันขอให้พวกเราได้อย่าติดสาร ใจเข้าใจให้แม่นอย่ารู้สึกว่ามันวางใจไม่ได้มันเดือดร้อนมันหงุดหงิดมันมีมานะตัวเราเองมันไม่ได้ดังเขาแล้วเราก็นึกน้อยเนื้อต่ำใจนึกท้อแท้นึกหดหู่ไม่อาจหาญร่าเริงก็เพราะระหว่างสภาพอย่างนี้ไม่ได้ว่าสภาพมันเป็นไรหรอกเราได้อย่างนี้ก็อย่างนี้ก็ดีแล้วสิ่งที่ได้เราก็มีอยู่สิ่งที่อาศัยเราก็มีอยู่สิ่งที่มันยังไม่ได้ยังไม่เจริญกว่านั้นก็ไม่ต้องไปกังวลอะไรเจริญได้ก็เอาเจริญไม่ได้ก็เป็นไปตามนี้สิ่งที่ดีมีได้อาศัยแล้วก็น่าจะเข้าใจตนเองไม่น่าจะให้มีกิเลสซ้ำซ้อนขึ้นมาเป็นมานะทำให้ตนเองไม่แคล้วคลาดในการปฏิบัติอย่าง ท่าพระจันทร์ล่าผจญกล้าเป็นไปร่วมรวมกับหมู่ไปอะไรก็ได้ไปไม่ต้องหลบไม่ต้องเรียกถ้าเป็นหลบๆเล็กๆอยู่มันจะช้าถ้าไม่หลบไม่เลี่ยนเป็นไปโดยไม่หาไม่เหิมเกินไปเกินแรงเกินฐานะเราก็ไปชนดับพระจันทร์ไปจนดับไปอย่างนั้นก็ไม่ดีก็ต้องรู้ความจริงอีกเหมือนกันแต่พอเป็นพอไปได้ขนาดนี้พอไปจนประจันไปจนได้เราก็จะเป็นผู้ที่ได้รับสารพวกนั้นตามความจริงที่เราได้ต้องปฏิบัติต้องอบรมตนต้องมีแบบฝึกหัดอยู่ดีๆมันมาเองเอาคนนั้นจับยัดคนนี้จับยัดไม่มีไม่เป็นไปได้เลยทุกอย่างต้องมาจากการอบรมตนมาจากเหตุจะอบรมยุคนี้การนี้ขณะนี้หรืออบรมเมื่อ เมื่อปางไหนยุคไหนชาติไหนก็ตามก็ต้องทำทั้งสิ้นก็ต้องอบรมทั้งสิ้นไม่อบรมตอนนี้ก็ต้องไปอบรมชาติหน้าแล้วอบรมชาติหน้าก็ต้องไปอบรมชาติโน้นแล้วจะให้มันช้าไปอีกกี่ชาติเพราะในขณะนี้เรามีโอกาสที่จะได้อบรมมีผู้พามีผู้นำมีเพื่อนพ้องพอได้อาศัยพอได้ช่วยเหลือเกื้อกูลกันล้มกันเจ็บอะไรหรือว่าพอช่วยพอปัดเป่าพอช่วยบังช่วยพรางไม่ใช่พลางช่วยบังช่วยคุ้มกันอะไรให้แก่เราบ้างมันก็มีการเกื้อกูลระหว่างมิตรดีสหายดีเพื่อนดีด้วยกันมีอยู่มันโอกาสอันดีแล้ววางใจตัวที่เป็นจุดควรวางได้ปล่อยสิ่งที่ควรปล่อยได้ แล้วก็ฝึกหัดผลกระทำไปอย่างสบายๆเป็นสุขาปฏิปทาสิ่งที่มันไม่ถูกฐานะไม่ถูกตัวไม่ถูกตนเกินฐานะหรือน้อยไปก็ต้องพยายามให้มันแข็งแรงขึ้นมาได้ไปก็ให้พยายามเต็มขึ้นมาในสภาพที่กล่าวไปแล้วเป็นพิสดารหลายนายทั้งมากทั้งน้อยก็ขอฟังให้ดีๆขอให้ฟังให้ดีๆก็พิจารณาแก่ตนเราจะได้สัจจะและเราจะเกิดศรัทธาอันมีปัญญาครบครันเป็นปัญญาวิมุตติเจโตวิมุตติอันสมบูรณ์เป็นที่สุดได้ ในช่วงนี้ได้พยายามใช้ภาษาสื่อชี้เน้นให้เข้าใจเข้าใจความสัมพันธ์ของคำว่าธรรมะที่ชื่อว่าสัจจะที่ชื่อว่าศรัทธาในที่สุดถึงขั้นวิมุติในที่สุดถึงขั้นน้ำมาทำพยายามชี้ให้เห็นว่าสัจจะคืออะไรสมมุติประกอบไปด้วยความอยากผิดมากจนปรมัตถ์นั้นมันก็เลื่อนละเอียดขึ้นไปสู่ ทำมิตซูจิตใจนั่นเองตั้งแต่เรียกปรมัตถธรรมว่าเราเริ่มนักธรรมตั้งแต่จับทิศจิตได้มีจิตมีเจตสิกมีอาการมีอารมณ์อาการอารมณ์เหล่านั้นเรามีธรรมะวิจัยมีสติรู้จิตใจเป็น 10 เราและเราก็วิจัยจิตใจเป็นสิ่งเราว่าอารมณ์อาการอย่างนี้มีกิเลสปนอยู่หรือเปล่ามันเป็นความคิดผิดแล้วก็เป็นต้นคิดที่จะทำให้วาจาผิดเป็นต้นคิดที่ไปทำให้กายกรรมผิดหรือเปล่าวิจัยอย่างแยกชายมีปัญญาเครื่องสอดส่องทำจริงๆงานจริงๆพยายามเสมอ อัสสะแล้วมันก็จะไปรับผัสสะคนเราเนี่ยมันจะไปมีปฏิกิริยาตอบกับผัสสะตอบแล้วมันก็จะมาหาจิตแล้วเราก็จะไปอยู่ที่ผับต่อกับภาษาอยู่นั่นแหละแต่ไม่มาวิจัยจิตเพราะความเร็วของจิตเรายังไม่พอถ้าความเร็วของเราพอเราก็จะมาวิจัยจิตด้วยผัสสะที่รับเราก็ทำไปด้วยเราทำงานที่มีผัสสะมีการมีบทบาทและเราก็อ่านจิตไปด้วยการฝึกจิตที่ให้แววไวอย่างนี้เรียกว่าฝึกงานฝึกจริงๆมีวิตกวิจารณ์ก็เรียกได้วิตกวิจารณ์หรือทำวิจัยเป็นคำ คล้ายกันเป็นไวพจน์หรือเป็นสนิมเป็นคำที่มันขยายความกันไม่ต่างกันนักวิจัยวิจารณ์วิเคราะห์หาความสุขความผิดความดีกว่าทำดีที่สุดมีการดีอันนี้ดีอันนี้เราเรียกว่าไม่ดีอันนี้เรียกว่าดีกว่าก็คือตัวที่ดีดีกว่าถ้าไปเจอเอาตัวดีที่สุดพอดีกว่าก็สู้ตัวดีที่สุดไม่ได้แต่ดีที่สุดก็ดีตัวดีกว่าก็ถือว่าไม่ดีอย่างนี้ถือว่าด้อยอย่างนี้เป็นต้นเราจะพยายามพากเพียรทำให้ดีกว่าขึ้นไปเรื่อยๆหรือดีที่สุดจะไม่มีที่กินดีอีกกว่านี้ไปเสมอๆมันทำไม่ได้แล้วก็รู้ว่าเรายังทำไม่ได้เราก็ต้องพยายามแก้ไขปรับปรุงทางที่ถูกแล้ว แต่เรามีอินทรีย์พละเท่านี้เราก็ต้องรู้ทางที่ถูกก็ไม่ต้องสงสัยทำจริงๆมันได้ตอนนี้เราก็ต้องรู้ตนว่าจำนนว่าเท่านี้แต่ขอให้เคลื่อนขึ้นให้มันเดินหน้าขึ้นให้มันดีขึ้นได้นิดหน่อยก็เอาทบทวนวิธีการทางปฏิบัติมันก็ถูกก็ตรงหมดแล้วเราก็ต้องรู้ตัวจบว่าเรามีอินทรีย์พละเท่านี้เราทำได้เท่านี้และมันก็ดีขึ้นอยู่ได้บ้างขึ้นอยู่ก็เอาถ้าเผื่อว่าเราสามารถทำได้มากๆมันก็เป็นบารมีของคุณนั้นมันก็ยิ่งดีเราจะได้มากก็เพราะว่าเราเองเรามีบารมีจริงเราสั่งสมทุนรอนสั่งสมปรารถนาบาร ไปเรื่อยๆเพิ่มเติมขึ้นด้วยกรรมหรือการกระทำไม่มีใครทำให้เราเราทำเองทั้งนั้นแล้วก่อนอื่นเราก็จะต้องรู้แม่นรู้อย่างชัดว่านี่เป็นตัวกิเลสนี่เป็นตัววิธีการและใช้วิธีการนี้ดีดีถ้ามีวิธีการดีกว่านี้ก็พยายามปรับปรุงเสมอพยายามปรับปรุงและวิธีการนี้ก็ไม่ผิดการวิธีการที่เป็นการทำให้กิเลสลดทำให้เจริญขึ้นทำให้ดีทำให้ไม่เป็นมิจฉาแต่มันเป็นสัมมาเสมอเสมอเดินขึ้นเดินขึ้นโดยเฉพาะ background แล้วว่าปรมัตถธรรมนั้นคือจิตยึดพระมหากษัตริย์จากนั้นคือจิตใจเป็นสิ่งที่เห็นกิเลสลดจางคลายเห็นกิเลสหมดและการงานเราก็ทำได้ผัสสะเราก็มีขยันหมั่น เป็นได้ทั้งภายนอกภายในได้ทั้งการงานนอกการงานในเห็นสัจจะจริงๆว่ามันได้มันถูกมันเจริญจิตตีการงานก็ดีไม่ได้เสื่อมเป็นมนุษย์อย่างโลกๆเราก็มีกิจการงานสร้างสรรค์ใครมาดูถูกไม่ได้การงานภายในเราก็ทำไปด้วยจริงๆไม่ง่ายสำหรับผู้ที่ยังไม่ได้เรียนถูกทางไม่ได้ฝึกมาเพราะผู้ที่จะฝึกต้นๆก็ต้องปล่อยสิ่งที่มันเป็นความผิดความไม่ดีความอะไรของเราอีกเยอะปล่อยก่อนเอากำหนดลงไปเรียกว่าตั้งศีลเลือกตั้งหลังเลือกตั้งหัวข้อเรื่องนี้เอาจุดนี้จุดอื่นรู้แล้วล่ะมันก็เป็นไปไม่ได้มันผิดอยู่มันทำไม่ได้เอาตรงนี้จริงก่อนเอากับมันเรื่องนี้ก่อนจนกระทำได้เห็นสัจจะเห็นจิตใจ ทำได้แล้วก็มีความไวที่อ่านทันทำงานนี้ไปผัสสะต่อเหตุปัจจัยอย่างนี้ว่าเราเองเราผ่อนศาลแล้วก็สามารถตัดกิเลสได้ลดกิเลสได้จนสามารถอยู่เฉยๆได้วางได้จริงๆจนกระทั่งชนะอย่างเด็ดขาดคุณจะรู้อาการสัจจะจริงๆว่ามันชนะเด็ดขาดอยู่กับมันเนื้อมันมันทำอะไรเราไม่ได้และอาการของกิเลสที่เคยรักเคยติดเคยชอบเคยหลงมันหมดไปจริงๆก็เห็นถึงตาเห็นสุภาพเห็นความว่างเห็นความดับสนิทไม่เกิดอีกสัมผัสอีกเมื่อไหร่ก็ไม่เกิดอีกไม่เกิดกิเลสนี้อีกจริงๆเราก็จะต้องรู้อย่างแท้เมื่อเรารู้อย่างนี้แล้วเราก็จะเข้าใจสัจจะแล้วเราเชื่อมั่นเป็นศรัทธา เพราะเรามียถาภูตญาณทัสสนะเชื่อเพราะเราเห็นเรามีปัญญารู้เห็นของจริงมันมีของจริงที่ทำดีแล้วดีกว่าจนดีที่สุดจบแล้วเราก็รู้จบนี่เป็นตัวเดียวเรื่องเดียวสิ่งเดียวมาอธิบายเราทำเพื่อผู้ใดทำงานหรือว่าปฏิบัติธรรมมันก็มีสิ่งอื่นพอจะมีอินทรีย์พระธรรมอันอื่นได้บ้างมันก็สอดซ้อนกันไปมันก็ไม่เท่ากันอันนี้ได้มากแล้วอันนี้ยังได้พึ่งได้อันนี้สุดแล้วสุดแล้วก็เลิกก็เพิ่มอันใหม่มีอะไรอันใหม่เพิ่มเติมขึ้น 200 ขึ้นไปจริงๆเพราะศรัทธาที่กล่าวนี้จะไม่ใช่ฟังเท่านั้นฟังแล้วก็วิเคราะห์วิจัยและก็มาตรวจตัวเองเลือกเฟ้นเอาสิ่งนั้นสิ่งนั้นเข้ามาปฏิบัติจริงๆจน มีผลจริงๆเราก็เกิดศรัทธาและเกิดสัจจะแล้วเราก็จะได้ศรัทธาเชื่อถือความจริงสัจจะก็ได้ขึ้นได้ขึ้นได้ขึ้นเป็นอริยสัจอย่างอริยสัจโดยเฉพาะกิเลสเป็นเหตุแห่งทุกข์และลดกิเลสก็คือเหตุแห่งทุกข์ก็ต้องหมดไปด้วยกิเลสรถไปคือเหตุแห่งทุกข์ก็หมดไปด้วยเหตุแห่งทุกข์หมดตัวทุกข์หมดแล้วก็รู้ด้วยปัญญาอีกว่ามันนิโรธหรือว่ามันจางกลายเป็นจนนิโรธแล้วทุกข์นิโรธเหตุแห่งทุกข์นิโรธดับทุกข์ดับเหตุแห่งทุกข์ด้วยทางปฏิบัติอย่างนี้อย่างนี้เราก็จะรู้อริยสัจ 4 คืออะไรสัตว์ที่เรียกว่าอริยสัจ 4 เหตุปัจจัยที่มันเป็นทุกข์ ตัวทุกข์ที่มันเกิดเพราะเหตุหมดเหตุตัวทุกข์หมดเราก็รู้อยู่เรียกว่านิโรธเป็นภาษาและสัจจะตัวสภาวะสัจจะนั้นมณีโรจน์มันดับมันไม่ทุกข์มันไม่มีเหตุอีกมันไม่เกิดอีกแล้วไม่มีไม่เกิดอยู่เห็นอยู่ไม่เกิดอยู่เราจะเป็นผู้รู้สัจจะนี้แล้วเราไม่ได้เชื่อใครเลยเราเชื่อสัจจะไม่ใช่ของจริงที่เรารู้เราเห็นเราเป็นตรงนี้ถ้าอย่างนี้แล้วได้อย่างนี้จริงแล้วคุณไม่มีเปลี่ยนแปลงไม่มีแปรปรวนคุณจะยืนยงยืนหยัดมันจะเห็นความว่างจากกิเลสมันสบายยังไงมันหมดเรื่องมันไม่มีภาระไม่มีอยู่ในโลกสัมผัสอยู่ในโลกคนก็ติดคนก็แพ้มันคนก็เป็นทาสเขาเห็นอยู่เราจะช่วยเขาได้อย่างไร หยุดความสามารถการช่วยเขาต่อนั่นแหละคือคุณค่าของเราเราได้ประโยชน์แล้วนั่นคือคุณค่าของตนเรียกว่าประโยชน์ตนเราช่วยเขาให้รู้สิ่งนี้ด้วยเมื่อเราเห็นเรารู้เข้าใจบอกเขาให้เขาทำด้วยวิธีที่เราเคยทำบ้างหรือเราเห็นว่ามีวิธีอื่นประกอบก็ต้องดูวิธีคำนี้ไม่ใช่มรรควิธีคำนี้ก็คือสิ่งที่มันเป็นบทบาทท่าทีที่จะประหารองค์ประกอบที่จะประหารแต่ในทิศทางหรือทางที่จะเดินนั่นน่ะมันไปสู่ความรักนายพรานไปสู่ความหมดด้วยการรู้ด้วยการมีสัมมาสังกัปปะสัมมาวาจาสัมมากัมมันตะสัมมาอาชีวะพยายามมีสติและรู้ให้ชัดทำอยู่ด้วยทางนี้ไม่ใช่หนีไปทำทาง ตื่นโดยการหลบกันหรือการเลี้ยงไม่ใช่แต่วิธีมีซ้อนแทรกละเอียดลงไปอีกว่าจะลบด้วยวิธีใดจะฆ่าด้วยวิธีใดอันนี้วิธีนี้จะวางก่อนพลายห่างๆกันสัก 2-3 วันแล้วก็เอามาประสบใหม่ประสบอีกแล้วอ่านอีกมันมากไปแบ่งก่อนแบ่งก่อนมันมากไปสู้ไม่ได้แดงลงไปนิดก่อนแบ่งนิดแล้วสู้ได้ชนะแล้วก็เพิ่มมาเพิ่มมาล้วนแล้วแต่เป็นวิธีที่เราจะต้องรู้อย่างละเอียดของเราเองแต่ทางนั้นเป็นไปเพื่อความรักนายพรายและจะต้องมีผัสสะมีการคิดการพูดมีการงานมีอาชีพมีความพยายามมีสติเห็นนี้ถูกและจะเกิดการสั่งสมเป็นสัมมาสมาธิคือแข็งแรงตั้งมั่นเกิดอาทิตย์ทุกอย่างหลักการก็เห็นว่าถูกเป็นอัฐ ศีลหรืออธิษฐานจิตก็รักจางกลายเป็นการเจริญของจิตจิตดียิ่งขึ้นเป็นอาทิตย์จิตปัญญาคุณคือตัวรู้สัจจะเห็นจริงๆเลยปัญญาเห็นแจ้งเป็นญาณทัศนะวิเศษหรือเป็นยถาอุทยานทัศนะไม่ใช่เป็นนึกไปคิดเห็นบทบาทของศีลทำงานเห็นบทบาทของกิเลสลดเห็นจิตเจริญขึ้นเห็นอารมณ์ของจิตที่ว่างจากกิเลสว่าเป็นอย่างไรอย่างไรมันเป็นปัญญาแท้เป็นอธิปัญญาแล้วคุณก็จะมีศรัทธามั่นแข็งแรงเด็กเดียวเพราะเห็นของจริงเพราะศรัทธาตนนี้คือสมาธินั่นเองเป็นสีฟ้าตั้งแต่เริ่มเชื่อจะเริ่มพิสูจน์จนเริ่ม ปิยะไปจนกระทั่งสติสัมปชัญญะปัญญาเกิดสั่งสมลงเป็นสมาธิก็เป็นสัตว์ถิ่นสมาธิตั้งมั่นตั้งมั่นตั้งมั่นปั้นดินซีก็คือตัวที่รู้แจ้งรู้จริงรู้จักมันรู้แจ้งมันรู้จริงแล้วมันเมื่อจบมันก็รู้จบเลยจบเป็นจบเสร็จแล้วศูนย์แล้วดับแล้วไม่เกิดอีกแล้วมันก็เป็นของจริงอย่างนั้นอย่างนั้นสมาธิคือความตั้งมั่นเมื่อจบและมั่นที่สุดเที่ยงคงยืนยงเพราะฉะนั้นการเป็นสมาธิกับโรงพยาบาลพยัญชนะก็บอกแล้วเราได้อธิษฐานจิตเราได้อธิษฐานมันเป็นความตั้งมั่นมันเป็นความยืนอยู่มันเป็นความทรงอยู่เรียกว

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน