000000-G อภิณหปัจจเวกขณ์ ตอน7-พ่อท่าน-สันติอโศก-อ002.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2520 อภิณหปัจจเวกขณ์ (184 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์93 KB
วันที่แก้ไข31 พฤษภาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

ต่อจากนี้ไปเป็นการนำปัจจะเวกม้วนที่ 7 โดยพ่อท่านพระโพธิรักษ์ณพุทธสถานสันติอโศก ขอเชิญท่านติดตามรับฟังได้ณบัดนี้ก็พูดที่มีฐานอาศัยที่เข้าใจในปฏิปทาที่พระพุทธเจ้าท่านได้แนะนำว่าถ้าผู้ใดมีสุขาปฏิปทาขิปปาภิญญาเป็นเลิศคือปฏิบัติธรรมอย่างสุขาปฏิปทามีการปฏิบัติที่ สบายเบาเรียกว่าปฏิบัติอย่างร่าเริงเบิกบานแต่อย่าเข้าใจเผินไปว่าเราไม่เคร่งครัดเราไม่มีความคมความฝืนเราไม่มีการเน็ตการเหนื่อยเราไม่ตั้งตนอยู่ในความลำบากถ้าเผื่อว่าเข้าใจอย่างนั้นคำสอนพระพุทธเจ้าก็จะขัดแย้งกันแล้วเราอยู่ในสุขาปฏิปทาไม่ใช่หมายความว่ายถาสุขขังจะสาธุการมันหมายความว่าเราชอบสุขตามมีตามชอบตามได้เลยแหละยถากรรมถ้าเราตั้งตนอยู่ในยถาสุขัง ผู้นั้นอกุศลธรรมเจริญความชั่วความเสื่อมเจริญความดีไม่เจริญกุศลธรรมไม่เจริญแต่ผู้ใดตั้งตนอยู่ในความลำบากเรียกว่าทุกขายะไม่ใช่ยะถาทุกขังทุกขายะเราตั้งตนอยู่ในความลำบากกุศลธรรมจะเจริญยิ่งยิ่งเพราะฉะนั้นคำว่าสุขาปฏิปทาจึงหมายความว่าเรามีฐานอาศัยสุขแปลว่าความว่างความเบาก็ความว่างความเบาด้วยเราปฏิบัติให้มีฐานพรรคให้มีฐานอาศัยจิตเบาๆจิตเราว่างจิตเราสบายที่รับรองจิตของเราไม่อึดอัดขัดเคืองเราทำเป็นสักพักอะไรอยู่เราก็รับรู้ ความเป็นจริงแล้วเราก็วางปล่อยจิตหรือว่าเราก็รับรู้อย่างไม่อึดอัดขัดเคืองภาษาบอกก็บอกได้แค่นี้นะเราต้องอบรมเราต้องรู้เข้าใจแม้แต่เราจะพยายามที่จะพูดกับเขาจะต่อสู้กับเขาเราก็ไม่อึดอัดแล้วเข้าใจเราโปร่งอยู่ไม่ยึดอย่างแรงไม่ดึงอย่างแรงไม่ต่อต้านอย่างแรงแล้วก็มีอะไรที่มันเป็นที่โปร่งที่โล่งของเราอยู่แล้วเราก็รู้ใช้ท่ารู้รู้ยิ่งอันนี้ก็ใช้พยายามใช้ภาษาก็พยายามอธิบายลักษณะธรรมผู้ที่ปฏิบัติธรรมโดยไม่อึดอัดขัดเคืองในใจรับรู้ความจริงวิเคราะห์ความจริงวิจัยความจริงเลือกเป็นความจริงอะไร

อ่านต่อ

เหมาะกับ เอาอะไรเหมาะกับตนทำได้พอดีทำอะไรที่เกินจนก็วางไปอะไรที่ตนเองยังไม่ดีปรับปรุงขึ้นปรับปรุงขึ้นแล้วผู้ที่รู้อย่างนี้จิตใจตัวที่เข้าใจเลยว่าเราไม่ต้องทำความอึดอัดไม่ต้องทำความลำบากใจให้แก่ตนเองเป็นความโปร่งความเบาแต่อุตสาหะวิริยะมีบทบาทในการปฏิบัติทุกอย่างอัตตานังปะทะให้จิตตั้งตนอยู่ในความลำบากกายก็ดีอุตสาหะขัดเกลากายกรรมอันนี้มันดีก็ทำขยันหมั่นเพียรดีทำสร้างสรรค์ดีก็ทำทำอย่างนี้ได้สัมผัสได้แตะต้องได้ปฏิบัติสติปัฏฐาน 4 เพราะมีสัมผัสแล้วก็รู้เท่าทันพอไปได้ อยู่ในฐานะที่ไปได้แล้วก็อยู่รู้เท่าทันไม่เกินไม่เกินแรงสามารถทำไปได้ดีเราก็รู้ถ้ามากไปแม้เราไม่ทันเลยนะเราไม่ไหวตกหล่นได้เหมือนกันจะได้น้อยเสียมากกว่าเราก็ไม่เอาเราก็เอาฐานที่เราไปทำได้ไม่อายคนอื่นแม้จะเป็นงานหนักงานต่ำแม้จะเป็นงานที่ช้าไม่เร็วนักก็ไม่เป็นไรเราก็ทำไปตามประสาเรามีแต่อย่าอวดเก่งจะต้องคล่องแคล่วแว้วไว้ทำงานอย่างอะไรต่ออะไรที่เขาเก่งแล้วเราก็เราไม่เก่งไปทำก็เสียหายหน้าเขาอะไรไม่เราจะต้องทำให้มันเหมาะสมกับตัวแล้วก็ปฏิบัติประพฤติอยู่สัมมากัมมันตะหรือศาสนา รองเท้าที่มีมรรคองค์ 8 จึงเป็นศาสนาที่มีการงานประกอบร่วมอย่างมีกิจมีการมีสิ่งสัมผัสเป็นปัจจัยและกระทำไปอยู่ให้พอเหมาะพอดีจึงเรียกว่าสุขาปฏิปทาแล้วเร็วเป็นกิจปลาเป็นยาเพราะมันเรียนรู้ที่จริงมันไม่ใช่ไปนั่งโน่นนั่งดาวเข้าใจแต่ว่ายังไม่ถึงบทปฏิบัติจะได้หรือไม่ได้ก็ยังไม่รู้ได้แล้วการกระทำที่ว่าได้เราทำยังไงก็ไม่รู้ขณะที่เราทำได้เราจะต้องยังต้องเรียนรู้อีกตั้งหลายครั้งเลยว่าไอ้ที่เราทำได้นี่มันทำยังไงนะมันไม่แม่นข้างหลังมาเอ๊ะทำไมเราทำไม่ได้อีกทำแล้วก็ไม่ได้เหมือนจะขาดก่อนแล้วก็ต้องเรียนรู้เพราะมันเป็นนามธรรมการจะเปิดจิตวางใจ มันจะปล่อยรูปร่างนั้นสภาพนี้มันไม่ใช่รู้ได้ง่ายๆเหมือนกับวัตถุหยาบๆจับปุ่มนั้นปุ่มนี้มันก็ง่ายแต่ว่าไอ้ที่มันไม่มีตัวมีตนเลยยิ่งกว่าลมๆแรงๆมันจึงจะต้องอาศัยการกระทำเสมอๆอาศัยองค์ประกอบของสิ่งมีไปขับเคลื่อนสิ่งไม่มีมันจึงเป็นความยากจนเป็นความซ้ำต้องซ้ำความต้องซ้ำซากต้องทำให้มากทำให้อยู่เสมอเป็นอเมริกาทำแล้วทำอีกทำให้มากจนแม่นจนเก่งจนคล่องจนแก้วใช้สิ่งประกอบที่เป็นทางวัตถุหรือเป็นทางรูปธรรมเป็นอะไรต่ออะไรที่เป็นองค์ประกอบเป็นส่วนและมันก็ไปมีฤทธิ์มีแรง มีสภาพที่จะจัดแจงกับนามธรรมและรูปธรรมนั้นๆได้เมื่อเรารู้เราแม่นเราถูกสัจจะเข้าถึงมันจึงจะเร็วได้ระยะสุขาปฏิปทาขิปปาภิญญาจึงไม่ใช่ทำอะไรตามแบบยถาสารุปปสันโดษ อ่อนแอไปไม่รอดเพราะฉะนั้นขอให้พวกเราเข้าใจสุขาปฏิปทาลึกซึ้งซับซ้อนดีๆไม่เช่นนั้นเราจะเข้าใจผิดว่าการกระทำที่มีบทปฏิบัติเป็นตบะธรรมเป็นขันตีปรมังตะโกตีสิกขามันก็ย้อนแย้งของพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าสอนให้มีขันติให้มีตะปูกระบะให้มีการปฏิบัติมีหลักการเคร่งครัดทำอะไรอยู่ที่ 2 ตัวก็เคร่งครัดของตัว 2 ตัวพร้อมผู้ใดทำโดยไม่มีอะไรเคร่งครัดไม่มีอะไรสมตัวทำอย่างตามอำเภอใจเป็นยถาสุขขังผู้นั้นมีแต่อกุศลธรรมเจริญยิ่งเสื้ออาตมาก็เห็นอยู่ อยู่ในบุคคลบางคนทำด้วยตามอำเภอใจชอบอัตราของตนเองไปเยอะๆเยอะแยะทั้งช้าทั้งเสื่อมด้วยจะบอกว่าเพียงจะมีตัวได้เหมือนกันแต่ตัวเสียมันมากกว่าตัวได้เพราะงั้นภาวะปัจจัยบุญกับบาปมันมีอยู่ทั้งนั้นแหละทำบุญก็บุญทำบาปก็บาปแต่บาปมันวิ่งออกหน้าเพราะฉะนั้นวิบากจะแย่ในอนาคตยิ่งจะแยะเพราะตัวบาปมันเป็นวิบากที่เติมอยู่ตลอดเวลาเคยบอกแล้วว่าล้างไม่ได้บาปล้างไม่ได้บุญล้างไม่ได้แต่ออกฤทธิ์ต่างกันอย่างที่เคยสมมุติว่าเหมือนขวดขวดน้ำแล้วใส่สีแดงเราใส่สีน้ำเงินทาน้ำเงินเป็นดีแดงเป็นชั่วมันก็อยู่ในขวดนั่นแหละแต่ถ้าใส่อะไรมากมันออกฤทธิ์อันนั้นมากใส่แดงมากมากจนเกิน นำหน้ามันก็มามองไม่เห็นน้ำเงินแต่น้ำเงินไม่ได้รั่วทิ้งหนีออกจากขวดถ้าทำน้ำเงินมากน้ำเงินก็ออกฤทธิ์เป็นสีน้ำเงินแสดงก็อยู่ในขวดนั่นแหละไม่เด็ดทิ้งแดงออกไปไหนเพราะฉะนั้นเราจะทำดีหรือทำไม่ดีเป็นกุศลเป็นส่วนดีหรือไม่ดีมันก็อยู่ในนั้นแต่ถ้าเกิดว่าเราทำอกุศลมากอกุศลจะออกนำหน้าแล้วเราก็จะมีบางแม้ตอนนี้เราจะอาศัยวิบากเก่ากินบุญเก่ามีวิบากดีในเรื่องของโลกก็ตามในเรื่องของทำแต่ทำอันนั้นมันไม่ใช่แน่เพราะธรรมะที่ผู้ที่รู้ดีแล้วผู้นั้นจะขยันหมั่นเพียรจะสร้างสรรค์จะไม่กลัวเหนื่อยสัตว์เสือกลิ้นคานแดดน้ำลมฝนเป็นพระอริยเจ้าใหญ่จะไม่กลัวไม่เกรงจะทำจะแข็งแรงจะไม่ท้อ เตาะแตะแล้วจะพยายามว่าสั่งสมบุญก็มีบาปอยู่ในตัวหรือว่ามีอกุศลอยู่ในตัวอกุศลมันก็นำหน้างั้นพรุ่งนี้ทั้งช้าทั้งยังจะเล่นอยู่กับนรกอีกนานแสนนานขอฟังให้ดีๆแล้วเราก็ลองให้มันตายเพราะเราทำกุศลให้มันตายเพราะความเหน็ดเหนื่อยที่ทำงานดูซิอาตมาพูดอย่างนี้อาตมาท้าได้เลยว่าคนขี้เกียจจะไม่ตายเพราะความเหน็ดเหนื่อยทำงานคนขี้เกียจไงพอทำเหนื่อยนิดนึงวิ่งหนีแล้วไม่มีการตายเพราะความเหน็ดเหนื่อยทำงานเลยตราหน้าได้เลยคนขี้เกียจไม่มีเพราะ ฉันพูดให้ตายให้มันตายด้วยความเหนื่อยที่ทำงานดูซิจ้างร้านนึงก็ขี้หมากองเดียวไม่มีทางเพราะคนที่อ่อนแอเยาะเยาะตนเองโป๊ตนเองไม่มีทางเพราะฉะนั้นจึงช้าและจะไม่มีหวังที่จะบรรลุได้ง่ายๆหรือไม่ได้เลยที่พูดเนี่ยพูดด้วยสัจจะที่ตัวเองเห็นแล้วอยากจะให้พยายามขยันหมั่นเพียรมันยังมีกำลังวังชาเรี่ยวแรงมันยังมีอะไรต่ออะไรต่างๆนานาที่เราจะทำแต่หลงมันเหลือเกินหลงระเริงหลงเอ็ดอร่อยหลงขี้เกียจร้องเบาๆง่ายๆว่างๆเบาๆที่ไหนพระพุทธเจ้าท่านบอกทุกอย่างอัตรานางปัทมาตั้งตนอยู่ในความลำบากเถิดกุศลธรรมจะเจริญยิ่ง ถ้าเข้าใจไม่พอไม่มีปัญญาพอก็ธรรมะพระพุทธเจ้าค้านแย่งกันหมดเลยแต่ถ้าเข้าใจพอแล้วธรรมะของพระพุทธเจ้าไม่ขัดแย้งแต่จงเรียนรู้ทำให้จิตใจมีฉันทะโปร่งรู้ว่านี่งานคืองานพฤติกรรมคือพฤติกรรมสิ่งที่เป็นอย่างนี้แบกมันก็ต้องยอมหนักทำงานมันก็ต้องยอมเหนื่อยซะถึงนานทั้งหนักมันก็เหนื่อยเร็วมันเป็นเรื่องธรรมดาบางอย่างบางอันทำงานไม่หนักเราทำได้เรื่อยๆไปทั้งวันบางคนที่เก่งแล้วแม้หนักก็ยังทนได้มากไม่เหนื่อยเร็วก็เป็นธรรมดาธรรมชาติของผู้ฝึกฝนการงานไม่ใช่ทุกข์การงานไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้เราเสื่อมเสียการงานเป็นสิ่งที่ดีทำให้เรา สวดธรรมะพระงานใดที่เราถนัดก่อนเราจะทำได้ง่ายและเราจะมีฉันทะก็พยายามเลือกงานให้ก่อนก็ได้แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องติดแต่งงานนั้นจะทำแต่งานนั้นงานเดียวงานอื่นหัดขึ้นเราจะรู้ว่าความรังเกียจตอนนี้ไม่ใช่ความขี้เกียจความรังเกียจของเรามันมีรังเกียจในงานอื่นแล้วเราไม่คล่องแคล่วในงานอื่นแล้วเราก็ทำไม่ได้ทำแล้วก็หนักทำแล้วก็ยากแม้ทำหนักทำยากไม่มาก็ไม่ต้องถือเราก็ต้องหัดต้องฝึกดูเพราะบางทีเราต้องช่วยกันบางทีเราต้องจำเป็นที่จะต้องซื้อโดยเฉพาะงานมันไม่ใช่งานหนักแต่งานมันไปยึดถือรูปก็ดีรถก็ดีกลิ่นก็ดีสภาพก็ดีมีศักดินาในหัวใจ ข่าววันนี้งานปั่นงานหยาบงานคนชั้นอยากฉันจนคนที่เข้าอะไรต่ออะไรที่เป็นกรรมกรกรรมกรทำมันมีอะไรต่างๆในหัวใจเราจะต้องพยายามวางตัววางใจและต้องฝึกต้องหัดไม่เช่นนั้นคุณก็ได้จะนึกจะคิดได้แต่เข้าใจพูดนี้อาตมามั่นใจว่าเข้าใจกันเกือบทุกคนแหละแม้แต่น้อยบางทีอาจจะเข้าใจหรือจะยกเว้นน้อยเท่านั้นหรือบางคนเพราะว่ามันไม่ใช่เรื่องยากเรื่องเย็นอะไรแต่เราไม่เอาจริงเราไม่ทำจริงเราไม่ฝึกจริงเราก็ไม่รู้จักว่าการปล่อยวางจิตใจของเรานี่จริงหรือเปล่าขอให้พวกเราได้พยายามเข้าใจพวกนี้แล้วก็ฝึกดูหัดดูหันหน้าชนหันหน้าเผชิญดูอย่าถอย ถ้าเข้าใจว่าศาสนาพุทธและสอนให้ถอยผู้นั้นไม่ใช่เผชิญตัวจริงผู้นั้นเป็นผู้ที่ไม่ใช่กล้าจริงผู้นั้นไม่ใช่คนที่จะกล้าปฏิบัติธรรมอย่างจริงจังแต่เป็นผู้นี้จึงเรียกว่าโลกันตเป็นผู้ลงเป็นผู้ดีเป็นผู้เลี้ยงไม่ใช่นักสู้ไม่ใช่นักปฏิบัติแต่เป็นผู้ถอยและถอยหนีหรือเป็นผู้จมแล้วจมเล่าจะไม่งอกมันเงยเลยอันนี้ใช้ภาษาสื่อสภาวธรรมซึ่งเมื่อลึกๆซึ้งๆมันก็ยากที่จะรู้ว่าจึงใช้ภาษาหลายซับหลายซ้อนฟังด้วยดีตั้งใจฟังดีๆเราจะเข้าใจสภาวะไม่สงสัยแม้จะภาษาอย่างนั้นแหละแต่มันสื่อสิ่งที่ซ้อนชั้นซ้อนเชิงอันลึกซึ้งให้ รู้ฉันรู้เชิงที่ระลึกนั้นได้โดยจริงตามปัญญาและยิ่งมีฐานมีภูมิอันแท้จริงของเราแล้วเรายิ่งจะรับความจริงนั้นได้เป็นสัจจะที่แม่นแท้ยิ่งเรามีในตนเองยิ่งจะเข้าใจและศรัทธาว่าอันนี้ท่านกล่าวถึงสิ่งที่เรามีแล้วหนอชัดเจนยิ่งขึ้นและเราจะพ้นวิจารณ์เมื่อท่านได้ทบทวนด้วยภาษาให้แก่เราและเราทบทวนตัวเราเองด้วยภาษาสื่อถึงสภาวะธรรมที่เรามีความมั่นใจจะเกิดในผู้นั้นผู้นั้นผู้นั้นก็จะเห็นสัจจะจะมีศรัทธาในสัจจะจะรู้ว่าสัจจะนี้ของเราได้หรือเต็มแล้วหรือยังผู้นั้นจึงจะเป็นผู้ที่ปฏิบัติ ถึงซึ่งสัจธรรมเราปฏิบัติธรรมมานี่หลักของชีวิตกินอยู่หลับนอนฟังชื่อ ปลวกกินอยู่หลับนอนเอาเรียกกันจนกระทั่งว่าเป็นกรรมเป็นกรรมกรรมฐานในการปฏิบัติของเราให้พิจารณาจริงๆในการกินไม่ใช่พิจารณาแต่คิดตอบพิจารณาต่อผัสสะตั้งแต่เรานึกคิดอยากกินนั่นคิดอยากกินนี่ก็ต้องพิจารณาความคิดว่ามันไปเกี่ยวกับอาหารไปเก็บกับสิ่งที่จะกินทั้งคิดทั้งสัมผัสทั้งผู้สัมผัสอยู่ทันทีทนโท่กำลังแตะกำลังเห็นกำลังจะหยิบกำลังจะจับกำลังจะกินหรือแม้แต่พูดถึงเราก็ไปพิจารณาวิเคราะห์ ดูจิตดูอารมณ์ของเราทั้งสิ้นดูอาการของจิตคิดก็ดีพูดก็ดียังไม่เกี่ยวข้องยังไม่สัมผัสยังไม่ได้แตะกับอาหารนั้นเลยหรือของจะกินนั้นเลยมันก็เกิดปฏิกิริยาต่อจิตเราได้แค่คิดอยากกินแค่คิดชอบอย่างนั้นชังอย่างนี้หรือคิดอะไรต่ออะไรต่างๆนานาแกก็อาหารจะกินจนกระทั่งพูดพูดก็มาจากตัวจิตเป็นเอกเหมือนกันพูดไปบางทีพูดไปจิตเราไม่ได้เป็นอย่างนั้นสักหน่อยแล้วก็พูดไปบางทีมันสมควรไม่สมควรแล้วก็ต้องพยายามบางทีเราก็พูดอนุโลมเขาจะใจเราไม่เป็นแล้วบางทีใจเรามันเป็นด้วยซ้ำไปแต่เราก็โกหกคนอื่นเขาอะไรพวกนี้นะเรา พิจารณาสภาพที่ว่าให้มันเป็นกุศลกุศลแก่จิตมาจากจิตมาจากวาจาจนกระทั่งถึงข้างนอกกายกรรมสัมผัสมีวัตถุนั้นจะต้องแล้วเห็นแล้วจะต้องแล้วสัมผัสแล้วได้กลิ่นแล้วเคี้ยวเอาเข้าปากได้รับรสแล้วพิจารณาให้จริงๆพิจารณาโดยการปรับปรุงโดยการเปลี่ยนพฤติกรรมของกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมวจีเปลี่ยนทั้งกายเราไม่แตะต้องเราไม่จับเราไม่หยิบเราไม่เอาเลยเมื่อไม่เอาและจิตใจมันจะเป็นยังไงก็ปรับจิตต่ออย่าให้จิตมันอยากมั่นใจมันอยากเราก็บอกว่า ให้มันใจมันอยากไม่ให้มันแต่มือไม่เอากายไม่จับไม่เอาแต่ใจมันยังเอาก็ต้องปรับอย่าให้ใจมันเอาให้มันวางให้มันปล่อยให้มันคลายพิจารณาด้วยกฎขมด้วยอดทนด้วยวิธีการนานาวิธีจะสามารถจะให้มันจางกลายปล่อยวางไม่ให้มันหยาบไม่ให้มันโหยไม่ให้มันหาแม่มันอาวรณ์คือแม่มันช่างมันช่างใจมันชังเอาเราจะเอามันผ่านมามันช่างมันเอามันดูนี่เป็นอาหารมันเป็นของที่คนอื่นเขาก็กินมีคุณค่ามีค่าอาหารรู้ด้วยแต่เราไม่ชอบเราไม่ติดเราก็รับมันมากินกินให้มันเป็นไปโดยจริงกินดีๆกินให้มันราบรื่นกินไม่ ฝืนใจฝืนกินมาเป็นธาตุอาหารแล้วมันก็เป็นคุณค่าอาหารที่ดีด้วยเราก็ควรกินควรทำแล้วก็หัดวางใจพวกนี้เป็นการปฏิบัติธรรมะทั้งสิ้นปฏิบัติโดยฝึกโดยยอกย้อนจนสุดท้ายเราเองล้มเราชอบเราชอบแล้วก็เราก็วางใจได้ด้วยแต่ชอบวางใจได้แล้วแต่ก่อนชอบขออภัยแต่ก่อนชอบตอนนี้เราวางใจได้แล้วแล้วเราก็จะเอาเราจะหยิบจะจับเราตอนนี้กายสัมผัสแต่ใจไม่ได้ดูดด้วยซึมใจไม่ได้ติดอาหารบอกแล้วว่าแม้เราเองเราจะต้องเป็นพระอริยะขั้นพระอรหันต์เรายังจะต้องกินเพราะมันจะต้องจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติอย่างยิ่งจริง แล้วเราก็จะสัมผัสจะผ่านมันถ้าเรายังหลงเป็นไม่ว่าอะไรอะไรอยู่เราก็จะต้องเจอมันในธรรมชาตินี่แหละแล้วมันก็ไม่รู้จักจบไม่รู้จักสิ้นจนกว่าเราจะอยู่เหนือมันจริงๆเลยว่ามันอยู่ก็อยู่เราสัมผัสๆมันเราจะกินมันก็กินแต่ใจเราไม่ติดไม่หยุดแล้วจริงๆไม่ได้ชอบไม่ได้ชังของควรกินก็กินก่อนนี้เราเคยชังมันนะเดี๋ยวนี้ก็กินมันได้โดยที่เราไม่ได้ทำอะไรก็กินพอประมาณธรรมดาธรรมดาไม่ได้ทุกข์ไม่ร้อนอะไรของชอบแต่ก่อนนี้กินได้ชอบเลยกินได้ยึดได้อะไรเดี๋ยวนี้ก็ไม่ได้อะไรอร่อยๆก็พอประมาณพอเป็นไปไม่กินก็ได้กินก็ได้อย่างนี้ใช้อาศัยพิสูจน์ดูซิดู อ่านใจเรื่องอาหารให้อ่านใจได้ดีมากๆเราจะรู้เลยว่ามันเหลือนิดเดียวหน่อยเหลือนั่นเหลือนี่แต่อ่านยากเหมือนกันนะชอบก็วางแล้วนี่บางทีมันมันมีง่ายเคยเคยอธิบายให้ฟังได้ป่ะบางอย่างมันง่ายรถมันง่ายกินได้อย่างพริกนี่มันกินยากกินยากแล้วเราก็พยายามกินแล้วเราจะบอกว่าเราไม่ชอบก็ต้องอ่านใจซ้อนอยู่ดีๆไม่ใช่ไม่ชอบนะแต่จริงๆด้วยมันกินยากหรือแม้แต่ผมของมันก็กินยากแต่พริกเผ็ดกับสะเดาขมนี่นะพริกกินยากกว่าสะเดาเราก็ต้องเปรียบเทียบจิตใจของเราโดยบางอย่างแล้วมันกินง่ายแต่ก่อนเคยชอบด้วยชอบกับไม่ชอบแล้วนี่แต่มันง่ายกินของที่มันจืดหรือว่ามันหวานหรือว่า แต่ก่อนเคยอร่อยหวานเคยติดหวานด้วยซ้ำแล้วเราก็อ่านจิตให้ละเอียดประมาณว่าตอนนี้ไม่ชอบจริงๆมันเป็นยังไงซึ่งอาตมาบอกไม่ได้ว่าคุณเองคุณจะชอบหรือไม่ชอบมันเป็นอย่างนั้นอย่างนี้บอกคุณไม่ได้หรอกคุณต้องรู้ใจของตนเองแล้วเปรียบเทียบวางใจให้สนิทสนมชัดๆเราจะได้เป็นผู้ที่รู้จักอาการของจิตอย่างแยบคายในสิ่งอื่นเหตุปัจจัยอื่นไม่ว่าจะเรื่องอื่นๆอันใดๆมันก็สัมผัสมาถึงจิตเกิดเวทนาสุขทุกข์ชอบไม่ชอบทั้งไม่ฟังอะไรพวกนี้โทรมานะเหมือนกันเพราะฉะนั้นผู้ใดปฏิบัติมีปัญญาในการรู้จิตผ่านจิตแยกทายดีแล้วผู้นั้นได้ปัญญาทางธรรมเหตุปัจจัยอื่นๆมันก็มีใด เพราะเขาคล้ายกันมันอาจจะไม่คล้ายทีเดียวก็ได้เพราะว่าเหตุปัจจัยไม่เหมือนกันมันจี๋จ๋ากว่ากันมันหยาบกว่ากันมันละเอียดกว่ากันอะไรอีกเยอะแยะแต่มันก็มามีลักษณะรวมลงเป็นมโนปวีวิจารณ์ 18 รวมลงมาเป็น 11 ธันวาคมสุขทุกข์หรือไม่สุขไม่ทุกข์โดยเป้าหมายเราก็พยายามธรรมะมาให้เป็นสภาพไม่สุขไม่ทุกข์โดยการสัมผัสแม้เราจะรับอยู่หรือไม่รับก็ตามสุดท้ายเราก็ไม่ต้องรับอันนี้เลยไม่ต้องแตะต้องอันนี้ขาดไปเลยแต่บางอย่างมันจำเป็นจะต้องรับต้องแตะอยู่แต่เราก็ใจวางใจขาดใจสงบใจดับสนิทซึ่งกิเลสแล้วเราจะต้องอ่านศึกษาจริงๆจึงจะรู้ความจริงว่าสุดท้ายแล้วแม้เราจะสัมผัสหรือไม่สัมผัส แม้เราจะลากขาดเลยแล้วแต่เราก็อยากจะต้องอยู่กับมันในโลกแล้วก็เหนือมันอย่างเด็ดขาดเพราะจิตของเรานั้นไม่ติดไม่ยึดไม่ชอบไม่ชังไม่จริงๆแล้วเราก็อยู่กับมันได้อย่างสนิทเนียนอยู่ได้อย่างจิตว่างๆๆจะเป็นยังไงจะมากจะน้อยเราก็รู้ว่าไอ้นี่มากไอ้นี่น้อยเราจะรู้ค่าด้วยซ้ำไปว่านี่เผ็ดจัดไอ้นี่คมจัดไอ้นี่ขมน้อยยากหน่อยนะอันนี้เผ็ดจัดก็ยากหน่อยอันนี้ขมมากก็ยากกว่าขมน้อยก็ง่ายหน่อยหรือจืดๆจางๆก็ยิ่งง่ายกว่าอะไรพวกนี้เราจะเข้าใจสภาพจริงว่าแม้แต่ว่าเราชอบหรือไม่ชอบหรือว่ามันไม่ชอบชอบก็มีไม่ชอบก็มีหรอกแต่ว่ามันยากสัมผัสรับเข้ามามันยากมันยากกว่ากันบ้างก็ขอให้เข้าใจในระยะ เกลียดพวกนี้ด้วยแล้วเราก็จะหมดที่จุดอิจฉาจะไม่สับสนในการที่จะรู้ความจริงของอารมณ์จิตหรือมโนคนพิการหรือจิตใจจะเสร็จอารมณ์ของจิตเป็นที่สุดแล้วเราก็จะเข้าใจแล้วจะรู้ความจริงความเป็นความมีของเราได้อย่างของจริงไม่ใช่ดาวไม่ใช่ไปเที่ยวได้คำนวณโดนดาวสภาวะธรรมแต่มีของตนเองให้อ่านเพราะการปฏิบัติธรรมมาด้วยการกินในเรื่องของอาหารที่มีเป็นอาหารคำข้าวโดยตรงนี่แหละจึงเป็นเรื่องของปรมัตถธรรมอย่างยิ่งมีผัสสะมีมโนซึ่งเจตนามีวิญญาณอาหารอยู่ในนั้นเสร็จสอดซ้อนอยู่ในนั้นขอให้เราได้ปฏิบัติธรรม ทุกวันมีการพิจารณาอาหารมีการบอกกล่าวเป็นเรื่องอื่นก็ตามแต่ไม่ได้หมายความว่าพาเหล้าพาพูดถึงเรื่องอื่นๆแล้วเรากินกินอาหารเราก็กลับไม่ได้พิจารณาเลยสติตกสัมผัสมันอยู่ก็ไม่ได้ประโยชน์จากการกินอาหารอย่างนั้นก็ขาดทุนก็ขอให้อย่าปล่อยปละละเลยอย่าลืมพิจารณาไปให้สนิทเนียนไปเลยเมื่อไหร่เมื่อไหร่ก็เถอะแม้คุณจะเป็นพระอริยเจ้าชั้นสูงสูงสูงสูงสูงจนกระทั่งสูงเท่ากันจะเป็นอรหันต์แล้วก็ตามคุณจะรู้เองว่าเราต้องปฏิบัติแม้จะเหลือเศษน้อยเป็นรูปราคะอรูปราคะเป็นเศษนั่นเศษนี่เราจะรู้ธรรมะที่ชัดเลยว่าอ๋ออย่างนี้ผลการอย่างนี้เราทนได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากแต่ยังมีเศษอาสวะอยู่นะ ร้านข้างบ้านเป็นอรูปราคะบ้างเล็กๆน้อยๆเราจะเข้าใจเลยว่าชอบผู้ชายเป็นภาวะตัณหาวิภวตัณหาผักหรือไม่อยากอยากหรือไม่อยากเราจะเข้าใจสภาพธรรมเหล่านั้นจึงเป็นการศึกษาที่แท้มีของจริงเกิดจริงเป็นจริงมีองค์ประกอบกาโยมีความประชุมอยู่ร่วมอยู่พร้อมแต่เราสามารถมีความสามารถแนบสามารถแท้ที่เราอยู่เหนือและรู้ความจริงว่าเนื้ออย่างชัดเจนเหลืออยู่บ้างพอทนทุกข์ได้หรือไม่ต้องทนเลยถอนอาสวะสิ้นเลยเราก็จะรู้คำว่าถอนอาสวะพ้นรูปราคะผลอรูปราคะและไม่มีกิเลสใหม่ที่ มานะแม้แต่ที่สุดเราก็อยู่กับลูกเขายังอาจหาญไม่มีการสะท้อนสะเทือนสะเทินสะทานเป็นอุปสรรคสังโยชน์ใดๆเลยอยู่กันอย่างสนิทเนียนและความจริงคนอื่นจะตู่จะท้วงอย่างไรเราก็รู้ได้ด้วยวิชาไม่มีอวิชชาไม่มีอุจจาระและไม่มีมานะที่จะกระทำอยู่กับสังคมอยู่กับใครจนกลายเป็นความแตกร้าวเป็นความไม่สมานสามัคคีไม่สันติเราอยู่อย่างสันติและเราอยู่กันอย่างเป็นผู้ที่มีบทบาทอันงามเป็นที่น่าเลื่อมใสและขัดเราก็ได้ด้วยช่วยเหลือก็ได้ด้วยประโยชน์ตนสมบูรณ์ประโยชน์ท่านก็ได้ฝึกหัดทำประโยชน์และจะฉลาดจะสามารถในการทำประโยชน์ท่านให้ผู้อื่นได้รู้ธรรมะ แล้วก็พยายามให้เขาได้หลุดธรรมะพ้นทุกข์พ้นสิ่งที่เป็นกิเลสตัณหาอุปาทานไปด้วยก็เท่ากับเราเป็นผู้ที่สืบสานศาสนาเป็นธรรมทายาทได้รับผลของตนและได้ช่วยงานศาสนากตัญญูกตเวทีไปตลอดชีวิตนี้จะหาใหม่ อรหันต์ 3 ที่เราจะต้องเข้าใจในทั้งหลักและเข้าใจทั้งในรายละเอียดที่เราจะประพฤติสำหรับตนเหมาะแก่ตนและรายละเอียดที่เหมาะแก่ตนก็ได้เน้นเสมอว่าเราจะต้องสมาทานเอาสำหรับเรื่องนี้เรารู้สึกกายะของเราเราเรื่องเหตุเรื่องปัจจัยของเราเรากิเลสของเราว่าเราจะต้องตั้งศีลตั้งหลักสมาทานกรรมฐานให้แก่เราเองแล้วเราก็หัดทำเมื่อได้หลักศีลหรือสังวรศีลแล้วเราก็สำรวมอินทรีย์และรับประกัน 3 เริ่มต้นที่สำรวจ ซึ่งเป็นกลางสำหรับศีลของใครของมันแล้วก็พนักงานก็ทำ 3 ข้อนั้นก็กลางๆใครทุกคนต้องจะถือศีลอย่างไรมากน้อยอย่าปรางถึงไม่เหมือนกันแล้วอย่างไรก็ต้องมาเหมือนกันหมดทุกคนเหมือนกันหมดทุกคนตรงที่จะต้องใช้หลัก 3 นี้เหมือนกันเจ้าสำราญอินทรีย์ทั้ง 6 ตาหูจมูกลิ้นกายใจสำรวมสังวรระมัดระวังมันจะสัมผัสมันจะสัมพันธ์มันจะเกี่ยวข้องเพราะเราใช้หลักมรรคองค์ 8 เราจะมีการคิดจะมีการพูดมีการทำการงานมีอาชีพก็ต้องพยายามแล้วก็มีสติสัมปชัญญะรู้เข้าใจวิจัยวิเคราะห์ตามปัญญาของเรา ตามความเห็นแจ้งความรู้ของเราศึกษาความรู้เข้าสู่เรื่อยๆลงสู่การศึกษาไปแล้วเราก็วิเคราะห์วิจัยสำรวจอินทรีย์ทั้ง 6 Pro ชื่อเนมตาเครื่องอุปโภคเครื่องบริโภคทั้งหลายทั้งแหล่รสละปลดปลงปลดปล่อยลงไปเรื่อยๆเรื่อยๆเรื่อยๆคันเข้าหาสารัตถะขันเข้าหาแกนในเรื่องโภชนะในเรื่องอุปโภคเครื่องอุปโภคเครื่องบริโภคต้องพยายามจัดเจนจัดแจงให้เป็นผู้มักน้อยสันโดษให้เป็นผู้ที่อิสระเสรีให้เป็นผู้ที่ไม่เป็นทาสขึ้นมาจริงๆเพราะฉะนั้นนอกจากจะสำรวมโดยตัวเราเองด้วยทวารทั้ง 6 แล้วไอ้เครื่องประกอบองค์ประกอบก็ย่อมต้องมีเป็นบริขารเป็นส่วนใช้เป็นส่วนกินเพราะเราก็จะต้อง หาดรู้ส่วนใช้ส่วนกินที่เราจะอนุโลมไปบางครั้งบางคราวแต่ในส่วนส่วนใหญ่ส่วนเป็นอาชีวะส่วนทั่วไปเราจะต้องมีเครื่องกินเครื่องใช้อย่างนั้นอย่างนั้นแม้ที่สุดในหลักเกณฑ์ซ้อนลงไปว่าเราจะไม่สะสมแม้แต่ข้าวสักเม็ดนึงไม่สะสมข้าวไม่สะสมน้ำไม่สะสมยานไม่สะสมอะไรต่างๆซึ่งเป็นเรื่องของพระดังนี้เป็นต้นและเจ้าเป็นผู้ที่พิจารณาและประพฤติปฏิบัติให้สอดคล้องลงตัวจริงๆเราจะเห็นได้ว่าการปฏิบัติโดยสำรวจอินทรีย์นั้นจะเป็นหลักใหญ่ซึ่งรู้กันทั่วอยู่ส่วนโภชนานั้นที่จริงเป็นหลักใหญ่แต่เขาไม่ค่อยเอาถ่านแล้วเรื่องนี้เพราะว่ามันกิเลสมากในพอชะนีมะตันยุทธการเป็นตัวกิเลส เขาละเลยจนเดี๋ยวนี้ไม่เข้าใจอภัยนะก็ทำ 3 ข้อนี้ข้อกลางครอบครัวเช่นเดียวหมดสัญญาจะเป็นข้อสำคัญยิ่งแต่เขากลับปล่อยก่อนเพื่อนเพราะกิเลสมันใหญ่มันหยาบมันเกี่ยวมันคล่องอยู่มากมันเกี่ยวเป็นลาภมันเกี่ยวเป็นยศมันเกี่ยวเป็นรูปรถเป็นเสียงสัมผัสอยู่ในโพชั่นเนตันอยู่ตานี่ทั้งสิ้นเราจึงเห็นได้ว่าเมื่อฤทธิ์แรงของกิเลสมันมากเขาก็ปล่อยโฆษณาไปเสียคนเรียนคนสอนคนฝึกคนปรือไม่เห็นความสำคัญไม่เข้าใจด้วยปัญญาญาณอันยิ่งก็จะค่อยๆปล่อยจนกระทั่งสุดท้ายเราเห็นได้ชัดอยู่แล้วว่าเดี๋ยวนี้เอาปัณณะก็ทำ 3 ถ้าจะพูดถึงสังวรสำรวมอินทรีย์เขายังทำอยู่บ้างเรียนบ้างศึกษาบ้างและก็ยอมรับ ถ้าจะบอกว่าชาคริยานุโยคคะเขาก็ยังพอยอมรับเขาก็ศึกษาเขาก็พออธิบายไปในความหมายของเขาเชิงเขาส่วนโพชฌงค์เนตตานั้นเขาถึงกลับประมาทดูถูกเลยว่าไม่ใช่หลักการปฏิบัติธรรมไม่ใช่เรื่องกรรมฐานไม่ใช่เรื่องสำคัญในการปฏิบัติธรรมเขากล่าวอย่างนี้ได้เลยจริงๆแล้วก็กล้ากล่าวกันจริงๆเขาตัดออกไปได้อย่างไรที่ตัดไปเพราะว่าเขาไม่รู้เขาไม่เข้าใจนั่นเองเขาจึงตัดจึงปล่อยให้เขาจึงเลิกร้างเลิกราไปและขอย้ำเน้นให้ฟังว่ามันเป็นเรื่องสำคัญการปฏิบัติได้สังวรสำรวมอินทรีย์นั้นก็จะมาเกี่ยวข้องกับการอยู่องค์ประชุมของเครื่องอุปโภคบริโภค ทำสติให้มั่นก็ทำทำให้เป็นผู้ตื่นในความหมายมันลึกซึ้งเป็นนามธรรมเข้าไปอย่างยิ่งสำหรับชาวกริยานิยมคะเพราะเราจะเป็นผู้ตื่นนั้นตื่นก็คือผู้ที่จะมีความรู้เท่าทันมีสติและมีปัญญามีธรรมะวิจัยมีเครื่องอ่านมีเครื่องเลือกไม่ใช่เรื่องเอาแต่เราเลือกออกไม่ใช่เลือกเอาเลือกออกเลือกรับให้อยู่ในหลักของมักน้อยสันโดษเมื่อเราเข้าใจตัวมักน้อยจนสันโดษที่แท้เราเลือกรับเลือกทำให้พอเหมาะพอดีแล้วก็น้อยลงน้อยลงเป็นไปจนกระทั่งที่สุดน้อยที่สุดได้แล้วเราก็จะรู้ว่านี่น้อยที่สุดแล้วน้อยกว่านี้ไปอีกไม่ได้เช่นว่าเราทานอาหารวันละมื้อนึงนี่น้อยที่สุดและ เสื้อผ้า 3 ผืนใหญ่ที่พระพุทธเจ้าท่านพาเป็นถึงขนาดเป็นพระน้อยที่สุดแล้วอะไรอย่างนี้เป็นต้นบ้านที่อยู่นอนโคนไม้นี่น้อยที่สุดและเลือกจุดก็ขนาดที่จะสร้างกับใหญ่โตประมาณขนาดนี้น้อยที่สุดและอะไรที่เป็นต้นเราจะเข้าใจทั้งเครื่องอุปโภคเครื่องบริโภคเครื่องอาศัยต่างๆนานาตัวรู้ตื่นหรือตัวชาญวิทยานี้โยคะจึงไม่ใช่ความหมายตื้นๆนึกว่ามันตื่นเฉยๆตื่นจากนอนหลับไม่ใช่ตื่นจากนอนหลับน่ะมันไม่ใช่ความหมายแน่นอกจากตื่นจากนอนหลับแล้วเป็นคนตื่นมันตื่นที่จิตวิญญาณมันตื่นที่เป็นคนสดชื่นเป็นคนเบิกบานร่าเริงตื่นรองรับรู้สัมผัสแววไวเข้าใจอีกด้วยซ้ำ รู้รู้ตื่นรู้ไม่ใช่ตื่นเด๋อตื่นเฉยตื่นเซ่อไม่ใช่ตื่นรู้แววไวชาญฉลาดมีทำมาวิจัยมีวิจักขณามีปัญญาเครื่องสอดส่องรู้อะไรต่ออะไรอย่างฉลาดเฉลียวน่ารู้การรู้งานมีปฏิรูปการีมีการกระทำการงานอันเหมาะควรเหมาะเจาะอยู่เสมอๆเป็นคนเอาธุระไม่ใช่เป็นคนทอดพระเป็นคนเอากันเอางานเป็นคนมีทุนระหว่างเงินต้นเป็นคนขยันหมั่นเพียรมีอุดผ่าตัดลักษณะเหล่านี้จะเป็นคนเจริญเป็นคนที่ย่อมหาทรัพย์ได้และทรัพย์นั้นถ้าเป็นโรคก็เป็นทรัพย์โรคเป็นท

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน