570611_พ่อครูให้โอวาทนิสิตใหม่ มินิ ว.บบบ..doc.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2557
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์344 KB
วันที่แก้ไข21 เมษายน 2567

เนื้อหาในไฟล์

570611_พ่อครูให้โอวาทนิสิตใหม่ มินิ ว.บบบ ที่ใต้เฮือนศูนย์ฯ

วันที่ 11 มิถุนายน 2557 ที่บวร ราชธานีอโศก

ข้อสำคัญคือทำให้เกิดความรู้รอบ รู้มาก รู้ลึก เช่นให้รู้ไปถึงจิตใจ รู้รายละเอียดถึงอาการของจิตใจ พระพุทธเจ้าท่านศึกษาถึงเหตุในจิตใจแล้วก็แก้เหตุ ทุกอย่างมาแต่เหตุ เหตุมีดีและไม่ดี เป็นกุศลหรืออกุศล เข้าใจชัดรู้จริง และยังแบ่งเป็นกุศลโลกียะ โลกุตระ นามธรรมนั้นไม่มีตัวตนสรีระ แต่เรียนรู้ได้ คนโลกีย์ไม่ได้เรียนรู้และสัมผัสถึง อาการ ลิงค นิมิต ของใจได้อย่างที่พระพุทธเจ้าสอน

สำนักใด ผู้รู้ใดสามารถเรียนรู้เข้าไปในถึงจิต หลายสำนักสอนให้บังคับจิต แต่ของพระพุทธเจ้าจะฝึกให้จิตเป็นจิตที่ว่านอนสอนง่าย มุทุภูตธาตุ ไม่ต้องไปบังคับเหมือนสำนักอื่น มีมุทุภูเต กัมมนิเย จนเป็นกัมมัญญา ปภัสสรา

เกิดจากการเรียนรู้ศึกษาและฝึกฝนจนเกิดจริงเป็นจริง เปลี่ยนให้จิตเราเป็นอย่างไรได้เร็วไว มีปัญญารู้เร็วไว รู้แล้วก็ปรับปุ๊บปั๊ปเลย

กุศลโลกียะเขาก็เรียนก็อาศัย เขาเข้าใจแยกออก ยิ่งรู้จักโลกุตระที่เป็นเรื่องเหนือชั้นกว่าสามัญโลกียะ และทำได้ด้วย

โลกุตระมีนัยสำคัญเป็นเนื้อแท้ คือเป็นผู้ยอมผู้แพ้ ผู้เสียสละ ไม่ไปข่ม ไปเบียดเบียนใคร มีแต่เมตตา โลกุตระใช้เมตตาและใช้ความร่วมกันแบ่งแจกกัน ในสาราณียธรรม 6 มีใจที่มีเมตตาจริง แบ่งแจกเป็นสาธารณโภคี คนไหนเดือดร้อนก็ให้ก็ช่วย มีน้ำใจ ในภาษาอังกฤษไม่มีคำว่าน้ำใจนะ และรู้กฎระเบียบสังคม รู้ว่าจะใช้อย่างไร

โลกก็ต้องใช้ทั้งนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ ของพุทธก็มีศีลสามัญตา ทิฏฐิสามัญญตา มนุษย์ต้องมีหลักเกณฑ์ร่วมกันต้องใช้ มนุษย์เป็นกลุ่มหมู่สัตว์โขลง รู้จุดมุ่งหมายของชีวิต คือ ทิฏฐิสามัญญตา

สรุปกันง่ายๆว่าต้องอยู่กันอย่างเป็น สุข สงบ อบอุ่น เกิดจากการศ

อ่านต่อ

ึกษาทั้งสิ้น อาตมาตั้งใจจริงใจว่าอย่างนี้ใช่ สังคมสุข สงบ อบอุ่น นี่ใช่ สังคมสาธารณโภคีนี้ใช่เลย แล้วยืนยันโดยหลักฐานของพระพุทธเจ้าที่ว่า สาราณียธรรม 6 พุทธพจน์ 7

เขาแปล สาราณียธรรม คือ การระลึกถึงกัน ว่าใครหนอควรช่วยเหลือ และแม้เห็นก็มีใจนึกเมตตา เกื้อกูล ปรารถนาดีให้คนอื่นพ้นทุกข์ กรุณาก็ลงมือช่วย ช่วยสำเร็จก็มุฑิตา แล้วก็วางอุเบกขา

อาตมาเห็นหลักฐานของพระพุทธเจ้าแล้ว ชัดเจน ระลึกถึงของเก่าที่อาตมามี พอสัมผัสก็มี บุพเพนิวาสานุสติญาณ

ผู้ใดทำได้เป็นสมบัติของตน เป็นอาริยสมบัติก็จะใช้อย่างมี ปัญญา น้ำใจ ซื่อสัตย์ อุตสาหะ สี่คำนี้ไม่ใช่สิ่งที่เราเอาไปใช้ชั่วคราว แต่เราจะเอามาใช้จริงๆ อย่างปัญญานี่ ไม่ใช่ความฉลาดอย่างเฉกะหรือเฉกตา เป็นฉลาดแกมโกง มีกิเลสเป็นตัวบงการ เป็นเจ้าเรือนชักนำอยู่ แต่ผู้บรรลุธรรมจะใช้ปัญญา

ปัญญาเป็นตัวนำ หากเป็นปัญญาโลกุตระก็เป็นเรื่องดี แต่ถ้าเป็นเฉกาก็พาเสีย

น้ำใจ คนปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้าจะเกิดน้ำใจ ซื่อสัตย์ อุตสาหะ แต่คนที่ไม่ได้จริงก็ต้องพยายาม อย่างน้อ ย ก็ต้องรู้ว่า ปัญญาที่ถูกต้องคือการลด ละกิเลสและช่วยเหลือมนุษยชาติ แม้จะฝืนก็ต้องทำ และพยายามแก้ไขจิตตนว่าไม่ต้องฝืน ถ้ารู้ว่าทำอย่างนี้ควร เช่น มีน้ำใจ ไม่เอาเปรียบ ก็ทำให้จริงให้ตรง เรียกว่า ซื่อสัตย์ ถ้าบรรลุแล้วก็จะตรงซื่อสัตย์ ไม่ผิดเพี้ยน แล้วจะมีน้ำหนักของความอุตสาหะพากเพียร ก็เป็นไปตามบารมีของคน คนสร้างความอุตสา หะ พาก เพียรก็เกิดได้

พระพุทธเจ้าเรียกว่า วิริยารัมภะ แปลว่ า พากเพียรอยู่เสมอ ต่อเนื่อง ใช้แรงกำลังความพากเพียรเป็นวิริยินทรีย์ เป็นวิริยพละ ให้มีกำลังเสมอ เมื่อเรามีปัญญา น้ำใจ ซื่อสัตย์แล้วก็ต้องใช้ความพากเพียร แล้วก็จะทำ พหุชนหิตายะ พหุชนสุขายะ โลกานุกัมปายะ ได้อย่างสมบูรณ์ พระอรหันต์ทุกองค์มีน้ำใจเช่นนี้

จะดำเนินไปอย่างมีคติ ซึ่ง มีการดำเ นินที่ทุกคติหรือสุคติก็อยู่ที่การทำกาย วาจา ใจของเรา มันก็อยู่ที่จิต หากจิตผู้ใดมี เฉกตา ก็มีอคติ แต่ถ้าผู้ใดเฉกตาลดลง กลายเป็นความฉลาด มีน้ำใจก็จะดำเนินไปอย่างลดอคติ เจริญของตน ยิ่งกิเลสลดลงก็อคติน้อยลง หมดกิเลส อคติก็ไม่มี แต่ถ้าเรายังไม่หมดกิเลสก็ควบคุมอคติ ไม่ให้มันดำเนิน (คโตหรือคติ) ควบคุมมันไว้และปหานมันด้วย ตัวกบฎ ตัวบ่อนไส้

ทุกกรรมการวานมีคติ หรือ คโต เป็นการดำเนินไป ผ่านไปแล้ว สุคโต คือผู้ดำเนินไปดีแล้ว สุคติ คือ ดำเนินไปกำลังไป จัดการการดำเนินไป ส่วนคโตคือได้เป็นผลแล้วผ่านมาหมดแล้ว

ผู้ยังเหลืออคติอยู่ไม่สมบูรณ์สูงสุดเป็นอุดมคติ คือการดำเนินไปบรรลุสูงสุด เรากำลังมาเรียนให้เป็นการศึกษาขั้นอุดม เพื่อให้ทำงานให้ได้เป็นอุดมคติ ตามที่เรามีความรู้ปัญญา โดยจริง ซื่อว่าเราควรทำอย่างมีสัปปุริสธรรม 7 มหาปเทส 4 ตามที่เรามีปัญญา น้ำใจ ซื่อสัตย์ อุตสาหะ

ลักษณะอย่างนี้ อาตมาพาไปให้มีสุคติ พาไปสู่อุดมคติ เท่าที่อาตมามีอยู่ก็จะสอน จะมีวิธีการใดๆก็ตาม ขอยืนยันว่าไม่หย่อนข้อ ไม่ออมมือ เราจะขนาบแล้วขนาบอีกเหมือนช่างปั้นหม้อในขณะที่ดินยังเปียก ใครดินแห้งแล้วโยนทิ้ง ใครดินยังอ่อนอยู่ก็จะนวดแล้วนวดอีก เป็นคำของพระพุทธเจ้า นี่คือส ิ่ งที่อาตมาขอพูดนำเกริ่นในการบอกจุดมุ่งหมาย

ผู้ที่มาสมัครแล้ว ก็จะต้องจัดการให้พอเหมาะพอสม เมื่อได้ฟังก็รู้สึกว่าดี ถูกปลุกเร้า แล้วเราก็จะทิ้งส ิ่ งที่เรารับผิดชอบ สำหรับผู้ที่มีหน้าที่สำคัญ ก็ต้องประมาณดู เรายังเปิดรับอีกหลายปี เราก็อย่าเพิ่งใจร้อนอยากเป็นรุ่น 1 ถ้าเป็นรุ่น 1 ที่ไม่ได้เรื่อง แต่เราเป็นรุ่นบ๊วยแต่ได้เรื่องนั้นดีกว่า อยากให้สติพวกเรา อย่าเพิ่งเอาแต่เห็นแก่ตัวเอง พยายามมององค์ประกอบที่เรามีชีวิต สังคมเรายังเล็กยังเพิ่งสร้างก่อ ก็ได้กลุ่มเล็กกลุ่มน้อยก็ดีนักหนาแล้ว

อาตมาขอบคุ๊ณขอบคุณพวกเรา เอาง่ายๆนะ เราจัดงานนี้เตรียมงานไว้ริมมูน เราก็ไม่นึกว่าฝนมันจะมา น้ำมันจะมาเร็ว ต้องรีบทำถนนกั้น เราต้องรีบทำถนนกั้น ผู้ทำถนนก็มีน้ำใจทำให้เร็วภายในวันเดียว ตั้งประมาณ เจ็ดร้อยเมตรนะ ก็นึกว่าจะไปรอด ที่ไหนได้ฝนลงอีก ถ้าน้ำมันไม่ขึ้นก็กั้นพอได้นะ ถ้าฝนไม่ลงไปรอด อุตส่าห์กางเต็นท์ไว้ตั้ง 7 เต็นท์ใหญ่ วันหนึ่งกางได้แค่ 2-3 เต็นท์ ถ้าคนเยอะก็อาจได้ 4 เต็นท์วันทั้งวันเลยนะไม่ง่าย ต้องขันต้องยกต้องใส่ ทำเสร็จแล้วแทบจะไม่คุ้มในการใช้เลย นี่ถ้าคิดอย่างทุนนิยมนี่ไม่คุ้มเลย ดีที่เรามีจิตบุญนิยม เหนื่อยกัน เสร็จแล้วก็ต้องรีบรื้อ เพราะทางลพบุรีเขามายืมต่อ พอดีรีบรื้อก็เพราะว่าเราไม่ได้ใช้ จะใช้ที่ข้างบน

ส่วนทางอุดมก็เตรียมที่ไว้แล้ว มีจอ LED มีแสง สี เสียงอย่างโอ้โห แล้วก็เหมือนหมาเห่าเครื่องบิน เตรียมที่แล้วก็ไม่ได้ใช้ จนแล้วจนรอดมาถึงวินาทีนี้ เตรียมอย่างหนักเหนื่อยนะนี่ แต่พวกเราก็ทำ ถ้าเป็นทุนนิยม จิตของเรามันอยากจะได้สิ่งแลกเปลี่ยน มีอามิส มันจะท้อใจท้อแท้ เสียดาย กูไม่น่าเลย อะไรว่ะโทษสารพัดโทษ จะลงโทษคนนั้นคนนี้ อาละวาดไปเลย แต่พอจิตเป็นบุญนิยมนี่มันน้อย เราลงทุนลงแรงไป จิตที่จะต้องฮึดฮัดฟัดเหวี่ยง อาละวาดอย่างนั้นอย่างนี้ ยิ่งเงินก็ไม่ได้อะไรก็ไม่ได้ นี่ถ้าเป็นโลกีย์ยิ่งต้องอยากได้สิ่งตอบแทน แต่นี่ไม่มีอามิสล่อ นอกจากไม่มีอามิสล่อแล้วยัง Fail ล้มเหลวอีก

มันเป็นการทดสอบจิตจริงๆ มันเป็นการได้ฝึก หรือแม้ไม่ได้ฝึกแต่จิตของแต่ละคนสำเร็จ คือไม่ได้ถือสาอะไรแม้จะเหนื่อย มันมีเหตุปัจจัยเราก็รู้ว่ามันสุดวิสัย เราจะไปห้ามกั้นมันก็เป็นไปไม่ได้ เป็นการลงทุนฟรีสูญเปล่าก็ตาม อย่างน้อยเลยมีคนเห็นมีคนรู้มีคนเข้าใจว่า สังคมนี้เป็นสังคมที่เต็มไปด้วยน้ำใจ คนเหล่านั้นที่ทำคือคนที่เอาน้ำใจใส่เข้าไปทั้งนั้นเลย คนเขาก็เห็นน้ำใจของเขา อย่างเราออกไปชุมนุม คนข้างนอกเขาเห็นน้ำใจของชาวอโศกไหม? เห็นโจ๋งเจ๋งเลย น้ำใจนี่สุดยอด คำว่า น้ำใจ นี่ภาษาอังกฤษไม่มี แต่ภาษาไทยหรือชาวเอเชียนี่มี คนไทยเราศึกษาแล้วเอาน้ำใจหรือสร้างน้ำใจได้ เอาน้ำใจมาใช้ได้ ที่นั่งอยู่นี่ ใครมีน้ำใจแล้วเอาน้ำใจมาใช้บ้าง

อย่างม.วช คือมหาลัยวังชีวิต ต่อมาก็เป็นว.บบบ. แต่ที่เราทำนี่ ยังไม่ได้ตั้งชื่อนะ แต่มีคนนิยม มีคนสมัครเข้ามาเกินขีดเกินเขตนะ มันตลก มีคนเรียกว่า มินิ ว.บบบ. เราก็ไม่ได้ปลุกเร้าอะไรนะ แต่คนก็สนใจ สุดท้ายนี่มันเริ่มใหญ่ มีแฟ้มรายชื่อรับสมัครใหญ่เบ้อเริ่มนะ

การศึกษาพวกเราอยากให้เสียสละให้มาก อดออม อดทน อย่าให้เป็นการศึกษาที่หรูหราฟู่ฟ่าอย่างทุนนิยม เขาใช้ส ิ่ งเหล่านั้นเป็นตัวนำ เราต้องมาเน้นไปในแนวทางแบบคนจน แบบประหยัด แบบมัธยัสถ์ แบบมักน้อยสันโดษ จะเป็นอย่างไรก็ค่อยๆเข้าใจ เป็นให้ตรง ภาษาว่าอย่างไรก็เรียนรู้ให้ตรง เป็น Academy เป็นเศรษฐศาสตร์ ที่เป็นความมัธยัสถ์ ประหยัด ขอให้เป็นลักษณะอย่างนั้น อดทน อดออม อย่างสุรุ่ยสุร่ายอย่าทิ้งขว้าง ให้กระเหม็ดกระแหม่ เพราะพวกเราไม่พร้อมทั้งสถานที่แต่มันจะเกิดนะ เราไม่ใช่มาอย่างลูกเศรษฐีที่มีอะไรรองรับเลย

อาคารเรียนเดิม เรามีอาคารของอาชีวะอยู่แล้ว แต่นั่งเรียนไม่ได้เพราะเสียงดัง เสียงสะท้อน อาตมาก็เลยคิดว่าจะสร้างใหม่ อยู่หลังโฮงปัว ตรงที่เป็นดงดอกโสน เราวัดที่ไว้แล้ว แต่ว่าต่อมาเราซื้อที่ของพล.อ.วิมล ก็ว่าที่นี่น่าจะเหมาะกว่า หลายคนก็เห็นว่าเหมาะ อาตมาก็ได้รับการแนะนำก็เห็นด้วยนะว่าน่าจะเกิดตรงนี้ ตอนแรกว่าจะทำเป็นอาคาร 12 ชั้น อาณาบริเวณจะกว้างกว่าเฮือนศูนย์นี่ตามที่เรากะไว้ จะลงฐานรากไว้ 12 ชั้น แต่เราจะสร้างก่อนไป 3 ชั้นหรือ 5 ชั้น เราก็ยังไม่สามารถขอเปิดเป็นทางการได้ เราก็ให้อาชีวะมาใช้ก่อน นี่เป็นลักษณะดีของสาธารณโภคี นี่สุดยอดของเศรษฐกิจเลย

สำหรับ ว.บบบ.มีคนเขียนบอกมาว่าล้มเหลวใช่ไหม?...ตอบ..ไม่ได้ล้มเหลว เราก็ยังมีว.บบบ.อยู่

ขออภัยที่ต้องกล่าวว่า คนหมดอวิชชานั้นฆ่าสัตว์ก็ไม่บาป เช่น คุณไม่ได้ฆ่าสัตว์หรอก คุณไปเหยียบมดตาย สัตว์มันตายโดยไม่เจตนา พอเรารู้ว่าเราเหยียบมดตาย เรารู้สึกผิดด้วยซ้ำ ใจเราไม่มีบาป แต่มดมันอาฆาตเราไหม เพราะเราทำให้มดตาย เจตนาเราไม่มี แต่มันเกิด มดมันก็พยาบาทก็มีวิบาก แต่ถ้ามันไม่พยาบาทมันก็ไม่มีวิบาก เราจะไปรู้มันได้อย่างไร

เราไม่ เจตนาทำให้คนนี้ตาย ทำแล้วเราก็จะขอโทษ ขออภัยอย่างไรก็ตาม แต่ถ้าจิตของคนเจ็บคนตายอาฆาตพยาบาทเราจะไปรู้ได้อย่างไร

พระอรหันต์ต่อพระอรหันต์ เผอิญไปทำร้ายกันโดยไม่เจตนา ไปตีถูกหัวกัน อะไรเกิดขึ้น ก็ไม่มีความพยาบาทก็สูญ คนไหนเจ็บก็ซวยไป คนนี้ก็ขอโทษโดยสมมุติสัจจะ แต่จิตของทั้งคู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย มีแต่รับรู้ คนที่ถูกตีก็เจ็บ คนที่เป็นคนตีก็ขอโทษ ตามสมมุติ โดยไม่มีโลภ โกรธ หลงเลย นี่คือสัจจะ คุณทำได้เป็นอรหันต์นะ ทำได้ตลอดก็เป็นอรหันต์เลยนะ

เริ่มต ้ นอุ่นเครื่องเรียนก็ตอนเข้าพรรษาเลย เข้าพรรษาคือ 11 ก.ค. เลย อีก 1 เดือนเป๊ะเลย

ยุคของพ่อท่านจะต่อศาสนาไปอีกสองพันกว่าปีพุทธบริษัทจะต้องมีข่มขี่ปรับปวาทะไหม? พ่อครูว่า ...ปรับปวาทะคือเราจะอยู่กับสังคมได้อย่างปรองดองหรือขัดแย้งอย่างนานาสังวาส

อาตมาพูดเรื่องสามอาชีพกู้ชาตินี้ เขาฟังกันก็ว่าตลกนะ จะกู้ชาติได้อย่างไร? อาตมองว่า ขยะในโลกนี้ไม่มีวันหมด มีแต่เพ ิ่ ม ง่ายที่สุดเลย ที่หุ้มห่อแพคเกจ มันหลอกคน มากขึ้นๆ ปลอมแปลงมากขึ้น นี่คือเศษขยะที่จะเพ ิ่ มขึ้นไงทุกวัน เนื้อหาข้างในนิดเดียวแต่ขยะมาก นี่คือสภาพหลอกลวงในสังคมโลกแล้วเป็นขยะหมดเลย นี่วัตถุนะ แต่จิตวิญญาณฉันเดียวกันห่อหุ้มด้วยความหลอกซับซ้อนเช่นเดียวกันแต่เนื้อหานิดเดียวเป็นขยะทางจิตวิญญาณมากขึ้นทุกวัน เพราะเต็มไปด้วยความหลอกจึงเกิดขยะ ไม่ว่าวัตถุหรือจิตใจ เพราะฉะนั้นขยะไม่มีวันหมด จนเกิดกลียุคไฟประลัยกัลป์ไหม้หมดแล้ว โลกจะเย็นขึ้นใหม่เป็นเช่นนั้นมาในวัฏฏสงสารยาวไกล เท่าที่อาตมามีภูมิธรรมรู้แล้วเข้าใจแล้วนำมาพูดให้ฟัง โพธิสัตว์จะรู้วัฏฏสงสารอันยาวไกล

ก็ขอฝากฝังพวกเราให้ช่วยกันหน่อย ขยะที่จะต้องช่วยกันจัดการแล้วขยะจะแปรกลับมาเป็นทรัพย์ 1 .เราเอามาใช้ซ้ำได้ (reuse) 2 .เราเอามาซ่อมแซม(repair) 3 .เอามาแปรเปลี่ยน(recycle) 4 . สุดท้ายใช้ไม่ได้ก็ทำลายทิ้ง (reject) นี่คือหลัก 4 อย่างง่ายของขยะที่เราจะจัดการ

เรื่องขยะที่สุรุ่ยสุร่าย มีเยอะเลย ถ้าเราเข้าใจขยะวัตถุ เราจะเข้าใจขยะทางจิตวิญญาณด้วย ขยะทางจิติวิญญาณเมื่อเราเข้าใจรูปวัตถุก็เข้าไปจัดการกับจิตวิญญาณได้ เพราะเราเรียนรู้จากรูปนอกไปหาในเสมอ

เพราะฉะนั้นจะใช้มาศึกษาพัฒนาการได้เสมอ ยกตัวอย่างง่ายๆ แต่ก่อนคุณรังเกียจขยะวัตถุไม่อยากจับ ขยะแขยง พอเราไปศึกษาฝึกฝนก็เข้าใจรู้จักวิธีรับมัน มันเปื้อนจะมีเชื้อโรค เป็นภัย เราก็รู้จักวิธีป้องกัน คุณก็สามารถอยู่กับขยะได้อย่างรู้จักประโยชน์ มีความสามารถรู้วิธีไม่ให้เกิดภัยเกิดพิษเกิดเชื้อโรค รูปธรรม วัตถุธรรมเราก็แก้ไขไม่ให้เป็นพิษ นามธรรมเราก็รู้ทำใจได้มันถึงทำกับสิ่งนี้ได้ เราก็ทำกับวัตถุได้ แต่ก่อนเราล้างส้วมไม่ได้ แต่พอรู้วิธีการทำได้ ก็ไม่รังเกียจ คุณล้างก้นด้วยมือก็จับขี้อยู่ทุกวัน บางวันล้างมือไม่สะอาดด้วยใช่ไหม? แล้วก็มาล้างหน้าเช็ดหน้าตัวเองด้วยใช่ไหม เคยมาทุกคนแหละ ค่อยๆอธิบายแล้วจะเข้าใจ มาลดความยึดถืออุปาทาน ลดความไม่มีปัญญา มามีปัญญา จะไปรังเกียจทำไม เราเลยอยู่ได้กับทุกอย่างได้ชนะหมดทุกอย่าง อยู่กับนรกก็ได้ อยู่กับศัตรูก็ได้ คนเลี้ยงเสือใช้ประโยชน์จากเสือได้ เพราะคนเลี้ยงเสือ รู้เสือแล้วเสือก็ต้องยอม เราจะต้องศึกษาให้เป็นคนเหนือชั้นอย่างนี้จริงๆ จะอยู่กับขยะกับส ิ่ งที่โสโครกกับสิ่งที่สูญเสีย มันเข้มข้นมากหน่อยมันก็เป็นพิษ เราก็สลายทำให้มันจางคลาย ทำให้มันจืดจางบางเบา D ilute ได้ทำให้น้ำหนักบางเบาลง

ในเวทนา 108 เมื่อทวาร 6 เมื่อสัมผัสอะไรแล้วก็จะเกิด สุข ทุกข์ ไม่สุขไม่ทุกข์ เป็นเวทนา สามอย่างที่เกิด อย่างใดอย่างหนึ่ง มันอาจปนเปกันก็ได้ แต่ก็รู้ว่าสุขมากหรือทุกข์มากกว่ากัน หรือเฉยสนิทไหม?

ทั้ง 6 ทวารนี้เป็นได้ ทั้ง สุข ทุกข์ เฉยๆ รวมเป็น 18 เกิดจากการลืมตารับผัสสะ ไม่ใช่ไปนั่งหลับตา ซึ่งการสัมผัสปัจจุบันเป็นของสด แต่การไปนึกเอาเป็นของแห้ง ถ้าคุณแยกอาการอารมณ์ว่า มีอะไรเป็นเหตุให้สุข ทุกข์ อุเบกขา ทางโลกเขาแต่ก่อนสัมผัสแล้วสุข แต่ตอนนี้สัมผัสแล้วเซ็งๆ เป็นอุเบกขาแบบเคหสิตะ

แต่เนกขัมมะนั้นเมื่อกระทบแล้ว คุณสามารถดับสุขทุกข์ได้ รู้ชัดว่าใจเราเป็นกลางได้ แม้เหตุนั้นจะยั่วยุร้อนแรง จิตเราก็เย็นว่างเบา รู้ว่าจับไฟก็ร้อนแต่ใจเราไม่เร่าร้อน แต่ก็ไหม้นะ เช่น กินเผ็ด แต่ก่อนเผ็ดแล้วหลงว่า อร่อย แต่พอศึกษาล้างแล้วจิตเป็นอุเบกขา มันรู้แต่ว่าแสบเผ็ดแต่อาการอร่อยหายไป รู้ความจริงตามความเป็นจริงว่า มันแสบนะ มันทำปฏิกิริยากับประสาท อาตมายกตัวอย่างบ่อยเพราะอาตมาเป็นคนอีสานแต่ก่อนกินพริกอร่อย แต่ว่าทุกวันนี้กินพริกไม่ค่อยได้อวัยวะมันเสื่อมไป แสบคันไม่ได้เลย แต่ถ้าอวัยวะมันดีก็คงรับได้แต่จะไปกินทำไม เรากินอย่างอื่นที่ได้วิตามินเหมือนพริกได้

ถ้าอธิบายแยกแยะได้ เป็นอรหันต์ได้ แต่ถ้าแยกแยะไม่ได้ เป็นอรหันต์ไม่ได้ พูดว่าเนกขัมมะคือการออกบวช นุ่งห่มจีวรเป็นพระกรรมฐาน แต่ว่าทำใจในใจไม่เป็น จัดการใจไม่เป็น แล้วจะบรรลุธรรมได้อย่างไร ดีไม่ดีเข้าใจผิดไปสะกดจิตให้ดับสัญญา ดับเวทนา แล้วจะมีแต่อรหันต์หลอก หลอกว่าฉันเป็นอรหันต์อีก ก็เป็นความเสื่อมของศาสนา อาตมาเคยเขียนหนังสือชื่อ "ฆ่าพุทธศาสนาด้วยเจตนาอันแสนดี" เขาเจตนาดีนะมาสอนวิชาอรหันต์ แต่ตนเองไม่ใช่อรหันต์ เอาอรหันต์เก๊มาสอน น่าสงสารศาสนา

พวกเรานี่มีคุณลักษณะของสาราณียธรรม 6 พุทธพจน์ 7 พวกเรามาพรักพร้อมกันได้ขนาดนี้ขอเรี่ยวแรงอะไรก็พร้อม นี่คือคุณลักษณะของมนุษย์เจริญเป็นแบบนี้

และแสงอรุณ 7 จะต้องมีมิตรดีสหายดีกลุ่มหมู่ดี เรามาอยู่ด้วยกันนี่ไม่รู้สึกหรอกว่าเผื่อแผ่แบ่งกระจายกัน มันซึมซับ O smosis หรือ Absorb เอาอย่างกัน ทำตามกันซึมซาบไหลเข้าหากัน คำว่าสอนกันนี่ก็ยิ่งหยาบ แต่การไหลซึมเข้าหากันนี่ถ่ายทอดยัดเยียดเข้าหากันจริง แล้วในนี้คุณจะยัดเยียดความชั่วให้แก่กันหรือก็ไม่ มีแต่แสดงธรรมให้กันจนคนเบื่อเลย ไม่ได้ถ่ายเทยักย้ายสิ่งเลวร้าย จึงเป็นมิตรดีสหายดีสังคมส ิ่ งแวดล้อมดี จึงเกิดศีล เกิดศรัทธาเกิด อัตตะเกิดทิฏฐิ แต่ต้องมีฉันทะจึงมาได้ไม่ยาก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน