570612_โอวาทพ่อครูสรุปงานอโศกรำลึก ครั้งที่ 33 (บางส่วน) .doc.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2557
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์336 KB
วันที่แก้ไข21 เมษายน 2567

เนื้อหาในไฟล์

570612_โอวาทพ่อครูสรุปงานอโศกรำลึก ครั้งที่ 33 (บางส่วน)

วันที่ 12 มิถุนายน 2557 ที่บวร ราชธานีอโศก

พ่อครูว่า...

เรากางเต็นท์ 7 หลัง คนก็มานิดเดียว เราตั้งส้วม 80 หลัง แล้วคนก็มานิดเดียว หรือจัดสถานที่ริมมูนไว้ก็ได้ใช้นิดเดียว ขนจอLED เตรียมไว้ก็ได้ใช้นิดเดียว ถ้าเราคิดอย่างทุนนิยมเราก็ว่าไม่คุ้มเลย เราไปคิดว่าเราจะได้ แต่ว่าเราต้องคิดว่า เรา ได้ให้ เราไม่คิดว่าคุ้มหรือไม่ ถ้าเราเจตนาว่าเราทำเผื่อพี่น้องญาติโยมเรามามาก เราก็ทำไว้ ถ้าเขามาเกินกว่าที่เร าเตรียมไว้มันแย่ แต่ถ้ามาน้อยกว่าที่เราคาด เราก็จ่ายได้ให้ เราไม่เสีย เราได้ฝึกได้ อันนี้คืออาตมาว่า เราเสียสละแต่เราไม่ได้เสีย เราให้เต็มๆ ดีกว่ามันไม่พอ เป็นคนขี้เหนียว เราได้เสียสละ

สมุตติว่า คนมามาก เราก็คิดว่ามันคุ้ม มันก็เท่ากันนั่นแหละ ถ้าจะมองในแง่ความสมเหมาะสมควร สุรุ่ยสุร่าย มันก็อยู่ที่การคาดคะเน กะเอา ซึ่งเราไม่ได้สุรุ่ยสุร่าย อาตมาก็มองว่าน่าจะมากกว่านี้ แต่เอาเข้าจริง น้อยกว่าที่คาด ไม่ได้เจตนา จะไปโทษโทรทัศน์ไม่ได้ เรามีเสน่ห์เท่านี้ จุดที่เราต้องปรับมีอยู่

ถึงอย่างไร ส่วนเกินสูญไปก็ถือว่าสุรุ่ยสุร่าย เราก็ไม่เจตนา แต่ในด้านจิตวิญญาณการเสียสละเรามุ่งตรงนี้ดีกว่าขี้เหนียว ถ้าขี้เหนียว เห็นแก่ได้ เห็นแก่ตัว เราก็ไม่ได้เรียนรู้ฝึกฝน แต่นี่อย่างน้อยเราได้ทำงาน ได้ฝึกซ้อม ได้อดทน ที่ลึกซึ้งคือเราไม่เสียใจ ไม่คิดเล็กคิดน้อย

ก๋วยเตี๋ยวแม่บุญ แจกตั้งแต่ก่อนงาน มาจนจบงาน หลังงานก็ไม่หยุดแจก...ทุกคนมาร่วมกินก๋วยเตี๋ยว เพราะว่าเป็นสื่อแห่งความปรองดอง...ไม่อย่างนั้นจะหาว่าไม่กินเส้นกัน …

ตลอดงานแจก 73 หม้อ เส้น 90 กก. โรงบุญ 28 ร้าน วันที่ 5 มีทั้งหมด 19 ร้าน วันที่ 9 มี 17 ร้าน

ประส บ การณ์ท

อ่านต่อ

ี่เราผ่านมานี่แหละคือชีวิตจริงๆ ที่อาตมาพาทำมาเรื่อย ต่างคนต่างทำต่างคิด ต่างใช้ปัญญาช่วยกัน เป็นการศึกษาฝึกฝนความเป็นสังคมมนุษย์ เป็นเรื่องสำคัญไม่เกี่ยวกับอามิสเลย ทำอย่างนี้จะได้ลาภ ได้ยศสรรเสริญ ก็ไม่มี เรารู้ไว้เลย สดๆ เป็นการฝึกฝนสร้างสรร เป็นส ิ่ งประเสริฐจริงๆ เพราะฉะั้นอาตมาไม่แปลกหู ที่คนเขาเข้ามาแล้วประทับใจ แปลกดี อยู่กันแบบนี้ เขาก็บอกไม่ถูกว่าเห็นอะไร แต่ก็รู้สึกว่าไม่มีง่ายๆ พฤติกรรมสังคมแบบนี้ มันประกอบขึ้นจากจิตวิญญาณเป็นตัวหลัก จิตวิญญาณที่ได้ฝึกฝนมา บางคน 30 ปี บางคน 20 บางคน 10 ปี ก็ตาม ก็ได้ฝึกฝนมาทั้งนั้น มันมาจากจิตวิญญา ณ เป็นตัวหลัก ต่างคนต่างใช้ปฏิภาณใช้น้ำใจ

อาตมาได้ข้อสรุปอยู่ 4 คำ ปัญญา น้ำใจ ซื่อสัตย์ อุตสาหะ

อาตมาได้สี่คำนี้เป็นเรื่องที่เกิดจริงเป็นจริง ที่เราเป็นอย่างนี้ได้เพราะทฤษฏีพระพุทธเจ้า ทุกคนใช้ปัญญา อิสระส่วนตัว แล้วทุกคนก็ใช้น้ำใจของแต่ละคน ถ้าไม่มีน้ำใจเกิดไม่ได้ คำว่า น้ำใจ นี่ลึกซึ้งมาก เป็นของใครของใคร ไม่ใช่บังคับ อิสระเสรีภาพ เป็นความพอใจภาคภูมิใจด้วย เป็นพลังงานปัญญา พลังงานน้ำใจ ซื่อสัตย์ ถ้าไม่ซื่อสัตย์จะเกิดความอลเว ง เจ็บป่วย ไม่ดีไม่งาม ย ิ่ งพวกเรามีส่วนกลาง ถ้าพวกเราไม่รักษา ไม่เก็บงำ มันไม่ง่าย คำว่า ซื่อสัตย์ นี่มันลึกซึ้ง ถ้าไม่ซื่อสัตย์ มีแต่การโกงเล่ห์เหลี่ยม ก็เกิดเรื่อง ที่มันไม่เกิดเรื่องเพราะมีความจริง

พวกเรามีอุตสาหะ นี่งานเสร็จก็เก็บได้หมด โอ้โห ใช้ปัจจุบันธรรมที่ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากันเยอะแยะ แค่ต้องรื้อเต็นท์กันกลางน้ำก็หนักหนา งานสังคมแบบเรา แล้วคนมามากๆโดยเฉพาะมีคนใหม่มาผสม ถ้าพวกเรากันเองก็ไม่มีเรื่องมาก แต่เมื่อมีคนใหม่มา คนที่ขวนขวายก็มี คนที่ไม่ขวนขวายก็มีมา จะนอนจะกินที่ไหนก็ไม่รู้มาใหม่ เราก็ต้องขวนขวายอุตสาหะ รับแขก มีทั้งเรื่องจิตวิญญาณ มีน้ำใจ เป็นงานที่เราต้องศึกษาฝึกฝนอบรม ที่เราทำได้ขนาดนี้ อาตมาว่าเป็นความเรียบร้อย นี่ 9 วันนะ ไม่ใช่น้อยๆ โดยเฉพาะมีคนทำให้กินตลอดวัน ถ้ายังไม่นอนก็ไม่หยุด คนทำก็เก่งตลอด 9 วัน และคำติเตียนก็น้อย บกพร่องเล็กๆน้อยๆ ทำได้ขนาดนี้นี่

เราฝึกฝนศึกษาเพื่อให้เกิดขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมแบบนี้ในมนุษยชาติ ซึ่งแตกต่างจากเขาที่ตัวใครตัวมัน เราอยู่แบบสาธารณโภคี เราไปชุมนุมประท้วงนี่เราไปเผยแพร่สาธารณโภคี คนยังไม่เข้าใจว่าลักษณะสาธารณโภคี งานชุมนุมประท้วงหากไม่เกิดสาธารณโภคี มันอยู่ไม่ได้หรอก 8 - 9 เดือนนี้ วงแตกตีกันตายก่อน มีทั้งคนนอกและคนใน ก็วงแตก

สาธารณโภคีเกิดตามหลักสาราณียธรรม 6 มีความระลึกถึงกัน ไม่เห็นแก่ตัว แต่ก่อนเห็นแก่ตัวหมด แต่พอมาอยู่แบบนี้ แต่ละคนก็เกิดอาการระลึกถึงใจเขาใจเรา มันเกิดการต้องทำจิต ถ้าใครไม่ทำก็ไม่เกิดพฤติกรรม แล้วมันก็อยู่ได้ พึ่งพาอาศัยกัน หนักนิดเบาหน่อย มันไม่สมบูรณ์เลย แล้วคิดดู อยู่กันกี่เดือน ที่อยู่คืออะไร? คือมุ้งแล้วอยู่กันอย่างไร 9 เดือน บางคนมาเป็นครอบครัวนะ ก็อยู่กันในมุ่งนั่นแหละ แล้วมันอึดอัดกันข้างเคียงแต่ไม่เกิดวงแตก ไม่ปรากฎว่ามาตีกัน ไม่เกิด ไม่ฆ่ากัน กินก็ไม่ค่อยเต็ม มันตีกันนะแค่กิน หรือที่นอนถ้าไม่ค่อยจะดี ก็จะระเบิด ทั้งที่กิน ที่ถ่าย แล้วไม่ทะเลาะกันมีเรื่องกัน แต่ที่เล็กๆน้อยๆก็ขาดหกตกหล่น แต่อยู่กันอย่าง อวิวาทะ มันเกิดผลตามหลักสาราณียธรรม 6 ของพระพุทธเจ้า มีความรักกัน เคารพกัน ให้เกียรติกัน มีสังคหะ เกื้อกูลช่วยเหลือแจกจ่ายกัน มีอวิวาทะ ไม่วิวาทกัน กระเบียดกระเสียนทุกคนต้องเสียสละก็ไม่เป็นไร สามัคคียะก็พร้อมเพรียงกันได้

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน