240228-2-310 ทางเอกภาค2-ตอน310(หน้า590)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท056.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์พุทธศักราช 2524 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมธรรมชาติที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าเราก็มาต่อนะมาต่อทางเองเราไปถึงหน้า 590 ราคา 590 แล้วก็เด่นเลยไปอีกหน่อยนึงแล้วถึงหน้า 591 ด้วยซ้ำแต่ก็ทบทวนกันอีกนิดนึงย้อนไปอีกนิดนึงว่าเรากำลังพูดถึงอ่ะกินจรรยาเย็ดกันนะพรมซึ่งหมายความถึงสิ่งที่ไม่มี นิดนึงน้อยหนึ่งก็ไม่มีเรื่องอาจินกินยาเยอะนะพรหมนี้เมื่อเป็นผู้ที่มีภูมิถึงจุดภูมิถึงที่มีปัญญาก็เข้าใจแจ้งชัดเกิดปัญญาเกิดภูมิเกิดดวงตาผู้ที่จะมีภูมิไปถึงขั้นเจโตด้วยนอกจากมีปัญญารู้นำมีทิฐิความเห็นได้เห็นได้แล้วก็จะเกิดปัญญาสอดส่องดูความจริงสภาวะจริงก็ไม่มีนั้นหมายเอาที่จิตไม่ใช่ร่างกายจะไม่สงสัยในเรื่องร่างกายร่างกายจะมีหรือไม่มีจะตายหรือไม่ตายความตายของร่างกายและความไม่มีความดับสนิทของร่างกาย จะดับสนิทอย่างไรเราก็จะรู้ว่ามันเกิดมาจากมโนมโนปุพพังก็มาทำมามโนเสฏฐามโนมยาตัวมโนเป็นตัวประธานใหญ่จะพาให้ดับหมดสิ้นหรือไม่สิ้นมันก็ดับให้เห็นอยู่ที่มโนแล้วก็ไม่ได้หมายความว่าอากิญจัญญายตนะแบบพรมที่เป็นดับจิตไม่ให้รับรู้อะไรก็มีการละเอียดมีการรู้ละเอียดในคำว่าอากิญจัญญายตนะนัตถิอินทรีย์อย่างไรจะผ่านพ้นมากินเป็นยาเย็ดกันนั่งสมาธิกัมมะนัตถิกิมจิจะผ่านพ้นอันนี้ไปได้อย่างไรจะผ่านพ้นไปได้ก็ต้องผ่านวิญญาณอันตราย สมมติธรรมะแล้วก็จะต้องดูละเอียดและออกของตัวเองแล้วติดกิมจิจึงจะเข้าสู่ภูมิอากิญจัญญายตนะอุปสัมปทาเพราะว่ารู้ว่าอะไรชั้นไหนวิญญาณคือวิญญาณอากาศคืออากาศกิเลสคือกิเลสอะไรแค่ไหนในภูมินี้ขึ้นมาเนี่ยก็จะรู้จักวิญญาณที่แท้ว่าอ๋อวิญญาณก็วิญญาณสภาพอากาศเขาวิญญาณเปล่าๆวิญญาณว่างๆวิญญาณโล่งๆวิญญาณโปร่งวิญญาณที่ตัดจากกิเลสกิเลสเป็นเช่นไหนเพราะตัวสำคัญอากาศเราก็รู้อากาศว่างก็รู้ว่าว่างก็มี วิญญาณก็มีวิญ
อ่านต่อ
ญาณก็เป็นทาสรู้อย่างนี้ที่ปรากฏอยู่กับเราอยู่เดี๋ยวนี้เราก็รู้ว่าอ้อในวิญญาณวิญญาณที่เต็มร้อยด้วยอันนี้คือกิเลสกิเลสที่ดับสนิทด้วยกิเลสที่ไม่มีในปัจจุบันนั้นเทียวรู้อยู่เห็นอยู่เป็นปัจจุบันนั่นเทียวปรากฏอยู่ก็ได้อ่านออกรู้ออกนั่นคือภูมิถึงทำจิตทำใจของตัวเองได้อยู่เป็นอยู่แล้วก็จะต้องรักษาตัวนี้ให้เป็นอยู่เสมอให้มีสภาพอย่างนี้อยู่เสมอฝึกหัดไปตอนแรกๆเมื่อภูมิถึงรปภภูมิอรูปภูมิในรูป เอารูปไป 7 หรืออรูปฌานก็จะรักษาก็จะฝึกหัดจนแน่ใจจนกระทั่งถึงขั้นเรารู้ว่าเราไม่ต้องบังคับเราไม่ต้องพยายามอะไรมากมายรูปไปฌานนั้นมีปัญหาเลยถ้าหลวงพลรูปเป็นสัญญารูปฌานต่างๆมาจนถึงรูปสัญญากำหนดรูปรู้ชัดเจนรักษาให้มันมีเวลารักษาให้มันอยู่ได้ให้มันทรงให้กำหนดขึ้นมาเห็นรู้แจ้งมากินจรรยาเย็ดกันนะอันนั้นเป็นการเข้าใจเรื่อยมาทีนี้ก็มาถึงขนาดกินจรรยาเย็ดกันณพรหม รายละเอียดขึ้นยิ่งกว่านั้นมีปัญญาเข้าใจชัดแล้วว่าจิตนั้นมันเป็นเพียงธาตุรู้ไม่เป็นรายละเอียดนะมันไม่ใช่ตัวเลวร้ายอะไรส่วนตัวเลวตัวร้ายยิ่งนั้นมันคือกิเลสตัณหาอุปทานในจิตหรือโลภะโทสะโมหะที่รักคนอยู่ในจิตนั้นนั่นต่างหากเล่าคือตัวสำคัญที่จะต้องดับให้สิ้นชนิดทำความไม่มีให้หมดให้เกลี้ยงจริงๆนิดนึงน้อยหนึ่งไม่ให้มีในเว็บอ่ะกินจานั้นเราไม้เอาส่วนละเอียดในเว็บเอารูปส่วนนี้ต่างหากที่เราจะนิโรธมั่นจะดับจะทำไม่ให้โผล่ไม่ให้เหลือจะฆ่าในวงเล็บเปิดหีนักศึกษาก็ตามให้ตายสนิทไม่ผุดไปเกิดเอาจริงๆให้ได้ แล้วผู้มีสิทธิ์ได้ดังนี้มีปัญญาเข้าใจได้ออกป่านนี้ก็คือผู้เริ่มมีสัมมารามแล้วผู้นี้ก็จะเริ่มเรียนรู้ฝึกรู้สภาวะแท้ๆของกิเลสตัณหาอุปทานในจิตท่านอรูปหรือขั้นอุปกิเลสทั้งหลายและจะฝึกดาวฝึกฆ่ามันลงไม่ให้มีเมื่อเริ่มทำได้และเมื่อเริ่มทำให้ดับให้รถให้หมดให้ไม่มีลงเป็นได้บ้างก็เริ่มเป็นอากิญจัญญายตนะพรหมแท้และถูกหรือสูงขึ้นไปเรื่อยๆจนตัวตนของกิเลสตัณหาของรูปจากหยาบในนี้บอกชัดไปด้วยว่าแม้แต่เราแบ่งรูปแบบหยาบนั้นดับดิ้นสิ้นได้มันหมดไปจริงๆ ดับกลิ่นเส้นด้ายที่รู้เห็นเป็นโลภะโทสะโมหะชัดๆโลภะโทสะโมหะโลภะโทสะชัดๆก่อนก็ดับได้สิ้นเปลืองอย่างเห็นว่าสิ้นเปลืองจริงๆตามความรู้ความเห็นของตนก็เป็นพรหมแท้ๆที่ทำอ่ะกินจาหรืออคินจันยะได้จริงๆมาแล้วล่ะคันหนึ่งแต่มันยังมีอะลูกหรือความละเอียดสุขุมหมุนรอบเชิงซ้อนอยู่อีกมากกว่ามากนักสำหรับอุปกิเลสละเอียดหรือกิเลสท่านอรูปของจิตในจิตของภูมิชั้นสูงชั้นสุขุมวิทไม่ใช่เรื่องจะประมาทหรือหลงตนได้ง่ายๆเป็นอันขาดสำหรับพระโยคาวจรชั้นสูง ที่ยิ่งสูงและผู้ที่เป็นพระยอดชั้นสูงระดับขั้นอนาคามีภูมิถึงขั้นอรูปนี้จะเข้าใจถึงความละเอียดละออของสิ่งที่มันหลอกหลอนผีหลอกจริงๆมีตัวเล็กตัวละเอียดตัวสุขุมผู้นั้นยิ่งจะมีจิตเข้าใจคำว่าอย่าประมาทหรือเราจะไม่ประมาทยิ่งขึ้นจริงๆจะเกิดความรู้สึกเองจะเกิดความจริงเองของพระโยคาวจรระดับพระอนาคามีขั้นอรูปท่านเอารูปนี้เป็นขั้นที่มันจะพ้นเป็นพระอรหันต์แล้วจิตใจถ้าจะสุขุมเป็นหนี้จริงๆไม่ใช่ประมาทตรงกันข้ามกับ คำว่าประมาทนั้นเป็นเรื่องของมนุษย์ปุถุชนจับๆเขาก็ยังประมาทกันรู้ได้ง่ายๆเขาก็ประมาทกันส่วนพระโยคาวจรระดับนี้นั้นท่านจะไม่มีเลยไม่ว่าจะเป็นประมาทอย่างหยาบอย่างกลางอย่างละเอียดอะไรไม่มีมีแต่ความแน่ใจและยิ่งจะรู้ถึงสภาพกิเลสหรือจิตวิญญาณด้วยความสุขของประณีตอะไรจะเห็นรู้ชัดแล้วก็จะสอดส่องจริงๆจึงฝึกความไม่ประมาทฝึกความสุขุมโดยจริงๆทำความแยกชายของจิตชนิดแท้ๆอ่าถ้าพวกนี้ถ้า ภูมิตั้งมั่นก็จะเป็นผู้ที่เยือกเย็นผ่องใสอยู่ได้อย่างที่เห็นเห็นเพราะว่ามันเป็นความจริงที่มันต้องสอดคล้องกันว่าใจจะร้อนใจจะหยาบจะวู่วามเจอปุบปับอะไรต่ออะไรไม่ได้มันไม่มันไม่สอดคล้องกันจะมีความคล่องแคล่วปราดเปรียวได้แต่ไม่ใช่หมายความว่าจะเป็นสภาพของอารมณ์ฝีปากเพราะฉะนั้นเราจึงเห็นเป็นอารมณ์เย็นอารมณ์เย็นกระทบสัมผัสก็เฉยๆเรื่อยๆเยือกเย็นมันจะออกมาทางสภาพจริงเลยคนพวกนี้ก็ต้องสัมผัส แต่งงานแม่ภูมิของธนาคารมีภูมิระดับนี้มันเป็นจริงเลยกระทบสัมผัสแล้วไอ้โน่นไอ้นี่ก็จะเห็นมีเป็นช่วงๆถ้ายิ่งเราคบหากันมาเราจะเห็นเปลี่ยนไปอย่างโน้นอย่างนี้บางคนในสภาพที่เป็นโทสะจริตเป็นคนที่มีอารมณ์ปุ๊บปั๊บอะไรก็ได้มาแต่ต้นที่เราคบหากันมาครับผมถึงภูมิระดับนี้แล้วจะเห็นเลยว่าเปลี่ยนไปอย่าง 8 คนเอ้อเป็นคนละคนไปจะเห็นได้ทีเดียวแล้วพวกนั้นทำผู้ที่เป็นพระโยคาวจรระดับนี้ที่ทำนั้นทำอย่างเห็นศพเห็นความจริงว่ามันสบาย จริงๆไม่ใช่แกล้งทำตอนแรกๆอาจจะฝืนทนมันอาจจะมีอารมณ์อยู่ในใจที่ตัวเองรู้อยู่ก็ไม่มีส่วนไอ้ตัวมีส่วนนั่นแหละมันทุกข์มันต้องทนต้องอดต้องพยายามปราบปรามจะปราบปรามได้แล้วมันก็จะเห็นผลว่ามันสบายทำที่เป็นได้ทำได้นั้นน่ะมันทำเพราะความพอใจสบายเย็นกระทบสัมผัสอะไรก็ได้สบายไม่กลัวเกรงไม่แล้งนายไม่หลบไม่ดีเจตสุภาจิตจะกลัวไอ้นั่นเบื่อไอ้นี่ช่างไอ้โน่ใช้ไม่มีเลยมีแต่ความปกติที่ไหนก็ได้เมื่อไหร่ก็ได้อะไรก็ได้พบเห็นสัมผัสธรรมดาไปหมดไม่เกรงๆ ไม่หลบไม่หนีไม่กลัวไม่เกรงไม่ย่านไม่ยอมไปติดที่ธรรมดารู้อะไรคืออะไรขึ้นมาหมดรู้อะไรอะไรมันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่มันมีความเกิดขึ้นตั้งอยู่และดับไปมันจะแปลกประหลาดอะไรแต่ยังไงก็ไม่แปลกเหมือนกับเขาแปลกกันแล้วมันจะเห็นเป็นสิ่งที่เกิดแม้จะยังไม่เคยรู้เคยเห็นก็ก็เข้าไปรู้ไปเห็นสิก็มันก็เกิดอะไรมันก็เกิดมันก็เลือกเกิดสิ่งนี้มันจะเป็นอย่างนี้หรือก็เข้าไปรู้ไปเห็นธรรมดาขึ้นมาอันนี้ก็เกิดจากนี้แล้วมันก็ตังค์อยู่ไปมันก็ตัดไปเป็นธรรมดาของมันไปจริงๆเป็นคนไม่กลัวไม่หลบลี้ไม่หนีไม่ๆไม่ สัมผัสสัมผัสอยู่ในโลกแล้วก็จะเป็นผู้รู้รู้รู้รู้รู้ยิ่งยิ่งรู้แล้วก็ไม่หวั่นไหวไม่สะทกสะเทือนสะท้านหยาบกร้านละเอียดอะไรทีนี้ก็ประจำได้หมดนะเป็นคนเป็นอย่างนั้นยิ่งสูงยิ่งยิ่งจะละเอียดแล้วก็ตัวเองก็จะระมัดระวังแต่ใจตัวเองสำหรับสิ่งที่จะมาผจญประจำความละเอียดมันมีเองมันมีเนียนขึ้นเนียนๆๆๆมันมีลักษณะมาตั้งแต่ในในใจแล้วออกมานอกแล้วจะเห็นได้มันไม่ใช่แกล้งแกล้งเป็นยากถ้าคนตาดีแล้วจะเห็นว่ามีคนที่กำลังทำของปลอมของจริงมันเหมือนกันภายนอกคนที่ตาไม่ดีก็ดูเหมือนก็ไม่เหมือนมันเหมือนแต่คนตาดีแล้วจะดู โอ้อันนี้แสดงอันนี้แสดงไม่ใช่ของจริงอันนี้เจตนาแสดงแสดงได้จะมีอะไรไม่ค่อยลงรอยลงรอบเป็นสะทกสะเทือนสะท้านสะเทือนให้เห็นได้รอยอุทยานร้อยอุทยานมันจะมีให้เห็นผู้ที่พ้นอุทยานหรือสูงหรือเก่งในอุจจาระรู้ในอุทธัจจะสังโยชน์แล้วก็จะเกิดรู้ในสภาพการรู้ที่มันละเอียดลงตัวหรือไม่ลงตัวนี้ได้ง่ายแต่ไม่ใช่ง่ายสำหรับสภาพธรรมผู้ไม่รู้ก็ไม่รู้ได้ง่ายๆเพราะว่ามันต้องใช้อภิญญาระดับสูงที่จะรู้ผู้อื่นซึ่งเป็นอื่นจริงๆ อย่างละเอียดละออมากสำหรับผู้ที่รู้ตัวเองกว่าจะรู้ปรสิตกว่าจะรู้ปรสิตคือรู้จิตอื่นที่สูงละเอียดเยี่ยมในตัวของเราและเราจะพ้นภูมิต่ำขึ้นไปของเราเองนั้นก็ยังยากแสนยากที่เราจะเลื่อนสิทธิ์อื่นที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ 7 ชั้นนี้จะเลื่อนฐานะของอุตรดิตถ์หรืออุจจาระจิตอนุจิตรขึ้นไปเนี่ยอย่างสุขุมประณีตจริงๆเราจะเสวยเราจะพบว่าจิตนี้แหมยอดเยี่ยมแล้วเราจะเข้าใจ เจ็บนี้เป็นอนุจิตรไปติดที่ดียิ่งกว่านี้ไม่มีอีกก่อนแล้วต่อไปอยู่จนกระทั่งกว่าจะมีจิตที่ดีกว่านี้เป็นปรสิตมาให้เรารู้อีกว่าดีกว่านี้มีอีกแฮะไม่ใช่เรื่องเล่นต่อสุขุมตอนนี้จริงๆแล้วเราก็จะรู้ว่าออคลิปนี้เรานึกว่าดีที่สุดแล้วไม่มีอีกแล้วก็เราก็จะเห็นว่าจิตนี้ยังเป็นสาวอุตรดิตยังเป็นจิตที่ดีกว่านี้ยังมีอีกเราจึงจะทำจิตเป็นภารกิจเป็นจิตที่ยิ่งกว่านั้นไปอีกเป็นจุดอื่นที่เราเคยเสวยตามเศรษฐกิจที่เราเสวย สูงสุขุมเนียนละเอียดขึ้นไปอีกเราก็จะขึ้นไปสู่สภาพนั้นแล้วก็จะเสวยสภาพจิตที่ละเอียดยิ่งขึ้นไปอีกแล้วเราก็จะคิดว่าเป็นจิตที่สูงยิ่งไปอีกตามลำดับขั้นจนกระทั่งทางสภาพครอบครัวทั้งสภาพที่จะสัมผัสๆอยู่ในชีวิตความสุขุม 2 อันเราก็จะแน่ใจมากขึ้นว่าจิตนี้ไม่มีจิตอื่นยิ่งกว่าอีกแล้วเป็นอนุจิตรแม้แต่สภาพจะเป็นสมาธิและจิตจะเป็นวิมุตติที่เราจะพิจารณาซับซ้อนว่าเรามีชีวิตอยู่ด้วยพรรคได้เพียงเราจะเป็นสัมมนาที่มีอิทธิบาทเป็นเครื่องแสดงอายุที่มี ศีลเป็นเครื่องแสดงวรรณะที่มีฌานเป็นเครื่องแสดงสุขมีพรหมวิหารเป็นเครื่องแสดงโภคะมีพละกำลังเป็นเครื่องแสดงวิมุตก็มีวิมุตเป็นเครื่องแสดงมีวิมุติแล้วมีรีโมทเป็นเครื่องแสดงพระกำลังพยากรณ์คนที่มีวิมุติจึงมีฤทธิ์มีแรงมีแดดมีพระกำลังถ้าจะเอากำลังตามแบบกำลังตามสูตรเลยก็มีทั้งอินทรีย์ทั้ง 5 มีทั้งภาระทั้ง 5 มีศรัทธาเป็นคนแน่นมั่น เป็นคนเชื่อแม่นเชื่อมั่นและไม่ใช่เชื่ออย่างงมงายแล้วเห็นแจ้งรู้แจ้งในสิ่งที่เป็นที่มีที่เชื่อถือในวิมุตเชื่อถือในจิตวิญญาณเชื่อถือในสภาพธรรมที่มันมีจริงเป็นจริงแม้แต่สิ่งที่เป็นอกุศลอย่างละเอียดออกปานฉะนี้หรือกุศลที่ละเอียดออกปานฉะนี้รู้แจ้งเห็นแจ้งรู้จริงเห็นจริงเป็นคนมีศรัทธาเป็นคนมีวิริยะจะเข้าใจถึงความขยันที่เคยพูดย้ำหลายครั้งว่าความเพียรหรือความวิริยะนี้มันเป็นความรู้ไม่ใช่เป็นไม่ใช่เป็นเรื่องที่จะต้องเป็นความล่อความหลอกความลวงตัวพฤติกรรมของเราจะเป็นคนขยันขึ้นคนจะขี้เกียจมา ต้นคนนั้นจะมีสันดานขี้เกียจมาตั้งแต่เล็กแต่น้อยจนโตจนใหญ่อะไรอย่างไรก็ตามเมื่อเป็นมาเป็นพระอรหันต์แล้วจะมาช่วยมันเนยอยู่จะมาขี้เกียจขี้คร้านอยู่นั้นเป็นไม่มีเพราะโดยสภาพง่ายๆขี้เกียจก็เป็นถึงขั้นอบายมุขทีนี้ขั้นจบพระอรหันต์เจ้าในขั้นปลายสุดเนี่ยความภาพเพียงเป็นถึงฉายาเป็นถึงตัวจริงเป็นถึงสัญลักษณ์ของพระอรหันต์มันต่างกันไปเลยคนละฟากฟ้าฝากดินคนละหน้ามือหลังมือมันกลับไปคนละอย่างเพราะว่าอรหันต์ขี้เกียจไม่มีพระอรหันต์ขี้เกียจไม่มีมีแต่พระอรหันต์ รู้ถึงสภาพวิริยะอินทรีย์พละของเรามันจะมีเป็นพลังให้เห็นเลยว่ามีพลังศรัทธามีพลังวิริยะมีพลังสติคือความระลึกรู้ตัวทั่วพร้อมอยู่เสมอมีพลังสมาธิมีพลังแห่งอธิกิตเท่าที่อภิญญาของเราจะมีเท่าที่บุญบารมีของเราจะมีเราจะมีความเก่งทางจิตทางสมาธิมันเป็นความเก่งอันที่จิตมันเป็นความยิ่งของจิตเราจะเป็นผู้มีอะไรก็ตามที่เด่นส่วนชาญมันก็ต้องมีพระอรหันต์ไม่มีฌานก็ไม่มีธาตุอาหารไม่มีฌานนั้นเป็นความเข้าใจผิดของพระโยคาวจรของพระพระอริยะระดับหนึ่ง ซึ่งยังไม่ถึงขั้นอรหันต์มีฌานเป็นระดับต้นหยาบหรือระดับที่ไม่เข้าใจฌานที่ถูกต้องละเอียดเลยทีเดียวเป็นได้วิชาระดับหนึ่งเพราะงั้นผู้ที่มาบรรยายหรือว่าแบ่งแยกเขียนอาคมเขียนอนุฎีกาการบรรยายว่าพระอรหันต์มะเร็งกันอยู่เดี๋ยวนี้เต็มคืนอยู่ที่ในพระอภิธรรมพระอรหันต์มีญาณไม่มีฌานก็มีพระอรหันต์ไม่มีฌานก็มีซึ่งเป็นเรื่องเข้าใจผิดคำว่าฌานของที่ท่านเข้าใจนั่นคือฌานเขาฤาษีท่านก็ฤาษีที่ไปนั่งหลับตาแล้วก็เล่นจิตเป็นจิตแบบโลกีย์หรือเป็นจิตแบบชาฤาษีและก็ไปเอาจิตไปเล่นความเก่งเป็นเดรัจฉาน วันพรุ่งนี้ยังแยกไม่ค่อยออกแม้แต่พระโมคคัลลานะก็ยังมีจิตบ่ๆแปลกๆที่ยังหลงไหลอยู่ในเดรัจฉานวิชาอยู่มิใช่น้อยสำหรับเขาเมื่อไหร่ก็ตามแต่ก็มีส่วนที่รู้เห็นมีสติสัมปชัญญะมีปัญญาเข้าใจแจ้อยู่ในทางที่เรียกว่าถูกต้องก็มีเปอร์เซ็นต์สอบได้ 80% ขึ้นไป 85% ขึ้นไปสอบได้แต่มันยังมีส่วนเหมือนกันขนาดพระโมคคัลลานะเพราะฉะนั้นจะป่วยการกล่าวไปใหญ่ถึงผู้ที่ไม่ได้รับของคำชมเชยยกย่องว่าเป็นเลิศในทางพวกนี้แล้วก็ยังมีใจ หลงหลงติดหลงยุติธรรมพวกนี้น้อยจึงจะเห็นได้ยากและเห็นได้ยากเราก็จะต้องรู้ว่าเราควรจะต้องเข้าใจภูมิฐานของคนที่มีจริตอย่างนี้อย่างเราเห็นเพื่อนสหธรรมิกของเราที่ไม่น่าไปหลงหลายคนไม่มีจริตอย่างนี้เลยเนาะเออไปลงที่จะทำไมก็น่าโยนทิ้งน่าจะเลิกละมันไม่ง่ายนะคุณแล้วก็เป็นเรื่องเป็นอย่างนั้นได้เพราะฉะนั้นก็จะไปเพ่งโทษอย่าไปถือสาก็จะเกินการจนกระทั่งลำบากลำบนเท่ากันไม่ได้เลยมันมีการฟาดฟันมันมีการซื้อสากลมันน่าจะปลดปล่อยจริงน่าปลดปล่อยขนาดพระโมคคัลลาก็หน้าปลดปล่อยและท่านก็ปลดปล่อยพยายามปลดปล่อย มันเป็นวาสนาบารมีเป็นวาสนาบารมีมันก็จะย่อมมีผสมเปอร์เซียอยู่อย่างนั้นแหละไม่ดีก็ขอแนะเชิงให้ฟังเพราะเราจะมีสภาพสมาธิก็ดีปัญญาก็ดีเป็นอินทรีย์เป็นพระนี่เป็นพลังเมื่อมีวิมุตเท่าไหร่ก็มีพลังปัญญาถ้าไม่หลงไม่ติดไม่เสร็จปัญญามันก็จะมากขึ้นจริงๆสมาธิอภิญญาต่างๆก็จะมีตามเชิงดังกล่าวแล้วจะมีอิทธิวิธีคือมีวิธีในการประพฤติปฏิบัติเก่งเป็นไปเพื่อวิตเป็นฝ่ายเพื่อความปลอดภัยจริงๆไม่ใช่อิทธิพลไปทำเดรัจฉานวิชาต้องแยกให้ชัด มีความเก่งในอิทธิวิธีมีวิธีการที่จะประพฤติปฏิบัติเพื่อที่จะลดเพื่อที่จะพ้นเพื่อที่จะเหาะเหินเดินน้ำดำดินทะลุภูเขากำแพงแบบพุทธจันทร์ลอยได้จะเบาได้จะว่างได้จะอยู่ในถ้ำกลางกองกิเลสเหมือนกองกิเลสเป็นภูเขาเราก็เดินลุยอย่างเหมือนกับอยู่ในที่ว่างเหมือนไม่มีสิ่งติดขัดไม่มีสิ่งกั้นเบาอยู่ได้ทะลุได้มีกำลังวังชาเป็นพุทธอย่างที่ได้อธิบายไว้แล้วหรืออยู่ในทางเอกเล่ม 3 ก็ได้อธิบายไว้ชัดแจ้งซึ่งเราก็ได้เคยเอามาเรียนไปแล้วเราจะเห็น เด่นชัดเห็นจริงเห็นจังทีเดียวเพราะมันเป็นอิทธิพลวิธีและมีบทบาทถูกต้องตามที่ได้อธิบายให้ฟังทุกระดับทุกคำความเทียบเคียงให้เห็นว่าอย่างเดรัจฉานวิชาก็เข้าใจของเขาอย่างนั้นอย่างของพุทธก็เข้าใจอย่างถูกต้องอย่างนั้นน่ะซึ่งก็คงจะทบทวนสำหรับผู้ที่ยังไม่ได้หรือผู้ที่ยังไม่แจกแจงส่วนผู้ที่ชัดแจ้งแล้วก็ชัดแจ้งไปนะมีที่วิธีมีโสดที่จะรู้ถึงว่าตัวเราเองจะมีโสดคิดอย่างไรมีเจโตภรรยานั้นแน่นอนแน่นอนเลยพระอรหันต์ทุกองค์มีเจโตปฏิกิริยาคืออย่างรู้ใจตนในระดับรูปปก นี่ก็คือเจโตปริยญาณในขณะที่จะรู้ว่าจิตนิดนึงน้อยหนึ่งของอารมณ์อย่างนั้นอย่างนี้ล้วนแล้วแต่ต้องมีเจโตปริยญาณหยั่งรู้รู้มหัศจรรย์มหากษัตริย์รู้สระอุจจาระจิตอนุจิตรรู้สมาธิรู้วิมุติอะวิมุติๆเราต้องรู้จริงๆไม่ใช่รู้แต่ภาษาที่ท่องด้วยรู้อาการที่ต่างกันถ้าไม่รู้แล้วจะบรรลุธรรมไม่ได้จะมีอาสวะขยะที่เป็นเจโตปฏิญาณรู้เรื่องครอบครัวบริสุทธิ์บริบูรณ์ไม่ได้หาไม่ได้นอกจากว่าบางท่านที่เป็นผู้ที่เก่ง สุขุมประทีปละเอียดแยกแยะรู้ทั้งนิรุตติภาษาปฏิภาณรู้ชั้นเชิงอย่างชัดแจ้งเป็นปฏิสัมภิทาญาณที่สามารถรู้อัฏฐะปฏิสัมภิทาญาณธรรมะปฏิสัมภิทาญาณนิรุตติปฏิสัมภิทาญาณปฏิภาณปฏิสัมภิทาญาณเก่งในเจโตปริยญาณพูดได้แบ่งออกแยกถูกชัดแจ้งทั้งภาษาทั้งตัวสภาวะทั้งอะไรต่ออะไรอย่างมีชั้นมีเชิงสลับซับซ้อนก็เป็นผู้ที่ฉลาดรู้เก่งนั่นก็ต่างหากเรียกว่ามีอภิญญาแท้ส่วนของตัวเองนั้นรู้แม้จะแยกชั้นเชิงใหม่ละเอียดหรือว่าชั้นเชิงที่สลับซับซ้อนแบ่งออกมาอย่างกระจัดกระจ่างแล้วก็มีภาษา ตัวนั้นตัวนี้ยังถูกถูกแม่นๆอะไรงี้ไม่ได้ก็รู้ของตัวเองรู้ว่าตัวเองเราไม่มีกำลังพอที่จะจับแยกออกมาให้คนอื่นฟังได้ซึ่งเป็นอันนี้ทัศนันท์จริงคนที่ไม่เก่งนะเพราะฉะนั้นคนเก่งจึงเป็นคนที่มีอภิญญาถึงขั้นปฏิสัมภิทาญาณไม่ใช่มีแต่อภิญญาเฉยๆที่จะต้องสามารถรู้สามารถเห็นแจ้งต้องเห็นเป็นของจริงเห็นเป็นของจริงเพราะทุกคนมีอภิญญาทุกคนอภิญญานี้ไม่ใช่ว่าไปนั่งเพ่งจิตคนอื่นแก่ตัวปริญญาแพทย์จิตของเราเองจิตอย่างนี้หมายถึงอันนี้เอออันนี้ไม่ใช่แล้วอันนี้เป็นกิจอื่นที่ต่างกันเรียกว่ามี การรู้อาการและรู้หิมะรู้ความแตกต่างเป็นเพศเป็นความแตกต่างมีนิมิตมีอุเทศมีความรู้ปริยัติที่จะเข้าไปอ่านไปเทียบใกล้เคียงชัดเจนเพราะอธิบายการสับสนอยู่ทุกวันนี้ก็อธิบายเป็นเดรัจฉานวิชาว่าเจโตปริญญาคือเป็นอย่างรู้จิตคนอื่นเรียกว่าคนอื่นจะคิดอย่างโน้นอย่างนี้อย่างนั้นมันเดชาก็ถึงเถียงกันว่ามีหรือไม่มีอาจจะมีอภิญญาได้หันเจ้าก็มีอภิญญาทุกองค์มันไม่เด่นมันไม่เก่งเท่าอะไรเชิงหนึ่งจิตวิทยาบางคนอาจจะเก่งอีกที่วิธีบางคนอาจจะเก่งสอบทิพย์บางคนอาจจะเก่งแต่โตพอพยายามเด่นอันไหนก็ได้ แต่ด้วยความรู้นั้นย่อมมีความรู้ที่แท้จริงอันนี้เป็นวิชา 8 ประการวิชาการ 9 ประการรวมทั้งฌานด้วยย่อมมีมีวิชา 9 ประการเรียนรู้ผ่านสอบได้จริงๆจะเก่งเด่นหรือไม่มีเก่งเด่นเป็นแต่เพียงว่าเรารู้แจ้งของเราเองชัดๆจึงจะต้องมีถ้าต่อจากเจโตปริญญาไปก็จะต้องมีแน่ๆถึงอภิญญาอื่นๆอีกเป็นภาระกำลังบุพเพนิวาสานุสติญาณบางคนอาจจะไม่สยองย้อนทบทวนอะไรนักแต่มันก็มั่นใจถึงปัจจุบันน่ะทำนี่แหละมากๆเพราะฉะนั้นคนนี้ก็ไม่ต้องหลอกต้องหลอนอะไรไม่ต้องมีการย้อน มีแต่โดดอะไรอดีตอ่ะโดดอะไรก็ระงับดับไปไม่วุ่นวายนักก็เรียบร้อยดีไม่ได้ทบทวนอะไรนักหรอกแต่ก็มั่นใจแน่ใจเกิดศรัทธาเกิดวิริยะสติสมาธิปัญญาได้อินทรีย์ได้พละจริงๆแต่ถึงอย่างไรก็ตามก็เข้าใจถึงเรื่องระลึกยอนและก็ใช้ระลึกย้อนอยู่บ้างทุกคนนั่นแหละทุกคนมันก็ต้องระลึกย้อนอย่างบังเอิญเมื่อวานนี้อาทิตย์ที่แล้วอย่างน้อยเดือนที่แล้วปีที่แล้วเราก็ย้อนได้แต่เข้าใจถูกต้องว่าอภิญญาบุพเพสันนิวาสย้อนความเก่าความหลังที่เกิดตั้งขึ้นได้เกิด ตั้งอยู่ดับไปไอ้สิ่งที่มันเคยเกิดขึ้นเคยตั้งอยู่แล้วก็เคยจับไปแล้วแล้วเราก็ทวนย้อนไปดูมันออกเป็นอย่างนี้ความเกิดความดับต่างๆแม้จะเป็นเรื่องที่เป็นกิเลสหรือไม่กิเลสมันเกิดอย่างไรดับอย่างไรก็รู้แม้กระทั่งอาสวะในส่วนนั้นส่วนนั้นเราก็เข้าใจมันจึงจะเป็นพระอรหันต์ได้ไม่งั้นจะเป็นพระอรหันต์ได้อย่างไรทบทวนรู้ก็ต้องรู้สินอกจากมันทบทวนไม่ออกเพราะตัวไม่ออกมันลืมสนิทไปเลยหรือมันไม่เกิดมันก็ไม่มีเลยมันจะไปมีปัญหาอะไรมันโทรเมื่อไหร่ก็รู้มันเหมือนกันเพราะมันจึงอาจจะมีตัวที่เราแน่ใจว่าโอ้ยเราไม่โผล่แล้วอะไรๆก็ไม่โผล่แล้วเดือนนึงปีนึง 2 ปี 5 ปี 8 ปีไม่พอครบ 9 ปีหรือ 10 ปีโผล่มาเพราะหนึ่งก็ได้จึงเรียกว่าเป็นอะวิมุติจอห์นจึงเรียกว่าเอาไอ้มดจอมโผล่ขึ้นมาเราไม่ตั้งตัวก็เกิดอาการแต่เราก็จับได้ถ้าเป็นพระอรหันต์หรือเป็นพระอนาคามีที่แข็งแรงจนมีฐานพระอรหันต์มันก็ไม่ช้ารู้หรอกมันก็รู้ไอ้นี่ผีหลอกตอนมาก็ปราบกันด้วยอิทธิวิธีของเราคนนี้ก็จะมีอิทธิพลมากหลายแล้วซึ่งมีความเด็ดขาดแล้วจึงจะเป็นพระอรหันต์ก็ย่อมจะต้องเป็นพระอรหันต์แม้จะมีผีหลอกอะไรขึ้นมาเล็กๆน้อยๆเปอร์เซ็นธรรมดาถ้าไม่ได้มีผีมีศาลอะไรเปอร์เซ็นต์ธรรมดาแล้วในตนเพราะฉะนั้นจะมีผีหลอกจอนมาอ้าววิมุตจรพวกนี้มันเป็นได้ มันมีได้เป็นได้แต่มันก็ไม่มีน้ำหนักจะฉุดจะรั้งอะไรได้หรอกและผู้ผลิตเป็นพระอรหันต์แท้ก็ย่อมรู้ว่าจะโทรพี่ก็ผีสิเพราะพระอรหันต์แท้ๆกับพระพุทธเจ้าเท่านั้นที่จะเห็นผีที่บริจาคต่างๆภายในเขตรัฐธรรมนูญจะส่งแต่ถ้าผมพูดนี้ถูกผีหลอกก็ไม่รู้ตัวก็เป็นพระอนาคามีเท่านั้นเองผีอันนี้เป็นผีละเอียดแล้วนะฟังดีๆนะจอนมาหรือว่ามันทำให้เราหลอกให้เราเสวยหรือหลงแล้วก็ติดยึดติดในอัตรานั้นแล้วเราก็ไม่รู้ตัวก็โดนหลอกพระพุทธเจ้าท่านได้ปรับมันน่าสงสัยไหมว่าทำไมพระพุทธเจ้าถึงไม่ตรัสว่าพระโสดาบันสกิทาคามีพระอนาคามีพระอรหันต์เท่านั้นที่เห็น ถ้าทำไมไม่ตัดถ้าไม่ไปตัดเอาแต่ว่าพระอรหันต์กับพระโสดากับพระพุทธเจ้าเท่านั้นที่เห็นผีที่แท้จริงนอกนั้นล้วนแล้วแต่จะดังกล่าวหลอกลวงอยู่ทั้งสิ้นในกิจการซึ่งจริงๆพระโสดาบันเห็นผีส่วนของพระโสดาบันแล้วก็พ้นแต่ผียังหลอกพระโสดาบันอยู่เยอะภาษาไทยมีก็เหมือนกันก็ไม่ได้เห็นผีไปหมดก็เห็นส่วนตัวที่รู้จักขั้นสูงขึ้นมาแล้วก็ล้างผีฆ่าผีไปแต่ก็ปล่อยให้ผีชั้นสูงหลอกตัวเองอยู่ธนาคารมีก็เห็นของตัวเองจนกระทั่งฆ่าผีตายไปก็เหลือผีที่เหลือของตัวเองอยู่ จะว่าเห็นผีก็เห็นแต่ความที่ยังไม่เห็นก็ยังมีเพราะฉะนั้นจึงยังไม่เห็นผีแท้จะเห็นผีแท้ๆอยู่มีแต่พระอรหันต์กับพระพุทธเจ้าเท่านั้นที่เห็นผีทั้งสิ้นนอกนั้นยังเป็นคนอะไรนะสำนวนที่ว่าในทีมมนุษยชนไม่ใช่เออเจ้าเล่ห์จักรกลึงไม่ใช่คนหลงยังเป็นคนเจ้าเล่ห์เจ้าคนที่กล่าวว่าเห็นผีอุตริใช้ซ้ำคำว่าอุจจาระเลยยังเป็นคนอุตรดิตถ์อยู่ทั้งสิ้นมันจะแปลไทยเป็นอังกฤษเป็นคนอุตรดิตถ์อยู่ทั้งสิ้นคือแท้จริงนั้นอุตรดิตถ์นี่มันเป็นถ้าเป็นพระอรหันต์จริงเป็นผู้ที่เป็นอุตรดิตแท้ ที่เรียกว่าอุตริมนุษยธรรมเป็นผู้มีอุตริมนุษยธรรมจริงส่วนพวกที่ไม่มีอุตริมนุษยธรรมจริงก็เป็นคนอุตริไปเลยมันเป็นคำเดียวกันนะพอใช้เป็นธรรมก็หมายความว่ามันอุตริไม่รู้ธรรมจึงเป็นผู้ที่มีแท้เห็นแท้เป็นแท้ส่วนผู้ที่ไม่จริงก็เป็นอุตรดิตไปอุตรดิตถ์อยู่มันยังเพี้ยนอยู่นั่นเองศัพท์นี้ก็มาใช้ในภาษาไทยแปลเป็นภาษาธรรมที่มาถึงไทยแล้วก็เลยเป็นไทยจนกระทั่งกลายเป็นทั้งถ้าเป็นไทยแท้ๆถูกๆเป็นอิสระเสรีที่ 7 ที่ถูกยิงลงตัวกันเป็นธรรมะอันสูงสุดบริบูรณ์มันก็ถูกแต่เป็นภัยกกอยู่ในไทยยังไม่จริงมันเป็นไทยกไทยขออะไรอยู่มันก็มันก็ยังมีเชื้อโรคมันก็ยังแหว่งๆเบาๆนะ อันนี้อธิบายความละเอียดละออสู่ฟังให้เข้าใจเพิ่มเติมแล้วต่อมาดังนั้นจิตละเอียดที่ยังมีชอบมีชังยังมีคุณนิดๆเคืองน้อยๆไม่ว่าจะเป็นเศษแห่งทอมมันนัดหรือธุลีของอุปายาสใดๆก็จะต้องเป็นอโศกกะให้หมดและแม้ยังหลงยินดีนิดๆน้อยๆเราเรียกว่าโสมนัสก็ให้รู้ในจิตให้ได้ว่าอย่าหลงอย่าติดอย่าเผลอตกหลุมของโสมนัสของปิติเป็นอันขาดเพราะนั่นแหละคือทางมาแห่งราชชะอันหมายถึงธุลีละอองแห่งกิเลสเรา ไม่มีแม้ระยะคือต้องวิรชาให้ได้ไม่ให้มีเศษละอองของจิตที่ตกหลุมเผลออย่างยินดีอันจะเป็นทางเกิดแห่งโลกจิตเราจะต้องรู้ให้ชัดในเศษพิเศษน้อยพวกนี้ให้ได้จะต้องเข้าใจจับตัวอุทธัจจะให้ถูกสภาวะแห่งเศรษฐกิจแห่งจิตให้ได้จริงๆอันนี้ก็ได้แต่บอกว่าเป็นภาษาผู้ที่ถึงภูมิฐานเองแล้วจะเข้าใจเลยว่าโอ้เราจะประมาทไม่ได้จะเป็นคนที่ไม่ประมาทจริงๆจะเห็นในอุทยานจิตต่างๆคือจิตที่ลอยขึ้นมาจิตย่อมเกิดเรายังไม่ตายจะมีจิตเกิดเพราะฉะนั้นจิตเกิดเราก็จะรู้จะเข้าใจ นี่จะทดสอบจะอ่านเหมือนเราใช้ตะแกรงกรองจิตสะอาดจิตที่มันเป็นอาการสาเป็นอย่างนี้ก็จะสบายจะโปร่งเบาพร้อมกันนั้นมันยังมีอุปกิเลสต่อไปอีกที่เราจะต้องไม่หลงใหลในปิติปิติขององค์วิปัสสนาเรียกว่าวิปัสสนูปกิเลสมีชัดๆเลยพอเราได้สภาพสูงแล้วที่เรียกว่าอะไรอ่ะคำแพงก่อนปิติก่อนปกติแหละชุดแรกโอภาสเราเกิดโอภาสโอภาสก็ ภาษาที่ซ้ำกันกับอัตตะหรือซ้ำกันกับภาษาที่แปลว่าแสงสว่างใดๆทั้งนั้นมันเป็นความหมายของปัญญาเป็นความหมายของความรู้เพราะงั้นเมื่อเกิดปัญญาหรือเกิดความรู้เห็นถึงขั้นนี้เกิดแสงสว่างในใจถึงป่านนี้เมื่อเราได้สภาพดีอันนี้มันก็จะเกิดปิติแน่เกิดดีใจแน่แล้วก็จะเกิดสงบแน่ว่าสิทธิเรียกว่าจิตเก่งถ้าเราไม่ติดติดเก่งหรือจิตสงบนี้แล้วไม่มีความความเกิดใหม่คือปิติเลขที่เคยเรียกว่าโรคจิตเนี่ยแล้วเราก็ไม่ติดปิตินี้หลงไหลสิ่งเหล่านี้ปิติมันหาย ได้หรอกแต่ตัวปกติจะติดยากจิตสงบจิตหยุดมันจะลงเสวยภูมิมันจะหลงเสวยภูมิมันเห็นแล้วมันรู้แล้วมันได้แล้วมันเป็นแล้วแล้วมันซ้อนตัวมันเองนะโอภาสคือดูปฏิทินคือเป็นปิติคือลูกจิตคือมันยินดีมันมีความชอบใจพอใจดูดใจเพราะฉะนั้นปิตินี้จึงต้องฆ่าจริงๆถ้าปล่อยให้มันมีมากๆแรงๆมากมันจะกลายเป็นอาการทางจิตด้วยทางกายด้วยออกมาถึงกายมีปิติยินดีมากเกินไปจนการจนการเป็นชิ้นๆเพราะฉะนั้นควรมีปิติในชินเป็นทางไหน กระตุกไปทางอาการของกายมันก็จะเกิดท่านั้นซ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive