241227-3-167 ทางเอกภาค3-ตอน167(หน้า323)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt
เนื้อหาในไฟล์
พ่อท่านอบรมทำวัตรเช้าบรรยายทางเอกประจำวันที่ 27 ธันวาคมพุทธศักราช 2524 ที่พุทธสถานสันติอโศกเป็นยังไงพิกัดเป็นไม้คอลก็ขออยู่ต่อถ้าเห็นถ้าเห็นทีว่าแม่คนนี้ไม่น่าให้อยู่ต่อแล้วสักวันหนึ่งก็จะเจอบางคนก็บอกว่าเอาละพี่กลับแล้วก็ไม่ๆๆให้ต่อเมษายนค่อยดูใครอยากจะโดนดิ้นสักคนเอามาให้อยู่ต่อกลับไปซะ อยู่ต่อไปก็มันก็ไม่เคยเข้าเรื่องเข้าราวแล้วมันไม่ได้ผลหรือไม่ได้ดีอะไรหรือบางทีก็อาจจะบอกจุดนั้นจุดนี้ที่สำคัญที่ควรจะบอกไปอาจจะบอกส่วนตัวหรืออาจจะบอกกลางวงแล้วแต่เหมาะสมบอกให้ก็แก้ไขปรับปรุงเพื่อจะได้อยู่ต่อด้วยกันไปเพราะการกลับนี่ก็รีบกลับไปผู้ใดได้รับอนุญาตสาธุอยู่กับหมายความเป็นไปได้ที่ดีที่การงานก็ดีแล้วพยายามต่อไปตั้งใจไม่รู้จะสาธุผู้จะกลับต้องคอยดูคอยรู้ พระพุทธเจ้าอยู่ก็ต้องอยู่ขึ้นอย่างที่ไม่ใช่เพราะพี่กลับทีนึงเราก็ต้องรู้ว่าเราจะกลับนี่เราเหมือนกับเตือนตนทุกๆทีเหมือนกันว่าเราจะต้องอยู่ให้ดีพยายามศึกษาฝึกฝนเราเข้ามาอยู่ในนี้แล้วเราจะมาเพื่อศึกษาเพื่อฝึกฝนเพื่อทำตนให้ดีขึ้นเราก็ทำให้ได้จริงๆสังวรระวังกระทำประพฤติมั่นใจว่ากลับนี่ทำอะไรเล่นๆมันก็มีเหตุมีผลมีอะไรหลายอย่างทั้งด้านที่มันส่งเสริมทั้งหมดทั้งตัวเราผู้ที่มาด้วยกันนั่นแหละช่วยเหลือพวกกันจริงๆอ้าวเราเข้าสู่ เรียนหน้า 322 ถ้าได้หยุดพูดถึงเรื่องสันตะวิหารแล้วก็ได้ขยายความจนถึง 2 วันดูพิสดารให้รู้จักวิหารหรือวิหารพระเครื่องอยู่ให้เข้าใจสำคัญที่จริงเขาแปลกันจนๆง่ายๆในภาษาบาลีวิหารก็แปลว่าที่อยู่โรงเรียนที่ปลูกขึ้นมาให้อาศัยอยู่เท่านั้นด้วยซ้ำไปก็แปลให้จับยาตื้นๆเป็นปลุกเวลาที่ฐานแค่นั้นเองวิหารที่จริงมันไม่ใช่ย่อยวิหารเนี่ยมันเป็นเครื่องอยู่ถึงขั้นสุดท้ายมันถึงขั้นสุดยอดวิหารหมายความว่าเรามีสุภาพเรามีศูนย์เย็บตาเป็นเครื่องอาศัยเป็
อ่านต่อ
น เครื่องอยู่ที่เดียวเราสามารถที่จะอยู่ด้วยความสุญญตากับหมายคำว่าอนัตตาคือความไม่มีตัวตนและไม่เห็นแก่ตัวไม่เห็นแก่ตนแล้วสุญญตานี่เป็นลักษณะหนึ่งของอนัตตาอนัตตามีลักษณะ 5 มีลักษณะนัดต่อไปจะโตสุยะโตหนังสือสัญญามีลักษณะสุดท้ายลักษณะสุดท้ายของอนัตตาลักษณะ 5 คือมีสภาพที่มันหมดสนิทศูนย์นี่หมายความว่าสิ้นสนิทศูนย์ไม่มีเส้นสนิทในอะไรซึ่งเราก็ต้องรู้ด้วยปัญญาอันยิ่งเราเป็นคนไม่มีกิเลสแล้วเราได้อาศัยความไม่มีกิเลสอยู่ สุญญตาวิหารเราสิ้นแล้วซึ่งกิเลสเราสิ้นสนิทแล้วสิ้นอาสวะรอสิ้นแล้วสิ้นทุกข์สิ้นทุกข์สิ้นกิเลสสิ้นอาสวะสนิทแล้วเราได้อาศัยรูปนามขันธ์ 5 ที่ศูนย์กิเลสศูนย์อาสวะ 0 สิ่งที่มันเลวทรามต่ำช้าไม่ดีหรือแม้แต่ศูนย์ทุกอย่างศูนย์ทุกสิ้นทุกข์สิ้นทุกข์สิ้นยากสิ้นลำบากเราได้อาศัยสิ่งนั้นเป็นอยู่เร็วๆศูนย์เย็บตะวิหารนี่ก็ขอแถมเป็นสุดท้ายไม่ได้พูดไปในหลายวันมีคนถามเหมือนกันว่าวิหาร เอาต่อทีนี้เรามาเข้าหน้า 322 ผู้ปฏิบัติจะเกิดญาณได้ก็จะต้องมีจิตวิตกวิจารเป็นแล้วจริงๆถ้ำทองตามขั้นตามระดับขั้นได้ตามระดับขึ้นไปเรื่อยๆแท้ๆไม่ใช่ว่าสภาวะวิตกคืออย่างไรวิจารณ์คือไฉนก็ยังไม่รู้ยังไม่ได้สัมผัสจริงยังนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการปฏิบัติเพื่อเกิดญาณเกิดวิมุติไม่ได้วงเล็บเปิดแม้แต่ผู้ปฏิบัติธรรมนั้นๆจะไม่ทราบชื่อว่าการกระทำอย่างนี้อาการอย่างนี้ในตนเรียกว่าวิตกอย่างนี้อย่างนี้เรียกว่า ก็ไม่เป็นไรขอให้มีอาการอย่างนั้นอย่างนั้นที่มันเป็นสภาพของวิตกวิจารแท้ๆจริงๆในตนเถิดลักษณะกอดลักษณะเกิดก่อนเช่นนี้เรียกว่าธรรมธิติซึ่งมันเป็นธรรมดาที่จะต้องเกิดก่อนยานวิมุติญาณนิพพานวงเล็บปิดและที่หมายและที่มาเพราะฉะนั้นจะไปข่มไปฝืนนั่งหลับตาปิดหูกันเล่นกับลมหายใจออกหายใจเข้าที่เหมาเอาว่าเป็นกรรมวิธีของอานาปานสติกันนั้นโดยเคร่งทำให้จัดให้มากอย่างไรอย่างไรก็จะเกิดญาณเกิดมีมุดได้ยากสุดแสนยาก แต่ก็จะมีพลวปัจจัยมีความคล่องแคล่วความเคยมีวัดศรีในแง่ที่ได้ฝึกเพี้ยนนี้อยู่บ้างจริงตามนัยยะของสมถะดังกล่าวมาแล้วก็ขอทบทวนอันนี้อีกนิดนึงผู้ที่ยังไม่ได้เคยฟังเคยเรียนก็แถมนิดนึงคือการทำอานาปานสตินั้นก็หมายให้เกิดญาณเกิดวิมุตแต่ทำอาณาปานสติไม่เกิดญาณไม่เคยย้ายคือไม่รู้แม้กระทั่งว่าวิตกวิจารณ์เนี่ยเป็นองค์ฌานทำเวลานั่งเวลานั่งแล้วเราก็จะต้องตรวจจิตตรวจใจในขณะที่เรากำลังตรวจจิตตรวจใจเนี่ยดูสังวรระวัง ระมัดระวังคอยคุ้มเลยมีกรรมวิธีมีอิทธิวิธีคือมีจะทำยังไงเราจะทำยังไงให้มันมีจิตที่ปราศจากนิวรณ์มีเป็นเป้าหมายจิตของเราจะต้องไม่มีนิวรณ์กิเลสในขณะนั่งอานาปานสติอยู่ในจิตจะเกาะอยู่ที่ลมหายใจเข้าออกก็ให้มีแต่ลมหายใจเข้าออกบริสุทธิ์เฉยอ่ะอ่านมีจิตตัวนึงที่จะต้องอ่านเรื่องว่านามนามก็คือจิตของเรานามรู้รู้อะไรรู้อาการของจิตของเราเองประกอบกันในขณะนั้นรู้อาการว่าอาการจิตของเราเป็นการหรือไม่เป็นพยาบาลหรือไม่เป็นที่นะครับหรือไม่ เป็นวัฏจักรกุกกุจจะหรือไม่เห็นได้ชัดเลยอย่ามีสงสัยพ้นวิจิกิจฉานี่คือย่อมมีสงสัยจะมีขัดข้องอะไรเห็นให้กระจ่างแจ้งทีเดียวตรวจอ่านดูให้รู้อาการรู้ลิงฆ่าลูกนิมิตอุเทศใดๆคำกล่าวถึงคำชี้คำเเจงคำที่เราได้เคยได้ยินได้ฟังอธิบายได้เรียนได้รู้ได้อ่านเอามายังไงก็เราก็เอามาระลึกเป็นองค์ประกอบในการเรียนรู้ในการตรวจสอบของจริงขณะที่เรานั่งอานาปานสติเราก็กำลังดูของจริงเรากำลังทำจริงๆเพื่อให้เกิดจิตของเราตรวจอ่านตรวจดูตรวจรู้จิตของเราเป็นยังไง ขณะนี้มันมีอาการมีอาการอย่างนี้เราเรียกว่ากามอาการอย่างนี้เราเรียกว่าพยาบาลอาการอย่างนี้เราเรียกว่าทีนั้นมิทธะอาการอย่างนี้เรียกว่าอุทิศจากกุกกุจจะฟุ้งซ่านไปเกิดความหงุดหงิดรำคาญไม่เรียบไม่หรอยกังวลอะไรอาวรณ์อะไรอยู่มันเป็นจิตที่เราจับมันไม่ค่อยติดแล้วมันฟุ้งลอยฟ้าๆไปบางทีก็ไม่รู้ว่ามันเป็นไปเรื่องอะไรเราจะต้องรู้ว่าเรื่องอะไรแล้วก็วิเคราะห์ให้ออกว่าเรื่องนั้นน่ะมันเป็นไปเพื่อตัวตนเป็นไปเพื่อกิเลสหรือว่ามันก็เป็นความนึกคิดที่มันจะสะแสวงหามันกำลังทำจิตทำการทำงานอะไรที่เป็นคุณค่าผลประโยชน์หรือเปล่าถ้าจิต มันคิดที่เป็นคุณเป็นข้าเป็นประโยชน์เป็นกิจเป็นการอะไรที่มีค่ามีแก่นสารเราก็ดูมันรู้มันถ้ามันฟุ้งไปเสาะแสวงหาไปตามใจอยากจะเป็นเรื่องนั้นเรื่องนี้มาเสพสมสุขสมให้แก่ตนเองเราก็จะรู้อาการของมันรู้ความแตกต่างจากจิตที่มันไม่เป็นจิตที่มันไม่มีอาการอย่างนี้กับจิตที่เป็นอาการอย่างนี้มันต่างกันอย่างไรเราก็จะเกิดการเทียบการเปรียบกันขึ้นเรียกว่าทำมาวิจัยสังคมวิตกก็คือคิดนึกวิจาระก็คืออาการหรือพฤติกรรมของมันพฤติกรรมของจิตจาระกับพฤติกรรมเพราะฉะนั้น กรรมอย่างนี้มันขั้นวินีมันแปลอยู่ 2 ในวิตกก็ตามวิจารก็ตามวิธีมันแปลได้นัยยะหนึ่งแปลว่าไม่อีกนัยหนึ่งมันแปลว่ายิ่งไม่มีก็หมายความว่าสิ่งที่เราจะไม่ให้มีก็ต้องไม่นะสิ่งที่เราจะให้ดียิ่งก็ดียิ่งหรือถูกต้องยิ่งก็ให้ถูกต้องยิ่งดียิ่งเพราะฉะนั้นความนึกคิดต้องเป็นความนึกคิดที่ดีเป็นสัมมาสังกัปปะวิตกตรรกะวิตักกะสังกัปปะต้องให้เป็นสังกัปปะวิต้องให้เป็นความคิดที่เป็นสัมมาสังกัปปะสัมมาอริยะในความนึกคิดที่เหมาะแล้วชอบแล้วควรแล้วดีแล้วยิ่งดียิ่ง ท่านใดที่ไม่ควรจะให้ผสมกระแสอยู่ในความคิดเอาออกไม่มีเรียกว่าเราจะดูตรรกะดูจาระโดจิตดูพฤติกรรมของจิตแม้จะนึกจะคิดแม้จะมีพฤติกรรมการของมันเป็นอย่างไรเรียกลูกรู้นามด้วยอาการลิ้นพระนิมิตอุเทศซึ่งเราจะรู้รูปนามด้วยลักษณะ 4 นี่เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าเราต้องรู้ชัดเราพูดกันบ่อยเราอธิบายองค์ธรรมของมันเสมอว่าเราจะเรียนรู้และเราจะใช้ความรู้อย่างไรสอดส่องอ่านให้เห็นอาการจริงๆมันไม่มีตัวตนของจิตวิญญาณไม่มีรูปไม่มีสี อย่าไปนั่งเล่นเดี๋ยวไปนั่งหลับตาเป็นนั่งอานาปานสติก็ไปนั่งหลับตาจับรูปจับร่างจับนู่นจับนี่เล่นเป็นแบบฤาษีอย่างนั้นมันก็มันมีมันมีตัวหลอกมานานแล้วมายานี่มันหลอกมนุษย์มาเยอะแยะจะบอกว่ามันไม่มีไม่ได้มันเป็นสัจจะเป็นสมมุติที่สัจจะอย่างนึงสัจจะที่สมมุติกันขึ้นมาจนเป็นจริงแล้วเราก็อยู่กับความไม่จริงหรือความไม่เป็นจริงนั้นมานานแสนนานโดยแท้เมื่อเรารู้ชัดแจ้งแล้วมันไม่มีตัวตนจิตวิญญาณไม่มีตัวตนอะไรหรอกมันก็เป็นแต่เพียงอาการของจิตเท่านั้นแล้วอาการอย่างนั้นมันยังมีลักษณะด้วยเพราะมันแตกต่างกันยังไงว่าอาจารย์อาจารย์จิตที่บริสุทธิ์ประภัสสรเป็นยังไงกับอาการจิตที่ยังมีกิเลส ร่วมปรุงปนมันก็มันก็ต้องรู้ให้ชัดลักษณะอาการที่มีกิเลสปรุงปนลักษณะการอย่างนี้เป็นกิเลสสายราคะสายโลหะกิเลสอย่างนี้เป็นลักษณะสายโทสะกิเลสอย่างนี้เป็นกิเลสโมหะโมหะก็คือความที่หลงผิดเข้าใจผิดแล้วยึดถือด้วยเป็นมานะแล้วเข้าใจว่าอย่างนี้ถูกแต่ที่จริงมันไม่ถูกหรอกมันมันผิดกับไอ้ความจริงเขาแต่เราก็นึกว่าเราจริงเรารู้เราแหมเข้าใจเรายึดถือเหลือเกินมีเหตุมีผลของเราอยู่ในตัวซะด้วยก็หลงผิดแล้วคนหลงออกหูฉลองเกิดมารวยๆเงินเยอะแยะอย่างนี้มันเป็นความวิเศษของมนุษย์เป็นความประเสริฐสูงสุดเลย ยกไปก็เข้าใจอย่างนี้เยอะไปในโลกแล้วเขาก็แสวงหาอย่างนี้พากเพียรอย่างนี้มีวันมีคืนเท่าไหร่ก็โทรไปในการหาเงินหาทองให้ได้มากๆก็นึกว่านี่เป็นความคิดที่ถูกที่จริงโมหะเป็นโมหะเป็นความหลงผิดและเขาก็ดิ้นรนต่อสู้แย่งชิงอยู่ตลอดเวลาสะสมกอบโกยให้เหน็ดเหนื่อยหนักหนาแทนที่จะเป็นคุณค่าก็ทำให้ยิ่งสังคมแหล่พรานยิ่งเดือดร้อนเพราะมิจฉาทิฐิเพราะโมหะเพราะความหลงผิดอย่างนี้เป็นต้นอย่างผู้หญิงนึกว่าแหมทาทาได้ทาลิปสติกได้เอาอะไรวาดเขียนเข้าไปนี่มันที่หน้าที่ตานี่มันแหมประเสริฐยอดรู้ยอดหน้าภาคภูมิใจนักหนาเนี่ยเป็นโมหะแล้วเขาก็เชื่ออย่างนั้นจริงๆเขาชื่อว่าอย่างนั้นจริงๆมันชื่อว่าไม้ ถูกต้องแล้วดีแล้วสมควรจริงๆแล้วเขาก็ทำอย่างน่าชื่นตาบานภาคภูมิใจเพราะโมหะเพราะความหลงผิดอย่างนี้เป็นต้นอื่นๆอีกก็คือความที่ยังหลงผิดอยู่หยาบคึดแล้วก็ละเอียดขึ้นละเอียดขึ้นจนกระทั่งละเอียดจนแม้แต่ที่สุดแล้วนี่มันแตกต่างกันนิดๆกลับกันนิดหน่อยกลับไปกลับมากลับไปกลับมาอยู่อย่างละเอียดเราจะต้องเรียนรู้รากเหง้าของราคะโทสะโมหะหนีไปแล้วปรับปรุงให้มันถูกที่สุดเรียกว่าสัมมาหรือสัจจะสัจจะเป็นความจริงที่ถูกต้องที่สุดสูงขึ้นไปเรื่อยๆเป็นคันเป็นตอนในขณะเรามันนั่งดูนี่นั่งดูอาการของจิตแล้วก็จะนั่งดูด้วย ว่ามันจะไม่มีนิวรณ์นิวรณ์กามหยาบๆพยาบาทหยาบๆทีนะไม่ใช่หยาบๆกูจะจำกูจะหยาบๆจับตัวมันให้แม่นอย่าให้สงสัยให้มันได้คั้นตายคามือแล้วก็ทำให้มันจางคลายทำให้มันอ่อนแรงอย่าให้มันมีอาการนั้นอยู่ในจิตของเรานี่เรียกว่าเราทำอานาปานสติเกิดญาณยานจับรู้สัมผัสรู้แล้วก็ทำให้มันมีมดทำให้มันหลุดพ้นจากความเป็นกิเลสความเป็นตัวที่ไม่ควรทานให้จางคลายให้อ่อนแรงลงจนมันวิมุติสนิทก็คือหลุดพ้นจากกิเลสจากอาการที่ไม่เข้าท่าการทุจริตอาการอกุศลเหล่านั้น ไปหมดจนกระทั่งมีแต่อาการจิตธรรมดาจิตที่ถูกต้องเป็นอาการของจิตที่มันบริสุทธิ์เป็นอุเบกขาขั้นอุเบกขาเลยอยากอธิบายรักอธิบายเป็นชาญแล้วก็เป็นวิตกวิจารเป็นปิติเป็นสุขแล้วก็อุเบกขาเป็นลักษณะอุเบกขามีลักษณะ 5 จากนั้นเลยเราจะเรียนดูรู้อาการจริงๆแม้อานาปานสติเราก็จะทำฌานทีนี้คนทุกวันนี้อธิบายฌานกันแบบภาษีไม่ใช่ชาญพระพุทธเจ้าอธิบายฌานเป็นแบบวิธีการก็ยังเป็นแบบฤาษีเอ่อวิตกวิจารณ์ของเขาหรือว่ากรรมวิธีของเขานี่ก็ มีอิทธิวิธีในการระวังป้องกันไว้หรือว่าเอาอะไรล่อใจไว้จดจ้องอยู่ที่ดินน้ำไฟลมจะจ้องอยู่ที่นั่นที่นี่อะไรต่ออะไรเพื่อที่จะไม่คิดมันไปที่ได้ปนไปเป็นอาการของกิเลสต่างๆป้องกันอยากให้ข้าวและต่างหูจมูกลิ้นกายดับนะหูอย่ารับฟังตายอย่าไปเห็นหลับตาเลยจมูกถ้าเอาสำลีอุดตันก็คงจะอุดแต่อุดแล้วพอดีมันจะตายเขาก็เลยมาเอาสำลีอุดจมูกคืออุดตันเลยไม่ให้ได้ยินเสียงไม่ได้รับแสงไม่ได้รับรู้ไม่ได้เห็นไม่ได้กลิ่นไม่ได้รถแต่รถก็คงไม่แล้วก็นั่งแต่ก็มีนะบางอาจารย์หลงเลอะไปเหมือนกันอมหมากซะเลยนั่งหลับตามองว่าจะหนังนางหลับตา ขอหมากก่อนเลยแล้วก็นั่งอมไปตุ้ยไปเลยไอ้อย่างนั้นน่ะเอากิเลสไว้แล้วหากกายสัมผัสอะไรจะไม่รับไม่รับรู้ไปเรื่อยๆแล้วก็เป็นทำจิตไปอยู่กับจิตอยู่แวดวงของจิตไม่ให้จิตออกมารับทวารนอกแล้วก็พยายามทำจิตที่มันหยุดคือมันนิ่งอยู่เฉยๆจนไม่รับรู้อะไรเลยจนจิตมันทำให้จิตดับไปเฉยๆเนี่ยเขามีนโยบายแบบนี้ดูสีมีนโยบายแบบสะกดจิตหากรรมวิธีมาทำให้จิตมันมีข่าวไม่ได้เรียนรู้กินเลยอย่าง เวลาสัมผัสปกติมีความนึกคิดอย่างนี้ก็แยกออกนี่จากในความนึกคิดอย่างนี้เป็นความคิดที่เห็นแก่ตัวเป็นความคิดที่โลกเป็นความคิดที่ประสมความโกรธความอาฆาตความจะเอาชนะค้านความที่จะเอาเปรียบเอารักเราจะรู้อาการเหล่านั้นภาษาบอกนี่แหละเราจะรู้อาการของจิตของเราภาษาบอกนี่คืออุเทศคำชี้ถึงคำกล่าวถึงที่ถูกต้องแล้วเราก็จะดูเครื่องหมายของมันมันตรงหรือเปล่าความหมายอย่างนี้อันนี้เป็นการแสดงเครื่องหมายจิตอาการอย่างนี้เป็นการแสดงเครื่องหมายว่ามันเอาเปรียบคนนะนี่มันโกรธแล้วนะนี่มันถือสาอันนี้มันก็คาดมาตรานั้นมันยังมีการไม่สบายใจยังมีการขัดใจอยู่หน่อยๆหน่อยๆอาการนี้ยังไม่ ปล่อยขาดนะนี่ยังมีการไม่วางนะเนี่ยยังยึดถืออยู่นะอาการอย่างนี้อย่างนี้เราจะรู้ความหมายของมันจริงๆโดยตนเองปัจจัตตังเวทิตัพโพวิญญูหิจะรู้ด้วยตนโดยจะฉลาดเป็นเวทิตัพโพวิญญูหิจะใช้เลี้ยวฉลาดจะเป็นปราชญ์เองจะรู้เองจะเข้าใจเองเลยมีของจริงรองรับไม่ใช่นั่งคิดตามเหตุผลของที่ท่านบอกอธิบายแล้วเราก็เข้าใจแล้วเหตุผลของความหมายในที่ท่านอธิบายแล้วเข้าใจแล้วเราจึงเอาไปฝึกหัดกระทำจริงกับตัวเราเราก็จะเห็นจิตอาณาปานสติมันนั่งก็นั่งดูตอนนี้มันง่ายอานาปานสตินี่มันนั่งอยู่กับที่ไม่ได้ไปไหนถ้า ปานพลาสติกอยู่ในที่นั่งตามวิธีการเริ่มต้นที่ท่านบอกว่าเอานางคู่บัลลังก์ตั้งกายด้านคนแล้วเราก็มานั่งนั่งฝึกหัดตามที่ท่านสอนท่านบอกกล่าวไว้เราก็ทำแล้วความหมายต่างๆก็ได้ย้ำซ้ำซ้อนบอกมากมายซึ่งมากมายเหล่านั้นก็เพื่อจะเกิดการรู้จริงเลยว่าญาณเกิดการเห็นจริงแล้วก็เกิดการทำได้เรียกว่าวิมุตคือทำให้มันหลุดจางคาจิตัณหาอุปาทานหรือจากอกุศลธรรมต่างๆไอ้ตัวที่ไม่เราจะไม่ให้มีอะไรชั้นไหนไม่ให้มีก็ต้องรู้มันไม่ชัดแล้วมันก็ไม่มีจนได้แล้วก็เหลือแต่สิ่งที่ก็มันต้องเหลือ ฟ้าใสเป็นวิหารธรรมเป็นเครื่องอาศัยเป็นเครื่องอยู่รูปนามขันธ์ 5 เป็นเครื่องอยู่ของชีวิตเป็นรูปนามขันธ์ 5 ตามจริงเรียกว่าสอุปาทิเสสนิพพานเที่ยงแท้แล้วก็เป็นสัตว์อุปาทานที่แสนนิพพานจิตของเราเป็นนิพพานแล้วแต่ยังมีรูปนามขันธ์ 5 เหลืออยู่แล้วก็อาศัยรูปนามขันธ์ 5 อันบริสุทธิ์นั้นเป็นวิหารธรรมไม่มีเป็นต้นเราไม่ต้องวิจารณ์ไปทำไปให้เห็นชัดเจนสิ่งที่มันอธิบายไม่ออกมันพอรู้รู้แต่เราพูดไม่ถึงภาษาไม่มียังรู้ไม่ชัดแต่มันเกิดแล้วเราเรียกว่า คือเป็นสิ่งที่ทรงแล้วธรรมะธิติแปลว่าตั้งขึ้นทำมาที่ติดแปลว่าตั้งขึ้นแล้วทรงอยู่มันตั้งขึ้นแล้วมันตั้งลงแล้วมันมีไอ้สิ่งที่เราทำได้ตั้งลงมาในจิตก็ทรงอยู่แต่เราก็ยังรู้มันไม่ชัดเข้าใจมันไม่ถึงยังไม่มีปัญญายานมาอ่านจนกระทั่งออกแจ้งชัดเจนรอบถ้วนแต่มันเกิดแล้วเรามันมีละเจโตเกิดแล้วแต่ว่ายานปัญญาที่จะเป็นปฏิภาณที่จะเป็นวิชาความรู้ที่จะรู้อย่างที่แจ้งชัดมีภาษามีนิรุตติคำกล่าวอะไรหยิบออกมาพูดกระจายหยิบเอามาแจ้งให้คนอื่นได้เข้าใจด้วยนั้นมันยังไม่ถึง ชื่อเรียกว่ายังไม่ถึงญาณวิมุตติญาณนิพพานวันเกิดอยู่ข้างในมันเป็นส่วนเกิดที่ไหนไหนไหนไหนไหนไหนเพราะฉะนั้นถ้าเอาจริงของพระพุทธเจ้าแล้วแม้จะเกิดเจโตแล้วแต่ว่ายังไม่รอบถ้วนถึงขั้นปัญญาที่จะรู้แจ้งจริงชัดถ้าให้สูงสุดแล้วก็ต้องเอามาออกมาบอกมาพูดมาอธิบายสู่กันฟังได้เรียกว่าญาณวิมุตติญาณนิพพานเพราะญาณได้แค่เป็นธรรมชาติก็ยังไม่สมบูรณ์ก็มีอุปสรรคมากปัญญาวิมุติก็วิมุตจริงปัญญาก็ชัดแจ้งเอามาอธิบายเอามาพูดสู่กันฟังได้อย่างนี้สมบูรณ์เรียกอุปกรณ์ภาควิมุติหรือนิพพาน 2 ส่วนอันนี้ผ่าน 2 นาย เอาต่อทีนี้เรื่องของอานาปานสติที่จะอธิบายให้เข้าใจอย่างชัดเจนโดยเฉพาะนั้นจะได้สาธยายตอนท้ายๆของหนังสือทางเอกนี้ในวงเล็บคือภาค 4 และซึ่งจำเป็นเหลือเกินที่จะต้องอธิบายกันเพราะทุกวันนี้เข้าใจกรรมฐานอานาปานสติกันผิดและเข้าใจกรรมวิธีของอานาปานสติกันผิดๆเลื่อนเปื้อนกันมานานแสนนานจนไม่เป็นมหาไม่เป็นมหานิยมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรับรองไว้แล้วมันกลายเป็นพามิจฉาทิฏฐิไปเสียมากกว่ามาตอนนี้จึงจะขอระงับเรื่องอานาปานสติไปก่อนจะไปอธิบายเอา หลังจากได้อธิบายวิตกวิจารณ์อันเป็นฐานของฌาน 1 ได้อธิบายปิติอันเป็นฐานของฌาน 2 ได้อธิบายสุขโดยแท้ๆตามบัญญัติเดิมอันเป็นฐานของฌาน 3 และที่สุดอุเบกขาอันเป็นฐานของฌาน 4 การให้เกิดจากกระจ่างทั้งสิ้นทั้งหมดเสียก่อนแล้วถึงจะอธิบายอานาปานสติอย่างละเอียดพิสดารกันและก่อนจะถึงฌาน 1 2 3 4 อันเป็นทิฏฐธัมสุขกับวิหารเป็นผลลัพธ์ของนักปฏิบัติธรรมแท้ก็จะขออธิบายแยกแยะอรหันต์ 4 แบบให้ไปจะชัดเป็นขั้นตอนที่ควรรู้ให้ถูกให้ตรงกันบ้างก่อนอันนี้ก็เป็นอนุเฉทที่บอกตัดไม่บอกจบเอาไว้ว่าอธิบายกันมาบ้าง ในเรื่องอานาปานสติแต่ว่ายังไม่ใช่บทของมันทีเดียวจะเอาไว้อธิบายอานาปานสติอย่างละเอียดลออพิสดารในภาค 4 ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่ได้เขียนสักตัวเมื่อไม่ได้เขียนสักตัวก็ไม่ได้รอรั้งอะไรก็อธิบายแทรกอยู่แล้วโดยภาษาพูดอธิบายขยายความให้เราเข้าใจกันมาเรื่อยๆซึ่งเราก็ได้รับความรู้ในเรื่องของอานาปานสติมาเสมอๆกว่าจะเขียนบันทึกกว่าจะเรียบเรียงให้เป็นตำราเป็นคนอื่นได้อ่านได้อะไรไปอีกก็ไม่รู้ล่ะในอนาคตตอนนี้ก็ยังไม่ได้วางแผนจะเขียนเลยเรายังมีงานที่จะต้องทำอยู่อีกเพราะงั้นก็ยังไม่รู้อาจจะไม่ได้เขียนก็ได้ได้เขียนหรือไม่ได้เขียนก็ไม่เป็นไรก็ได้อธิบายได้สอนไปแจกแจงพิสดารตั้งแต่อานาปานสติแบบหลับตาเป็นพิธี จนกระทั่งอธิบายซอกแซกละเอียดให้คุณฝึกหัดให้คุณก็ทำให้คุณพิสูจน์ความจริงจนพิสดารไม่รู้กี่แบบกี่อย่างเราก็ได้อธิบายมาแล้วถ้าจะมาไม่ได้เขียนพวกคุณก็ต้องช่วยกันนะครับต่อไปในอนาคตซึ่งมันก็ผิดเพี้ยนกันมาอย่างที่ได้พูดอธิบายเทียบเคียงให้ฟังให้ชัดเจนแล้วอานาปานสติทุกวันนี้เขาเขาไม่ได้ทำตามตำราพระพุทธเจ้าหรอกเพราะอนาคตที่แบบชาญฤาษีเป็นวิธีอัตโนมัติพอจับเปราะกันเข้าก็นึกถึงลมหายใจเสร็จแล้วลมหายใจแล้วก็ตั้งถามเข้าไปประกอบไปนอกจากลมหายใจแล้วยังมีพุทโธสัมมาอะระหังมีไม่รู้ขี้หมูราขี้หมาแห้งอะไรเยอะแยะแล้วเขาก็ว่าไปแล้วก็ปั่นสร้าง วิธีการแตกออกไปเยอะจึงออกไปเป็นฌานฤาษีหมดไม่ได้เข้าร่องเข้ารอยไม่ได้เป็นไปเพื่อมาหาในสังสาระไม่ได้เป็นอุปการะไม่ได้เป็นประโยชน์ใหญ่ผลสูงอะไรไม่ได้ซักซ้อมการเรียนรู้จิตที่จริงเกิดญาณเกิดวิมุตติธรรมสั่งสมบุญสั่งสมเป็นส่วนแห่งบุญเป็นบุญญาปุณณภาคิยะเป็นส่วนแห่งบุญมีผลแข่งขันคือมีผลแข่งขัน 5 ของเราเนี่ยขันธ์ 5 ของเราก็จะได้อาศัยบุญอันนี้คือบุญนั้นสั่งสมการกระทำที่ละเอียดอ่อนถูกต้องมาด้วยเป็นภาวะปัจจัยสั่งสมบุญบารมีแต่เราไม่ได้ทำกันถูกมันก็ไม่ได้แต่ถ้าเราทำถูกดั่งที่ได้แนะนำและก็สอนพวกคุณ อ้าวทำเอาอยู่ทุกวันนี้คุณทำถูกคุณได้คุณทำไม่ถูกคุณก็ไม่ได้หรือคุณไม่ทำรู้แล้วเข้าใจแต่ไม่ทำคุณก็ไม่ได้อีกเอาล่ะทีนี้ก็ปิดเรื่องอานาปานสติปิดไว้ก่อนทีนี้ก็มาต่อเรื่องที่จะอธิบายอรหันต์ 4 แบบไปต่อแล้วผู้มีญาณทัศนะมีมโนมยิทธิแท้ๆละเอียดเข้าไปถึงสภาวะสภาวะก็คืออาสวะทั้งหลายทั้งปวงเข้าไปถึงสภาวะดับได้ปลดปล่อยได้สิทธิ์รู้แจ้งหลุดพ้นครบถ้วนเป็นอาสวะขยะยานนี่เป็นวิชาของพระพุทธเจ้าและนับเป็น เขาวิปัสสโกทุกรูปทุกนามผู้ที่มีวิชาที่มี 1 ฌาน 2 ยานทัศนะ 3 มโนมยิทธินี่เป็นวิชาที่มันประกอบการมีฐานแล้วก็มีผลมีญาณมีวิมุตติญาณทัสสนะก็คือยานมโนมยิทธิก็ทำให้มันเป็นวิมุตนั้นเองทำจิตมโนธรรมมโนของเรามโนมยิทธิอันเป็นของเราอิทธิเก่งเก่งอะไรล่ะก็เก่งทำให้มันหมดกิเลสไอ้เก่งจะไปเหาะเหินเดินน้ำดำดินเก่งที่จะไปบ้าๆบอๆอย่างที่หลงผิดเป็นชานฤาษีแล้วก็ไปเล่นเดรัจฉานวิชาไปเที่ยวสวรรค์ลงนรกไอ้บ้าๆบอๆอะไรกันอยู่นั่นน่ะไอ้นั่นมันไม่ใช่มโนมายึดที่ของพุทธซึ่งเดี๋ยวนี้มี ตั้งเป็นก๊กเป็นเหล่าเลยเป็นสัจธรรมปฏิรูปเป็นศาสนาของพระพุทธเจ้าที่ถูกแปลไปแล้วเป็นปฏิรูปคือถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไขเป็นลัทธิแก้ของพุทธใช้ภาษาสมัยใหม่เรียกว่าลัทธิแก้เค้าได้แก้แล้วที่จริงแก้ไปหาของเก่าไม่ใช่แก้ใหม่ไม่ได้แก้เอาเองแก้หมายความแก้ปัญหาของเก่าเดิมของฤาษีเก่าแบบเก่าๆแก่ๆโบราณจะบอกว่าพวกนี้คอนเซอร์เวทีฟหรือสมัยใหม่ถ้าจะว่าสมัยใหม่ก็คือแก้ของพระพุทธเจ้าใหม่ไปแต่ใหม่ของเขาเป็นเก่าของฤาษีไม่ได้คิดใหม่เองหรอกไม่ได้เป็นใหม่เองก็เข้าไปยึดในสภาพ เอาอันเก่านั่นอย่างนั้นเรียกว่ามันก็ผิดอยู่อ่ะส่งของพระพุทธเจ้านั้นเรียนรู้ถูกต้องมีมโนมยิทธิที่ถูกตรงคือธรรมกิเลสให้ออกไปแล้วก็เรียกว่าวิมุติมีญาณทัศนะรู้จริงเห็นกิเลสรู้กิเลสแล้วก็ดับกิเลสออกกิเลสลดก็รู้เป็นเวลาก็ทำนิโรธก็รู้ว่ามันหมดแล้วดับแล้วจะปฏิบัติจะไม่ยึดมั่นถือมั่นแล้วตอนนี้ปฏิสังขรณ์แล้วสลัดคืนอ่ะเป็นไปตามที่เราจะทำประโยชน์อยู่กับสังคมอยู่เหนือมันไม่ต้องไปนั่งดูหรือว่าไปนั่งชมไปนั่งลงภูมิเสพวิมุติอ่าอยู่ในเมืองวิมุตนั้นอยู่เฉยๆนั่งเสพนั่งติดนั่งเสวยวิมุตติ [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] ถึงจะเรียกว่าโลกุตตรจิตจริงเราอยู่กับจิตของเราแล้วเราก็เหนือจิตของเราคนอื่นมาเกี่ยวข้องไม่ได้ถ้าคนอื่นไม่เกี่ยวข้องแล้วเราก็อ่อนแอจิตตกจิตไม่สามารถที่จะแข็งแรงอยู่เหนือได้เราไม่ใช่โลกุตรจริงเป็นเพียงจิตที่เรากดข่มได้ส่วนตนกระทำได้รักษาได้ส่วนตนถ้าคนอื่นมาเกี่ยวข้องเข้าหม้อแปลงอย่างนี้ไม่ใช่โลกุตตรธรรมของพระพุทธเจ้าโลกุตตรธรรมนั้นต้องพิสูจน์ตนพิสูจน์ท่านพิสูจน์สัมผัสอยู่เหนือสัมผัสมีผัสสะเป็นปัจจัยมีประสิทธิภาพมีผัสสะมีเวทนาก็รู้จักเวทนาตัณหารู้ตัณหาอุปาทานรู้อุปทานมรณะรู้ทั้งสิ้นเพราะงั้นแม้แต่โสกลับ ชีวะวันนี้เทวะทุกขโทมนัสอุปายาสรู้อาการของมันหมดว่ามันไม่มีไม่มีแล้วเลยเขตของชรามรณะไปแล้วไม่มีไม่มีชู้กับปริเทวะทุกขะโทมนัสอุปายาสไม่มีเรารู้อาการสิ่งที่กล่าวเหล่านั้นว่าเราไม่มีจริงๆนั่นเรียกว่าเราวิมุติเราเก่งในจิตถอนแม้กระทั่งอาสวะสภาวะแม้กระทั่งบรรดาอาสวะอย่ากลางละเอียดต้องรู้จริงไม่ใช่เปล่าแต่ปากพูดเป็นของที่ยังตกหล่นค้างต้องผ่านสนิทยิ่งคอยมากระทบสัมผัสกับอะไรต่ออะไรต่างๆหูจมูกลิ้นกายตามโรคนอกเขาเนี่ยเราจะมาอยู่ตามธรรมชาติไม่ต้องไปเจตนาไม่ต้องไปตั้งใจลองก็ ลองดูท่าแล้วมันก็จะไปได้เรื่องอะไรเราก็ตั้งท่ากันเอาไว้แล้วเพราะฉะนั้นไม่ต้องสมมุติไม่ต้องไปลองอย่าไปถูกใครเขาหลอกลองไม่ลองเป็นเองตามธรรมดาธรรมชาติเป็นเองอยู่นี่แหละมีสัมมาวาจาสัมมาสังกัปปะสัมมาวาจาสัมมากัมมันตะสัมมาอาชีวะมีสะมายสัมมาสติเราก็คิดแล้วก็นึกแล้วก็พูดแล้วก็ทำการงานทำอาชีพมีความพยายามมีสติระมัดระวังรู้ตัวทั่วพร้อมอยู่เสมอกระทบสัมผัสอะไรก็รู้ตัวทั่วพร้อมเนี่ยอ่านเป็นอานาปานสติแบบลืมตาแบบเดินเหินทำงานทำการได้นั่นแหละหรือเป็นสติปัฏฐานเป็นสติปัฏฐาน จะเอาอาการของที่ท่านอธิบายไว้ในอานาปานสติไปใช้มันก็อันเดียวกันถึงได้บอกว่าสติปัฏฐานเป็นอานาปานสติอย่างยิ่งอานาปานสติก็เป็นสติปัฏฐานอย่างยิ่งอันเดียวกันน่ะมันสำคัญมันเกื้อกูลกันเหมือนเราจะศึกษาผิวหนังก็ต้องรู้เรื่องขนก็ต้องเห็นขนจะศึกษาเรื่องขนมันก็ต้องรู้ผิวหนังเพราะมันก็อยู่กับผิวหนังคนมันไม่ได้ไปอยู่ที่ก้อนดินก้อนหินมันไม่ได้อยู่ที่ต้นไม้คนมันอยู่ที่ผิวหนังศึกษาอันใดมันก็ต้องรู้อันอีกอันหนึ่งที่คู่กันแยกไม่ออกจะศึกษาอานาปานสติก็ต้องรู้สติปัฏฐานจะศึกษาสติปัฏฐานต้องมีอาการอานาปานสติอานาปานสติตามระบบตามรายละเอียดตามความรู้ที่พระพุทธเจ้าท่านอธิบายไว้เหมือนกัน ขยายกันแล้วก็ทำให้เราไปในทิศทางที่วิมุตเหมือนกันเพราะงั้นเมื่อเวลาเราจริงเราเป็นแล้วอานาปานสติก็ไม่จำเป็นจะต้องทำได้แค่แต่ตอนนั่งแต่ตอนนั่งก็ทำได้ตอนเดินตอนยืนตอนนอนตอนทำการทำงานอะไรทำได้อานาปานสติให้เห็นให้รู้เวลาก็ทำรู้นิโรธทำปฏิสังขรณ์อยู่มันเดินยืนนั่งนอนทำการทำงานคิดนึกพูดจาอะไรอยู่ทั้งสิ้นมันจะเกิดความจริงให้เราศึกษาเองว่าจิตของเราแข็งจิตของเราอยู่เหนือมันไหมจิตของเราสู้ได้ไหมจิตของเรานี่มั่นคงไหมเราจะรู้จะใช้คำตอบจะให้คะแนนสอบของเราเรื่อย เลยว่าเราแน่แล้วเรากระทบสัมผัสขนาดนี้แรงเราก็ยังเฉยนะเนี่ยอาการจริงในเรื่องจริงกระทบสัมผัสเราแล้วเนี่ยไม่ใช่สมมติจ้าง 100 ล้านยังทำไม่ได้เลยเหตุการณ์นี้กระทบสัมผัสกับเรานี่เอาเงินจ้าง 100 ล้านยังไม่ได้แต่เป็นเรื่องจริงนะเสร็จแล้วเราก็หยิบของเราได้พิสูจน์ใช้เลยสบายมากไม่ได้เจตนาเราไม่ได้ไม่ได้นั่งสร้างนั่งทำนั่งโมเมเอาแหมทำเป็นเล่นลิเกละครไม่ต้องไม่มีเหตุการณ์อยู่ในโลกนี้แหละมันมีอะไรต่ออะไรที่จะให้เราได้เรียนรู้อยู่เป็นธรรมดาธรรมชาติถ้าเราดูแล้วว่าแวดวงอย่างนี้การปนเปื้อนคลุกคลีการเก
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive