241224-3-164 ทางเอกภาค3-ตอน164(หน้า318)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันที่ 24 ธันวาคมพุทธศักราช 2524 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกละครจะได้เข้าสู่บทเรียนแล้วก็ขอบอกเรื่องเกี่ยวกับผู้มาปฏิบัติธรรมฝ่ายหญิงหน่อยนึงก่อนคือผู้ที่จะเข้ามาปฏิบัติธรรมฝ่ายหญิงตามกฎเมื่อคืนนี้ที่เราได้วิเคราะห์แล้วเราได้นั่นกันแล้วก็ดูทบทวนกฎระเบียบพอปฏิบัติธรรมฝ่ายหญิงที่กำหนดไว้นั้นน่ะ อยู่ในกฎระเบียบมีว่าผู้ปฏิบัติธรรมฝ่ายหญิงจะต้องมีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไปสูงกว่า 50 ปีมีข้อแม้อีกนิดหน่อยว่าถ้าเกิน 50 ปีถ้าเผื่อว่าหมู่กลุ่มจะพิจารณาพิเศษก็อีกเรื่องนึงนะสำหรับผู้ที่มีสุขภาพยังแข็งแรงอยู่แล้วก็ต่อมาก็ว่าหญิงอายุต่ำกว่า 17 ปีจะมาค้างคืนณบริเวณพุทธสถานได้ไม่เกิน 7 วันเว้นไว้แต่มีผู้ปกครองมาพักอยู่ด้วยเพราะงั้นผู้ที่จะมาปฏิบัติธรรมหรือว่ามาเรียนมาพักค้าง อยู่ที่นี่ด้วยก็ขอให้รู้เป็นไรเป็นระเบียบไปอีกเราเคยอ่านระเบียบทุก 14 ค่ำขึ้น 14 ค่ำนะตอนนี้เราก็มีงานมีโน่นนี่ก็ไม่ได้อ่านมาซะหลายนานแล้วก็ไม้ความเอาอย่างนี้ให้ชัดเจนออกไปช่วยกันจำช่วยกันรู้นะว่าผู้ที่จะอายุต่ำกว่า 17 ปีเนี่ยถ้ามีผู้ปกครองมามาวัดเนี่ยมาอยู่มาค้างคืนมาพักมาอะไรก็ได้มาพักอยู่ด้วยที่ผู้ปกครองด้วยถ้าอายุต่ำกว่า 17 ปีถ้าอายุต่ำกว่า 17 ปีไม่มีผู้ปกครองมาเราก็ไม่ให้ค้างคืนไม่พักค้างที่มี ผู้ที่อายุต่ำกว่า 17 ปีถ้ามีผู้ปกครองมาอยู่ก็พักค้างคืนได้กว่า 17 วัน 7 วันก็พิกัดเหมือนกันนั่นแหละในนี้บอกว่าถ้าเผื่อว่าอายุต่ำกว่า 17 ปีจะมาค้างคืนในบริเวณตามสถานีก็ยังได้ไม่เกิน 7 วันถ้ามีผู้ปกครองอยู่ด้วยก็ได้เกิน 7 วันแต่ถ้าผู้ที่ต่ำกว่า 17 และก็ไม่ได้ได้ไม่เกิน 7 วันถ้าจะพักผู้ที่จะต่ำกว่า 17 นี่ก็หมายความว่าตกลงก็หมายความว่าผู้ที่จะมาพักค้างต่ำกว่า 17 ก็ได้ ความหมายหญิงต่ำกว่า 17 ปีจะมาพักค้างคืน
อ่านต่อ
ณบริเวณพื้นฐานได้ไม่เกิน 7 วันเว้นไว้แต่มีผู้ปกครองมาพักอยู่ด้วยถ้ามีผู้ปกครองมาก็พักได้เกิน 7 วันอายุ 13-15 เอ้ยต่ำสุด 17 นาทีนี้เราไม่ได้กำหนดต่ำสุดว่าผู้ที่มาพักค้างที่ยังมาพักค้างถ้าเผื่อว่าเราก็ไม่เคยเท่าไหร่นะที่จริงถ้าไม่พูดปกครองทำพักค้างแล้วก็ดูดูมันเด็กจะจองงอแงเกินไปก็คงไม่ได้พักค้างเพราะในการอนุโลมสำหรับผู้ที่จะมาพักค้างใน พี่ก็ต้องดูกันตรวจตรากันเพราะว่าในกฎระเบียบนี้บอกว่าหญิงอายุต่ำกว่า 17 ปีจะมาค้างคืนณบริเวณพุทธสถานได้ไม่เกิน 7 วันต่ำกว่า 17 แล้วพักค้างได้เหมือนกันแต่ไม่เกิน 7 วันเว้นไว้แต่มีผู้ปกครองพักอยู่ด้วยถ้าไม่ผู้ปกครองพักอยู่ด้วยก็พักเกิน 7 วันได้นี่เป็นตามกฎระเบียบที่เราพูดกันเมื่อคืนนี้ว่า 17 มาเมื่อกี้นี้พูดศัพท์ๆไปนิดนึงแล้วถ้าเกินกว่า 17 เอ้ยถ้าต่ำกว่า 17 แล้วมาพักค้างไม่ได้ไปกินได้แล้วก็ก็ถ้าเผื่อว่าต่ำกว่า 17 ก็ได้ไม่เกิน 7 วัน ถ้ามีผู้ปกครองก็อาจจะเกินนั้นได้แต่เรื่องนี้กลับก็อยู่ตามกฎไม่มีปัญหาอะไรถ้าเกิน 7 วันก็ต้องรีบกลับอะไรก็ได้ไปตามรูปตามเรื่องอาทิตย์นี้ผู้ปฏิบัติธรรมจะเป็นหญิงมีคันไม่ได้ดูเด็ดขาดหากสงสัยจะส่งแพทย์ตรวจสอบทันทีและจะต้องมีอายุอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 20 ปีอย่างมากไม่เกิน 50 ปีสำหรับในกรณีที่มีอายุเกินกว่านี้แต่สุขภาพยังแข็งแรงอยู่ก็จะต้องมีการประชุมหมู่พิจารณาในกรณีที่เป็นกรณีพิเศษแล้วก็ตกลงก็หมายความว่าผู้ที่จะมาปฏิบัติธรรมในที่นี้ใช้คำว่านี้ผู้ปฏิบัติธรรมก็หมายความว่าเป็นผู้ที่ถือว่าจะมาอยู่พักค้างประจำก็เป็นอารามิก ที่นี่ผู้ที่จะเป็นอารามิกบอกแล้วว่าจะต้องอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีถ้าเผื่อว่าจะเอาอย่างนั้นทีนี้เราก็ได้อนุโลมกันมาผู้ที่เป็นอารามิกเนี่ยเมื่อคืนนี้เราได้วิเคราะห์ว่าก็อายุต่ำกว่า 17 ก็ได้เออใช่อายุต่ำกว่า 20 ก็ได้นะหรือต่ำกว่า 20 แต่ในนี้มันดูแล้วระบุในกฎระเบียบระบุหญิงที่เข้ามาเป็นผู้ปฏิบัติธรรมจำเป็นหญิงที่ต้องมีอายุอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 20 ปีไม่ได้ระบุว่าเป็นนักบวชมันจะบอกว่ายิ่งที่จะเข้ามาเป็นนักบวชจะบอกว่ามาเป็นผู้ปฏิบัติธรรมเพราะงั้นก็อาศัย อาศัยที่ว่ามันมีข้อแม้อยู่ถึงอายุอย่างต่ำ 17 จะมาค้างคืนพอเงินก็ถ้าจะเลี่ยงก็ต้องเลี้ยงกันอยู่ตรงนี้ว่าเรามาค้างคืนน่ะแล้วปฏิบัติธรรมอายุก็เกิน 17 แล้วนี่บอกว่าถ้าต่ำกว่า 17 ก็มาฝากค้างได้ไม่เกิน 7 วันถ้ามีผู้ปกครองก็ยังพักเกินนั้นได้ก็แสดงว่าอายุ 17 ไม่มีผู้ปกครองพักได้เกิน 7 วันด้วยซ้ำอันนี้ก็มันก็เลี่ยงกันได้แต่ผมก็จะเลี่ยงกฎหมายก็ในที่นี้อายุเกิน 17 ก็พักค้างได้จน 7 วันก็ได้ด้วยซ้ำไปเพราะว่าอย่างนั้นน่ะในนี้มันไม่รับ เราก็เลยมันก็ไม่ได้เคร่งครัดกันมาแต่เดิมเพราะงั้นตอนนี้เราก็ดูดูแลๆกันดูแลกันให้เห็นว่าถ้าเผื่อว่าอายุน้อยกว่า 20 ถ้าเผื่อว่าไม่เข้าเรื่องเข้าราวนักว่าเราก็พิจารณากันก็จะได้เขตอยู่ในเขตที่เรามีหลักและ 17-20 พิจารณากันพอสมควรต่อไปนะมีเราได้วิเคราะห์ให้แม่นมากขึ้นแล้วเราจำเป็นที่จะต้องดูแลจนถึงจะต้อง เหมือนฝ่ายหญิงทบทวนฝ่ายหญิงที่จะมาเป็นอารามิกจะมาปฏิบัติธรรมประจำนั้นต่อไปนี้ต้องอายุให้เป็น 20 ถ้าจะมาปฏิบัติธรรมอยู่อย่างที่จะอนุโลมกันหน่อยก็ต้องดูว่าพูดใส่ใจจริงมาปฏิบัติเอาจริงเอาจังแล้วก็ไม่มาทำอะไรให้ดูก็แปลอ่อนแอตามฐานะผู้ที่จะเป็นผู้เยาว์เกินไปแต่ว่าอาจจะเอาอยู่กำหนดในกฎหมายคำว่าเราต้องดูว่ามันต้องแข็งแรงพอเพียงอาจจะมีผู้มีอินทรีย์พละได้แข็งแรงแข็งเพราะงั้นก็ดูถ้าเผื่อว่าไม่เข้าทีก็ไม่ให้อยู่เกินการเมื่อสักวันสักเวลาเราก็จะต้องดูไม่ๆ ใบอนุญาตไม่อนุมัติอะไรขึ้นมาถ้าอยู่ก็อยู่ค้างคืนได้ 7 วันก็พลิกกลับๆนี่แหละจะเป็นตัวที่จะอนุมัติหรือไม่อนุมัติต่อไปเปิดตามกฎหมายตามเค้า 20 อายุ 17 ไม่มีผู้ปกครองก็ตามก็อาจจะค้างคืนหรือ 7 วันแล้วก็วิ่งกลับต่อค้างคืน 7 วันก็รีบกลับต่อเราก็จะยังไม่เรียกว่าอารามิกไม่มีอายุต่ำกว่า 19 บาทเราก็จะยังไม่เรียกว่าอะไรไม่กล้านะอาทิตย์นี้ผู้บวชเมื่อคืนนี้เราได้พิจารณาผู้หมวดผู้ที่จะไปปฏิบัติเป็นผู้ปฏิบัติเป็นป่าฝ่ายหญิงได้เหมาะสมได้ หลวงมติเลือกออกอนุรีย์เป็นผู้ปฏิบัติหญิงคนต่อไปนะอรุณีเลิกการัตน์ซึ่งเมื่อคืนนี้ก็ได้วิเคราะห์กันถึงเรื่องอายุอีกที่จะบวชเพราะว่าในระดับบวชมันก็ต้อง 20 แน่เอามาคืนนี้ก็ได้วิเคราะห์กันแล้วเพราะงั้นก็ก็เป็นตัวอย่างนะว่าถ้างั้นก็เมื่อเรามีหลักต้องแน่ๆแล้วถ้าแม้แต่แค่มาพักมาอยู่มาเป็นอเมริกานี่ก็อายุ 17 มันก็มีระดับที่เราจะต้องพิจารณากันอย่างอย่างต้องมีแม้แต่ขั้นอนุโลมกันก็แค่นั้นแล้วเพราะงั้นเวลาบวกก็ต้องอายุ 20 แน่ทีนี้อายุ 20 ปีนี้ขณะนี้ตัดสินไปแล้วด้วยแล้วอะไรด้วยมันก็ ก็ต้องถือเป็นว่าเอาก็ตามนี้ก็แล้วกันอรุณีนั้นอายุ 19 อายุ 19 ซึ่งมันก็ถนัดอย่างพระก็โอเคนับอย่างพระก็หมายความว่าน้ำในท้องอีก 1 ปีก็เป็นถือว่า 20 ได้แต่แท้จริงก็ตัวเองก็อีก 2-3 เดือนอีก 2 เดือนเกิดเดือนกุมภาพันธ์นี่ก็มกราคมกุมภาพันธ์ก็ครบ 20 ปีจริงนะก็มันก็ตัดสินแล้วอะไรได้ด้วยเพราะงั้นก็เลยเป็นตัวอย่างว่าเอาครับผมก็ยังอะไรกันจริงๆก็ถึงขั้นถ้าดูแล้วคันนี้ก็ต้องพิจารณาด้วยว่าถ้าเผื่อว่าแม่ว่าจะอายุยังไม่ครบ 20 เต็ม ก็ต้องดูว่าเป็นผู้ที่อยู่ในฐานะมีอินทรีย์พละมีอะไรต่อได้เพียงพอที่จะให้เข้ามาสมัครได้หรือไม่ก็ต้องให้ใช้ดุลพินิจของสงฆ์ของหมู่ด้วยว่ามีส่วนที่จะพอเป็นไปแต่ผมว่าแม้จะอายุ 19 ซึ่งสำนักในท้องอีกหนึ่งเป็น 20 ได้แต่ว่าก็ยังไม่ค่อยเข้าที่เราก็จะใช้เป็นข้อพิจารณาแล้วก็ยังไม่เอากันนะกระทั่งตัวอย่างทั้งหลักเกณฑ์ทั้งอะไรต่ออะไรเราก็มีทั้งส่วนที่ได้เป็นไปแล้วเพราะงั้นก็เอาล่ะก็เป็นระเบียบหรือว่าเป็นประเพณีหรือเป็นจารีหรือเป็นหลักอะไรต่ออะไรของเราต่อไปก็อย่างนี้ก็แล้วกัน สรุปอีกทีนึงว่าผู้บวชผู้จะมาสมัครเข้าปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ขีดก็ควรจะ 20 ที่จะเป็นปากแต่ถ้าเผื่อว่าอนุโลมหรือว่าลดลงมาก็นับในท้องก็หมายความว่า 19 ได้ทีนี้ในคำว่าอนุโลมนี่เราก็จะต้องตรวจองค์ประกอบด้วยดูกันด้วย 2 คนก็ดูใครก็ดูตามความเห็นพร่องพร้อมก็สมควรนี่นะแม้จะอายุยังไม่ 20 เต็มดีในส่วนนอกแต่ในสวนในเราก็ถือว่าแม้แต่พระแล้วก็นับอย่างนั้นนับในท้องได้ด้วยแม้แต่พระที่จะ ผู้บวชอายุ 20 ก็นำในท้อง 1 ปีแล้วก็ข้างนอก 19 ก็ถือเป็นนักบวชเป็นพระได้มันก็เอาละก็โอเคแต่เราก็มีพ่อแม่ของเราว่าต้องดูแลกันว่าเหมาะสมว่าพอสมควรนะต้องเป็นผู้ที่ปฏิบัติจะเป็นอะไรอะไรขึ้นไปก็คงจะพอได้เพราะว่าแม้ปฏิบัติแล้วจึงกว่าจะไปถึงเป็นนักบวชจริงๆเป็นหลักเป็นประไปก็มันก็ไปกันอีกปีสองปีบางคน 2 ปียังไม่ถึงยังไม่ได้เป็นยังไม่ได้ขึ้นเป็นนักบวชไม่งั้นไม่ขึ้นเป็นสิ่งที่เขามาเลยแล้วก็คิดว่าคงจะเข้าใจกันนะทบทวนแล้วก็เอาเอาให้เป็นไปมันมีหลักที่เราพิจารณากันได้ช่วยกันจำ ที่เราก็จำไม่ค่อยแม่นนักโทษพวกนี้มันหลายเรื่องเรื่องปีกปีกเล็กๆน้อยๆบางทีก็แต่มันมีตัวหลักตัวเลขอะไรพวกนี้ก็เลยขอพูดอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องการขายของของคนบ้านใกล้ด้านในในงานสันติอโศก 255 งานของเราที่เป็นงานใกล้งานวัดเขาเรียกว่างานวัดของเรานั่นแหละเราเคยที่จะพยายามในเรื่องซื้อเรื่องขายมีอะไรจะพยายามไม่ไม่ค่อยให้มันเป็นแม้แต่ในที่นี้มันมีความจำเป็นที่สุดอยู่ที่เราจะต้องให้เขาช่วยเหลือ Profile เช่นว่าพิมพ์หนังสือเล่มใหญ่ หนังสือปกแข็งทางเอกคนคืออะไรงี้มันก็ใช้ทุนมากก็ให้เขาต้องแลกเปลี่ยนหน่อยก็จะเรียกว่าซื้อก็ซื้อแต่เราก็ไม่ได้ไปคิดค่าคิดขายอะไรเพราะว่าเราจะพยายามกระทำให้มันเป็นตัวอย่างให้เป็นหลักนะแม้แต่เทพนี่ก็เราก็ไม่ได้เจตนาที่จะมาฆ่ามันขายอะไรจะเป็นแต่ว่ามันทุนลงทุนเป็นแพงแต่มันก็เป็นสิ่งจำเป็นที่เราจะต้องซื้อออกไปแล้วก็แต่พยายามที่จะทำราคาให้รถและมีในข่าวว่าปีใหม่ 25 เทปนี้จะลดราคายิ่งกว่า 25 บาทถ้าเป็นไปได้ก็ขออนุโมทนาล่วงหน้าถ้าเป็นไปได้อีกนะแต่รถราคาตลับละยิ่งกว่า 25 ได้ ถ้าเป็นไปได้นะถ้าไม่ได้ไม่จำเป็นหมายความว่ามาที่จะทำเป็นไปไม่ได้จะส่งอยู่ 25 ก็แล้วแต่แต่ถ้าเป็นไปได้ลดราคาได้อีกก็ก็ขออนุโมทนานะอาทิตย์นี้ก็เริ่มการค้าการขายที่จะเกิดขึ้นภายในสิ่งแวดวงใกล้ๆในข่าวว่าจะมีผู้ที่จะมาค้ามาขายจะขายข้าวขายของอะไรในแวดวงที่นี้ก็ใครจะขอร้องนี่ไม่ต้องวิเคราะห์อะไรมากไม่อยากจะวิเคราะห์ไม่อยากจะหว่านล้อมอะไรนะก็อยากจะขอร้องว่าถ้าไม่ทำได้ก็จะอนุโมทนาอย่างยิ่งถ้าไม่ขายนะก็ไม่ใช่อยากจะใช้ว่าเขามาบังคับหรือว่ากำหนดอะไรเพราะว่ามันก็นอกเขต วัดเขาจะทำมันก็มาทำแต่ว่ามันไม่งามไม่อยากจะให้เกิดการซื้อการขายถ้าเผื่อว่าเราจะคิดว่าเราจะช่วยเหลือโปรไฟล์จะคิดอย่างนั้นมันก็มีหลักมีมีแนวที่ซ้อนลงไปว่าถ้าเผื่อว่าผู้ที่มานี้เขาอยากจะทำบุญก็อยากจะอะไรต่ออะไรเขาก็ย่อมไปซื้อได้ร้านขายที่มีอยู่แล้วเช่นมีคนมาบอกก่อนอย่างร้านของฐิติมาอยากจะมาขอตั้งร้านใกล้ๆนี่ขายจะได้ไหมก็ได้พิจารณาไปแล้วก็บอกว่าเขาก็เป็นร้านค้าร้านขายเป็นอาชีพของเขาเขาทำอยู่ประจำแล้วก็ไม่ได้อยู่กันในวัดนี้ฐิติมาเขาก็อยู่นอก ดินที่มุมๆนั้นค่อยเอาก็จะตั้งตรงนั้นก็เอาแต่สำหรับที่ที่มาร้านที่เขาฆ่าเขาขายอยู่ประจำที่นี่อย่างพวกเราเนี่ยพอถึงโอกาสถึงเลิกมีคนมาชุมนุมเราก็จะมาขายอะไรนี่มันดูแล้วมันน่าเกลียดเหมือนกับเราจะมาตั้งหลักลามาเป็นเห็นเขามามันเหมือนกันกับงานวัดของโลกเขาแล้วพวกเราคนในมันมีมีส่วนประกอบหลายอย่างคนในที่เขารู้อยู่คนใกล้แล้วก็คนที่อยู่เขาอยู่คนนอกอย่างที่ที่มาเนี่ยพิจารณา 1 เป็นอาชีพของเขาก็ทำอยู่ประจำ 2 เขาก็อยู่ห่างจากวัดนะอย่างอิสลามมังสวิรัตินี่ก็ของเขาเป็นประจำของเขาเป็นหลักอยู่แล้วก็เอาแล้วก็มันไม่ได้มีปัญหาอะไรนะมันก็เป็นตัวตรงก็ทำไปทีนี้คนที่เขามาเนี่ยเราคิดถึงแม่ว่าเราจะได้ช่วยเขาได้ซื้อได้หาอะไรของ ทำบุญอะไรเราไม่ควรจะคิดอย่างนั้นเราก็ควรคิดแต่ว่าก็ถือเป็นประโยชน์ของคนแถวย่านนี้เป็นบุญของเขาเมื่อมีคนมาก็ให้เขาไปซื้อที่นี่ก็มีตลาดอยู่ใกล้เคียงไม่ไกลนักเพราะฉะนั้นคนที่อยากทำบุญก็อุตสาหะวิริยะเดินออกไปซื้อเอาก็แล้วกันข้างๆเคียงๆใกล้ๆนี่ถือเป็นบทสัมผัสถือเป็นประโยชน์ในทางโลกนี้เราก็ได้ช่วยสังคมเพราะเราจัดงานวัดทีเราก็ได้ช่วยสังคมมีคนมาแล้วคนในแวดวงนี้คนในถิ่นฐานนี้เขาก็จะได้เห็นว่าเออเขาจะได้กระปรี้กระเปร่าที่นี่มีงานวัดมีคนมาเยอะนะเพราะเขาจะได้ขายของขายของอะไรของเขาดีขึ้นเขาก็อบอุ่นขึ้นแทนที่เขาจะตามงานวัดเรางานวัดที่มีเกะกะรถปลามากหลายอะไรที่เขาก็เกิดมันมีอารมณ์มันไม่ ผลประโยชน์แต่ถ้าคนนอกเขาได้ผลประโยชน์ด้วยมันจะเป็นดูดีด้วยซ้ำมันส่งเสริมทางเราไม่ใช่เราต้านซะเรามากวาดเอาซะหมดทั้งนอกก็เลยไม่มีผลประโยชน์อะไรไปจากคนที่มามากๆคนที่มาเยอะๆก็เลยไม่ได้ผลดีในส่วนนี้เป็นทางจิตวิทยาเป็นทางจิตด้วยแต่เผื่อว่าข้างนอกเขาก็ได้ด้วยเขาก็เห็นดีด้วยมันก็ยังเราจัดงานศาลีอโศกอยู่พุทธสถานสาลีอโศกพอถึงหน้าเราจัดงานพุทธาภิเษกทีเราก็มีผู้คนไปไปกันก็ไปตลาดไปซื้อข้าวซื้อของซื้ออะไรมาทำบุญทำทานคนก็ดีใจพอถึงหน้าพุทธสถานสาลีอโศกจะพุทธาภิเษกพ่อค้าแม่ขายเขาก็ยิ้มแย้มกับพวกเราแทนที่จะ มายุ่งยิ่งไม่ได้เรื่องราวก็ไม่ได้รับผลได้รับประโยชน์อะไรเขากลับได้รับผลได้รับประโยชน์ดังนี้ไปซื้อไปหาข้าวของเขาเพิ่มขึ้นขายของดีขึ้นมีอะไรจะได้เพิ่มขึ้นเขาก็อบอุ่นขึ้นแทนที่เขาก็กลายเป็นต้อนรับนะหรืออะไรแต่นี่มันเป็นจิตวิทยาผิดปีกย่อยๆแต่มันก็มีผลมีอะไรเสริมหนุนอยู่คนดีอย่างนี้เป็นตัวอย่างนะเพราะงั้นอันนี้ก็เหมือนกันเราก็อย่ามาตัดซะเราปล่อยซะดีกว่านะก็เลยใช้คำว่าอยากจะขอร้องถ้าไม่ขายก็ได้พวกคนนายคนใกล้ไม่ขายเสียดายดีนะก็ขอใช้คำว่าแค่นี้นะตอนนี้ก็ต่อมาเข้าบทเรียน เราได้กำลังถึงหน้า 318 และกำลังพูดถึงอานาปานสติแล้วก็อธิบายและพิจารณาได้อะไรไล่ไปทบทวนด้วยแล้วก็ทำให้กว้างขวางขึ้นทำให้พิสดารขึ้นให้ได้รู้อะไรก็ได้เพิ่มเติมในว่าไปแล้วในอนุเฉทนี้อานาปานสติที่นี้ก็อยากจะขอสรุปรวมลงอีกนิดนึงว่าก่อนจะอธิบายในเนื้อหาของภาษาในตัวหนังสือที่ไหนเล่นเรื่องอาณาปานสตินี่ก็ได้พาปฏิบัติเพื่อมาซึ่งโดยแบบโดยตำราในการผ่าตัดทำแล้วดังที่ได้ทบทวนผ่านไปแล้วด้วยนั้นเราก็อยากจะให้พวกเราได้รู้ถึงอานิสงส์มากผลมากของมันอยู่บ้าง ถ้าเผื่อว่าเราได้ฝึกปรือเพราะว่านี่ก็เป็นเป็นรูปหนึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยเราให้เรามีรูปทรงเพราะว่าการนั่งเนี่ยแม้ว่าจะนั่งแล้วที่สุดแล้วก็นั่งหลับตาแล้วก็ต้องฝึกนะแม้แต่เขาไม่มีอินทรีย์เพราะว่าอะไรสูงเป็นฐานสูงถึงพระอนาคามีแล้วก็จะมีความสามารถถึงฐานนั้นได้ฐานที่จะมานั่งกันหน้าปานสตินี้ก็ตามเขาก็ฝึกกันได้ในโลกฝึกอานาปานสติโดยที่ว่ามันก็ยังเข้ารูปเข้ารอยคือเขาก็ไม่ได้ปฏิบัติสติปัฏฐานไม่ได้ปฏิบัติโพธิปักขิยธรรมหรือว่า องค์ 8 อะไรโดยปฏิบัติยืนเดินนั่งนอนแล้วก็รู้จักผัสสะรู้จักมโนปวิชญ์รู้จักทวาร 6 อะไรแล้วก็ปฏิบัติไปจริงๆอย่างที่เราเรียนกันอย่างละเอียดชัดๆว่าการกระทำเป็นอย่างนั้นถึงจะถูกต้องตามทางของพระพุทธเจ้าอานาปานสตินั้นเป็นแต่เพียงทางของฤาษีแต่แม้ทางของฤาษีก็ตามเราก็ยังสามารถที่จะประยุกต์หรือว่าสามารถที่จะปรับปรุงอย่างพระพุทธเจ้าก็ได้ยืนยันให้ฟังแล้วว่าพระพุทธเจ้าท่านปรับปรุงท่านอธิบายอานาปานสติโดยให้รู้จักอารมณ์จิตให้รู้จักสภาวะธรรมว่าเราจะตั้งนั่งนั่งเนี่ยนั่งไปทำอะไรนั่ง สวดกายสังขารจิตสังขารและก็ปรับปรุงกายใยสังขารจิตสังขารให้พ่อเป็นพ่อไปปรับปรุงแล้วก็ทำให้มันเกิดผลให้เป็นจิตเบิกบานร่าเริงและนั่งอยู่เฉยๆนี่ไม่มีอะไรมาล่อเดี๋ยวมันก็ไม่สดชื่นไม่เบิกบานได้นะมันจะเหี่ยวจะหุบบอกแล้วมันเป็นฐานต้านเรามานั่งเผื่อตื่นนั่งอานาปานสติเดี๋ยวเรามานั่งนี่มานั่งเพื่อตื่นไม่ใช่มานั่งเพื่อหลับลึกลงไปไม่ใช่มันเป็นฐานต้านเพราะงั้นเราฝึกอีกอันนึงก็เป็นพุทธะนั่นแหละฝึกให้เป็นผู้ตื่นเพราะเราก็จะต้องดูจิตจิตจิตจิตจิตสังขารดูจิตเอาจริงๆใน อานาปานสติข้อที่ 9 10 11 ข้อที่ 9 ก็บอกขึ้นแล้วว่าจิตจาก 9 ก็หมดจิตแล้วเราจะปรับให้เป็นยังไงก็ปรับให้เป็นอภิปประมูลที่ยังปรับไม่เป็นจิตปราโมทย์เบิกบานร่าเริงเป็นจิตปราโมทย์เป็นจิตร่าเริงเบิกบานอภิปโปรโมชั่นแล้วก็ทำให้มันอย่างนั้นน่ะแข็งแรงที่จริงถ้าหากทหารเนี่ยมันแปลว่าหนุ่มด้วยซ้ำไปคือให้สดหนุ่มให้เบิกบานแข็งแรงแข็งแรงด้วยมีความหมายถึงแข็งแรงสดหนุ่มแข็งแรงอยู่เต็มสภาพให้มันเต็มสภาพเพราะงั้นสมาชิกตัวสมาธิตัว จึงมีความหมายที่มีรายละเอียดชัดลงไปอีกว่าจะต้องทำให้ได้ดังที่เราเข้าใจสภาวะธรรมแล้วเช่นอภิธโนทัยยังก็ทำให้มันเบิกบานถ้าบอกว่าดอกไม้ก็ให้มันบานทรงดอกไม้ก็ให้มันบานทรงเป็นดอกบานไม่ใช่เหี่ยวง่ายหุบง่ายให้มันบานทรงอยู่งั้นอย่างแข็งแรงเนิ่นนานให้มันหนุ่มอยู่นานๆให้มันเป็นดอกไม้บานหนุ่มอยู่อยากให้มันโรยด้วยให้มันแก่ร่วงเร็วและเรียกว่าทรงสมาธิสมาธิเรียกว่าทรงสมาธิหรือสมาคมความหมายอันนี้นะให้มันเป็นซึ่งเขาไม่ได้อธิบายหรอกในทั้งหลายทั้งแหล่เขาก็ว่าด้วย ไปสมาธิเกิดเคยพูดให้ฟังแล้วไม่ว่าจะเป็นสมาชิกเขาก็แปลว่าสมาธิสมถะหางก็แปลว่าสมาธิสมาธิสั้นก็แปลว่าสมาธิก็ทับศัพท์กันไปเรื่อยแล้วคนไทยมาเรียนคำว่าสมาธิก็ตีความหมายเอาเองเดี๋ยวนี้เราตามอย่างถึงพยัญชนะถึงตัวคำตัวความซึ่งในพยัญชนะของไทยเรานี่จะทำแต่ความเนี่ยพอเวลาอย่างถึงพยัญชนะจริงๆเราควรจะรู้ความหมายที่มันละเอียดมันอาจจะมีคำคล้ายๆกันแต่คำว่าคล้ายมันไม่มันมีรายละเอียดมากกว่านั้นอีกนะคำว่าใครมันลึกกับการนะมันมันมีอะไรต่ออะไรในนั้นก็การไปอีกได้อย่างนี้เป็นต้นอย่างงั้นพี่ก็ได้พยายามได้เท้าไปจนกระทั่งถึง ชนะเท้าไปถึงรากแกนที่เราพอจะยึดถือได้จากพยัญชนะแล้วก็ได้ความดังที่กล่าวนี้แล้วเราก็ทำจิตทำใจของเรามาปฏิบัติอานาปานสติก็เพื่อที่จะให้เกิดพุทธะมันก็สอดคล้องกันแล้วเบิกบานร่าเริงอย่าให้มันเหี่ยวหุบมันก็สอดคล้องแล้วแล้วก็ให้เบิกบานร่าเริงหนุ่มนานให้เบิกบานร่าเริงอยู่เป็นหนุ่มนานแข็งแรงหนุ่มนานอย่างนั้นทรงงานก็เบิกบานร่าเริงทรงอยู่นานเพราะงั้นเรามานั่งนานาปานสติเราก็จะมาทำอาการอารมณ์บ่ให้มันดีไม่ให้มันเหี่ยวไม่ให้มันหุบไม่ให้มันโรยแต่ให้มันผุดผ่องเบิกบานร่าเริงอยู่อย่างนั้นน่ะไอ้แข็งแรงไอ้ทรงงาน แล้วก็บอกลักษณะเชิงให้รู้ว่าเป็นสภาวะปล่อยอยู่ไม่ใช่ยึดเพราะว่าเราสะกดจิตหรือว่าเรามานั่งทำจิตนี้ควบคุมนี่กันกั้นอะไรต่ออะไรอยู่นี่นะมันก็เป็นลักษณะหนึ่งที่อธิบายให้ฟังแล้วว่าเรากลั้นไม่กิเลสเข้าไอ้กั้นไม่กิเลสข้าวนี่มันไม่ใช่ลักษณะว่าเรียนรู้กิเลสแล้วจับกิเลสออกไม่ใช่เหมือนกันเลยเข้าก็เป็นลักษณะนั้นเราจับกิเลสรู้กิเลสเรียนรู้กิเลสและจับกิเลสออกก็เป็นลักษณะหนึ่งก็ทำให้จิตนั้นว่างอยู่ทีนี้ถ้าผมว่าลักษณะกั้นมันกิเลสไม่ว่างเหมือนก็ยังจับกิเลสออกไปทีเดียวมันกั้นไม่ให้กิเลสเข้ามาแล้วเราก็กดกั้นและกดอย่างลักษณะสมาธิ นั่งหลับตาเนี่ยเชิญพรุ่งนี้เนี่ยมันเป็นลักษณะสมถะง่ายคือนั่งกั้นตาหูจมูกลิ้นกายภายนอกกั้นไม่ให้รับอารมณ์อะไรเข้ามาทีนี้เหลือแต่อารมณ์จิตก็พยายามทำอารมณ์จิตข้างในเนี่ยอย่าให้มันมีอะไรมาปรุงเพราะฉะนั้นก็กฎการปรุงไว้เท่านั้นเองนั่งกดกั้นแล้วก็กดให้จิตมันนี่มันมีกิเลสยังไงเราก็ไม่รู้จะว่าจะเอากิเลสออกยังไงเราจะทำคลายทำปล่อยทำคลายทำปล่อยยังไงมันก็ไม่มาอยู่ในลักษณะปล่อยเป็นแต่เพียงลักษณะว่าเราจะปัดเป่าทำให้มันไม่มีดึงจิตหรือดึงความรู้สึกความรับรู้ของเรานี่เป็นตัว เอามาทำพวกเราจะรู้สึกให้เข้าไปรู้สึกอยู่กับจิตที่ว่างๆจิตอะไรที่มันจะมีการปรุงการอะไรอยู่ในจิตของเราเราก็ไม่ได้เรียนรู้ด้วยว่ามันอะไรมันมาปรุงประจำหน้าเหมือนอย่างกับวิธีทำของพระพุทธเจ้าในพระจนอยู่สัมผัสด้วยซ้ำไปหรือแม่มันขณะนี้มันกำลังเกิดขึ้นมาในจิตของเราก็ปล่อยให้มันเกิดอาการอารมณ์ของมันเกิดขึ้นมาก็เกิดมาแล้วก็รู้ตัวนี่แหละตัวนี้มันอยู่ที่ตัวความคิดของเรานะแล้วความคิดของเราเนี่ยมันก็วิตกขึ้นมาวิจารณ์ขึ้นมามันมีกิเลสหรือเปล่ามันมีตัวกลางและมีตัวพยาบาทหรือเปล่าในดวงความคิดตัวตรรกะวิตกกะสังกัปปะเนี่ยมันมีตัวกามหรือเปล่ามีตัวพยาบาลหรือเปล่ามีอาการก็พยาบาทตัวอาคารของการหรือเปล่าหรือว่ามัน ผ่านไปจนจับไม่ติดหรือแม้แต่เวลาเราปรุงขึ้นมาแล้วก็ทำให้เราหงุดหงิดทำให้เรารำคาญใจทำให้เรากังวลทำให้เราทุกข์ก็เป็นอุปสรรคก็อ่านถ้าจิตใจของเราไม่ควรจะไม่เกิดรำคาญไม่เกิดฟุ้งซ่านอะไรที่มันจับไม่ติดก็ได้เรื่องได้ราวชัดเจนแล้วก็เรื่องนี้มันก็ไม่เป็นไปเพื่อการเกษตรอะไรจะเสพกามก็ไม่ได้เสพจะเสพพบก็ไม่ได้เศษจะเป็นโทสะก็ไม่เป็นจะเป็นราคะก็ไม่เป็นแม้ยังหยาบแล้วก็ไตร่ตรองละเอียดอ่านแม้อย่างกลางแม่อย่างละเอียดเราก็ไตร่ตรองพิจารณาอ่านก็มันไม่เป็นถ้ามันไม่เป็นความคิดนี้มันก็เป็นสัมมาสังกัปปะได้อาจจะคิดจะนึกจะปรุงเพราะงั้นเวลาเรามานั่งอานาปานสตินี้เราจึงย่อม คิดได้เป็นสัมมาสังกัปปะได้แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะมานั่งให้มันเหี่ยวหุบให้มันหลับให้มันดีเราไม่ได้ไม่ได้มานั่งให้มันหลับมันดีแต่เรามานั่งเพื่อตื่นนี่ก็ทบทวนยิ่งเราเข้าใจจนกระทั่งเกิดการรู้แจ้งเป็นปักษาปัดสีซึ่งวิสรรชนีย์มีสิ่งที่มันสัมผัสเห็นไม่ใช่ไปเห็นด้วยความนึกคิดด้วยเหตุผล ความหมายความเข้าใจและก็คิดโค้งคิดคำนวณถ้า 1 + 1 ก็เป็น 2 นะไม่ใช่แต่เราเห็นลักษณะว่านี่เป็นอาการของจิตมันขึ้นมาเป็นอารมณ์ของโทสะนี่ขึ้นมาถ้าตีราคาแล้ววันนี้ขึ้นมาโอ้โหจิตโกรธมีอารมณ์โกรธมันเกิดขึ้นมานี่ตั้ง 50 กระบุงแล้วรุนแรงขนาดนี้แล้วเราจะเอาน้ำหนักของมันก็โอ้โหเนี่ยมันเกิดการโกรธขึ้นมาตั้ง 50 กิโลถ้าจะเอาสังขยาเลขหรือเอาตัวหน่วยเลขมาวัดแล้วมันไม่ใช่นอนแล้วเคยรู้ว่าอาการอารมณ์บางครั้งของเราน้อยอาการอย่างนี้มันก็ควรจะประมาณถ้าเอาตัวเลขมันนับก่อน ร้านนี้มันต้อง 20 นี่ขนาดนี้มันต้อง 50 แล้วนะอะไรมีคล้ายๆอย่างนั้นเราก็จะรู้ตัวเราว่านี่มันมากมันน้อยแล้วตอนนี้เราทำหรี่ลงได้เป็นวิราคะธรรมเห็นว่ามันรสจางคลายนี่คือความไม่เที่ยงแล้วเราก็เข้าใจด้วยอนิจจารูปปัดสีแล้วก็เห็นว่าเราเข้าใจเรายืนยันเห็นความจริงเลยว่ามันไม่เที่ยงนะอารมณ์เรานี่แม้เศษอยู่มันก็ไม่เที่ยงแม้ทรงอยู่มันก็ไม่เที่ยงยิ่งอารมณ์ที่ไปบวกเอาอัดสาธุโยมโลกมันไม่เที่ยงหรอกเราเสพตรงนี้บางทีคำกินอาหารอย่างนี้อาหารคำนี้อร่อยอาหารคำที่ 2 นี้อร่อยน้อยยิ่งจวนจะอิ่มแล้วยิ่งอร่อยน้อยลงไปนะที่จริงจนกระทั่งสุดท้ายก็พอเว้ยเบื่อและกินอาหารไปรษณีย์ เต็มแล้วเบื่อแล้วกินคำต่อไปไม่อร่อยแล้วเซ็งล่ะมันไม่เที่ยงอย่างนี้มันไม่ใช่ว่าอร่อยตัวนี้มันจะอร่อยอยู่นานเที่ยงก็เปล่าอย่างนี้เป็นต้นเพราะกิเลสมันก็ไม่เที่ยงอะไรมันก็ไม่เที่ยงเราเห็นอยู่จริงยิ่งอัสสาทะตัวลดกิเลสดีไหมมันขึ้นมาจี๊ดจ๊าดล็อบบี้มันแบนลงได้เราทำมันจางคลายลงได้นี่มันไม่เที่ยงเพราะฉะนั้นอันนี้จ่านกปัดสีนี้จึงจะต้องรู้ความเห็นความไม่เที่ยงที่มันเห็นหลักๆเลยเห็นสภาวะธรรมอ๋อเนี่ยเรานั่งอยู่เฉยๆนี่ก็ตามตอนนี้ไม่มีอารมณ์จิตเมื่อกี้นี้เกิดมีอาการอารมณ์อย่างนั้นอย่างนี้คิดถึงนั่นถึงนี่แล้วก็มีรสชาติขึ้นมาคิดถึงของสวยของงามของน่าชื่นใจมันวาบขึ้นมาที่ เออมันแวะมาแล้วมันก็แว๊บไปมันก็เกิดๆดับๆมันไม่เที่ยงหรือมันเกิดอารมณ์อยู่เมื่อกี้นี้ของนี้เรานึกถึงไอ้นี่โอ้โหเราระลึกถึงของที่เราอยากได้ไปเดินช็อปปิ้งไปเดินดูร้านแม่คลองนี้อยากซื้อป่านนี้ก็เอาไปด้วยจังเว้ยเค้าสงสัยคนอื่นซื้อไปแล้วเราตอนนั้นก็ไม่มีตังค์พอแล้วเนี่ยเสร็จแล้วเราก็รู้ตัวรู้เท่ารู้ทันมันเอออาการอย่างนี้ไม่เอานะกิเลสราคะใครอยากแล้วเราก็จำทำให้มันจามคลายลงจากจิตได้สามารถทำให้ลดลงไปยึดหรือดับไปเลยตัดขาดไปเลยจะเป็นนิสัยนักประหารเป็นปฏิปักษ์หายไปเดี๋ยวมันมาอีกเดี๋ยวทำอีกอะไรแล้ว ฐานะของแต่ละบุคคลไม่เหมือนกันเก่งน้อยเก่งมากมันไม่เหมือนกันคุณก็รู้ว่ามันไม่เที่ยงเลยมันหล่อๆแหละอยู่อย่างนั้นน่ะนั่นน่ะอนิจจานู้นบัดสีเป็นตัวแรกยิ่งคุณแน่ใจทำให้มันจางคลายได้จริงมีฝีไม้ลายมือกิเลสราคะโทสะโมหะจะเกิดมาด้วยรูปนั้นเรื่องนี้เราก็ทำจางขายได้มันเห็นอยู่หลักๆต่อหน้านะเห็นเวลาเป็นวินาทีตามเห็นความจางคลายแท้อยู่ไม่ใช่ว่าเราพูดเราปฏิบัติธรรมไม่มีอาการไม่มีนามรูปเรารู้นามรูปด้วยอาการลิ้นคะนิมิตอุเทศคำกล่าวนี้ชี้แจงคือนี่คืออุเทนแล้วคุณก็รู้ความหมายแล้วคุณก็ไปทำในใจเครื่องหมายว่าเออมันหมายว่าอย่างนี้นะที่อาตมาบอกว่ามัน น้ำหนักมันก็ยัง 50 กิโล 40 กิโลมันหมาอย่างนี้นะแล้วเราก็ไปจับจิตวิญญาณไม่มีตัวตนแต่มีอาการมีอารมณ์ที่เราจับปราการรู้ได้ว่าเออนี่มันมีน้ำหนักมีอารมณ์มีอาการมากอย่างที่สมมุติไปแล้วมันแหมน้ำหนักขนาดนี้มันเท่าๆกับ 50 กิโลชุดนี้โอ้โหมันมาแรงเหมือนเลยเพราะว่านี่มันมา 40 นี่มันมา 20 กิโลแค่นั้นอะไรเงี้ยเราก็จะรู้ความจริงของเราได้เห็นอยู่ลำดับปฏิบัติจริงๆเพราะคุณจะมานั่งเนี่ยมานั่งอานาปานสติแล้วคุณก็ดูจิตมันไม่ผุดโผล่ขึ้นมาหรือ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive