600228_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ สงครามศาสนาครั้งใหญ่ในกัปป์นี้.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2560
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์25 KB
วันที่แก้ไข28 มีนาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

600228_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ สงครามศาสนาครั้งใหญ่ในกัปป์นี้

สมณะเดินดินว่า…. วันนี้เป็นวันอังคารที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 ที่บ้านราชฯ วันนี้ดูเหมือนว่า ข่าวที่ทุกช่องจะนำเสนอ ดูเหมือนว่าแข่งกันด้วย คือเรื่องธรรมกาย เมื่อวานคุณดนัย รายการเฟสไทม์ ก็สัมภาษณ์พ่อครูออกรายการ เขาก็ถามว่า ธรรมกาย จะทำแบบสันติอโศกได้ไหม จะมีทางออกได้อย่างไร พ่อครูก็บอกว่า เรามีปรมัตถ์ ยึดถือตามพระไตรปิฎก ตามพระธรรมวินัย ธรรมะย่อมคุ้มครองรักษาผู้ประพฤติธรรม เขาพยายามบอกว่า ถ้าธัมมชโยยอมถูกดำเนินคดี ไปตามกระบวนการยุติธรรม ก็จะรอดได้แบบสันติอโศก ซึ่งที่จริงก็ไม่เหมือนกัน เพราะเขารู้ว่า จะต้องถูกติดคุก ดังนั้นใครจะมาเกลี้ยกล่อมอย่างไร เขาก็ไม่ยอมเด็ดขาด คำตอบของคุณดนัย ก็คงต้องการง่ายๆแบบที่ว่า ยอมมอบตัวเสีย ก็จะจบ มันเหมือนกันแต่ไม่เหมือนกัน ธรรมกายก็สอนให้จน เจตนาไม่ได้อยากจน แต่ให้ทำบุญจนหมดตัว แต่ของเรา พ่อครูก็สอน ให้เรามุ่งมาจน เราก็ยอมทุกอย่าง จะให้เราเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย ให้เรียกว่าสมณะ แต่ก็ไม่เหมือนเรา อย่างยันตระ นี่ก็เป็นตัวอย่าง แต่ของเราถูกบังคับให้เปลี่ยน ก็เปลี่ยนไปถูกพระธรรมวินัยมากขึ้น แต่อย่างยันตระ ออกไปก็ห่มเขียวไว้หนวด นอกธรรมวินัยไปอีก พ่อครูสอนให้เรามาจน แล้ว ความจนจะทำให้เราพ้นทุกข์ได้ยังไง ธรรมกายนี้หมดตัว แต่ไม่หมดตน จนแล้วทรมาน ที่จริงเขาอยากให้ทุกคน กอบโกยจากสังคม ให้รวยๆมากๆ แล้วจะได้ให้เอาเงินเข้าวัดมากๆ เจ้าอาวาสเขาต้องการอย่างนั้น ทรัพย์สินจึงมีมูลค่า หมื่นล้านแสนล้าน แต่พ่อครูไม่ได้ต้องการ ให้พวกเรารวย แต่ให้พวกเราไปจน การอวยพรให้พวกเรารวยนี่ ถือว่าให้พวกเราโชคร้ายเลย ถ้าพวกเราแต่ละคนรวยๆกัน จะไม่มีเวลา มานั่งฟังธรรมกันทุกเย็น ไม่มีเวลามานั่งเสียสละ สาธารณโ

อ่านต่อ

ภคีก็จะเป็นไปไม่ได้ จะมีสมบัติหมกหมักส่วนตัวมาก แต่นี่พุทธสถานแต่ละที่ พัฒนามาจนเป็น อันหนึ่งอันเดียวกัน เป็นกองกลางเดียวกัน แต่ถ้าทุกคนมุ่งไปรวย ก็จะไม่ได้อย่างนี้ ทุกคนก็จะรวยได้มาก แต่ส่วนกลางจะมีน้อย เสียสละได้น้อยลง เขาก็ถามว่า สุดท้ายแล้ว ธรรมกายจะสายไปไหม ช่วยได้ไหม...ก็คงช่วยไม่ได้ เขาไม่สามารถมาเข้าใจว่า จนลงนี้ดีไม่ได้หรอก ลมหายใจเขามีแต่จะรวยๆตลอดเวลา ความยากจน จะทำให้ชีวิตของเรา เข้าสู่โลกุตระได้มากขึ้น ทำให้เกิดประโยชน์ตน ประโยชน์ท่าน ได้มากขึ้น แต่เรารวยมากขึ้นเท่าไหร่ จะเป็นความโชคร้ายมากขึ้น ใครอวยพรให้พวกเรารวย ก็คือขอให้ไปตกนรก พ่อครูว่า....ก่อนอื่นขออ่าน sms ก่อน SMS วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 (รายการวิถีอาริยธรรม)

0893867xxxกฎหมู่รวมฝูงป้องรังอธรรม! กฎหมายรวมหมู่ป้องแผ่นดินธรรม! พฤตินัยอยู่เหนือนิตินัยฤานิตินัยอยู่เหนือพฤตินัย? กฎแห่งกรรมรวมสนองกรรมป้องแต่พฤตินัยโดยชอบ! นิตินัยโดยธรรม!สายเลือดไทยแท้พฤตินัยโดยชอบ นิตินัยโดยธรรมภายใต้กฎหมายพระปรมาภิไธยฯเดียวกัน

0893867xxxพฤติกรรมอันมิชอบ นิติกรรมอันไม่เป็นธรรม จากคนกลุ่มๆ1 เป็นต้นอกุศลกรรม ทำคนหลายๆกลุ่ม ผจญชะตากรรมลำบากร่วมกัน! ยาก หลีกเลี่ยงนอก จากใช้ความถูกต้องชอบธรรม ให้เกิดผลกุศลกรรม กับหลายๆกลุ่มได้รับผลเป็นธรรมโดยชอบ! กลุ่มผิดทำนองคลองธรรม จะยื้อวิบากกรรมยื้อได้ยื้อไป! คนรับผลวิบากมิชอบด้วยใจชอบธรรมบนแผ่นดินบรรพบุรุษเลือดไทยเดียวกัน!

SMS วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560

0893867xxxพ่อครูสอนบุญบาปจำขึ้นใจ! บาปคือกิเลสทั้งหลายทั้งปวง!บุญคือการชำระกิเลสให้สิ้น! บุญในจิตที่บริสุทธิ์แล้วคือกุศลจิต! บาปในจิตที่ยังกิเลสคืออกุศลจิต!

0893867xxxพุทธศสานา วุ่นวายเพราะเชื่อตามคนทุศีลผิดวินัย แล้วคนที่ลุ่มหลงจิตจะสิ้นกิเลส คือเข้าถึงบุญได้ถูกตรงอย่างไร? พุทธศาสนาสงบสุข เพราะเชื่อตามคนถือศีลเคร่งวินัย แล้วคนที่ศรัทธา จิตจะหมดกิเลสเข้าถึงบุญถูกตรง จนสิ้นบาปพ้นทุกข์ได้จริง!

0893867xxxเชื่อพ่อหลวงฯได้สุขพอเพียงพ้นโลกฟุ้งเฟ้อ! เชื่อพระสังฆราชฯ ได้เมตตาธรรมพ้นความทุกข์ยาก! เชื่อพ่อครูได้โลกุตระพ้นโลกียะ! เชื่อจานบินได้สวรรค์มิพ้นอัตตา! จิตใจคุณเชื่อใครอะไรสิ่งใด! ชีวิตคุณก็เป็นไปตามที่เชื่อตามผู้นั้น ตามนั้นสิ่งนั้นๆแล!

0831819xxxกรรมทางโลกถูกล่าโดยกมรธน แต่กรรมทางธรรมวินัย พ่อครูเห็นโทษครั้งพุทธองค์ยังอยู่ ถูกสูบลงต่ำแล้วกรรมของนะจ๊ะถืงหนีถูกจับแล้วจิตไปไหนครับ พ่อครูว่า….สัจจะเป็นสัจจะ แม้จะไม่รู้วิบากก็จัดสรร ยิ่งรู้แล้วก็ยังทำผิดวิบากยิ่งซับซ้อน เท่ากับดันทุรังให้วิบากเกิดคูณ หรือยกกำลังขึ้นทุกวินาที คนที่เปิดเผยสิ่งที่ไม่ดี ก็จะพ้นได้

บุญนิยม หมายความว่าอย่างไร _Phichidchai Nokun ฟังท่านพ่อครู แล้วมีปัญหา อยากจะถามนิดหนึ่ง ท่านบอกว่า สวรรค์ 6 ชั้น ก็คือนรก 6 ชั้น เป็นไปได้อย่างไร.... และไม่ให้หลงบุญ แล้ว บุญนิยม (บุญนิยมทีวี) หมายความว่าอย่างไร.... จ มีแต่ของเก๊ ไม่มีของจริงหรอก สุข+อัลลิกะ (ของเท็จของไม่จริงของเก๊) ตอบ...คนที่มีปัญหา คือคนยังไม่มีปัญญา คนที่มีปัญญา คือคนที่ไม่มีปัญหา บุญนิยม หมายความว่าอย่างไร… คำว่า สวรรค์ นรก คำว่าสวรรค์ เป็นภพแห่งความสุข นรก เป็นภพแห่งความทุกข์ ทั้งสวรรค์และทั้งนรก ทั้งสุขและทั้งทุกข์ เป็นภพเป็นชาติทั้งคู่ คนที่ยังเป็นภพชาติ ก็เป็นคนที่ไม่บรรลุธรรมสมบูรณ์ ศาสนาพุทธ ศาสนาพุทธนั้น ไม่มีภพชาติ พ้นสุขพ้นทุกข์ หรืออุเบกขา คนอยู่ในโลกีย์ก็มีอุเบกขาได้ แต่เป็นอุเบกขาอย่างอวิชชา หรือพักยกชั่วคราว ไม่มีสุขไม่มีทุกข์ คนสามัญปุถุชนก็มีได้ ที่ท่านพุทธทาสใช้คำว่า เป็นนิพพานชั่วคราว ทุกคนมีนิพพานชั่วคราว แต่อย่างนั้น ไม่ใช่นิพพานหรอก มันต้องพัฒนาตนเอง มีนิพพานอย่างมีภูมิปัญญา ไม่ใช่พักยก อย่างสามัญปุถุชน เฉยๆไม่สุขไม่ทุกข์ เป็นเคหสิตอุเบกขาเวทนา มันมีได้เป็นครั้งคราว แต่ไม่อุเบกขา อย่างเที่ยงแท้ถาวร ตลอดกาล ไม่แปรเปลี่ยนเป็นอื่นอีกแล้ว นิจจัง (เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสสตัง (ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง (ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง (ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง (ไม่กลับกำเริบ) ผู้ทำได้สำเร็จแล้ว ไม่แปรเปลี่ยนเป็นอื่นได้ เพราะมีศูนย์แล้ว เหตุมันดับสนิทตลอดกาลนานแล้ว ผู้ที่ยังไม่มีความเข้าใจในความเป็นภพ ทั้งสวรรค์และนรก สวรรค์ในความเข้าใจของศาสนาพุทธ คือ สุขเก๊ สุขเท็จ สุขขัลลิกะ พระพุทธเจ้าไม่เคยตรัสเลยว่า สุขนี้เป็นอาริยสัผู้ที่จะเข้าใจธรรมะนี้ได้ จะต้องปฏิบัติจริงๆ มีภาคปฏิบัติของตัวเองจริงๆ ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่นว่า ผู้ใดที่ได้พัฒนาตนเอง จนกระทั่งหลุดพ้นจากสิ่งที่เคยสุข เคยทุกข์มาแล้ว อบายมุขบางอย่าง ผู้ที่ปฏิบัติล้างจิต จนเป็น อุภโตภาควิมุติ ทั้งเจโตและปัญญาชัดแล้ว จะถาวรยั่งยืน จะรู้ได้ด้วยอุเบกขา ว่าอาการเวทนาที่เป็นสุขก็ไม่มี จะกลาง เฉยว่าง รู้ความจริงตามความเป็นจริง ไม่ว่าจะเป็น ลาภยศสรรเสริญ โลกียสุข ก็จะไม่มีอาการสวรรค์ ยิ่งนรกไม่เกิดแน่นอน เป็นต้น ธรรมะของพระพุทธเจ้า จึงเป็นเรื่องที่ 1. คัมภีรา (ลึกซึ้ง) 2. ทุททัสสา (เห็นตามได้ยาก) 3. ทุรนุโพธา (บรรลุรู้ตามได้ยาก) 4. สันตา (สงบระงับอย่างสงบพิเศษ แม้จะวุ่นอยู่) . 5. ปณีตา (สุขุมประณีตไปตามลำดับ ไม่ข้ามขั้น) 6. อตักกาวจรา (คาดคะเนด้นเดามิได้) 7. นิปุณา (ละเอียดลึกถึงขั้นนิพพาน) 8. ปัณฑิตเวทนียา (รู้แจ้งได้เฉพาะผู้เป็นบัณฑิต บรรลุแท้จริงเท่านั้น) (พตปฎ. เล่ม 9 ข้อ 34) จะเข้าเขตบัณฑิต ก็คือผู้ที่บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน สกทาคามี อนาคามี อรหันต์ ผู้จะเข้าใจคำว่า ภพ สวรรค์ นรก อย่างเป็นสภาวธรรม ไม่ง่ายๆ ภพ หรือโลก คือความวนเวียน ความยังมีอยู่ แม้จะมีนิ่งๆไม่ 0 ก็เรียกว่าภพ แม้จะนิ่ง รู้อะไรได้ แต่ว่าว่าง ไม่มีอะไรปรุงแต่ง รู้สิ่งนั้นเป็นสิ่งเดียว เป็นปุงลิงค์ชั่วคราว สิ่งนั้น ถ้าเผื่อว่า ไม่ได้เป็นเนกขัมสิตะ ไม่ได้เป็นการเรียนเหตุปัจจัย ที่จะว่างลง อย่างมีเหตุปัจจัย จนหมดไม่เหลืออะไรที่จะว่าง สมบูรณ์แบบ คืออรูปภพ อรูปภพสุดท้ายคือ เนวสัญญานาสัญญายตนภพ จะต้องรู้สภาวะละเอียดไปถึงเนวสัญญานาสัญญายตนะ อ่านแทงทะลุด้วย สัญญาเวทยิตตังนิโรธังโหติ ต้องมีการจัดการเรียนรู้จริงๆ มีการใช้สัญญาธาตุ ของเรา ซึ่งเป็นจิตเจตสิกของเรา ทำงานกำหนดรู้ สิ่งนั้นๆ สภาวะนั้น สุดท้ายละเอียดที่สุดถึง เนวสัญญานาสัญญายตนะ เป็นอันสุดท้าย หมายความว่า เป็นความรู้ที่ไม่เหลือความไม่รู้แล้ว ไม่เหลือความไม่รู้ใดๆอีกเลย จะไม่มีความไม่รู้ พ้นอวิชชาสวะ พ้นอวิชชานุสัย โดยสัญญา แทงทะลุรอบเคล้าเคลียเวทนา เวทยิตะแปลว่า เคล้าเคลียอารมณ์ จะเรียกว่า ค้นแล้วค้นอีก ตรวจสอบ จนกระทั่งสะอาดเกลี้ยง ไม่เหลือแม้เศษธุลีละออง อากิญจัญ เป็นภาวะที่ถูกรู้ เป็นรูป แม้นิดหนึ่งน้อยหนึ่งก็ไม่มี หมดเลย ไม่มีแล้ว ก็จะต้องรู้ซ้ำซ้อน เป็นวิมุติญาณทัสนะ แล้วต้องรู้ว่า ความไม่มีคืออะไร มีเหตุปัจจัยอย่างไร พ้นเนวสัญญานาสัญญายตนภพ เรียกว่า สัญญาเวทยิตนิโรธ นิโรธสุดท้ายแล้ว ให้ศึกษาบัญญัติภาษาไปก่อนก็ได้ แม้ไม่เข้าใจก็ไม่ต้องกังวล ให้ศึกษาไปตามลำดับ

คุณจะเข้าใจว่า แม้ทีสุด เนวสัญญานาสัญญายตนภพ จะพ้นภพสุดท้าย มันไม่ใช่พูดเป็นภาษาหรือสามัญ คนที่บรรลุอรหันต์ได้แล้ว ก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถมี เนวสัญญานาสัญญายตนญาณ หรือเข้าใจ เนวสัญญานาสัญญายตนฌาน ได้บริบูรณ์จนสามารถ เอามาขยายความ อธิบายให้คนอื่นฟังได้ อย่างละเอียดลออ ได้ง่ายๆไม่เลย แม้จะบรรลุอรหันต์แล้ว ยิ่งสายสัทธานุสารีจะยาก จะไม่มีปฏิภาณปัญญาไปอธิบาย ที่ไม่ใช่สายปัญญา ก็จะยากที่จะอ่านสภาวะ แล้วบอกคนอื่นได้ง่ายๆ สายปัญญาธิกะหรือธัมมานุสารีก็จะเร็ว แต่สายศรัทธาธิกะนั้น จะช้านานกว่า สายปัญญาธิกะ ใช้เวลาในการบรรลุเป็นพระพุทธเจ้า 20 อสงไขย์กับเศษแสนกัปป์ สายศรัทธาธิกะ ใช้เวลาในการบรรลุเป็นพระพุทธเจ้า 40 อสงไขย์กับเศษแสนกัปป์ สายวิตักกะ ใช้เวลาในการบรรลุเป็นพระพุทธเจ้า 80 อสงไขย์กับเศษแสนกัปป์ กัปป์หนึ่งยาวนานเท่ากับ คนเอาผ้าใยบัว ไปลาดปูที่ภูเขาเวปุลลบรรพต 100 ปีไปลาดที จนกว่าภูเขาจะราบเรียบ อาตมาว่าเดินทางไปยังดวงดาวต่างๆ จะใช้เวลาสั้นกว่านะ

ไม่มีใครในโลกต้องการได้นรก แม้หนึ่งอณูแห่งคน ก็ไม่มีใครต้องการนรก แต่นรกนั่นแหละ คือสวรรค์ปลอม สวรรค์เก๊ มันเป็นภพไง สวรรค์ก็เป็นภพ คุณอยากได้สวรรค์ ปั๊บ ก็ก่อนรกปุ๊บเลย ได้นรกปั๊บเลย ผู้ที่มีจิตจะเริ่มก่อเกิด ความหวัง เริ่มจุดความหวังนิดหนึ่ง เป็นต้นไป เรียกภาษาบาลีว่า สาเปกโข จะแยกพยัญชนะให้ฟัง สา เอก ปะ ข เอก กับ ปะ คือ เปก เอกคือหนึ่ง เกิดสภาพ จะหนึ่งด้วย .00001 ก็เกิด 1 แล้วเมื่อ 1 คุณปรุงแต่งขึ้น ปะ คือการสร้างภพ สัมภวะ ปภวะคือการสร้างภพ ตัว ป เป็นสายจิต คุณเริ่มมีจิตแล้ว มีจิตนิยาม มีอณูของนิยามมาแล้ว สา คือการสร้างขึ้นมา เพราะฉะนั้น คุณสร้าง เปกขะ โดยหลงว่า ว่าง ตัว ข คือว่าง ถ้าเกิด ฆ ก็เกิดนิวเคลียส ของจิตนิยาม มีประธานเป็นธาตุรู้ แต่ถ้าในฟิสิกส์ จะมีแค่บวกกับลบ ไม่มี i ไม่มี ish มีแต่ she กับ he ถ้าเป็นจิตนิยามแล้ว มี ISH คือมีประธานคือจิต ภพ คือลักษณะที่เริ่มมีอะไรเกิดขึ้น เมื่อกี้นี้ขยายถึงสาเปกโข พระพุทธเจ้าบอกว่า ถ้าเรามีจิต สาเปกโข คือมันอุปจยะ มันมีตัวเกิด ถ้าคุณสัมผัสอะไรแล้วจบ ไม่มีอะไรต่อสันตติ เลย ทุกอย่างก็จบ ในลักษณะรูป 4 สุดท้าย มีอุปจยะ สันตติ ชรตา อนิจจตา ถ้ารู้จักอุปจยะ กับสันตติ จะให้เกิดก็ได้ จะให้ไม่เกิดก็ได้ สำหรับอมตบุคคล ถ้าไม่ต่อก็ไม่ต่อสันตติ ก็สลายตัวเองก็จบ แต่ผู้อมตบุคคล จะต่อก็ได้ไม่ต่อก็ได้ แต่ถ้าต่อให้เกิดอุปจยะเมื่อไหร่ ก็ต้องมี ชรตา อนิจจตา นอกจากจะใช้แรงเสริมเพิ่มทศนิยม .00001 ก็คือแรงเคลื่อน ที่ทำให้ดำเนินต่อได้ แต่ถ้าไม่เพิ่มแรงแม้ .00001 ก็ 0 ไปหมดก็เสื่อม แต่ต่อให้แรงอย่างไรก็เสื่อม ศาสนาพระพุทธเจ้า ให้รู้ความเป็นภพ และไม่เกิดภพได้อย่างไร แม้จะเกิดอาการหวัง สาเปกโข ในจิต นั่นแหละคุณเริ่มเกิดภพแล้ว จะเป็นภพสวรรค์ ไม่มีใครอยากได้นรก ทุกคนอยากได้สวรรค์ทั้งนั้น แม้จะมีสวรรค์นิดน้อยอย่างไร ก็เป็นภพ ไม่มี 0 ถ้าเข้าใจที่พูดไปแล้ว เข้าใจว่า เมื่อใดคุณต้องการสวรรค์ เมื่อนั้นคุณมีนรก...พ่อครู 28 กพ. 2560 ผู้ที่บรรลุพระอรหันต์ทุกองค์แล้ว ไม่มีสวรรค์ ไม่ให้จิตต่อ ตัดสันตติไม่ให้เป็นภพ แน่นอน ทำได้จะเป็นอรหันต์จริง ทำไม่ได้ก็ไม่ใช่อรหันต์จริง ทำได้พอควรก็อรหัตตมรรค ถ้าทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ ก็เป็นอรหัตตผล ไม่ให้หลงบุญ แล้วบุญนิยมหมายถึงอะไร คำว่านิยม แปลว่าเที่ยง มาแปลเป็นไทยว่า พอใจยินดี ก็เรียกอังกฤษว่า ism คือลัทธิแนวทางทฤษฎี ที่มี concept แบบนี้ แล้วก็มาพากเพียรให้เป็นบุญ คำว่าบุญนี้ ก็ต้องขออภัย ถ้าไม่มีอาตมาเกิดในยุคนี้ คำว่าบุญ ก็จะสูญหายไปหมด เมื่อบุญความหมายผิด นิพพานก็ไม่มี โปรดฟังอีกครั้ง ถ้าคำว่าบุญนี้ ไม่มีใครมาขยายความ ดังที่อาตมาขยายความนี้ บุญตามนิยมของศาสนาพุทธโดยตรงแล้ว ไม่มีทางนิพพาน นิพพานก็สูญเด็ดขาด ขอขยายความนิพพาน หรือบุญ อีกที บุญ เป็นเอกังสวาที คือไม่แตกออกไปจากหนึ่งเลย จะอย่างไรก็แล้วแต่ ถ้ายังมีบุญอยู่ก็เป็น 1 ถ้าบุญหมดกิจ บุญก็หายไป ไม่มีสองต่อไปอีกเลย ไม่เป็นวิภัชวาที แต่เป็นเอกังสวาที ถ่ายเดียว บุญไม่มีสอง ในภาวะใดๆ บุญเป็นสองไม่ได้ บุญเป็นตัวทำลายภพชาติ เพราะฉะนั้น บุญนิยมหรือนิยมบุญ คืออะไร คือนิยมทำลายภพชาติ ไม่ให้หลงบุญ แล้วจะไปหลงผิดว่า บุญนี้คือสิ่งที่มี คือสิ่งที่ไม่สูญไม่ได้ มันเป็นวิบัติ ไม่ใช่สมบัติ เหลือบุญ มีบุญเมื่อไหร่ก็โหติ หรือสาเปกโขเมื่อนั้น ถ้ายังมีอาการของ สาเปกโข หรือโหติเมื่อใด คุณก็ยังไม่สูญ สา ตัวพาให้มี เปกโข คือสภาวะของ 0 ถ้ายังสาเปกโข ก็ต้องมีอยู่ ไม่ได้อธิบายบาลีด้วย หลักไวยากรณ์ จะเข้าใจสวรรค์นรกได้ ถ้าเข้าใจว่า มนุษย์ทั่วไปไม่ต้องการนรกหรอก แต่เกิดความต้องการขึ้นเมื่อใด มันเป็นนรกทันที แม้จะเลือกสิ่งที่คุณต้องการว่าสวรรค์ คนต้องการความทุกข์ความเจ็บปวดก็ masocism หรือไปนิยมความรุนแรงเจ็บปวดแต่ชอบดูคนอื่น เรียกว่า sadism พวกที่ตนเองเจ็บปวด ยิ่งอำมหิตยิ่งชอบ เรียกว่า masocism แม้จะเป็นอย่างนั้น ก็เป็น ภพชาติ แต่ธรรมดาสามัญ ใครหล่ะอยากจะได้ความเจ็บปวดในตัวเอง คนอื่นเจ็บปวด แล้วตนเองมีความสุข ก็เป็น sadims คนเอาไปชนะคะคานเบียดเบียนคนอื่น คือคน sadism ทั้งนั้น

เมื่อคนยินดีชอบใจเมื่อใด ก็เป็นนรกแล้ว แม้จะมีสิงที่ต้องการขึ้นมา ก็เป็นภพ ก็คือ นรกทันที นิยมบุญ คือนิยมชำระกิเลส บุญมีหน้าที่เดียว เอกังสวาที ทำกิเลสหายเกลี้ยง บุญก็เลิกราทันที จึงเรียกว่า ปุญญปาปปริกขีโณ ขอย้ำอีกทีว่า เข้าใจคำว่าบุญไม่ได้นี่แหละ จึงไปอธิบายคำว่า มีส่วนแห่งบุญ ปุญภาคิยา ไปเป็นสิ่งที่เป็นสมบัติ เป็นสิ่งที่มีแล้ว เอาไปแบ่งกัน ส่งให้กันได้ ซึ่งส่วนบุญคือส่วนที่สูญหายไป แล้วจะเอาที่ไหนไปแบ่งกัน เสขบุคคล สามารถรู้จักกิเลส แล้วทำให้กิเลสหายไปได้ เป็นส่วนๆ จึงเรียกว่า ส่วนแห่งบุญ เป็นสาสวะ เมื่อกิเลสหายไปได้หมด ก็เป็นอนาสวะ ไม่เหลือส่วนแล้ว 0 แล้ว บุญก็จบบริบูรณ์ อธิบายคำว่า ส่วนแห่งบุญผิดเพี้ยน เพราะไม่เข้าใจคำว่าบุญ ถ้าเข้าใจคำว่าบุญเป็นสมบัติ ก็จะเอาบุญมาขายเป็นสิ่งวิเศษ เป็นสิ่งหรูหราสวยงามรุ่งเรือง มีแต่สวรรค์ และสวรรค์ ยิ่งใหญ่มาก บุญนี่ ก็บ้ากันใหญ่เลย บุญกับบ้านี้อักษรเดียวกันนะ บ้าใหญ่เลย บุญใหญ่ก็บ้าใหญ่นั่นแหละ เมื่อเป็นเช่นนั้น เมื่อไม่เข้าใจคำว่าบุญ จึงไปหลงส่วนบุญ ที่สุด ถ้าหมดบุญแล้ว ก็เข้าใจไม่ได้ สิ้นบุญสิ้นบาปแล้ว พระอรหันต์เป็นผู้สิ้นบุญ ถ้าไม่มีพยัญชนะ ปุญญปาปปริกขีโณ พูดไปใครจะเชื่อ ชาตินี้อาตมาพิสูจน์แต่ความจริง อย่างไม่มีเครดิตเลย คนที่มีภูมิปัญญา หรือว่าของจริงก็จะรับได้ ไม่ได้คิดว่า คนไหนจะต้องมาเชื่อ อาตมามีเจตนา แต่ไม่ได้อยากได้อยากมี อยากให้คนอื่นได้ หรือคนอื่นต้องได้ อาตมาไม่มีสันตติตัวนี้ ไม่ได้อยากมีอยากเป็น ได้ก็ได้ไม่ได้ก็ไม่ได้

ตอนนี้ก็น่าเห็นใจสังคม กำลังจัดการปราบกบฏผีบุญ กันอย่างหนัก อาตมาเห็นใจมาก ซึ่งมันเป็นฝีบาปไม่ใช่ฝีบุญ กลัดหนอง จนสุดทนทาน สิ่งที่ เป็นสัจจะ เป็นปรากฏการณ์ ปาตุสัจจะขณะนี้ หรือจะเรียก Phenomenon มันเป็นที่ยุคใกล้กลียุคแล้ว มันเป็นเรื่องยาก อาตมาจะเรียกว่าทำนายพยากรณ์ อาตมาว่าคดีธัมมชโย จะเป็นคดีที่เป็นสิ่งยากที่สุด ของกลียุคนี้ ต่อไปมันจะตัดสิน ผ่านได้ง่ายไปหมด ขณะนี้ เมืองไทยกำลังใช้การพิพากษา กบฏผีบุญธัมมชโย อย่างสุภาพงดงาม นิ่มนวลที่สุด ไม่มีอะไรเท่าเทียมแล้ว คิดดูสิ ผู้ที่ต่อต้าน ไม่มีใครระคายผิวเลย กี่วันแล้ว ทั้งที่เขาอดทนมากเลยนะ คนที่จะไปจัดการ อาตมาเห็นใจเขาจริงๆ เขาสุภาพ อย่างยียวนยิ่งยวด เป็นธรรมาธรรมะสงคราม ใครทำให้ใคร ระคายผิวก่อน แพ้ กบฏผีบุญไม่มีใหญ่กว่านี้อีกแล้ว กบฏผีบุญของศาสนา นี่เป็นกบฏผีบุญ อันปลายอันสุดท้าย ที่จะต้องจัดการ ขณะนี้ธรรมกายมีใครเป็นพวก ที่เป็นคณะใหญ่ๆบ้าง แต่ก่อนได้มหาเถรสมาคม ตอนนี้ไม่ได้แล้ว ในสามเส้านี้นะ จะถือว่า อโศกกับมหาเถรสมาคม เป็นมิตรกันแล้ว ก็คุณล่ะธัมมชโย ก็หัวเดียว กระเทียมลีบแล้ว เป็นสภาพสองในสาม กับ หนึ่งในสาม อะไรควรได้คะแนนมากกว่า ก็ต้องให้คะแนนสองในสาม จริงในสัจจะซับซ้อน เอกธรรม เอกกัคคตายิ่งใหญ่ เป็นพลังงานโดยธรรม ที่ยิ่งใหญ่ แต่ต้องเป็นสัจจะ อาตมาก็ขอให้กำลังใจว่า ยาวให้เป็นเย็นเรื่อยไป ไขความจริงออกมา ให้มากๆหมดๆ เอาหลักฐานความจริงออกมาขยาย ให้ประชาชนให้โลกรับรู้ การสื่อสารสารสนเทศ ขณะนี้ Amnesty ก็ไม่กล้า สิทธิมนุษยชนก็ไม่กล้า ทั้งที่เป็นตัวดี เขาแทรกหมด ทุกสังคมองค์กร เขาทำงานทั่วโลก ซึ่งก็เป็นประโยชน์มาก สมณะเดินดินว่า… ธรรมกายพลาด ที่ไปให้ข่าวว่า Amnesty มาเข้าข้างเขาสนับสนุนเขา แต่ไม่จริง พ่อครูว่า… สุวานจนตรอกก็ไม่มีทาง มันเป็นครั้งสุดท้าย เป็นสัจจะอย่างนะ ตอนนี้มันเกิดขึ้นแล้ว ก็ต้องดำเนินไป และก็จะต้องถึงที่สุด การเลี้ยง ต้องมีวันเลิกรา ความบริสุทธิ์เท่านั้น ที่จะชนะทุกสิ่งทั้งโลก ไม่มีอะไรจะชนะความจริงความบริสุทธิ์ได้ ความจริงที่มากที่สุด

นี่คือสัจจะ ที่เกิดในโลกในสังคมยุคนี้ เป็นเรื่องดีเรื่องธรรมะ เขาก็สุภาพ เรียบร้อยที่สุด สุภาพสุดยอดเลย

วันนี้ว่าจะอธิบาย 8 ส. ที่เป็นโลกุตระ สะอาด สว่าง สงบ สุภาพ สร้างสรร สมรรถนะ สามัคคี เสียสละ สะอาด ก็เป็นเรื่องความบริสุทธิ์ สว่างคือไม่มีอะไรมัวพราง หรือมืด สว่างอย่างแจ้ง สัจฉิ ยืนยันความรู้ความเห็น ไม่เบลอมัวพร่า แจ่มชัดใส สงบ คือหยุด โดยเฉพาะ กิเลสหยุดสนิท ตายไม่ฟื้น กิเลสไม่เกิดอีก คือสงบ ไม่ใช่ว่า วัตถุสงบ กิริยาสงบไม่ใช่ แต่กิเลสสงบแต่คล่องแคล่วว่องไว ตอนนี้คนสุภาพ รบกับคนสุภาพ เขาเอาความสุภาพ มาสู้เหมือนกัน ความสุภาพที่จะชนะ จะต้องมีพลังยิ่งกว่า แต่ไม่ใช่ไปข่มเขาทำร้ายเขา มันเป็นสภาพ หมุนรอบเชิงซ้อนที่ลึกซึ้ง ตอนนี้ สามัคคี เห็นได้ว่า แม้แต่ในเมืองไทย ส่วนของศาสนาพุทธก็ 2 ต่อ 1 ในสามเส้า มวลของพุทธศาสนิกชนก็ไม่กล้า แม้จะบอกว่ามีม.44 เขาก็ไม่กล้า แต่ถ้ามวลเขามากจริงก็ฮือได้ ถ้าไม่เป็นสัจจะ ยุคนี้เป็นยุคละเอียดมากแล้วนะ ถ้าคณะรัฐบาล จะใช้อำนาจม.44 เพื่อไม่ให้มีอะไรลำบาก สมมุติว่า ใช้ม.44 แต่เขามีมวลมากจริง ก็จะฮือได้แล้วจะไม่จบ เป็นปฏิภาคทวี เป็นสองล้าน สามล้าน ห้าล้านเลย อาตมาว่า (ไม่ได้ท้า) ลองสิ ใครแข็งขัน โต้ต้าน จัดม็อบมาสิ ม.44 ก็ต้องจัดการ ถ้ามวลชนเข้าข้างม็อบ มันก็ทับทวีแน่นอน แต่ไม่ขึ้นหรอก อาตมาพูดด้วยความมั่นใจ เพราะว่ามันสุกงอมแล้ว อาตมาพูดตามภูมิปัญญาอาตมา นี่แหละ ก็ใช้ญาณ เก่งไม่เก่งก็ตามภูมิ มันเป็นตัวอย่างของโลก ผู้จะเสริม Amnesty อเมริกาตัวดีก็ตาม ก็พร้อม อย่าพลาดนะ ถ้าพลาดหน่อยเดียว ก็จะเอาเราเลย นายทรัมป์ก็สุดยอดเหมือนกัน ที่จะหาอาณานิคม แต่ก็ตอนนี้ก็ปล่อย เป็นธรรมาธรรมะสงคราม ครั้งยอดสุด ธรรมาธรรมะสงคราม ที่สู้กันถึง 200 ปี คือสงครามครูเสด แรง และยาวนาน ฆ่ากันไม่ไว้หน้า นี่คือในประวัติศาสตร์ที่ค้นหาได้ เป็นสงครามศาสนา แต่นี่ก็สงครามศาสนา เป็นสงครามธรรมะ นี่มันยิ่งกว่าศาสนา มันไม่ใช่ศาสนาอื่นกับศาสนา แต่นี่มันศาสนาเดียวกัน เขาก็อ้างว่า ตัวเองเป็นพุทธ นี่ก็เป็นพุทธ มันเป็นความสุภาพ สุดยอดสุภาพ

อาตมาออกไปทำงานการเมือง เอาความสงบ ไม่มีอาวุธ ไปต่อสู้กับความเคลื่อนไหว กับความรุนแรง ต่อหน้า ปลายหอกดาบและระเบิด ปืน เสร็จแล้ว ที่อาตมา ยกตัวอย่างว่า ได้ใช้ความสงบ สยบความรุนแรงได้ ครั้งที่ 1 นั่งสงบ อย่างดีก็ประนมมือ เรียบร้อย ถนนพิษณุโลก ข้างทำเนียบรัฐบาล ชายสะพานชมัยมรุเชฐ ขออภัยต้องกล่าวชื่อ ผู้การแต้ม ได้รับคำสั่ง ให้มาปราบให้ได้ เอาอุปกรณ์มาพร้อม เตรียมอาหารมาด้วย พวกเราก็นั่งสงบ จนสว่าง ตำรวจก็ควักข้าวห่อมากิน กินเสร็จ ก็ยกทัพกลับ เป็นความสวยงาม เขาทำไม่ลง มันเป็นจิตวิญญาณมนุษยชาติ คนไทยมีภูมิปัญญา รู้ว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เป็นธรรมะ ผู้การแต้ม ก็ยอมขายหน้า กลับไปอย่างจำนน อาตมาเรียกว่า ความสงบสยบความรุนแรง หรือ ความเคลื่อนไหว ครั้งที่ 1 อีกครั้ง วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2557 ที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ ตำรวจก็จะมาจัดการ ปราบพวกเรา พวกเราก็สงบกันดีมาก ครั้งนี้เขาก็ทำ แต่เขารุนแรง อย่างหมุนรอบเชิงซ้อน รุนแรงแบบที่ว่า เขาหยาบ แต่เรียบร้อย ที่หยาบคือหนึ่งทุจริต โกหก หลอกลวง หว่านล้อมทุกเล่ห์เหลี่ยม ดูไม่รุนแรงเลย แต่ใช้ทุกเม็ดของกลเม็ด แต่ทางด้านรัฐบาล ไม่ได้ใช้กลเม็ดเลย แม้คนตายเขาก็ว่า ไม่ใช่คนของธรรมกาย แต่รัฐบาลมุ่งใช้ความจริงอย่างเดียว สภาพปรากฏกาณ์นี้ อ่านออกไหม สุดยอดลีลา สารพัดอย่างเลย ถึงบอกว่า คราวนี้เป็นประวัติศาสตร์ นักวิจัยควรบันทึกไว้ นี่เรียกว่าสงครามกลางเมือง ของประเทศไทย เป็นธรรมาธรรมะสงคราม เป็นสงครามสุดท้าย ของยุคของพระสมณโคดม มีทั้งฝ่ายธรรมะและฝ่ายบ้านเมือง และผีบุญนี้ก็ยังสู้ พยายามจะหาพวก ต่างๆนานา แต่ไม่ได้มีเพิ่มขึ้น

ขณะนี้เมืองไทย มีสามเส้า ของสิ่งที่มันเกิด มันเป็นมันมี ขณะนี้ กำลังเกิดระบบ ที่ลงตัวสมบูรณ์มาก และถึงแม้ว่า จะเกิดสงคราม ก็เป็นสงครามที่อบอุ่นสงครามที่สุภาพ เป็นพลังที่เป็นพลวัต ดูแล้วงดงาม กำลังมีการรบ ขณะนี้นี่คือ การรบ เป็น dynamic แล้วมันก็มี สามเส้า ที่รบกันในนี้ สามเส้าจะมีหนึ่งเป็น static อีกสองตัวเป็น dynamic เป็นสัมประสิทธิ์ ตัว static เป็นแกน คงที่ ส่วนตัวแปรคือ อีกสองพลังงาน โดยมีทางธรรมกับการเมืองรัฐบาล ช่วยกันสองพลัง กำลังเกิดสงคราม ปราบผีบุญ ที่เป็นตัวเชื้อโรค ของเขาอยู่ดีๆ เป็นสามเส้าที่ harmony แต่ตัวเชื้อโรคมี ก็แสดงตัวจริงออกมาแล้ว ทั้ง static และdynamic ทางธรรม โดยมีสัจธรรมเป็นตัวคงที่ มีรัฐบาลกับองค์กรธรรมะ เถรสมาคมก็ได้ เป็นคู่ตัวแปร มีพลังงาน static คือสัจธรรม กำลังทำงานปฏิสังเคราะห์ กำลังเกิดกระบวนการ ปฏิสังเคราะห์กัน เต็มที่แล้ว เกิดพลวัตทำงานรุนแรงๆ อย่างสุภาพ อย่างสงบ ในขณะนี้ สิ่งที่เกิดจึงเป็นเรื่องที่ มันนานมาก ในกัปป์หนึ่ง ของวัฏจักรของเอกภพ ที่จะเกิดแต่ละครั้ง นี่เป็นส่วนหนึ่งของ ธรรมาธรรมะสงคราม ของศาสนา เกิดในยุคของ พระสมณโคดม ซึ่งมีอายุของศาสนาเพียง 5,000 ในศาสนาที่ใหญ่กว่านี้ จะไม่มีสงครามอย่างนี้เกิด เพราะมีมวลที่จะยืนยันได้ชัดเจน แต่นี่มวลมันน้อยที่สุด จึงเกิดสงครามที่นานและยืดเยื้อ แต่ก็เป็นสงครามตัวอย่าง ที่สุภาพ มันไม่มีความบังเอิญ เป็นสิ่งจริง ที่จะต้องเป็นเช่นนี้ ถ้าไม่เป็นเช่นนี้ ไม่เป็นความจริง ไม่เป็นตถตา ถ้าไม่เป็นเช่นนี้มันไม่ชัด เป็นโดยไม่มีใครสร้างได้ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย จึงเรียก ตถตา นี่คือตถตา ที่ไม่ใช่ความบังเอิญ คนใดคนหนึ่งคนเดียว สร้างไม่ได้ เป็นเหตุปัจจัย ที่ละเอียดลึกซึ้งมาก มีทั้งสิ่งที่เลวร้ายที่สุด ที่อยู่ในตัวดีที่สุด มีสิ่งที่เลวร้ายที่สุด กำลังแสดงตัว แสดงปรากฏการณ์อยู่ ที่หลอกโลกว่า เขาดีที่สุด แค่เขามีอะไรมาปิดปาก เป็นหน้ากาก ก็แสดงความไม่บริสุทธิ์แล้ว เปิดหัวตัวเองไม่ได้ ตัวการจริงก็ยังไม่ยอมเปิด หางยังไม่เจอ อย่าว่าแต่หัวเลย มีความ hypocrite นี่คือสัจจะ ที่มีให้เราเห็น เป็นสิ่งที่หาได้ยาก พระรุ่นนี้ รุ่นหาได้ยาก หาไม่เจอด้วย หมายความว่า ชั่วขนาดนี้ก็หาได้ยาก ก็ยังดูว่า จะปาราชิกครบ 4 ข้อไหม การฆ่าเชื้อวิญญาณของชีวิต เป็นการฆ่าที่โหดเหี้ยมที่สุด การฆ่าหยาบ ตัวใหญ่ๆหยาบๆ ไม่เข้าท่าอะไร แต่นี่มันละเอียดลึกซึ้ง ฆ่าอย่างเลือดเ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน