201204-148 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน148-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ011.txt
เนื้อหาในไฟล์
อาทิตย์ที่ 4 ธันวาคมพุทธศักราช 2520 ชนิดไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ยกรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกก็ให้เขามาทำวัดกันต่อไปเพื่อประโยชน์ที่เราจะได้รับเอามาใช้ทำอะไรหรือมันก็ติดเครื่องวันหนึ่งวันหนึ่งพอเช้าขึ้นมาเราก็มาเติมอาหารที่ว่านี้ก็คืออาหารที่เราจะ รักษาตนซื้ออาหารที่เราจะพึงปรับปรุงตนซึ่งเป็นการศึกษาเป็นเสขะเสกวัดเป็นการศึกษาสำหรับพวกเรานักบวชหรือผู้ที่จะไปในภูมินี้เราก็ต้องมีอาหารอันนี้อาหารกายและก็มีทุกวันได้กินเพื่อให้มันอยู่อย่างนั้นมันก็ทำไปอย่างตามฐานะลูกมันก็สังเคราะห์ร่างกายของเราไปก็กินลงไปให้มันมันก็สังเคราะห์มันก็ทำงานของมันเองส่วนอาหารใจนั้นเรารับทุกวันทุกเช้าทุกเช้าจะมีอาหารบางทีอาหารนั้นเป็นอย่างนั้นถ้าแยกเหมือนกัน ฐานทางกายอาจจะวันนี้มีโปรตีนมากหน่อยวันนี้ได้คาร์โบไฮเดรตมากหน่อยวันนี้ได้วิตามินอันนั้นอันนี้ชัดหน่อยแต่อย่างนั้นอย่างนี้มากหน่อยไม่ค่อยจะตรงกันนักก็ได้แต่หลักๆแก่ๆก็คืออาหารที่จะเลี้ยงเหมือนกันกับอาหารที่มันเลี้ยงกายเป็นอาหารที่จะเลี้ยงหรือเป็นอาหารที่จะทำให้เราเจริญทรงอยู่และเจริญถ้าเผื่อว่าเรามานั่งฟังธรรมทุกเช้าทุกเช้าเหมือนกันกำลังกินอาหารเนี่ยและเราก็ไม่ได้ผลอะไรในการฟังธรรมเหมือนกับเราไม่ได้อาหารเลยวันหนึ่งวันหนึ่งเราก็ไม่เจริญในธรรมไม่ได้เลี้ยงเราเอง แล้วเราก็จะต้องพยายามฟังธรรมให้มันมันได้อาหารต้องทำให้มันได้อัดได้รถมันจะได้เนื้อสาระเอาเป็นเลี้ยงเอาไปบำรุงให้ธรรมะเราโตให้ธรรมะเราเจริญก้าวหน้าได้ไม่เช่นนั้นและห่อเหี่ยวนักร้องให้บางคนมานั่งฟังธรรมมาพยายามอบรมอะไรอยู่ไปมันไม่ได้อาหารนี้จริงมันก็ขาดอาหารนี้ให้แล้วคุณเอาไปสังเคราะห์ไม่เหมือนกันก็อาหารทางรูปอาหารทางลูกกินใส่ปากเข้าไปในกระเพาะแล้วมันสังเคราะห์เองมันมีคนงานมันมีคนงานเองสังเคราะห์แ
อ่านต่อ
สงในตัวแต่ส่วนอาหารนี้ที่ให้นี่ ให้ไปแล้วเรายังจะต้องไปคอยควบคุมสังเคราะห์มันเองเราจะต้องเอามันมาทำสติปัฏฐานเอามันมาวิเคราะห์เอามันมาแนบกับจิตวันนี้เราจะเอาส่วนไหนที่มันเป็นเนื้อสาระที่จะใช้ได้ในวันนี้จริงๆเอาไปลองทำเอาไปลองฝึกหรือว่าจะเอาไปผสมเปอร์เซียกับของเก่าที่เรามีแล้วก็เอามาสังเคราะห์กันออกมาเป็นอาหารชนิดนั้นชนิดนี้เราจะได้ประโยชน์กับมันเราต้องทำจริงๆเราต้องสังเคราะห์เองเราเป็นผู้กระทำไม่ใช่ว่ามันจะมีอะไรสังเคราะห์ให้นะอันนี้มันยากกว่าอยู่จึงขอให้ฟังธรรมและก็ให้ได้รับประโยชน์ได้รับชิ้นรับเนื้อและก็เอาไปบำรุงต้นให้เข้าจริงๆ แล้วแต่ๆแต่ดมหรือแม้แต่ได้สัมผัสในขณะที่นั่งฟังนี่มันดีมันรู้มันสดชื่นมันกำไรมันได้แล้วก็ไม่อร่อยวันนี้มันก็จะทำให้เราได้รับอารมณ์หรือว่าได้รับความเจริญในธรรมไปวันหนึ่งวันหนึ่งอย่างดีจริงๆแม้จะได้รับแค่นี้มันจะมีกะจิตกะใจมันจะมีปิติมันจะมีรสชาติกลุ่มเต็มไปวันนึงคืนนึง 2 วัน 3 วันไม่ได้ใช้หนี้รถมากรถสูงเป็นธรรมรสที่มันมีจริงแล้วเราฟังธรรมต้องตั้งใจดีๆโยนิโสมนสิการเราเองเราหวังเอาอันนี้เป็นอาหารระวังเอาอันนี้เป็นความเจริญเราก็จะต้องให้มันได้แท้ไม่ใช่ว่าฟังแล้วก็ฟังเปล่าๆฟังแล้วก็มาสักแต่ว่าเหมือนศิลปะ [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] ประโยชน์อะไรนั่นน่ะเสียเวลามานั่งก็นั่งเปล่าๆก็ได้แต่เพลงตุ๊กตาประดับประดับที่สถานที่เท่านั้นเองไม่เกิดประโยชน์อะไรเราก็พยายามแก้ไขตนทุกคนผู้ใดรู้ตัวเองเอามาทำนี่สักแต่ว่าเป็นแต่รูปเฉยๆหรือเราไม่ได้รับประโยชน์ไม่ได้ผลอะไรพอสมควรน้อยไปเราก็ต้องพยายามขึ้นให้มันเต็มรูปให้มันเต็มนามให้มันได้ทั้ง 2 ส่วนอย่าให้มันได้แต่แค่รูปเฉยๆถ้ามาต่อที่เรามาต่อเราได้อธิบายถึงเรื่องศีลซึ่งขึ้นมาหาศีลมัชฌิมาสีแล้วศีลข้อที่ 2 มักจะมีสีนี้หรือว่าจะมี 7 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ข้อมันจะ 74 แต่เป็นข้อใหญ่ๆไปข้อใหญ่ๆซึ่งข้อที่ 1 เราว่าไปแล้วที่ท่านบอกว่าไม่ฉันไม่ใช่ฉันไม่พลาดพืชต่างๆที่ไม่ว่าเกิดแต่รากเกิดแต่ต้นเกิดแต่ผลเกิดแต่ยอดเกิดแต่เมล็ดไม่พลาดพืชอะไรทั้งนั้นถ้าผมว่าเราพาซื่อเราก็จะเป็นหมายว่าถ้าพูดอย่างไรล่ะที่เราจะพลาดได้พืชมันมีอยู่อย่างนี้แหละเราไม่พลาดไม่ทำให้มันเกิดกำเริบไม่ให้พืช วันเกิดกำเริบความหมายแล้วมันกลับค้านกันพืชต่างๆตรงนี้แต่ศีลจุลศีลบอกว่าเราไม่พรากหรือเราไม่ล้างผลาญพฤติกรรมผู้จัดการเป็นจุลินทรีย์พอมาถึงบทมัชฌิมศีลรับบอกว่าไม่ให้มันกำเริบฟังดูนะภาษาเราเรายังทำเพื่อที่จะทำเพื่อจะทำให้มันสับเราไม่ทำให้มันกำเริบมันจะมีอยู่มันก็โตมันก็เป็นของมันเราไม่พลาดเราไม่ทำลายล้างผลาญ ที่นี่พอมาถึงมัชฌิมศีลท่านบอกว่าพืชที่ทำผู้จัดการต่างๆที่มันมีลักษณะเกิดแต่ร่างแตกนอกแต่ต้นเรายังทำพืชคามและผู้จัดทำให้กำเริบเหมือนกับการให้กำเริบอารีจะว่างไงไม่รู้ก็คงให้มันโตใหญ่ให้มันอ้วนใหญ่หรือให้มันเกินไปนอกจากเราไม่พลาดแล้วเรายังไม่ทำให้มันกำเริบไม่ทำให้มันเกิดมันกลับกันเพราะฉะนั้นจะพลาดหรือว่าจะทำให้มันเกิดก็ตามเราไม่มีส่วนเราไม่เอาเอาไปทำสวนนั้นเราไม่ปลูกแล้วทั้งไม่เป็นเด็กไม่ตัดไม่ร้อนเราไม่ไปเพราะงั้นเป็นผู้เป็นถือศีลการเป็น ว่าเป็นพระไปแล้วมีศีลอย่างนี้ที่จะต้องรักษาเป็นชั้นสุดยอดพระก็ไม่ทำให้ปลูกผักปลูกพืชไม่เป็นเด็กไปทำลายทั้ง 2 ส่วนแล้วเราประกอบอธิบายถึงเรื่องการเกิดของพืชมันเกิดได้อย่างเกิดแต่รากเกิดแต่ต้นเกิดแต่ผลเกิดแต่ยอดเกิดแต่เมล็ดต่างๆนี่แหละไปทำให้มันเกิดด้วยกรรมวิธีใดๆพืชอย่างไรที่มันจะเกิดอันตรายถึงความละเอียดมาตามภูมิปัญญาของท่านก็ไม่ให้มันกำเนิดทั้งนั้นงดทำเพื่อที่เขาพูดก็ทำให้กำเริบอยู่ให้กำเริบแล้วเราฟังดูแล้วเหมือนการเรียนภาษาคำว่ากำเริบมันก็จะเลี่ยงออกไปที่จริงมันให้เกิดอยู่หรือให้อะไรก็ไม่ทราบทั้งด้าน ฝันว่าแม้แต่ไปถึงขั้นนำมาทำก็ได้อธิบายให้ฟังแล้วว่าสิ่งที่มันจะเป็นเชื้อเชื้อเกิดจะเกิดอย่างรากหมายถึงอย่างไรเกิดแต่ต้นเกิดจากผลเกิดจากยอดเกิดจากเมล็ดหมายถึงอย่างไรเราไม่รู้ท่านพูดสักคำแล้วเราก็ไม่ให้มันเกิดไม่ให้มันกำเริบขึ้นมาเนี่ยไอ้พวกคุมได้มันจะมาด้วยรากเหง้าอย่างไรของจิตจะต้องเข้าใจให้ชัดแล้วเราก็ไม่ให้มันมีอย่างนี้เป็นความหมายทางด้านธรรมชาติถ้าเราเข้าใจอย่างนี้ก็เป็นความหมายทางด้านธรรมาธิการ เป็นด้านนามธรรมเราก็จะต้องรู้ต่อมาท่านบอกว่ายังทำการบริโภคสะสมบริโภคการสะสมอาการสะสมนี่ภาษาบาลีท่านเรียกว่าสันนิธิพระซึ่งเป็นผู้ที่เป็นนักบวชของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและภิกษุจะไม่ทำการสะสมจะไม่มีการสันนิษฐานบริโภคก็หมายความว่าเราเรามีเป็นสมบัติโดยรอบคือว่าเป็นคุณสมบัติของเราด้วยบริโภคโดยกายกรรมบริโภคโดยด้านรูปนอกบริโภค ชุมนุมบริโภคอาหารอะไรพวกนี้มันก็เป็นการใช้วัตถุบริโภคการสะสมผู้บริโภคคำกิริยาเราไม่มีคุณสมบัติในการสะสมเราไม่เอามาไว้ที่ตนทำให้เอาลักษณะนั้นมาไว้ที่ตนการสะสมเพราะต้องการสะสมใดๆง่ายๆแค่สะสมวัตถุเราไม่เป็นผู้ที่มีนิสัยมีลักษณะไม่ว่าจะเป็นวัตถุชนิดไหนเราก็ไม่สะสมถ้ามันเป็นมันมีก็พอเป็นปัจจัยเป็นเครื่องใช้แม้แต่ปัจจัยเราก็ยังไม่สะสมฟังดูซ้อนถ้าสันนิษฐานแปลว่าการสะสมสะสมมันทุกอย่างรวมความไปหมดเลยกลางๆ สะสมทุกอย่างสันนิธิทีนี้พอว่าคันเป็นขั้นลึกเข้าไปแล้วแม้แต่ปัจจัยที่ต้องมีปัจจัยสำคัญเราต้องมีตามควรถึงขนาดนั้นศาสนาพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังสอนให้อับอัจฉริยะหรืออัป ยามอนุโลมที่สุดแล้วปัจจัย 4 ถ้าปัจจัยหนึ่งคืออาหารนั้นสำคัญที่สุดต้องมีทุกวันแต่ขณะนั้นอาหารก็ยังไม่สะสมยังอับปัจจยอัจฉริยะแล้วเกิดการกล่าวถึงสิ่งที่ไม่เข้าเรื่องของเราไม่เอาแล้วไม่สะสมแล้วสิ่งที่ไม่เข้าเรื่องราววัตถุนอกที่มันไม่จำเป็นที่มันไม่เกี่ยวกับชีวิตถ้าเอาให้ชัดแล้วจะต้องเข้าไปถึงจิตแม้เรามีสิ่งใดก็สักแต่ว่าเป็นว่ามีแล้วเราก็จะต้องรู้รูปนอกและสมควรไหมเราจะไปเอาสิ่งนั้นสิ่งนี้มาพ่อมาอุ้มเอามาเก็บเอามานำเอามาสะเทือนมาประดับประดาเป็นที่โฆษณาเป็นของ คนอื่นเขาไม่เห็นเข้าแล้วสะสมอยู่หรือเราเป็นเรามีอยู่เหมือนเราเป็นของของเราใครเขามาปลูกมาทวงเข้าก็พูดยากเราก็จะไม่ทำถ้าสิ่งใดจำเป็นที่เราจะสัมผัสสัมผัสไปบ้างแต่อย่างเรามีวัดหลายวันแล้วสะสมวัดหรือเปล่าเราไม่ได้สะสมวัดแต่ว่าเราไปอยู่ที่ใดเป็นได้เราสะสมกุฏิหรือเปล่าเราไม่ได้สะสมกุฏิเราไม่ได้สะสมจริงๆเป็นแต่เพียงสิ่งที่ผ่านพฤติกรรมไม่ใช่บริขารทีเดียวด้วยซ้ำเป็นสิ่งที่จะใช้สอย แต่ถ้าเผื่อว่าเรียกไปได้ลึกขนาดกุฏิหรือที่อยู่นี่เป็นถึงขั้นปัจจัยด้วยซ้ำไปแต่เปล่าเราไม่ได้สะสมกุฏิเราไม่ได้ทำเราไม่ได้ยึดว่าเป็นปัจจัยหรือเป็นบริขารอันต้องสะสมรับปริญญาถึงปานนั้นฟังนะนี่วนไปวนมายอกย้อนนี่เป็นเรื่องของพวกเขาอยากทีนี้พอเข้าไปถึงวัตถุนั้นไม่ใช่เข้าไปถึงนามธรรมเราไม่สะสมแม้กระทั่งสิ่งที่เป็นอกุศลและจิตความคิดนึกที่ไม่ควรคิดนึกความรู้จะต้องไปสัมผัสรู้จะต้องไปเห็นไปรู้ไปอะไรมันเป็นจิตเหมือนกันไม่ต้องอยากรู้ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องรู้มันจำเป็นต้องจำสิ่งอย่างนี้ไม่ต้องจำสิ่งอย่างนี้ไม่ต้องรู้เราก็จะมีปัญญารู้ก็แม้แต่จะรู้จะจำเราก็ไม่ต้องรู้และก็ไม่ต้องจำสิ่งอย่างนี้อาการอย่างนี้กิริยาอย่างนี้เป็นกิริยาจิตเป็นอารมณ์ของจิตอารมณ์อย่างนี้ไม่สะสมไม่มีไม่มีเด็ดขาดเราก็ไม่มีอย่างเด็ดขาดอารมณ์อยากรู้พระโทสะโมหะอย่างหยาบอย่างกลางอย่างละเอียดไม่มีไม่สะสมเลยจริงๆประหารด้วยนอกจากไม่มีอย่างนั้นแล้วบางอย่างก็ได้ถามกันไปแล้วอย่างที่เป็นกุศลเป็นบุญเป็นกรรมกิริยาที่เป็นกุศลกุศลมหากุศลเราก็จะต้องมี เราก็จะต้องมีเมื่อเราจะต้องมีเป็นปัจจัยของเป็นปัจจัยของพระเป็นปัจจัยของสมณะต้องมีโภคมีโพคะต้องบริโภคต้องมีให้รอดบริเวณรอบๆต้องบริโภคเป็นคุณสมบัติรอบคือต้องมีคุณสมบัติอย่างนี้คุณสมบัติอย่างสูงสุดที่บอกว่าเป็นโฟกัสของพระเราก็รู้แล้วมีเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขายังเมตตาเราก็จะต้องรู้อาการอย่างนี้ต้องมีเป็นเครื่องประดับเป็นเครื่องอลังการเป็นบุญเป็นกุศลเป็นกุศลธรรม เราสะสมยิ่งโตยิ่งอ้วนยิ่งเป็นยิ่งมีก็ยิ่งดูดีเป็นสมณะสารูปที่ดีแต่กระนั้นก็ตามมันมีสอนลงไปอีกในจิตอันลึกในปัญญาอันยิ่งและในความเป็นจริงอันยิ่งอีกว่าแม้สิ่งที่ดีออกปานเช่นนี้เราทำดีอย่างนี้ดีที่สุดฤดีปานกลางก็ตามเราก็ไม่ได้มีจิตร่วมกับไปอีกว่าเป็นของของเราสะสมใส่ตัวเองเข้าไปเป็นตัวเรามีภาษามันซ้อนซ้อนๆที่สุดมันไม่มีภาษาคนภาษาโลกๆจะอธิบายแล้วเราจะต้องพยายามระลึกถึงสภาวะธรรมนั้นให้ได้ เราไม่สะสมถึงปานเช่นนั้นแม้จะได้ในตัวภาษาที่อยากมีก็ได้อธิบายไล่เรียงลงไปให้ฟังว่ายังข้าวไม่เป็นปัจจัยอย่างนั้นเป็นปัจจัยอย่างผ้าอย่างอะไรที่เป็นปัจจัยพาหนะเป็นสื่อทางสะสมที่นอนสิ่งที่ว่าเป็นที่นอนนี่ก็มีความหมายถึงสิ่งที่สงบพรรคและแม้ที่สุดสะสมเครื่องผัดพาของหอมที่เหมือนคุณธรรมที่เป็นกุศลเราเป็นผู้ที่มีปัจจัยมีเหตุมีสิ่งสูงมีข้าวมีน้ำมีผ้ามีญาณญาณเป็นเครื่องผ่าเป็นอ่ายันจะรักเป็นการตัดเป็นสิ่งที่พาเป็นสิ่งที่นำเราไม่มีเราไม่สะสมไม่ใช่ มีได้พอถึงขั้นละเอียดสะสมที่นอนมีประเด็นแค่วัตถุแค่รูปทำเป็นนามธรรมก็หมายความว่าเรามีจุดพักจะมีสิ่งพักรู้นามธรรมได้ละเอียดไปเรื่อยๆจนกระทั่งหยาบครางจนที่สุดเราสะสมเครื่องศรัทธาของหอมและอามิตรอมิตต่างๆใดๆที่มันละเอียดยิบไปจนกระทั่งอย่างนี้เราก็รู้เราจะมีไหมเรื่องที่เป็นเครื่องประเทืองเหมือนว่าจักรวาลนี้ก็สมมุติให้ฟังแล้วว่าถ้าเราทำบุญกุศลทำความดีทำสิ่งที่เป็นประโยชน์เรายิ่งมีคุณธรรมสูงมันมืดเหมือนของหอมเหมือนกลิ่นหอมเหมือนสิ่งที่พ่อทาเหมือนกับ มีอยู่อร่ามเรื่องหนาฉันประเทืองเป็นอาภัสราเป็นสรรพคุณอาหารมีได้ชัดเจนไปไหนก็เห็นเต็มเรื่องไปทีเดียวเด่นชัดเหมือนไม่หับผลาไปหาปลาร้าพรมมีอยู่อย่างแจ้งสว่างเลยเหมือนอยู่กลางฟ้าผลิหมายถึงผลที่ใหญ่จะไม่รู้ว่าจะเป็นผลอย่างไรล่ะชัดเด่นอยู่ไม่มีอะไรปิดอะไรบังใครสัมผัสใครเป็นแต่เพียงใกล้ชิดก็เห็นได้หรือไกลก็ยังเห็นได้แต่ไกลเหมือนกลิ่นหอมทวนไปไกลนี่เป็นคำอธิบายด้วยภาษาคนคุณจะต้องระลึกตามปั้นรูปนั้นตามให้รู้ว่ามันอะไรแม้ คุณงามความดีหรือมีคุณธรรมและมือไปกลิ่นฟุ้งไปขจรไปหรือว่าสว่างเห็นชัดวามวาวอย่างนี้เราควรมีไหมเราก็ควรมีอย่าไปคุณธรรมแท้ๆเมื่อมีแล้วเราจะทำให้เป็นอามิสเราจะทำให้สะสมก็ไม่ได้เราจะแลกเปลี่ยนความคิดหมายความว่าสิ่งที่แรกเปลี่ยนกันเรามีความดีเราทำความดีเพื่อให้คนอื่นเขาเอาอะไรมาแลกเปลี่ยนเรียกว่าอามิตรความสุขจริงอามิตรคือความสุขที่เรามีสิ่งแรกเปลี่ยนเราอยากได้เรากระทำไปอยากได้โดยที่ได้สิ่งที่มาให้แก่เราโดยเราไม่ลงทุน เราไม่จ่ายไปนั่นเราเอาเปรียบเราต้องการโดยจิตศาสนาเอาเปรียบได้สิ่งนั้นมาสมใจไม่ต้องลงทุนเป็นหนี้เขามันเป็นหนี้เขาแม้เรามีสิ่งไปแลกเปลี่ยนแล้วแล้วเราก็ได้สิ่งนี้มาสมใจก็เป็นสุขเป็นสุขอิงอามิสเป็นแลกเปลี่ยนเอออย่างนี้เขาเรียกว่าอาจมีการยึดที่เราเองเรายังเป็นสุขอยู่แล้วสิ่งนั้นกลับมาสนองใจและทำความดีและเราก็ยังได้ทำความดีนี้ก็เพิ่งติดการร่วมพิธีก็เป็นสุขปลื้มปิติได้ทำดีนี่แล้วก็ดีใจปลื้มใจ ฟังดีๆนะอนุสัญญาก็จะไม่มีปิติซะเลยกอดไม่ได้ในขั้นต้นที่เราทำความดีแล้วก็ปลื้มผิดๆก็เพิ่งไปก่อนสำหรับท่านอนุมัติคันละเอียดอุปสมบทขั้นขั้นสูงจริงแล้วแม้แต่ทำดีก็ไม่หลงปิติยินดีต้องไปขั้นตอนนะอนุบาลที่บอกว่าทำดีแล้วก็อย่าไปยินดีเพื่อนเดี๋ยวก็เลยไม่มีกำลังก็เลยไม่ต้องทำอะไรกันพอดีตื่นสายไม่ได้มันฟังให้เป็นขั้นตอนนี้ขอบอกเป็นขยะขยะเราจะเอาความปิติยินดีเข้ามาเอิบอาบให้มันฟ้องซ่ามากไปมันก็ยังเป็นอกุศลส่วนลึกส่วนลึกของนักปฏิบัติธรรมของพระโยคาวจร สูงไม่อิงอามิดถึงปานนั้นแม้ที่สุดอามิตรที่ว่านี่เมื่อทำดีไปแล้วเราก็จะต้องปล่อยให้สนิทจนดีนี้ไม่มีอะไรย้อนกลับมาเป็นของตนเลยแม้แต่เป็นปีๆมาใส่ตัวเหมือนกับสัญญาใจให้รู้ว่ามีเป็นของเรานะนี่เป็นของเรานะก็ไม่มีอันนี้ย้อนกลับมาขอความดีก็คือความดีคุณธรรมก็คือคุณธรรมบทบาทการงานหรืออะไรก็ตามแต่ที่เราได้กระทำลงไปเป็นกรรมตั้งแต่มโนกรรมวจีกรรมกายกรรมที่เป็นประโยชน์ในโลกเป็นประโยชน์ในโลกเป็นปลายักษ์เป็นปลายักษ์เป็นสิ่งที่เราจะทำลงไป กรอบพร้อมเป็นสัตว์ปลายักษ์แม่น้อยแม่นิดหรือแม่มากประกอบพร้อมไปมากเป็นสิ่งที่กระทำลงในโลกก็ไม่ใช่ของเราจะต้องมีจิตที่เห็นเด่นชัดเลยว่าไม่มีหวงแหนไม่มีตระหนี่ไม่มีวัชริยาสังโยชน์เป็นที่สุดไม่มีตระหนี่หวงแหนสุดอัปรีย์ค่ะไม่หวงแหนไม่ฉวยเอาไว้อธิบดีอยู่ในจิตต้องล้างให้สะอาดมีแต่จิตที่รู้ว่าเราทำแล้วก็เสร็จไป แล้วเป็นแล้วตัดเป็นตัดเสพติดคือเสพติดสักแต่ว่าทำอะไรให้เสร็จจิตจบเท่านั้นไม่มีอารมณ์หรือไม่มีความหลงผิดว่านี่เรายึดเป็นของเรามันมีซ้อนไปอีกว่าจะจำได้ก็จำเถอะไม่เป็นไรถ้าจำไม่ได้ก็ไม่ได้แล้วก็ไม่ย้ำความจำอะไรมากมายมันจะทำดีมีแล้วนะแล้วเราก็จะเอาดีนี้ไว้สำหรับคุยอวดคุยอ้างไว้สำหรับยึดเป็นของตนแม้ไม่ควรอ่านแล้วอย่างละเอียดลึกซึ้งแล้วจำได้อยู่จำได้อยู่เป็นของเรามีของของเรานอนนี่เราทำน้อยนี่เราเป็นน้องไม่ต้องย้ำสัญญากันได้แต่ถ้าผู้ใดแน่ใจจนกระทั่งรู้ การละได้เห็นปัญญาเกิดปัญญาอันยิ่งว่านี่เป็นอนัตตาไม่ใช่ตัวใช่ตนของคนของสัตว์อะไรหรอกมันไม่ใช่ของของใครมันก็เป็นสิ่งนั้นของสิ่งนั้นจะว่าเป็นตัวเป็นตนก็เป็นตัวรูปตัวร่างเป็นตัวสภาพเป็นสภาวะธรรมการทำดีก็เป็นสภาวะธรรมอันนึงเกิดแล้วก็เกิดเป็นประโยชน์ก็เป็นประโยชน์ผู้ได้รับประโยชน์นั้นไปก็รับไปเราจะอาศัยประโยชน์นั้นกับประโยชน์นั้นแล้วก็อาศัยแบ่งใช้ให้เหลือเราจะเป็นผู้มีคุณธรรมเลี้ยงโลกเราต้องสร้างความดีและต้องมีบทบาทการงานมีคุณธรรมมีอะไรต่ออะไรต่างๆนานาให้มากๆเป็นกุศลทั้งนั้นแล้วเราก็แบ่งกินแบ่งใช้ในนั้น ซึ่งเรายิ่งเป็นผู้ประหยัดเป็นผู้ไม่เปลืองแล้วก็ยิ่งทำขึ้นมาไม่ผลาญพรากเราเป็นผู้ที่ใช้เหมือนรถเซฟน้ำมันรถที่ไม่กินน้ำมันมันก็ยิ่งดีไม่เปลืองวัสดุอะไรแต่ว่ามีประสิทธิภาพสูงมีการงานสูงมีคุณธรรมได้สูงมีประโยชน์ได้มากมันก็ยิ่งดีคำว่าไม่อิงอามิสไม่มีอามิสและไม่สะสมจึงละเอียดลออจะถึงขั้นปลดปล่อยเป็นที่ปลดปล่อยไปที่สุดวางขาดเป็นที่สุดสนิทแต่ไม่ใช่ว่าไม่มีปัญญารู้ไม่มีวิญญาณไม่มีจิตพลาดไม่มีการกำหนดหมายไม่ใช่รู้จริงๆรู้ชัดเหลือเกิน บทเยื่อหมดยางหมดเยื่อหมดยางยึดไว้เป็นของของเราไม่มีอัตราเป็นอนัตตาเป็นที่สุดนี่เป็นธรรมะที่ซ้อนอธิบายไปถึงขั้นนามธรรมให้ฟังอะไรจะต้องพิจารณาและก็รู้ตัวรู้ตนออกทางนี้น่าจะไปยึดอารมณ์แม้แต่อารมณ์ที่มันเป็นอย่างไรก็ต้องรู้และแม้สิ่งที่เป็นไปประกอบกับกรรมกายกรรมวจีกรรมเรามีอยู่การงานมีอยู่ประกอบกับวัตถุมีอยู่เราก็ทำอยู่เป็นประโยชน์อยู่โดยโลกจะบอกว่าไม่ใช่ของเราก็ไม่ใช่โดยโลกเป็นแต่โดยนำมาทำจิตของจริงๆแล้วเราจะต้องมีความรู้สึกเราจะต้องมีปัญญาอันยิ่งเป็นอย่างนั้นจริงๆแล้วก็ทำไม่ได้จริงปากพูด 21 ทฤษฎีใครฟังก็รู้เรื่องอีนางฟังธรรมดาใครก็รู้เรื่องขณะนี้ทุกคนในที่นี้ก็ฟังรู้เรื่องอย่าไปยึดอย่าไปหลงเอามันเป็นของเรานะแม้แต่สิ่งที่เป็นนามธรรมปานนี้ฟังรู้เรื่องไม่ยากหรอกเป็นวาทะแต่เวลาจิตมันเป็นจริงสิมันจะเป็นไหมนี่คุณจะต้องพากเพียรเรียนรู้ให้รู้จริงๆเลยทุกอากาศกิริยาทุกเวลาที่มันเป็นนี่ก็ทำดีแล้วนะแล้วใครมาว่ามั่งแตะนิดนึงย้อนแย้งนิดนึงอย่างงอนอย่างนี้หรือเขาจะเอาไปความดีที่เราทำได้เสร็จเขาก็โกยไปโกยไปเขาบอกว่ามีชั้นทำนะนี่ของของฉันและเป็นยังไงคิดถึงคุณเป็นยังไงมันจะเต้นผางผางมันยังจะยึดโกงและชอบโกงแล้วแม้แต่นางมาทำอย่างนี้ ออกโกงกันแล้วมันไปปั้นเป็นรูปเป็นรูปประธรรมก็ตามตีขุมไปเราก็จะต้องรู้อย่างนี้ละเอียดละออเราถึงจะเข้าใจธรรมะได้ลึกซึ้งอันนี้เรื่องการสะสมหรือการสัมฤทธิเราจะไม่สำนึกที่อสัญนิธิไปจนกระทั่งปัญญาถึงไม่สะสมคะแนนถ้าต่อมาว่าพระสมณโคดมเมื่อสมณะหรือพราหมณ์บางพวกพากันฉันโภชนะที่ทายกถวายด้วยศรัทธาแล้วอันนี้นำหัวทุกอันสมณะหรือพราหมณ์บางพวกสมัยพระพุทธเจ้าก็ใช้คำว่าพราหมณ์บางพวกเพราะท่านเองท่านเป็น สมัยนี้ก็ต้องบอกเมื่อสมณะหรือพระบางพวกเพราะเราเป็นพระอยู่สมัยนี้ศาสนาพุทธใช้คำแทนนักบวชว่าพระสมัยก่อนใช้คำแทนนักบวชว่าพราหมณ์สมัยพระพุทธเจ้านั่นแหละสมัยพระพุทธเจ้านั่นแหละพระพุทธเจ้าเองก็เป็นพราหมณ์นับถือทางด้านศาสนาหรือทางด้านจิตใจนั้นเราเรียกสิ่งแทนเรียกสมรรถนะนักบวชของศาสนาว่าพราหมณ์คำว่าสมณะเป็นคำกล่าวนักบวชทุกศาสนานักบวชทุกศาสนาและสมรรถนะสุดพราหมณ์ก็เรียกเฉพาะหมู่เพราะสมณะหรือพราหมณ์บางพวกก็ไปทำแทนที่ท่านปรารถนาโน้นสมัยนี้ถ้าจะกล่าวกันก็บอกว่าเมื่อ หรือพระบางพวกพากันฉันโภชนะที่ทายกถวายด้วยศรัทธาแล้วพากันกินอาหารของเขาที่มาถวายกันชาวบ้านก็ไม่ให้กินด้วยศรัทธาแล้วก็ยังทำสิ่งที่ละเมิดเหล่านี้เป็นสิ่งเหล่านี้พระพุทธเจ้าธันวาคมเห็นปานฉะนี้เห็นอยู่ตรงๆจะทำการละเมิดตรงนี้พวกนี้บ้าศีลมีปัญหาไว้เนี่ยท่านบอกทั้งนั้นน่ะพระต้องไปทำอย่างนี้ทั้งนั้นตอนนี้ก็ว่ายังดูการเล่นคือดูก่อนฟังข่าวฟังกระทงดูไม้ลอยฟังนิยายฟังเพลงปรบมือตีฆ้องตีระนาดดูหุ่นยนต์ฟังเพลงขอทาน ฟังแคนดูการเล่นหน้าศพดูชนช้างแข่งม้าชนกระบือชนโคแพะแกะไก่นกกระทาดูรำไม้กำมือชกมวยดูเคารพกันดูเขาตรวจคนดูเขาตั้งขบวนทัพดูกองทัพที่จัดไว้เสร็จแล้วบ้างอยู่ส่วนท่านเป็นผู้งดขาดจากการดูการเล่นเห็นปานดังนั้นเสียสมัยโน้นก็คงจะมีอะไรขอให้มีมากล่าวขนาดนี้ถ้าสมัยนี้จะเขียนลงไปแล้วต้องเอาหน้ากระดาษมาอีก 10 หน้าสมัยนี้จะเอามาเขียนระบุสิ่งพวกนี้ลงไปอะไรเราก็ 40 หน้าก็จะไม่พอนะดูการฟ้อนการรำการเซิ้งการอะไรทุกอย่างเลยเอาแต่เอาแต่ฟ้อนแต่หลังจากเธอเอาแต่ท่าทางไอ้พวกนี้ก็ไม่รู้จะได้ไล่ชื่อไปสักเท่าไหร่ฟังการขับจะขับยังไงเยอะแยะฟังการปกครองแบบไหนดูไม้เล่าให้ฟังนิยายดูไม้ลอยไม่รู้การเล่นไม้อะไรต่างๆไม้ลอยต่างๆนานาไม่รู้เป็นชื่อการละเล่นอะไรต่างๆพวกนี้ซึ่งถ้าเราเข้าใจลักษณะแล้วเราก็จะรู้ว่าการละเล่นต่างๆประดิษฐ์ประดอยกันขึ้นมาตรงนี้มีเยอะแยะมากมายเราฟังเพลงเพลงตบมือฟังเพลงขอทานฟังแคนฟังการอะไรตีของตีระนาดจะดูหุ่นยนต์แต่ก่อนมีหุ่นยนต์ยัง ไม่รู้นะดูการเล่นหน้าศพเดี๋ยวนี้ไม่ต้องเล่นหน้าศพแล้วหาเรื่องมาเล่นกันเยอะดูชนช้างแข่งม้าชนกระบือชนโคโอ้ดูแล้วก็เรารวมๆแล้วเราก็จะเข้าใจกันได้ชัดๆเพราะสิ่งที่มันไม่ได้เหมาะสมกับสมณะคือพระที่จะไปยุ่งเกี่ยวเราก็ไม่ไปดูเราก็ไม่ไปทำเราก็ไม่ไปสัมผัสมาเป็นรถอะไรโลกก็เป็นอยู่มีอยู่เรารู้เราศึกษาห่างๆอย่าไปคิดไปใกล้อย่าไปทำให้เขาถูกทวงถ้าเราไม่เป็นผู้ที่มีฤทธิ์มีเดชอะไรที่จะต้องไปเกี่ยวข้องจริงแล้วก็ต้องห่างไกลสิ่งเหล่านี้อันนี้เหมือนกับขยายศีลข้อที่แม้แต่ข้อนับจากคีย์ตะวันที่จะมาลาคันธะวิเลปะนะซึ่งเป็นข้าศึกแห่งการดูการชมอะไรพวกนั้นเหมือนกัน แต่มันรายละเอียดออกไปอีกถ้าจะอธิบายเป็นธรรมาธิการแล้วเราก็จะไล่ไปได้เหมือนกันแต่อันนี้มันละเอียดแล้วผมบอกตรงๆผมอธิบายไม่ไหวอธิบายเป็นธรรมดาที่ฐานจะไล่มันยังไล่มันเป็นสิ่งบางอย่างที่ชั้น 5 ชั้น 8 ชั้นไอ้นี่ไม่รู้มันกี่ชั้นจะเอาไอ้เรื่องหูขึ้นก่อนแล้วเอาเรื่องนัดจากเอาเรื่องท่าทางขึ้นก่อนเอาเรื่องตาเอาเรื่องผ้าแล้วเอาเรื่องหูเอาเรื่องกลิ่นเอาเรื่องเสียงเอาเรื่องสัมผัสอะไรขึ้นก่อนลำดับพระพุทธเจ้าท่านมีหลักก่อนที่จะพูดอะไรเขาจะตัดอะไรถ้ามีหลักเราสังเกตให้ได้มีบอกวิธีไว้ตอนนี้ มึงจะอธิบายไม่ไหวแล้วเป็นคำอธิษฐานก็รู้งี้ง่ายๆมันมีอะไรมากถ้าบอกว่าสิงห์ขยายขึ้นมาก็ขยายศีลข้อ 7 ข้อ 8 อะไรขึ้นมาเนี่ยทิ้งขยะสิ่งที่เราเคยผ่านๆขึ้นมาแล้วอันนี้ก็เนี่ยร้องการขาดการปกครองแม้แต่จุลินทรีย์นี่ก็มีงดจัดการกับการรำการร้องการปกครองการดูการละเล่นอะไรที่เป็นข้าศึกแก่กุศลนะในจุลินทรีย์และในศีล 7 ศีล 8 ถ้าศีล 8 คือเป็นชิ้นเก็บอันนี้ก็ขยายขึ้นมาจะให้รู้ว่าถึงแม้กระทั่งไอ้ที่เป็นส่วนใจอย่างฟ้อนขึ้นต้นจนกระทั่งลงท้ายว่าไปดูเขารบกันดูเขาตรวจคนดูเขาตั้งกระบวนทัพนั่นไม่ใช่บรม พาไปดูก็ฟ้อนไปดูสิงโตถ้าไปดูเขาตั้งกระบวนทัพไปดูสิ่งที่อำมหิตตัวกลางก็มีดูก็ชกมวยดูก็ดำมือดำไม้ดูเขาชนกระบือชนโคชนแข่งช้างแข่งม้าอะไรก็มีเป็นขั้นตอนเพราะเราจะฟังแล้วจะดูตั้งแต่ฟ้อนแต่ขับฟังเสียงฟังไอ้สิ่งที่มันแรงเป็นสิ่งที่ประโลมที่ท้องตีระนาดฟังเพลงฟังแทนไปจนกระทั่งดูสิ่งที่มันไม่ใช่สิ่งที่ดีขัดแย้งกันดูการละเล่นหน้าศพดูศพก็มีความหมายอย่างหนึ่งเป็นสิ่งที่มันเศร้าสร้อยแล้วเขาก็พยายามที่จะทำสิ่งขัดแย้งเรียกว่าการละเล่น บันเทิงไม่เศร้าอะไรเนี่ยมีความหมายถึงสภาพทำขนาด 1 ดูชนช้างชนม้าดูชนกระบืออะไรก็มีความหมายมีความหมายในรูปธรรมก็เป็นจริงจะเอาแถลงตรงดื้อๆก็อย่างนี้แหละมันไม่ยากใครอ่านใครก็รู้เอาก็แล้วกันส่วนนามธรรมก็ต้องเข้าใจซ้อนลงไปอีกดังที่กล่าวในนัยยะต่างๆนี้พยายามใช้ปัญญาเพิ่มขึ้นอะไรที่ไม่สมควรเราก็ไม่ไปทัศนะไม่ไปศึกษาไม่ต้องไปหลงใหลที่เขาปรุงนี้พวกเครื่องปรุงเครื่องสร้างเครื่องประกอบของโลกโลกก็ต้องทำให้มันมียิ่งขึ้นเขาจะสังขารเขาจะปรุงยิ่งขึ้นเขาจะกระทำกันยิ่งขึ้นเดี๋ยวนี้ยิ่งนำหน้าสมัยพระพุทธเจ้าอีกมากหลายเหลือเกินพวกนี้ถ้าพูดไปแล้วถึง 10 หน้ากระดาษมาเขียนก็ไม่หมดแล้วปรุงออกจับด้วยมีขั้นตอนด้วยเรียกชื่อเรียกภาษาต่างขึ้นมาเพื่อที่จะแข่งขันกันเพื่อที่จะปรับอารมณ์โลกมอมเมาโรคเยอะแยะมากมายหมดเราไม่เอานะเราจะไม่ไปจะได้ยุ่งไม่รู้ไม่ไปติดในสิ่งที่เขาปรุงเขาประดับเขาตกแต่งเขาญี่ปุ่นชนะฐานะสังขารให้มันจัดจ้านขึ้นมาทั้งนั้นนี่เราต้องรู้ด้วยนะอย่างนี้เราเพียงแต่รู้เราก็เข้าใจในยามอ๋อนี่หมายถึงอันนี้เรื่องย่อเข้ามาเอาไม้เอาอันนี้ง่ายๆอย่างนี้เป็นเครื่องปรุงไปทางด้านที่อำมหิตมีเครื่องปรุงประเทศทางด้านอารมณ์มีเครื่องปรุงอะไรบ้างดูเหมือนกับเราดีเหมือนกันแต่ว่าไม่ใช่ขัดเราไอ้นี่มันเฟ้อไอ้นี่มันไม่เข้าท่าแล้ว กลายเป็นรูปการปรุงเป็นกิริยาเป็นกรรมเป็นเรื่องเป็นราวอะไรของเขาเราต้องรู้เพราะเราไม่ต้องไปสัมผัสไม่ต้องไปดูไม่ต้องไปแลไม่ต้องไปเล่นหนี้สินข้อต่อมานี้แล้วต่อไปว่าพระสมณโคดมเมื่อสมณะหรือพราหมณ์บางพวกพากันฉันโภชนะที่ทายกถวายด้วยศรัทธาแล้วยังเล่นการพนันหรือการเล่นอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาทนะไอ้นี่หยาบใหญ่เลยการพนันเล่นแล้วยังไม่พอเล่นแล้วยังมีการพนันกันอีกการเล่นที่ตั้งแห่งความประมาทคือเล่นมาปุ๊บเช่นชนิดแถวละ 8 ตราบ้าง 10 ตาบ้างเล่นมาเก็บชิ้นงาน โยนบ่วงไม้หึ่งฟาดให้เป็นรูปทอดลูกบาศก์เป่าใบไม้เล่นไถน้อยๆหกเขมรกังหันตัดปวงตายด้วยใบไม้รดน้อยๆธนูน้อยๆพายอักษรในอากาศทายใจล้อคนพิการอยู่ส่วนท่านงดขาดจากการพนันหรือการเล่นอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาทเห็นปานดังนั้นเสียการเล่นทยอยมีหัวข้อการพนันการเล่นที่เป็นที่ตั้งแห่งความประมาทเพราะการทายใจเล่นในนี้ไม่มีคำว่าเล่นนะมีไหมงดแม้แต่ทายใจ ที่ดักใจทายใจเนี่ยเป็นแบบอาเทศนาปาฏิห
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive