591213_พุทธศาสนาตามภูมิ สันติอโศก ใจกลางหัวใจศาสนาพุทธคืออะไร.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2559
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์350 KB
วันที่แก้ไข17 พฤษภาคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

591213_พุทธศาสนาตามภูมิ สันติอโศก ใจกลางหัวใจศาสนาพุทธคืออะไร โดยพ่อครูสมณะโพธิรักษ์

สมณะเดินดินว่า…วันนี้เป็นวันอังคารที่ 13 ธันวาคม 2559 ตอนนี้ข่าวคราวของวัดธรรมกาย ก็มีการฟ้องนายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกวัดพระธรรมกาย ข้อหาปลุกปั่นยุยงประชาชน ตอนนี้ศาลอนุมัติหมายค้น แต่ว่าหมายค้น ที่ออกมาวันนี้ หมดอายุเย็นนี้ ก็เลยไม่ได้ค้นวัด ซึ่งก็มีข่าวอีกว่า ศาลจะออกหมายค้นอีก 4 วัน ตอนนี้เขาก็เอา แท่งแบริเออร์ เอาเสาเข็ม มาวางขวางถนนไว้ มีการโรยตะปูเรือใบ ให้รถโดนเจาะยาง แต่ทางธรรมกายก็บอกว่า คนที่ทำคือ มือที่สาม ตอนนี้คนมาเยอะมาก เขาก็ไม่รู้ว่า มีมือที่สามหรือเปล่า ดูเหมือนว่าความรุนแรงนั้น ทางธรรมกาย จะพูดอยู่ตลอดเวลาว่า เขาควบคุมไม่ได้ทุกคน โฆษกว่า เวลาตกใจเขายกตุ่มขึ้นได้นะ คงเหมือนกับที่มีคนบอกว่า ในยุคนี้มีการชี้ชัดสัจจะ ซึ่งถ้าไม่ใช่ยุค คสช.ก็คงทำอะไรไม่ได้ พ่อครูคงมีอะไร น่าตื่นเต้นกว่านี้ มาบอกพวกเรา ///////////พ่อครูว่า...ตื่นเต้นหรือไม่ก็ไม่รู้นะ เหตุการณ์ที่เขาอ้างตัวว่า เป็นศาสนาพุทธเป็นวัด เป็นสถานที่ ที่รวมของภิกษุ ประพฤติปฏิบัติธรรมอยู่ อาตมาก็ขอยืนยันว่าธรรมกายไม่ใช่วัด ไม่ใช่วัดตามศาสนาพุทธเลย การสร้างอาคาร การสร้างอะไรต่างๆ ไม่อยู่ในหลักพระธรรมวินัยเลย อาคารต่างๆ หรือวิหารที่จะใช้สอย ในศาสนาพุทธ พระพุทธเจ้าไม่ให้มีเรือนยอด ไม่ให้มีเรือนชั้น มีแต่เรือนโล้น ในธรรมวินัยพระพุทธเจ้าเลยนะ แต่นี่เขาสร้าง อย่างใหญ่โตมโหฬาร วิตถาร เกินกว่าคนโลกๆ ฆราวาสเขาสร้างด้วยซ้ำไป ที่เขาเรียกตนเองว่า ธรรมกาย เอาชื่อธรรมกาย มาตั้งเป็นชื่อพวกตนเองด้วย อุจาดมาก อุบาทว์มาก มันไม่ใช่วัดของศาสนาพุทธเลย ทั้งสถานที่ และสิ่งก่อสร้าง วิธีจัดสรร อาณาบริเวณ พร้อมทั้งพฤติกรรม ตั้งแต่ตัวใหญ่ที่สุด

อ่านต่อ

คือธัมมชโย ไม่ใช่พฤติกรรมของภิกษุ ในศาสนาพุทธเลย ก็ขอพูดตามหลักวิชาการ ธรรมวินัยเลยว่า ที่เขาเรียกตัวเองว่า วัดธรรมกายนี้ ที่เถรสมาคมนับถือ ว่าเป็นวัดๆหนึ่ง ก็ไม่เข้าใจแล้วว่าเป็นวัด หรือไม่ใช่วัด แม้แต่วัดในมหาเถรสมาคม ก็ไม่เข้าตามหลักพระธรรมวินัย มันไม่ใช่ลักษณะสถานที่ ทำการรวมภิกษุ ให้มาเป็นที่พำนักของภิกษุ เพื่อปฏิบัติธรรมของศาสนาพุทธ มันไม่ใช่ อาตมาพูดตามหลักวิชาการ ธรรมวินัยของศาสนาพุทธ ไม่ได้ใส่ความ ถ้าอาตมาพูดนี้ผิด ก็บอกได้ ว่าอาตมาพูดไม่ตรง หรือเขาทำตรง ก็อย่างใดท้วงมาได้ อาตมาพูดด้วยใจเป็นกลาง ด้วยความปรารถนาดี สิ่งที่ไม่ดี สิ่งที่ไม่ถูกต้อง ก็ต้องตำหนิ นิคคัณเห นิคคหารหัง ปัคคัณเห ปัคคหารหัง แม้ว่าอาตมาพูดไป จะไม่มีน้ำหนัก แต่ก็ต้องพูด เพราะเป็นสัจจะที่ต้องกล่าว เป็นการรักษาศาสนา

_จะอ่านบทความของสารส้ม กวนน้ำให้ใส บังอาจเกินไปแล้ว นายองอาจ เป็น หรือเคยเป็นลูกน้อง นายศุภชัย หรือไม่? เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2559 นายองอาจ ธรรมนิทา คนที่อ้างตัวเป็นโฆษกคณะศิษยานุศิษย์ วัดพระธรรมกาย แถลงการณ์โจมตี ให้ร้ายการปฏิบัติหน้าที่ ของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ที่ดำเนินการตามกฎหมาย ตามหมายจับของศาลยุติธรรม แล้วยังบังอาจ กล่าวถึงสถาบันเบื้องสูง โดยหวังประโยชน์บางประการ อย่างไม่บังควรที่สุด 1. ในการแถลงอ้างว่า ทางวัดจัดพิธีบำเพ็ญกุศล เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ไม่ควรที่จะมีเหตุการณ์รุนแรงใดๆ เกิดขึ้น แล้วยังบังอาจอ้างว่า ขอพึ่งพระบารมีสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และยังได้นำพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 10 มาใช้ประกอบการแถลงข่าวด้วย บังอาจเกินไปแล้ว ผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับของศาล ซุกอยู่หลังวัด หลังผู้หญิง แล้วยังนำพระบรมฉายาลักษณ์ มาบังหน้า 2. ในถ้อยแถลงของนายองอาจ มีเนื้อหาสร้างความเข้าใจผิด แก่สาธารณชน และอาจมีผลปลุกปั่น ลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย ให้กระด้างกระเดื่องต่อการปฏิบัติหน้าที่ ของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง เช่น อ้างว่า การสอบสวนดำเนินคดี ไม่ถูกต้อง การบริจาคเงิน เพื่อเยียวยาแก่สหกรณ์คลองจั่นแล้ว สหกรณ์ถอนฟ้องแล้ว ขอบคุณมาแล้ว... แท้จริง คดีที่สหกรณ์ถอนฟ้อง คือคดีแพ่ง แต่ที่ถูกดำเนินคดีอยู่ คืออาญา ฐานฟอกเงิน รับของโจร โดยที่มีนายธรรมนูญและพวก กว่าร้อยคน เป็นผู้เสียหายตัวจริง มีสิทธิแจ้งดำเนินคดี ตามกฎหมายทุกประการ ยิ่งกว่านั้น การยอมคืนเงิน ก็เป็นการบ่งบอกในตัวว่า ธัมมชโยได้เงินสหกรณ์คลองจั่น ไปจากนายศุภชัยจริงๆ การดำเนินคดีอาญาต่อไป จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลย เทียบกับกรณี โจรปล้นธนาคาร แม้ได้เงินคืนแล้ว คดีอาญาก็ต้องดำเนินต่อไป อ้างว่า คดีบุกรุกป่า ไม่มีความผิดเลย แต่มีการไปขอออกหมายจับพระเทพญาณมหามุนี แท้จริง กรณีดังกล่าว ศาลจังหวัดสีคิ้ว นครราชสีมา พิจารณาแล้ว เห็นควรอนุมัติหมายจับ การกล่าวหาเช่นนี้ หมิ่นเหม่ละเมิดอำนาจศาลมาก อันที่จริง ถ้ามั่นใจในพยานหลักฐาน ก็สามารถต่อสู้ได้อย่างง่ายดาย ในชั้นศาลยุติธรรม ไม่ต้องระดมมวลชน เปลืองกำลังเจ้าหน้าที่ เข้ามามอบตัวคนเดียว เหมือนคนอื่นๆ ในสังคม ก็จบแล้ว อ้างว่า กสทช. ปิดสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม DMC ทั้งที่เนื้อหา มีแต่การสวดมนต์ นั่งสมาธิ สอนธรรมะ แท้จริง ถ้ามีแต่กิจกรรมเหล่านั้นอย่างเดียว คงไม่มีใครปิดได้ แต่จริงๆ คือ มีการนำเสนอข้อมูล ให้ร้ายโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐ ทำให้เข้าใจผิด ต่อการบังคับใช้กฎหมาย ระดมคน อ้างว่ามาร่วมกิจกรรมทำบุญ แต่พฤติการณ์จริงที่ผ่านมา มีการตั้งแถว จอดรถกีดขวางบนถนน ขัดขวางการจับกุม ล่าสุด ถึงขนาดเอาตู้คอนเทนเนอร์ มากั้นประตูวัด นี่หรือที่อ้างว่า มาปฏิบัติธรรม? อ้างว่า การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ จะทำให้มีผู้บาดเจ็บล้มตาย จำนวนมาก จะกลายเป็นข่าวอื้อฉาว สร้างความเสียหาย ต่อภาพลักษณ์ประเทศชาติ ในสายตาชาวโลกอย่างยิ่ง และจะเป็นบาดแผลความขัดแย้ง อย่างลึกซึ้ง ระหว่างสถาบันชาติ กับสถาบันพระพุทธศาสนา อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในประวัติศาสตร์ชาติไทย ความจริง การเข้าตรวจค้น จับกุมพระธัมมชโยจะไม่มีปัญหาอะไรเลย ถ้าไม่มีการขัดขวางเจ้าหน้าที่ เพราะเจ้าหน้าที่ มีหมายจับของศาล และจะมีหมายค้นจากศาลไปด้วย ถ้านั่งปฏิบัติธรรมกัน ในห้องสวดมนต์จริงๆ ไม่มาขัดขวางเจ้าหน้าที่ แล้วมันจะเกิดความสูญเสียได้อย่างไร? ยิ่งกว่านั้น ในกรณีนี้ เจ้าหน้าที่ไม่มีแรงจูงใจอะไรเลย ที่จะทำร้ายใคร เพราะจะไปจับคนคนเดียว ตรงกันข้าม ถ้าเกิดความสูญเสีย เกิดการยิงคนตายในวัด คนที่จะได้ประโยชน์คือใคร? คือคนที่กำลังหลบหนี หมายจับของศาลอาญา ใช่หรือไม่? เจ้าของสถานที่นั่นเอง จะต้องรับผิดชอบ ไม่ยอมจัดการ ให้ผู้ต้องหาตามหมายจับ ออกมามอบตัว ตามกฎหมายบ้านเมือง และที่สำคัญ พยายามจะบิดเบือนว่า เป็นความขัดแย้ง ระหว่างสถาบันชาติกับสถาบันพระศาสนา ทั้งๆ ที่ ไม่เกี่ยวอะไรกับพระสงฆ์รูปอื่นๆ วัดอื่นๆ เลย เป็นเรื่องการหลบหนีหมายจับศาล ของพระธัมมชโยคนเดียว พระสงฆ์ผู้ปฏิบัติปฏิบัติชอบ ทั่วประเทศ ไม่มีอะไรต้องเดือดร้อน ไปกับการจับกุมพระธัมมชโย พระธัมมชโย ไม่ใช่ศาสดาของพระพุทธศาสนา ถ้าสึกพรุ่งนี้ หรือต่อให้จากไปเสียพรุ่งนี้ พระพุทธศาสนา ก็ยังอยู่ต่อไปได้

3. นายพนม ศรศิลป์ ผู้อำนวยการ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) หลังเข้าเจรจาหลายรอบ เปิดเผย ผลการหารือ สรุปว่า ศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ขอหลักประกัน ในการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ทาง พศ.จึงระบุชัดว่า ข้อเสนอนั้น ไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ พศ. เป็นเรื่องของการดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งทางวัดพระธรรมกาย สามารถใช้สิทธิต่อสู้คดี ตามกฎหมาย “เพื่อความสงบเรียบร้อยของศาสนจักร และอาณาจักร ขอให้พระเดชพระคุณ พระเทพญาณมหามุนี ใช้สิทธิต่อสู้คดี ตามกฎหมาย จะเกิดประโยชน์สูงสุด ต่อประเทศชาติ และพระพุทธศาสนา” นี่ขนาด พศ. ที่เคยมีท่าทีอุ้มพระธัมมชโย และวัดพระธรรมกาย มาโดยตลอด ยามนี้ ยังระบุว่า ให้ตัวธัมมชโย ต่อสู้คดีตามกฎหมายเถิด 4. น่าสงสัยว่า ทำไมนายองอาจ ถึงออกหน้าถึงขนาดนี้ ? เพราะศรัทธาอย่างเดียว? หรือมีผลประโยชน์ส่วนตัวอันใด ร่วมอยู่กับเครือข่ายธรรมกาย และนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ผู้ต้องหา และผู้ต้องโทษ ในคดีที่ศาลตัดสินแล้วว่า โกงสหกรณ์คลองจั่น? นายศุภชัย เคยเป็นไวยาวัจกรวัดพระธรรมกาย ที่ธัมมชโยแต่งตั้ง นายองอาจ ไม่รู้จักนายศุภชัยเลยหรือ? เวลาแถลงข่าว ไม่เคยกล่าวถึงความสัมพันธ์เหล่านี้เลย จากการตรวจสอบ ทราบว่า นายองอาจ ธรรมนิทา เคยทำงานในเครือข่ายของบริษัท สหประกันชีวิต จำกัด ที่มีนายศุภชัย ศรีศุภอักษร เคยเป็นประธานกรรมการ อย่าลืมว่า บริษัท สหประกันชีวิต จำกัด เป็นหนึ่งในองค์กร 19 แห่ง ที่ DSI ตรวจสอบ พบว่า นายศุภชัย จ่ายเช็คจำนวน 78 ฉบับ โดยไม่มีมูลหนี้ อาจเข้าข่ายฟอกเงิน ความเสียหายรวม 2,296 ล้านบาท ปัจจุบัน อยู่ระหว่างการสอบสวน นายองอาจ เกี่ยวข้องอะไรกับนายศุภชัย ศรีศุภอักษร? ปรากฏว่า เคยถูกเรียกใช้ ให้ไปดำเนินรายการ ที่มีนายศุภชัยไปพูดหลายครั้ง นายองอาจ เกี่ยวข้องอะไรกับ บริษัท สหประกันชีวิต จำกัด? เคยเป็นพนักงานระดับไหน? ช่วงไหน? รายงานการประชุมข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และพนักงานราชการ ครั้งที่ 6 /2555 วันที่ 12 มีนาคม 2555 เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุมปทุมทอง สำนักงานสหกรณ์จังหวัดปทุมธานี สะท้อนถึงบทบาทของนายองอาจ ว่าเกี่ยวข้องกับบริษัทสหประกันชีวิต ระบุว่า “4.2.2 การเข้าร่วมกิจกรรมโครงการ “สหประกันชีวิตพบผู้นำสหกรณ์”... ... บริษัทต้องการตัวแทนจำหน่าย เป็นจำนวนมาก ซึ่งสหกรณ์สามารถเป็นศูนย์ ขยายธุรกิจในการประกันได้ จึงมีความเห็นว่า สหกรณ์ในพื้นที่ 1-3 น่าจะมีศูนย์การขยายธุรกิจการประกัน หากมีสหกรณ์ใดสนใจ สามารถติดต่อได้ ที่ศูนย์ประสานงานโครงการ ฝ่ายการตลาดประกันชีวิต คุณณัฐพลัฏฐ อนุรักษ์ เจ้าหน้าที่ประสานงาน สหกรณ์ประจำพื้นที่ โทร... คุณองอาจ ธรรมนิทา ผู้จัดการฝ่ายตลาดประกันชีวิต โทร 081-8754...” (จริงๆ มีเบอร์โทรครบ) นายองอาจ ตอบด้วย ในฐานะที่กำลังเคลื่อนไหว เกี่ยวกับคดีที่มีนายศุภชัย ร่วมเป็นจำเลยอยู่ในวันนี้... ตกลงว่า เป็น หรือเคยเป็นลูกน้องของนายศุภชัย จำเลย ผู้ต้องหา และผู้ต้องขังคดีโกงสหกรณ์ ด้วยหรือไม่? _สารส้ม

พ่อครูว่า นักข่าวพวกนี้ เขามีข้อมูลหลักฐานดีเยอะด้วย เราไม่มีปัญญาหาข้อมูลอย่างเขา ขอยกย่องชมเชย อ้างอิงข้อมูลดี ทำให้คนอ่าน ได้รับความรู้ความเข้าใจ ของทีมข่าวการเมือง ผ่าประเด็นร้อน หัวข้อว่า สำนักจานบิน บังอาจดึงฟ้าต่ำ ตะแบงชวนเชื่อ อุ้มธัมมชโย ? หลายคนที่ฟังคำแถลง ของนายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกกระบอกเสียงโฆษณาชวนเชื่อ ของสำนักจานบินแล้ว อยากจะอาเจียน และสะท้อนให้เห็นถึงภาวะอาการจนตรอก ของธัมมชโย และสำนักจานบิน ที่ถึงกับส่อพฤติการณ์ บังอาจดึงฟ้าลงต่ำ และทำให้ระคายเบื้องพระยุคลบาท ด้วยการล่าชื่อสาวก สำนักจานบิน ยื่นถวายฎีกา เพื่อช่วยธัมมชโย ที่เป็นผู้ต้องหาหนีหมายจับ เรื่องถวายฎีกานั้น ลองมาฟังความเห็นของ นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษา หัวหน้าคณะในศาลฎีกา ที่ชี้ชัดว่า การขอพระราชทานอภัยโทษ มีบัญญัติไว้ ในประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 259 ว่า “ผู้ต้องคำพิพากษา ให้รับโทษอย่างใดๆ หรือผู้ที่มีประโยชน์เกี่ยวข้อง เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว ถ้าจะทูลเกล้าฯ ถวายเรื่องราว ต่อพระมหากษัตริย์ ขอรับพระราชทานอภัยโทษได้นั้น ผู้ที่ขอรับพระราชทานอภัยโทษ ต้องถูกฟ้องคดีต่อศาล และศาลมีคำพิพากษา ถึงที่สุด ให้ลงโทษแล้ว” แต่ในกรณีของ ธัมมชโย ยังไม่ได้ถูกฟ้องคดีต่อศาล และศาลยังไม่ได้มีคำพิพากษา ถึงที่สุดให้ลงโทษ เมื่อศาลยังไม่ได้ลงโทษ จึงไม่มีโทษที่จะขอรับพระราชทานอภัยโทษ ตามบทบัญญัติของ มาตรา 259 ได้ อีกทั้งการยื่นฎีกาดังกล่าว ธัมมชโย ก็ไม่ได้ยื่นด้วยตัวเอง และกลุ่มบุคคลที่ยื่น ก็ไม่ใช่ผู้ที่มีประโยชน์เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นเครือญาติใกล้ชิดคือ บิดา มารดา คู่สมรสหรือบุตรของ ธัมมชโย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่มีกฎหมายฉบับใด บัญญัติให้ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดกฎหมาย หรือผู้ที่มีประโยชน์เกี่ยวข้อง ทูลเกล้าฯ ถวายเรื่องราวต่อพระมหากษัตริย์ ขอรับพระราชทานอภัยโทษ เพื่อไม่ให้เจ้าพนักงานของรัฐ ดำเนินคดีแก่ผู้ถูกกล่าวหา ว่ากระทำผิดกฎหมายได้ การถวายฎีกาดังกล่าว จึงไม่มีบทบัญญัติของกฎหมาย รองรับให้กระทำได้ มาทางด้านคำแถลงของโฆษก สำนักจานบิน ที่ส่อพฤติการณ์เหิมเกริม เชิงข่มขู่ กดดันอำนาจรัฐ ขณะเดียวกัน สำนักจานบิน ก็ส่อแอบอ้าง ดึงฟ้าลงต่ำ โดยแถลงการณ์สำนักจานบิน กล่าวถึงการถวายฎีกา มีสาระสำคัญสรุปได้ว่า “เรื่อง การกราบบังคมทูลฯ ถวายฎีการ้องทุกข์ ขอพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม ระงับเหตุรุนแรง อันจะบังเกิดขึ้นได้ ระหว่างสถาบันชาติ กับสถาบันพระพุทธศาสนา DSI และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปทส.โดยการนำของ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ทำให้คณะศิษย์วัด มีความรู้สึกว่า พระธัมมชโย และวัดพระธรรมกายถูกกลั่นแกล้งดำเนินคดี สร้างความรู้สึก ทุกข์ร้อนคับแค้นใจ อย่างแสนสาหัส การที่จะมีการใช้กำลัง บุกจับพระธัมมชโย ถือเป็นการเตรียมการใช้ความรุนแรง ซึ่งอาจส่งผล ให้มีผู้บาดเจ็บ ล้มตายจำนวนมาก และอาจส่งผลกระทบ เป็นความขัดแย้ง อย่างรุนแรงที่สุด ในประวัติศาสตร์ ระหว่างสถาบันชาติ กับสถาบันพระพุทธศาสนา อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในช่วงเวลานี้ ศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ได้ร่วมใจกันจัดพิธีบำเพ็ญกุศล เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นประจำทุกวัน และเป็นโอกาสมหามงคล ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ได้เสด็จขึ้นทรงราชย์ เป็นมิ่งขวัญของ ประชาชนชาวไทย ซึ่งในช่วงนี้ เป็นช่วงที่คนไทย ควรสมานฉันท์ เป็นหนึ่งเดียวกัน ไม่ควรมีเหตุการณ์รุนแรงใดๆ พ่อครูแทรกว่า เขามีความเห็นว่า ขณะนี้คนไทย กำลังแสดงความอาลัย ต่อรัชกาลที่ 9 และอยู่ในช่วงต้นรัชกาลที่ 10 ไม่ควรจะให้มีเหตุการณ์รุนแรง เขาก็ว่าให้เจ้าหน้าที่ หยุดทำหน้าที่ เขาใหญ่จริงๆนะ ตกลงใครจะปู้ยี่ปู้ยำประเทศ อย่างใดก็ได้สิ บอกให้เจ้าหน้าที่ ไม่ต้องทำอะไร คือพูดเอาแต่ได้จริงๆ ความเห็นแก่ตัว จัดจ้าน มากที่สุดจริงๆพวกนี้ เวลานี้ เหลือที่พึ่งสุดท้ายหนึ่งเดียว ที่พึ่งได้คือ สถาบันพระมหากษัตริย์ จึงจำเป็นต้องขอพระบรมราชานุญาต กราบบังคมทูล ถวายฎีการ้องทุกข์ ต่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ์ บดินทรเทพยวรางกูร อันเปรียบประดุจพระบิดา ของประชาชนชาวไทยทั้งชาติ เพื่อขอพึ่งพระบารมี ให้ยุติการดำเนินคดีที่มิชอบ ดังกล่าวข้างต้น และมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ ใช้ความรุนแรงทำร้าย ทำให้เกิดการบาดเจ็บล้มตาย ต่อประชาชน ผู้เป็นพสกนิกรของพระองค์ ซึ่งส่วนใหญ่ เป็นผู้หญิงและคนชรา” นั่นคือสาระสำคัญโดยสรุป ในแถลงการณ์ของ สำนักจานบิน ขณะที่โฆษกกระบอกเสียง โฆณาชวนเชื่อ สำนักจานบินอธิบายเสริม สรุปบางตอนได้ว่า “คณะศิษยานุศิษย์ รู้สึกทุกข์ร้อนกังวลว่า กลายเป็นเรื่องบาดหมางรุนแรง ระหว่างสถาบันชาติ กับสถาบันศาสนา คณะศิษยานุศิษย์ คณะสงฆ์และชาวพุทธทั่วโลก ได้จับตาดูสถานการณ์ อย่างใกล้ชิด องค์กรพุทธนานาชาติ จำนวนมาก ได้ทำหนังสือทักท้วงไปยัง ฯพณฯนายกรัฐมนตรี ขอให้ระงับยับยั้ง การใช้ความรุนแรงต่อพระสงฆ์ ชาวพุทธ และวัดในพระพุทธศาสนา “ จากแถลงการณ์ของสำนักจานบิน และคำแถลงของโฆษก ของสำนักจานบิน สรุปได้ว่า เป็นการโฆษณาชวนเชื่อตะแบง ใช้สารพัดข้ออ้าง เพื่อช่วย ธัมมชโย ให้รอดหมายจับ และบังอาจแม้แต่การอ้าง อันส่อเป็นเท็จ ขึ้นกราบทูลเบื้องสูง โดยพยายามอ้างว่า ปัญหาของ ธัมมชโย ที่เกิดขึ้นทั้งหมด เป็นเรื่องการกลั่นแกล้ง ทั้งๆที่การออกหมายจับ ต้องขออำนาจจากศาล และที่อ้างว่า การจับ ธัมมชโย จะนำไปสู่ความรุนแรง ระหว่างสถาบันชาติ และสถาบันพระพุทธศาสนา ทั้งๆ ที่ความจริง การออกหมายจับ ธัมมชโย 3 หมายจับครั้งนี้ เพราะ ธัมมชโย ทำผิดกฎหมายใน 3 ข้อหาคือ ฟอกเงินและรับของโจร คดีโกงเงิน สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ครอบครองและรุกป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อตั้งเป็นสาขาสำนักจานบิน ที่เขาใหญ่ จ.นคราชสีมา และที่จ.เลย หลายร้อยไร่ อย่างผิดกฎหมาย ซึ่งก่อนหน้านี้ฝ่ายเจ้าหน้าที่ พยายามเจรจาผ่อนปรน ให้มอบตัวแต่โดยดี มานานหลายเดือน แต่ ธัมมชโย ถือดีในอิทธิพลของสำนักจานบิน ทำตัวดุจรัฐอิสระ อยู่เหนือกฎหมาย ดื้อแพ่ง ไม่ยอมมอบตัว พิสูจน์ตัวเอง ตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนที่อ้างว่า การปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ด้วยการบุกจับ “ธัมมชโย” จะทำให้ มีการบาดเจ็บล้มตาย จำนวนมากนั้น ปัญหาอยู่ที่ ธัมมชโย และสำนักจานบิน ไม่ใช่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ ซึ่งต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และฝ่ายเจ้าหน้าที่ ย้ำมาตลอด ว่าไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรง และเรียกร้องให้ ธัมมชโย มอบตัว เพื่อพิสูจน์ตัวเอง ตามกระบวนการยุติธรรม ปัญหาจะได้คลี่คลาย ดังนั้นสถานการณ์ความตึงเครียดที่เกิดขึ้น หากจะเกิดการบาดเจ็บล้มตายล้วนเกิดจากธัมมชโย และแกนนำสำนักจานบินไม่กี่คน ที่เห็นแก่ตัว ส่อเจตนาปลุกระดมสาวกจานบิน ให้ออกมาขัดขวางเจ้าหน้าที่ เพื่อปกป้องธัมมชโย และที่หลายคนสงสัยก็คือ ไม่แต่สาวกจานบิน ที่ถูกระดมหรือหลอก ให้มาเป็นโล่มนุษย์ แต่อาจจะมีกองกำลังลึกลับ ที่แฝงตัว พร้อมที่จะปะทะ กับฝ่ายเจ้าหน้าที่ หวังปกป้องธัมมชโย อย่างถึงที่สุด ทีมข่าวการเมือง

พ่อครูว่า สรุปแล้ว ดื้อด้านดึงดันได้ ดึงดันดี อาตมาเกิดมาอายุ ย่างเข้า 83 ปี พึ่งเคยเห็น สุดยอด ไม่ใช่ไปเอาสีข้างเข้าถูนะ แต่เอาหน้าด้านๆ เข้าถูซื่อๆเลย ศาลก็มีแจ้ง DSI ก็แจ้งข้อกล่าวหา เป็นหน้าที่ขององค์กรต่างๆ จะผิดหรือไม่ผิดคุณก็มารับสิ แต่นี่ไม่เลย คนๆนี้เป็นคนไทยหรือเปล่า หรือเป็นเทวดา คนอื่นเขาก็เห็น แต่พูดไม่ออก แต่อาตมาพยายามพูด จะเห็นได้ว่า เมืองไทยเกิดการบริหาร เกิดการปกครองประเทศ กันมาถึงวันนี้แล้ว เราอยู่ภายใต้กฎหมาย ของประเทศ ตอนนี้ กฎหมายของประเทศ มันไม่ใช่ไม่มีน้ำยา มันไม่มีน้ำกรด ไม่มีน้ำซีอิ๊ว ไม่มีรสมีฤทธิ์อะไรเลย น้ำยาคือน้ำที่จะไปรักษาโรค แต่นี่ไม่มีน้ำอะไรเลย เหมือนน้ำรดหัวตอ รดมันก็เฉย อาตมาขอกล่าวโทษ เพราะว่าบ้านเมือง บริหารปกครอง อย่างใช้กฎหมายไม่ได้มีประสิทธิภาพเลย อ่อนปวกเปียก อ่อนแอมาก ให้คนๆหนึ่ง แล้วก็สร้างมวลประชาชน เป็นกำแพง เข้าข่ายผีบุญ เพราะเขาครอบงำประชาชน เป็นอั้งยี่ ให้มวลประชาชน ต้านกฏหมายของประเทศได้ เข้าข่ายผีบุญ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว ผีบุญมีโทษ คือประหารชีวิต เป็นการกบฏ ต่อกฏหมายของประเทศ เป็นการใช้กฎหมู่ อยู่เหนือกฎหมาย ตอนนี้รัฐ จะใช้อำนาจกฏหมายไม่ออก เขาขู่ว่า อย่าให้เกิดความรุนแรงนะ อย่าให้ตกใจนะ

SMS วันที่ 12 ธันวาคม 2559 _ 0879769xxx สำนวนธัมมี่ พูดเสมอว่า ถอนเงินฝาก ปิดบัญชีมาสะสมบารมีรวยกันไปเลยนะจ๊ะ _0893867xxx จำศึกผ่านฟ้า ทีมวลมหาประชาชน ชุมนุมมือเปล่า! รัฐม๋าต๋าเผด็จศึก นักบวชกองทัพธรรม ญาติธรรม สตรีเด็กคนชรา ไหว้โล่ห์ปะหลกๆ ใช้คอมมูโด้หญิงชุดดำออกศึก ไร้รุนแรงได้! ทีจานบินไม่กล้า! คราวกากี อก3ศอกโยนน้อยหน่า ใส่คนถือศีล8 ทานมังสะวิรัติ แล้วเด้งกลับไปโดนเอง ทำไมกล้าทำได้ล่ะ? ญตธ.ยังยอมสงบกันได้ ยธ.ทำคดีทุจริตฟอกเงิน เกรงกระทบพิธีมงคล ก็เลื่อนไป ฤาออกหมายฯแล้วเกรงภาพลักษณ์ ก็ใช้กองร้อยญ.กองพันสตรี ที่อ่อนนอกแต่แข็งใน ก็เลี่ยงรุนแรงได้ดีกว่าใช้คอมฯชุดดำเสี่ยงรุนแรง! _0890015xxx พระจริงสละชีพรักษาธรรม พระปลอมยอมสละหมู่รักษาตน ใช้สัจธรรมได้ทุกประสบการณ์ชีวิต!สกก. ธัมมชโยคือหุ่นเชิดกลุ่มผลประโยชน์เหลือบผ้าเหลือง ทักษิณกับธัมมชโย ใครดีกว่า พ่อครู ตอบว่า ธัมมชโยชั่วกว่า เพราะดึงศาสนาต่ำ

_0890529xxx วันนี้ได้ฟังพระคุณเจ้า ท่านพรหมคุณาภรณ์ เมตตาข้อธรรมะไว้ว่า " ปัญญา " มีคุณค่ามีความสำคัญยิ่งกว่า " เงิน " สาธุ ! _0893867xxx อยู่ในความวุ่นวาย ก็ใช้ความสงบได้! อยู่ในความรุนแรง ก็ใช้ความอ่อนโยนได้! อยู่ในความยากจนขัดสน ก็ใช้ความประหยัดพอเพียงได้! อยู่กับโลกธรรมก็ _0893867xxx กราบขอบคุณพ่อครูกับธ.อวิชชาสวะ8 ตั้งแต่ไม่รู้ทุกเขอัญญานัง จนถึงไม่รู้อิทัปปัจจยตาปฏิจจสมุปปันเนสุธัมเมสุ อัญญานัง สาธุ!สกก.

ก็มาเข้าสู่เนื้อหาสาระธรรมะ ที่ได้บรรยายเอาไว้ โดยอาตมาได้จับธรรมะว่า เรื่องเกี่ยวกับธัมมชโย อาตมาพยายามวิจาณ์ ด้วยสำนวน และลีลาต่างๆ เพื่อให้คนฟัง เข้าถึงเนื้อหา แล้วคนก็เข้าใจว่า อาตมาพูดไม่ดี พูดแรง ที่ผ่านมา อาตมาได้ตอบ ความที่มีผู้เข้าใจเอาเองว่า อาตมา“ด่า”สมีไชยบูลย์ หรือ“หาว่า” อาตมาพูดไม่ดี พูดหยาบคาย พูดรุนแรง คือไม่ควรพูดอย่างนี้กับ “สมีไชยบูลย์” นั่นแหละ อาตมาก็พยายามไข“ความจริง” ให้รู้ชัดเจน ด้วยความพยายามจริงๆ ต่างหาก เพื่อ“สื่อ”ด้วยสำนวนภาษา ให้“ตรง”ต่อความจริง ที่สมีไชยบูลย์เป็น หรือประพฤติอยู่จริง ผู้อ่านหรือผู้ฟัง จึงจะ“รู้”ได้ชัดเจนแจ่มแจ้ง ลงไปถึง“ความจริง” ที่สมีไชยบูลย์เป็น หรือประพฤติอยู่จริงๆ อาตมาไม่ได้“ด่า”เขา ไม่ได้“หยาบคาย”ต่อเขา ไม่ได้“พูดในสิ่งที่ไม่ควร”ให้แก่เขาเลย แต่ทำอย่าง“รุนแรง”กับเขานั้นจริง “ใช่”!!! อาตมา“พูด”หรือใช้“โวหาร”จริง เพื่อสื่อความจริง “ในสิ่งที่ควรจะเตือนเขา”ให้แก่เขาได้รู้ตัว ถึงภัย ถึงความหายนะ มันเกิดอยู่กับตัวเขา รีบให้เขารู้ตัวเร็วๆ และเผื่อไปให้แก่ชาวพุทธ ทั้งหลายด้วย จะได้รู้แจ้งหยั่งลงไปถึง“ความจริง” ให้ชัดๆ ตามความจริงนั้น “ให้ถูก-ให้ถึงแก่นแท้ของความจริง” นั้นๆ เพราะนี่มัน“ชั่ว”นะ! นี่มัน“เลวร้ายบรรลัย”นะ! มันต้องรีบต้องแรง ต้องดัง เขาจะได้ตกใจ จะได้รู้ตัว เขาจะได้ตื่น เขาหลับไหลหลงมืดอยู่จริงๆ อย่างนี้ต่างหาก ที่อาตมาเจตนา ดังนั้นที่เห็นว่า การกระทำของอาตมา “รุนแรง”นั้น จึงจริงที่สุด เพราะอาตมา“รุน” ทั้ง“รุน”ทั้ง“แรง”ไง! จึงเห็นภาวะนี้“รุนแรง” “รุน”คือ ดุน ดัน ผลักออกไป ให้“แรง” จะได้มีประสิทธิภาพกระเทือน รู้สึกตัว หรือ ให้ถึงคนผู้ฟังอื่นๆด้วย ทั้งผู้ที่ประพฤติผิดนั้นด้วย จะได้ร่วมช่วยบอกเขาอีกแรงหนึ่ง จึงชัดเจนมั้ยว่า อาตมาเน้น ทั้ง“ท่าทาง” (นัจจะ) เน้นทั้ง“สุ้มเสียงสำเนียง” (คีตะ) เน้นทั้งการสรรหาคัดเลือก “ภาษามาสื่อให้ตรงกับความจริงของเขา” ที่สุด ที่เขาเป็น เขาทำ เขาประพฤติ”(วาทิตะ) จะได้รู้แจ้ง“ความจริง” ที่ชั่วที่เลวนั้น มันต่ำชั่วหนักหนาสาหัสนะ ใครเห็นว่าเป็น“ด่า”ก็ดี เป็น“หยาบ”ก็ดี ก็ขอยืนยันว่า ไม่ใช่เลย จริงๆมันตรง ตาม ความต่ำช้านั้นๆ ต่างหาก จึงแรง จึงน่ากลัว จึงเป็นภาวะที่ไม่น่าทำ แต่มันคือ “การสื่อสัจจะ” แท้ๆ ตรงๆ เพราะ“การด่า” หรือ“ความหยาบคาย” นั้น เป็น“กิริยา” ของคนที่แสดงออกมา ต้องมีกิเลสเป็น“เหตุ” จึงจะชื่อว่าด่าหรือหยาบ แต่อาตมาแสดงคำพูดภาษา หรือท่าทางออกมา โดยไม่มี“กิเลส” เป็น“เหตุ”บงการท่าทาง-คำพูด ที่แสดงออกมานี้เลย อาตมาแสดงด้วย“ความจริงใจ” และ “ความบริสุทธิ์ใจ สะอาดใจ” ที่ประกอบไปด้วย ความปรารถนาดี ไม่เพื่อจะได้ลาภ ได้ยศ ได้สรรเสริญ หรือได้บริวาร ได้คนมานิยมชมชอบ ได้ให้คนเห็นว่า อาตมาเป็นคนเก่ง เป็นผู้วิเศษ เป็นผู้มีอำนาจอย่างนั้นอย่างนี้ ขออภัยจริงๆ ที่ต้องพูดว่า อาตมาไม่ได้พูดด้วย“กิเลส”ใดๆ หรือด้วย“อคติ”ใดๆ อาตมาพูดด้วย“ใจบริสุทธิ์จากอกุศล”จริงๆ ใครจะเชื่ออาตมา จะเห็นเหมือนกับอาตมาหรือไม่ ก็ย่อมเป็นไปได้ อาตมาเห็นอย่างนี้ จริงใจอย่างนี้ ก็ขอพูดอย่างนี้เถิด เพราะฉะนั้น อาตมาก็“เห็นควร” ตามมหาปเทส ๔ เท่าที่ภูมิของอาตมา ว่า “ควร” อาตมาจึงทำตามภูมิของอาตมา ว่า ควรทำ ผู้เห็นว่า ไม่ควรทำ ก็ของใครของมัน อาตมาว่า นายไชยบูลย์ เขาไม่รู้ตัวเองเลยสักนิด สักน้อยว่าเขา“หลงผิด” (มิจฉาทิฏฐิ) เพราะเขาปักมั่น“ความฉลาดของตน” แต่เขาไม่มี“ปัญญารู้” ความโง่เขลา ที่เป็น“อวิชชา 8” “อวิชชา 8”นั้น ได้แก่... 1. ไม่รู้ทุกข์ (ทุกเข อัญญาณัง) 2. ไม่รู้เหตุให้เกิดทุกข์ (ทุกขสมุทัย อัญญาณัง) 3. ไม่รู้ความดับทุกข์ (ทุกขนิโรธ อัญญาณัง) 4. ไม่รู้ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์(ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา อัญญาณัง) 5. ไม่รู้ในส่วนอดีต (ปุพพันเต อัญญาณัง) 6. ไม่รู้ในส่วนอนาคต (อปรันเต อัญญาณัง) 7. ไม่รู้ทั้งในส่วนอดีตและทั้งในส่วนอนาคต (ปุพพันตาปรันเต อัญญาณัง) 8.ไม่รู้ใน“ปฏิจจสมุปบาท” ว่า สิ่งทั้งหลายอาศัยกันและกันเกิดขึ้น (อิทัปปัจจยตาปฏิจจสมุปปันเนสุ) นี่คือ “8 อวิชชา”(พตปฎ. เล่ม 34 ข้อ 712)

สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยสัจ4) ตอน ใจกลางหัวใจศาสนาพุทธคืออะไร? คนที่ศึกษา อริยสัจ 4 ถึงผล ก็จะรู้ถึงอดีต อนาคต เพราะเข้าใจ ปฏิจสมุปบาท เข้าใจสังขาร วิญญาณ นามร

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน