590505_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ บุญคือน้ำอาญาสิทธิ์ล้างกิเลส.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2559
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์339 KB
วันที่แก้ไข24 มกราคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

590505 พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ บุญคือน้ำอาญาสิทธิ์ล้างกิเลส

พ่อครูว่า...วันนี้วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม 2559 ที่บวรราชธานีอโศก วันนี้มีเด็กนร.มานั่งฟังด้วย ก็จะเล่าธรรมะอันลึกซึ้ง ซึ่ง เด็กก็ฟังไว้ได้ เพราะธรรมะของพระพุทธเจ้านั้น 1. คัมภีรา (ลึกซึ้ง) 2. ทุททัสสา (เห็นตามได้ยาก) 3. ทุรนุโพธา (บรรลุรู้ตามได้ยาก) 4. สันตา (สงบระงับอย่างสงบพิเศษ แม้จะวุ่นอยู่) หมายเอาตัวอกุศลจิต ตัวร้ายนี้เอาออกหรือกำจัด เอาออกแล้วก็ไม่เกิดความวุ่นวาย ไม่มีความทุกข์หมดทุกข์อาริยสัจ 5. ปณีตา (สุขุมประณีตไปตามลำดับ ไม่ข้ามขั้น) 6. อตักกาวจรา (คาดคะเนด้นเดามิได้) ไปคิดด้วยเหตุผลโดยไม่มีความจริงไม่ได้ 7. นิปุณา (ละเอียดลึกถึงขั้นนิพพาน) 8. ปัณฑิตเวทนียา (รู้แจ้งได้เฉพาะผู้เป็นบัณฑิต บรรลุแท้จริงเท่านั้น) (พตปฎ. เล่ม 9 ข้อ 34)

Sms 4พ.ค. 59 _0805925xxx เกิดเจอกันร่วมกันเพราะกุศลเคยทำร่วมกันมาจึงพบใช้วิบากชั่วดีร่วมกันมิใช่หรือ? จึงมีวาสนาเกื้อกูลกันตามเหตุปัจจัยแยกไปเป็นพ่อแม่พี่น้องผัวเมียเพื่อนซี้จริงป่ะ?ปลายฝน _0805925xxx เนื้อสัตว์ที่ขายมาปรุงอาหารคนเสพกินไม่ผิดเพราะไม่ได้ฆ่าเองแต่ผิดเพราะใจตะกละเคยเสพจนชินชางัย?ปลายฝน อาตมา ว่า… อย่าไปก่อวิบากเลย อย่าไปยุ่งเกี่ยวกับสัตว์ใดๆ เลย เขาอยู่ในภพภูมิต่ำมาก เป็นเดรัจฉาน เกิดมาเป็นคนแล้ว ก็อย่าไปต่อวิบากกับคนด้วยกันเลย ผู้มาปฏิบัติธรรมคือตัดวงจรที่จะรักจะชังกับใครต่อใคร ให้ลดลงๆ ไม่มีใครรักหรือชังไม่ผลักหรือดูด มีแต่คบกันด้วยช่วยเหลือกันไม่ยึดไม่ติดไม่ผูกพัน พระพุทธเจ้าตรัสในลังกาวตารสูตร ว่าเนื้อสัตว์ไม่ใช่อาหารที่คนควรกิน อุทิสมังสะคือ เนื้อสัตว์ที่คนเจาะจงฆ่ามันไม่ใช่ว่าเจาะจงฆ่าให้คนชื่อใดๆ กิน เขาเลี่ยงบาลี แต่เพรา

อ่านต่อ

ะครบองค์ 5 ปานาติบาท จึงบาปแน่ คือ สัตว์นั้นมีชีวิต รู้ว่าสัตว์มีชีวิต เจตนาฆ่า ลงมือพยายามฆ่า สัตว์นั้นตายลง คือครบปานาติบาตแล้ว 1. ผู้นั้นกล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลายจงไปนำสัตว์ชื่อโน้นมา” (อุทิศ, อุททิสสะ คือ เจาะจงมุ่งหมายไปที่สัตว์ชื่อนั้น) 2. สัตว์นั้นเมื่อถูกเขาผูกคอนำมา ย่อมได้เสวยทุกข์โทมนัส 3. ผู้นั้นพูดอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลายจงไปฆ่าสัตว์นี้” 4. สัตว์นั้น เมื่อกำลังถูกเขาฆ่าย่อมเสวยทุกข์โทมนัส 5. ผู้นั้นยังตถาคตและสาวกตถาคต ให้ยินดีไปด้วยเนื้อ ย่อมประสพบาปมิใช่บุญเป็นอันมาก (ตถาคตํ วา ตถาคตสาวกํ วา อุทฺทิสฺส ปาณํ อารภติ โส อิเมหิ ปญฺจหิ ฐาเนหิ พหุง อปุญฺญํ ปสวตีติ) ชีวกสูตร ล.13 ข.60

_0893867xxx จำพ่อครูเคยกล่าวตัวตนอันเป็นรูปธรรมอันมีมหาภูตรูป4 กวลิงการาหารเช่น อัตตา,อัตตนียาฤาอัตตาหยาบคือโอฬาริกอัตตา! _0815371xxxทราบซึ้งในคำเทศนาของพ่อครูคอยวาสนาวิบากเยอะครับ _0893867xxx เรื่องอัตตวาทุปาทานพ่อครูเคยบอกคือผู้ยึดติดแค่ภาษาเพราะไม่มีสภาวะ ไม่รู้สภาวะ ต้องมีอัตตานุทิฎฐิ! ต้องตามรู้เห็นความเป็นอัตตาของตนในตนแล้วกำจัดให้ได้! อาตมา ว่า...อัตตานุทิฏฐิ หมายความว่าตามเห็นความเป็นอัตตา เห็นอัตตานั้นไม่เที่ยงสัมผัสเห็นเลย แต่อัตตวาทุปาทานเห็นว่าอัตตาไม่มีแล้วก็ไม่ต้องไปตามเห็นอัตตา

_0893867xxx กราบขอบคุณพ่อครูกับธรรมโอฬาริกอัตตา1ในอัตตา3มีมโนมยอัตตากับอรูปอัตตาด้วยสาธุ เช่นเรามีอาหาร เราก็สัมผัสด้วยทวาร 5 สัมผัสแล้วเกิดจิตชอบหรือชังในอาหารนั้น ส่วนเหล่านี้แหละคือเกิดอัตตาอัตตนียาในตัวเองทั้งสิ้น เป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ของธรรมะต่างๆ อาตมา ว่า…มันเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่จากสองเป็นสามเป็นสี่...ไปไม่รู้จบได้เลย เช่น มีคนรักกันสองคน ก็มีมือที่สาม มีมือที่สี่ ห้า หกไปเรื่อยๆ เป็นต้น เวทนาเป็นธรรมะสอง แม้แต่ธรรมะสองนี้ก็จะมีความต่างกันไม่ลงรอยกัน ทำให้สนิทสมานกันเป็นหนึ่งเดียวไม่ได้ ถ้าธรรมะสอง เวทนาในเวทนา เวทนาหนึ่งเป็นความรู้ความเห็นแท้ตามธรรมชาติ อีกอันหนึ่งเป็นอารมณ์อาการผี เทวดาเก๊ สุขเท็จ กับเวทนาที่รู้ว่านี่แดง เขียว อันนี้ เสียง กลิ่น รสเช่นนี้สัมผัสเย็นร้อนอ่อนแข็ง ตามจริง ใครสัมผัสก็เห็นรู้สึกเหมือนกันหมด แต่ความชอบหรือไม่ชอบก็แล้วแต่คน คือธรรมะสอง เอาธรรมะหนึ่งที่เป็นตัวขัดแย้งไม่สงบออกไปให้ได้ ให้เหลือธรรมะหนึ่ง รู้ความจริงตามความเป็นจริงเป็นเอกธรรม อันนี้คือพระอรหันต์ ธรรมะสาม สี่ ห้า หก เจ็ด ยิ่งหลายแง่มุม แต่ทำทีเดียวหมดไม่ได้ ต้องทำทีละคู่ ปริตตัง กาย เวทนา จิต ธรรม ทีละคู่ ที่รู้ว่าต่างกัน กิเลสอยากที่เนื่องจากรูปอันนี้ มันคล้ายกัน รูปอื่นที่เราไม่ได้ล้างกิเลสก็จะถูกทำความเข้าใจซ้อนไปด้วยว่าเราไปติดลักษณะเช่นนี้ จึงไม่จำเป็นต้องไปทำทุกอย่าง ทำไปแล้วจะลดละได้ ที่มันพ่วงกันโดยปริยาย ก็จะเข้าใจมีปฏิภาณ นัยเดียวกันทำอย่างนี้ได้ไม่ต้องไปติดยึดมันจะมีปฏิภาณปัญญาไปเลย

_0893867xxxขอบคุณบุญนิยมกับธรรมพ่อครูฯเรื่องอุตุ พีชะ จิต กรรม ธรรมะจากรูปกับนามในชีวิตที่ปฏิสัมพัทธ์กันตลอดกาล จรธ _0890499xxxหนูเรียนธรรมตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ยังโง่เลยค่ะ อามิตตพุทธ อาตมา ว่า… ก็เรียนต่อไปให้ฉลาด คนที่รู้ตัวว่าตนเองโง่คือคนฉลาด แต่คนที่นึกว่าตนเองฉลาดแต่ไม่รู้ความโง่ของตนเองคนนั้นแหละยอดโง่ นึกว่าตนฉลาด หลงตนว่าฉลาดคนนั้นล่ะยอดโง่ คำว่าฉลาด มาจากคำว่าฉฬายตนะ อาตมาไม่ได้โมเมนะ ภาษาไทยมาจากภาษาธรรมะของพระพุทธเจ้าเยอะ อย่างคำว่าฉลาด มาจากคำกร่อนจากฉฬายตนะที่รู้ในอายตนะทั้ง6 ยกตัวอย่างอาตมาใครเข้าไปห้องอาตมาจะเห็นอาตมา เปิดโทรทัศน์ 3 จอ มีจอคอมพ์อีก 1 จอ อาตมาก็ไม่วุ่น เพราะจัดระเบียบได้ ไม่ให้ทะเลาะกัน เหมือนธรรมะสี่หน่วย แต่ก็ไม่ได้ปวดหมองกับมัน มันก็เป็นของมันไปแต่ละช่อง เราจะรับรู้อะไรก็รู้อันไหนน่าสนใจควรเอาประโยชน์ก็เอา อันไหนไม่เอาประโยชน์ก็ไม่เอา อีกอันหนึ่ง พ่อครูช่วยกำชับ คนดำเนินรายการและผู้ร่วมรายการว่าชุมชนชาวอโศกไม่ใช่ที่ที่ทำประชาสงเคราะห์ใครจะมาอยู่ก็ได้นะครับ แต่ต้องมีศีลสามัญตา ทิฏฐิสามัญตา เดี๋ยวนี้มีคนเปิดยูทูป แล้วนึกว่ารับคนทุกคน เขาก็เลยหอบลูกมาอยู่ ….พ่อครูว่า อันนี้ก็ควรบอกไว้ ว่าคนไม่มีศีลธรรม หรือหอบภาระมาเท่านั้น เราก็ไม่รับ หรือยกตัวอย่างเป็นเอดส์มาเราก็ไม่รับ ไม่ใช่ว่า เป็นของสาธารณะไปหมด ไม่ใช่นะ ที่นี่เป็นรร.สร้างอาริยบุคคล เป็นสถานศึกษา ผู้มาเรียนเรียนฟรีอยู่ฟรี แต่ว่าใครจะมีวิบากเรื่องยุ่งยากก็หอบมาที่นี่ไม่ใช่ ที่นี่ไม่ใช่สถานสงเคราะห์ อาตมาไม่ได้สอนให้แบบสังคมสงเคราะห์ ผู้ที่มาอยู่นี้เป็นนักศึกษาหมด เป็นที่เรียนรู้ศึกษาฝึกฝน ทุกลมหายใจเข้าออก มีจม.ร้องเรียนว่าคนงานที่มาทำงานนี้ อู้งานกินค่าแรงเฉยๆ….อาตมาก็คิดว่าเรื่องนี้ต้องบอกกัน งานไหนที่ล้นมือเราเราก็ต้องจ้าง และ อีกประเด็นคือเราเราก็ช่วยเหลือคนที่อาศัยทำงานอาชีพช่าง เช่นบางที่ก็มาทำงานจ็อบๆไป แต่เราไม่มีคนงานประจำที่มีตำแหน่งให้เลยไม่ใช่ เราไม่ใช่หมู่บ้านร่ำรวย แต่เราเป็นหมู่บ้านคนจนแต่จำนนต้องจ้าง คนข้างนอกมาทำงานบ้าง เพราะหมู่บ้านนี้สมาชิกหมู่บ้านทำงานฟรี

_มีอีกอันที่ส่งมา อันนี้จะหนักหน่อย ทางข้างนอกเขาจะบอกว่าบุญคือเสบียงที่จะติดตัวไปทุกชาติ แต่นี่คือความคิดที่ผิดอย่างเอาหัวต่างตีน เหวลึกกับฟ้าสูงเลย บุญเป็นอาวุธชำระกิเลส สันตานังปุนาติ วิโสเทติ บุญไม่ได้แปลว่าของดี แปลว่า เครื่องชำระกิเลสจากจิตสันดานให้หมดจด ใครบอกว่าบุญเป็นสิ่งที่น่าได้น่ามีอย่างยิ่ง ถ้าความคิดรวบยอดเขาเป็นเช่นนี้คือคนเอาบุญมาหลอกคน สำนักที่ขี้หลอกจึงบอกว่าให้ทำบุญใหญ่ๆ แต่ที่จริงบุญเป็นอาวุธพิเศษยิ่งใหญ่ใช้สำหรับตัดกิเลสเท่านั้น ไม่ใช่สิ่งที่น่าได้น่ามีน่าเป็นแล้วเอาไปกอดไว้อาวุธจะฆ่าคุณเองด้วย ต้องรู้จักใช้บุญฆ่ากิเลสให้เป็น เพราะใช้เสร็จแล้วทิ้ง เครื่องมือฆ่ากิเลสนี่น่ากลัว น่าที่ของบุญคือฆ่ากิเลสแล้วจากไปเอง ต้องเอามาใช้ในตอนมีกิเลส หากไม่เจอกิเลสก็อย่าใช้บุญ ไม่เช่นนั้นเป็นพิษเลย ถ้าไม่เจอกิเลสอย่าเอาบุญมาใช้ บุญคือปหาน 5 คือเครื่องมือชำระกิเลส เป็นของที่ไม่น่ามีไม่น่าได้น่าเป็นเป็นเครื่องล้างของเป็นพิษ เหมือนน้ำอาญาสิทธิ์ ล้างเสร็จบุญก็หายไป แต่ทุกวันนี้บุญเป็นความเข้าใจที่ผิดเพี้ยนไปมากแล้วอาตมาคงต้องพูดอีกนานเลยเรื่องบุญ ไม่เช่นนั้นศาสนาไม่ฟื้น คนที่ได้ส่วนบุญคือเสขบุคคล ถ้าอ่านในมหาจัตตารีสกสูตรจะชัดเจน ผู้ได้ส่วนบุญคือพระเสขบุคคล ชำระกิเลสได้เป็นส่วนๆ ไป แล้วยังเหลือสาสวะ ถ้าเป็นอนาสวะแล้วพระเสขบุคคลก็จบเป็นผู้ไม่มีบุญ บุญทำหน้าที่เต็มแล้วก็จบเลิกบุญ เป็นผู้ไม่ต้องทำบุญไม่ต้องใช้คำว่าบุญ จึงเรียกว่าผู้สิ้นบุญ ขยายความอีกว่า พระเสขบุคคลคือ ปรทัตตูชีวกเปรต คือมีกิเลสความอยากที่เป็นตัณหาเหลืออยู่ แต่เป็นผู้ที่รู้แล้วว่าเครื่องมือชำระกิเลสประกอบด้วยมิตรดีสหายดีสังคมสิ่งแวดล้อมดี ไม่ใช่เฉพาะตัวเอง ต้องอาศัยอื่นประกอบอย่างน้อยต้องมีครูบาอาจารย์บอกอุบายโกศลเพื่อชำระกิเลส ทำใจในใจอย่างไร มิตรดีคือพระพุทธเจ้าเป็นต้นหรือครูบาอาจารย์ต่างๆ ต้องพึ่งคนอื่น ทุกคนต้องมาเป็นเสขบุคคลต้องมารู้ความเป็นเปรตของตนต้องสร้างเครื่องมือฆ่าเปรตในตน ฆ่าได้ก็มีส่วนแห่งบุญเกิด ทำลายบาปหรือเปรตหรือกิเลสก็อันเดียวกัน บุญเป็นเครื่องมือกำจัดบาป เปรต กิเลส หรืออกุศลจิต ผู้สามารถรู้จักตัวกิเลส อกุศลจิต เปรต แล้วกำจัดเปรตได้จะได้บางส่วน ก็เรียกว่าเป็นส่วนแห่งบุญ เป็นผลแก่ขันธ์ อุปธิเวปักกา อย่างน้อยล้างกิเลสอุปาทานขันธ์ 5 ผู้ทำปหาน 5 ใช้เครื่องมือฆ่ากิเลสได้จริง ลดลงๆ จนกิเลสหมด เครื่องมือก็เลิกไม่ต้องใช้ จบกิจ หมดบุญสิ้นบุญ ปริกขีโณ ไม่ใช่ไปหลงบุญเป็นวิมานเอาไปกอดรัดไว้ อาตมานึกไปไกลถึงความรู้สึกของพระพุทธเจ้า ขออภัยนี้ไม่ใช่เดา แต่คิดว่าเป็นความเข้าใจที่ถูกต้องนึกถึงพระพุทธเจ้าที่มีความรู้สึกว่า ธรรมะของพระพุทธเจ้านี้ลึกซึ้ง ถ้าจะเอามาเปิดเผย จะสูญเปล่าไหมนะ จะช่วยคนได้ไหมหนอ ใครจะรู้เรื่อง พระพุทธเจ้าก็มีความรู้สึกเช่นนี้เรียกว่าปริวิตก พระพุทธเจ้าจึงต้องตรวจดูบุคคลในโลก ว่าจะพอสอนได้ไหม ท่านก็ตรวจแล้วว่าพอสอนได้ก็เลยเปิดเผยเครื่องมือให้คนก็เอาไปทำได้จนเป็นพระอรหันต์ ล่วงพ้นมาถึงสองพันหกร้อยกว่าปีอาตมาเป็นลูกพระพุทธเจ้ามาเกิดก็เห็นว่าบุญที่เป็นเครื่องมือชำระกิเลสนี่ ผู้สืบทอดเอาบุญมาปู้ยี่ปู้ยำเละ เครื่องมือฆ่ากิเลสกลายเป็นขนมหลอกเด็กไปหมดเลย ทั้งๆ ที่เป็นเครื่องมือที่เลวร้ายยิ่งกว่ามีดกว่าปืน อย่าเอาไปใส่มือเด็ก ทุกวันนี้คนก็เลยกลายเป็นเด็กไม่เดียงสาก็ได้ปืนมีดนี้ไปก็ฆ่าใครๆระเนระนาดเลย แทนที่เป็นเครื่องมือให้คนเจริญกลับทำให้คนเสื่อมต่ำตายเน่าไปเลย เป็นธรรมะที่ชัดเจนลึกซึ้งถูกต้องนะที่อาตมาอธิบาย แต่คนฟังไม่รู้เรื่องก็เห็นใจ ก็เข้าใจเขา เพราะว่าไปยึดมั่นถือมั่นเสียแล้วว่าเป็นเช่นนี้ๆ เพราะไปจมกับความหมายนั้นเสียแล้ว มันไม่มีปรโตโฆษะ ไม่รู้อันอื่นได้ เขาก็เข้าใจว่าเป็นอันนี้ ตีไม่แตก ว่าบุญคือเครื่องมือในการฆ่า เป็นพิษร้ายนะ ถ้าเจอพิษร้ายต้องเอาอันนี้มาใช้ ถ้าไม่เจอก็อย่าเอามาใช้ คนใช้เป็นเท่านั้นจะเอายาพิษนี้มาใช้ล้างพิษได้ เหมือนของอันตรายอย่าให้เด็กเอาไปเล่นนะ เป็นเครื่องมือสำคัญมาก อย่าให้คนไม่สามารถควบคุมเอาไปใช้ได้ มันเหมือนน้ำกรด ไอระเหยมันก็เป็นพิษแล้ว อย่าเอามาเล่น จบ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน