600129_คุณดินป่าและคุณต่อ สัมภาษณ์พ่อครู เรื่อง Bomb of love.docx
เนื้อหาในไฟล์
600129_คุณดินป่า(วงจีวัน) และ คุณต่อ(Phenomena) สัมภาษณ์พ่อครู เรื่อง Bomb of love ที่หน้าน้ำตก สันติอโศก
คุณ ดินป่าถาม…พ่อท่านช่วยอธิบายปรากฏการณ์ Bomb of love ที่เกี่ยวกับจดหมายรักของไอน์สไตน์ ที่เกี่ยวกับปรากฏการณ์หลังสวรรคต ของในหลวง ร.9
พ่อครูว่า...มาถามเรื่อง Bomb of love คำนี้จะเป็นคำที่ยิ่งใหญ่ต่อไปในอนาคตอีกมากเลย เรื่องความรัก อาตมาเป็นผู้ที่มาขยายถึงความรัก 10 มิติ ต้องไปตามอ่านหนังสือ ความรัก 10 มิติ ที่อาตมาเขียน ขยายตั้งแต่ความรักมิติที่ 1 ที่เห็นแก่ตัวมาก ที่ต่ำที่สุด จนถึง มิติที่ 10 เป็นความรักของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ต้องไปทำความเข้าใจว่ามีความหมายลึกซึ้งอย่างไร เป็นเรื่องจิตวิญญาณ จิตใจแท้ๆ ที่เกิดจริง แสดงออกจริง อย่างที่เหตุการณ์แสดงออกในเมืองไทย ที่ประชาชนคนไทยมอบความรักอันยิ่งใหญ่ ให้แก่ในหลวง ร.9 ไม่มีใครบังคับคนเหล่านั้น เขามีจิตใจเคารพนับถือ คนเหล่านั้นเขาบูชาอะไร เขาบูชาความยิ่งใหญ่ ที่เป็นสัจธรรมอันลึกซึ้งตามศาสนาพุทธ ตามพุทธพจน์ 7 คือ มี 7 คำที่เป็นภาษาบาลี อาจจะขยายวันนี้ได้ไม่ได้ลึก แต่ให้ตั้งหลักไปก่อน สาราณียะ คือระลึกถึงกัน ระลึกถึงคนอื่น ไม่ใช่ระลึกถึงตัวเอง ปิยกรณะ คือความรักที่ขยายไปสู่คนอื่น ขยายเป็นความรัก 10 มิติ ครุกรณะ คือเป็นความจริงใจ ที่รู้จักความเคารพคนที่ควรเคารพ คืออย่างไร ตามสมมุติ ตามวัยวุฒิ ตามคุณวุฒิ ต้องรู้จักจัดสรร ที่จะเค ารพได้ สังคหะ ตัวนี้คือให้อย่างเดียว เกื้อกูล ช่วยเหลือผู้อื่น เป็นการเอาออก เอาให้คนอื่นจริงๆ อวิวาทะ คือไม่ทะเลาะวิวาท ตรงๆเลย ตั้งแต่หยาบ กลาง ละเอียด ไม่มีทะเลาะ สามัคคียะ คือพร้อมเพรียงกันอยู่อย่างกลมกลืน กลมเกลียวสามัคคี ถ้ามีกิเลสก็กดข่ม ไม่มีกิเลสก็อยู่อย่างสบาย เอกีภาวะ เป็นห
อ่านต่อ
นึ่งเดียว เป็นปึกแผ่น ใครตีแตกยาก
เป็นสภาวะจริงของจิตวิญญาณ ที่ปฏิบัติธรรมตรงทาง อย่างสัมมาทิฏฐิของพระพุทธเจ้า จะได้คุณธรรม 7 ประการ รากฐานคุณธรรมของคนไทย เป็นรากที่ฝังในจิตวิญญาณคนไทย ไ่ม่ต้องไปบอกเขา เป็นการแสดงออกของจริง พระองค์ทรงงานอย่างเดียว คนไทยมีจิตวิญญาณรู้เอง เมื่อท่านทรงงานมา 70 ปี เป็น phenomena คนไทยทุกคนบอกว่า อันนี้ๆๆๆ ตูม Bomb ระเบิดความรักนี้ แสดงออกอย่างไม่เคยเกิดเลยในโลก คนมาแสดงออก สิบวัน ร้อยวัน สองร้อยวัน มีแต่คนมาให้ๆๆๆ มีแต่ให้ๆๆคนอื่น เป็นสัจจะสูงสุด ในฐานะที่ อาตมาไ ปสัมผัสจดหมายของไอน์สไตน์ เห็นว่าแกเขียนฝากลูกไว้ ตอนนั้นของในหลวง ร.9 ยังไม่เกิด มีแต่ของพระพุทธเจ้า ไอน์สไตน์เป็นโพธิสัตว์ ซึ่งอธิบายยาก เขาเป็นทางวั ตถุมาก แต่ไอน์สไตน์รู้ แกเขียนบอกลูกไว้ ว่าในอนาคตจะเกิด บอกว่าจะมี Bomb of love เกิดตามเหตุปัจจัย ให้ลูกเก็บจดหมายนี้ไว้ จนอาตมาสัมผัส เห็นว่าอันนี้ชัดเจนนี่ และพอดีกับเหตุการณ์ในหลวง อาตมาก็เจอในเว ลาไล่เรี่ยกัน นี่คือของจริงในคำพยากรณ์ไอน์สไตน์ และของจริงที่ในหลวงเกิด อาตมาเอามาบอก แต่สื่อสารมวลชนก็เงียบ ไม่ขานรับ จนเดี๋ยวนี้ค่อยๆเข้าใจขึ้นแล้ว คือการระเบิดของความรักอันยิ่งใหญ่ ที่มีรากฐาน 7 ข้อนี้ คือพลังงานจิตวิญญาณที่มีพลังงาน 7 ข้อนี้ มันจึงแสดงความจริงเป็น phenomena ..phenomenol ในหลวงรู้ทางรูปธรรม อาตมาทำนามธรรมที่เป็นโลกุตระ ในหลวงทำนี้มีโลกุตระ จึงยิ่งใหญ่ หากไม่มีโลกุตระ มีแต่โลกียะ ก็ไม่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ แต่ก็ต้องอธิบายต่อไป อาตมาเห็นของไอน์สไตน์ เห็นของในหลวง แล้วเกิดปรากฏการณ์จริง ซึ่งใครสร้าง บังคับ หรื อจ้างเอาไม่ได้ จึงเป็นสิ่งลึกซึ้ง ที่พูดนี้ยังพูดไม่ได้ละเอียดลึกซึ้ง
ต่อไปคนจะรับคุณ สมบัตินี้ แล้วเอาไปประพฤติให้เกิดจริง เป็นพฤติกรรมสังคม อาตมาคำนวณเวลาไว้ อาตมาจะมาทำงานได้สักช่วงหนึ่ง จะพยายามอยู่ให้ถึง 151 ปี จะอยู่ถึงเมื่อไหร่ก็แล้วแต่ แต่สิ่งนี้จะอยู่ไปถึง 500 ปี แล้วก็จะค่อยๆเสื่อม จนถึงอีก 2,500 ปี ก็จะสิ้นสุดยุคของศาสนาพุทธสมณะโคดม ไม่มีใครมาต่ออีก เพราะลิมิตของศาสนาพุทธนี้ มี 5,000 ปี ก็จะมีโพธิสัตว์รุ่นน้องอาตมาประคองไป จนถึง 5,000 ปี นี่คือเกิดจาก มโนบุพพังคมา ธัมมา มโนเสฏฐา มโนมยา
คุณดินป่าถาม…พ่อท่านพูดเรื่องพระโพธิสัตว์ จริงๆพระโพธิสัตว์เป็นยังไง
พ่อครูว่า... อาตมามาประกาศโพธิสัตว์ในดงเถรวาท หาว่าโพธิสัตว์ เป็นสามัญปุถุชน โพธิสัตว์คือผู้บรรลุธรรมของพระพุทธเจ้ามาก่อน แล้วมาช่วยรื้อขนสัตว์ โสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ ก็มาเพิ่มภูมิ สอนคนได้เก่งขึ้น เป็น อนุโพธิสัตว์ มาเป็น อนิยตโพธิสัตว์ นิยตโพธิสัตว์ มหาโพธิสัตว์ ปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้า
ปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้า มีภูมิเท่ากับพระพุทธเจ้า แต่ไม่ได้ประกาศศาสนาพุทธ เพราะว่า 1.ตัวเองไม่เอา ไม่สมัครใจจะประกาศศาสนา ท่านได้เท่านี้เท่ากัน ก็จบเลิก ก็ปรินิพพาน 2.อนันตริยกรรม เป็นต้น อาตมาขอพยากรณ์ต่อ ธัมมชโยนี้ อนันตริยกรรม เพราะวิบากที่ทำมีมากเหลือเกิน อีกอันก็เป็นผู้หญิง ก็ไม่มีสิทธิ์เป็นพระพุทธเจ้า ธัมมชโยนี้ก็ตอนนี้ ยังไม่หยุดทำบาปอยู่เลย ต่อไปแม้แต่จะเป็นปัจเจกพระพุทธเจ้า ก็จะยังเป็นไม่ได้ นี่คือรายละเอียด
สิ่งจริงอันนี้เกิดขึ้นในโลก ตอนนี้เข้าปลายกลียุคแล้ว ไม่มีสิ่งอื่นสูงกว่านี้อีกแล้ว ขออภัย อาตมาประกาศ ใครเป็นโพธิสัตว์ผู้พี่ ที่จะมาช่วยทำงานช่วยประชาชน ก็ยังไม่มี แต่อาตมาไปเรียกร้องไม่ได้ สัจจะมันต้องเป็นตามเหตุปัจจัย จึงเป็นสิ่งจริง ที่เกิดจริง เป็นจริง ผู้ที่อยากรู้ อยากแสวงหา ก็ติดตามเอา
ประชาชนทั่วไปมีสิทธิ์ทุกคน พากเพียรเอาเถิด ถ้าไม่มี DNA ก็ไม่ได้เข้ามา พลโลกมาเจ็ดพันล้าน อย่างไรก็ไม่ได้มาก
คุณดินป่าว่า…ระเบิดนี้ระเบิดไปแล้ว พ่อครูว่า...เมื่อไหร่จะซา เราอัดเสียงจาก มกราคม ดูสิว่า ถึง เมษายน จะซาหรือยัง วันนี้ 29 มกราคม
อาเบญถาม…เหตุการณ์นี้จะทำให้จิตวิญญาณคนในชาติ พัฒนาขึ้นไปไหม พ่อครูว่า…ใช่ คนเหล่านี้จะเสียสละ แม้แต่ชีวิตก็เสียสละได้ ตายแล้วก็มาเกิดใหม่อีกได้ ตายแล้วเกิดมา ดีกว่าเก่าอีก หล่อกว่าเก่า ดีกว่าเก่า รวยกว่าเก่า คนที่ชัดเจนจะไม่สงสัย ไม่ ignore ด้วย
คุณต่อถาม...ในหน้าที่ของมนุษย์ที่ควรจะเป็น มีอะไรบ้าง พ่อครูตอบ...ต้องมีปัญญา รู้ว่าหน้าที่คืออะไร สิทธิคืออะไร รู้จักสิทธิ สิทธิตั้งแต่คนยังไม่ค่อยรู้จักสิทธิของมนุษย์ ตั้งแต่ชาวเผ่าไม่รู้เรื่อง สิทธิมนุษยชน แกเป็นทาสอย่างเดียว หัวหน้าเผ่าคือหมอผีชั้นหนึ่ง ลึกลับ จนพวกนี้มีปัญญา มีเหตุผลขึ้นมา จนถึงยุคมีปัญญาชัดเจน มีอิสรเสรีภาพ ถือดีของตัวเองเสียเวลาไป หลงภูมิตนเองไปเสียเวลา แล้วก็จะรู้ว่า ต้องมีหมู่คณะ มีปัญญาชนด้วยกัน ถึงรู้ค่าเฉลี่ยของหมู่ที่ดีเป็นหลัก พอเข้าใจอันนี้ถึงได้อยู่กับหมู่กลุ่ม สร้างหมู่กลุ่ม ถึงเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ ต่ำ กลาง สูง อาศัยความจริง ไม่ใช่ ความรู้ส่วนบุคคล เอาความรู้ส่วนบุคคลมา หา ครน. หรม. ตามลำดับ ถ้าได้ทศนิยมมากที่สุด ก็หารร่วมมาก
คุณดินป่าว่า…E=mc2.. ทำไมพ่อท่านเติม A พ่อครูตอบ...A คือ abstract เป็นนามธรรม ความเร็วของแสง มันสู้ความเร็วของจิตไม่ได้ นีล อาร์มสรอง จิตของนีล เดินทางสู่โลกพระจันทร์ ได้เร็วกว่าแสงอีก แต่ต้องเคยไปจริง แล้วต้องรู้องค์รวม นีล เคยไปดวงจันทร์ ก็ไปได้เร็ว ถามว่า ไปยืนอยู่ตรงนั้นอย่างไร จิตแกก็ไปเร็วทันที เพราะแกเคยไปจริง ตำแหน่งพิกัดตรงนั้น ที่แกเคยยืน จิตแกก็วิ่งไปเร็วกว่าแสง ก็แล้วแต่บารมีของคน แต่มันเร็วกว่าแสงแน่นอน ที่ยกตัวอย่าง ไปถามนีล อาร์มสตรองดู แต่ถ้าคุณไม่เคยพบ ไม่เคยเห็น อย่างพพจ.กับใครที่ไม่เคยพบกันเลย แม้ระลึกชาติเก่งเท่าพระพุทธเจ้า ระลึกอย่างไรก็ไม่ได้ แต่ถ้าเคยพบมาแล้ว อย่างพระพุทธเจ้า ระลึกชาติได้มากที่สุด ได้หมดเลย ก็ระลึกได้ นอกจากโกหก คนซับซ้อน อย่างธัมมชโย มีวิบากมาก โกหก ทั้งๆที่รู้ว่าโกหก ซวยอยู่ตรงนั้นเลย โกหกแล้วได้ ลาภ ยศ สรรเสริญ ก็ซวยหนัก
คุณดินป่าว่า…การที่จิตเคลื่อนที่ ที่พ่อท่านพูดถึงนี้คือสัญญา พ่อครูว่า...สัญญา ก็ทำสัญญาณให้เกิด เป็นคุณภาพของจิต มีกิเลสหรือไม่สัญญาก็ทำสัญญาณได้ ถ้าไม่มีตัวต้านก็เร็ว คล่องกว่า สัญญาณคือ dynamic สัญญาคือ static มันเสื่อมได้ แต่ฟื้นได้ ถ้ามีแล้ว เคยมีแล้ว ฟื้นได้ แต่ถ้าไม่เคยมี ฟื้นไม่ได้ ต้องเรียนรู้เอา จึงมี ถ้าเรียนรู้ไม่ถึงขั้น ก็ไม่มี แต่เรียนรู้ได้ ถ้าสะสมสัญญาไม่ดีก็มารบกวน ต้องเลือกออก และต้องได้จากคนอื่นที่เป็นโลกุตระ ต้องได้จากคนอื่น จากผู้ที่จริง ที่สูงกว่าเสมอ ปัจจัตตัง คือ ต้องได้รับมาก่อนเป็นสัญญา แล้วจึงเป็นของจริง หากนึกเอาก็ไม่ได้ พูดปัจจัตตังก็พูดไป ต้องเอาตัวที่ยืนยัน มีคนรับรอง สองคนขึ้นไป ถ้ามากคนก็ยิ่งดี สมมติสัจจะ เป็นสิ่งยืนยันกันได้ต้งแต่สองคนขึ้นไงป แต่ปรมัตถสัจจะ ก็จริงหรือไม่จริง ก็ต้องมีคนรับรอง และต้องเป็นปัจจุบัน อดีตไม่เอา ปัจจุบันไม่เอา แล้วต้องแสดงออกร่วมกัน ไปอ้างอิงอนาคตไม่ได้ อดีตไม่ได้ สัจจะจริงๆต้องตรงกันหนึ่งเดียว แม้สองคนขึ้นไป ก็ตรงกันหนึ่งเดียว และต้องเป็นปัจจุบัน หากไม่เป็นปัจจุบัน ไม่พอ พลังงานมี อุตุนิยาม พีชนิยาม อุตุคือ ดิน หิน ดิน น้ำ ไฟ ลม สิ่งเหล่านี้ไม่มี ISH รูป นาม และสังขาร มันเกิดเพราะเหตุปัจจัยพลังงานภายนอก มันไม่ได้ทำตัวเอง เหตุปัจจัยอื่นทำให้มันเป็นไป แต่พีชะ พืชทำตัวเองให้เกิด มีสัญญารู้ว่าธาตุไหนจ ะเอามาใช้ได้ ไ ม่เป็นพิษภัยกับใคร พระอรหันต์จึงมาทำตัวให้เป็นพืช ไม่เป็นภัยกับใคร แล้วมีพลังงานเหลือ ทำเพื่อผู้อื่น อย่างไม่เห็นแก่ตัว จึงเป็น self ที่ไม่เอา ish มาขยาย ก่อนอื่นเป็น ish ก่อน คือ i she he สามตัวนี้เกิดวัฏฏะ cyclic order อันนี้ก็ค่อยขยายต่อไป พอเป็นจิต เจริญเป็นอาริยะ เป็นอรหันต์ มาทำแกนเป็นพืช ไม่มีพิษภัย แต่มีพลังงานที่เคลื่อนไป ทำประโยชน์คุณค่าต่อโลก พลังงานแกนพืชคือ 3 ที่เหลือ 4 5 6 7 ….ก็เอาไปทำเพื่อผู้อื่น
ความรู้ของพระพุทธเจ้า สามารถแยกพลังงานเล็กกว่านิวเคลียส แล้วทำให้สลายไปได้เลย เป็นพลังงานนิวเคลียร์ fission ก็ตรงไปอย่างไม่มีโค้งกลับเป็นบูมเมอแรง ส่วนพลังงานที่ fusion ก็จะสามารถสลายไม่ให้รวมตัวกันได้เลย อย่างน้ำนี่ก็เข้าใจ พลังงาน H พลังงาน O เมื่อรวมกันเป็น H2O เราจะไม่รวมกันเป็นน้ำ ก็สลายมันออกได้ ไม่กลับเป็นธาตุน้ำอีก จะรวมกันอีกก็ไม่เป็นพลังงานอัตตาตัวเราอีก เป็นอัตตาอื่น
คุณดินป่าว่า…อย่างการไปนั่งสังเวชนียสถาน บอกว่า มีพลังงานอรหันต์ไหลเข้ามาจริงไหม พ่อครูว่า...เป็นอุปาทาน
คุณต่อว่า…การบรรลุธรรมต้องสัปปายะ พระพุทธเจ้าตรัสรู้ในป่า ไม่ได้ตรัสรู้ในห้องสมุด พ่อครูว่า...พระพุทธเจ้าบางองค์ไม่ได้ตรัสรู้ในป่า มีบางองค์ตรัสรู้ในเจ็ดวัน อยู่ที่ในสวนของตัวเองก็มี พระพุทธเจ้าสมณโคดมนี่ยังไม่สูง ต้องไปตรัสรู้ในป่า แต่ทุกองค์ได้มีธรรมะของพระพุทธเจ้ามาก่อนแล้ว มาเกิดก็คือ ระลึกของตัวเองที่เคยมี ถ้าเราเองเป็นผู้มีสัมมาสัมโพธิญาณเอง ก็จะระลึกได้ ตรงกันทุกองค์ ที่เป็นพระพุทธเจ้าตรงกันหมด พระพุทธเจ้าสมณโคดมก็วันขึ้น 15 ค่ำเดือน 6 ก็ระลึกถึงสิ่งที่ตนเองเคยได้รับจากพระพุทธเจ้ามา และได้เป็นของตน เป็นธรรมสามี เป็นเจ้าธรรมะ ท่านก็ยังไม่ได้ตรัสบอกใคร ต่อมาท่านก็ตรัสกับปัญจวัคคีย์ ก็ได้เป็นการตรัสสิ่งที่ท่านรู้ เป็นสัมมาสัมโพธิญาณ คำนี้จึงเรียกสั้นๆว่า ตรัสรู้ เป็นคำนาม
คุณดินป่าว่า…มันมีเสียงบางอย่างที่คุยกับตนเอง พ่อครูว่า...คือภูมิของตนเอง ก็มีทั้งเทวดาปลอมและจริง ถ้าเรามีภูมิโลกุตระ ก็แยกแยะได้ ถ้ารู้คนเดียว ไม่บอกใคร คนอื่นก็ไม่ได้ยืนยันด้วย ก็รู้คนเดียว ก็จริงคนเดียว แต่ถ้าคนอื่นยืนยันได้มากคนเท่าไหร่ ก็จริงเท่านั้น
ปฏิบัติธรรมต้องเป็น supra concentration ไม่ใช่แค่ meditation ที่อยู่ในภพ หลับตา
คุณต่อว่า…เรื่องมรณานุสติ พ่อครูว่า...ตายร่างกายนั้นมันเล็กนิดเดียว ตายกิเลสยิ่งใหญ่กว่าตายทางร่างกาย ลึกซึ้งคือไอ้หวังไม่เกิดในเราเลย ไอ้หวังตายแน่ ไม่เกิดในใจเราอีกเลย ไอ้หวังไม่มาหาเราอีกเลย นั่นแหละสูงสุด สบาย
ภพชาติ มันมี ถ้าเราต่อมัน หากเป็นอรหันต์แล้ว หมดภพชาติ ไม่ทำภพชาติ รู้จักภพชาติ ก็ไม่กลัวภพชาติแล้ว
คำสอนของในหลวงที่จะนำเอามาใช้กับสังคมไทย ที่จะดึงสติคนไทย .. จริงๆแล้วท่านไม่ได้อยากทำให้คนไทยได้รู้ แต่ท่านไม่ได้อยาก แต่ท่านเหนือกว่าอยากให้คนไทยได้รู้ ท่านทำจริง เกิดจริง คนไทยจะรู้หรือไม่รู้ ท่านก็ไม่รู้ ท่านเป็นพระมหาชนก ไม่รู้ว่าจะจบตรงไหน ท่านมาบำเพ็ญพระมหาชนก ท่านไม่ได้อยากให้คนไทยได้รู้แล้วเอาไปทำ แต่ท่านได้แต่ทำๆ ท่านก็ยังเอาพระมหาชนกมาทำ ในหลวงปางนี้มีสองบารมี คือพระเตมีย์ใบ้ กับพระมหาชนก ตรัสน้อยมาก แล้วก็ทรงงานไป และทำอย่างมาก โดยไม่ต้องหวัง แล้วออกผลเป็น Bomb of love เราต้องมีภูมิรับรู้ เลือกเอา จะไปบอกว่าคุณเอาอันนี้ๆ ก็บังคับไม่ได้