570725_สรรค่าสร้างคน(๕)วนบ. เรื่อง ทฤษฎีงาน ๑๙ ข้อ ตอน ๒.doc.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2557
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์344 KB
วันที่แก้ไข4 พฤษภาคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

570725_สรรค่าสร้างคน ( 5 ) วนบ. เรื่อง ทฤษฎีงาน 19 ข้อ ตอน 2 โดยพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ที่บวรราชธานีอโศก

พ่อครูว่า… ผู้ที่เข้าใจเอาใจใส่ จะมีความยินดีพอใจ ขวนขวายพากเพียร มีฉันทะ วิริยะ ส่วนจิตตะอาตมาเคยแปลว่า มีใจเท่าไหร่โถมทุ่มเข้าไป มันเห็นจริงว่าสิ่งนี้น่าเอาใจใส่ อย่าเฉื่อยเนือยชักช้า พูดไปเหมือนคนหลงตัวว่ามีดีนักหนา ก็เข้าใจรู้สึกเลย คนหมั่นไส้จะอ้วก อาตมาว่าอาตมาได้พาพิสูจน์มาอย่างยากเย็นแสนเข็ญ เพราะยุคนี้ใกล้กลียุค แต่ได้คนจริงมาเท่านี้นี่สุดยอดแล้ว อาตมาว่า ใครจะว่าไม่สุดยอดก็เถอะ ได้อย่างอาตมาก็เอา แต่ถ้าใครทำได้ยอดกว่าอาตมา ก็จะได้ร่วมด้วย ส่งเสริมท่าน จะขอเป็นตัวเสริมหนุน กลุ่มไหนกองไหนล่ะ สังคมไหน? พูดใจจริงเลยว่าคนจะต้องมีลักษณะอย่างนี้จึงสุดยอด คนปฏิบัติได้มรรคผลแล้วอยู่ที่กรรมเป็น พระเจ้า หรือ God ท่านพุทธทาสว่าทุกอย่างเป็นธรรมชาติ ต้องตามกฏธรรมชาติ แต่ว่าอาตมาว่าธรรมะคือเหนือธรรมชาติ อาตมาไม่เป็นทาสของพุทธ ไม่เป็นนายของพุทธ แต่เสมอกัน เป็นอิสรเสรีภาพ ก็ขออภัยที่ดูเหมือนข่มใหญ่ ผู้ใดหมดกิเลส ก็อยู่กับ God กับการกระทำการงาน รู้พักรู้เพียร เวลาใดควรพักก็พัก เวลาใดควรเพียรก็เพียร อาตมาถึงมารวมทฤษฎีสรรค่าสร้างคนมา แล้วท่านซาบซึ้งก็รู้ใจนะว่าบทแรกเป็นอย่างไร ก็ถูกแล้ว ที่พูดไปตลอดก็เพื่อสร้างคน ทำให้คนเป็นเช่นนี้ ทฤษฎีงาน 19 ข้อ 1 . มีคนที่ดี 2 . มีงานที่ดี เป็นคนดี ทำพฤติกรรมดี มีความรู้สามารถ แล้วรู้จักเวลาโอกาส จึงเกิดทุนที่เหมาะควร เกิดจากกรรม เกิดจากสิ่งที่เรามีทุนที่เหมาะควร แล้วมีทุนเสริม มีสุขภาพดี อุตสาหะบากบั่นดี มีคุณดาวเพ็ญบอกว่า ได้ยินมามากว่าทุนนิยม หรือทุน ก็ไม่เคยได้ยินมาก่อนอย่างที่พ่อท่านบอก มีทุนแท้ ทุนแถม ทุนเสริมด้วย 3 . ความร

อ่านต่อ

ู้ความสามารถที่ดี นี่คือทุนแท้ ที่พูดนี้เป็นทุนทางสังคม หมายถึงสรุปไปที่คุณงามความดี เรียกว่าทุนทางสังคม ผู้มีคุณงามความดีก็เรียกว่ามีทุนทางสังคม ไม่ได้หมายถึงลาภยศชื่อเสียงเงินทองวัตถุแต่อย่างใด ทีนี้ทำอย่างไร? จะได้ และถาวรยั่งยืน แล้วได้อย่างเหนือสามัญ ทำอย่างไร? พระพุทธเจ้าสอนเรียกว่าโลกุตระ หรืออาริยะ (เขาเรียกว่าอารยะหรืออริยะก็ว่าไป) แต่จุดหมายเนื้อแท้สาระ คือ จิตวิญญาณเป็นประธาน เป็นต้นทุนใหญ่เลย ทั้งพลังทั้งตัวเลือกเฟ้น ฉลาดซื่อสัตย์สุจริต ไม่เบี้ยว ไม่หลบ ตรงแม่น เป็นต้น จิตวิญญาณเป็นตัวสำคัญ พระพุทธเจ้าตรัสรู้เรื่องวิญญาณอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ อาตมาตามพระพุทธเจ้าก็ได้ขนาดหนึ่ง เอามาให้พวกเราศึกษาเล่าเรียนได้มรรคผล ความจริงมาเรื่อยๆ ก็เกิดคนดี มาทำงานดี ใช้ความรู้สามารถที่เรามี โดยไม่ขึ้นต่ออำนาจโลกธรรม ใครจะมีเศษในใจมากหรือน้อยก็แล้วแต่ แต่ในความเป็นวัฒนธรรม ลัทธิ สังคมเรา ก็ไม่ได้เอาลาถ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข มาเป็นเครื่องจูงนำหรือล่อ เราพยายามทำจริง ใครมีก็ต้องกำจัดตัวเหตุที่ไปหลงโลกธรรมของตนเอง มันมีอยู่ในโลก สุขมันก็มี ไขความสุข ที่ว่านี้ คุณหนึ่งฟ้าก็มาเปิดเผยกับอาตมาว่า เขาเพิ่งได้ยินที่อาตมาบอก อาตมาก็ไม่ค่อยมีปฏิภาณ ว่าศาสนาพุทธเป็นศาสนารู้ตื่นเบิกบานร่าเริง แต่ว่าทำจิตมันไม่มีอิตถารมย์ - อนิฏฐารมย์ มันก็เลยพาซื่อทำแข็งทื่อ แต่เขาได้ยินคำว่า อภิปโมทยัง จิตตัง ซึ่งอาตมาก็บอกว่าเมื่อทำใจให้สงบรำงับได้แล้วในอานาปานสติ 16 ก็ทำจิตให้ร่าเริงเบิกบานอยู่ เป็นอภิปโมทยัง ก็คือเบิกบานร่าเริง ก็อาศัยได้ แต่ไม่ได้ยึดมั่นถือมั่น ก็อาศัย ทำอาศัย จิตเบิกบานร่าเริง อย่างเราอาศัยร่างกายเราก็ไม่ยึดว่าเป็นเราเป็นของเรา แต่เราก็ต้องดูแลให้ดี ให้ทำประโยชน์คุณค่า แต่ถึงขั้นควรจบควรเลิกควรตาย ร่างกายเราก็ทิ้ง จิตเราก็วาง พวกเราศึกษาประพฤติก็ได้ตามบารมี คุณหนึ่งฟ้าเขาว่าเป็นคนฟังธรรมไม่รู้เรื่อง เป็นคนมีวาสนาอย่างนั้น ใครก็รับยาก แต่ทำงานแหลก ชนไปหมด ไม่ค่อยประมาณ ตอนหลังๆก็เห็นว่าเขาค่อยๆประมาณ ประนีประนอม เก่งขึ้นเยอะ ขนาดประนีประนอมเราก็ว่าหนึ่งฟ้าเป็นไปได้ฉะนี้ อย่างเรื่องซื้อของแพงเขาก็ว่า ไม่น่าซื้อ แต่อาตมาก็ให้ทำไปเพื่อสร้างคน ให้เรียนรู้ฝึกฝน เขาก็มีบารมียังไงก็ไม่ทิ้ง ถูกโขกสับ อยู่ที่นี่เป็นผู้ใหญ่บ้านก็อยู่ไม่ได้ เข้ามาไม่ได้หลายปีก็ยาก จนกระทั่งก็เข้ามาได้ ก็ค่อยเป็นไป อาตมาเห็นความเจริญพัฒนาการของแต่ละคน แต่ที่ติดตัวมาคือวาสนา ขนาดพระสารีบุตรก็ยังมีวาสนาไม่เรียบร้อย แต่สิ่งจริงมันไม่ได้เป็นอย่างวาสนามันติด เราอย่าเพิ่งไปเพ่งในส ิ่ งตื้นๆ มันยังมีอะไรลึกซึ้งซับซ้อน เอาตัวเองให้ดี พากเพียรปฏิบัติ แม้แต่พวกเราเองก็ควบแน่นเป็นแก่นแกน จะเป็นรูปร่างอย่างไร? (พ่อครูทำมือให้เข้าออก แกว่งไปมา) เป็นสภาพหมุนรอบเชิงซ้อน ไม่ใช่ระนาบเดียว มีความเจริญสูงขึ้นได้ เราดูบางทีอโศกเหมือนมีน้อยลง แต่ก็มีข้างนอกงอกเพ ิ่ มไป ผู้ใดรู้ตัว ที่สุดแห่งที่สุดแล้วจะไปไหน? รู้ไหมทุกคนจะไปไหน? ไปตาย...แล้วตายได้สนิทหรือยัง ..ก็ยัง ...แล้วจะรีบตายไปไหน?...แล้วต้องเป็นอยู่ แล้วจะไปเป็นอยู่ที่ไหน?.... ตอนนี้เราเรียนบ้านราชฯจะไปเป็นอยู่ที่ไหน พระพุทธเจ้าว่า มิตรดี สังคมส ิ่ งแวดล้อมดี เป็นทั้งหมดทั้งสิ้นของพรหมจรรย์ มิตรดีคือ จิต สหายดีคือ ประโยชน์ (ทั้งรูปและนาม) ส่วน สัมปวังโกก็รวมทั้งหมดเลย ทุกอย่าง มีหมู่เล็กหมู่น้อย รวมกันเป็นเครือแห มาถึงวันนี้กลุ่มหมู่พวกเราเป็นแกนแก่น แข็งแรง มั่นใจว่าพวกเรามีของจริง แม้อาตมาจะตายวันนี้ก็ไม่เหมือนที่อื่น ที่อื่นถ้าอาจารย์ใหญ่หรือหัวหน้าตายไปก็อยู่ไม่นาน ก็หมดสิ้น ซึ่งเรานี่ ของอโศก คนก็เห็นก็เชื่อว่าจะเป็นเช่นนั้น เขาไม่เชื่อว่าของเราจะยั่งยืนถาวรตลอด ทุกอย่างในมหาจักรวาลนี้ไม่มีนิรันดร ศาสนาพุทธตรัสรู้ทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีนิรันดร ทำให้นานที่สุดได้ อย่างพระอวโลกิเตศวร ก็นาน แต่คนก็ตามไม่ได้ก็เลยว่านิรันดร ได้หน้าก็ลืมหลังทั้งนั้นแหละ มันระลึกได้ไม่รู้หมดหรอก ในทิฏฐิ 62 พระพุทธเจ้าว่า เอามายืนยันว่าจริงของตนได้เท่านี้ๆ ระลึกได้เท่าใดก็นึกว่าตนรู้เท่านั้น อดีต อนาคตที่ตนเองรู้ แต่จะรู้ได้เพ ิ่ มขึ้นก็ต้องเข้าใจทำได้สัมบูรณ์ครบ สัมมาทิฏฐิ เราก็ต้องพากเพียรไป อาตมาเป็นผู้ที่เกรง แต่ไม่กลัวเกรงว่า คนจะเชื่อง่าย ถ้าคนไหน?มาศึกษาดีๆแล้วไม่เป็นคนเชื่อง่ายตั้งใจศึกษาดีๆแล้วเชื่อตนเองโดยไม่ต้องอาศัยเชื่อใคร เชื่อเพราะเราพิสูจน์ยืนยันด้วยตัวเอง แต่ก็ไม่ได้ว่าเราไม่เคารพใคร แต่เราก็เคารพ แต่เราได้พิสูจน์เอง สว่างใจเอง อิสระเสรี ไม่มีใครล่อบังคับ ไม่ได้เพื่อโลกธรรม ใครจะมาก็มา จะอยู่ก็อยู่ จะไปก็ไป ทุกวันนี้อาตมาว่าไปรอด เพราะน้ำใจหัวใจมันจริงพอ เช่นไม่เห็นแก่ตัวไม่แคบ ไม่ขี้เกียจ รู้ว่าอะไรควรทำ เป็นอนวัชชะ งานไหนไม่ควรทำ ก็มีปัญญาพอ มันรู้แล้วทำได้ด้วย พิสูจน์เป็นระบบบุญนิยมที่ไม่สะสม กอบโกย ไม่เอาเปรียบ ไม่ขี้โกง ทุจริต เราไม่เอา ไม่กอบโกย แม้สุจริตที่จะกอบโกยแล้วเราไม่ให้ใครขี้เหนียว เราก็ไม่เอาไม่กอบไว้ เราสะพัดแจกจ่ายเจือจาน สร้างสรร ตนเองแต่ละคน พลังงานความรู้ สามารถที่สุจริตกรรม ต่างคนต่างทำ คนนั้นคนนี้ก็ช่วยกัน รวมแล้วมันเหลือ เผื่อพอไว้ได้ มีเกินได้ เพราะสัจธรรม เราจึงลดการกินใช้สิ่งไม่ควร แต่ละคนมีค่ามากกว่าที่ตนใช้สอย มีคุณประโยชน์มากกว่าที่ใช้สอย ใครที่ยังไม่มีประโยชน์คุ้มค่ากับที่เราทำนี่ เป็นหนี้โดยสัจธรรม เบียดเบียนคนอื่น คุณจะตีกิน มีเล่ห์ไม่ให้ใครรู้ก็ทำได้ รู้ทั้งรู้คนนี้เห็นแก่ตัว แต่มันก็พออยู่ได้ ไม่มีใครเอาออกจากหมู่ ก็ขัดเกลากันไป ถ้ายังทนได้ยืนยันส ิ่ งดีก็ว่ากันไป กรรมใครกรรมมัน ก็ต้องไปใช้หนี้วิบากวนเวียน เป็นสิ่งจริงที่เถียงไม่ได้ สังคมกลุ่มที่พวกเราทำมา อาตมาเคยบอกแต่ต้นๆ ว่าศึกษาตามมา จะรู้ว่าอาตมาคือใคร? คนเราก็ต้องค่อยๆเรียนรู้ไป อย่างอาตมาก็เช่นกัน พระพุทธเจ้าก็เช่นกัน อาตมาแค่โพธิสัตว์ระดับ 7 แต่พระพุทธเจ้านี้สุดยอดแล้ว อาตมาก็ต้องค่อยๆรู้มาเรื่อยๆ พระพุทธเจ้านั้นรู้หมด ก็รู้โดยคุยกับเทวดาเติมมาเรื่อยๆ อาตมาก็คุยกับเทวดามาเรื่อยๆ บางคืนคุยกันจนเมื่อย อาตมามั่นใจว่าพวกคุณมาด้วยปัญญาของคุณเอง อาตมาไม่รับผิดชอบหรอก คุณจะได้ดีตกยากก็ช่างหัวคุณ แต่อาตมาไม่เป็นคนดูดายตีทิ้งไล่หนีสาดเสียเทเสีย ก็ดูกันไปช่วยกันไปประคับประคองกันไป อาตมาว่าอาตมาปรองดองประนีประนอมยิ่งกว่าคุณตู่นะ ทำตาม พระพุทธเจ้า กว่าจะได้คนที่ดี กว่าจะได้มีงานที่ดี มีความรู้ความสามารถ ต้องพากเพียร จนเกิดความรู้ บางอย่างอาตมาก็ต้องส่งไปเรียน อาตมาก็ไม่ได้สอนวิชาการเทคนิค แม้เรื่องศิลปะ อาตมามีความรู้เรียนมาโดยตรงทางโลกก็ไม่ได้เคยสอน อาตมาทำงานอาชีพโทรทัศน์ก็ไม่ได้สอนโทรทัศน์กับพวกเราเลย คิดว่าจะสอนก็ได้สอนครั้งเดียวที่ปฐมอโศก แต่พวกคุณก็ทำกันได้ อาตมาแนะนำเพียงเล็กน้อย มันก่อเกิดขนาดนี้เพราะทุกคนรู้สึก สำนึก เอาภาระ มีน้ำใจ ไม่ขึ้นกับอามิส ไม่ได้ขึ้นกับโลกธรรม แม้เราจะเหลือกิเลสอยู่บ้างเราก็ระมัดระวัง ของใครก็ของมัน ซุกซ่อนไปตามเรื่อง แล้วล้างของตนเอง เราก็ต้องรู้ว่าส ิ่ งที่ยังรกยังลับนี่ก็ไม่ดี ก็ค่อยๆเป็นไป ค่อยๆเปลี่ยนแก้ตบแต่งกันไป มีแก่นแกนอยู่ก็เดินไปเรื่อยๆ องค์ประกอบวัตถุภายนอก จนจิตภายในก็มีจิตเป็นแกนเป็นตัวตั้ง ก็ประชุมทำความเข้าใจกันจริงๆ ปรึกษาหารือ มีประชุมมีมติกันออกมา ก็คือมีคนดี งานดี มีความรู้สามารถ แล้วมีเวลาวาระ แล้วได้วัตถุมาประกอบเป็นของหยาบ เป็นสมบัติโลกก็อาศัยไป เราก็ใช้ทำประโยชน์ เรียกว่าทุน มีทุนแท้ ทุนแถม 4 . เวลา โอกาส เราต้องดู กาลัญญุตา อันควร ถ้าทำผิดกาละก็พังได้ง่ายๆ 5 . ทุนที่เหมาะควร เป็นวัตถุ เป็นทุนแถม อโศกมีทรัพย์สินอุปกรณ์จนคนเห็นแล้วก็ว่าอย่างนี้จนได้อย่างไร เขาอยู่กันหมู่บ้านเขาอยู่มาเป็นร้อยปีก็ไม่เห็นมีมากอย่างพวกนี้ที่เริ่มต้นมาปี 37 มาปีนี้ 57 แล้วก็ 20 ปีพอดี อาตมาเห็นอีกอย่างว่ากองขยะ จะเป็นสิ่งที่อโศกจะต้องทำให้ดี อย่างคุณสมไทย ที่ตอนนี้เขามีสาขาโรงงานขยะของเขามากมายหลายร้อยที่ เป็นมหาเศรษฐี เราเองไม่ได้อยากเป็นมหาเศรษฐี แต่เราทำสิ่งที่ควรทำ ขยะนั้นไม่มีวันหมดโลก มีแต่จะมีเพ ิ่ มขึ้น ขยะวัตถุก็มากขึ้น ขยะพฤติกรรมก็มากขึ้น คือพฤติกรรมที่เป็นทุจริตเป็นที่น่ารังเกียจ ก็มีแล้วมากขึ้นด้วย ขยะทางจิตวิญญาณ .. คือกิเลส แล้วชาวโลกเขาไม่ได้มานั่ง กำจัดกิเล ส แต่เรามาทำลายกำจัดกิเลส แล้วมีวันหมดกิเลสด้วย ทางจิตวิญญาณมีวันหมดขยะ แต่ทางพฤติกรรมนี่ยาก ส่วนทางวัตถุนั้น อย่าไปพูดเลย เราช่วยเก็บช่วยจัดการ มันจะต้องมีโรงงานอย่างดี ยิ่งกว่าโรงงานปุ๋ย ใน 3 อาชีพกู้ชาติ ที่มี กสิกรรมธรรมชาติ ปุ๋ยสะอาด ขยะวิทยา กสิกรรมธรรมชาติจะทำรายได้น้อยสุด ปุ๋ยจะทำรายได้มากกว่า แต่ขยะนี่ต่อไปจะทำรายได้ยิ่งกว่าสองอันแรก แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ อย่าง วั ดสวนแก้วของพระพยอมก็อยู่ได้เพราะขยะ ถ้าเราจะเรียนรู้หรือทำความเข้าใจเพ ิ่ มขึ้นก็จะดี สันติอโศกก็ได้มา ระดับหนึ่ง ปฐมอโศกก็ได้ระดับหนึ่ง แต่ที่อื่นยังไม่เป็นโล้เป็นพาย เมื่อเราเองมีทุนรอนมีวัตถุ คนอื่นจะเข้าใจยากเพราะเราเป็นสาธารณโภคี คนเขานึกว่าเราร ่ำ รวย ก็รวยแต่เรารวมกัน แต่ถ้าหากันแล้วเอามาแบ่งกันหารกัน ก็คงจะได้ไปคนละหน่อย อย่างเรือนี่หั่นกันคงจะได้คนละส่วนเสี้ยว ได้คนละครึ่ง หากเราแยกแบ่งกันก็ไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าเราอยู่รวมกัน แต่ละคนก็แยกกันไปหากิน มีทุนรอน แล้วเสียภาษี คุณจะเสียภาษีมากกว่าที่เรารวมกัน แต่ซ้อนอีก เราเสียภาษีมากนะ เพราะเราเป็นเงินก้อนเดียว แต่เราไม่ซับซ้อนที่เราไม่หลอกเลี่ยงเหมือนพวกนายทุน ขนาดของเรานี่บอกหมดนะ เราก็เสียภาษีให้รัฐมากเพราะเราไม่โกง เขาดูว่าเสียมากแต่แท้จริงเขาโกงมาก แต่เรานี่ที่จริงไม่ควรเสียภาษีมาก อย่างพวกเรานี่ไม่ควรเสียภาษีเลย เราจะไม่เสียภาษีรายได้บุคคลธรรมดาเพราะรายได้ไม่เกินกำหนดขีดเสียภาษี เราแยกกันทำบัญชีรายได้ของแต่ละคนได้เราก็ไม่เสียภาษีเลย แต่เราไม่ทำโกงอย่างนั้นหรอก เมื่อเราเองเรามีทุนแล้ว คนโลกข้างนอกเขาไม่รู้ แต่พวกเราพอรู้ แล้วมีนัยะละเอียดด้วยที่เราอาศัยใช้สอยกันไปจนกว่าจะตาย 6 . สุขภาพร่างกายดี 7 . มีอุตสาหะบากบั่น เป็นทุนเสริม แล้วสุขภาพดี มีความอุตสาหะบากบั่น แต่ละคนมีสุขภาพร่างกายก็ต้องดูแล แล้วต้องมีสิ่งหนุนเนื่อง อุตสาหะบากบั่น หรือแม้แต่ใครพวกเราที่สุขภาพไม่ดีก็อย่าฝืนมาก แต่คนเราก็มักออเซาะตัวเอง แต่ใจบางคนก็เกิน มันควรพักก็ไม่พัก ก็มี ส่วนความขยันอุตสาหะบากบั่นก็ตัวใครตัวมัน เป็นสำนึกของแต่ละบุคคล แล้วพวกเราไม่ค่อยว่ากันด้วย นอกจากใครที่เป็นตำรวจบ้านก็ว่าแรงหน่อย 8 . มีหลักเกณฑ์มีระเบียบมีเป้าหมาย 9 . มีการจัดสรรและจัดโครงการ ถ้าใครพิจารณาดีๆ หลัก 19 ข้อนี้รับรองทำงานเจริญไม่มีเสีย มีแต่ได้ 10 . มีการแบ่งงานและประสานเนื่องหนุน เป็นเรื่องความรู้ มีโครงสร้างระเบียบเป้าหมายของงาน ที่ต้องอาศัย ถ้าไม่มีไม่ได้ ขาดเป้าหมายก็เละเลย ต้องมีการจัดสรร มีโครงการ จัดหมวดหมู่ มีการแจกแบ่งงานประสานเนื่องหนุน เป็นความรู้ที่เราจะต้องใช้อยู่ในสังคมต้องเรียนรู้ 11 . มีกระจิตกระใจใส่ใจขวนขวายไม่ดูดาย ดูเหมือนไม่สำคัญ แต่มันสำคัญมาก ถ้ามีอันนี้เท่านั้น สังคมกลุ่มไหนก็เก็บความตกหล่นมาเป็นพฤติกรรมสร้างสรรได้เยอะ 12 . มีการปรับใจกันให้เกิดความเข้าใจกันเสมอ คนอยู่กันตังแต่ 2 คนต้องมีการปรับใจกันเสมอ 13 . มีการปฏิบัติขัดเกลากิเลสเสมอ ขัดอันนี้ไม่ขัดแย้งขัดแตก เป็นสัลเลข ไม่ใช้เภท ขัดเกลาลดละกิเลสมานะอัตตาตัวตน เสมอๆ 14 . มีความเห็นดี ยินดี จะมีความเข้าใจว่าดีอย่างไร อย่างพวกเราตั้งใจมาเรียนมันเห็นตัวยินดี คนสัมผัสก็รู้ ทำไมยินดีเพราะอะไรก็จะเข้าใจ วิจัย อธิบายได้ 15 . มีความเห็นจริง ซาบซึ้ง เชื่อมั่น จะเรียกว่ายึดถือก็ได้ แต่ไม่ได้ยึดมั่นถือมั่น มีความซาบซึ้งเชื่อมั่น 16 . มีสติ ปฏิภาณ ปัญญา นี่คือคุณวิเศษของคน ลึกซึ้ง 17 . มีฌาน สมาธิ อุเบกขา ฌานเป็นฐานของสมาธิ จะมีพลังงานที่เร็วที่ไวและมั่นคง ทั้งพลังงานศักย์ (Static energy) และพลังงานจลน์ (Dynamic energy) 18 . มีความเสียสละแท้ ไม่มีอะไรซ่อนแฝง 19 . มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเป็นเอกีภาวะที่มีวิมุติเป็นพลัง โลกไหนทำได้จะแข็งแรงไม่มีอะไรตีแตก อสังหิรังไม่มีอะไรหักล้างได้ อาตมาจะบรรยายทฤษฎีงาน 19 ข้อเพื่อให้เกิดจริงในมนุษยชาติที่ได้แล้วจะเป็นประโยชน์ตนประโยชน์ท่าน เรื่องข้าว...เราต้องพากเพียรเอาใจใส่ ถ้าอโศกเป็นผู้นำเรื่องข้าวเช่นเรื่องมังสวิรัติได้จะดี แม้ว่าจะเอาเป็นเรื่องหารายได้ไม่ได้ เรื่องขยะนี้ต่างจากข้าวมาก ขยะเป็นเรื่องทิ้งเป็นเงิน แต่ข้าวนี้ทิ้งไม่ได้นะ อาตมาเคยบอกว่าข้าวไม่ใช่สินค้า แต่ข้าวคือ อาหารที่ต้องแบ่งปันกันกิน เราจะไปเอารายได้จากเรื่องข้าวไม่ได้ เรื่องข้าวเราซ้อมมือก่อน เราว่าข้าวเราจะเหลือ เราก็สีมาแล้วเอาไปขายถูกหรือทำตลาดอาริยะไหม เราเป็นเจ้าแห่งข้าว แต่เราไม่เอารายได้จากข้าวมาเอาเปรียบ เราไม่แสร้งหาเสียง แต่ทำจริงเป็นจริงให้ได้ ที่อาตมาพูดว่า อย่าเชื่ออาตมาง่ายนั้นไม่ใช่แค่เพียงจิตวิทยา แต่ต้องมาพิสูจน์ให้ได้ผลด้วยตัวเอง

_ ป้าฝั่งตะวันว่า...ปฏิบัติธรรมนี่เหนื่อย … พ่อครูว่า… แย่งลาภแย่งยศก็เหนื่อย บุญนิยมขั้นที่ 4 นี้เราแจก เราขายขยะนี่บุญนิยมระดับ 3 ก็ยังไม่เท่า แจกอันนี้ อาตมามองเห็นว่า เวลาไปเยี่ยมใครเขาก็จะเอากระเช้าผลไม้หรือเอาพืชผักที่เขามีไปเยี่ยมไปแจกกัน เดี๋ยวนี้แม้แต่ทางการก็จะเป็นผลไม้ เครื่องกระป๋องก็คือผลผลิตของผลไม้นั่นแหละ มันจะเน่าก็เลยถนอมอาหาร ไม่เช่นนั้นก็ทำให้ดูสวยสด มีสีสันไป เป็นเรื่องการผูกน้ำใจ แสดงความรักกันอยากให้คุณกินคุณอยู่ดี นี่ถ้าเราเอาข้าวของผลไม้นี่ไปแจกนี่มันลึกกว่ากันมาก แจกได้ตั้งแต่ชั้นสูงสุดไปถึงชั้นล่างสุด แต่คุณหอบเงินไปแจกนายกฯจะถูกมองตาเขียวนะ เราต้องเป็นนักกสิกร กสิกรรมนี่เป็นหลัก คนเขาจะทำปศุสัตว์ก็แล้วไป เราไม่แย่ง เราทำกสิกรรมของเราไป ชัดเจนในนิยามชีวิต 5 ว่าจะมีวิบากกรรมอย่างไร? เราเรียนอย่างนี้ใครรู้สึกไหมว่าเราได้อะไรในความรู้สึกของแต่ละคนก็น่าจะได้อะไร? ส่วนใครจะรู้สึกว่าวิเศษเลยนะก็น่าจะมี หรือบางคนก็ว่าน่าจะดีกว่าอยู่เปล่าๆ หรือใครเห็นว่าเสียเวลา ตีท ิ้ง เลย ก็ว่าไปบอกไปพูดไป ขอจบเพียงเท่านี้....

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน