580817_โอวาทพ่อครูให้โอวาทนร.บ้านราชฯ ครั้งที่ ๑ โชคดีอย่างไรได้เป็นสัมมาสิกขา.doc.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2558
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์343 KB
วันที่แก้ไข17 พฤษภาคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

580817_โอวาทนักเรียนบ้านราชฯ เรื่อง โชคดีอย่างไรได้เป็นสัมมาสิกขา โดย พ่อครูสมณะโพธิรักษ์

พ่อครูว่า … วันนี้ อาตมา ก็ตั้งใจ ว่าจะพยายามหาเวลามาพบกับพวกเราให้ได้บ้าง เดือนละครั้งก็ยังดี ได้มากกว่านั้นก็ยิ่งดี เพราะเราน่าจะได้พูดกัน สื่อหัวใจแก่กันและกัน ถ่ายทอดความจริงแก่กันและกัน อาตมา เป็นลูกทางจิตวิญญาณของพระพุทธเจ้าอย่างแท้จริง เพื่อที่จะสืบเชื้อของพระพุทธเจ้าต่อไป สืบเชื้อที่เป็นพลังงานที่ลึกซึ้งมาก มันละเอียดมาก เป็นพลังงานระดับวิญญาณหรือจิตที่ละเอียดลึกซึ้งมาก แล้วมีจริง เป็นจริง เป็นเชื้อ เชื้อความรู้ธาตุรู้ พลังงานที่เกิดธาตุรู้ละเอียดลึกซึ้ง เริ่มจากความไม่มี แล้วมีที่เล็กที่สุด ละเอียดยิ่งกว่าธาตุรู้ตัวแรกอีกด้วย ยิ่งเป็นธาตุรู้ระดับพระพุทธเจ้าก็ยิ่งละเอียดมาก ยิ่งจะไม่เห็นตัว ยิ่งรู้ได้ยาก ตามจับสภาวะได้ยาก นี่เป็นคุณสมบัติแท้ๆที่ซับซ้อนในความเป็นพลังงานทั้งหมด ถ้าเป็นพลังสานแสงเสียงก็ยิ่งเล็กก็คล้ายพลังงานจิต พลังงานจิตเชื้อแรกก็ยังไม่ค่อยเก่ง แต่ยิ่งละเอียดยิ่งเล็กเร็วมีประสิทธิภาพสูง เป็นสิ่งวิเศษ สรุปคือเชื้อเหล่านี้เป็นเชื้อที่แท้จริงของชีวิต เป็นเชื้อทางจิตวิญญาณ หลวงปู่สืบทอดเชื้อทางจิตวิญญาณ ไม่ใช่เชื้อที่หยาบเป็นวัตถุ แต่ก็จะประกอบกันมาจากเล็กไปหาใหญ่ จนมีอาการ 32 ครบ หลวงปู่นำเชื้อเหล่านี้มาต่อภพภูมิสืบทอดศาสนาพุทธ ที่เป็นศาสนาที่มีคุณค่าต่อมนุษย์มาก ทุกชีวิตที่รู้ค่า หลวงปู่สร้างโรงเรียนมา ไม่ได้ทำเพื่อหาเงิน แต่เลี้ยงดูเหมือนลูกหลาน ยิ่งกว่าลูกหลาน แต่ว่าเป็นพ่อก็ไม่ได้ไปใกล้ชิดเหมือนพ่อ ที่อย่างคุรุหรือสมณะหลายองค์ก็ใกล้ชิดพวกเรา จุกจิกจู้จี้มากกว่าหลวงปู่ แต่หลวงปู่ก็เป็นเชื้อให้พวกเราได้ไป เป็นเชื้อแห่งพุทธะ ไม่ง่ายที่จะเข้าใจและเห็นความสำค

อ่านต่อ

ัญ พวกเรามีโอกาสเกิดที่นี่ เรียนรู้ที่นี่ ได้มาเพาะบ่มเชื้อพลังงานทางจิตวิญญาณ เราจะไปเป็นพุทธที่มีคุณภาพ คุณสมบัติวิเศษ ต้องรู้ความโชคดีที่ได้เข้ามาต้องระลึกให้ได้ ว่าเราโชคดีจริงๆที่ได้เข้ามา แค่เมืองไทยนี่คนตั้ง 67 ล้านคน มีเด็กที่จะมาเข้าโรงเรียนสัมมาสิกขานี่ ต้องมีบารมีมีสิ่งที่ได้สะสมมาจริงๆพอสมควรจึงจะได้เข้ามา เข้ามาแล้วได้รับการคัดเลือกเข้ามา มันเป็นโชคอันดีที่สุดแล้ว ต้องตั้งใจบ้าง อบรมไปอุตสาหะอดทนเอา ฝึกฝน เพราะที่นี่ตั้งใจอบรมพวกเราสั่งสอนให้ความรู้เลี้ยงดูให้เป็นคนประเสริฐจริง ไม่ได้ต้องการอื่นเลย แม้พวกเราจบไป 20 กว่ารุ่นแล้ว บางคนก็ได้ฐานะร่ำรวยยศศักดิ์ไป เขาก็ไม่ได้นึกถึงที่นี่เลยก็ไม่ได้ว่า เราไม่เคยทวงบุญคุณกับใคร ขอให้เขาไปดี เป็นคนดีของโลก ของสังคมของประเทศก็ดีแล้ว แต่ส่วนใครจะระลึกบุญคุณก็เป็นคุณงามความดีของส่วนตนก็ดีไป ก็ไม่ได้ทวงไม่ได้ว่า ก็เป็นจิตจริงของแต่ละคน สำคัญที่สุดก็คือหลวงปู่อยากให้พวกเราได้รู้ว่า พวกเราได้เข้ามาอยู่ที่นี่เป็นโชคอันวิเศษมหาศาลแล้ว แม้ว่าจะบกพร่อง คนที่ให้ความรู้ คุรุ ป้าน้าอา บางคนจะดุ จะจู้จี้ มีนิสัยที่เราไม่ชอบก็เป็นของแต่ละคน แต่ละคนก็พยายามศึกษาปรับปรุงตัวเองเรียนรู้ หลายคนก็ตั้งใจเรียนที่นี่ไปจนตาย ให้เราเผาให้ ก็เผาไปหลายคน จนกว่าจะเป็นอรหันต์ แล้วก็เรียนต่อได้อีก นี่คือโรงเรียนที่เราตั้งใจให้กับมวลมนุษยชาติ ไม่เหมือนโรงเรียนทางโลก เขาไม่ได้เป็นเช่นนี้ บางแห่งอาจมีที่ตั้งใจให้เด็กเป็นคนดี แต่ก็ไม่ได้รู้รอบลึกซึ้งเหมือนที่นี่ ที่นี่ทั้งสมณะ สิกขมาตุ คุรุ พี่ป้าน้าอา ที่บางคนอาจจู้จี้บ้างแต่ก็ต้องการให้เราเป็นคนดี ไม่ได้จ้างเลยสักคน ส่วนคนที่ปล่อยปละละเลย พวกเราจะดื้อจะซน อย่างไรก็ปล่อยพวกเราทำ ผู้นั้นก็ไม่เอาภาระไม่มีน้ำใจเลยที่จะมาท้วงติงแนะนำบอกกล่าว่า ว่าพวกเราผิดพลาดอย่างไร เราก็ไปว่าเขาไม่ได้ ผู้ที่ใจดำอย่างนั้น แต่ก็มีไม่มากหรอก สรุปแล้วพวกเราจะมีพี่น้อง พ่อแม่ ปู่ย่าตายยาย ที่ช่วยกันเลี้ยงพวกเราให้เป็นคนดี จะเห็นได้ว่าที่นี่ไม่ได้โหดร้ายรุนแรงเกินการณ์ อย่างที่อื่นมีการลงโทษกันหนักหนาสาหัส อย่างเก่งที่นี่ก็ให้ออกจากที่นี่ไป นั่นถือว่าร้ายแรงที่สุดแล้ว ถ้ายังไม่ให้ออก อยู่ไป หลายคนก็ไม่สู้ เรียกว่า วางมือ ไม่สอน พรหมทัณฑ์ จะมีชีวิตอย่างไรก็แล้วแต่แก ตัวใครตัวมัน นั่นคือพรหมทัณฑ์ ที่เป็นโทษร้ายแรงกว่าให้ออกไป ส่วนนอกนั้นจะตบตีรุนแรงไม่ทำ แต่ตีก็ตี มีกฎเกณฑ์ จะรู้ได้ว่าที่นี่ตีอย่างไม่ได้ด้วยโกรธ หรือชัง ไม่ได้ตีขณะมีอารมณ์ ไม่เอา แต่ถ้าครูคนไหนทำเราก็มาพิจารณาคดีเหมือนกัน ถ้าคดีแรงก็ลงโทษไป เราตั้งโรงเรียนมา 20 กว่าปี ยังไม่มีคดีร้ายแรงจนถึงขีดที่ไม่น่าดู เราก็ทำได้ประมาณอย่างนี้ นี่คือโรงเรียนสัมมาสิกขา ตั้งใจอดทนเลี้ยงดูให้พวกเราเป็นคนประเสริฐไม่ใช่มือปืนรับจ้างหารายได้จากพวกเราเลย ช่วยกันด้วยเจตนาดีจริงๆ ในความมุ่งหมายที่ดีเช่นนี้พวกเราก็น่าจะตั้งใจรับ ผู้ที่ให้ก็ตั้งใจมาลงแรงลงทุน ให้พวกเราให้เป็นคนดีคนประเสริฐ เราเป็นผู้รับก็น่าจะรู้ว่า เขาเป็นผู้ให้ เราเป็นนักเรียนเป็นผู้รับ ก็น่าจะเห็นว่าเขาปรารถนาดี ไม่ได้แลกอามิสนะ ช่วยเราแท้ๆ ก็น่าจะสังวรระวังตนเอง ระมัดระวังตนเองให้ตั้งใจเอาใจใส่ ในการบอกการสอนการเรียน เวลาเล่นพวกเราก็มี ไม่ใช่ว่าเอาแต่เรียนไปตลอดก็ไม่ใช่ มีเวลาสนุกสนานก็มี ก็ค่อยๆปรับเปลี่ยนเรียนมั่ง พักมั่ง ก็อยากจะเตือนพวกเรา ให้ระมัดระวังสังวรตนอง สำนึกที่เราได้มีโอกาส แต่ละเวลานาทีที่ผ่านไป ถ้าเราตั้งใจ ว่าอยู่ที่นี่ ที่นี่จะพาทำสิ่งที่ฝึกฝนก็เป็นส ิ่ งที่ดีมีคุณค่าประโยชน์นะ ไม่ได้ทำสิ่งไร้สาระ แม้แต่สิ่งที่ไม่ดีก็พาทำให้ดี เช่น ขยะ เป็นต้น แม้แต่เศษอาหารเราก็เอามาทำประโยชน์ดัดแปลงปรับปรุงให้เป็นสิ่งดีมีประโยชน์ แต่สุดท้ายมีพิษภัยเราก็ขจัดออก ก็ต้องช่วยกันดูและ กระเหม็ดกระแหม่ ทุกอย่างเป็นของเราแต่ไม่เป็นของเรา เราต้องดูและรักษาก็ใช้สอยร่วมกัน มันเป็นการสร้างนิสัย นิสัยนี่ซื้อหาไม่ได้ ไปแย่งไปแบ่งจากใครก็ไม่ได้ เข้าใจไหมว่านิสัยคืออะไร นิสัยคือความประพฤติส่วนตัวเองโดยตรง เราต้องฝึกฝนนิสัย สร้างนิสัยของเราให้เป็นคนดี เป็นสิ่งที่ติดกับชีวิต เมื่อเราทำไม่เป็นเราก็ทำให้เป็น เป็นนิสัยช่ำชองในตนเลย จนกลายเป็นวิสัย ซึ่งเป็นสิ่งอาศัยในตัวเราเลย เปลี่ยนแปลงยากแล้ว นิสัยก็อยู่ในตัวเราระดับหนึ่ง แล้วก็ได้อาศัย แล้วก็เป็นวิสัย คำว่า สัยคือเป็นเราเป็นตัวเรา เราจะเอาอะไรมาเป็นพฤติกรรมใส่ตัวเรา พฤติกรรมดีจะเอาใส่ตัวเราเราก็ฝึกอันนั้น อาศัยสร้างใส่ตัวเรา เป็นนิสัย จากนิสัยจึงไปเป็นวิสัยสั่งสมปักมั่นในตน เป็นอัตโนมัติ เป็นสิ่งที่ดีที่เราทำ แต่ถ้าเป็นสิ่งที่ไม่ดีก็แก้ยากเช่นกัน เป็นวิสัยที่ชั่ว ติดสันดานไป พวกเราที่เข้ามาในนี้ หลวงปู่คิดว่า คงไม่มีคนมีนิสัยเลวแก้ยาก ถ้าไม่มีบารมีพอก็เข้ามาไม่ได้ในนี้ ก็ให้พาทำสิ่งที่อาศัย ที่อยู่นี่ ให้สั่งสมเป็นนิสัยให้ได้ จนที่สุดถึงวิสัยในสิ่งที่ดี เราก็ต้องรู้ว่า อะไรที่ไม่ดีในตนที่มี หรือนิสัยของเราที่ไม่ดี ต้องรู้ตัวเองให้ได้ อย่าทำเลิกออกล้างออก มาพากันอาศัย ให้ตัวที่เราอาศัยนี่กลายเป็นนิสัยให้ได้ แล้วพัฒนามาเป็นวิสัยที่ดี สังคมพวกเราคนยังไม่มาก คนไม่มาก แต่งานมาก ที่นี่เราไม่หวงแหนที่จะฝึก ใครมีน้ำใจที่จะฝึก ผู้ใหญ่เห็นแล้วก็ให้ทำ ที่อื่นไม่มีหรอกที่จะให้มาใช้เครื่องมือเป็นแสนเป็นล้าน เขาไม่ทำเขาไม่กล้า ไม่มีน้ำใจเหมือนที่นี่ ที่นี่หากเราอยากทำสิ่งดีก็สนับสนุน แต่บางคนเห็นว่าไม่เหมาะสมก็ไม่ให้ทำ แต่ถ้าเหมาะสมก็ให้ทำทั้งนั้น พวกเราจะเป็นคนที่เจริญหรือเก่งเกินตัว เกินที่อื่นๆ ในเรื่องทำอะไรต่างๆ เราฝึกให้ทำเป็นจริงๆ ต้องมาช่วยกันฝึกฝนตนเองทำงาน เราจะได้กำไร ได้ศึกษากว้างขวาง ยิ่งเน้นเราเป็น โรงเรียนอาชีวะ ต้องตั้งใจศึกษาให้ได้ อาชีวะกสิกรรม อาชีวะช่าง อาชีวะต่อเรือ อาชีวะต่อเรือนี่ตอนนี้ในประเทศไทย เรื่องต่อเรือ เรือไม้นี่มันจะหมดแล้ว ที่นี่เราเพิ่งเร่ิมต้น ไม่มีคนรับผิดชอบ แต่มันมีเรือ หลวงปู่ให้พากันไปขนมา แต่ก็มันพังไปต่อหน้าต่อตาเลย สุดวิสัย จบเลย ลำตถตาลำใหญ่โตหมอบพังแยกส่วนให้เห็นคาตาเลย ตอนนี้มีนายขวัญเมืองราชฯ เป็นนักเรียนอาชีวะต่อเรือเบอร์หนึ่งเลย ก็มีคนอื่นอีก 4 คน ที่เรียนต่อเรือ ที่นี่เป็นบ้านราชฯเมืองเรือที่แท้จริง เป็นยานพาหนะที่แท้จริง เขามีเรือรบ แต่เราไม่สร้างหรอก เราจะสร้างเรือใหญ่เหมือนไตตานิก ก็ฝันไปได้ ยิ่งเรื่องโรงสี เรื่องการทำปุ๋ย เราไม่ได้ใช้แต่ก็เป็นสิ่งสำคัญสำหรับคนทำพืชพันธ์ุธัญญาหาร หากขาดก็ตายลูกเดียว แล้วปุ๋ยสำคัญไหม ก็สำคัญ ทุกวันนี้ดิน น้ำ ไฟ ลม วิปริต เสียหาย ช่วยตัวเองไม่ได้ คนยังหาอาหารมาให้มัน อย่างพืชนี่ มันช่วยตัวเองไม่ได้ เราช่วยมันมันได้ปุ๋ยได้อาหารมันก็ช่วยสร้างอาหารให้เรา มันทำหน้าที่ตามธรรมชาติ แต่มันเป็นชีวะอย่างหนึ่ง ที่นี่มีคุรุมีผู้ที่จะให้ความรู้เป็นทั้งพ่อและแม่กันหลายคน เช่น มีแม่ตรงเตือน พ่อดินดอน หรือตอนนี้จะมีแม่พิมพ์ผ่องฟ้ามาเป็นผอ. ไม่ได้มีสินจ้างรางวัลในการทำ แต่เป็นการใช้ชีวิตให้เป็นคุณค่าประโยชน์ หลวงปู่ก็พยายาม จะบอกพวกเราให้รู้ ที่พูดไปนี่ พูดความจริงใจ แล้วพูดส่ิงที่ควรให้พวกเราได้ฟัง ใครรับได้ก็เอาไปพากเพียร ใครรู้ไม่ได้ก็ค่อยบอกกันไป บางคนฟังแล้วไม่เข้าใจยังไม่มีภูมิ แต่ถ้าฟังแล้วเข้าใจก็เอาไปพัฒนาตนเอง ตนเองได้ สังคมก็จะได้ด้วย แต่ถ้าตัวเราแต่ละคนไม่ได้สิ่งดี มีแต่สิ่งเลวร้ายใส่ตน สังคมก็ได้รับพลังงานเลวร้ายจากเราเช่นกัน เกิดจากต้นทุนของเราแต่ละคน ที่จะคิดดี ถ้าคิดดี มีกายกรรมวจีกรรมที่ดี ก็จะเป็นผลต่อสังคมที่ดี ก็ค่อยๆฟัง ค่อยๆได้ยิน ตั้งใจทำ ตั้งใจเรียน ที่เราเรียนกันอยู่นี่ถ่ายทอดให้ทั้งทางศีลธรรม 40 ทางการงาน 35 ทางวิชาการ 25 % ซึ่ง 25 นี่ก็ไม่ได้ด้อยกว่าข้างนอกเลย พิสูจน์กันมามากกว่า 20 ปี ของเขาเรียนแต่วิชาการ แต่ศีลธรรมผิวเผิน เป็นงานเขาก็มีห้องแล็บเล็กๆน้อยๆ แต่นี่เราทำกับของจริงเลย พังไปหลายก็มี ก็ระวังรักษากันอยู่ก็ได้แค่นี้ ที่นี่แม้มาตรฐานวิชาการ เราตั้งใจก็แล้วกัน คุรุจะสอนวิชาการ ในขณะที่เราเตรียมงานปฏิบัติงานก็มีภาควิชาการร่วมด้วย ถ้าสอนเป็นแนะนำเป็น ได้ทันทีทันใด ในโรงเรียนเรา คุรุก็ดี ถ้าเราทำนี่ ถ้าคุรุที่ฉลาดมีปฏิภาณก็จะสอดแทรกให้เราได้วิชาการด้วย อย่างน้อยอันนี้ชื่อนี้ทำงานอย่างนี้แล้วเรียบเรียงเขียนออกมา ก็จะรู้ว่าเราเข้าใจ หรือว่าเราทำได้แต่อธิบายไม่ออกก็ไม่กว้างไม่เจริญไม่ถ่ายทอด แต่ถ้าเราทำเป็นแล้วก็ถ่ายทอดได้มันก็ส่งเสริมให้เจริญไปเรื่อยๆ เป็นของดี สรุปแล้ว แต่ละคนที่มีชีวิตแล้วได้โอกาส ได้เข้ามาอยู่ในหมู่ชุมชนชาวอโศกก็ขอย้ำว่า พวกเราก็มีโชค มีบารมีที่ได้เข้ามาอยู่รวมกันได้มาเป็นลูกเป็นหลานได้มาเติมเชื้อพุทธะอันประเสริฐสำหรับมนุษย์ เป็นสิ่งที่ดีก็ขอให้พวกเราได้ตั้งใจอุตสาหะพากเพียร พวกเราอายุเท่านี้ จริงๆแล้วหลวงปู่อายุ ย่าง 82 ปีแล้ว หลวงปู่จะใช้อิทธิบาทต่ออายุให้ถึง 151 ปี ก็ไม่มีปัญหาถึงก็ดีไม่ถึงก็ไม่เป็นไร แต่ไม่ได้อยู่เพื่อจะแย่งลาภ ยศ สรรเสริญกับใคร แต่จะอยู่ถ่ายทอดเชื้อของพุทธนี่ต่อไป เพราะทุกวันนี้เชื้อพุทธกลายเป็นเชื้อร้ายต่อศาสนา เราต้องพยายามแก้ไขปรับปรุงรักษา หลวงปู่ชื่อโพธิรักษา เป็นหมอรักษาศาสนาตั้งใจรักษาศาสนาพุทธ รักษาโรคให้ศาสนาพุทธที่เป็นโรคร้ายแรง ถ้าไม่ตั้งใจก็ถึง 0 แน่ หมดพุทธชีวีแน่นอน หลวงปู่เลยต้องมาต่อพุทธชีวีนี้ให้ฟื้นให้เป็นประโยชน์ต่อโลกให้ได้ พวกเราอายุเท่านี้ ถ้าหลวงปู่ต่ออายุไปอีก 70 ปีนี่ พวกเราก็ปาเข้าไปตั้ง 90 กว่าแล้ว ก็อยู่ให้ได้จะได้ดู จะได้เห็นนะ ตายก่อนไม่ได้เห็น อย่าเพิ่งรีบตาย ต้องรู้ว่าจะทำตัวอย่างไรจะมีชีวิตยาวยืน แต่ถ้าอยากอยู่ยาวยืนแต่ไม่รู้วิธีชีวิตก็สั้น ตายเร็ว หากเราเรียนรู้ก็พอเป็นไป มนุษย์นี้เรียนได้ รู้จักเข้าใจวิธีแล้วพากเพียร หากเราทำความประพฤติให้ดีขึ้น อย่างหลวงปู่ตั้งใจทำชีวิตให้ดีขึ้น พยายามที่จะกระเสือกกระสนให้ชีวิตยาวยืน มันยากกว่าที่จะให้มีความรู้ความสามารถเท่านั้น จะต่ออายุให้เกินกว่าอายุขัยมันยากนะ เก่งกว่าแพทย์ที่ต่ออายุแบบต่อสายให้เป็นแค่มนุษย์พืช แต่หลวงปู่ไม่เอาวิธีนั้น แต่ให้มีชีวิตเต็มๆ ให้ปกตินี่แหละ ไม่เอาแบบปอดหัวใจอยู่ข้างนอกแล้วตัวเองนอนเป็นมนุษย์พืช อย่างนั้นไม่เอา เป็นภาระวุ่นวาย แต่ถ้าจะอยู่ก็ต้องอยู่แบบนี้มีเรี่ยวแรงกำลังทำงาน อย่างนี้อยู่ การจะทรงชีวิตให้มีอาการ 32 กายขันธ์นี้อยู่อย่างไม่เป็นพิษ มีพลังงานร่วมกันทำงานเป็นอาการ 32 ทำงานกันคนละหน้าที่ประสานกัน ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้อาการ 32 ทำงานไป ก็จะมีบกพร่องชำรุด บางอย่างฟื้นยาก แต่บางอย่างก็ฟื้นได้

สรุปอีกทีก็อยากจะสำทับว่า พยายามเถิดนะพวกเรา ที่จะเห็นคุณค่าของโอกาสที่มีภาษาวิชาการว่าเป็นสัปปายะ 4 1 . เป็นสถานที่สัปปายะ คือนี่แหละทั้งดิน น้ำ ไฟ ลม พื้นดินสิ่งแวดล้อมต่างๆที่เราอาศัย 2 . บุคคลสัปปายะ มีพี่ป้าน้าอาคุรุ สมณะสิกขมาตุ ที่ปรารถนาดี แต่ละคนเป็นผู้พยายามจะช่วยเหลือพวกเรา พาอยู่พาเป็นพาดำเนินชีวิตให้เจริญให้ดี ไม่ใช่ต่างคนต่างอยู่ ไม่ใช่ พวกเราไม่ใช่คนใจดำ ที่ครอบครัวใครครอบครัวมันไม่ใช่ ของเรานี่ต้องเกื้อกูลกัน สังเกตให้ดีว่าสังคมพวกเรากับสังคมข้างนอกไม่เหมือนกัน 3 . อาหารสัปปายะ มีเครื่องอาศัย ทั้งที่อยู่ที่กิน อุปโภค บริโภคที่อุดมสมบูรณ์ คนผอมมาก็จะอ้วนขึ้น คนอ้วนมาก็ผอมลง ที่นี่แปลก ได้สัดส่วนสันทัดคน ที่นี่ไม่มีใครอ้วนเกินหรือผอมเกิน มีบ้างที่เกินแต่น้อย อ้วนเกินไปหน่อย พยายามเท่าไหร่ก็ไม่ได้ เข้าตัวอยากลดแต่ไม่ได้ เช่นพี่ดาวชิดเดือนเป็นต้น ก็พยายาม มันเป็นวิบากหลายอย่าง แต่เราก็พากเพียร วิบากเปลี่ยนแปลงได้ หลวงปู่ก็เปลี่ยน 4 . ธรรมะสัปปายะ ทั้ง 4 อย่างครบพร้อมในที่นี้ที่พาเราเจริญ มันเป็นโชคของเราแล้วหนอ สำนึกตรงนี้ พวกเราตั้งใจเอาดีให้ไดั อย่าให้เสียเปล่า อย่างน้อย 6 หรือ 12 ปี ถ้าเราต่อไป ป.ตรี โท เอก ก็ 16 ปีอย่างน้อย หรือ 20 ปีขึ้นไปเลย เราเองเห็นว่าอันนี้เป็นคุณค่าของมนุษยชาติของสังคมจริงๆ เป็นเจตนาของหลวงปู่จริงๆว่าเราต้องมาสร้างคน อย่างอื่นวัตถุเขาก็ช่วยกันแล้ว แต่เรื่องสร้างคนนี่ยากมาก ให้เป็นคนดีคนประเสริฐ เป็นอาริยบุคคลยิ่งยาก ท้าทายความสามารถมาก แต่มันดีที่สุด คนอย่างพระพุทธเจ้าเลือกงานนี้ พระโพธิสัตว์ถ่ายทอดจากพระพุทธเจ้าก็จะมาทำงานนี้

มีคำถามไหม?

_รุ่นพี่ไม่เป็นตัวอย่างที่ดีของรุ่นน้อง เช่น ห้ามเอาขนมมากินที่เรือ ที่พักหรือที่ชั้น 4 รุ่นพี่ทำทั้งนั้น พ่อครูว่า… พระพุทธเจ้าสอนเราว่า ยถาวาที ตถาการี ตถาการี ยถาวาที แหลว่าเราพูดอย่างไรเราทำอย่างนั้น เราทำอย่างไรเราพูดอย่างนั้น อย่าเป็นคนโกหกตลบแตลง

_ผู้ชายพี่ๆที่เกเร ข่มขู่น้อง น้องคนไหนไม่ทำตามตนในทางไม่ดีหรือให้ข้อมูลสมณะคุรุก็จะโดนแกล้งโดนขู่ โดนเยอะเย้ยว่า มันจะทำดีได้กี่น้ำ ดูถูกการทำดี เหมือนไม่อยากให้ที่นี่ดีขึ้นมา อยากให้ที่นี่เสื่อมหรืออย่างไร แล้วพี่ๆเขามาเรียนทำไมกัน

_ศีลข้อ 3 แสดงออกไม่อายใคร สังเกตว่า เวลาหลวงปู่เทศน์จบ พี่ๆฝ่ายชายก็จะเดินไปทางเขตหญิง เดินคลอเคลียกันไป ไม่อายเลย พ่อครูว่า… เดี๋ยวไปถ่ายคลิปมา พวกเราก็พยายามอยู่แล้ว เรื่องนี้หลวงปู่เข้าใจว่า เกิดมาโตขึ้นจะมีฮอร์โมน แต่ก็ต้องระวังสังวร อย่างวัฒนธรรมเอเชียเราถือว่าเป็นเรื่องน่าอาย ของตะวันตกก็เขาว่าไม่อาย แต่ของเรามันต้องระวัง ปฏิภาณของพวกเราแต่ละคนก็รู้ ก็สังวรหน่อยก็ได้แล้ว

_มีนร.ที่มีพฤติกรรมหนีเรียน โดดเรียน ไม่เข้างาน ไม่เข้าฐาน ไม่ส่งงาน ไม่กลัวทำโทษ พ่อครูว่า… ถ้ามีครบเครื่องอย่างนี้สงสัยอยู่ด้วยกันไม่ได้แล้ว หนักหนาสาหัส อาการ อยากให้หลวงปู่ถามเขาว่า จะมาเรียนที่นี่ทำไม ให้สถาบันเขาเสื่อมเสีย ไม่อยากอยู่ก็ออกไปเสีย

_ทำไมคนที่ชอบขโมยของคนอื่นบ่อยๆ ทำไมไม่มีจิตสำนึกบ้าง ทั้งที่ที่นี่สอนให้มีจิตสำนึก สอนศีล 5 ทำไม? พ่อครูว่า… เพราะชั่ว จับได้เอามาพิจารณาลงโทษ ผิดศีล มันติดเป็นนิสัยแล้วจะติดเป็นวิสัย แล้วก็ติดเป็นสันดาน อย่าสะสมเลย ก็รู้แล้วว่าทำเช่นนั้น มันไม่ดี เอาของคนอื่นที่ไม่ใช่ของตน อย่าทำ หยุดให้ได้

_พระสามารถกราบแม่ได้ไหม พ่อครูว่า… ไม่ได้ แต่ทีนี้ก็พาซื่อ ใจคนเราถ้าบอกว่ามาเป็นพระแล้ว ระลึกถึงบุญคุณแม่ หรืออยากจะแสดงความนอบน้อมแม่ที่เป็นฆราวาสก็ดี แต่สมมุติต้องเป็นสมมุติ หากเราไม่รู้สมมุติก็สับสน พระพุทธเจ้าท่านให้รู้สมมุติ เช่น พระที่มาบวชก่อน อายุจะน้อยกว่า คุณธรรมไม่สูงก็ตาม ผู้บวชทีหลังแม้เป็นอรหันต์ก็ต้องกราบผู้บวชก่อน หรือแม้แต่วรรณะสูงกว่ามาบวชทีหลังก็ต้องกราบผู้มีวรรณะต่ำกว่าที่มาบวชก่อน โดยสมมุติสัจจะโลกต้องรู้ว่าอะไรควร ไม่แสดงออกที่ผิดสมมุติ แม้ใจเราจะเคารพแต่ก็ต้องระวังให้ถูกสมมุติ ก็มีคลิปออกมาให้เห็น .... จบ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน