601205_พ่อครูเทศน์เปิดงานตลาดประชารัฐ Green Market อุทยานบุญนิยม.docx
เนื้อหาในไฟล์
601205_พ่อครูเทศน์ เปิดงานตลาดประชารัฐ Green Market อุทยานบุญนิยม
5 ธันวาคม 2560 ปีนี้ ที่ อุทยานบุญนิยม จัดโรงบุญ 5 ธันวาฯ มหากุศล แจกอาหารมังสวิรัติฟรี และมีการ เปิดงาน ตลาดประชารัฐ Green market พร้อมกับตลาดประชารัฐของรัฐบาลที่จะ kick off เปิดตัวพร้อมกัน ทั่วประเทศ ในวันนี้ โดยพ่อครูนำหมู่สมณะสิกขมาตุออกบิณฑบาต ตั้งแต่ 07.30 น. ที่หน้าอุทยานบุญนิยม จากนั้น พ่อครูได้เทศนาเปิดงาน ต่อด้วย ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี คุณ นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ได้ให้เกียรติ มาเป็นประธานกล่าวเปิด ตลาดประชารัฐ และลั่นระฆัง เปิดงาน
พ่อครูว่า... เป็นฤกษ์งาม ยามดีมาก ที่ทางราชการเอื้อมมือ ให้โอกาสชาวอโศก ได้มาทำตลาดประชารัฐ ตลาดประชารัฐ ตามความเข้าใจของอาตมา ก็หมายความว่า เป็นตลาด คือสถานที่ ที่จะจำแนก แจกจ่าย โดยการซื้อขายข้าวของผลผลิตสินค้าต่างๆ ที่ขายผลิตขึ้นมา สร้างขึ้นมา แล้วต้องการที่จะกระจาย เผื่อแผ่ให้แก่คนอื่น ในวิธีการแลกเปลี่ยน แลกเปลี่ยนด้วยของกับของ บาร์เทอร์ หรือว่าจะแลกของด้วยตั๋วเงิน เรียกว่าธนบัตร หรือเรียกว่าเงินก็แล้วแต่เรียกกัน ปฏิบัติกันทั่วโลก เป็นวิธีจำแนกแจกจ่าย เกื้อกูลกัน โดยที่แลกกันไป แลกกันมา ภาษาบาลีเรียกว่า ลาเภนลาภัง นิชิคิงสนตา แปลว่า ลาภแลกลาภ หรือ ของแลกของ มีสองอย่าง ของกับของ เรียกว่าบาร์เทอร์ และแลกของกับเงิน เงินก็เป็นอัตราราคาเท่านั้น เท่านี้ อย่างนี้ เป็นต้น ซึ่งวิธีการเหล่านี้ เป็นวิธีการของความเฉลียวฉลาดของมนุษย์ มนุษย์ก็สามารถคิดได้ แล้วก็มาปฏิบัติกัน ทีนี้มาถึงลมหายใจแบบนี้ ปัญญาของคนก็เข้าใจ แม้แต่ผู้บริหารของประเทศ ก็เข้าใจแล้วว่า การจะเชื่อมโยงกัน เพื่อจะให้เกิดตลาดสำหรับประชาชน กับรัฐบาล เรียกว่าประชารัฐ มีประชาชนกับรัฐบาล รัฐบาลเป
อ่านต่อ
็นตัวแทนของรัฐ ก็ได้มาเชื่อมโยง กับประชาชน หาโอกาส เปิดโอกาส หาสถานที่ อำนวยความสะดวก แม้ที่สุดเติมเงิน เพราะฉะนั้นตลาดประชารัฐ รัฐบาลยังแจกเงินให้แก่ประชาชน คนจน ไปจำนวนนั้น จำนวนนี้ เป็นการแรกเริ่ม แล้วก็เอาเงินนี้ ใช้เป็นคูปอง อะไรก็แล้วแต่ ให้คนจนนำไปซื้อ นำไปแลกเอาของที่ต้องการมา แล้วก็จะมีตลาด ที่จะให้ผู้ค้า เรียกว่าพ่อค้า แม่ค้า เข้ามาใช้อาคารสถานที่ ก็จัดตลาดของประชารัฐ เป็นสถานที่ แล้วก็ให้โอกาสของประชาชน เข้ามาขาย แต่ว่ามันยังเพิ่งเริ่มต้น รัฐบาลเริ่มต้นก่อน ทำโดยมีเงื่อนไข มีข้อแม้ต่างๆ อยู่บ้าง ก็ค่อยๆดำเนินไป อาตมาเอาใจช่วยเต็มที่เลย ส่วนชาวอโศก เราทำมานานแล้ว แต่คนเค้าไม่สนใจ เหมือนกับรัฐบาล รัฐบาลทำแล้ว คนสนใจไว้ใจกว่า ส่วนเราทำตลาดประชารัฐ เราให้ฟรีตลอด ไม่มีเงื่อนไข แต่คนก็ยังไม่ค่อยเชื่อถือ ไม่ค่อยให้เครดิตเรา เราก็คัดเลือกบ้าง คัดเลือกผู้ที่ดีพอสมควร ไม่เกะกะ เกเร เท่านั้นเอง ตอนนี้คนก็เข้าใจ แล้วก็เข้ามา อย่างเช่นว่า อุทยานบุญนิยม เราก็เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามาใช้สถานที่นี้ เป็นตลาดมาขายฟรี เงื่อนไข ก็เพียงแต่ว่า สินค้าที่เอามาขายนั้น อย่าเป็นสินค้ามีพิษ อย่าเป็นสินค้ามอมเมา ซึ่งพระพุทธเจ้าก็สอนไว้ในเรื่องของ วีสะ กับ มัชชะ เป็นของมีพิษกับมอมเมา ถ้าเป็นของไม่เป็นพิษ กับไม่มอมเมา พระพุทธเจ้าสอนเอาไว้ว่า การค้านี้ที่เป็น มิจฉาวณิชชา มีห้าประการ
1 อย่าค้าขายอาวุธ อาวุธนี้เป็นเครื่องมือฆ่าคน อย่าเอามาค้าขาย เราไม่เอา เราไม่สนับสนุน ไม่ส่งเสริม ถือว่าเป็นบาปมาก 2 ไม่ค้าขายสัตว์เป็น ห้ามสัตว์เป็นอย่าเอาเข้ามาค้าขาย แม้แต่เอามาเลี้ยง พระพุทธเจ้าก็ห้าม พยายามอย่าทำ แต่การฆ่าสัตว์ การเลี้ยงนี้ มีนัยที่ต่างกว่ากัน อยู่บ้าง แต่ยังไม่มีเวลาลงรายละเอียด อธิบาย ก็เอาแต่แค่สั้นๆ สัตว์มันก็มีปากของมัน ชีวิตของมัน ก็มีหน้าที่ใช้วิบาก เราอย่าไปร่วมวิบากกับสัตว์ เราเองก็รักษาตัวเองเถอะ อย่าให้มีวิบากผูกพัน ทั้งทางรัก และทางพยาบาท จะได้ปลดปล่อย จะได้นิพพานเร็วๆ เพราะฉะนั้นจากห้ามค้าขายสัตว์ เป็นมังสะวณิชชา ท่านก็ห้าม 3 ค้าขายเนื้อสัตว์ ท่านก็ห้ามค้าขาย แต่ทุกวันนี้พุทธศาสนิกชนเอง หรือแม้แต่ครูบาอาจารย์ผู้สอน ก็ยังเข้าใจไม่สัมมาทิฏฐิทีเดียว เขายังสอนผิด ก็ยังขาย ดีไม่ดี ก็เป็นครูบาอาจารย์ ผู้สอนก็ยังกินเนื้อสัตว์ ให้เขาซื้อเนื้อสัตว์ มาทำอาหารประเคนอยู่ ก็เลยไม่จบ ไม่ชัดเจน ไม่เด็ดขาด สรุปแล้วแม้แต่เนื้อสัตว์ ก็ไม่เอาไม่ขาย 4 วีสวณิชชา หมายความว่า การ ค้าขายสิ่งที่เป็นพิษ เพราะฉะนั้น สิ่งที่เป็นพิษ ถึงขั้นกินเข้าไปแล้วตาย บาปแน่นอน เป็นพิษสั่งสม มันค่อยๆสะสม ไม่ตายทันที อย่างนี้ก็บาป เพราะฉะนั้นสิ่งที่เป็นพิษค่อยๆสะสม ค่อยๆสะสม จะอ่อนขนาดไหน มันก็เป็นพิษ ก็อย่าเอาสินค้า หรือเอาผลผลิตอะไรที่มันเป็นพิษ อย่างนี้ มาให้คนบริโภคอุปโภค มันเป็นพิษเป็นภัย มันเป็นบาป มันเป็นสัจจะ 5 มัชชวณิชชา ความเมามีหลายขั้น เมาอย่างสุรานี้ แปลว่ากล้า ที่ว่ากล้าที่สุดนี้ อย่าเอามาเสริมกัน อย่างเช่น ยาเสพติดรุนแรง น้ำเมาที่ดื่มเข้าไปแล้วเมาให้เห็นเลย คุมสติไม่ได้ ไม่รู้สติสตังอะไรแล้ว อย่างนี้อย่าเอามาขายกัน หรือแม้แต่จะมอมเมากันช้าๆ นานๆ มันก็คือเมา จะเมาอย่างน้ำเรียกว่าน้ำเมา จะเมากันอย่างที่เรียกว่ายาเสพติดก็ตาม สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องมอมเมาทั้งนั้น ทีนี้มอมเมาที่รู้ได้ยาก ซับซ้อน มอมเมาในทางรสชาติ มอมเมาในทางสวย มอมเมาในทางสนุก อันนี้ดูได้ยาก แล้วคนก็ติดเยอะด้วย ทุกวันนี้ ก็ยังยากเลย ที่จะต่อต้าน แล้วก็ปรุงแต่งหนักหน้า ทุกวันเลย มอมเมากันให้รู้สึกว่า รสชาติอร่อย รสชาติอร่อย มันเป็นเรื่องปลอม เป็นเรื่องอุปาทานทั้งนั้น ไม่รู้จักสิ่งที่ มันเป็นเรื่องอุปทาน คือเรื่องยึดถือไปของเก๊ๆ เป็นอารมณ์หลอกๆ เรียกว่า สุขอัลลิกะ เป็น สุขหลอกๆ สุขเก๊ๆ สุขไม่จริง เลย มันเป็นอุปาทาน เป็นลมๆแล้งๆ แล้วคุณก็นึกว่ามันจริง มันไม่จริง มันเป็นจิตที่ถูกหลอก ถูกครอบงำ สิ่งนี้ลึกซึ้ง เรื่องนี้เป็นปรมัตถธรรม ต้องมาศึกษาให้ดี มันถึงจะละล้างความยึดถือที่โง่เง่านี้ได้ เมระยะ มอมเมาอย่างกลาง มัชชะ มอมเมาละเอียด อย่างลึกซึ้ง สุรานั้นเข้าใจง่าย เพราะมันหยาบแรง ส่วนเมระยะ มอมเมาอย่างละเอียด ตามลำดับลึกซึ้งไปเรื่อยๆ มอมเมาอย่างไม่ค่อยรู้ตัว มอมเมาอย่างดี เชิงหลอกล่อ อ่อยเหยื่อ ยืดยาวให้นาน เลี้ยงต้อยไว้นานๆอะไรพวกนี้ นี่ก็คือสิ่งที่มันหลอกกัน มันไม่ใช่เรื่องจริง เพราะฉะนั้นในระดับมอมเมา อย่างมัชชะ เป็นการมอมเมาอย่างสูงสุดแล้ว เพราะฉะนั้น ขั้นเมาสุดท้ายนี้ พระพุทธเจ้าก็ยังแยกเมาเอาไว้อีกชิ้นสุดท้ายจริงๆเลย คือมีพยัญชนะบอกว่า มัชชะ มทะ ปมาทะ มอมเมา ดีกว่ามอมเมาอย่างมัชชะ ถือว่าหยาบกว่า มทะ ถือว่าระดับกลาง หรือเมาเล็กน้อยแล้ว สุดท้ายปมาทะ เป็นเรื่องที่แต่ละคนมีอิสรเสรีภาพ ในการที่จะมีปัญญา มีความชาญฉลาด ที่จะรู้ถึงว่า อ๋ออันนี้ มันเป็นเรื่องที่เราหลงเป็นเหยื่อ ถูกหลอกเอาไว้ แม้มันจะน้อย มากอย่างไร ผู้ที่มีปัญญา ละเอียดลึกซึ้ง จะรู้ได้รู้ทัน และไม่ถูกมอมเมา กับสิ่งเหล่านี้ เป็นเรื่องละเอียดลึกซึ้ง ตอนนี้ความรู้ธรรมะพระพุทธเจ้า จะเข้าไปสู่ประชาชน โดยเฉพาะพุทธศาสนิกชน จะเข้าใจเรื่อยๆ อาตมาทำงานมาย่างเข้า 48 ปีกว่าแล้ว จะค่อยๆเห็นผลมาพอสมควร นี้จะครึ่งศตวรรษแล้ว ก็ยังยินดีที่จะทำต่อไปอีก ให้เป็นศตวรรษ อาตมาไม่หยุด ตั้งใจจะพยายามต่อไป ได้หลาย 10 ปี เท่าที่อาตมาจะกระเสือกกระสนไปได้ อย่างนั้นเถอะ ตอนนี้ก็คิดว่าสมควรแก่เวลา ท่านผู้ที่มาร่วมงานแล้ว ก็ขอแวะเข้าสู่กับตลาดประชารัฐ เป็นตลาดที่จะเอื้อเกื้อกูลให้แก่ประชาชน อาตมาดีใจนะ ที่ผู้บริหารประเทศได้พยายาม ที่จะจัดโอกาสแก่ประชาชน ให้มีสถานที่ให้คนจนมาจำหน่าย ตอนแรกนี่ก็ตั้งใจให้มาใช้ฟรี ต่อไปก็ยังไม่แน่ ที่จะขึ้นราคาไหม จะเก็บเงินไหม ก็ยังไม่แน่ พูดปลายเปิดไว้ แต่ก็ยังดี แต่ของเราขอภัยนะ ที่พูดนี้ประเดี๋ยวจะหาว่าเราไปข่มรัฐบาล ของเรานี้เปิดเอาไว้ว่า ให้มาขายฟรี มาเลยตั้งแต่ไหนแต่ไรมา จะเป็นอุทยานบุญนิยม ที่ไหนเมืองในอุบลเอง ที่อาตมากำลังนั่งพูดได้อยู่ก็ตาม หรือว่าจะเป็นที่ ราชธานีอโศก อยู่อำเภอวารินชำราบ ก็ตามตอนนี้มีอาคารขนาด 11 ไร่ จะทำเป็นตลาดสด ตลาดแห้ง ตอนนี้ก็เปิดโอกาสให้ประชาชน ผู้สนใจ ผู้ที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ไปยึดครอง หรือว่าไปจองสถานที่ ที่จะขายได้เลย ยังมีสถานที่อยู่ ยังไม่เต็ม ไปได้ ครึ่งหนึ่งของอาคารตลาดนี้ จะเป็นร้านอาหารตลาดสด อีกครึ่งหนึ่ง จะเป็นร้านตลาดอาหารแห้ง ก็ไปคุยไปดูรายละเอียด แล้วรีบไปจอง ประเดี๋ยวหมดแล้ว ไม่มีให้ นี่ก็คือสิ่งที่เราภาคภูมิใจว่า เราทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ เกื้อกูลแก่มวลประชาชนร่วมกัน ซึ่งมันตรงกันกับรัฐบาล เราก็ดีใจ ที่เราทำได้เหมือนรัฐบาลต้องการ เท่ากับเป็นการช่วยรัฐบาลไปในตัว ...จบ