600924_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ต่างคิดต่างสิทธิ์ ตอน 1.docx
เนื้อหาในไฟล์
600924_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ต่างคิดต่างสิทธิ์ ตอน 1 สื่อธรรมะพ่อครู(ความรัก 10 มิติ) bomb of love จากพระโพธิสัตว์ สมณะฟ้าไทว่า…วันนี้วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน 2560 ที่บวร ราชธานีอโศก ที่ราชธานีอโศกก็มีค่ายสัมมาอาริยมรรค มีคนมาเข้าค่าย 39 คน ก็มีคนใหม่มาเล็กน้อย ที่อื่นก็เช่นกัน คนเก่าก็ยังคงต้องมา พ่อครูว่า...อยู่ในหลัก3 นี้เป็น cyclic orderได้ ถ้าเพิ่มเป็น 4 5 6 ก็เร็วขึ้น กว่าจะได้ 7 ก็นานยาก กว่าจะได้ 8 ได้ 9 อีก สมณะฟ้าไทว่า...เป็นตัวแรกที่เราต้องเรียนรู้ว่าได้ 3 หลัก เป็นความมั่นคงรอบเพิ่มเป็น 4 5 6 ก็เร็วขึ้น 7 8 9 ก็ยากขึ้นอีก วันเวลาจะ 3 หรือ 4 ก็ไม่สนใจมันจะไปของมันเรื่อยๆ คนก็ลุ้นกับวันที่ 27 แต่วันที่ 30 นี้เขาก็ไม่อยากให้ถึง วันที่ 27 นี้เขาอยากให้ถึง วันที่ 30 นี้ คนก็ไม่อยากให้ถึง ยิ่งวันถวายพระเพลิงพระบรมศพ คนก็ไม่อยากให้ถึง พ่อครูว่า...เป็นเรื่องของจิตวิญญาณ เมืองไทยคนไทยเป็นต้นแบบของจิตวิญญาณที่แสดงถึง ปัญญา ถึง ภูมิธรรม คนไทยมีภูมิธรรม รู้จัก โลกุตรจิต โลกุตรภูมิ ในหลวงร.๙ เรามีโลกุตรภูมิ ได้แสดงถึงความเป็นมนุษย์โลกโลกุตระ จนคนไทยเราเห็นได้ ประชาชนคนไทย 50 ถึง 60 ล้านคน 70 ล้านคน สามารถมองเห็นได้ส่วนใหญ่เลย มองเห็นได้ชัดเจน เข้าใจเป็นส่วนใหญ่ว่าอันนี้คือคุณค่า จิตวิญญาณที่แสดงออก อย่างในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ทรงพระจริยวัตรต่างๆ เป็นพระทัยที่สุดยอด เป็นโลกุตตรจิต คนไทยมีภูมิธรรมเข้าใจได้ ท่านตรัสสอนไม่มาก เอาแบบคนจน ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา เอาเศรษฐกิจพอเพียงนี่แหละ มันน้อยแล้วก็พอ หยุด แล้วก็น้อยลงอีกได้ก็พอ แล้วก็สงบไม่ดิ้นรน ไม่แส่หาอีก สันตุฏฐิ ปวิเวกะ อสังสัคคะ ไม่เอาแล้วสวรรค์ เลิก ไม่ต้องมีหรอกสวรรค์ สวรรค์คู่กับนรก มีนรกต้องมีสวรรค์ ไม่เอา
อ่านต่อ
เลิก หยุด ไม่เอาทั้งสวรรค์และนรกไม่ต้องมีแล้วสวรรค์นรก คนไทยเข้าใจได้ แสดงภูมิจิต ภูมิธรรมของคนไทย ปัญญาของคนไทยที่ไม่เฉโก เป็นความฉลาดชนิดวิเศษ เข้าใจคุณธรรมอันประเสริฐวิเศษนี้ได้ ท่านไม่ต้องการให้ใครมาเคารพ ไม่ต้องการให้ใครมาเป็นบริวาร ไม่ต้องการการหาเสียงอะไรเลย แต่คนจะมีภูมิปัญญาเอง รับรู้ได้ พอท่านสวรรคตขึ้นปั๊บก็เสียดาย พอท่านสวรรคตปุ๊บไหวพริบก็เกิด ของยิ่งใหญ่เสียหายของประเทศไทย Bomb of love ก็เกิด ตูม ระเบิดแห่งความรัก ตูมขึ้นมา ไอน์สไตน์ได้พูดเอาไว้เรื่องของ bomb of love ไอสไตน์ได้เขียนจดหมาย ถึงลูกสาวเอาไว้ อาตมารับมาไว้ก็บอกว่าเป็นสิ่งยิ่งใหญ่ก็ได้เอามาอธิบาย และก็มีจริง Bomb of love เกิดระเบิดแห่งความรัก รักอย่างเทิดทูนเชิดชู ให้แก่สิ่งที่ประเสริฐสูงส่ง เป็นความรักอันบริสุทธิ์ ไม่ใช่ความรักเชิงกาม ไม่ใช่ความรักเชิงศักดินา เป็นความรักที่ Fraternity เป็นความรักอย่างพ่อแม่ลูก เป็นความรักที่ประเสริฐยิ่งใหญ่ สมณะฟ้าไทว่า...เมื่อตอนพระพุทธเจ้าปรินิพพาน คนก็เสียใจกันมาก แต่พระพุทธเจ้าก็บอกไว้ก่อนหลายเดือน เมื่อท่านนอนใต้ต้นสาระ ภิกษุได้ถวายพัดอยู่ พระพุทธเจ้าก็บอกให้ภิกษุถอยไป กษัตริย์ลิจฉวีจะมาพบเรา คนก็ขอให้ได้อยู่ ตอนพระพุทธเจ้าปรินิพพานก็พอ ตอนนี้พ่อครูก็เป็นพระโพธิสัตว์องค์หนึ่ง เราก็ไม่อยากให้จากกันไป แต่ถ้าท่านจะไป เราก็คงทำอะไรไม่ได้ พ่อครูว่า...อาตมาช่วยยื้อให้อยู่ เมื่อไหร่มันจะสุดสิ้นก็ไม่ทราบ สมณะฟ้าไทว่า...พวกเราก็ต้องช่วยท่านทำงาน จะไปยื้อยุดสรีระของท่านก็ไม่ได้ ท่านก็ยื้อมา 12 ปีแล้ว เห็นอาการฝืนวิบากของท่านอยู่ ท่านมีความเมตตาต่อมนุษยชาติให้ได้รู้ธรรมะอันลึกซึ้ง ให้คนได้พ้นทุกข์ไปได้ เพราะคนในสมัยนี้มีความทุกข์เยอะมากกว่าสมัยโบราณ มีองค์ประกอบมาก ก็อยากจะช่วยให้มนุษย์ที่อยู่ในปัจจุบันนี้ให้พ้นทุกข์ให้ได้ ก็มีความพากเพียรพยายามเป็นความกรุณาของท่าน ซึ่งเราเป็นลูกศิษย์ก็ต้องพากเพียรที่จะกตัญญูกตเวที พากเพียรที่จะลดละกิเลส ที่จะเสียสละให้ได้ สิ่งที่ท่านอธิบายก็มีความต่างกับโลกีย์ โดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจะคำว่าบุญ กาย สมาธิ ก็มีความต่าง ถ้าไม่ต่างเราก็ไม่ต้องมาหาท่าน ญาณ พระโสดาบัน ก็จะรู้ว่ามีธรรมะที่ไม่เหมือนทั่วไป เป็นของวิเศษ ต้องเป็นสัตบุรุษเท่านั้นที่จะพูดได้ พระพุทธเจ้าบอกว่ามีเรากับสาวกตถาคตเท่านั้นที่จะอธิบายแบบนี้ได้ สมัยนี้ก็มีพ่อครูอธิบายได้ พวกอาตมายังไม่ถึงก็ต้องเรียนรู้ปฏิบัติตามไปเรื่อยๆ
พ่อครูว่า...ก่อนจะได้อธิบายรายละเอียด ก็ฟัง โฆษณาคั่นรายการก่อน จะมีการสอบวิชาการ ของ ว.นบ. ก่อนออกพรรษา ของนิสิต ว.นบ. ในวันอังคารที่ 26 กันยายน นี้ ที่บวรราชธานีอโศก นิสิต คนไหนที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่หากประสงค์จะร่วมสอบด้วย กรุณากลับเข้าพื้นที่เพื่อมาสอบ เป็นการวัดผลในช่วงเข้าพรรษานี้ พุทธสถานและสังฆสถานต่างๆ ถ้าชุมชนใด ต้องการที่จะ ทำบททดสอบ การฟังธรรมะของพ่อครู ว่าเข้าใจ ได้ถูกต้องมากน้อยเพียงใด โดย จะให้ทำข้อสอบชุดเดียวกับ นิสิต วนบ. ในวันอังคารที่ 26 กันยายน 2560 เวลา 18.00 น ถ้าพุทธสถานใด ต้องการ ให้ชาวชุมชน ร่วมบททดสอบนี้ด้วย ช่วยกรุณาแจ้งมาให้ที่ท่านแสนดิน
SMS วันที่ 22 กันยายน 2560 (พ่อครู-บวรราชธานีอโศก)
จากเฟสบุ๊ก...
_ภัสราภรณ์ นิลโท · กราบนมัสการพ่อครูค่ะ ดิฉันจำได้ว่า พ่อครูเคยบรรยายธรรมในตอนหนึ่ง ได้อ้างอิงถึงตัวละคอนในเรื่อง "สามก๊ก" ว่า "อาตมา คือกวนอู" พ่อครูต้องการที่จะสื่อถึงอะไรหรือคะ เพราะกวนอูเป็นผู้มีคุณธรรมที่เด่นชัด คือ ความซื่อสัตย์ กตัญญู อดทน ไม่หวั่นไหวต่ออริ และอธรรม และเป็นผู้มีพละกำลังมหาศาล พ่อครูว่า...กวนอูมีคุณสมบัติอะไรอาตมาก็มีอย่างนั้นยกเว้นพละกำลังไม่มีมากเหมือนกวนอูที่ยกง้าว 80 ชั่งได้
_จากชาวชุมชน กราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพยิ่งค่ะ ประเด็นคำถามคือ ควรจะทำใจอย่างไรไม่ให้ทุกข์ เมื่อเจอเหตุการที่เราไม่สามารถจะจัดการอะไรได้ เนื่องจากมีเหตุการณ์ดังนี้ค่ะ มีครอบครัวหนึ่งอาศัยอยู่ในชุมชนศีรษะอโศก สามีป่วยเป็นอัมพฤกษ์ ช่วยเหลือตัวเองได้ไม่สะดวก แต่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงไว้ในบ้านคือแมว ปัญหานี้เรื้อรังมานานแล้วค่ะ….เพราะมีการบอกกล่าวกันกับครอบครัวนี้แล้วว่า ผิดกฎระเบียบชุมชน แต่ก็ไม่มีการดำเนินการใดๆ ตอนนี้ประชากรแมวเพิ่มขึ้นหลายตัว เป็นปัญหากับชุมชนมากโดยเฉพาะหน้าฝน ทั้งขี้และเยี่ยวจะมีกลิ่นเหม็นมาก ล่าสุด..ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านก็ได้บอกกล่าว ให้จับแมวไปปล่อยที่อื่นเพราะได้รับการร้องเรียนมา สิ่งที่ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านได้รับคำตอบคือ “ไม่จับ ใครอยากตายก็มาจับ ลองดู” ทั้งๆที่เขาบอกกล่าวด้วยเจตนาดี รับได้รับคำตอบมาแบบนั้น...ฟังแล้วเกิดอาการหดหู่ใจค่ะ… หลายคนช่วยกันเอาภาระบอกกล่าวด้วยเหตุผล เพราะเข้าใจว่าเป็นผู้ป่วย ไม่ใช้คำพูดที่รุนแรง เพราะกลัวว่าจะเป็นการทำร้ายจิตใจผู้ป่วย ท่านสมณะ ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ต่างก็ได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่แล้ว…
_เพิ่มเติมประเด็นคำถามค่ะ จะทำใจอย่างไรไม่ให้ทุกข์ เพราะรู้สึกสงสารผู้ที่มีบ้านที่มีบริเวณติดกัน และทุกข์จากการที่เริ่มมีอาการไม่ชอบใจเจ้าของแมว(วจีสังขารข้างในพูดว่า ตัวเองยังเอาตัวเองไม่รอด(ผู้พิการ)แล้วจะเลี้ยงแมวเพื่ออะไร) ปล ปัญหานี้เรื้อรังมาร่วมปีแล้วค่ะ พ่อครูว่า...ผู้ที่ทำชั่วทรมานเบียดเบียนคนอื่นเขาก็ได้วิบากเขาไป แค่นี้ก็เป็นวิบากที่ทำให้คนอื่นทรมานขนาดนี้ ต่อไปวิบากตอบแทนเขาจะได้รับวิบากหนักกว่านี้หลายเท่า ในอนาคต จะได้รับเพิ่มเติม แต่เขาไม่รู้เพราะว่าเขาเป็นคนอวิชชา สิ่งเหล่านี้เป็นอจินไตย พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า...อกุศลแม้น้อย ความไม่ดีงามแม้เล็กน้อยอย่ากระทำเลย เป็นเรื่องสุดยอด อาตมาซาบซึ้งมาก
_ฝนเอื้อฟ้า...หัวข้อ : สาเหตุแห่งการล่มสลายของ บวร ในประเทศสยาม ภายใต้การนับถือ ศาสนาพุทธในยุคอดีตจนถึงปัจจุบัน
คำว่าบวร คือ สถานที่ประเสริฐ สถานที่ล้ำเลิศ สถานที่ดีเลิศ
ขอย้อนรอยทางกลับไปประวัติศาสตร์ไทย ของคนสมัยก่อนๆ มีทั้งความกลมกลืน กลมเกลียว แน่นแฟ้น เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับวัด เพราะวัดก็คือ โรงเรียนที่อยู่ใกล้ชุมชนต่างๆตามหัวเมืองน้อยใหญ่ และที่ห่างไกลตามชนบท วัดและชุมชนนั้นมีการพึ่งพาอาศัยถ่ายเท มีปฎิสัมพันธ์เกื้อกูลทั้งทางด้านสังคม พฤติกรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมมาช้านาน คนสมัยโน้นก็ใช้คำว่า บวร นี้เช่นกัน แม้ว่าจะไม่ใช่ บวร ที่เป็นโลกุตระดังเช่น ชาวอโศก โดยเฉพาะบวรบ้านราช ซึ่งเป็น บวรที่ดีที่สุด ขณะนี้บนโลก แต่นิยามคำว่า วัด หรือบวร ของคนในสมัยก่อนก็คือ สถานที่ บ่มเพาะทางจริยธรรม เพื่อช่วยสร้างจิตวิญญานที่ดี ประสิทธิ์ประศาสตร์สอนวิชาความรู้เพื่อใช้ในการประกอบสัมมาอาชีพให้เท่านั้นไม่เน้นสอนการลดกิเลส ให้ความรู้ชนชั้นสูง ชนชั้นปกครอง จนถึง ชนชั้นชาวนา ชาวไร่ บริเวณใกล้ๆเคียงกัน แต่แล้วบวรของประเทศสยามได้เริ่มสั่นคลอนตั้งแต่เริ่มมี แผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑ ในปีพุทธศักราช ๒๕๐๔ - ๒๕๐๙ สมัยจอมพล ถนอม กิตติขจร เป็นต้นมา เพราะตั้งแต่บัดนั้นจนถึงปัจจุบันนี้ บวรของสังคมภายนอกได้สวนทางกับแนวคิด บวร ของพ่อครู สมณะโพธิรักษ์ อย่างสิ้นเชิงแบบ ๑๘๐ องศา
คำว่า บ้านของพ่อครู คือ สังคมทั้งหมดที่เราอยู่ร่วมกัน แต่บ้านของคนภายนอกคือ ต่างคนต่างอยู่ ด้วยกระแสค่านิยมตัวใครตัวมัน
คำว่า วัดของพ่อครูคือ คุณธรรม คือ ธรรมะโลกุตระ แต่วัดของคนข้างนอกคือ สถานที่มาประกอบพิธีกรรมตามจารีตประเพณีด้วยกระแสของเม็ดเงินโดยแท้
คำว่า โรงเรียนของพ่อครู คือสถานที่ให้การศึกษาเพื่อพึ่งตนเอง จนเป็นที่พึ่งให้แก่ผู้อื่นได้ แต่ โรงเรียนของคนข้างนอก คือ การมาเรียนจนจบออกมาพึ่งพานายทุน การเก็บค่าแป๊ะเจี๊ย สถานะของผู้ที่เรียกตนเองว่าครู เน้นเก็บค่าสอนพิเศษรายชั่วโมงกับนักเรียน เหมือนนายจ้างจ่ายเงินให้ลูกจ้างเพื่อช่วยมาสอน ( ไม่มีความศักดิ์สิทธิ์ น่าเทิดทูนในฐานะแห่งความเป็น ครู แต่อย่างใด เป็นแค่นักติวเตอร์ เก็งข้อสอบ )
และ บวรของชาติไทยก็ได้ล่มสลายขาดสะบั้นไร้รอยต่อทางจิตวิญญานมาช้านานแล้ว ยกเว้น บวร ของอโศกเท่านั้น
" วัดจะดีมีหลักฐานเพราะบ้านช่วย บ้านจะสวยเพราะมีวัดดัดนิสัย บ้านกับวัดผลัดกันช่วยก็อวยชัย ถ้าขัดกันก็บรรลัยทั้งสองทาง" (สุภาษิตโบราณได้ว่าไว้เช่นนี้ค่ะ)
สุดท้ายนี้ แม้ศาสนาอิสลามก็ยังสร้าง บวร ในชุมชนมุสลิมให้เหนียวแน่นด้วยใช้สุเหร่าสื่อกลางสอนศาสนา ศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิคพยายาม สร้างบวรในชุมชนชาวคริสต์ด้วยโบสถ์ สอนคำสอนในคัมภีร์ไบเบิ้ล แม้ศาสนาพุทธตามชุมชนในประเทศ นั้นยังยากมากเลยที่จะเป็นบวรที่แท้จริง จะเป็นสามเส้า บ้าน วัด โรงเรียน จะซึมซับหากัน อย่างละเอียดมีสภาวะจริง ความจริง มีความรู้ที่เป็น โลกุตรธรรมแทรกซึมเข้าไปให้กับทุกคน= สัจจะของ บวร มีแต่อโศก เพียงเท่านั้น
ถ้าวิเคราะห์ช่วงไหนขาดหายผิดพลาดไป กราบรบกวนพ่อครูเสริมในจุดที่ขาดด้วยนะคะ
_อยากรู้เรื่องอนุสัยคือเชื้อโรค ขอคำอธิบายโดยพิสดาร พ่อครูว่า...ยังไม่ขอใช้เวลาตอนนี้อธิบาย ต้องรู้ตั้งแต่อาศัย นิสัย วิสัย อนุสัย จึงเข้าใจได้ ก็ค่อยติดตามไปอนุสัยนี้ยิ่งกว่าอาสวะอีก
สื่อธรรมะพ่อครู(กรรม) ตอน สุดวิสัยที่เจตนา _ลูกจะมีวิบากเรื่องนี้หรือไม่คือว่า มีแมลงปอ เข้ามาติดในห้องอาคาร ซึ่งตอนแรกติดกับห้องที่ลูกทำงานอยู่ ตอนแรกก็ลังเลว่าจะช่วยหรือไม่ แต่ก็ทนไม่ได้เลยเปิดประตูเข้าไปช่วย เพื่อจะนำแมลงปอออกไปปล่อยข้างนอก แมลงปอก็บินมาเกาะที่อุปกรณ์ช่วยเหลือ แต่พอใกล้จะถึงทางออกก็บินไปเกาะที่เพดานอีก ก็มีจิ้งจก(ซึ่งลูกก็ไม่เห็นในขณะนั้น) เคลื่อนมาอย่างเร็วมาก งับแมลงปอทันที (ลูกเจตนาช่วย แต่การณ์กลับกลาย) สภาวะขณะนี้เหมือนลูกลังเลสงสัยว่า เลือกมาอยู่ราชธานี ด้วยการตัดสินใจตอนที่ตัวเองจะมีอายุครบ 60 ปี เริ่มฟังพ่อท่านตอนเป็นพันธมิตรปี 51 แล้วเกษียณอายุตัวเองจากการป่วย ปี 53 แล้วตามฟังพ่อท่านด้วยความศรัทธาในคำสอน ปี 55 รักษาตนเองตามคำบอกของอาจารย์หมอเขียว ขณะนี้ลูกตัดสินใจถูกไหมว่า 1. มาอยู่ที่บ้านราชธานีซึ่งตอนนี้กำลังก่อสร้างแล้ว ช่วยงานตามฐานงานต่างๆ 2. มีโอกาสช่วยงานหมอเขียว 3. ฟังธรรมแล้วปฏิบัติธรรมให้ดียิ่งขึ้น การที่เราจะมีสติกำหนดรู้ให้เท่าทันและรวดเร็วจะกำหนดที่ตรงไหนจุดใดก่อน พ่อครูว่า...เจตนาเป็นสำคัญสุดจากที่คิดที่ทำแล้วก็สุดวิสัย เอาแค่เจตนาคุณดีแล้วเป็นกุศล คุณก็ได้แล้วกุศลเจตนา ส่วนมันจะร้ายแต่เราจะดีหรือมันดีเกินกว่าเจตนาไปแล้วมันยากที่จะไปตัดสินได้ว่า มันเป็นเพราะคนหรือมันเป็นเพราะเหตุอื่น มันเป็นสุดวิสัยแล้วนะ วิสัย คือ สัยตัวปลายสุดแล้ว ไปทำอะไรไม่ได้แล้ว จากวิสัยเป็นอนุสัยแล้ว คือสิ่งที่เล็กละเอียด อนุ สั่งสมในก้นบึ้งของจิตเราคือคลังสัญญาเราแล้วออกมาทำงาน ถ้าสั่งสมโลกุตตระก็มาทำงานแบบโลกุตระ ถ้าสั่งสมอกุศลก็ออกมาเป็นแบบอกุศล มันต้องมาทำงาน มันมีฤทธิ์ อนุสัยอย่างเลว ก็ออกเลว ถ้าอนุสัยดีก็ออกมาทำงานดี ถ้าอนุสัยโลกุตระก็ออกมาเป็นโลกุตระ อรหันต์ที่กำจัดอนุสัยได้ก็ไม่มี แต่ถ้าแค่ดับอาสวะ ก็จะกดอนุสัยไว้ได้ แต่ถ้าถอนแล้วก็ไม่เหลือ อยู่ที่เราจะได้ขั้นไหน ถ้าไม่ได้ฝึก ก็ไม่รู้จัก มันออกมาอย่างไม่ได้บอกกล่าวก็ออกมาเต็มที่เลย เราห้ามไม่อยู่ แม้จะห้าม อนุสัยมันเก่งก็ตบหัวคุณ คุณจะไปทำอะไรมันได้ ต้องจัดการอนุสัยของเรา ไม่อย่างนั้นมันก็มาตบหัวเราได้ ก็หน้าเด๋อให้อนุสัยตนเองทำงานได้ สร้างบ้านแล้วก็มาอยู่เถอะ ช่วยงาน
สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน กำหนดสติ กำหนดที่ตรงไหนก่อน _การที่เราจะมีสติกำหนดรู้ให้เท่าทันและรวดเร็วจะกำหนดที่ตรงไหนจุดใดก่อน พ่อครูว่า...คุณต้องรู้ว่าสติคืออะไรสติคือการตื่นรู้มัน อาการตื่นรู้คุณเข้าใจไหม ทำภาวะนี้ได้ไหม มีไหม ถ้าคุณมีอาการสตินั้นคุณก็จับอาการนั้นได้ ก็กำหนดที่จุดสติก่อนอาการของความตื่นรู้เป็นอย่างไร จับอ่านจนชัดเจน ให้อยู่กับเราเสมอเสมอยั่งยืนมั่นคง ถ้าไม่ฝึกไม่มีทางได้
_ยังไม่เก่งค่ะ จึงได้พยายามฟังธรรมแล้วนำไปปฏิบัติ แต่ ก็จะมีอาการที่เรียกว่า ติด คือ ชอบใจจะได้ตามฟังธรรมจากพ่อครูเทศน์แบบตัวจริงเสียงจริง ถึงจะลองเปิดตัวเองรับผิดชอบงานในพื้นที่อื่น แม้ไม่ได้อยู่ใกล้พ่อครูดูทีรึว่าจะเป็นเช่นไรเพราะคิดว่าเราต้องโต จะเป็นลูกแหง่ไปตลอดไม่ได้ แต่ใจเจ้ากรรม ไม่ค่อยจะให้ความร่วมมือเลย ดูทีวีก็ยังเห็นว่า ฟังสดๆดีกว่าค่ะ หนูควรทำใจอย่างไรดีคะ จึงจะเอาชนะกิเลสตัวงอแงนี้ได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด พ่อครูว่า...ดี ...ลองฝึกลองพรากบ้าง อาตมาเคยสอน เลี้ยงลูกให้รู้จักโตเลี้ยงพ่อแม่ให้รู้จักตาย ก็ลองดู ถ้าจะดูแค่ทีวีไม่ต้องดูสดๆ มันจะไม่ได้หรืออย่างไร ดูทีวีก็เสียงชัดเจนอยู่ จะเอาแต่สดๆ อย่างนี้คนเรามักชอบแต่ของสดๆ ไม่เอาของแห้ง เป็นกิเลสลักษณะต่างๆเยอะแยะ เลือกเอา มันติดนักก็เลิกบ้างก็ได้
สื่อธรรมะพ่อครู(กรรม) ตอน อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้คนตายทำไม่ได้ _ขอเป็นลูกพ่อครูด้วยคนนะเจ้าคะ 1. ถ้าเราหันมาทำความดีทุกรูปแบบแล้วรำลึกถึงบุญคุณ และอุทิศในใจว่า บุญกุศลใดๆ ที่ข้าพเจ้าได้ทำมา และจะทำต่อไป จนกว่าชีวิตจะหาไม่ จะไปถึงพ่อแม่และบรรพบุรุษที่ล่วงลับตายไปแล้วหรือไม่ อย่างไรเจ้าคะ พ่อครูว่า...ตอบ สับธง ไม่ใช่แค่ฟันธงนะว่า ไม่ถึงไม่ไป กัมมัสกะ กรรมเป็นของใครของมัน ส่งไปถึงพ่อแม่นั้นไม่ได้หรอก พูดแล้วไม่ใช่อกตัญญู แต่กรรมเป็นของใครของมัน เป็นสัจจะที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้และนำมาสอน เราเป็นทายาทกรรมของเรา พ่อแม่ก็เป็นทายาทกรรมของท่าน ของใครของมันแบ่งกันไม่ได้ ส่งให้กันไม่ได้ แบ่งกันไม่ได้ แต่ระลึกถึงพ่อแม่นั้นดี ไม่เสียหายหรอก เป็นคุณงามความดีได้ โดยสัจจะปรมัตถ์นั้นส่งให้กันไม่ได้ เป็นนัยลึกซึ้งของศาสนาพุทธที่ได้ประกาศยืนยัน คนทั่วไปก็นึกว่าเหมือนข้าวของ แบ่งกันได้ แต่นั่นมันเป็นวัตถุ คุณจะส่งส้มโอนี้ไปให้ภพวิญญาณมันจะได้อย่างไร ต้องละลายให้เป็นผุยผงแล้วส่งไปหรือ แล้วที่โน่นก็รวมมันเป็นส้มโออีกหรือ อาจได้ภาพ แต่เนื้อไม่ไป รสไม่ไป น้ำไม่ไป คุณก็ไปนึกเอง นึกว่าได้กินส้มโอเอง คือมโนมยอัตตาคือรูปที่สำเร็จด้วยจิต ด้วยตัวเอง เขาไม่ได้ส่งแล้วคุณก็ไปเอาเองยังได้เลย มโนมยอัตตา ปั้นเอาเองทุกวันนี้ก็ไปเองเยอะแยะไป ปั้นให้เหมือนจริงก็ยิ่งเป็นเหมือนจริง คนแบบนี้เยอะ หลงงมงาย ปั้นสร้าง คนติดก็อยากได้อยากเป็น สร้างสำเร็จด้วยจิตก็เป็นมโนมยอัตตา สรุปแล้วส่งอะไรไปให้คนตายนั้นไม่ได้มันไม่ถึง ไม่มีไม่เป็นหรอกมีแต่ระลึกถึงก็เป็นความกตัญญูกตเวทีของคุณเอง แต่มันก็มีจารีตประเพณีที่ดีงามที่ควรระลึกถึงและจะได้เสียสละส่งของให้ ก็เป็นการทำลายของเสียของ มันโง่มาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ ส่งอะไรไปให้ ผู้ที่เราเคารพนับถือผู้ที่เราอยากจะให้ เผาคนเลยส่งไปให้ ไปเป็นคนรับใช้ไปเป็นอะไรก็แล้วแต่เผาเลย สมัยโบราณตั้งแต่ โจนออฟอาร์ค มันไม่ไปเผาละลายตรงนี้ ไปได้อย่างไร แล้วไปตรงโน้นจะไปรวมได้อย่างไร ไม่ใช่สัญญาณโทรทัศน์ พูดแล้วยิ่งกว่ามายากล สรุปว่าส่งไม่ได้หรอก ทำของใครของมัน กรรมของใครของมัน เป็นความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า แต่ผู้ที่ยึดติดก็ส่งกันไปก็โทษใครไม่ได้เชื่ออย่างนั้น แล้วจะถึงลูกหลาน ก็ต้องเอาไปใส่มือ มือรับไปก็ถึง จะส่งส้มโอไปให้ลูกหลานบ้านโน้น ถ้าส้มโออยู่ตรงนี้จะไปถึงได้อย่างไร ลูก หลานจะได้รับหรือไม่ ก็ไม่ได้
_อาชีพเสริมให้คนสวยทุกชนิด บาปมากไหม พ่อครูว่า...บาปกินหัว จะสวยไปถึงไหนกันก็ไม่รู้ สวยไปหาความหนักความยากลำบาก แล้วไปติดยึดชั่วกับป์กัลป์ คนไม่ลดละก็ไปเรื่อย ยืดยาดไปเรื่อย เจอสัตบุรุษก็ทุบให้ว่าให้สอนให้เลิกละมา ถ้าไม่เจอสัตบุรุษ ถูกส่งเสริมให้ติดหนักเข้าไปใหญ่ เวรจริงๆ พวกนั้นอสัตบุรุษ ถูกหลอกว่าอย่างนั้นหรูหราสวยงามก็ไปหลงกัน
_อกุศลจิต กามราคะ เกิดในช่วงนี้ นำให้เกิดอุบัติเหตุลื่นล้มหน้าห้องน้ำ ขี่รถจักรยานแล้วก็ล้ม ต้องล้างจิตอย่างไร พ่อครูว่า...ก็คุณไปคิดถึงกามก็เลยไม่มีสติสัมปชัญญะควบคุมจักรยาน ควบคุมการเดินหน้าห้องน้ำ ไปที่อื่นก็ล้มอีก ก็ต้องล้างกาม ล้างอย่างไร ให้คนอื่นเอาน้ำราดสิ อะไรนักหนา ต้องมาเรียนรู้ว่ากามเป็นอย่างไร เห็นว่ามันไม่ใช่ของจริง กามเป็นของไม่เที่ยงเป็นเหตุแห่งทุกข์ มันมีอยู่ก็เป็นเหตุแห่งทุกข์ทั้งนั้น มันไม่เที่ยง มันไม่อยู่ตลอดนิรันดรหรอก ถ้ามีปัญญามีความรู้แล้วสามารถล้างให้มันสูญได้ นี่คือความไม่เที่ยง ผู้ที่ทำได้ก็ทำได้ ผู้ที่ทำได้ลดลงก็ลดลง มันลดลงได้จริงๆจะเหลือน้อยจนมันขาด ดับได้ ดับได้แล้วก็ซ้ำๆๆๆ ให้ตัวความหมดจริงๆมันเป็น อเนญชามันดับสิ้น สั่งสมความตั้งมั่นแข็งแรง อเนญชาไม่หวั่นไหว ทนได้เก่งจนสมบูรณ์ เป็นวิชาความรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท้าให้พิสูจน์เลยทำได้จริงๆ
สื่อธรรมะพ่อครู(จรณะ 15 วิชชา 8) ตอน อาหารอร่อยไม่ใช่อาหารปราณีต _อโศกสัมปวังโก ในธรรมบทต่างๆได้กล่าวถึงการรับโภชนะอันละเอียดประณีตของหมู่พระภิกษุ ไม่ปรากฏว่าพระพุทธเจ้าไม่ได้ห้ามฉันของอย่างนั้น แต่ปรากฏชาวอโศกบางกลุ่ม ได้สมาทานอาหารจืดไม่ละเอียดไม่ประณีต และได้เพ่งมองชาวอโศกที่กินอาหารประณีต ว่ายังมีกิเลสอยู่ ขอให้พ่อท่านให้ความ กระจ่างด้วยครับ พ่อครูว่า...อาหารอร่อย ว่าเป็นอาหารประณีต คุณไปถือว่าอาหารอร่อยคืออาหารละเอียดประณีต แล้วมีคนตู่ว่า คนทานอาหารละ ก็คนทานอาหารจืดไม่ต้องแสวงหาความอร่อย กับคนที่แสวงหาความอร่อยอยู่ใครเป็นกิเลสหนักกว่ากัน ก็ไปแสวงหาอยู่ก็เป็นภาระเป็นทุกข์ แล้วคุณจะเอายังไงแบบมีกิเลสกับไม่มีกิเลส ถ้าอยากจะมีกิเลสอยู่ก็ไปทานอาหารอร่อยแล้วบอกว่าเป็นอาหารประณีต ส่วนคนทานอาหารจืดและบอกว่าไม่ละเอียดประณีตได้กิเลสมันก็หมดไปหมดไปเลือกเอาอย่างหนึ่งเถอะ รู้มากยากนานในพยัญชนะแสดงว่าไม่เข้าถึงสภาวะ ก็ถ้าทานอาหารจืดแล้วกิเลสลดลงไปลดลงไปจนหมดมันก็ดีกว่า นี่คือการไปติดในพยัญชนะในภาษา อย่างคุณอโศกสัมปวังโก อาตมาวิจารณ์ได้ว่าไปติดในภาษาไทยจะชนะมากกว่าไปทำในสภาวะ ตัวหนังสือคุณก็เป็นระเบียบเรียบร้อยทุกทีเลย เพราะติดในบัญญัติหมด ตัวหนังสือขึ้นไปเทียบกับท่านประยุทธ์ ปยุตโตนี้ คนละโลกเลย ลายมือท่านประยุตต์นี้อาตมาอ่านได้ยากมาก ท่านเขียนถึงใครก็เขียนอย่างนั้น ให้เอาแต่พอดี หวัดเกินไม่ดี งามเกินก็ไม่ไหว
_ใน ข้าวผ้ายาบ้าน ซึ่งหมายถึงปัจจัย 4 เป็นการนำเอาปัจจัยข้อที่ 4 มาเรียงสลับที่กับ ข้อที่ 3 ข้าวผ้าบ้านยา ในอนาคตข้างหน้าอาจทำให้คนทั้งหลายเกิดความเข้าใจว่า ยามีความสำคัญมากกว่าที่อยู่อาศัย พ่อท่านจะมีความคิดเห็นอย่างไร พ่อครูว่า...อาตมาไม่ละเลียดอย่างคุณหรอก แล้วแต่ความสำคัญในความสำคัญของแต่ละคนตามกาลและเวลาที่จะต้องใช้ จริงๆแล้ว บ้านอาศัยมากกว่ายานะ ข้าวผ้ายาบ้านนี้เป็นเหมือนคำ กัน หรือจะใช้คำว่า ข้าวยาผ้าบ้าน คุณอโศกสัมปวังโก มีภาษาที่ดีเยอะ รู้จักภาษาเรียบร้อยได้ดีมากเลย แต่ถ้าไปติดในภาษา ก็อีกนานนะ
_ศีล เป็นบทเรียนเริ่มต้นของการปฏิบัติธรรม ศีลที่พระอริยะชื่นชมพอใจ ต้องปฏิบัติอะไรก่อน ฟังดูเหมือนง่ายแต่ปฏิบัติไม่ง่ายเลย สู้ๆ
_ทำไงเราจะไม่เป็น บักหอยลอยไปตามคราด ผัสสะอะไรกระทบก็จมตรงนั้นคลายไม่ได้ (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) ไปต่อไม่ได้ บางเวลาเหมือนคลายปมได้ แต่ก็หลบไปในกระดองเหมือนเก่า เข้าไปในกองกามอย่างเก่า พ่อครูว่า...ค่อยๆเรียนไป คนที่หมดปัญหาแล้วคือคนมีปัญญา หากยังไม่มีปัญญาปัญหาก็เยอะ ถ้ามีปัญญาแล้วปัญหาก็จะน้อยหรือไม่มี ปัญญากับปัญหาเป็นคู่ต่อสู้กันอย่างดีเลย แต่ที่หาไปยานี่ ไอ้หากับยานี่ทะเลาะกันน่าดูเลย หาเท่าไหร่เจอยาเข้า ยาคือความรู้ หานี่คือยังไม่เจอยังไม่รู้ยังไม่เห็น มันรู้แล้วก็ไม่ต้องหา
สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน บุญไม่มีผลข้างเคียง _มีญาติธรรมคนหนึ่งตั้งแต่พบเจอเขาเป็นคนดีเป็นพี่เลี้ยงให้กับคนใหม่ มีความอบอุ่นเมื่ออยู่ใกล้ หลายคนก็ชม พี่เขาเอาภาระงานที่ทำอย่างดี จนคนอื่นมองว่า พี่เขาเอาแต่กุศล ตื่นก่อนนอนทีหลัง พอมีคนบอกก็บอกว่าพี่น่ะทำไหวอยู่ยิ้มแย้มแจ่มใสดี แล้วอย่างนี้ พ่อครูว่า พี่เขามีแต่กุศลไม่มีบุญหรือไม่ พ่อครูว่า...ต้องแยกคำว่ากุศลกับบุญให้ออก คำว่าบุญเป็นการชำระกิเลส เป็นพลังงานเป็นไฟกองใหญ่ไฟวิเศษ สามารถชำระไฟโทสะราคะโมหะได้ แต่กุศลคือสิ่งที่ได้อาศัย ขณะที่เขาทำดีก็ได้กุศล แต่เขาล้างกิเลสหรือไม่ ถ้าล้าง กุศลก็ได้ทำบุญ คุณก็ถามเขาสิว่าได้ล้างกิเลสบ้างไหม แต่ถ้าเขาว่าชัดเจน ล้างกิเลสและทำกุศลด้วยก็ดี แต่ถ้าบอกแล้วเขาก็ฉุกคิดว่าไม่ได้ทำบุญจะได้ปรับ กุศลเป็นสมบัติ บุญคือวิบัติ เป็นพลังงานชำระกิเลส ทำเสร็จบุญก็หายไป บุญนี้ซื่อสัตย์ไม่ไปทำลายอย่างอื่น ชำระกิเลสอย่างเดียว หยาบ กลาง ละเอียด เหลือเศษน้อยก็ทำ ไม่มีผลข้างเคียงด้วย “บุญนี่ทำลายกิเลสอย่างเดียว ไม่มีผลข้างเคียงเลย”
พ่อครูว่า...มาเข้าเรื่องนี้ รวม 100เรื่องที่พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ สอนแตกต่างจากกระแสหลัก อันนี้จะเป็นหนังสืออีกเล่มชื่อว่าหนังสือ ต่างคิดต่างสิทธิ์ หรือต่างสิทธิ์ต่างคิด...เอาอันไหนดี ตกลง ต่างคิดต่างสิทธิ์ ชนะลอยลำ วิจัยแล้วคิดมาก่อน
พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ พุทธศาสนากระแสหลัก แหล่งที่มา 1 สื่อธรรมะพ่อครู(กรรม) ตอน กรรมพันธุ์ไม่ใช่สรีรพันธุ์ กรรมพันธุ์ คือ คนมีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์, เราเป็นพันธุ์เทพ,พันธุ์มาร,ก็อยู่ที่กรรมที่เราทำ ถ่ายทอดหรือแบ่งให้คนอื่นไม่ได้ เป็นของๆตนเท่านั้น ที่บอกว่า ยีนส์หรือ genetic เป็นกรรมพันธุ์นั้นผิด มันเป็นเรื่องทางวัตถุ biology พีชะก็เชื้อทางยีนส์ ต่อทางเชื้อพันธุ์ อุตุเป็นวัตถุผสมกัน แต่พีชะมีอัตโนมัติต่อเชื้อได้ แต่จิตนี้ต่อเชื้อทางวัตถุดินน้ำไฟลมไม่ได้ แม้พฤติกรรมก็ตาม เรื่องจิตนิยามจึงไม่ถ่ายทอดทางวัตถุเลย กรรมของใครของมัน กรรมของคนนั้นมาถ่ายทอดให้คนนี้ไม่ได้ ยกตัวอย่างตีหัวเขาแล้วก็แบ่งกรรมนี้ไปให้คนอื่นที่ไม่ได้ทำไม่ได้ ดีไม่ดีเขาจะว่าไปตีเขาทำไม คนละเรื่องเลย ถ้ากรรมแบ่งกันได้พระพุทธเจ้าก็แบ่งกรรมให้คนอื่นได้เลยไม่ต้องเสียเวลาสอน กรรมพันธุ์ คือการที่สิ่งมีชีวิตถ่ายทอดลักษณะ (trait) จากรุ่นบรรพบุรุษหรือรุ่นพ่อแม่ไปสู่รุ่นลูก วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี 2 สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน กระดูกเป็นพระธาตุไม่ใช่เครื่องยืนยันพระอรหันต์ กระดูกเป็นพระธาตุ ไม่ใช่เครื่องยืนยันความเป็นพระอรหันต์ ถ้าคุณบอกว่า กระดูกเป็นพระธาตุคือพระอรหันต์ก็ต้องยอมรับฤาษีดาบสต่างๆที่มีกระดูกเป็นพระธาตุว่าเป็นพระอรหันต์ด้วยสิ พระธาตุ เป็นเรื่องของพลังงานที่ทำให้กระดูกจับตัวกัน ด้วย พลังงานที่สั่งสม คนที่ท
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive