570724_ความรัก ๑๐ มิติ(๒)วนบ..doc.docx
เนื้อหาในไฟล์
570724_ความรัก 10 มิติ( 2 )วนบ. มิติที่ โดยพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ที่บวรราชธานีอโศก พ่อครูว่า...เร ิ่ มบรรยายตั้งแต่ปี 2527 ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ...พ่อครูอ่านหนังสือความรัก 10 มิติ (ฉบับเก่า) คำว่าความรักหมายความว่า “ความทุกข์” คนที่ศึกษาทางธรรมก็พอเข้าใจเพราะเคยได้ยินคำสอนพระพุทธเจ้ามา แต่คนทั่วไปก็จะบอกว่า มีความรักที่ไหนทุกข์ มันสุขจะตาย คนเขาแสวงหากันทั้งนั้น แต่อาตมาไม่ได้กล่าวเอง พระพุทธเจ้าตรัสว่าที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์ อาตมาไม่ได้แกล้งกล่าว อาตมาเข้าใจจริงๆว่าความรักเป็นทุกข์ เพราะความรักเป็นความเกิดชนิดหนึ่ง ถ้าความรักเกิดในหัวใจผู้ใด คือผู้นั้นกำลังมีทุกข์อยู่ “ชาติ ปิ ทุกขา” ทำไมถึงทุกข์ เพราะว่าความรักเป็นของปลอม เป็นของไม่มีจริง เป็นความหลง ความโง่ หรืออวิชชา ของผู้ที่หลงว่ามี จึงต้องทุกข์กับสิ่งไม่มีจริง ถ้าผู้ใดจะยอมทนทุกข์เพราะความรัก ก็ต้องให้รู้ว่า เมื่อมันทุกข์แล้วเรายอมให้ความรักอยู่ในใจ ก็ควรจะมีความรัก ความทุกข์ที่เป็นประโยชน์ ก็ยังดี แต่ถ้าทุกข์แล้วไร้ค่าไร้ประโยชน์ด้วย ก็จงเลิกมันเสีย หยุดเสีย อย่ามีเลย ไปทนทุกข์เพราะมันไปทำไม ความรักที่เลวที่สุดค่าต่ำที่สุด ก็คือ ความรักที่พอกพูนสั่งสมไปด้วยความเห็นแก่ตัวให้มากยิ่งขึ้นๆ ส่วนความรักที่แผ่ขยายแวดวงให้กว้างขวางมากเท่าใดก็ยิ่งมีค่าสูงเท่านั้น จนกระทั่งพ้นจากความรัก บรรลุอิสรภาพอันไพบูลย์ โดยทำลายพันธนาการแห่งรักได้สมบูรณ์ โดยอาตมาได้แบ่งความรักเป็นลำดับอย่างนี้ ที่บอกว่าความรักเป็นของหลอก ของปลอมนั้นยากที่จะเข้าใจในคนมีกิเลสจริง เขาก็เห็นคนมีความรักกันทั้งนั้น ตอนไม่มีก็ไม่มี แต่ตอนมีมันมีจริงๆ จริงๆแล้วมันเห็นง่ายว่ามันมี พอบอกว่ามันไม่มีไม่จริงก็เห็นยาก อาตมาเคยเทียบส ิ่ งที่ไม่มีจริง แต่ม
อ่านต่อ
ันมีจริง กับ คำโกหก มันมีจริงไหม?..มีจริง คนเคยโกหกทั้งนั้น แต่มันไม่จริง คำโกหกมันไม่ใช่ของจริง มันเหมือนกับความรัก มันมีจริงในคนโง่ คนหลง แต่ว่า มันไม่จริง มันไม่อยู่ในอารมณ์จิตถาวรเที่ยงแท้ ต่อให้กามนิต 100 กามนิต จะได้ไปเกิดในสวรรค์ มันก็ไม่จริง คือที่พูดไปนี่ก็พูดให้ความรู้สะกิดใจ ให้ปลง แม้แต่เด็กๆสาวๆหนุ่มๆก็เกิด เป็นสังขารที่เกิด แล้วพระพุทธเจ้าก็ตรัสรู้ แล้วมาสอนว่าอย่าให้มีให้เห็น แม้มันมีก็ให้ล้างออกอย่าให้ค้างคา ไม่เกิดมีอีก มันก็ไม่ทุกข์ไม่โง่ไม่หลงอีก มิติที่ 1 เพศสัมพันธ์หรือความรักระหว่างเพศ ไม่ว่าจะหมายถึงเพศตรงกันข้ามหรือว่าวิตถาร เป็นเพศเดียวกัน อันมีจุดหมายไปทางกามารมณ์เป็นหลักใหญ่ เป็นความรักขั้นเลวที่สุด ระดับที่ 1 ที่บอกว่ามันเลวหรือไร้ค่าที่สุด เพราะว่ามันขาดทุนที่สุด ใครมีความรักแบบนี้ขาดทุนที่สุด จึงไร้ค่าที่สุด ยังไม่พอยังนึกว่าตนเองได้กำไรเสียด้วย นั่นคือความขาดทุนแบบหมุนรอบเชิงซ้อน ขาดทุนสองเด้งหรือขาดทุนยกกำลัง เขานึกว่าตนเองได้สิ่งหนึ่ง ส ิ่ งนั้นคือที่พระพุทธเจ้าเรียกว่าอัลลิกะ แปลว่าความเท็จ ตอแหล เหลาะแหละ อัลลิกะคำนี้มาต่อคำว่าสุข เป็นสุขขัลลิกะ แปลว่าความรักที่สุดท้ายจะลงเอยด้วยกามารมณ์ คือกามสุขขัลลิกะ แปลว่าความรักที่เขานึกว่าความใคร่คือสุขแต่แท้จริงคือของหลอก แล้วก็หลงใหลมันว่าเป็นสุข ดี ชอบใจ เพ้อพกกับมัน ที่ไปทำก็เพราะอวิชชา ยังไม่เข้าใจแก่นแท้ไม่เกิดอภิปัญญา ไปหลงว่าเป็นของมีค่า แท้จริงขาดทุนมาก ถ้าใครเกิดความรักในเรื่องกามารมณ์หรือเมถุนธรรม นั้นขาดทุน? ทำไมขาดทุน เพราะว่า กว่าจะรักกันได้นั้นต้องจับจ่ายทั้งวัตถุทรัพย์สินเงินทอง แรงสมอง เวลาที่ต้องเสียไป ทั้งผู้หญิงหรือชายก็ตาม ผู้หญิงก็ต้องซื้อเสื้อผ้าเครื่องแต่งตัว จะต้องพิเลิศพิไลประดับประดาตกแต่งให้เพริศพริ้งที่สุด เป็นสัญชาติญาณเดรัจฉาน อย่างนกหลายประเภทเวลาติดสัดก็จะแสดงอาการ มีสีสันมากมาย ตัวผู้จะมีสีออกสวยเต็มเลย อย่างนกพิช ที่อาตมาเคยเลี้ยง แต่พอหมดเวลาก็สีสรรหายไป หรือนกหลายชนิด หากจะแสดงเกี้ยวพาราสีก็มีสีสันทันทีเช่นตัวผู้หลายชนิด มีสีมีขนพองขึ้น แต่เวลาจบไปมันก็ลดไปหมดไป นกก็ไม่รู้จะแต่งเหมือนคน แต่คนนี่แต่งจังเลย ทำเหมือนสัตว์เดรัจฉานแต่งตัว ลงทุนจ่ายพลัง จะต้องรู้ให้ได้ว่าพ่อเจ้าประคุณชอบน้ำหอมแบบไหน พยายามทำให้ต้องตา ต้องใจต้องกายต้องกลิ่น ลงทุนมากมาย จับจ่ายทั้งทุนทรัพย์ หาข้าวของมาประดับตกแต่งหลอกล่อกัน พยายามทุกวิถีทางให้สำเร็จผล ให้รักกันให้ได้ ฝ่ายพ่อเจ้าประคุณก็เช่นกัน พยายามหาส ิ่ งของไปประเคน ต้องซื้อหามาต่างๆนานา ย ิ่ งเจ้าบุญทุ่มยิ่งแล้ว ต้องแสดงให้เห็นว่าเธอพึ่งพาได้ ให้รู้ว่ามาอยู่กับพี่แล้วรับรองน้องจะไม่อดตาย ไม่รวยก็ต้องแสดงว่ารวย ไม่ใหญ่ก็ต้องแสดงว่าใหญ่ แม้จนก็แสดงความสามารถว่าจะปกป้องเธอได้ อยู่รอด ไม่เก่งก็ต้องทำตนให้เก่ง ต้องแสดงให้เธอเห็นว่า ถ้ามาตกร่องปล่องชิ้นกับพี่แล้วจะคุ้มค่า เป็นนักแสดงตัวเอกเลย ผู้ชายเดี๋ยวนี้เขาแต่งตัวไม่รู้ว่าผู้หญิงหรือชาย ถ้าเห็นข้างหลังแล้วต้องหลบทุกที ไม่รู้ว่าหญิงหรือชาย บางครั้งออกไปในสถานที่ชุมชน ไปในรถเมล์ถ้าเห็นข้างหลังก็ไม่รู้ว่าหญิงหรือชาย ใส่กางเกงเหมือนกันไปหมด ทรงผมก็ไว้ใจไม่ได้ เพราะผู้ชายหมดสปิริตไปแล้ว การไม่ไว้ผมก็เป็นสปิริตที่ผู้ชายต่อให้ผู้หญิง ผู้หญิงนั้นไม่สวยโดยธรรมชาติ เพราะสัตว์เพศผู้จะส่วยกว่าสัตว์เพศเมียตามธรรมชาติ ผู้ชายก็เลยต่อว่าตัดผมสั้นต่อให้ผู้หญิง มีมาแต่ดั้งเดิม ผู้หญิงก็แก้ปมด้อยด้วยการไว้ผมยาว แล้วประดับตกแต่งไปมากมาย เพราะว่าเพศผู้ในสัตว์ชนิดต่างๆจะสวยงาม กล้ามเนื้อมาก มีสีสรรหลากสี มีเขางาม ผู้หญิงก็แก้ปมด้วยด้วยการเขียนทาพอกเยอะแยะ ผู้ชายแต่ดั้งเดิมต่อให้แล้ว หนวดเคราก็โกน ผมก็ตัด ต่อให้ผู้หญิง แต่เดี๋ยวนี้หมดสปิริต ไว้ผมยาวแข่งหญิง แล้วเอาการแต่งตัวแข่งด้วย อาตมาก็ว่าขายหน้าแทนจริงๆ ในความเป็นชาย ลดสปิริตเสียแล้ว ความรักชนิดเมถุนหรือกามนั้นไร้ค่า เพราะจ่ายไปมากเหลือเกิน แทนที่จะคิดทำการงานก็ไปคิดแต่ว่าทำไงจะให้เขารัก ทั้งวัตถุ แรงกาย ก็เทียวไปหาเธอ เธอมาหาฉัน มีการให้สัมภาษณ์ระหว่างดาราก็ชอบแต่พูดเรื่องคู่ จ่ายพลังกาย วัตถุ เวลา ผลาญเวลาทิ้ง ให้ได้มาซึ่งความรักให้เขารักเรามากที่สุดจะเป็นรูปร่างอย่างไรไม่รู้แต่รักอย่างที่ว่าให้ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ เรียกว่า รักกันจนตามืดบอดเลย มีนิยายเรื่องรักนี้มากนาน ไม่จบหรอก ตราบใดอวิชชาไม่หมดไปจากมหาจักรวาลนี้ เราดูหนังละครก็มีแต่เรื่องเช่นนี้ หนังละครเวลาเขาสร้างก็เจตนาให้สาระแต่ก็ต้องมีพระเอกนางเอกมาใส่ เพื่อให้สื่อสาระ นักเขียนทุกคน แต่นักเขียนบางคนไม่เข้าใจสาระก็เลยแต่งให้มีแต่เรื่องหยำฉ่า เรื่องรักเรื่องแค้นไปหมดเลย นักเขียนหลายคนดัง เขียนแล้วมัน อร่อยเป็นกิเลสเต็มๆ เขาเข้าใจว่าเป็นครูศิลปะด้วย ซึ่งไม่ใช่เลย อาตมาจะยกตัวอย่าง..เขาเข้าใจว่าเป็นวรรณกรรม แต่ไม่ใช่เลย มีแต่เรื่องรักเรื่องชัง เรื่องแย่งชิง คนที่จะสร้างศิลปะ ไม่ว่าจะเขียนหรือจะสื่ออะไรก็ต้องคำนึงเนื้อหาสาระแต่ทุกวันนี้กลายเป็นมอมเมาติดยึด อะไรไม่รู้ไร้สาระติดยึดรูปแบบ ติดยึดเทคนิค ติดยึดการแสดงอารมณ์ออกมาในงาน เขียนปั้นวรรณกรรมฯ ถือว่าแสดงอารมณ์เป็นศิลปะ อันนี้เป็นความเข้าใจผิดที่ลงนรกเลย เพราะศิลปะไม่ใช่แสดงอารมณ์ แต่เอาอารมณ์มาเป็นกระสายเท่านั้น แต่คนสร้างสานศิลป์ไม่รู้เลย กลับคิดว่าถ้าคนได้เสพรสชาติ โลภ โกรธ หลงเท่าไหร่ นั้นคือตนเองมีฝีมือสร้างงานศิลป์ แต่ที่จริงคือสิ่งลามก อาตมาแบ่งศิลปะออกเป็นระดับ คือ 1 .ลามก 2 .ราคะ 3 .สาระ 4 .ธรรมะ 5 .โลกุตระ นี่คือ 5 อย่างที่อาตมาแบ่งงานศิลปะเป็นระดับขั้น ถ้าเอาโลภ โกรธ หลงมาใส่เต็มๆก็เป็นลามก และระดับราคะนี่ก็เบามาหน่อย แต่ก็เยอะในตลาดตอนนี้ เขาขายได้เพราะคนไม่รู้ทัน คิดว่าเป็นศิลปะสาระ นั้นต้องมีสุนทรียศิลป์และสารศิลป์ ถ้ามีแต่สาระไม่มีสุนทรีย์เลยก็เรียกว่า สารคดี ถ้าผู้ใดสามารถประกอบงานศิลป์แต่ให้คนได้สาระไม่ใช่ให้คนหลงแต่สุนทรีย์ ไม่ได้สาระเลย จะต้องใช้ทั้งสาระศิลป์และสุนทรียศิลป์ ทุกวันนี้เขาไปติดเอกลักษณ์อัตลักษณ์ของผู้ทำงานศิลป์ เขาก็ขายสิ่งนั้นคนหลงทั้งโลก หนักเข้าติดตัวตน ไม่ว่างานอะไรของคนนี้ก็นิยมหมดขี้หมูราขี้หมาแห้งก็เอาหมด อย่างชอบเพลงก็ต้องฟังมันขาดไม่ได้ ชอบกีฬาก็ต้องดูขาดไม่ได้ นี่คืออบายมุขที่เขาไม่รู้ ด้วยอวิชชา ปรุงแต่งจัดจ้านเต็มโลก ทุกวันนี้มีแต่โลกจมไปด้วยอบาย นรก เขาไม่รู้ว่าซับซ้อนขนาดไหน? เปลืองผลาญมากมาย พูดแล้วเหมือนคนขวางโลก ส ิ่ งที่มันเกี่ยวกับโลภ โกรธ หลง แล้วเอามาผสม ไม่ว่ารูปเสียงกลิ่นรสสัมผัสเขาเอามาผสมทั้งนั้นแหละ จนเป็นงานออกไปหยำฉ่าเป็นอบายมุขที่ยิ่งใหญ่มาก เรื่องความรักโดยเฉพาะเมถุน จึงเป็นความรักที่ถูกครอบงำ คนถูกครอบงำจะโง่มาก เพราะขนาดไม้ยังเห็นเป็นนก คือตาบอด มีตาแต่ตาไม่มี ตาเห็นเป็นนก แต่เขาบอกว่าไม้ก็ไม้ เรียกว่าสิ้นสภาพ สิ้นปัญญาไม่รู้ความจริง แม้ความชั่วเลวอย่างไรก็ทำได้ ยิ่งความรักปักดิ่งก็ยิ่งโง่ดิ่งลึกหนัก การลงทุนอย่างมหาศาลเพื่อจะได้เท่านี้เอง ทุ่มทุนแลกสิ่งจอมปลอมที่เป็นอัลลิกะ เป็นสุขตอแหล อร่อยนักมันนัก สารพัด ไหนเอามาใส่ปี๊ปให้อาตมาดูสิ ไม่มีปี๊ปก็ใส่กระป๋องหรือขวดให้อาตมาดูหน่อยสิ …. ถ้าใครเจอกับตัวเองจะรู้ว่าลงทุนเท่าไหร่หนักเท่าไหร่เพื่อสุขขัลลิกะ เป็นสุขลอยลมไม่รู้ว่าอะไร แต่ไม่ได้ประโยชน์แก่โลกเลย คุณเอาไปเสพสมเท่าไหร่โลกก็ไม่ได้ประโยชน์จากคุณเลย ก็สุขสมกับสองคนแค่นั้น คนอื่นไม่เกี่ยวเลย แต่ลงทุนหนักเลย ก็เท่านั้น มันจึงเป็นความเห็นแก่ตัวที่โอ้โห เลวที่สุดในโลก เพราะความเลวในโลกคือความเห็นแก่ตัว ส่วนความดีคือความเสียสละ ความรักของเมถุนคนคู่ไม่มีประโยชน์แก่ใครเลย ก็เพื่อเพศสัมพันธ์เสพสัมผัสแค่นั้นเอง แล้วก็มาบอกว่าคู่กันแล้วจะได้ช่วยกันสร้างสรร นั่นมันเรื่องนอกเหนือจากความรัก มันเป็นเรื่องชีวิตเรื่องจำเป็น แต่ถ้าคุณเกิดความรักแล้วหมดรักก็หย่ากัน ทั้งที่ทำมาหากินดี ก็แบ่งสมบัติกันไป นี่คือเรื่องเพศสัมพันธ์เท่านั้น เขานึกว่าจะมาช่วยทำมาหากิน ถ้าไม่มีลูกนะ พวกนี้ก็แบ่งกันคนละกระเป๋า แล้วรักจางเมื่อไหร่ก็เลิกรากันไป คนไม่มีลูกนี้จะชัดเจน แต่มันมีแนวลึก ความรักของคนสองคน แม้ไม่มีลูก แต่มีคุณธรรม เรื่องนี้ก็มีบ้าง แต่ถ้าคนมีคุณธรรมก็ไม่อยากมี ก็สร้างคุณธรรมเพื่อผู้อื่น ก็ปนกันถ้าคนไม่มีลูกก็อีกอย่างหนึ่ง เรื่องความรักเมถุน เป็นเบื้องต้นแห่งความเห็นแก่ตัวที่สุดในโลกมีเราสองคน เพื่อเราสองคน เสพกันแต่เราสองคน ถ้าคนเราไม่มีเรื่องนี้ก็มาช่วยกันทำมาหากินได้ไหม ก็ได้ คนสองคนมาช่วยกันสองแรง จะชายหรือหญิงก็แล้วแต่ จะสร้างสรรแม้จะเห็นแก่ตัวก็ยังมีประโยชน์ แต่ความรักเมถุนเพศสัมพันธ์ไม่ได้สร้างประโยชน์อะไร แต่มีข้างเคียงว่ามาสร้างฐานะสร้างครอบครัว แต่อาตมาหมายอธิบายเรื่องความรัก ไม่ได้หมายเรื่องปลีกย่อยเป็นอยู่ ลึกๆจะเห็นได้ว่ามันเห็นแก่ตัวจัดจ้าน ไม่มีค่าที่สุด เสพรสเสพอารมณ์เท่านั้น ไร้สาระ ผู้มีความรักแบบนี้ มาศึกษาจะรู้ว่าไร้สาระจริงๆ เป็นความหลงสุดๆ ความรักมิติที่ 1 แย่ที่สุดต่ำที่สุดแล้ว ความรักมิติสูงกว่านี้ก็มีคุณค่าบ้าง คนที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่คนอื่นคือคนมีประโยชน์ แต่คนที่เห็นแก่ตัวเอาแต่เสพสมเสพสุข นั้นไม่มีประโยชน์เลย คือคนที่ลงทุนลงแรงเพื่อให้ได้รักเป็นของตน ได้เสพสมอารมณ์สุขแค่นั้นไม่มีค่าเลย พวกคุณอาจไม่เชื่อ ยิ่งคนมีความรักอยู่ก็จะคิดว่าอย่ามาพูดเสียให้ยากเลย ร้อยไม่เชื่อพันไม่เชื่อ มันเห็นแก่ตัวที่สุด ได้สมใจแค่สองคน จะปั้นอารมณ์ให้สุขก็แค่สองคนพยายามให้ได้มา ไม่ให้ใครแย่ง แต่แท้จริงไม่มีใครแย่งไปหรอก มันเสพอารมณ์แล้วก็หมดไป ถ้าใครหึงจัดใครมาแตะก็ฆ่าแกงกัน เห็นแก่ตัวจัดที่สุด ขอยืนยันสูตรสำหรับยืนยันวัดค่าของมนุษย์คือ มนุษย์สุดประเสริฐนั้นวัดกันที่ความไม่เห็นแก่ตัว ผู้ใดละความเห็นแก่ตัวได้หมดตัวหมดตนเท่าใดผู้นั้นประเสริฐเท่านั้น ผู้ใดเสียสละได้มากเท่าใดก็สูงขึ้นเท่านั้น ไม่ได้ยากเลย ที่บอกไป เรารู้ว่าเสียสละอย่างไรก็ทำทั้งกาย วาจา และใจ พวกเราชาวอโศกได้รับความรู้แล้วศึกษาฝึกฝน จนเราลด ราคะ (เสพรส) หรือโลภะ (เอามาเป็นของตน) ความรักเรื่องเพศจึงแคบที่สุดเป็นกามนิยม หรือ ทารกกิริยานิยม คือต้องการอารมณ์ร่วมเพียงอย่างเดียว ที่เรียกว่าสุขขัลลิกะไม่มีใครได้รับประโยชน์จากสองคนนี้เลย เห็นแก่ตัวที่สุด คนจะได้รับกามนิยม ไปกำหนดกาม เพื่อกำหนัด ว่าน่าได้น่าเป็น น่าริ ษ ยา อาตมายกตัวอย่าง ที่เขาแสดงอาการว่าน่าอร่อย น่าดีใจ ตื่นเต้น ในการดูกีฬา การแสดง บันเทิงต่างๆ มันครอบงำรูปร่างลักษณะว่าคนนี้ดีใจขนาดนี้ทำไมเราไม่มีเท่าเขานะมันยั่วยุ ย ิ่ งแสดงจัดจ้านเข้มข้น บ้าๆบอๆหนัก ทั่วโลกอวิชชาเรื่องนี้แล้วเขาคิดว่าเยี่ยมด้วย คนยิ่งยกให้เท่าไหร่ คนแสดงก็ภาคภูมิใจมากที่ข้าทำให้คนติดยึดตามมากๆ คนที่ตามเขาได้ก็นิยมไปแสดงออกอีกทีเพื่อให้คนชมชื่นซ้อนๆๆเข้าไปอีก แทนที่จะอายกลับยิ่งจะโชว์ ว่าทำได้พอกับเขา เก่งกว่าเขาก็ยิ่งโชว์ โลกจึงเต็มไปด้วยความหลง เป็นอวิชชา มากซับซ้อนไปอีก พวกเราหลุดออกมาได้ไม่ต้องเปลืองผลาญ แรงงานทุนรอนได้กลับมาเอามาเสียสละ แม้เรามีไม่มากก็เลี้ยงตนรอด แต่คนมีมากกลับยิ่งไม่รอดเพราะช่วยกันผลาญให้หนักเข้าไปอีกนี่คือความฉิบหายของโลก เสพรสโลกีย์อัสสาทะเท่านี้ ความรัก กามนิยม เป็นเรื่องไร้ค่าที่สุด ต่ำสุด เลวสุด ...ถ้าคุณเคยยึดถือว่าพระไม่น่าพูดอย่างนี้ก็ขอให้อย่ายึดถืออันนี้ ซึ่งเป็นธรรมะที่จะเอาไปใช้ในชีวิตประจำวันได้...เอาไปละหน่ายคลาย เลิกส ิ่ งควรเลิก ทำสิ่งควรทำ ...เมื่อรักสมใจได้แต่งงานก็ยังจ่ายพลังงานไปบานเลย สปาร์คทีหนึ่งจ่ายพลังงานไปกี่แคลอรี่ ทั้งผู้หญิงผู้ชาย พอถึงไคลแมกซ์ทีหนึ่งจ่ายพลังงานไปเท่าไหร่ อุตส่าห์ซื้อวิตามินโปรตีนบำรุงเท่าไหร่แต่ก็จ่ายไปไม่คุ้มเลย ก็ได้แต่อารมณ์บำเรอสุข เป็นกิเลส อันเป็นความโง่ของคนที่ไปหลง ที่จริงไม่มีอะไร มันเป็นความสัมผัสเสียดสีที่จะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงไปถึงจุดที่ต้องจ่ายไป สัมผัสกระบวนการสุดท้าย หรือว่าในจิตเป็นการแสดงตัวของมันเอง เป็นการชอบ ทางทวาร 5 ก็สั่งสมชอบหรือชังเป็นอุปาทาน ตลอดเลย คนทุกคนเคยผ่านมาทั้งนั้น น้อยหรือมากก็แล้วแต่ เป็นอวิชชา จริงๆแล้วคนเราไม่จำเป็นต้องมีส ิ่ งนี้ก็ได้ อย่างพระพุทธเจ้าพาทำนี่ไม่ต้องมี หรือแม้คนไม่เคยผ่านสิ่งนี้เลยก็ไม่เห็นตายไม่เดือดร้อน จงเอาพลังงานเวลามาทำประโยชน์เสียเถอะ เพราะเป็นการขาดทุนถูกหลอกมานานแสนนานต้องมี อภิปัญญาเกิดบ้างจึงเป็นมนุษย์อาริยะ อย่าไปหลงว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่โตที่ต้องแสวงหา ขาดทุนไปมาก หนักกว่านี้สุดท้ายก็มีลูกก็จะต้องมีเรื่องจับจ่าย ส่งเสีย เลี้ยงดู เขาว่ามีลูก 1 คน จนไปอีก 22 ปี เป็นสถิติที่เขาว่า เดี๋ยวนี้มีโฆษณาว่ามีลูกมากจะยากจน มีลูกถี่ยิ่งหนี้หลาย คนที่เป็นทาสของเมถุน และกาม จะยากจนยิ่งกว่า ถ้าเป็นทาสส ิ่ งเหล่านี้ จนยิ่งกว่ามีลูกอีก ก็ไม่เห็นสิว่ามันจ่ายไป ดีไม่ดียอมเอาชีวิตเสี่ยง อย่างพวกปล้ำข่มขืนฆ่า ก็กาม ก่อนมันจะข่มขืนมันรู้แล้ว ว่าข่มขืนนี่ชั่วไม่ดี แต่มันทำ ข่มขืนแล้วกลัวเขาจับได้ก็เลยฆ่าเสีย เห็นไหมว่าซวย เป็นเรื่องอย่าไปเพิ่มเลย จงลดละ จนไม่มีจะดีกว่า แต่ทางโลกเขาว่าไม่มีกาม หมดกามนี่เขาว่าตายๆๆ จะอยู่ไปทำไม ..ตลก ไม่ยอมนะ ไม่ให้หมดอารมณ์กาม นี่เขาทวนกระแสกับความเห็นความเข้าใจของพระพุทธเจ้า ต่างประเทศ ว่าพระพุทธเจ้าสอนเลิกกามทำไม? มนุษย์จะหมดโลกนะ ..เขาไม่เข้าใจจริงๆ แม้ศาสนาคริสต์อิสลาม เขาก็ว่าเลิกได้ก็ดี แต่หลายศาสนาก็ไม่ เขาไม่ชัดเหมือนพุทธ ไม่อธิบายมาก แต่เขารู้ลึกๆ อย่างนักบุญของเขาก็ไม่มีเรื่องนี้ให้ได้ _ คุณใบฟ้าว่า… ถ้ามีเรื่องนี้แล้วพลาดพลังไปตอนอายุเท่านี้นี่เสียจริงๆ.... พ่อครูว่า...อย่างคุณใบฟ้าพูดนี่เข้าเป้าเลย แม้ว่าอโศกอนุโลมให้ถือศีล 5 ได้แต่ก็รู้กันว่าไม่ส่งเสริม มันเป็นเรื่องสุดวิสัย จะมีก็มี พระพุทธเจ้าให้ไว้ว่าที่สุดให้ผัวเดียวเมียเดียว อย่าไปผิดจากนี้ แต่ถ้าไม่มีเลยได้ก็จะดีกว่า เป็นปฏิภาณว่าสังคมอโศกเป็นอย่างนี้ เด็กก็ยังรู้เลยว่าเราไม่ส่งเสริม ถ้าไม่มีเรื่องนี้ได้สังคมจะดีขึ้น เพราะมันไร้สาระจริงๆ พระพุทธเจ้าตรัสรู้เลยว่าไม่เอา ชัดเจนมากท่านสอนไว้มาก บอกไว้มาก หยาบคายนะ วิจัยวิจารณ์ว่าไว้เยอะแยะ ใครเข้าใจหลุดพ้นมาได้ก็ดี พวกเราใครพยายามสังวรสำรวมได้มาก จึงเป็นพลังรวมมีคุณค่า มีพลังงานจริง ถ้ามันเป็นเรื่องสังคมวัฒนธรรมเป็นสมมุติสัจจะ แต่จริงๆมีปรมัตถสัจจะ ที่สอดคล้องกัน ปรมัตถสัจจะสูง สมมุติก็เห็นสอดคล้องกัน มันไปรอด แต่ถ้า ปรมัตถสัจจะสูง แต่โลกีย์นั้นไม่เอาเลยเห็นกลับเลยก็จะไม่เอาด้วยตีทิ้งเลย แต่ถ้าสอดคล้องกันก็จะดี สังคมเราจึงทำให้ดีขึ้น เราไม่ถึงกับเคร่งเครียดเอาเป็นเอาตายรุนแรงเกินก็อนุโลมพอเป็นไป เท่าที่เป็นอยู่ก็เป็นไป มีผิดพลาดก็ลงโทษ มีอนุโลมก็มี ต้องประเมินมีสัปปุริสธรรม มหาปเทส พระพุทธเจ้าท่านว่าแรงมากเลยนะ ว่ากามเลวร้ายอย่างไร ท่านไม่พูดหยาบ แต่ท่านพูดแรงมากเลย ผู้เห็นว่ากามนี้เป็น 1 . เหมือนต้นไม้มีผลดก ก็ย่อมถูกล้มย่อมเว้นขาดคือการกดข่มไว้ 2 . เห็นกามเหมือนหอกหลาวทิ่มแรง ย่อ ม เว้นขาดโดยการข่มไว้ 3 . เป็นหัวงูของน่าสะพึงกลั ว 4 . ดังไฟกองใหญ่น่ากลัว เป็นต้น _ น้องโมกข์ถามคำถามว่า… โพธิสัตว์คืออะไร? พ่อครู ตอบ...พระโพธิสัตว์คืออะไร ในเถรวาทไม่รู้จักโพธิสัตว์เลย แต่มหายานก็รู้จักแบบไม่จริงบานออกเลยเถิดมากไป พระโพธิสัตว์คือสัตว์ที่มีโพธิ์ คำว่าโพธิ์คือความตรัสรู้ ตรัสรู้คือพากเพียรปฏิบัติให้เกิดตรัสรู้ตามคำตรัสอันถูกตรงของพระพุทธเจ้า ผู้ใดได้ผลตามจริง ซึ่งคำสอนพระพุทธเจ้ามีสองประเด็นหลัก คือ เห็นแก่ตัวกับเห็นแก่ผู้อื่น ผู้เป็นอรหันต์คือผู้ล้างความเห็นแก่ตัวเกลี้ยง อรหันต์เถรวาท ไม่เข้าใจว่าผู้ปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้าจะได้ประโยชน์สองอย่างคือหมดความเห็นแก่ตัวแล้วจะได้ทำประโยชน์แก่ผู้อื่น สายมหายานได้แต่ทำประโยชน์แก่ผู้อื่นจนละเลยประโยชน์ตน ส่วนเถรวาทไม่รู้จักช่วยผู้อื่น เอาแต่ประโยชน์ตน ส่วนโพธิสัตว์คือผู้ได้ทั้งสองอย่าง คือผู้หมดความเห็นแก่ตัวและทำประโยชน์แก่ผู้อื่นอย่างแท้จริง วันนี้เราเรียนเรื่องความรัก 10 มิติ ได้เนื้อๆนะคงสะดุ้งกันไปหลายคน รู้สึกว่ามันถึงๆดี คงได้ผลบ้างน่า การศึกษาวันนี้เรื่องความรัก 10 มิติ ถึงแม้ว่าผู้ใดยังไม่อะไรอยู่ก็อย่าไปคิดว่าเราด่าว่าซ้ำเติมนะ เพราะเป็นเรื่องจริงสัจจะที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว แต่คนเราอวิชชาจริงๆ มันฝังรากมาไม่น้อย จริงๆเรื่องสมสู่เรื่องเพศนี้เป็นเรื่องเดรัจฉานมาตั้งแต่สัตว์เล็กสัตว์น้อยจนมาเป็นคน ย ิ่ งมีองค์ประกอบปรุงแต่งมากหนัก ใส่เข้าไปในเมถุน เพื่อชูให้ว่ามันมีค่า อีกเยอะเลย ปรุงแต่งมากเลย แต่ถ้าคั้นออกมาจริงๆอย่างที่อาตมาว่า ถ้าเป็นมิติที่สูงขึ้นๆ ก็จะเห็นได้ว่า ถ้าใครออกได้แล้วมันมีประโยชน์คุณค่าต่อตนต่อสังคมจริง ถ้าไม่ได้เป็นเรื่องของคนคู่ เรื่องญาติ แค่หมู่กลุ่ม หรือแค่ประเทศของเรา แต่มันเผื่อแผ่ต่อมวลมนุษยชาติ จะยิ่งใหญ่ เป็นแก่ทุกคนเลย อาตมาเป็นโพธิสัตว์ต้องทำคุณอันนี้ได้จึงรู้สึกดี อาตมาเขียนความรัก 10 มิติไม่ได้พล็อตเรื่องเลย เดินไปก็คิดออกเลย มันจำได้ เทศน์เสร็จก็รวบรวมมาเป็นเล่มเลย เป็นส ิ่ งสุดยอดอารมณ์สัตว์โลก มนุษย์ที่เป็นอย่างนี้แย่กว่าเดรัจฉานด้วย ต้องมาพิสูจน์ ให้มีความรักที่กว้างขึ้นดีขึ้น พอพ้นมิติที่ 7 ไปมิติที่ 8 ก็เป็นของพุทธ ก็ละล้าง จนเป็นอรหันต์ มาเป็นมิติที่ 9 ก็ได้นิพพานนิยม อรหันต์นิยมส่วนมิติที่ 10 เป็นพุทธภูมินิยมหรือโพธิสัตวภูมินิยม ก็ยกไว้