201103-151 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ011.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2520 อภิณหปัจจเวกขณ์ (184 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์12 KB
วันที่แก้ไข2 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันพุธที่ 3 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2520 จากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์แนะนำหมู่พิจารณาธรรมะปัจจะเวกณพุทธสถานสันติอโศกวัดตะลุสงสารสังสารวัฏคือความหมุนเวียนคือความที่ไม่รู้จักต้นไม่รู้จักปลายไม่รู้จักตัวหยุดไม่รู้จักตัวจบหมุนจบเวียนมารู้จักตัวที่จะหยุดสนิทมันจึงเกิดการหมุนเวียนอยู่ตรงที่จิตของเรานะคิดว่าการหมุนเวียนอย่างนี้จะเป็นประโยชน์ให้แก่ตน ตนจะได้รับสิ่งนี้เพราะฉะนั้นอะไรออกไปจากตนพระเจ้าของสิ่งที่ออกไปนั้นก็ต้องจะต้องรอรับผลเสมอใจบริสุทธิ์ที่จะไม่รับอะไรนั้นหายากหายากมากแม้แต่ขนาดขั้นพรมขั้นพรหมสูงสุดที่บอกว่าปิโตหรือบิดาบอกว่าปิดถนนทั้งหมดเลี้ยงลูกโดยไม่เมตตากรุณามุทิตาอุเบกขานั่นเป็นพรหมที่จริงเลี้ยงลูกโดยไม่ต้องการอะไรเลยแม้แต่สิ่งที่จะตอบแทนมาเป็นความรักหายากที่จะเป็นผมอย่างนั้น บิดาอย่างนั้นหรือมารดาอย่างนั้นหายากโดยเฉพาะยิ่งมารดาหาไม่ได้เลยเขาถึงไม่เรียกว่ามารดานั้นเป็นพรหมของบุตรเพราะมารดาเลี้ยงลูกด้วยความรักเลี้ยงลูกได้สิ่งที่ต้องการสิ่งตอบแทนอย่างน้อยที่สุดมารดาให้ความรักแก่ลูกและมารดาก็ต้องการตอบแทนอย่างน้อยที่สุดก็ต้องมีความรักลูกต้องรักแม่ให้ได้นี่เป็นการตอบแทนหรือว่าแม่ต้องการความตอบแทนจากลูกส่วนพ่อนะไม่ต้องการความรักจากลูกก็ได้เป็นเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขาเฉยๆไม่ต้องการสิ่งที่จะตอบแทนมาแม้แต่ความรักหรือความเอาใจหรือความตามใจไม่ต้องก็ได้ผิดตลอดหรือความเป็นบิดาเป็นพรหม บุตรจึงมีได้แต่ก็แสนยากอย่างน้อยที่สุดจะต้องความต้องการความตอบแทนทางใจที่ละเอียดลึกซึ้งที่สุดว่าเมื่อเลี้ยงลูกแล้วต้องการเห็นลูกเป็นสมบัติที่ดีแล้วก็ชื่นพระลูกไม่ดีก็เสียใจถ้าลูกดีก็ชื่นใจแม้ที่สุดจะเป็นถึงอย่างนี้อย่างนี้ก็เป็นการหวังความตอบแทนเป็นสิ่งที่จะต้องวนเวียนเข้ามาหาตัวตนอยู่ตลอดเวลาบางคนในโล

อ่านต่อ

กนี้จะเข้าใจสภาวะที่เสียสละจริงๆไม่มีความรักไม่มีความตอบแทนไม่มีสภาพแวดล้อมหรือสภาพวัดต่างสภาพบนมหาตัวไม่มีจริงๆตรงออกไปท่าเดียว บินตรงไปสุดไม่มีการวกกลับในคนไม่มีมีในอริยบุคคลที่บริสุทธิ์ที่เป็นอรหันต์เท่านั้นอรหันต์จะมีแต่เสียสละไปตรงไม่ต้องมีการตอบแทนดีก็ไม่ต้องพลอยดีใจชื่นใจไม่ดีผลนั้นไม่ดีผลนั้นกลับกลายเป็นพลาดเสียเสื่อมไม่เกิดดีก็ไม่เข้าใจแต่จะรู้ดีรู้ไม่ดีถ้ารู้ว่าไม่ดีก็จะเตรียมตัวเตรียมใจทีหลังจะต้องไม่ทำถ้ารู้ว่าดีจะทำอีกถ้าได้โอกาสแต่ก็ไม่ติดใจไม่หลงเหลิงอย่างนี้เรียกว่าเป็นผู้ที่รู้เท่าทันครับความจริงอันนี้ปรากฏได้มีได้สำหรับบุคคลที่จะกระทำผู้ที่ตัดได้ ไม่มีการโค้งถึงเรียกว่าเป็นผู้ตัดวัฏฏะเป็นผู้ตัดโลกเป็นผู้ตัดความวนความเวียนมีแต่ความตรงเป็นที่ตั้งให้เป็นให้รับมาก็รับมาแต่รับมาก็ต้องประหยัดและรับมาก็ต้องรู้แก่นสารต้องรู้สาระว่ารับมาทำไมประโยชน์อะไรและก็รู้ขี่ความพอไม่รับเกินพอไม่เพ้อไม่ทำลายจะเป็นผู้รู้จักเขตแห่งความประหยัดอย่างที่สุดแล้วก็ใช้สิ่งที่พอดีหรือประหยัดนั้นได้ผลดีอย่างที่สุดที่จะเป็นไปได้นอกกว่านั้นมีแต่ให้ให้ออกไปคนที่มีนิสัยมีจิตใจมีทุกๆอย่างในตัวเองเป็นอย่างนี้ก็คือคนที่เป็นผู้ที่อุ้ม เกื้อกูลโลกช่วยโลกอย่างแท้จริงศาสนาเน้นเป้าอย่างนี้โดยเฉพาะศาสนาพุทธรู้ชัดเจนถึงโลกรู้ชัดเจนถึงความวนความเวียนหรือวัฏสงสารเงินเราเองเราจะต้องเป็นผู้เข้าใจสภาพจิตของเราที่ยังมีอะไรแอบแฝงวนเวียนอยากได้หรือว่ารอรับหวังรับหวังเสพผลมีอะไรที่จะเสพแม้แต่ที่สุดเสพอย่างละเอียดดังกล่าวแล้วเป็นความสนใจคอยแอบเสพความน่าชื่นใจน่าดีใจหรือหลงเอร็ดอร่อยเพราะการได้ทำดีแล้วก็หลงตัวหลงตนอยู่จะต้องรู้ละเอียดถึงปานนั้นจึงจะเรียกว่าเป็นพระอรหันต์เจ้าแต่ถ้ายังไม่ถึงอรหันต์เจ้าก็อาจจะต้องมีเศษ บ้านเราก็ต้องรู้ขั้นตอนสุดท้ายจริงๆแล้วก็มีแต่รู้ดีเข้าใจดีจึงเรียกว่ามีแต่มุทิตาอุเบกขาหรือว่ามีแต่กรุณากับอุเบกขามีแต่การกระทำกับเฉยหรือมีแต่การมุทิตาก็คือรู้ดีรู้ว่าดีนะสำเร็จลงแล้วก็ดีแล้วก็เฉยมุทิตากลายเป็นอุเบกขาเป็นความรู้ดีแล้วก็ก่อดียังกุศลให้ถึงพร้อมแล้วก็เฉยนี่เป็นอาการจิตที่มีได้แต่อาการของกายอาจจะมีอนุโมทนาด้วยปากเปล่าบอกว่าอนุโมทนายินดีด้วยจะดีอย่าตายอาจจะเห็นกิริยาว่าเขาสนับสนุนเขาส่งเสริมจุดดีนี้ให้ต่อไปอีกยินดีด้วย มือด้วยรื่นเริงด้วยเบิกบานแจ่มใสด้วยในจุดดีนี้อาจจะมีรูปลอยอย่างนั้นได้ซึ่งเป็นสมมติฐานสวดพระอรหันต์เจ้านั้นจิตใจก็รู้ว่ารุ่นเรืองศักดิ์แต่ว่ารื่นเริงแต่ไม่ได้ติดใจไม่ได้ยึดมั่นถือมั่นอย่างแท้จริงเพราะว่าเข้าใจในอนิจจังไม่เที่ยงมันอาจจะไม่เป็นอย่างนี้มันอาจจะเป็นอย่างนี้ก็ได้ทั้ง 2 ส่วนผู้ที่มีอนิจจังถึงใจผู้ที่รู้จักทุกข์ผู้ที่รู้จักอนัตตาไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนอะไรที่จะเกาะกลุ่มกันอยู่เป็นอย่างที่เราเคยเห็นเคยเป็นเคยมีในส่วนที่เป็นสมมติสัจจะและส่วนที่ปรุงขึ้นเกิดขึ้นจะไม่มีสัจจะอย่างที่มันเที่ยงแท้เป็นมิตรจังจะไม่มีอะไรเลยที่เรียกว่าสุขแท้ จะไม่มีอะไรเลยที่เรียกว่าอัตตาแท้ๆมีแต่สิ่งไม่มีเป็นที่สุดเท่านั้นเองเป็นที่สุดที่แท้จริง

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน