201010-147 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ011.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2520 อภิณหปัจจเวกขณ์ (184 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์13 KB
วันที่แก้ไข2 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

ไม่รู้จะวันนี้เป็นวันจันทร์ที่ 10 ตุลาคมพุทธศักราช 2520 ปัจจุบันนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นะโมปัจจะเวกปัจจัยที่พุทธสถานสันติอโศกเราเข้ามาเรียนรู้มาเรียนรู้ถึงสภาพความลงตัวความพอดีของสภาพที่ยังมีอยู่จริงคนมีจิตมีวิญญาณมีความรับรู้สึกกับมีกายเมื่อเรายังมีจิตยังมีกายอยู่เราก็ย่อมมีจริงเพราะว่าสภาพนี้เรียกว่ายังไม่ได้ตายเน่าดับขันธ์ 5 ยังมีรูปเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณก็จะต้องเป็นผู้รู้ความจริงตามความเป็นจริงว่า รูปเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณแล้วให้รู้ยิ่งว่าในร่างนี้ที่มีรูปนามขันธ์ 5 เราไม่เป็นทาสของรูปนามขันธ์ 5 เราอยู่เหนือรูปนามขันธ์ 5 รูปนามขันธ์ 5 จะมาใหญ่ยิ่งกว่าเราไม่ได้เราจะเป็นผู้ที่กำหนดตามความพอเหมาะพอสมถึงเขตสุดมีเขตจบมีเขตสุดถ้าเผื่อว่าเราได้ดิ้นรนหรือว่าเราได้พยายามช่วยตนเองเป็นอัตตาหิอัตโนนาโถไฟพอสมควรแล้วเราก็จะไม่ดิ้นรนเลยเถิดไปกว่านั้นแม้มันจะเจ็บแม้มันจะแก่และที่สุดแม้มันจะตายเราก็จะไม่ได้เสียอกเสียใจอะไรและเราก็จะไม่ดิ้นรนเกินกว่าเหตุถึงเขต มันว่าเขตนี้สมควรแล้วควรตายแล้วถ้าเสร็จเขตนี้ควรเจ็บก็เจ็บก็ปล่อยไปว่างๆสมควรแล้วไม่ดิ้นรนกว่านี้เกินกว่านี้ไม่เอาให้มันเจ็บไปตามนี้ทนได้อยู่เท่าที่เป็นไปได้เท่านั้นเองเมื่อมันสมควรจะแก่ก็แก่เออแก่ไปแล้วมันก็ยังเป็นไปตามจริงแก่ได้เมื่อสมควรจะเกิดเราก็จะเกิดให้มันเป็นไปตามที่ควรจะเกิดขนาดใดที่จะเป็นประโยชน์สูงสุดเมื่อเกิดไม่ได้ก็รู้เขตจบมาอ่าต่อไปนี้ไม่ได้เกิดอีกไม่ได้เลยหนีไปไม่ควรเกิดมากไปกว่านี้เป็นการเกิดที่เกินไปแล้วไม่งามแล้วไม่ดีแล้วไม่ต้องให้มัน อีกแล้วจะต้องรู้ความเกิดอย่างนี้จริงๆอารมณ์เราจะเกิดความอยากเราจะเกิดความแสวงหาความต้องการจะเกิดต่อไปกว่านั้นหรือไม่เมื่อมีที่จบมีที่ตัดมีเขตเราก็จะมีความพอเราจะมีความหยุดได้ตามนั้

อ่านต่อ

นแล้วก็ปล่อยไปวันนั้นแม้มันจะเกิดไปถึงสุดเขตแล้วเราก็รู้ว่าในเขตจบแล้วไม่งั้นมันจะแก่มันจะแก่อยู่ขนาดนี้แล้วจะแก่ต่อไปอีกแล้วก็รู้ความจริงว่ามันจะแก่ต่อไปเจ็บเราก็รู้ว่าเจ็บขนาดนี้ทนได้มันจะเจ็บต่อไปอีกก็ช่างมันแล้วก็ปล่อยอีกแม้ที่สุดจะตายรู้แล้วว่าเรายังไม่ควรตายเราก็พยายามไปจนถึงขีดสุดเมื่อถึงขีดสุดนั้นแล้วเราเห็นว่าเอาละขนาดนี้เมื่อมันจะตายก็ให้มันตาย กันแล้วก็ตัดศูนย์เข้าไปอีกจบลงไปอีกแล้วมันก็จะตายตามเหตุตามปัจจัยที่เราจะต้องใช้ปัญญาเข้าร่วมด้วยทั้งการเกิดการแก่การเก็บการตายและเราก็จะรู้เขตพอเขตหยุดเขตสิ้นความแสวงหาเขตสิ้นความดิ้นรนจึงเรียกว่าเป็นผู้ที่หมดความดิ้นรนเป็นผู้หมดความแสวงหาเป็นผู้หมดความอยากไม่ต้องอยากต่อไปตัดจิตตัวเหตุก็ไม่ต้องหยาบเราก็จะเป็นผู้มีความจบผู้รู้ความจบเท่านั้นถึงจะเรียกว่าพระอรหันต์หรือเรียกว่านิพพานถ้าไม่รู้ความจบแม้แต่สิ่งเล็กๆเป็นนักคิดนักดาวไปจนกระทั่งถึงขั้นรู้ถึงขั้นที่ว่ารูปนามขันธ์ 5 ก็เป็น เลยเถิดว่าไม่ให้มีรูปนามขันธ์ 5 เวทนาก็ไม่เห็นมีสัญญาก็ไม่ให้มีสังขารก็ไม่มีวิญญาณก็ไม่มีที่สุดแม้แต่รูปเขาก็จะไม่ให้มีคนนั้นก็คือคนที่ไม่มีอะไรอย่างเลยเถิดเป็นปฏิโยกเขาจะอยู่ในโลกนี้ยากมากเพราะว่ามันความเป็นจริงมันมีแต่เขาจะอยู่อย่างไม่มีเขาก็จะต้องกระเบนเกษียณเขาก็จะต้องมีต้องรีบต้องเล็กต้องหลบต้องเลี่ยงอยู่ตลอดเวลาแต่เขาเลี่ยงไม่พ้นกายเรื่องไม่พ้นรูปเลี่ยงไม่พ้นเวทนาสัญญาสังขารสังขารวิญญาณของเขาหรอกเขาเรียกไม่พ้นแต่เขาไม่รู้ว่าเขาจะต้องมีถ้าไปคิดแบบนั้นแล้วเขาจะต้องฆ่าตัวตายทั้งๆที่เขาเองเขาก็ไม่รู้ว่าเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณนั้นเมื่อฆ่าตัวตายแล้วมันจะหมดหรือยัง ก็ไม่รู้หรอกว่าคนพวกนี้เขาไม่เข้าใจถึงอย่างนั้นมันจึงวนในเมื่อไม่รู้เขตจบแห่งนิพพานที่แท้จริงหรือจุดสุดท้ายของอรหัตผลเขาจึงจะไม่พบอรหัตผลเขาจึงจะไม่พบนิพพานเขามาจากคำว่าอรหันต์นี่เป็นศาสนาเลยเถิดไอ้พวกที่มหายานนักคิดนักวาดภาพมันเป็นแต่สภาพความคิดเป็นเพราะเป็นชาติของความคิดได้ว่าเพราะว่าตัณหาและวิภวตัณหานี้เพราะว่าก็คือภพที่มันลึกละเอียดไปหยิบเลยทีเดียวแต่ไม่เป็นประโยชน์เป็นภพเป็นชาติที่ซ้อนซับซ้อนยังมีสภาพที่ยังหลงยังไม่เข้าใจยังแทงไม่ตลอดไม่มีภาวะตัณหาที่ไม่เข้าทางนี้เพราะว่าปัญหามีสภาพที่มันลึกซึ้งละเอียดเป็น วิภวตัณหาที่มีประโยชน์ยิ่งเรายังจะต้องให้มันมีอยู่เท่าที่อธิบายไว้ในหนังสือคนคืออะไรนั้นเป็นจริงเรียกว่าวิภาวะตัณหาที่เราอยู่เหนือตัณหานั้นไม่ใช่ปล่อยให้มันเกิดเองมันเป็นเองไม่ใช่เรารู้เท่ารู้ทันว่าควรหรือไม่ควรเรามีปัญญาจะให้เป็นไปหรือไม่เป็นไปแล้วเราก็มีขีดจบว่าเราจะควรให้เป็นไปเท่าใดสำหรับแต่ละบุคคลที่จะรู้ว่าการปรารถนาดีหรืออิจฉาวจรที่ตัวเองจะใช้ไปนั้นจะใช้ไปถึงเขตไหนและก็ควรจะหยุดสิ้นเท่านั้นจึงเป็นเจตนาดีเป็นความปรารถนาดีแม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ต้องมีพระอรหันต์เจ้าก็ต้องมีพระโพธิสัตว์ก็ต้องมีใครก็ต้องมีนั่นเป็นของที่ยังมีอยู่จะต้องรู้ในสังขารจะต้องรู้ในวิญญาณที่แท้ว่ามันยังมีเราจึงจะเข้า ใจทุกสิ่งทุกอย่างได้ละเอียดและรูปเขตเขตจบทำอะไรก็เป็นประโยชน์และมีทั้งประโยชน์ท่านและประโยชน์ตนก็คือเมื่อปล่อยจบเมื่อวานแล้วเมื่อไม่ถือสาเราก็สบายตามอัตภาพตามควรแม้จะยังเหลือเศษความเจ็บอยู่ตามความเป็นจริงเราก็ไม่ทุกข์เพราะความเจ็บแม้จะมีความแก่อยู่ตามความเป็นจริงเราไม่ก็ไม่ทุกข์เพราะความแก่แม้มีความเกิดอยู่ตามความเป็นจริงเราก็ไม่ทุกข์เพราะความเกิดและที่สุดแม้จะมีความตายลงไปต่อหน้าต่อตาเป็นความเป็นจริงเราก็จะมีทุกข์เพราะความตายนั้นเลย

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน