201013-150 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ011.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2520 อภิณหปัจจเวกขณ์ (184 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์13 KB
วันที่แก้ไข2 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันนี้เป็นวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคมพุทธศักราช 2520 แต่ทีนี้ไปเพราะท่านพระพุทธได้นำหมู่ปัจจะเวกปัจจัยที่พุทธสถานสันติอโศกยอดลักษณะของจิตตัวสุดท้ายที่เป็นจิตก่อนที่จะเป็นวิมุตที่เป็นอกุศลจิตตัวสุดท้ายคือวิจิกิจฉาคนเจ็บตัวที่เป็นอกุศลและจิตอิจฉาคือตัวจิตที่มันยังไม่แทงทะลุแจ้งมันยังมีเศษยังมีเศษธุลีจะน้อยแค่ไหนก็ตามมันยังไม่สิ้นสงสัยเป็นที่สุดมันยังมีความแรงอยู่ จะมากจะน้อยอย่างไรก็ตามมันยังไม่เด็ดเดี่ยวเป็นที่สุดมันยังไม่จบสนิทถ้าจบสนิทแล้วไม่มีความสงสัยไม่มีความลังเลมีแต่ความมั่นคงมีแต่ความไม่มีเอียงไม่มีเอนไม่มีโค้งไม่มีคดไม่มีหวั่นไหวอะไรเลยนิ่งสนิทยืนยันยืนหยัดเป็นไปได้ดีอย่างแจ่มใสเห็นชัดเจนทะลุปรุโปร่งไปทีเดียวเรียกว่าเป็นผู้ที่ชอบที่สุดเห็นชัดที่สุดหมดสงสัยที่สุดหลังจากหมดสงสัยแล้วผู้นั้นรู้ทะลุรอบแล้วผู้นั้นจะเห็นแม้แต่อย่างนั้นอย่างนี้อะไรที่จะเป็นแมงเป็นหม่นเป็นหมอเป็น หรือว่าเป็นอย่างหยาบอย่างกลางอย่างละเอียดเห็นชัดแล้วผู้นั้นทำเมื่อจะอยู่กับโลกก็อยู่อย่างเป็นตัวสมมุติจะลงไปทำกับสมมุติเขาได้ตามฐานะอันเหมาะสมหากเราจะไปมีหม่นมีหมอกับเขาอีกก็ได้เราจะไปทำอะไรต่ออะไรอีกก็ได้และจะไม่ยึดถือจะไม่ติดตัวเองเลยว่าตัวเองนั้นเป็นตัวจะต้องให้ใสอยู่อย่างที่เรียกว่าไม่อนุโลมเลยจะอยู่กับพวกสายนั้นไม่สายจริงๆไม่ทำด้วยอะไรจริงๆจะไม่เลยจะลดหย่อนไปตามตัวตัวนั้นจะใสอยู่จริงนี่เป็นบุคลากรที่ฐานหรือเป็นบัญญัติหรือเป็นภาษาตัวจริงนั้นจะเป็นผู้รู้แจ้งรู้ชัดแล้วก็กระทำกับอันอื่นก็ไม่มีความทุกข์ความหม่นหมองซ้อนลงไปอีกจะทำกับอะไรจะอนุโลมกับ อะไรก็ไม่มีการเฝ้าหมอไม่มีการเดือดร้อนเพราะว่าความแจ้งความใสความสว่างมันมีหมดครบแล้วแล้วก็ไม่เดือดร้อนจริงๆเมื่อเวลาเราลงไปทำพร้อมเราไปทำอะไรกับเขาเราเป็นเหมือ

อ่านต่อ

นกับเขาเราเป็นทุกข์อีกคนก็เข้าเป็นต้นก็ไม่มีหม่นหมองอะไรเพราะมันมั่นใจอยู่จริงเลยว่าเราทำไปเพื่อสงเคราะห์ผู้อื่นเราทำเพื่อผู้อื่นทั้งนั้นลงแรงลงทุนเป็นการกระทำอย่างกุศลให้ถึงพร้อมเป็นความดีงามด้วยซ้ำไปสำหรับฐานะอันเหมาะอันควรเพราะถ้าผู้ใดเข้าใจตัวสงสัยนี่ได้ไม่ว่าเหตุปัจจัยอะไรสักอย่างหนึ่งที่เราเคยติดเคยยึดเคยเข้าใจไม่ทะลุแล้ว ทาสมันอยู่หรือไม่เรายังไม่แจ้งใจจนกว่าเราจะแจ้งใจว่าเราไม่เป็นทาสสิ่งนั้นไม่ได้ติดสิ่งนั้นไม่ได้เสพสิ่งนั้นมันยึดสิ่งนั้นไม่ได้มีอาการที่จะต้องผูกพันอะไรอีกเลยล้างกันร่อนหลุดกันได้อย่างเด็ดขาดแม้จะไปคลุกคลีมันอีกกี่ทีกี่ทีมันก็หลุดกันได้เราจะเป็นผู้ที่รู้เองว่าผู้ใดแน่ใจมั่นใจในจิตตกพ้นวิจิกิจฉานี้ก็จะเอามาใช้กับปัจจัยอื่นมาใช้กับเรื่องอื่นเหตุอื่นที่เรายังติดได้ชั้นเดียวกันเรื่องที่สุดที่เรายังติดยึดอยู่ในโลกอะไรก็ตามใจที่มีตัวเรามีเราจะค้นสงสัยหมดไม่มีสงสัยอะไรเลยมันกระจ่างแจ้งจริงๆเหลือก็รู้ว่าเหลือถ้าไม่เหลือแล้วก็หมดเกลี้ยงถ้าเกิดปัญญาวิมุติหมายความว่าปัญญามัน เรายังเหลืออยู่นะบางอย่างแต่รู้แล้วว่าไม่มีฤทธิ์ไม่มีแดกก็รู้แล้วเราก็รู้ว่าเราไม่ได้ประมาทเกิดเมื่อใดเราก็พยายามปล่อยอยู่ปล่อยอยู่ทำจางคลายจางคลายอยู่ทำให้มันลดหย่อนลงไปอยู่อันใดที่หมดลมก็รู้อันหมดอยู่หมดอยู่อย่างแท้จริงเรียกว่าเรามีปัญญาวิมุตยังไม่เกลี้ยงสนิทถึงจิตจิตจิตจิตจิตใจมาทุกทีอยู่จริงเท่านั้นเองเรียกว่าปัญญาวิทย์เพราะถ้าคนใดมีปัญญามีหมดแล้วทำสติปัฏฐานอยู่ก็จะลดลงลดลงจนรู้จักตัวเจโตวิมุตติคือหมดจิตสะอาดจุดเล็กจิตไม่มีเชื้อจิตไม่มีอารมณ์ไม่มีอาการที่เป็นอกุศลนั้นอีกอย่างสนิทนะไม่มีโล โทสะโมหะอย่างละเอียดอ่อนก็ไม่มีสนิทนั้นเรียกว่าเจโตวิมุตติอันเป็นที่สุดมันสะอาดหมดเลยทีเดียวเมื่อเป็นอย่างนั้นแล้วมีเจโตวิมุติอันเป็นที่สุดแล้วก็มันจะมีวิมุตติญาณทัสสนะมีปัญญาเห็นความร่อนเกลี้ยงนั้นปัญญาวิมุติไม่ใช่วิมุตติญาณทัสสนะวิมุตติญาณทัสสนะความหมายคำว่าญาณทัศนะที่เห็นวิมุติทำให้ธรรมดาภาษาบาลีนี่เขาแปลจากข้างหลังเข้ามาหาข้างหน้าญาณทัศนะแปลว่าความเห็นแจ้งความเห็นแจ้งในวิมุตถ้าปัญญาวิมุติหมายความว่าเราวิมุติด้วยปัญญาคือวิมุตที่มันเกิดเพราะปัญญาที่มีที่มันได้เพราะปัญญามันจะเอาที่ตัวหลังมาอธิบายตัวหน้านี่เป็น ของจ่าภาษาเราจะเข้าใจภาษาแล้วเราจะเข้าใจความเป็นจริงด้วยตรงกันถูกกันและผู้ใดที่เหมาะสมกับเพราะว่าเกิดวิมุตติญาณทัสสนะแล้วส่วนเกิดปัญญาวิมุติก็ไม่สงสัยได้ไม่ลังเลได้แต่ว่ายังไม่ถึงเจโตวิมุตติมีปัญญามนุษย์ก็ทำให้เกิดเจโตวิมุติหรือผู้ใดมีเจโตวิมุติแล้วไม่รู้ด้วยปัญญาก็พยายามรู้ให้ได้แต่ปัญญาเพราะเกิดปัญญาก็จะรู้อ๋อที่จริงเราไปหมดแล้วน้องก็เกิดปัญญาพิมุสซ้อนจะเรียกว่าปัญญาวิมุติเพราะเราไม่รู้มาก่อนว่าเรามีเจโตวิมุติก็เรียกได้หรือจะเรียกว่าวิมุตติญาณทัสสนะก็ได้เพราะมันไม่รู้จริงๆจริงๆมันมีแล้วมันหมดแล้วมันไม่ติดหรอกมันเป็นแต่เพียงความหลงผิดไปเฉยๆ ปล่อยเดี๋ยวนี้ก็ว่างเดี๋ยวนี้นี้เรียกว่าเรารู้ผู้ใดเกิดก็จะรู้และผู้ใดเป็นก็จะเป็นจริงไม่สงสัยไม่คลางแคลงไม่ลังเลตัวนี้ตัวสำคัญเป็นตัวที่สุดท้ายแล้วเราก็ดำเนินไปเราจะมีชีวิตอยู่เป็นสุขมากถ้าเผื่อว่าเราไม่มีวิธีอิจฉาในอะไรและรู้มากแล้วเรารู้วิธีการเรารู้สิ่งที่ยังเหลือยังค้างและเรารู้ตัวที่หมดไปหมดไปเจริญขึ้นเจริญขึ้นแล้วรู้ความพากเพียรของเราอยู่เรารู้ความขยันการกระทำของเราอยู่ว่าเรากระทำเพื่อประโยชน์ตนประโยชน์ท่านเพื่อลดละวางปล่อยจางคลายลงไปอยู่ตลอดเวลาเราจึงเป็นผู้ที่ดำเนินการปฏิบัติธรรมหรือดำเนินสติปัฏฐานหรือเป็นผู้ที่เดินเข้าสู่นิพพานอยู่ทุกวินาที พี่ไปทีเดียว

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน