601120_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ทำสติเต็มร้อยด้วยสามัญผลสูตร.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2560
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์358 KB
วันที่แก้ไข22 ตุลาคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

601120_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ทำสติเต็มร้อยด้วยสามัญผลสูตร

สมณะฟ้าไทว่า… วันนี้ วันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2560 ที่บวรราชธานีอโศก วันนี้ ที่ชุมชนราชธานีอโศก ก็เป็นวันบวร เป็นวันที่ บ้าน วัด โรงเรียน จะร่วมทำกิจกรรมกัน วันนี้ได้ไปเกี่ยวข้าว ได้ทั้งหมด 2 ไร่ คนไป 50 กว่าคน เกี่ยวข้าว ทั้งเช้าและบ่าย ช่วงบ่ายฝนตกมา ก็เลยกลับกัน ตกแบบไล่คน พอคนกลับ มันก็หยุด ก็ร่วมมือกันทั้งเด็กผู้ใหญ่ และชาวชุมชน ไปเกี่ยวข้าวที่นาโม เป็นข้าวไร้สารพิษ ทุกวันนี้ ข้าวในทุ่งนาทั่วไป ไก่กินไปก็ตาย แต่ข้าวเรา เป็นข้าวโบราณ นกมันจะกิน ก็ไม่ตาย ไม่ใช้สารพิษ สารเคมี ยาฆ่าแมลง อะไรทั้งสิ้น วันบวร ก็คือ ที่พ่อครูตั้งให้พุทธสถานต่างๆเป็นบวร เป็นสถานที่ที่มีทั้ง การสังคม การศึกษา ธรรมะ เป็นการศึกษาที่เป็นไปเพื่อ การลดละกิเลส อันนี้เป็นสิ่งสำคัญของสังคม สังคมไม่มีสิ่งนี้ ก็อยู่ไม่สงบสุข ทุกวันนี้ วิ่งกันตาเหลือก หอบแฮกๆ จนคนไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร ถ้าไม่เรียนรู้ ปัญญาในการลดละกิเลส ก็เลยแก้ปัญหาไม่ได้ เมื่อวานนี้ มีคนแสดงความเห็นใน Facebook รายการพุทธชีวศิลป์ว่า ….สันติอโศกสร้างความแตกแยกคนไทย ด้วยมิจฉาทิฏฐิของโพธิรักษ์ จนยากจะเป็นเหมือนเดิม พ่อครูบาปมาก แตกแยกในทางธรรมด้วย ความหลงบ้าในอัตตาของตน มันมืดจะเป็นอย่างนี้ พอตั้งสำนักก็จะบ้า พระพุทธเจ้าฉันมังสวิรัติหรือ แล้วทำไมไม่ตั้งให้ศีล 5 กินมังสวิรัติ พ่อครูว่า… ก็ค่อยพูดถึง คุณมณี ศรียงค์ ก็ไม่แปลกหรอก ความเห็นอย่างนั้น จะมีอยู่เยอะในวงการศาสนาพุทธยุคนี้ ที่ฟังธรรมะอาตมา เห็นอาตมาทำงาน ก็จะรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ก็จะค่อยไขความ ตอนนี้ขออ่าน sms

SMS วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 ( วิถีอาริยธรรม : บวรราชธานีอโศก)

_สงสัย(อีกล่ะ) กราบเรียนพ่อครูฯ

อ่านต่อ

ขยายสถานศึกษาอาริยะธรรม! ขยายตลาดอาริยะชน มีร้านพอเพียง ต้อนรับประชาชนทุกสารทิศ! มีร้านรองรับผู้มีบัตรสวัสดิการรัฐไหม? ตลาดนี้ขายถูก! ต่ำกว่าทุน อยู่แล้ว? พ่อครูว่า… ของเราให้อิสระเสรีภาพ แต่เขามีกรอบหมด ใช้จ่ายอะไรก็มีตลอด แต่ของเรามีอิสระ ให้ประชาชนจะมาเอาอย่างอิสระ ไม่มีเงื่อนไข อะไรเลย เพราะฉะนั้น มันจะไม่เหมือนกัน ไม่รังเกียจ แล้วแต่ รัฐบาลยังไม่กล้าให้ แจกประชาชน เท่ากับพวกเราเลย เพราะพวกเรามีความเห็นร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว พวกเราไม่มีขัดแย้งอะไรเลย เรามีความเข้าใจ มีปัญญาที่จะทำ

สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน ไม่มุ่งมาจน ก็จะไม่พ้นโลกธรรม _3867… เห็นเค้าลางผู้กุมเศรฐกิจโลกประชาธิปไตยขาเดียว กำลังแผ่เศรษฐกิจ รูปแบบบัตรสมาร์ทการด์ ไร้เงินสด ลามมายังประเทศประชาธิปไตย 2ขา! ผูกขาดการใช้เงินของพลโลก แต่ละประเทศ โดยแปรรูปเงินสด กระจุกทุน! บัตรการ์ดกระจายประชาชน พ่อครูว่าจริงไหม? พ่อครูว่า… อาตมาไม่ค่อยมีความรู้ ในพิธีการ ที่เขาปฏิบัติ อาตมาก็ไม่ค่อยได้ติดตาม การบริหารที่เขามีวิธีอะไรกันเท่าไหร่ เพราะอาตมาพาให้เป็น อย่างที่พระพุทธเจ้าสอน เช่น ยกตัวอย่าง แทนที่จะไปดำเนินการในเรื่องทางวัตถุ คนอยากได้เงิน อันนี้เป็นกิเลสสามัญ คนอยากได้ลาภ ยศ สรรเสริญ อยากได้ความสุข เป็นกิเลสสามัญของมนุษย์ ถ้าเราจะพยายามที่จะไปสนับสนุนให้ ช่วยเหลือดำเนินในเรื่องอยากได้เงิน อยากได้ลาภ หาลาภให้ อยากได้ยศ หายศให้ อยากได้สรรเสริญ ก็หาสรรเสริญให้ อยากได้ความสุข ที่จริงแล้ว โลกุตระไม่มีความสุข ความสุขเป็นโลกีย์ทั้งนั้น ถ้าหากหาความสุขให้ คนก็ได้แต่กิเลส ก็เพิ่มกิเลส หากไปแสวงหาความสุข บำเรอตน กิเลสก็หนาขึ้นทั้งนั้น ถ้ามีแต่เงิน อะไรเขาอยากได้ก็ให้เขาทั้งนั้น คนจะไปหาทางบำเรอ ให้เขาหยุดพอ ดังที่ในหลวงได้ตรัสว่าให้พอ โดยท่านใช้คำไม่รุนแรง ใช้คำว่าเศรษฐกิจพอเพียง ให้รู้จักพอ ความหมายจะเป็นอย่างนั้น แต่ไม่เข้าใจกัน บริหารก็บริหารอย่างไม่ให้พอ มีแต่บำเรอกิเลสกันทั้งนั้น ไม่ได้มาหัดหยุดที่ใจตัวเอง ให้รู้จักพอ เพราะนักบริหารประเทศ เข้าใจคำตรัสของในหลวง ก็จะมาสอน หรือมาปฏิบัติ มาหาทางที่จะให้ประชาชนนึกถึงตัวเอง แล้วก็มีวิธีรู้จักพอ ไม่ใช่บำเรอ หรือจะบำเรอกันใหญ่ มีบัตรคนจน จะบำรุงอย่างไร ก็ไม่พอกับกิเลส มันต้องสอนให้รู้จักความจน แล้วมาหัดฝึกจน ไม่ใช่หัดไปรวย ให้มาหัดมาจน หัดมาขาดทุน ไม่ใช่หัดมาหาเอากำไร ในหลวงก็ตรัสให้พอเพียง ให้หยุด อย่าไปหัดอยากจะรวย ให้ลดลงมา อย่าไปอยากรวย พอเพียงก็คือ ให้มาลด ละ มาจน ยังไม่พอท่าน ก็ตรัสอีกว่า ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา ต้องหัดให้มาเสียสละ ไม่ใช่ให้มาโลภได้ โลภเอา ต้องมาลดละความโลภ ให้มามักน้อยลง ให้มาลดกิเลส แต่ในหลวงท่านตรัสโวหารของท่าน แต่อาตมาเสียดายว่า คนไทยนั้นเสื่อมจากธรรมะพระพุทธเจ้ามาก ในหลวงท่านเป็นพระโพธิสัตว์ ท่านได้ทรงงาน และทรงบรรยายอะไรต่างๆ เป็นเรื่องของธรรมะที่ลึกซึ้ง โลกุตระทั้งนั้น แต่ติดตามทำไม่ได้สักอย่าง เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ก็รู้กันบ้าง แต่จริงๆก็ไม่รู้เรื่อง แบบคนจน และขาดทุนของเราคือกำไรของเรา มันจะไล่เรียงกัน แม้แต่เศรษฐกิจพอเพียง ก็ไม่เกิด ก็ไม่เคยทำใจให้พอ มีแต่บำเรอใจให้ได้ ตลอดเลย ซึ่งน่าสงสารมาก

จากเฟซบุ๊ก

สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน พ่อครูมีกิเลสอยู่อีกไหม _ธนาวัลย์… ท่านมีจิตกิเลส มั้ยค่ะ ท่าน มีความโลภ ความหลง มั้ยค่ะ ท่านต้องการเป็นผู้ชนะมั้ยค่ะ พ่อครูว่า… ฟังดีๆนะ คุณ ธนาวัลย์ นะ คุณที่ถามมา อาตมาตอบความจริง จากใจจริง ท่านมีจิตกิเลสไหมคะ อาตมาก็ขอตอบว่า ท่านนี้คงถามอาตมา อาตมาก็คงตอบคุณว่า อาตมาไม่มีกิเลส เป็นคำตอบตรงๆ ไม่ได้อวดอุตริมนุสธรรม เป็นสภาวะ แต่คนที่อคติ เขาไม่เชื่อ ไม่นับถือ ฟังอาตมาแล้ว เขาจะกระอักกระอ่วน อาจจะหมั่นไส้ ชังน้ำหน้า พูดออกมาได้ว่า หมดกิเลส เข้าใจว่าพระพุทธเจ้าไม่ให้พูดด้วยนะ ที่จริงแล้ว พระพุทธเจ้าบอกว่า ถ้าใครถามว่ามีกิเลส หรือไม่มีกิเลส ก็บอกว่ามี หรือไม่มี ได้มรรค ได้ผล ก็ต้องตอบเขา โดยจิตอย่ามีสาเฐยจิต อย่าโกหก ถ้าโกหกก็ปาราชิก ถ้าเป็นจริง ก็ปาจิตตีย์ กิเลสคือ ความโลภ โกรธ หลง เมื่อไม่มีกิเลสแล้ว จะมีได้อย่างไรใน ความโลภ โกรธ หลง อาตมา ไม่เคยต้องการเป็นผู้ชนะเลย แล้วก็มีแต่พูดว่า อาตมายินดีเป็นผู้แพ้ แล้วอาตมาก็ถูกทำให้เป็นผู้แพ้ อยู่ตลอดเวลา อาตมาก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร กับการให้อภัย มาเป็นผู้แพ้ อาตมาก็แต่งเพลงผู้แพ้ด้วยซ้ำ แต่งตั้งแต่อายุ 20 ปี ตั้งแต่ยังไม่ประสีประสากับธรรมะอะไรเลย มันก็เกิดของตัวเอง ก็เป็นผู้แพ้ แพ้ก็แพ้ ไม่มีปัญหาอะไร แพ้ก็ตามชะตากรรมไป ชะตามันเป็นเช่นนั้น อาตมาบอกว่า ไม่ใช่แพ้ชะตากรรม แต่แพ้ชะตาทราม แต่ใจของอาตมาไม่มีปัญหา ใจอาตมาไม่มีแพ้ ไม่มีชนะ มีแต่รู้ความจริง ตามความเป็นจริง เท่านั้น

_พร พรพิมล… กราบนมัสการพ่อครูค่ะ ดิฉันทราบมาว่า ท่านอาจารย์ ยุทธวโร มีโรคร้ายในร่างกายของท่าน (ไวรัสตับอักเสบ B) ถ้าร่างกายอ่อนแอเมื่อใด โรคร้ายนั้นก็จะกำเริบขึ้นมา ดิฉันคิดว่า ด้วยเหตุนี้ท่านอาจใช้สถานที่ และสิ่งแวดล้อมเช่นนี้ ในการบำบัดรักษาตัวก็ได้นะคะ ถ้าความคิดเห็นนี้ผิดพลาดประการใด ดิฉันกราบขออภัยด้วยค่ะ กราบนมัสการพ่อครู ด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ พ่อครูว่า… ก็เป็นวิบากใครวิบากมัน อาตมาก็ถือว่า โรคไอ รักษาไม่หายเหมือนกัน ขนาดไปรักษากับหมอใหญ่ เป็นเจ้าของโรงพยาบาลวิชัยยุทธเลย รักษามาหลายปี สุดท้ายหมอก็ลงมติว่า ก็คงพอกันเท่านี้ล่ะครับ คงรักษาไม่ดีขึ้นกว่านี้หรอก เพราะมันสรุปได้ว่า เป็นเรื่องของ Aging เป็นเรื่องเป็นไปตามวัย ก็จะต้องเสื่อมไปตามเหตุปัจจัย ก็เลยไม่คิดอ่านจะรักษาอะไร ถือว่าเป็นโรควิบาก

สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน มรรคผลทางศาสนาของสันติอโศก ทีนี้มา ตามที่ มีผู้ที่ เฟสบุคมา มณี ศรียงค์ … สันติอโศกสร้างความแตกแยกคนไทย ด้วยมิจฉาทิฐิของโพธิรักษ์ จนยากจะเป็นเหมือนเดิม พ่อครู และพลพรรค บาปมาก นรกภูมิเป็นคติ แตกแยกทางธรรม ด้วยความหลงความบ้าในอัตตาของตน มันมักจะเป็นอย่างนี้ พอตั้งสำนัก ก็จะบ้าตัวตน..พระพุทธเจ้าฉันมังสวิรัตหรอ และทำไมไม่มี บัญญัติเป็นศีล ห้ามพระภิกษุฉันเนื้อสัตว์ อุบาทว์ เทวทัตจริงๆ พ่อครูว่า… ก็เป็นความรู้สึกของเขา ที่ได้ฟังการสอนธรรมะของอาตมา ตั้งแต่ความเห็นแรกว่า อาตมานี่ก่อความแตกแยก แล้วก็บอกว่าอาตมามิจฉาทิฏฐิ และจะบาปมาก ก็ขอตอบอย่างเข้าใจ ในความรู้สึกของท่านทั้งหลาย จะรู้สึกอย่างคนๆนี้ อีกเยอะ เพราะอาตมาเกิดมาในยุคนี้ รู้มาตั้งแต่ต้นเลย ถ้าอาตมาพูดถึงสัจธรรมนี้ มันจะตรงกันข้าม มันจะขัดแย้งกัน กับสิ่งที่เขายึดถือกันแล้วในยุคนี้ เถรสมาคม ทั้งเถรสมาคม พุทธศาสนาทั่วประเทศไทย จะเข้าใจศาสนาในแนวเทวนิยม ที่ผิดเพี้ยนไปจากสัจจะของพระพุทธเจ้า เมื่อพูดอย่างนี้ ก็เท่ากับทำให้เขาเข้าใจว่า ที่นับถือกันทั้งประเทศไทย ทั้งมหาเถรสมาคม ทั้งประเทศไทย นั้นผิดหมด โพธิรักษ์ถูกคนเดียว ใช่ไหม อาตมาก็ขอตอบตรงๆว่าใช่ อาตมาถูกคนเดียว นอกนั้นผิดกันทั้งนั้น ผิดมาก หรือผิดน้อย ผู้ที่จะถือว่าสัมมาทิฏฐิ ตรงกับที่อาตมาเข้าใจนั้น หาไม่ได้เลย แม้ท่านบางท่านจะฟังอาตมาพอเข้าใจแล้ว รู้ว่าจะมาก็ถูก แต่ท่านจะไม่ยอมรับว่าอาตมาถูก แม้ท่านจะเข้าใจ แต่ก็ไม่ยอมรับ เพราะว่าสังคมถูกครอบงำกันทั้งสังคม จะต้องเชื่ออย่างเถรสมาคม จะต้องเชื่อความเห็นรวม ที่หมู่ชาวพุทธนับถือกัน แม้จะเอาพระไตรปิฎกมายืนยัน ก็เพราะว่า ทุกอย่างที่อาตมาพูด แล้วจะขัดแย้งกับสิ่งที่เขาทำ ก็จะเข้าใจขึ้น แต่ก็ยังไม่กล้ายอมรับ ว่าจะมานำสิ่งที่ถูกมา มาแสดงออก ว่าศาสนาพุทธต้องเป็นอย่างโพธิรักษ์ ควรจะแก้ไขอย่างนี้ๆ จะไม่มีใครกล้า แม้แต่ครึ่งคน คนหนึ่งก็ไม่มี แม้แต่ครึ่งคน ก็ยังไม่มี เพราะว่าถูกครอบงำทางความคิด ถูกครอบงำทางอำนาจ อิทธิพลหมดแล้ว อาตมาบรรยายธรรมะอย่างขัดแย้ง ตรงกันข้ามกัน เกือบทั้งหมดเลย ใช้คำว่าอาตมาถูก ฝ่ายโน้นผิด เพราะฉะนั้นฝ่ายโน้น ยึดถือว่าเขาถูก ก็ต้องบอกว่าเขาถูก มีแต่ผิดกับถูกเท่านั้น ไม่มีอะไรที่จะมาอนุโลม ไม่มีอะไรไปด้วยกัน มาด้วยกันได้ มันเป็นเช่นนั้น แยกขาวแยกดำ แยกผิดแยกถูก อย่างนั้นจริงๆ เขารู้สึกอย่างนั้น ก็ถูก อาตมาเองรู้สึกอย่างนั้น ก็ต้องถูกด้วย เพราะฉะนั้น อาตมาจึงจะต้องแก้สิ่งผิดนี้ มาให้ถูก เขาว่าอาตมาผิด อาตมาก็ว่าเขาผิด เพราะฉะนั้น ต่างคนต่างก็จะยืนยันสิ่งที่ตนเองว่าถูก แน่นอน ต่างคนต่างก็จะยืนยัน สิ่งที่ตนเองว่าถูก แล้วก็พยายามอธิบาย ขยายความหาหลักฐานอ้างอิง อาตมาเอง ก็เหมือนกัน ก็ต้องพยายามหาหลักฐาน อ้างอิง ทุกอย่าง อาตมาเองมาทำงานศาสนา ตั้งแต่เริ่มต้น จนถึงบัดนี้ เริ่มต้นโดยวิธีการสอนศาสนาด้วยศีล 2 พากันให้สร้างสมาธิ สมาธิพระพุทธเจ้า คือสมาธิประจำวัน สมาธิอยู่กับตัว อย่างได้โดยไม่ยากไม่ลำบากในฌานทั้ง 4 แล้วก็มีปัญญา เป็นสัมมาทิฏฐิ มีวิมุติไปตามลำดับ อาตมาสอน และเผยแพร่อย่างนั้น ตั้งแต่ต้น จนเดี๋ยวนี้ ก็มีคนฟังรู้เรื่อง ตั้งแต่อาตมาเริ่มสอน ก็เริ่มมีคนมาเป็นหมู่ เป็นพวก จนกระทั่งเกิดชุมชน หมู่กลุ่มของชาวอโศก มาจนถึงทุกวันนี้ จึงเกิดชุมชน หมู่กลุ่ม ที่มีไตรสิกขา จนเดี๋ยวนี้ มีหมู่กลุ่มชาวพุทธ ที่อยู่ในครรลองของไตรสิกขา จนกระทั่ง ดำเนินชีวิตด้วยไตรสิกขา มีสมาธิกันอย่างเป็นสัมมาสมาธิ มีศีลกัน หมู่บ้านของชาวอโศก ทั้งหมู่บ้านปฏิบัติศีลกัน ทุกหมู่บ้าน ตั้งแต่ต้น จนถึงบัดนี้ ก็ยังเป็นหมู่บ้านที่มีศีล สังวรศีล เด็กเข้ามาเรียน ในโรงเรียนชาวอโศก ก็ต้องมีศีล ผิดศีลไม่ได้ นักเรียนอยู่ในนี้ ก็ผิดศีลไม่ได้ ไม่ต้องห่วงเลยว่า เด็กสัมมาสิกขาชาวอโศก จะไปบ้าบอเหมือนเด็กนักเรียนข้างนอก เพราะว่าเด็กพวกนี้นี่ ถือศีล ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ในศีล 5 เป็นเบื้องต้น ทั้งนั้น ปฏิบัติผิด ก็ชำระกันจริงๆ จึงเป็นหลักประกันได้เลยว่า เด็กของสัมมาสิกขา จะไม่เป็นเด็กแว้น อย่างที่เขาเป็นกันอยู่ ได้ข่าวว่า โรงเรียนข้างนอกนั่นเละเทะ อาตมาภาคภูมิใจว่า ได้ทำส่วนหนึ่ง แม้จะเป็นจุดเล็กๆ ไม่ได้มากนัก ไม่ได้มีใครส่งเสริม ทางรัฐบาลไม่ได้ส่งเสริม แม้แต่ทาง NGO พวกอะไรๆ ก็ไม่ได้มาช่วยส่งเสริมชาวอโศก ก็ทำไปอย่างเดียวดาย อย่างนั้น แต่ก็เห็นว่า มันไม่เป็นหมัน มันไม่สูญเปล่า ทำแล้ว มันเกิดผล สร้างคนให้เป็นคนที่มีศีล มีธรรม มีการศึกษาที่ดี เกิดได้จริง พัฒนาตัวเอง เป็นคนดีของสังคม อันนี้ อาตมาว่า ได้ช่วยรัฐบาลอันนี้จริงๆ ได้ช่วยประเทศชาติไทยวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชุดไหนก็ตาม ผ่านมากี่ชุดแล้วไม่รู้ ตั้งแต่ก่อนทักษิณ ธรรมะของพระพุทธเจ้านั้น อันเดียวกับผู้ที่บริหารประเทศชาติ ต้องการให้ประชาชน อยู่เย็นเป็นสุข เป็นสำนวนโบราณ ไทยไทย คือความสงบเรียบร้อย ชาวอโศกนั้น เป็นประชาชนที่ได้รับผลของศาสนาไตรสิกขาแล้ว จึงเป็นประชากรกลุ่มหนึ่ง ที่ไม่ก่อความวุ่นวาย เดือดร้อน ให้กับประเทศชาติ ตั้งแต่ทำงานมาจนถึงทุกวันนี้ ชาวอโศกไม่เคยมีเรื่องราว คดีอะไร ที่จะกระทำให้ประเทศชาติเกิดความเดือดร้อน มีแต่เบาใจ ประเทศชาติ ผู้บริหารจะเบาใจในชาวอโศกทั้งหมด จะไม่เหมือนชาวอะไรอื่นๆ ที่รัฐบาลก็ไม่รู้เหมือนกัน แม้แต่สำนักอื่น ที่สอนศาสนานั้น ก่อเรื่องเยอะแยะเลย ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า สำนักศาสนาก่อเรื่อง สำนักปฏิบัติธรรมต่างๆ ยกตัวอย่างง่ายๆ อย่างเช่นสำนักปฏิบัติธรรมของ ธรรมกาย ก่อเรื่องจนกระทั่ง ต้องใช้มาตรา 44 ไปปราบวัดนี้ เป็นต้น มันร้ายแรงอย่างนั้น ที่อื่นๆ ฯลฯ สำนักอื่นๆ ก็ออกนอกศาสนาพระพุทธเจ้า ร้ายแรงเหมือนกัน ศาสนาพระพุทธเจ้านั้น ไม่มีหรอก ที่จะเป็นสำนักปฏิบัติธรรม ที่เรียกว่า อาราม หรือวัด หรือว่าหมู่กลุ่มของภิกษุ หมู่กลุ่มของพระ ที่ดำเนินอยู่ ในอารามใดก็ตาม แล้วก็จะใช้อารามนั้น เป็นสถานเรี่ยไร แล้วการเรี่ยไร ไม่มีในศาสนาพุทธ แต่ทุกวันนี้มันเสื่อม กลายเป็น โครงการธรรมะ เรี่ยไร เป็นธรรมดา มันลามไปถึง ทอดผ้าป่า ทอดกฐิน จัดงานวัด หาเงิน หาทอง ทั้งนั้น ซึ่งไม่ใช่ศาสนาพุทธเลย เสื่อมสิ้นซากของศาสนาพุทธไปหมดแล้ว ศาสนาพุทธ วัดวาอารามของศาสนาพุทธที่จัดงานหาเงินให้แก่วัดนั้น ไม่ใช่ศาสนาพุทธสักวัด วัดต้องไม่จัดงานหาเงิน วัดมีแต่อบรมให้การศึกษา ไตรสิกขา เพราะฉะนั้น กิจใดหาเงิน กิจนั้นไม่ใช่กิจของวัดเลย ไม่ว่าวัดใดๆ อาตมาผ่านตา ดูโทรทัศน์ช่องดีดีทีวี ก็พูดกันมี 2 องค์ มีพระ 2 รูป พูดผ่านๆว่า เดี๋ยวนี้คนก็ว่า ถ้าจะทำบุญทำทาน ก็ไม่ทำบุญทำทานกับวัดแล้ว ไปทำบุญทำทานกับโรงพยาบาลหมด แสดงว่าพ้อ ลืมวัดวาแล้ว นี่คงพาดพิงไปถึง นายตูน Bodyslam ตอนนี้ก็ได้เงินมาไม่เคยบอกว่าจะไปแจกให้วัด บอกแต่ว่าจะไปบริจาคให้โรงพยาบาล ก็เลยน้อยใจ บริจาคให้วัด ก็ไม่ได้ ยังค้างค่าโทรทัศน์ดาวเทียมอยู่รึเปล่า ก็ไม่รู้นะ.. พูดถึงโทรทัศน์ช่องบุญนิยมทีวี ไม่เคยเรี่ยไร คนจะมาบริจาคช่วยโทรทัศน์ ก็ไม่รับ ไม่มีโฆษณา ไม่หาเงิน หากจะบริจาคช่วย เพราะรู้ว่า มีค่าเช่าสัญญาณดาวเทียม เดือนหนึ่งตั้งหลายแสน นอกจากคุณจะอยู่ในกติกา คือจะต้องรู้จักชาวอโศก ต้องมาวัดวาชาวอโศก ต้องมาอยู่ศึกษาอย่างน้อย 7 ครั้ง เป็นต้นไป ถึงจะมีสิทธิ์บริจาค เราไม่เคยคิดว่าสถานีจะไปรอดด้วยเงินบริจาค ตั้งแต่ตั้งสถานีโทรทัศน์ ก็หาทางพึ่งพาตัวเอง โดยทำเรื่องของขยะ ทุกวันนี้ ก็ได้อาศัยเงินจากขยะเป็นหลัก มาจ่ายค่าอย่างน้อย ก็ค่าดาวเทียม นอกนั้นก็ค่าใช้จ่ายอย่างอื่น เดือนนึงก็เป็นล้านขึ้นไป จะเท่าไหร่ ก็ไม่ได้ไปดู ชุมชนชาวอโศกนั้น อาตมาพาทำได้สำเร็จ คือไม่เป็นหนี้ มีแต่ยืมกัน ในชุมชนชาวอโศก ที่เป็นองค์รวม เป็นส่วนรวม ยืมกันไปบริหาร ทำงาน เมื่อมีความจำเป็น ต้องใช้ก้อนเงิน ก็ยืมจากส่วนกลาง หรือส่วนของพี่ เช่น ขณะนี้ ชุมชนชาวอโศก ที่มีชุมชนเกิดก่อนเพื่อน คือชุมชนปฐมอโศก เป็นพี่โต สูงสุด ก็ดำเนินกิจการ ของชุมชน ทุกวันนี้อยู่ได้สบาย เลี้ยงตัวรอด มีส่วนเกิน ก็เอาไปเลี้ยงดูน้องๆ อย่างปฐมอโศก เดือนหนึ่งก็ให้มาเป็นล้าน เห็นว่า ถ้ามีเงินคงคลังพอแล้ว เขาตั้งไว้ว่า มี 20 ล้าน ถ้ามีเงินเกิน กว่า 20 ล้าน ก็จะปัดเศษให้เลย จะเท่าไหร่ ก็ให้มา ให้อาตมาเอามาช่วยน้องๆ ทั้งหมด เขาว่าไว้อย่างนั้น ก็หลายเดือนมาแล้วล่ะ เดือนที่แล้วก็ล้านห้าแสนกว่า เป็นต้น

สื่อธรรมะพ่อครู(บวร) ตอน โรงเรียนของชาวอโศกเป็นแบบบวร พ่อครูว่า… เป็นเรื่องของเงินทอง เป็นเรื่องของชุมชน อาตมาทำงานศาสนา จะไม่เหมือนกับทางศาสนากระแสหลัก ทำงานศาสนา อาตมาทำงานศาสนา มันแปลก ตรงที่ว่า มันทำงานแล้ว เกิด บวร เกิด บ้าน วัด โรงเรียน เพราะฉะนั้น ในชุมชน จะมี บ้าน วัด โรงเรียน เกิดชุมชนนั่นแหละ คือเกิดบ้าน อาตมาทำงานศาสนา และมันเกิดอย่างนั้น มันไม่เกิดโดดเดี่ยว ไม่ใช่ว่า วัด เขาอยู่โดดเดี่ยว บ้าน และโรงเรียน ก็โดดเดี่ยว ไปบริหารกันเอง มันไม่ใช่อย่างนั้น มันเป็นมาตั้งแต่ต้นเลย เรื่อง บวร ชาวอโศกมีบ้าน วัด โรงเรียน มาตั้งแต่ต้น แต่อาตมาไม่ได้มาชี้ มาดึงมาพูดให้ชัด เป็นบ้าน วัด โรงเรียน สามเส้า แต่มันเป็นมาตั้งแต่ต้น แต่ทางกระแสหลักนั้น เขาแตกแยก วัดก็จะมีกำแพงใหญ่ ที่ขอบเขตไปด้วย ว่านี่ขอบเขตวัด แต่ก่อนมีโรงเรียนอยู่ในวัด แต่เดี๋ยวนี้แยกโรงเรียนออกไปหมดแล้ว มีวัดที่สอนบาลีอยู่บ้าง แต่ของชาวอโศกนี้ มีครบบ้าน วัด โรงเรียน แต่ของทางด้านโน้นแยกกันหมด เดี๋ยวนี้แยกชัดแล้ว บ้าน วัด โรงเรียน สมณะฟ้าไทว่า… ของเขานี้ ยิ่งอยู่ ยิ่งแยก แต่ของพ่อครู ยิ่งอยู่ ยิ่งรวม ยิ่งเป็นอันเดียว พ่อครูว่า… อยู่รวมกันเป็นสังคม องค์รวม มีพระสมณะ อยู่ร่วมฆราวาส ญาติโยม มีเด็ก มีโรงเรียน สอนการศึกษา ที่เอาเยาวชน ให้การศึกษา มาพร้อมกับ สอนธรรมะ ผู้ใหญ่ไม่ต้องเข้าโรงเรียนแล้ว ก็ไม่เป็นไร ก็สอนธรรมะ แต่ว่าเด็กๆ ต้องสอนการศึกษา หลักสูตรทางกระทรวงเขาด้วย โลกเขาเป็นอย่างนั้นแล้ว เราก็ช่วยหมด เราก็มีการศึกษาอย่างนั้นหมด แต่จริงๆแล้ว ก็คือบ้าน มีการสอนธรรมะ มีโรงเรียน เรามีทั้ง 3 อย่างนี้ ทีนี้ ไปเข้าใจว่า โรงเรียนนี้สอนเด็ก แต่ที่จริงแล้ว โรงเรียนมีการสอนธรรมะ เราก็เลยพ่วงเด็ก แต่จริงๆแล้ว ตั้งใจว่ามีโรงเรียนเพื่อสอนธรรมะ กับประชากร แต่อาตมาก็น่าเสียดาย และน่าสงสาร คนที่เข้ามาในวัด มารับธรรมะ ฟังเทศน์ ทำกิจอะไรที่จะเป็น ทาน ศีล ภาวนา วัดอโศก หรือว่า ชุมชนชาวอโศก คนที่เขาเป็นพุทธศาสนิกชนนั้น บอกว่าวัดอโศก มันใช่วัดพุทธศาสนา หรือเปล่า ก็จะไม่เข้ามา คนเข้ามานั้น คือคนที่เข้าใจ และก็จะมา แล้วก็จะมีจำนวนเท่านี้ จำนวนที่จะเติมมากันทั้งหมู่บ้าน ทั้งญาติใกล้ไกล แหม? ไม่ค่อยมี เพราะฉะนั้น ก็จะเห็นแต่หน้าซ้ำๆ เก่าๆ หน้ามีสนิม มีอะไรอย่างนี้ สนิมอโศก อยู่อย่างนี้ ไม่ค่อยมีหน้าแปลกๆ ใหม่ๆ หน้าโลกีย์ ผ่องๆผุดๆ มีฉาบไปด้วย ราศีของโลกีย์ ไม่ค่อยมี ซึ่งก็ดีนะ มันเป็นกำแพงไร้สภาพ ที่คนมานั้น เข้าไม่ติด คนที่ไม่ชัดเจนในเนื้อหาสาระ เพราะอะไร เพราะว่าอโศก นี่คือแดนพุทธ แผ่นดินพุทธ คนเข้ามาในที่นี้ คือคนพุทธ มีปฏิภาณปัญญารู้ว่า จะต้องเข้ามาศึกษา ต้องมาทำทาน ศีล ภาวนา ในแผ่นดินพุทธ แดนอื่น ขออภัย มันไม่ใช่แดนพุทธแล้ว คนที่มีปัญญา จึงเข้ามาศึกษา ในแดนนี้ ถ้าคนไม่มีปัญญา ไม่มาเอาหรอก คนที่เข้ามานั้น มีปัญญารู้ว่า พุทธเป็นอย่างนี้เอง ถึงกระนั้นก็ตาม คนรู้ว่า แดนนี้เป็นแดนพุทธ แต่ก็ไม่กล้าเข้ามา เพราะว่าเจียมตัว สอง ถ้าเข้ามาแล้ว ไม่กล้า นั่นแหละ หนึ่งเจียมตัวว่า เข้ามาแล้วเราจะปฏิบัติได้หรือไม่นะ เขาอยู่กันอย่างเคร่งครัด ที่จริงแล้ว เราไม่ได้แกล้ง เรายังมีทางที่จะไปสู่ความสูง ได้อีกตั้งเยอะ เรามีสัมมาทิฏฐิ จุดสัมมาทิฏฐิอยู่ตรงนี้ ที่ศาสนาพุทธเป็นอยู่นั้น มันมิจฉาทิฐิ ทางโน้น ตรงนี้ถูก หากใกล้ที่สุด ก็ถูก แต่มันไม่ค่อยใกล้หรอก ชาวพุทธในประเทศไทย ไปออกห่าง จากจุดสัมมาทิฏฐิมากมาย เราเริ่มเดินไปทางสัมมาทิฏฐิได้นิดเดียว เขาก็หาว่า เราสุดโต่ง ทั้งที่คุณนั้นสุดโต่ง ไปทางขุมนรก ไปไกล เขาก็มองจากจุดโน้นมา ไม่เข้าใจว่า สัมมาทิฏฐิ หรือจุดเริ่มต้น ที่จะเข้ากระแสศาสนาพุทธ มันอยู่ตรงไหน สมณะฟ้าไทว่า… ในธัมมจักกัปปวัตตนสูตรบอกว่า ความสุดโต่งนั้นมี 2 ทาง คือกาม กับอัตตา พ่อครูว่า... เราล้างทั้งกาม และอัตตา แต่เขาสุดโต่งไปทั้งกาม และอัตตา เขาแตกกันเองว่าเป็น พระป่า พระบ้าน คามวาสี อรัญญวาสี เขาไปตั้งเอง ในศาสนาพุทธไม่มีหรอก เขาแยกกันเอง อาตมาเอาจุดผิดมาเปิดเผย เป็นจุดไม่ดี เอามาพูด พูดไปแล้ว ไม่รู้จะทำอย่างไร เลี่ยงไม่ออกที่จะต้องพูด ถ้าพูดสิ่งที่ผิด สิ่งที่ไม่ดี ก็เข้ากระแสหลั กที่สังคมชาวพุทธ เป็นกันทั้งประเทศ มาพูดสิ่งที่ถูกมัน ก็ดันมาถูกต้องในชาวอโศก ก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร มันเลี่ยงไม่ออกจริงๆ ไม่รู้จะทำอย่างไร ส่วนคนกลางๆ ก็เชิญ ถ้าเห็นว่าชาวพุทธถูกต้อง คือชาวอโศก ก็เข้ามา อยากให้มาศึกษา มาเข้า มารับ ไม่ต้องกลัวหรอก พูดไปแล้วว่า เขารู้ว่าอโศกนั้นถูก แต่เขาไม่กล้ามา เพราะว่ากระแสอิทธิพลครอบงำอโศกไว้ อย่าเข้ามานะที่นี่ เดี๋ยวไปทางโน้นไม่ได้เลย ไปวัดโน้นไม่ได้เลย มันเป็นอิทธิพลใหญ่ กลัวจะถูกล้างสมอง เขาไม่กล้า เขารู้ว่าดี แต่ไม่กล้ามา เพราะกลัวจะเข้าวัดโน้นไม่ได้ เพราะเขาต้องอยู่กับวัดทางโน้น เป็นเรื่องที่เห็นใจมาก ไม่รู้จะทำอย่างไร อาตมาว่ากล้าๆเถอะ เข้ามาเถอะ เห็นว่าถูกต้อง ก็มา ถ้าหากเห็นว่าไม่ถูกต้อง เขาก็ไม่มาหรอก เขาก็ว่า ก็ด่า เพราะฉะนั้นทุกวันนี้ เด็กใหม่ๆ วัยรุ่น ผู้ที่เป็นชนรุ่นหลัง จึงเห็นคล้อยตาม ผู้ที่เอาใจใส่ธรรมะ ที่ดีที่ถูกบ้าง ก็จะรู้ตามบ้าง องค์รวม ก็จะบอกว่าธรรมะ ต้องเป็นไปตามกระแสหลัก ตามที่ประชาชนเห็นไปทางโน้น ก็ต้องคอยตาม เขาจะมาทางอโศกไม่ได้ เพราะทางโน้นประกาศว่า อโศกเป็นภัยต่อศาสนา เป็นตัวทำลายศาสนาพุทธ เขาปกาสนียกรรมอย่างนั้นเลย จนเดี๋ยวนี้ ก็เป็นตรา ที่ไม่ถอด อยู่ที่หน้าผากชาวอโศก เป็นอย่างนั้นเลย ก็เป็นเวร เป็นภัย เป็นบาป ของเขา ที่มากั้นอันนี้ คนกั้นก็บาป แต่ คนเข้าใจ แม้จะรู้ว่าถูกต้อง ก็ยังไม่กล้าเข้ามาสู่อโศก คนที่เข้ามาอโศกโดยไม่เคอะเขิน เข้ามาอย่างไม่หวั่นเกรงทางโน้นเลย โอ้โห เป็นคนที่มีใจกล้าหาญมาก ที่แหวกค่านิยมองค์รวม สังคมส่วนใหญ่ของประเทศ เข้ามาอยู่ศึกษา มาปฏิบัติธรรมกับชาวอโศก มาทำงานร่วมกับชาวอโศก กล้ามาก ไม่ได้แกล้งพูด สมณะฟ้าไทว่า... แม้แต่เด็กนักเรียน พ่อแม่จะพามาเรียน ถ้าไม่แน่จริงๆไม่กล้า มาสมัคร พ่อครูว่า… เด็กนักเรียนที่กล้ามาเรียนที่นี่ หากว่าพ่อแม่ไม่กล้าจริง 2 พ่อแม่จน ก็ส่งมาเรียนที่นี่ เพราะว่าที่นี่ไม่ได้เก็บสตางค์ ค่าอะไรเลย ค่าบำรุง ค่าอะไร ก็ไม่มีเลย นอกจากไม่เก็บค่าอะไรแล้ว เลี้ยงทุกอย่างเหมือนลูก เหมือนหลาน พ่อแม่เมื่อเอาเด็กมาไว้ที่นี่ ก็ไปทำมาหากินของคุณเองเลย นอกจากเด็กจะอ้อนขอเงินมาใช้ ซื้อขนมมากิน แต่ที่นี่ก็มีให้แล้ว ไม่อยากไปรบกวนที่บ้านเลย เด็กส่วนใหญ่ ก็ไม่ไปรบกวนอะไรมากมาย คือช่วยสังคม ช่วยประชาชน เลี้ยงลูกให้ประชาชน ช่วยสอนเด็กให้มีความรู้ เบื้องต้นในชั้นประถมมัธยม ตามหลักสูตรของกระทรวง ช่วยรัฐบาล ชุมชนชาวอโศกทำอย่างนั้น ทั้งนั้น ที่ตั้งโรงเรียนมา ก็ช่วยรัฐบาล สมณะฟ้าไทว่า… แม้แต่เงินค่าหัวของรัฐบาลที่ให้มาใช้ในการสอนเด็ก หากเราใช้เหลือ เราก็คืนรัฐบาล บางอย่างเราไม่เห็นว่าจำเป็นจะต้องซื้อ เราก็ไม่ได้ซื้อ ให้แล้ว เราก็คืนเงินทางรัฐบาลไป พ่อครูว่า... พูดไปแล้ว ก็เหมือนกับคุยตัว วันนี้ไม่เจตนาเอาเรื่องนี้มาพูดนะ แต่พูดไปพูดมา มันก็เป็นอิทัปปัจจยตา จริงๆแล้วอาตมาว่า อาตมาเกิดมาเป็น มนุษย์แล้วมาทำงานทางด้านสังคม ทางด้านศาสนา อาตมาว่า ได้มาปฏิบัติธรรมะพระพุทธเจ้า ได้ช่วยประเทศชาติ ได้ช่วยสังคม และช่วยมนุษยชาติ จริงๆ โดยศาสนา จะช่วยได้ คนที่มาปฏิบัติธรรม มาเรียนรู้กับชาวอโศก จะอยู่เย็นเป็นสุข ตามที่รัฐบาลต้องการ ทั้งนั้น เพราะฉะนั้นประชากร ประชาชนมาปฏิบัติธรรม กับชาวอโศกแล้ว จะไม่มีปัญหา จะอยู่สงบสุข เป็นพลเมืองดีของสังคม ตามที่ผู้บริหารประเทศต้องการทั้งนั้น ขอยืนยัน จะผิดกฎหมาย จะมีศีล มีธรรม จะทำสัมมาอาชีพ จะไม่เกิดเรื่องเดือดร้อน อะไรต่ออะไร ต่างๆนานา บริหารง่าย ตามที่ผู้บริหารประเทศต้องการ ได้หมด สมณะฟ้าไทว่า... เราพาเด็กทำงาน เขามีประเทศไทย 4.0 จะมีเทคโนโลยีอะไรมากมาย ของเราให้เด็กไปจับเคียว เกี่ยวข้าว แบกข้าว มันตรงกันข้ามกับเขาเลย แต่ของเรา เด็กจะมีความสงบสุข ไม่มีความวุ่นวาย แบบนั้น เขาทำไปอย่างสนุกสนาน ตามประสา เรามีเป้าหมายว่า ทุกวันนี้ ปกครองประชาชนยาก แต่เราอยู่กับเด็ก อย่างมีความสุข สุขภาพกาย และใจก็ดี ไม่เดือดร้อน พ่อครูว่า… เด็กของชาวอโศกจะไม่มีเด็กที่ไปตีกันเป็นเด็กแว้น ตามที่เป็นปัญ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน