601122_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ กินเนื้อสัตว์คำใดก็ติดบาปไปทันที.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2560
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์355 KB
วันที่แก้ไข25 ตุลาคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

601122_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ กินเนื้อสัตว์คำใด ก็ติดบาปไปทันที

สมณะฟ้าไทว่า… วันนี้ เป็นวันพุธที่ 2 พฤศจิกายน 2560 ที่บวรราชธานีอโศก อากาศหนาวเขาบอกว่าจะลดลงอีก 4 องศาเซลเซียส ( พ่อครูว่า… เขาว่า เอาห้าหาร) จะถึงหรือไม่ถึง ก็ดูวันพรุ่งนี้อีกที ตอนนี้เห็นใจเกษตรกรมาก เมื่อวานไปบ้านทิดกล้าตาย ที่อ.น้ำยืน เขาตากข้าว ฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก น่าเห็นใจเกษตรกรว่า จะทำให้ข้าวแห้งนั้น เป็นไปได้ยาก แม้ใกล้จะปีใหม่ เราก็เตรียม งานเพื่อฟ้าดิน เตรียมสถานที่ เมื่อวานนี้ ชาวศีรษะอโศกได้มาช่วย ก็น่าจะใกล้เสร็จเข้าไปแล้ว ฝนฟ้าไม่ได้มาตามฤดูกาล เพราะคนไปทำลายสิ่งแวดล้อม ทำให้ปั่นป่วน อาตมาอยู่กับพ่อครู ก็เห็นเลยว่า ต้องทำตามที่ในหลวงตรัสไว้ จะไปทำใหญ่โต ก็ไปไม่รอดเลย ต้องหันกลับมาทำเล็กๆ ทำได้น้อย ให้มันดีให้มันแจ๋ว พ่อครูก็ได้พาทำเช่นนี้ พระโพธิสัตว์จะรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า การทำอย่างนั้น มันไปไม่รอด ที่ตรัสว่า ก้าวหน้าอย่างนั้น มันเป็นการถอยหลังอย่างน่ากลัว ที่ทำอย่างใหญ่โตนั้น จะมีปัญหา ถ้าทำเล็กๆ อย่างให้ดี แล้วค่อยๆขยับไปมันจะดี ทำตามกำลังที่เหมาะสม ซึ่งเมื่อวันจันทร์ พ่อครูก็อ่านพระไตรปิฎก เกี่ยวกับ สามัญญผลสูตร เป็นพระสูตรที่บอกไว้ว่า เราควรจะได้อะไรในชีวิต ของการปฏิบัติธรรม เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของชีวิต อย่างอื่นก็ไม่สำคัญเป็นองค์ประกอบเฉยๆ สิ่งที่พระพุทธเจ้าพาทำนั้น ทำให้ละกิเลสได้ แล้วเราจะมีอิสระเสรี พ่อครูว่า คนเป็นพระอรหันต์แล้ว เราก็อย่าไปสอเสือใส่เกือกกับท่าน ผมก็มีหน้าที่ช่วยเหลือสิ่งที่ควรจะช่วย และลดละกิเลสของเราไป พ่อครูว่า... อาตมาก็ตั้งใจจะอ่านพระไตรปิฎกไปเรื่อยๆก่อน แต่จะอ่าน sms ก่อน

_SMS วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 (พ่อครู : บวรราชธานีอโศก)

_2166… ถ้าเหต

อ่านต่อ

ุการณ์เป็นอย่างนี้ พ่อท่านถึงวาระที่จะปักกิ่งหว้า ท้าประลองยุทธ ให้มันรู้แดงรู้ดำไปเลย ???/ สอง เมืองอุบล พ่อครูว่า... อาตมาไม่ได้มาจะเอาชนะ แต่ว่า เมื่อพูดถึงสิ่งที่ผิด มันก็ตรงกับส่วนใหญ่ของทางศาสนา ในเมืองไทย คนก็เลยฟังเป็นว่า ...มันบ้า มาเถียงกันทำไม ที่อาตมาพูด ก็พูดว่า ตามที่เห็นว่าถูกเป็นอย่างนี้ พูดถูกไปทีไร มันก็ไปว่าไปกระทบ กับที่เขาเป็นกันอยู่จริงๆ และดำเนินกันไปอยู่ ก็เลยเหมือนกับ ต่อล้อต่อเถียง ตั้งหน้าตั้งตา ต้านทาน กับใครต่อใครเขา อาตมาก็เห็นใจนะ เข้าใจ เห็นใจ แต่อาตมานั้นเลี่ยงไม่ได้ ไม่รู้จะไปอย่างไร ก็พยายามนึกอยู่ เราจะไปพูดว่า อย่างนี้แหละ ไปอย่างนี้ ต้องทำอย่างนี้ อย่างนี้มันไม่ถูกต้อง ทำอย่างนี้ อย่างที่เขาทำ เราก็ต้องบอกว่า อย่างนั้นมันทำไม่ถูก มาทำอย่างนี้ พอบอกว่ามาทำอย่างนี้ พวกเขาก็บอกว่า ทำไม่ถูก มันก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา มันต้องเป็นเช่นนั้น เลี่ยงไม่ออก ก็ต้องทำอย่างนี้ ไปจนกว่าจะตาย อาตมาคิดว่า อาตมาตาย คงทำให้ทางโน้น แก้ไขเปลี่ยนแปลงมา ไม่ได้หรอก เพราะมันสุดแก้ สุดกลับแล้ว แต่พูดให้ผู้ที่สนใจ ผู้ที่ใส่ใจ ผู้ที่ตั้งใจที่จะรู้ แต่จะไปเปลี่ยนโครงสร้างหลักของศาสนาพุทธในประเทศไทย อาตมาว่า ในชาตินี้ แม้ว่าจะตั้งใจอยู่ไปถึง 151 ปี ซึ่งก็เหลือเวลาอีกประมาณ 67ปี มันน่าสงสารจริงๆ ศาสนาพุทธ น่าสงสารเอามากๆเลย มันได้ผิดเพี้ยนไป จนกระทั่งกลายเป็นเห็นว่า ความผิดนั้นเป็นความถูก อาตมาพูดอย่างนี้ เห็นผิดเป็นถูก ไม่ต้องเอาอะไรมากเลย อาตมาพูดย้ำแล้วย้ำเล่า ว่า ในวัดนั้น มีเรือนไฟ มันก็เป็นความผิด ที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อัมพัฏฐสูตร การมุ่งออกไปปฏิบัติในป่านั้น ก็ผิดชัดๆ แม้แต่ไม่ออกป่า แต่ก็ทำลายศาสนา ด้วยการสร้างเรือนไฟ จุดธูปเทียนบูชา สร้างเรือนไฟไว้ในทาง 4 แพร่ง มีมุขสี่ด้าน มันก็ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าผิด พระพุทธเจ้าตรัสไว้ ความเสื่อมศาสนาพุทธนั้นจะมี 4 ข้อนี้ มันก็เสื่อมกันเต็มๆ ซึ่งมันไม่ใช่แล้ว เดรัจฉานวิชา ก็เต็มไปหมด ในวัดในวาต่างๆ ก็ไม่รู้จะว่ายังไง ก็ต้องพูดความผิดว่าเป็นเช่นนี้ ถ้าจะแก้ อาตมาไม่เชื่อจริงๆว่า จะพูดให้เขาแก้ไขได้ อาตมาไม่มีความหวัง สักนิดเดียวว่า เขาจะเปลี่ยนแปลงที่เขาเป็นกันอยู่นี้มา อาตมาว่า มีแต่จะหนักหน้า มากขึ้นอีก จริง ขอดูถูกเช่นนั้น เพราะเชื่อว่า ที่อาตมาพูดถูก ก็อาจจะมีผู้ที่แสวงหามาฟังแล้ว เห็นว่าถูกต้อง ก็จะมีจำนวนนิดหน่อย มีนิดหน่อย ก็ไม่มีปัญหา

_7630… ไหนๆก็ไหนๆแล้วครับหลวงพ่อ ปักกิ่งหว้าท้าดีเบทเลยครับ ให้รู้แล้วรู้ลอด ?!!!? / บุญคำ พ่อครูว่า… พูดกันอย่างสมัยก่อน ที่เขาจะไปท้าประลองกันเลย แต่ยุอย่างไร ก็ไม่ขึ้น

สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน บัตรคนจนกับศาสตร์พระราชา _0015… บัตรคนจน มีส่วนสอดคล้อง กับศาสตร์พระราชาบ้างหรือไม่ครับ พ่อครูว่า… เรื่องของ คนจน เป็นเรื่องยิ่งใหญ่ เป็นเรื่องลึกซึ้งมาก เพราะฉะนั้น คนไม่เข้าใจ ก็ไม่อยากจน กลัวจะเป็นคนจน แต่ชาวอโศกนี้ชัดเจนมาก ในความจน หรือในความเป็นคนจน ไม่ได้กลัวความจน ไม่ได้กลัวจะเป็นคนจน แต่ต้องมาจน มานี่จะมาชวนกัน มุ่งมาจน ตั้งใจจน เต็มใจจน ตั้งเป็นนามสกุลกันเยอะแยะ มีกระทั่งนามสกุล จนทุกชาติ เราไม่ได้รังเกียจ เราเข้าใจความจน และเต็มใจที่ จะเป็นคนจน เพราะฉะนั้นคนจน เป็นคนที่ประเสริฐ เป็นคนที่ทำให้สังคม ดีขึ้น ถ้าเป็นคนจนที่สำเร็จ คือเป็นคนจนที่ สุขสำราญเบิกบานใจ ที่กำลังพูดถึงนี้ เป็นคนจนที่พึ่งพาตนเองรอด เป็นคนจนที่ ไม่เบียดเบียนใคร เป็นคนจนที่สร้างสรรค์ เหลือกิน เหลือใช้ อุดมสมบูรณ์ แล้วสะพัดส่วนเหลือเกิน ให้แก่สังคมได้ โดยไม่ใช้ส่วนเหลือส่วนเกินนั้น ไปขูดรีด ค้าขายแบบทุนนิยม ขายผลผลิต เอาค่าแรงงานให้มาก เท่าที่จะมากได้ แบบ maximize profit ที่นี้ คนไม่เข้าใจ โดยเฉพาะประเทศชาติ ประเทศไทยนี่แหละ ก็ไม่บริหารแบบคนจน ทำความเข้าใจกับ ความเป็นคนจน เอาแบบคนจน มาเป็นคนจน ตามที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ของเราตรัส เราก็เอามาเปิด ในโทรทัศน์ของเรา วันละไม่รู้กี่เที่ยว แต่ช่างกระไร ผู้บริหารประเทศ นักวิชาการ ก็ได้ยินได้ฟัง เห็นอยู่ แต่ไม่กระดิกหู ก็เลยจะแก้ปัญหาไม่ให้มีคนจน จนกระทั่ง เอาไว้จะพูดในวันอาทิตย์ จนกระทั่ง ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ บอกว่าคนจนจะหายจากประเทศไทยในปีหน้า อาตมาท้า ตัดคออาตมา กับขี้หมากองเดียว ถ้าคุณชนะก็ตัดคออาตมา ถ้าจะมาชนะก็ขอขี้หมากองเดียว เอาไปทำปุ๋ย 1. หายไม่ได้ เพราะชาวอโศกเป็นคนไทย เป็นคนที่มุ่งมาจน ทำตัวให้จน มันก็ขัดแย้งกับที่คุณจะทำ 2. ที่คุณพูดนั้น Impossible คนจนที่บอกว่า เป็นคนจน แบบน่าต่ำต้อย น่าทุเรศทุรังการ อยู่ในสังคม อย่างไม่มีประโยชน์ แบบนั้นมันไม่ใช่ คนจนหมายความว่าอะไร คนจนหมายความว่า ไม่มีทรัพย์สินเงินทองมาก และไม่ตั้งใจจะสะสมเงินทอง ให้แก่ตัวเองมากจึงอยู่ในสภาพของคนจน เช่น ชาวอโศกเรามาเป็น อาตมาขอยืนยันว่า ชาวอโศกปฏิบัติอย่างนี้ เป็นการช่วยเหลือสังคมประเทศชาติ ช่วยเศรษฐกิจ ดอกเตอร์ทางเศรษฐกิจ ที่ชื่อว่า ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ โปรดฟัง จงทำความเข้าใจกับความจน และคนจนให้ดี แล้วพยายามทำความเข้าใจ คำตรัส ของในหลวงว่า ต้องบริหารบ้านเมือง แบบคนจน อาตมาไม่ได้พลิกแพลง คำตรัสในหลวง ท่านได้ตรัสแบบนี้ไว้ ว่าบริหารแบบคนจน แล้วท่านตรัสชัดอีกกว่า ต้องขาดทุนของเรา คือกำไรของเรา เรามามีชีวิตขาดทุน เสียสละให้แก่ผู้อื่น เป็นผู้เสีย ผู้อื่นได้เปรียบ ผู้อื่นได้มาก เกินกว่า ถ้าจะเปรียบเทียบ อัตราทั้งโลกแล้ว เราได้น้อยกว่าที่ควร อัตราค่าเฉลี่ย ของสังคมโลก ราคาของสังคม เราเอาน้อยกว่า อย่างนี้ต่างหาก เป็นผู้ที่ช่วยเหลือสังคม เป็นผู้ที่ช่วยเศรษฐกิจสังคม ถ้าจะให้คนไปรวย แล้วก็ช่วยคนจนให้รวยทั้งหมดนั้น มันแก้ปัญหาไม่ได้ ขอยืนยันว่า คุณแก้ปัญหาอีกล้านชาติ ก็แก้ปัญหานี้ไม่ได้ ถ้ามีวิสัยทัศน์ มีกระบวนทัศน์แบบนี้ ไม่ได้ ต้องแก้ไขว่า ให้คนเข้าใจว่า การมาเป็นคนจนนั้น แล้วก็เป็นคนจน อย่างมีคุณภาพ เป็นคนจนที่ขยันหมั่นเพียร แต่เป็นคนจนที่มักน้อย เป็นคนอย่าไปตะกละตะกลามเอามาก ไม่ต้องไปเป็นคนรวยอย่างที่ในหลวงท่านตรัส ว่าเราไม่อยากรวย รวยคือก้าวหน้าแบบที่เขาก้าวหน้า มันมีแต่ถอยหลัง และถอยหลังอย่างน่ากลัว นี่คือคำตรัสของในหลวง ซึ่งจะต้องทำความเข้าใจสิ่งเหล่านี้ เป็นสิ่งลึกซึ้งสุดยอด ถ้าหากนักบริหารประเทศ เข้าใจคำตรัสของในหลวงอย่างที่กล่าว หรือที่อาตมาพยายามพูดอยู่นี่ หรือจริงๆก็คือ ตามหลักธรรม ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งประเทศไทยนับถือ คนนับถือศาสนาพุทธถึง 95 เปอร์เซ็นต์ ผู้ที่ได้ไป ก็อันเดียวกันเลย ถ้าเผื่อว่า แก้ปัญหา ไม่เข้าใจว่าสัจจะ ควรจะแก้อย่างไร อย่างดีนั้น ไม่สำเร็จ บอกว่า บัตรคนจน จะเข้ากับศาสตร์พระราชานั้น ไม่ใช่เลย มันเป็นประชานิยม เราควรให้คนรู้ว่า แม้เราไม่มีเงินมาก และไม่จำเป็นต้องมีเงินมาก แต่จะอยู่ตามฐานะ ที่เราจะต้องให้คนขยันหมั่นเพียร ให้คนรู้จัก สัมมาอาชีพ สัมมากัมมันตะ สัมมาวาจา สัมมาสังกัปปะ แล้วก็ประพฤติตนอยู่อย่างพอเหมาะ พอควร หรือที่ในหลวงท่านตรัสว่า เศรษฐกิจพอเพียง ถ้าเข้าใจมีความเข้าใจ อันนี้ดีๆ ว่าอ้อ มันเป็นอย่างนี้ คนที่มีสมรรถนะสูง และขี้โลภไม่มีที่สิ้นสุด มันตั้งหน้าตั้งตาจะรวยถ่ายเดียว คนที่มีความรู้ และก็มีสมรรถนะ ความสามารถ เขาก็ขยันหมั่นเพียร และเขาก็มีความปรารถนา จะรวย ไม่มีที่สิ้นสุด กว่าจะกอบโกย และหาทางที่จะเอาอีก เหมือนอย่าง ระบบทุนนิยม ให้รวยอยู่ตลอดเวลา คุณก็ต้องมาเตือนคนเหล่านี้ว่า พอเสียที จะรวยไปถึงไหน จริง อย่าไปเกรงใจคนรวย เพราะคนรวย มีกินมีใช้ ควรจะรู้ว่า มันเป็นภัยต่อสังคม คนที่ยิ่งรวยยิ่งกอบโกย เอาให้หนักๆ มันเป็นอิสระเสรีภาพก็จริง แต่ควรจะให้เขาเข้าใจ และเขาแก้ไขตัวเขาเอง มีอิสระเสรีภาพ เราไม่ได้บังคับเขาหรอก แต่ควรเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจ บริหารประเทศ ให้คนรวยนี้ รู้จักความจริง ว่าต้องลดความรวยลงมาบ้าง เสียสละออกมาบ้าง อย่าไปกอบโกย เราอย่าไปง้อคนรวย ให้มากกว่าคนรวยน้อย คนจนก็ให้กำลังใจเขา แล้วก็สอนให้เขา อย่าเอาแต่แบมือขอ มันก็ไม่จบ ก็มีแต่เอาเงินไปให้ มีคนส่งข้อมูลมาว่า ดร.สมคิด ไม่ได้กล่าวเช่นนั้น มีคนเอาไปบิดเบือน ก็คุณผักกาดหอม เขียนในไทยโพสต์ … แบบนั้นมันแก้ไขปัญหาไม่สำเร็จหรอกเพราะ Concept ของคนทั่วไป คือไม่ต้องการจน แต่ชาวอโศกนั้นไม่ได้กลัวความจน และตั้งใจมาจนให้แก่ประเทศ พวกท่านที่บริหารประเทศ จะไม่ให้มีคนจน เพราะการมีคนจน ประเทศชาติลำบาก ใช่ไหม? ชาวอโศก ก็ไม่ทำให้ประเทศชาติลำบาก เพราะมันเป็นคนจนโดยเต็มใจ โดยอิสระเสรี โดยที่ไม่เป็นภาระสังคม ไม่เป็นภาระให้เขาต้องแก้ปัญหา ให้พวกเราเลย เรามาจนแล้ว เพราะฉะนั้นไม่ต้องแยแสชาวอโศกก็ได้ เพราะชาวอโศก อยู่นอกกฎเกณฑ์ของคุณ จะจนหรือไม่จน ชาวอโศกก็ไม่เดือดร้อน เขาก็มาเป็นคนจน คุณก็ต้องมาแก้ปัญหากับคนที่ ไม่ใช่เป็นแบบชาวอโศก ไม่มีความคิดจะเป็นแบบนี้ เขาก็อยากจะรวย แล้วคุณก็จะช่วยเขาเหล่านี้ เพราะฉะนั้นคุณควรจะมาศึกษาว่า ถ้าจะแก้ปัญหาคนที่ไม่อยากจน มันก็แก้ไม่จบ คนที่จนไม่เสร็จ คือคนที่รวยที่สุด คือคนจนที่หน้าด้านที่สุด คือคนรวยไม่เสร็จ เขาควรจะหยุดได้แล้ว เพราะเขาควรจะเลิกตั้งนานแล้ว เขามีเงินมากมาย เอาไปออกดอกออกผล เพิ่มเข้าไปอีก ดูดเข้าไปใหญ่เลย กองเงิน กองทอง แล้วมันจะแก้ได้อย่างไร คุณต้องแก้คนรวยนั้น ให้ลดความรวยลงมา การแก้ปัญหานั้น ต้องสอนเลยว่า ให้คนรวยรู้จักพอ ตามในหลวงตรัส ให้พอเพียง มาขาดทุนให้แก่สังคม ขาดทุนนะ ไม่ใช่เราได้กำไร ไม่ใช่เอาแต่กำไร ยกกำลัง 2 ยกกำลัง 5 ตายๆๆๆ แล้วมันจะไปแก้ได้อย่างไร ที่พูดนี้ฟังให้ดีแล้วเอาไปคิด เพราะฉะนั้นเราผิดพลาดหรือเปล่า ที่จะบริหารประเทศ แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ สังคม โดยวิธีการที่จะต้องให้คนมาหายจน มันแก้ไม่ได้ ต้องแก้คนให้หายรวย ต้องแก้ปัญหาให้คนเดี๋ยวนี้หายรวย และลดลงมาจนบ้าง จะไปแก้คนจนให้รวยนี้ คุณจะแก้อีกร้อยชาติ พันชาติ หมื่นชาติ ล้านๆชาติ ก็ไม่เสร็จไม่จบ ตราบใดที่คุณปล่อยให้คนรวยเอาเปรียบ ได้เปรียบ ไม่หยุดยั้ง ไม่มีทางหรอก ต้องแก้ไขปัญหา ให้คนหายรวย ไม่ใช่หายจน ต้องให้คนรวยลดความรวยจริง จะแก้ได้สำเร็จ ต้องแก้ให้ถูกที่ ถ้าเกิดให้คนรวย ลดความรวย หยุดรวยแล้ว มาจนลงบ้าง อันนี้สำเร็จ แต่ถ้าจะแก้ให้คนจนนั้นมารวย ก็ไม่มีทางเลย

_3867… พ่อครูเทศน์ลืมเวลาอ๊ะเป่า? นอนดึกฉุดสุขภาพบ่ดีหนะ _ศิริวัฒน์ แซ่หยาง … ฟังแทบไม่รู้เรื่อง ไปหัดอ่านหนังสือมาใหม่ ค่อยมาสอนธรรมะนะครับ _อำภา รื่นใจดี… คนฟังท่านพ่อครูรู้เรื่องมีนะคะ คุณศิริวัฒน์ฟังไม่รู้เรื่อง ก็อย่าทนฟังท่าน เอาเวลาไปล้างส้วมให้สะอาด จะเกิดประโยชน์มากกว่า และถ้าคุณล้างส้วมไปด้วยจิตที่วางอุเบกขา เผลอๆ อาจพบหนทางนิพพานนะคะ

_ดำริ เมืองเรือง… ได้ข่าวๆๆๆๆว่า (ยังเป็นข่าว) อาจารย์ยักษ์ ตอบรับเข้าไปเป็น รมช. แล้ว จริงบ้านเมือง เข้าสู่ยุคศิวิไลซ์ เจริญแน่นอน

สื่อธรรมะพ่อครู(อบายมุข กามคุณ 5) ตอน เลิกผลิตล็อตเตอรี่ได้ประเทศจะเจริญ _ลาย… ถือศีล กินเจ ลดอบายมุข คือ พื้นฐานของทุกศาสนา แต่พระ ทำไมไม่เทศน์ให้คนลด ละ พ่อครูว่า… แม้แต่วัดอื่นใด ก็ตามไม่กล้าสอนให้คนมาจน เหมือนกับชาวอโศกสอน ที่จริงก็ไม่ถึงกับจะมาสอนให้มาจนอย่างพวกเรา เพราะพวกเรานี้มีปัญญา และก็มาจนจริงๆ อย่างมีปัญญาได้ แต่สอนว่า อย่าไปกลัวความจน สอนให้เขามีชีวิตอยู่อย่าง ทำให้ชีวิตไปรอดอยู่ได้ แม้ว่าจะจน และก็ไม่ต้องเดือดร้อนเลย อยู่กับความจนพอกินพอใช้ ดีแล้ว เมื่อจิตของคนไม่ตะกละ ไม่ต้องการรวย คำนี้ คำเดียว สมมติง่ายๆ ถ้าคนในประเทศไทย ไม่อยากรวย เข้าใจแล้วว่า ไม่ต้องให้รวย ไม่ต้องอยากรวย โดยเฉพาะการรวยอย่างฟลุ๊คๆ ได้เปรียบ เช่น ไปซื้อลอตเตอรี่ มันจะไปรวยปุ๊บเลย อย่างได้เปรียบ อย่างฟลุ๊คๆ เขาก็ไม่คิดจะไปซื้อ ที่สำนักงานสลากกินแบ่ง สำนักงานก็ล้มครืน รัฐก็ไม่ต้องไปหาเงินแบบนี้ ไม่มีน้ำหน้าจะไปสร้างเศรษฐกิจให้กับประเทศ เลยต้องไปหากินขูดรีดกับคนจน คนที่ไปซื้อหวยนั้น คนรวยเขาไม่ซื้อหรอก เขาเสียดายเงิน เขาไปเล่นหุ้น เขาขายหวยด้วยซ้ำไป เพื่อเอาจากคนจน เพราะฉะนั้น สลากกินแบ่งนี้ ไม่ได้ช่วยบรรเทาทุกข์ ให้แก่คนจน มันกลับกลาย รัฐบาลตั้งกองสลากกินแบ่ง ไปรีดเอาจากคนจน ถ้าคนซื้อสลากกินแบ่งที่คนจน ไปขูดรีดจากคนจน ไปเข้ากองสลากกินแบ่ง แล้วก็เอาเงินไป ให้กับคนรัฐบาลใช้ รัฐบาลไม่มีน้ำยาหาเงิน ไม่รู้จะทำอย่างไร ต้องมาขูดรีดเอาจากประชาชนในประเทศ ซ้ำซ้อน แล้วคุณจะมาแก้ปัญหาคนจนในประเทศ แต่คุณก็ขูดรีดอย่างนี้ พิมพ์สลากกินแบ่งขึ้นมา มากขึ้น เพิ่มจำนวน กี่ฉบับ กี่ชุด แล้วไม่รู้ เห็นแก่ได้ ทางสลากกินแบ่ง มันก็เท่ากับคนขูดรีดจากคนจนยิ่งขึ้นยิ่งขึ้น เพราะคนจะซื้อหวย คือคนจน กับคนในฐานะปานกลาง คนในฐานะสูง และร่ำรวยเขาไม่ซื้อ เขาไม่เห็นจะต้องไปซื้อเลย นอกจากคนตะกละความรวย ก็จะไปซื้อ อาตมาว่า เลิกไปเลยสลากกินแบ่ง แล้วจะเป็นประเทศที่พัฒนา รัฐบาลอยากจะให้คนหายจน แต่ไปขายสลากกินแบ่ง รัฐบาลไหน สามารถเลิกกองสลากนี้ได้ อาตมาก็มีเหรียญทอง หรือมีหยาดน้ำใจทองคำ ที่มอบให้อยู่นะ จริง อยากให้เลย ต้องให้เลย แม้อาตมาเอาไปให้ไม่ถึง เพราะเราเองเรี่ยดิน ทางโน้นอยู่บนท้องฟ้า เราอยากจะยกย่อง เชิดชู อยากจะให้ ก็ไม่ค่อยได้

_พิเชษฐ์ บุญวิรุฬ… พุทธแท้ ๆ มีหนึ่งเดียวจริง ๆ ครับ ผมก็เข้าใจตามที่พ่อครูสอนครับ _สราวุธ บุญญโก… อะไรที่หาเงินเข้าวัดไม่ใช่ศาสนาพุทธ !!!! สาธุครับ พ่อครูว่า… วัดไหนพยายามเรียกร้องหาเงินเข้าวัด นั้นไม่ใช่วัดของพุทธ พุทธต้องพาคนให้รู้จักพึ่งพาตัวเอง แม้แต่วัดก็ต้องพึ่งพาตัวเอง แต่ถ้าพึ่งพาตัวเองไม่รอด ต้องเรี่ยไร อย่างนี้เป็นวัดทำไม แล้วจะสอนคน ให้พ้นทุกข์ได้อย่างไร สอนคนให้อยู่รอด ได้อย่างไร มันไม่ได้

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน มิจฉาทิฏฐิในการนั่งหลับตาสมาธิ _มณี ศรียงค์… การนั่งหลับตาสมาธิคือ การประคองจิต ให้อยู่กับลมหายใจปัจจุบัน หลับตาเพื่อไม่ให้จิตวอกแวก เป็นกุศโลบายนะจ๊ะเทวทัต แถธรรมะด้วยอัตตาบ้าๆอีกแร้ว ชิมิ พระหลับตาทำสมาธิให้ถูกต้อง เพราะคนเริ่มทำสมาธิ จิตจะวอกแวกไม่อยู่กับลมหายใจ แต่ก่อนทำสมาธิ พระท่านก็สอนก่อน และไม่ไช่จะหลับตาทั้งวัน จนไม่รู้จักผัสสะเลย พระบ้าน&พระป่า แยกประเภทตามจริต! ไม่ผิด ไม่ว่ากัน แต่เทวทัติ สันดานชั่ว ยุให้แต่แยก และใส่ร้ายว่า ไม่ไช่พุทธ พระบ้าน&พระป่า เป็นการแยกประเภท แต่ไม่ได้แตกแยก สันดานเทวทัต ชอบสร้างเรื่องมโน แตกแยก ขอสอนเทวทัตโพธิรักษ์นิดนะ พระพุทธศาสนานั้นกว้างขวาง ไม่คับแคบบังคับ ศรัทธามีทั้งกระพี้ พิธีกรรม และแก่นไตรสิกขา แต่ทั้งหมด ก็อยู่ในศาสนาพุทธนะจ๊ะ พระราชาทรงไหว้สมเด็จพระญานสังวร พระสังฆราช แต่เทวทัตโพธิรักษ์ คิดอย่างไร โพธิรักษ์บอก ศรัทธาชื่นชมศาสตร์พระราชามาก แต่การกระทำตรงข้ามกับศาสตร์พระราชา เกือบทุกอย่าง สมเด็จพระญานสังวร สมเด็จพระสังฆราช ก็ทรงนั่งหลับตาสมาธิ!!! เทวทัตโพธิรักษ์ยังกล้าใส่ร้ายด้วยอัตตา มิจฉาฐิถิ กฐินหลวง ก็มีโดยพระราชา แต่เทวทัตบอกไม่ไช่พุทธ พ่อครูว่า… อาตมาก็ไม่ขอพูดหรอก ที่คุณพูดมานี้ ใส่ความอาตมาทั้งนั้น ที่คุณเข้าใจนั้น ขอยืนยันว่า คุณเข้าใจผิด อาตมาเข้าใจถูก แต่คุณก็ว่าอาตมาผิด คุณถูก ก็เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นอาตมาก็ไม่ไปเถียง ไปโต้อะไร อาตมาก็ได้พูดธรรมะเหล่านี้ ตลอดเวลา เป็นเรื่องแบบนี้แหละ เอาแค่เรื่องสมาธิ ศาสนาพุทธไม่ได้สอน สมาธินั่งหลับตา แต่มันมีสมาธิอยู่ในปกติสามัญได้ ถ้าสัมมาทิฏฐิ คนที่ไม่สัมมาทิฏฐิ นั่งสมาธิอยู่ทุกวันนี้ คือไม่สัมมาทิฏฐิ แล้วมันจึงเป็นสมาธิ ที่ไม่ใช่ของศาสนาพุทธ ถ้าจะนั่งหลับตาสมาธิ ต้องสัมมาทิฏฐิ แต่คุณไม่สัมมาทิฏฐิ ไปนั่งหลับตาจึงกลาย เป็นการสะกดจิต และคิดว่าการได้สะกดจิต เป็นการได้อธิจิต หรือเป็นสมาธิของพุทธ ขอยืนยันว่าสมาธิอย่างที่นั่งสะกดจิต แล้วจิตใจสงบอย่างนั้น มันไม่ใช่ของพุทธ พุทธนั้นจิตสงบอย่างลืมตา พุทธไม่ได้หลับตา สงบ พุทธนั้น ลืมตาแล้ว กิเลสสงบ ฟังอีก ควรจะไปทบทวนฟัง ไปเปิดฟังอีกล้านเที่ยว แต่อาตมาจะพูดอีกทีเดียว พุทธนั้น ไม่หลับตาปฏิบัติ พุทธทำสมาธิอย่างลืมตา สมาธิของพุทธไม่ได้หลับตา สัมมาสมาธิของพุทธ ปฏิบัติมรรคทั้ง 7 องค์ ใน มหาจัตตารีสกสูตร ปฏิบัติในขณะทำงาน อาชีพ ในขณะทำงานทุกอย่าง เป็นสัมมากัมมันตะ ทำอะไรอยู่ทุกอย่าง ก็กำลังปฏิบัติสมาธิ ให้เกิดสมาธิเป็นของพุทธ เรียกว่า supra concentration ไม่ใช่ meditation เป็นสมาธินั่งหลับตา สัมมาสังกัปปะ ก็ทำสมาธิ ให้เกิดสัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ คือมีจิตนั้นกิเลสดับลง ลดลง ด้วยความสงบ เมื่อกิเลสดับหมด จิตก็สงบ จิตใจก็ยิ่งสว่าง ไม่ใช่จิตใจที่ดับมืด ไม่เห็นอะไร นิโรธแบบที่ดับมืด นิ่ง ไม่เห็น ไม่คิดอะไร อย่างนั้นมันมิจฉาทิฐิ คุณมณี ศรียงค์ คุณนั้นไม่ได้รู้ความจริง ของสัจธรรมพระพุทธเจ้าเลย ไม่เข้าใจที่ผิด มันเป็นถูก ถูกครอบงำทางความคิดไปหมดแล้ว ไม่ต้องพูดหยาบเกินไปกับอาตมาหรอก อาตมาก็พูดอย่างธรรมดา ก็ศึกษาให้ดี แค่ไม่พูดคำหยาบ ก็ดีแล้ว พูดกับอาตมาดีๆ แต่นี่พูดประชดประชัน แดกดัน อาตมาเข้าใจ อาตมาไม่ถือสา เพราะเข้าใจคุณ ขออภัยที่ใช้คำว่าสอนคุณ ไม่ได้สอนหรอก พูดให้ฟังเท่านั้นแหละ คุณจะฟัง หรือไม่ฟังก็ได้ แต่คุณคงได้ยิน ได้ฟัง ก็เลยพูดว่า อาตมาผิด โดยเห็นแจ้งว่า หลับตาสมาธิ แล้วก็สอนอาตมา ว่าการหลับตาสมาธิ คือการทำสมาธิ ซึ่งไม่ใช่เลย ศาสนาพุทธ ไม่จำเป็นต้องนั่งหลับตา สมาธิ ลืมตาปฏิบัติแล้ว จะเกิดจิต เป็น มุทุภูตธาตุ จิตจะแคล่วคล่อง ว่องไว สงบ บริสุทธิ์ ปริสุทธา ปริโยทาตา บริสุทธิ์แม้จะสัมผัสกับโลกอย่างไร ก็บริสุทธิ์ อย่างพระอรหันต์ พระพุทธเจ้าสัมผัสกับโลกอย่างไรก็ ปริโยทาตา จิตมุทุภูตธาตุ มีกัมมัญญตา ทุกการกระทำ ทุกอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นการสังกัปปะ ก็เป็นการงานที่ดี กัมมัญญา มีความเหมาะควร เพราะว่ามี สัปปุริสธรรม 7 มหาปเทส 4 จึงสามารถจัดการกับทุกกรรม ได้พอเหมาะกับสังคม จิตก็ปภัสสรอยู่ตลอดเวลา เพราะจิตใจมีอุเบกขา ได้สมาธิแล้ว จะเกิด ฌาน 4 เป็นอุเบกขาสูงสุด โดยลืมตา การหลับตา ไม่มีทางเกิด ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา โดยเฉพาะกัมมัญญา จะสัมผัสสัมพันธ์กับโลก อย่างเหมาะควร สัมผัสกับโลกธรรม ที่มีลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ก็ ผุฏฺฐสฺส โลกธมฺเมหิ จิตฺตํ ยสฺส น กมฺปติ จิตใจไม่ได้หวั่นไหวอะไรเลย หากปฏิบัตินั่งหลับตา จะไม่เกิดแบบนี้เลย ไม่เกิด เนกขัมมสิตอุเบกขา ที่พูดมานี้ อาตมาทำตามพระพุทธเจ้า ในพรหมชาลสูตรว่า ถ้าใครมาตำหนิเรา อย่างไรแล้ว ไม่ถูกต้อง เราก็แก้ไป ไม่ใช่ก็ช่างเขาเถอะ อย่าไปเอาใจใส่ อย่าไปยุ่ง ให้เขาติไป ไม่ใช่ พระพุทธเจ้าบอกว่าใครตำหนิเรา เราก็กล่าวแก้ไปได้ ในพระสูตรแรกเลย มีพราหมณ์อาจารย์กับลูกศิษย์ถกเถียงกัน ลูกศิษย์ชมพระพุทธเจ้า แต่อาจารย์ตำหนิพระพุทธเจ้า เสร็จแล้ว สมณะพระภิกษุทั้งหลาย ก็ได้ยินแล้ว ก็วิจารณ์ เรื่องศิษย์กับอาจารย์ถกเถียงกัน พระพุทธเจ้าก็บอกว่า ถ้าเขาตำหนิเรา ก็ฟังเขา ถ้าเขาตำหนิไม่ถูก เราก็แก้ไข ให้เข้าใจให้ถูก ว่าเราไม่ได้เป็นอย่างที่เขาว่าอย่างนี้ เราเป็นอย่างนี้ ไม่ได้เป็นอย่างนี้ ก็กล่าวแก้ไขเสีย อาตมาก็ได้กล่าวตามคำสอนพระพุทธเจ้า อะไรผิดก็แก้ไข อะไรถูกก็ชมเชย แต่มันอาภัพมาก ตำหนิที่ไร มันถูกกระบวนการของศาสนา ที่มีในประเทศเกือบทั้งหมด ดีนะที่ใช้คำว่าเกือบทั้งหมด เพราะติก็ถูกคน เกือบทั้งหมด ศาสนาพุทธ เมื่อจะชม ก็กลายเป็นชมตัวเองไปเสีย มันหลีกเลี่ยงไม่ถูก ความจริงอันนี้ ก็จำนน ไม่รู้จะว่าอย่างไร

สื่อธรรมะพ่อครู(อบายมุข กามคุณ 5) ตอน การขายตรง อย่าเอาเข้ามาในอโศก _อโศกสัมปวังโกว่า...ในงานมหาปวารณาที่บวรศาลีอโศกที่ผ่านมา พ่อครูได้อ่านเรื่องของญาติธรรมท่านหนึ่ง ที่เป็นนักขายตรง ที่อาศัยอยู่บริเวณรอบๆ บวรสันติอโศก กระผมเองในฐานะผู้หนึ่ง ที่เคยถูกหลอกให้เข้าร่วมรับฟังการบรรยาย เพื่อที่จะให้ได้เป็นสมาชิกนักขายตรงคนหนึ่ง จำได้ว่านักขายตรง ผู้เป็นวิทยากร ได้โน้มน้าวใจให้ผู้เข้ารับฟัง การบรรยายได้เกิดความเชื่อว่า อาชีพการขาย ผลิตภัณฑ์อาหารสุขภาพ เป็นอาชีพที่ได้ทั้งเงิน ได้ทั้งบุญ เพราะสินค้าดังกล่าว จะทำให้ลูกค้า ผู้ซื้อไปบริโภค มีสุขภาพดีขึ้น และหายป่วยในที่สุด แตกต่างกับการขายสินค้าอื่น ที่ผู้ขายจะได้แต่เงิน ได้บุญด้วย การพูดถึงบุญของวิทยากรดังกล่าว ขัดแย้งกับคำว่าบุญ ตามทฤษฎีบุญนิยมที่พ่อท่านได้ขยายความเอาไว้ แต่ก็มีพี่น้องญาติธรรมหลายท่าน เข้าเป็นสมาชิก แสดงว่าญาติธรรมเหล่านั้น ไม่ได้เข้าใจคำว่าบุญ ตามทฤษฎีที่พ่อท่าน ได้อธิบายขยายความใช่ไหมครับ ในโอกาสใหม่ หากพ่อครูจะอธิบายอีก อยากให้ใช้ อุปมา อุปไมย ใหม่ เพื่อจะมีผลให้พี่น้องญาติ ไปทำเหล่านั้น เข้าใจคำว่าบุญ ตามทฤษฎีบุญนิยม ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ไม่เข้าใจสับสน กับคำว่าบุญ ของผู้นำนักขายตรง ดังกล่าว พ่อครูว่า... อาตมาก็ได้พูดห้ามไว้แล้วด้วย แต่ก็ยังไปยุ่ง ก็มีขายตรง ในชาวอโศก ไปทำบาป ทำเวรอะไร ก็ไม่รู้ บอกว่าอย่างนั้นมันบาป เป็นภัย อย่าไปทำ เขาก็ไม่เชื่อ แล้วเอามาเผยแพร่ในชาวอโศก แล้วก็บอกว่า โฆษณากับชาวอโศกว่า จะได้ ทั้งเงิน ทั้งบุญ ขอพูดอีกทีหนึ่งว่า การขายตรง อย่าเอาเข้ามาในชาวอโศก คุณจะขาย ก็เชิญไปขายข้างๆ ขายให้ไกลชาวอโศก เพราะชาวอโศกที่ยังโง่ๆนั้น ก็ยังมีอยู่ คุณฉลาด ก็ไปหากินกับคนอื่นเถอะ อย่ามาหากินกับคนที่นี่เลย และคนที่โง่ที่นี่ ก็ควรจะฉลาดขึ้นบ้าง อย่าโง่ เอาเรื่องเอาราว กับการขายตรง คนอโศกที่ไม่โง่ และฉลาดแล้ว อย่าไปเกี่ยวข้องกับเขา ให้เขาเก้อเขิน เด๋อๆ แล้วหนีไปเองเลย โทษทำอย่างที่ว่านี้ เราไม่ต้อนรับหลักการขายตรง มันเป็นการหลอกลวง เพื่อจะเอาเงินค่าขายให้แพงๆ ค้ากำไรเกินควร มากไป ลัทธิขายตรงนี้ เขาเอาเงินล่อให้คนขาย ให้คนขายนี้ไปขาย แล้วให้พูดเก่งๆ โน้มน้าวให้ผู้ซื้อซื้อ แล้วถ้าขายได้มาก จะได้เปอร์เซ็นต์ อันนี้เป็นวิธีการซ้ำซ้อน ใช้คนขายให้หาเงินเข้ามา ให้แก่บริษัทขายตรง เป็นวิธีการทุนนิยม ที่คิดขึ้นมา อาตมาถือว่าเป็นวิธีที่เลวมาก ใครยังขายตรง ก็คือคนที่...มากนั่นแหละ คนฉลาดแกมโกงมากที่สุด คือคนที่โง่มากที่สุด ถ้าคนฉลาดจริง เขาจะไม่เอาเปรียบเอารัดคนอื่นหรอก มีแต่คนโง่ฉลาดแกมโกง และอวิชชา ถึงจะมารีดนาทาเร้น เอาเปรียบเอารัด จากผู้อื่น ก็ขอร้องชาวอโศก อย่าไปยุ่ง ใครยังไปยุ่งกับขายตรงอีก ก็ยังโง่เง่าเต่าตุ่นทั้งนั้น ขายตรงนี้ กรุณาไปขายนอกขอบเขตชาวอโศก อย่ามาขายที่นี่ จะบอกว่าสินค้าเหล่านั้นดีอย่างไร ก็แล้วแต่ ถ้ามันจำเป็นที่จะซื้อ ก็ไปซื้อข้างนอก

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน