190305-021 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-แดนอโศก-ฬ004.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันนี้เป็นเช้าที่ 5 มีนาคมพุทธศักราช 2519 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระครูที่รักจะได้นำผู้ที่มาพำนักและธรรมสถานแดนอโศกพิจารณาปัจจัยจงมีเพียรดังกล่าวแล้วจะพยายามตามรู้ความละเอียดในความละเอียดจิตใจของเราเป็นสำคัญที่สุดที่เราจะพยายามสังเกตการรู้แม้จะประกอบไปด้วยเสียงประกอบรถประกอบไปด้วยกลิ่นประกอบด้วยสัมผัสทางลิ้นทางกายคือแม้แต่จิตคิดขึ้นมาเองกรอบก่อขึ้นมาเองสร้าง เองหรือสัมผัสอยู่ข้างในข้างในเราก็จะต้องรู้รสชาติแห่งผัสสะหรือรู้เวทนาตามผัสสะให้ชัดเจนอย่างแท้จริงและเล่นกับจิตให้ช้ำใจจิตให้มั่นคงกระทำให้จริงให้แน่วแน่รู้อยู่ว่าเรากระทำถูกแล้วก็ให้รู้อยู่ว่าเราก็ทำถูกแล้วดีแล้วชำนาญมากขึ้นแม้แต่จะมาผัสสะกับข้างนอกจะเป็นคำว่าสีคือทักษะกับบุคคลหรือจะอยู่กับความเงียบเรียกว่าอรัญญวาสีถ้าเราสัมผัสกับความสงัดของธรรมชาติในธรรมชาติเองก็ยังมีเสียงยังมีกลิ่นยังมีรถ ผลัดกลางคืนที่บางเบาเป็นไปโดยที่เราไม่เห็นชัดแจ้งว่ามันปรุงแต่มันก็ปรุงอยู่อย่างธรรมชาติก็เรียกว่าสงัดมากอยู่โดยไม่มีอะไรหรอกอะไรลวงมากเราก็เอาความสงบสงัดนั้นให้อยู่กับใจของเราใจของเราจะไม่ไปมุ่งหมายใจของเราจะอยู่กับใจมากก็จะอ่านอะไรก็ไม่ออกไปไกลนอกจากคนที่ฟุ้งซ่านจริงๆอยู่กับที่สงัดแล้วก็อยู่ไม่ได้จิตมันดึงออกไปสู่ความจุ้นจ้านความเป็นกามความเป็นโลกิยะมันก็จะพาตัวออกไปสู่โลกียะแต่ถ้าเผื่อว่าจิตมันไม่ไปสู่โลกิยะแล้วจะอยู่กับความ มันก็สงบสบายสงบอยู่แล้วมันก็ไม่มีอะไรอีกนะละอายใจร้อนรนอยู่กับมันเสพความสงบก็จะติดความสงบอยู่เฉยๆแล้วก็จะทราบถึงกับความสงบแต่ว่าถ้าเผื่อว่าเราอาศัยความสงบนั้นแหละเป็นสภาพที่จะพิจารณาต่อเล่นกับจิตต่ออ่านรู้ติดต่อทำความซาบซึ้งไปในจิตรู้แม้แต่เศษเล็กเศษน้อยละอองน้อยมีความรู้สึกอย่างโน้นอย่างนี้ชอบแม้แต่กับบรรยากาศของธ
อ่านต่อ
รรมชาติเราชอบอะไรในบรรยากาศของธรรมชาติชอบความเคลื่อนไหวชอบรถผัสสะต่างๆหูจมูกขณะนั้นขณะนั้นหรือแม้แต่ว่างลงไปก็ไม่ได้ต้องคิดตกลง พรุ่งนี้เราชอบกว่าหรืออย่างไรอ่านให้ชัดเข้าใจให้จริงหรือเราจะอ่านหนังสือแล้วจะอยู่กับตัวหนังสือแล้วก็รับรถของหนังสือนั้นแล้วเราก็ไปชอบใจในรถหนังสือนั้นอย่างไรแย่ๆมันไม่ออกละเอียดละออเราก็จะได้ความลึกซึ้งในความละเอียดละออแม่อยู่ในสภาวะสงัดเราก็จะได้ความสงัดแต่ธรรมะจากความสงัดเรียกว่าอรัญญวาสีบุคคลพึงได้ผลจากการปฏิบัติจากที่สงัดหรือได้ผลจากข่าวมาว่าสีและผลจากการกระทบสัมผัสกับมนุษย์โลกเราก็จะเป็นเจ้ากล้าเก่งกาจกับความเป็นมนุษย์และจะอยู่เหนือความเป็นมนุษย์ในเร็วไว ผู้มีอินทรีย์พละกล้าก็ไม่จำเป็นที่จะต้องออกป่าออกที่สงัดก็ตัดกิเลสได้ผู้ที่มีอินทรีย์พละยังไม่กล้านักก็จะต้องออกที่สงัดบ่มเรียนรู้อย่างเข้าไปถึงความละเอียดของจิตแต่พอสมควรก่อนเพราะอะไรควรข้างนอกนั้นมันก็ไม่สามารถที่จะทำให้จิตมันสงบสงัดลงไปหาจิตลึกจิตละเอียดละเอียดได้จึงอาศัยสิ่งแวดล้อมที่สงัดสงบซะก่อนก็เป็นจริงเพราะสมาธิพระพุทธเจ้าของเราบางองค์ก็ตรัสรู้โดยที่ไม่ต้องอาศัยสภาพสงัดสงบอะไรนักเพราะโคตะมะของเราอาศัยที่สงัด 100 ปีพระอริยะพระพุทธเจ้ามงคลก่อนบางองค์ไม่ต้องออกมาอยู่ที่สวนข้างวางนั่น ภาษาบำเพ็ญ 7 วันก็บรรลุเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ได้ก็มีแล้วแต่อินทรีย์พละแล้วแต่ความเป็นจริงเราไม่วัดล่ะเราไม่วัดว่าอะไรจะดีกว่าอะไรเราต้องรู้ฐานของจิตของเราฐานจิตของเราควรจะปฏิบัติอันไหนได้ผลสูงเราก็เอาฐานจิตของเรานั่นแหละเป็นสำคัญมันดีทั้งคู่อย่างไรก็ได้อย่างไรก็ดีผลต่างหากที่เป็นสิ่งตัดสินว่าเราได้ธรรมะและเจริญในธรรมะผู้ที่จะเจริญธรรมะเพราะอรัญญวาสีเพราะอาศัยที่สงบสงัดก็เอาผู้ที่จะเจริญธรรมะเพราะอาศัยคำว่าสีก็เอาแล้วก็ต้องเวียน เรียนเข้าเรียนออกเรียนรู้ให้ทั่วๆทั้งข่าวมาว่าสีและอรัญญวาสีอย่าไปหลงติดอรัญเสียอย่าหลงติดขามาเสียรถติดในกลุ่มในฐานของกลุ่มในหมู่ของบุคคลก็ไม่ได้จะหลงติดในความสงบสงัดก็ไม่ได้เราจะไม่ติดอะไรทั้งสองซีก 2 ส่วนเราจะเป็นผู้รู้เท่ารู้ทันทั้งหมดทดสอบถ้าเราอยู่ในที่สงบเราอยู่สบายแล้วก็รู้ความจบความสบายของเราเพียงพอทำได้ก็ครองแล้วทนได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากและควรจะติดด้วยก็ให้รู้ความจริงของตัวแล้วก็ออกมาสู่ฐานะออกมารู้ผัสสะทั้งโลกแล้วเราก็จะได้หัดตัดกิ สภาวะข้างนอกด้วยอยู่กับโลกจนกระทั่งติดโลกสงัดก็ไม่เคยลงสงบก็ไม่เคยลงก็ให้รู้ว่าเราเองจะติดโลกแล้วนะมาลองดูอยู่สงัดสงบพอได้ไม่สบายไหมก็จะเห็นว่าถ้าเกิดอุบัติเหตุมีความสงัดแล้วก็จะได้สบายก็หยุดสงัดพอสมควรแล้วก็ทำงานกับโลกเป็นไปอีกแม้ที่สุดเพราะสัมมาสัมพุทธเจ้าออกไปทำงานกับโลกยังต้องออกมาสู่ความสงัดมีปฏิสันลีนะออกสู่ความว่างบ้างออกสู่ความสงบบ้างเพื่อที่จะรู้เพื่อที่จะพักรู้ในความจริงที่ตัวเองยังอยู่ในความสงบสงัดจริงไม่ใช่ว่าเราไปติดโลกเขาแล้วจึงมีการเรียนเข้าเรียนออก ดูแม่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์สมณโคดมของเราก็มีตัวอย่างให้เห็นแต่ท่านสู้กับโรคได้มากท่านจึงอยู่กับโลกมากนานๆท่านออกปฏิสนธิ 1 เราเองก็ไปทำงานต่อสู้กับโรคเหนื่อยนักก็มาพักกับที่สงัดสงบก็เบาคลายแล้วเราก็จะเข้าไปต่อสู้กับโรคอีกหรือช่วยเขานั้นเองหรือทดสอบตนเองนั่นเองไปในตัวเป็นผลหมุนเข้าหมุนออกจากนี้เรื่อยไปเราก็จะเป็นผู้ที่แกร่งกล้าเป็นผู้ที่เข้มข้นเป็นผู้ที่สู้กับโรคได้ยาวนานและเป็นผู้ที่มีสงบสงัดอยู่ในตัวได้มากแต่เราก็จะมาหาอาศัยสถานที่สงบสงัดมันน้อยลงน้อยลงทุกทีทุกทีไปเราจะมีความสงบแม้อยู่ในกลางกลุ่มคนแม่ การกรองของโลกมียักษ์นี่เป็นเหตุปัจจัยหรือว่าเป็นบทปฏิบัติเพื่อเป็นความรู้ในปฏิปทาที่พยายามทำความเข้าใจกับมันแล้วก็ทดสอบกับมันจริงๆอย่างนี้จะได้เห็นความจริงเป็นประจำแจ้งหากเราไม่เพียงโทษกูอยู่สงัดมากไปเราไม่เป็นโทษผู้ที่อยู่กับโลกโดยเขาอยู่ได้เราต้องรู้จิตของเขาที่อยู่ได้จริงของผู้ติดทนได้จริงโดยที่ไม่มีความโลภไม่มีความโกรธและไม่ทุกข์ร้อนด้วยหาเราจะไม่เพียงพอบุคคลใดๆก็จะเห็นชัดเจนให้แจ้งชัดทุกๆส่วนเราจึงจะกลายเป็นผู้ที่เป็นทั้งคำว่าบุคคลเป็นทั้งอรัญญาบุคคลหรือเป็นข่าวมาว่าสีเป็นอรัญญาราศีเราไม่แบ่งคำว่า เราไม่แบ่งอรัญญวาสีเราเป็นทั้งพระป่าและเราเป็นทั้งพระบาททั้ง 2 ส่วนเราอยู่บ้านเราก็ไม่โกรธพระป่าเราอยู่ป่าเราก็ไม่โกรธเพราะบ้านอาจจะไม่กินแหนงแคลงใจในส่วนใดทั้งสิ้น